Beranda / รักโบราณ / ชะตาร้ายไม่หวนคืน / แผนร้ายเริ่มต้นใหม่

Share

แผนร้ายเริ่มต้นใหม่

last update Tanggal publikasi: 2025-12-17 19:03:52

ท้องฟ้าครึ้มเทาในยามบ่ายส่งกลิ่นฝนโชยแตะจมูก เมฆดำเริ่มก่อตัวเหนือหลังคาวังหลวง สายลมเย็นพัดวูบอย่างแปลกประหลาด ทำให้กลีบบุปผาที่โรยอยู่บนลานหินเบื้องหน้าปลิวหมุนวนราวภาพฝันชวนหวาดระแวง

ไป๋เยว่ยืนอยู่ใต้ศาลาหลังน้อยของสำนักศึกษาสตรีในวังชั้นนอก สวมชุดสีเขียวอ่อนเรียบสง่า ใบหน้านิ่งเรียบเหมือนผิวน้ำสงบ ทว่าดวงตากลับทอดมองไปยังร่างหนึ่งที่นั่งหัวเราะร่าเริงอยู่กับกลุ่มหญิงสาวสูงศักดิ์อีกฝั่งอย่างแฝงพิษสง

"เซี่ยอวิ๋นเยียน"

นางพึมพำชื่อนี้ออกมา

แม้ในชาติก่อนจะเป็นแค่องค์หญิงผู้อ่อนแอ ดูไร้เดียงสาสำหรับผู้อื่นแต่เบื้องหลังคือสตรีที่อำมหิตผู้ร่วมมือกับรัชทายาทซ้อนแผนมากมาย หนึ่งในนั้นคือการใส่ร้ายนางด้วยคดีลอบวางยา ทำให้ถูกถอดยศ โดนเนรเทศไปยังชายแดนอยู่นานถึงสามปี

ผู้ที่แสร้งเป็นเพื่อนแท้แต่กลับแทงข้างหลังจนถึงแก่ชีวิต

แม้วันนี้จะกลับมาอยู่ในร่างเด็กสาว แต่แววตาที่แฝงความริษยาและท่าทีจงใจเข้าหาอำนาจของนางยังไม่เคยเปลี่ยน

"คุณหนูไป๋ องค์หญิงเซี่ยอยากนัดพูดคุยด้วยหลังเลิกเรียนเจ้าค่ะ"

เสียงสาวใช้ของอีกฝ่ายเอ่ยเรียบ ๆ

ไป๋เยว่คลี่ยิ้มจาง ริมฝีปากแดงราวกลีบบุปผาสีอ่อนหวานขยับช้า ๆ

"ข้าไม่ว่าง"

สาวใช้ชะงัก นางไม่ได้กล่าวเสียมารยาท หากแต่การปฏิเสธตรงเช่นนี้ไม่ใช่นิสัยของคุณหนูไป๋ในอดีต ที่ต้องการมิตรสหายสนิทเป็นเชื้อพระวงศ์อยู่แล้ว หากเป็นเมื่อก่อนนางคงไม่รีรอการนัดหมายครั้งนี้ ทว่ายามนี้นางรู้ซึ้งแก่ใจดีว่ามีสิ่งใดรออยู่ข้างหน้า

พลบค่ำเรือนของไป๋เยว่แสงโคมลู่ลมไหว ซูหลานวางถาดผลไม้ลงเบื้องหน้า สีหน้าเคร่งเครียด

"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีคนจากตระกูลเซี่ยเข้าออกเรือนนายท่านหลายรอบ ดูเหมือนจะสนิทกับองค์หญิงรอง"

ไป๋เยว่หลับตาลงช้า ๆ ความรู้สึกเย็นเยียบไล่ขึ้นจากกลางอก นางเข้าใจถึงเจตนาขององค์หญิงได้ทันที

"เจ้าเดินหมากได้เร็วขึ้นเซี่ยอวิ๋นเยียนแม้ไร้ซึ่งอำนาจเช่นเมื่อก่อน"

