Masukหวั่นถงพยายามขยับตัวลุกขึ้น
ชิงยวนรีบเข้ามาประคอง
“อี้เหนียงสี่ ระวังเจ้าค่ะ”
“พยุงข้าขึ้นนั่ง”
ร่างกายปวดร้าวทันทีที่ขยับ แต่คราวนี้นางไม่สนใจ
ชิงยวนกับเสี่ยวจู่ช่วยกันจัดหมอนรองหลัง ก่อนประคองนางให้นั่งพิงหัวเตียงอย่างมั่นคง
หวั่นถงยื่นมือออกไป “ส่งเขามาให้ข้า”
แม่นมหลิวมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย
“อี้เหนียงสี่ ร่างกายของท่านยังไม่แข็งแรง หากคุณชายดิ้นขึ้นมา…”
หวั่นถงมองนางนิ่ง
“เขาเพิ่งเกิด จะดิ้นจนเรือนถล่มได้หรือ”
เสี่ยวจู่หลุบหน้าลง ซ่อนรอยยิ้มที่เกือบหลุดออกมา
แม่นมหลิวพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง
สุดท้ายจึงจำต้องก้าวเข้ามา แล้วส่งทารกให้ด้วยความระมัดระวัง
ทันทีที่ร่างเล็กถูกวางลงในอ้อมแขน
ความอบอุ่นจาง ๆ ก็แผ่ซ่านเข้ามาถึงกลางอก
หวั่นถงก้มมองเด็กน้อย ตัวเขาเบานัก
เบาจนนางแทบไม่กล้าขยับแขน
ทว่าความรู้สึกที่ทับถมอยู่ในใจกลับหนักยิ่งกว่าภูเขา
นางเคยอุ้มบุตรเช่นนี้มาก่อน
เคยกล่อมให้นอน
เคยหัวเราะเมื่อมือเล็ก ๆ ดึงปอยผมของนาง
และเคยคิดว่าตนจะได้เห็นเด็กคนนั้นเติบโตไปวันแล้ววันเล่า
แต่แล้วทุกอย่างกลับจบลงอย่างกะทันหัน
วันสุดท้ายที่นางถูกนำตัวไป นางไม่ได้แม้แต่จะกล่าวคำลา
ไม่มีโอกาสกอดลูกอีกครั้ง
ไม่มีโอกาสบอกว่าแม่ไม่ได้ทอดทิ้ง
ไม่มีโอกาสกลับไปแก้ไขสิ่งใด
ความเจ็บซึ่งนางเคยคิดว่าฝังลึกจนชาไปแล้ว
กลับพลุ่งขึ้นมาราวกับบาดแผลเพิ่งถูกเปิดออกใหม่
หวั่นถงเม้มริมฝีปาก
ดวงตาร้อนผ่าว
‘เจ้าหนู เจ้ารู้หรือไม่’
‘มารดาของเจ้าตัวจริงเพิ่งจากไป’
‘ส่วนข้าเองก็เป็นมารดาที่ไม่มีวันได้กลับไปหาลูกของตนอีก’
นางก้มศีรษะลงเล็กน้อย มองใบหน้าไร้เดียงสาในอ้อมแขน
“หน้าตาเช่นนี้เองหรือ...”
เสียงของนางสั่นน้อย ๆ
ชิงยวนเข้าใจว่านางกำลังกล่าวกับบุตร จึงยิ้มอ่อน
“คุณชายคล้ายท่านรองแม่ทัพมากเจ้าค่ะ โดยเฉพาะคิ้วและจมูก”
หวั่นถงพิจารณาเด็กน้อยครู่หนึ่ง คิ้วเล็ก ๆ นั้นยังบางจนแทบมองไม่เห็น ส่วนจมูกก็มีขนาดไม่ถึงปลายนิ้วนาง
‘พวกเจ้าเก่งจริง มองออกด้วยหรือว่าคล้ายผู้ใด’
ทว่านางมิได้พูดออกไป
เพียงใช้นิ้วแตะแก้มอุ่นนุ่มอย่างแผ่วเบา
“คล้ายผู้ใดก็ช่างเถิด”
หวั่นถงพึมพำ “ขอเพียงโตขึ้นมาแล้วอย่านิสัยเหมือนบิดาก็พอ”
ชิงยวนเบิกตากว้าง
เสี่ยวจู่รีบก้มหน้าต่ำกว่าเดิม
แม่นมหลิวแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
หวั่นถงรู้ตัวว่าตนหลุดปาก จึงไอเบา ๆ แล้วแก้คำ “ข้าหมายถึง…ไม่ต้องดุดันเหมือนบิดา เป็นเด็กว่านอนสอนง่ายก็ดีแล้ว”
ผู้คนในห้องพยักหน้ารับพร้อมกันอย่างรู้หน้าที่
เด็กน้อยในอ้อมแขนขยับริมฝีปาก ก่อนจะส่งเสียงอ้อแอ้แผ่วเบา
หวั่นถงมองเขา ความอบอุ่นค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่หัวใจที่เคยว่างเปล่า นางแนบหน้าผากลงบนศีรษะเล็กอย่างระมัดระวัง
“นับจากนี้…”
เสียงของนางเบาจนมีเพียงเด็กในอ้อมแขนเท่านั้นที่ควรได้ยิน
“ข้าจะเป็นแม่ของเจ้าเอง”
เด็กน้อยพลันเบ้หน้า ก่อนจะส่งเสียงร้องไห้ดังขึ้น
หวั่นถงสะดุ้งเล็กน้อย
นางรีบประคองศีรษะเล็กให้มั่นคง มืออีกข้างลูบหลังอย่างไม่ค่อยคล่องนักในตอนแรก ทว่าเพียงไม่กี่จังหวะ ความทรงจำของการเป็นมารดาในอดีตก็กลับคืนมา
นางโยกตัวเบา ๆ พลางเอ่ยปลอบ
“ไม่ร้องนะ”
เด็กน้อยกลับร้องดังขึ้นอีก
หวั่นถงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มมองใบหน้าแดงก่ำในอ้อมแขน
“ข้าเพิ่งรับปากว่าจะเลี้ยงดูเจ้า”
นางกระซิบ “เจ้าก็รีบทดสอบข้าเสียแล้วหรือ”
แม่นมหลิวก้าวเข้ามาใกล้
“คุณชายน่าจะหิวเจ้าค่ะ ให้บ่าวอุ้มไปให้นมเถิด”
หวั่นถงก้มมองเด็กน้อยอีกครั้ง
เขาอ้าปากเล็ก ๆ หันใบหน้าเข้าหาอกของนางตามสัญชาตญาณ
หัวใจของหวั่นถงอ่อนยวบลงทันที
นางขยับอ้อมแขนให้กระชับขึ้น ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“หิวแล้ว…ใช่หรือไม่”
ตอนที่ 85 ผู้ร้ายตัวจริงคือผู้ใด “หลักฐานถูกถวายต่อพระพักตร์แล้ว องค์รัชทายาททรงรวบรวมด้วยพระองค์เอง...ฮูหยินผู้เฒ่าอย่าได้ทำให้ข้าลำบากใจเลย” ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ฮูหยินผู้เฒ่าชะงัก มือที่วางบนแขนสะใภ้กำแน่นขึ้น ความเงียบปกคลุมลานอยู่ครู่หนึ่งก่อนสายตาของผู้คนจะค่อย ๆ หันมาทางเดียวกัน หวั่นถงรู้ตัวโดยไม่ต้องเงยหน้า นางคือสตรีที่รัชทายาทพระราชทานเข้าจวน “เจ้า…”จิงเจียวมองนางราวกับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นได้