นางลุกขึ้น เดินไปยังโต๊ะตำราที่วางแผนไว้ล่วงหน้า แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาขีดเขียนช้า ๆ

แผนภาพตารางความสัมพันธ์เริ่มปรากฏ เส้นเชื่อมโยงระหว่างเซี่ยอวิ๋นเยียน รัชทายาท เรือนรองของตระกูลไป๋ถูกลากโยงเข้าหากัน

นางไม่มีทางให้เซี่ยอวิ๋นเยียนวางหมากสำเร็จเป็นครั้งที่สองแน่

คืนนั้นเอง ฝนโปรยลงบางเบา ร่างของเด็กสาวยืนใต้ชายคา มือจับพัดเอาไว้แน่น เสียงฝีเท้าเบา ๆ ปรากฏในความมืด

ซูหลานปรากฏตัวพร้อมจดหมายฉบับหนึ่งในมือ

"องค์ชายรองทรงฝากให้ท่านอ่านก่อนเข้านอน"

ไป๋เยว่รับมา ดวงตาแวววาวเล็กน้อย

'ข่าวภายในตระกูลเซี่ย การคิดคบลับ ๆ เริ่มเปิดเผยแล้ว'

นางเงยหน้ามองเม็ดฝนโปรยจากปลายชายคา แววตามุ่งมั่นในบางสิ่งบางอย่าง

'หากพวกเจ้าวางหมาก ข้าก็จะล้มหมากทั้งกระดาน'

ในเงามืดเบื้องสูงของกำแพงวัง องค์ชายรองยืนใต้เงาไผ่ ดวงตาเย็นสงบ

"แม้นางจะไม่จดจำข้า แต่ข้ารู้ดีว่านางไม่ใช่เด็กสาวโง่เขลาเช่นเดิมอีกต่อไป"

เสียงทุ้มนั้นเบาราวสายลมกระซิบ

มือเขาพลิกสาส์นลับในมืออย่างแผ่วเบา สัญญาณเริ่มเล็งเป้าหมายไปยังเซี่ยอวิ๋นเยียน ผู้ที่จิ่นเหวินก็ไม่เคยไว้วางใจเช่นกัน

เช้าวันถัดมา

กลิ่นดอกเหมยที่ปลูกไว้รอบเรือนหอมอ่อนจางลอยมาตามลมหนาวต้นฤดู ซูหลานเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบในเรือน พร้อมกล่าวเสียงเบา

"คุณหนูเจ้าคะ องค์หญิงเซี่ยมาที่จวนเจ้าค่ะ บอกว่าเอาของขวัญมาเยี่ยมเยียน"

ไป๋เยว่เงยหน้าขึ้นจากตำรา รอยยิ้มที่มุมปากบางเบา ขณะที่นางลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม นับเป็นเรื่องน่าแปลกที่องค์หญิงผู้สูงส่งเดินทางมาหาคุณหนูถึงจวนขุนนางแทนที่จะส่งสาส์นมาเชิญไปพบที่ตำหนัก

"มาเองเลยหรือ เชิญเข้ามา"

ภายในเรือนชั้นในเซี่ยอวิ๋นเยียนเดินเข้ามาอย่างนุ่มนวล สวมชุดผ้าแพรปักลายเมฆสีชมพูอ่อน มือประคองกล่องไม้หอมชั้นดีด้วยท่าทีสนิทสนม

"เยว่เอ๋อร์ ข้าได้ยินว่าเจ้าไม่ค่อยสบายในช่วงก่อนหน้านี้ จึงนำของดีมาให้"

กล่องไม้หอมค่อย ๆ เปิดออก ด้านในเป็น หยกเขียวลายเมฆา ที่ดูแวววาวผิดธรรมดา พร้อมกล่องเครื่องหอมจากต่างแคว้น

ไป๋เยว่ยิ้มบาง ไม่แตะต้องของในกล่องแม้ปลายนิ้ว

"ของดีถึงเพียงนี้ องค์หญิงหวงแหนไม่ใช่หรือเพคะ เหตุใดถึงคิดถึงหม่อมฉันได้"

นางเอ่ยเสียงเบาแต่เยือกเย็น เหมือนพูดเล่น แต่แฝงไว้ด้วยคมดาบบางเฉียบ

เซี่ยอวิ๋นเยียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน

"ข้าเห็นเจ้าค่อนข้างเงียบเหงาในช่วงนี้ จึงอยากมาอยู่เป็นเพื่อน ไม่ดีหรือ หลังจากหมดเวลาเรียนเจ้าก็มุ่งตรงกลับจวน จะแวะพูดคุยกันบ้างก็ไม่ได้"

ไป๋เยว่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นแนบริมฝีปาก ดวงตาทอดมองร่างอีกฝ่ายด้วยสายตาเรียบเฉย

"ความเงียบเหงา บางครายังปลอดภัยกว่าความวุ่นวายที่แฝงอยู่ในรอยยิ้ม หม่อมฉันเพียงแต่อยากกลับมาทบทวนตำราเท่านั้น"

นางวางถ้วยลงเบา ๆ แล้วกล่าวต่อโดยไม่เปลี่ยนน้ำเสียง เซี่ยอวิ๋นเยียนยิ้มค้างก่อนรีบปรับสีหน้า

"ข้าก็แค่คิดถึงเจ้าว่าก่อนหน้านี้ยิ้มง่าย พูดจาสดใส ไม่ใช่เยียบเย็นเช่นตอนนี้"

"อาจเป็นเพราะหม่อมฉันเติบโตแล้วกระมัง"

ไป๋เยว่ยิ้มบาง ดวงตายังสงบนิ่ง

"เติบโต"

เซี่ยอวิ๋นเยียนพึมพำ สายตาลอบจับจ้องราวจะหาความผิดแปลก แต่กลับสะดุดที่แววตาของไป๋เยว่ เพียงมองผ่าน ๆ ก็รู้ได้ว่ามันไม่ใช่ดวงตาของผู้ไม่รู้อะไรอีกต่อไป ทั้งคู่พูดคุยกันเพียงไม่กี่ประโยคไป๋เยว่ก็เดินไปส่งเซี่ยอวิ๋นเยียนขึ้นเกี้ยวกลับ

เมื่อเซี่ยอวิ๋นเยียนจากไป ซูหลานเดินเข้ามาใกล้พร้อมกล่องไม้หอมที่ปิดสนิท เอ่ยถามความเห็นจากนาง

"คุณหนู ของพวกนี้จะทำอย่างไรเจ้าคะ"

"เก็บไว้ในห้องชั้นล่าง ห้ามให้ใครเข้าใกล้โดยไม่สวมถุงมือ และบอกแม่นมหวังให้ส่งคนไปตรวจสอบสูตรของเครื่องหอมนี้โดยละเอียด"

นางไม่อาจวางใจสตรีสูงศักดิ์เมื่อครู่ดวงตาของไป๋เยว่ฉายแววเย็นเยียบก่อนกล่าวเสียงเบา

"ในอดีต ข้าหลงคิดว่านางคือเพื่อนแท้ แต่ตอนนี้ นางแค่ซ้ำรอยเดิมเพียงแต่เร็วขึ้นเท่านั้น"

ใต้แสงจันทร์เหนือเรือนนอก วงเงาลับแห่งสายลับของรัชทายาทรายหนึ่ง กำลังเฝ้าดูเรือนของไป๋เยว่อย่างเงียบงัน

อีกมุมหนึ่งในเงามืด ชายหนุ่มในชุดขุนนางนิ่งเงียบยืนมองทิศเดียวกัน แววตาลุ่มลึกและจับตาเหตุการณ์โดยไม่แสดงตัว

"นางเปลี่ยนไปมาก แต่ข้าไม่ปล่อยให้นางรับมือเพียงลำพังอีก"

องค์ชายรองจิ่นเหวินเริ่มเคลื่อนไหวอย่างจริงจังเช่นเดียวกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   ชะตาร้ายไม่หวนคืน(ตอนจบ)

    ไป๋เหวินพร้อมไป๋เซิ่งเหยียนกลับมาจากวังหลวงและรถม้าของไป๋หลานเยี่ยนก็ตามมาติด ๆ เขาเห็นไป๋เยว่และจิ่นเหวินเข้ามาคารวะและทำพิธียกน้ำชาหลังแต่งงาน พลันก็ทำให้ใต้เท้าไป๋มองทั้งคู่ด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง "เจ้าจากบ้านไปนาน คงลำบากไม่น้อย วันนี้ทั้งสองคนก็ได้ครองคู่กันแล้ว พ่อขอให้เจ้ามีความสุขกับชีวิตที่เลือกประคองสติอยู่เสมอ" ไป๋เยว่เงยหน้ามองบิดาที่ยามนี้ไร้ความเย็นชาเช่นวันวาน "ลูกขอโทษที่ดื้อรั้นเจ้าค่ะ" "พ่อต่างหากที่ควรขอโทษเจ้า ถ้ามีเวลาก็กลับบ้านบ่อย ๆ นะ" ไป๋เหวินเอ่ยถ้อยคำอ่อนโยนมากกว่าเมื่อก่อน ไป๋เยว่ยิ้มให้เขากล่าวเสียงสั่นเครือ "เจ้าค่ะ หากท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่กับเยี่ยนเอ๋อร์อยากไปเที่ยวก็ไปหาข้าได้ที่หมู่บ้านท่านป้า พวกเราอยู่ที่นั่นเจ้าค่ะ แต่บ้านท่านป้าทำไว้รับรองแขก" "พี่หญิง วันหนึ่งข้าจะไปเยี่ยมท่านเจ้าค่ะ" เสียงสดใสของไป๋หลานเยี่ยนทำให้นางยิ้มกว้างขึ้น "พี่หญิงจะรอต้อนรับเจ้า" ไป๋เหวินและไป๋ฮูหยินยิ้มให้แก่กันที่บุตรสาวทั้งสองมีกิริยาน่ารัก นางยอมให้อภัยผู้อาวุโสทั้งสองแล้ว ทั้งครอบครัวได้รับประทานอาหารร่วมกัน ไป๋เยว่และจิ่นเหวินเล่าถึงชีวิตเรียบง่ายและสงบให้

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   มารดาที่เปลี่ยนไป

    ท้องฟ้าโปร่งใสในยามเช้า มวลเมฆขาวบางเบาแหวกออกเป็นช่องให้แสงแดดอุ่นๆ ส่องลงมาเหนือสวนหลังบ้าน ไป๋เยว่ยืนอยู่ริมหน้าต่างมองดูต้นเหมยที่บานสะพรั่ง ดอกสีขาวสะอาดสะท้อนแสงแดดจนชวนให้ใจหวิว ในห้วงเวลาที่ทุกสิ่งกำลังสงบลง ความสงบนี้กลับทำให้ไป๋เยว่รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป เรื่องราวที่ผ่านมาเริ่มคลี่คลาย แต่อดีตยังคงไม่หายไปไหน นางและจิ่นเหวินกลับมาเยี่ยมบิดามารดาที่ตระกูลไป๋หลังการแต่งงานผ่านไป ความจริงนางไม่อยากกลับมาที่นี่แต่จิ่นเหวินให้ข้อคิดกับนางว่าหากยังมีสิ่งติดค้างอยู่ในใจก็ควรมาสะสางให้เรียบร้อย การใช้ชีวิตจึงจะสุขสงบอย่างแท้จริง ไป๋เหวินยังไม่กลับจากราชสำนักเพราะนางไม่ได้บอกล่วงหน้า มีเพียงไป๋ฮูหยินที่ยู่ในจวน พี่ชายไปกับบิดา ส่วนน้องสาวของนางไปเรียนที่สำนักศึกษาสตรีในวังหลวง "เยว่เอ๋อร์ ข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้า" เสียงของมารดาดังขึ้นจากด้านหลังระหว่างที่นางรอคนรับใช้ไปแจ้งให้เข้าพบ ไป๋เยว่หันไปมองเห็นมารดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางอ่อนโยน ไม่ใช่แม่ผู้หงุดหงิดที่เคยบังคับให้นางเดินตามทางที่ท่านวางไว้ แต่เป็นมารดาคนหนึ่งที่มีความอ่อนโยนในแววตา "ท่านแม่" ไป๋เยว่เอ่ยเส

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   งานแต่งงานใต้ซากอดีต

    หลังจากนั้นอีกหลายวันจิ่นเหวินกับไป๋เยว่และคนในบ้านได้ร่วมกันหารือจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ ภายในครอบครัวโดยมีแขกในงานเป็นสักขีพยานเพียงห้าคน แต่ไป๋เยว่ให้เชิญคนยากจนมาร่วงานเพื่อรับแจกอาหารเป็นการบำเพ็ญบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งจิ่นเหวินก็ยินยอม "เราต้องตัดชุดใหม่เจ้าค่ะคุณหนู งานมงคลสำคัญ" ซูหลานอาสาเพราะนางมีฝีมือในการเย็บผ้า ไป๋เยว่จึงอนุญาตโดยให้หนี่เอ๋อร์คอยช่วย ช่วงเวลานี้จิ่นเหวินและไป๋เยว่จึงเก็บตัวไม่ได้พบกันจนกว่าจะถึงวันมงคล ทั้งคู่จึงยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมตัวในส่วนของตนเองถึงจะเป็นงานเล็ก ๆ ทว่าต้องครบถ้วนตามธรรมเนียม ภายในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบกำลังจะมีงานแต่งงานเกิดขึ้น ผู้ปกครองชุมชนจึงเตรียมตัวนำของขวัญไปร่วมแสดงความยินดี เป็นน้ำใจและการผูกมิตรกับเพื่อนบ้านคนใหม่ งานที่ตั้งใจจัดเล็ก ๆ จึงเต็มไปด้วยมิตรภาพของชาวบ้าน "เกรงใจผู้อาวุโสแล้ว" จิ่นเหวินต้อนรับผู้ใหญ่บ้านที่เดินมาถามข่าวคราว "ไม่เป็นไร คิดเสียว่าเป็นญาติกัน หมู่บ้านของเราเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ข้าจะไม่ใส่ใจได้อย่างไร" ผู้ใหญ่บ้านมีอัธยาศัยดีจึงทำให้จิ่นเหวินไม่คิดมาก เขาได้เชิญมาร่วมงานแต่งงานรวมถึงมีโ

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   หัวใจที่มีเพียงเจ้า

    สายลมยามเช้าเย็นสบายตรงกันข้ามกับร่างสตรีทั้งสามคนกำลังสาละวนกับการทำขนมให้ทันออกไปขายที่ตลาด "ข้ารับรองว่าต้องขายได้แน่นอนเจ้าค่ะ กลิ่นหอมขนาดนี้" ซูหลานที่กลายมาเป็นคนของไป๋เยว่เต็มตัวเปิดฝาหม้อนึ่งขนมหม้อสุดท้ายออกพลางสูดดมกลิ่นหอมในหม้อเบา ๆ "รีบจัดขนมเถิดเดี๋ยวจะสายเสียก่อน" ไป๋เยว่และหนี่เอ๋อร์ที่กำลังเก็บของไปล้างเอ่ยเตือน จากนั้นนางทั้งสองก็มาช่วยซูหลานจัดขนมใส่ห่อไปขายที่ตลาด ซูหลานและหนี่เอ๋อร์ออกไปขายขนมที่ตลาดเป็นครั้งแรกจึงต้องไปสองคน ไป๋เยว่จึงยู่บ้านคนเดียว นางเก็บกวาดห้องครัวและออกไปซักผ้าที่ริมแม่น้ำท้ายหมู่บ้านรอทั้งสองคนกลับมา จิ่นเหวินออกมาตักน้ำที่บ่อน้ำท้ายหมู่บ้านบริเวณใกล้กับไป๋เยว่ที่ซักผ้าอยู่ มันมิใช่ความบังเอิญแต่เป็นความตั้งใจของเขา ก่อนหน้านี้สืบรู้มาแล้วว่าไป๋เยว่อยู่คนเดียวและกำลังออกมาซักผ้าเขาจึงกะเวลาพอดีแล้วถือถังน้ำออกจากบ้านมา จิ่นเหวินวางถังน้ำไว้ข้างบ่อแล้วเดินเข้าไปใกล้ไป๋เยว่ เขาหยุดยืนข้าง ๆ นางก่อนนั่งลง ไป๋เยว่หันมองตามสัญชาตญาณเมื่อนางรู้สึกว่ามีคนอยู่ใกล้ตัว "องค์ชาย เอ่อ..." นางลุกขึ้นกำลังจะย่อกายคารวะดั่งที่เคยทำ "อย่าทำเช่น

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   โอกาสใหม่

    เรื่องของไป๋เยว่รบกวนจิตใจจิ่นเหวินอยู่หลายวัน นางทำเช่นนี้เขามิได้ถือโทษโกรธนางเพียงแต่เขากำลังตัดสินใจในบางเรื่องก่อน จิ่นเหวินติดราชกิจในราชสำนักนานหลายวันเขาจึงไม่ได้ไปเยี่ยมไป๋เยว่ เพียงส่งชาไปฝากนางและเขียนจดหมายถึงนางเล็กน้อย ในอดีตนางไม่เคยได้ทำความรู้จักกับองค์ชายรองผู้นี้ ชาตินี้นางได้รู้จักได้ใกล้ชิดกันบ่อยครั้งทำให้นางรับรู้ว่าคนที่หวังดีกับนางจากใจจริงยังคงมีอยู่ จิ่นเหวินคอยช่วยเหลือและปกป้องนางมาหลายครั้ง ในใจของนางก็มีความอบอุ่นเมื่อได้พบกับเขา แต่หากโชคชะตาทำให้นางและเขาไม่เป็นอย่างที่ใจคิดนางก็ยอมรับได้ เพราะมันคือหนทางที่นางเลือกแล้ว ในวันข้างหน้าเขาคงมีตำแหน่งสูงขึ้น มีสิทธิ์ครองบัลลังก์ต่อจากฮ่องเต้ แตกต่างกับนางที่เป็นเพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง "คุณหนูเจ้าคะ ข้าไปเก็บลูกพลับหลังบ้านมีเยอะแยะเลยเจ้าค่ะ" หนี่เอ๋อร์วิ่งเข้ามาหานางด้วยความตื่นเต้น ไป๋เยว่หยุดความคิดแล้วหันไปดูตะกร้าลูกพลับในมือหนี่เอ๋อร์ "ดีเลย เอาไปเก็บในครัวเถิด" "เจ้าค่ะ" สตรีทั้งสามใช้ชีวิตดั่งชาวบ้านทั่วไป เสื้อผ้าอาภรณ์สวยงามของนางเก็บเอาไว้มิดชิด มีเพียงชุดทำงานธรรมดาและเรียบง่ายแทน

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   คนที่อยู่เคียงข้างเสมอ

    รถม้ารับจ้างสองคันเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่เขตชานเมือง การตัดสินใจของไป๋เยว่ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย นางรู้ดีว่าทำผิดธรรมเนียมของสตรีที่ดี ผู้อื่นอาจมองว่านางเห็นแก่ตัวที่ทอดทิ้งครอบครัว แต่นางมั่นใจว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับชีวิต "เมื่อเลือกเส้นทางใหม่ก็ต้องยอมรับสิ่งที่เสียไปเพื่อแลกกับชีวิตใหม่" นางพูดกับซูหลานและหนี่เอ๋อร์ที่ขอติดตามไปอยู่ด้วย "ว่าแต่เจ้าสองคนออกมาอยู่กับข้าเช่นนี้ จะยอมรับได้หรือค่าจ้างก็ไม่มี ทรัพย์สินเงินทองที่มีติดตัวมาก็มีไม่มาก" นางไม่อยากเห็นเด็กสาวทั้งสองคนต้องตกระกำลำบาก สำหรับไป๋เยว่ผู้เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อให้ต้องอยู่อย่างคนยากจนนางก็ไม่กลัว "พวกเราไม่กลัวเจ้าค่ะ เราต่างมีฝีมือ ข้ากับหนี่เอ๋อร์มีเงินก้อนหนึ่ง เอามารวมกันลงทุนก็น่าจะตั้งตัวได้เร็วขึ้น" "ใช่เจ้าค่ะคุณหนู ข้าอยากติดตามคุณหนูเรื่องลำบากข้าไม่เคยกลัว" คำพูดของสตรีทั้งคู่หนักแน่นมั่นคง ไป๋เยว่เผยรอยยิ้มออกมา นางซาบซึ้งใจที่นางเพิ่งสูญเสียคำว่าครอบครัวไปแต่กลับได้มิตรแท้กลับคืนมา "ขอบใจเจ้าทั้งสองคนมาก" รถม้าจอดที่บ้านหลังเล็ก ๆ สตรีทั้งสามจึงช่วยกันขนของ

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   คลื่นใต้น้ำในวังหลวง

    ภายในวังหลวง อากาศยามเช้าระหว่างฤดูหนาวยังคงมีความเย็นเยือก แต่กลับอบอุ่นขึ้นด้วยการเคลื่อนไหวของบุคคลในตำแหน่งสูง เริ่มมีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วถึงความสัมพันธ์ที่เริ่มใกล้ชิดระหว่างองค์ชายรองจิ่นเหวินและบุตรสาวตระกูลไป๋ เสียงกระซิบจากข้ารับใช้ในตำหนัก ถึงแม้จะเป็นเพียงคำพูดเบา ๆ แต่กลับทำให้เกิดกร

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   บิดาเริ่มสงสัย

    หลายวันต่อมา แสงอาทิตย์ยามสายทอดผ่านม่านโปร่งสีจางของเรือนใหญ่ ภายในเรือนสกุลไป๋กลับเงียบงันจนน่าอึดอัด บรรยากาศเหมือนมีบางอย่างกำลังคลี่คลายช้า ๆ ทว่าไม่อาจเดาได้ว่าจะเป็นไปในทางใด ไป๋เหวิน อัครเสนาบดีของราชาสำนักและบิดาผู้เฉียบขาดของไป๋เยว่ ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าบานหน้าต่าง ท่ามกลางแสงแดดที่ส่องลอด

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   งานบุญที่เปลี่ยนไป

    สิบห้าวันต่อมาที่จวนตระกูลไป๋ หลังจากตระกูลไป๋เตรียมงานอย่างขะมักเขม้นสำหรับงานเลี้ยงของปีนี้มานานถึงสิบวัน ไป๋เยว่และคนอื่นก็มัวแต่วุ่นวายกับการเตรียมงานจึงไม่มีข่าวคราวใดจากข้างนอก อีกอย่างนางรับหน้าที่หลายอย่าง ทั้งเชิญแขกไปยังวังหลวงและตระกูลขุนนางต่าง ๆ ทั้งเตรียมงานช่วยมารดาอยู่ในจวนจึงมิได้

  • ชะตาร้ายไม่หวนคืน   ท่านอ๋องเงียบงัน

    เมื่อกลับมาถึงจวนไป๋เยว่จึงแจ้งแก่พ่อแม่ของหนี่เอ๋อร์ "ข้าจะรับหนี่เอ๋อร์ทำงานกับข้าแทนฮูหยิน ท่านลุงท่านป้าสบายใจได้รับรองว่าข้าจะดูแลนางอย่างดี ขอเพียงอย่าทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก" พ่อกับแม่ของหนี่เอ๋อร์กล่าวขอบคุณและยินยอม นางจึงให้เงินก้อนหนึ่งเอาไว้ใช้จ่าย ตอนสิ้นเดือนนางยังอนุญาตให้หนี่เอ๋อร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status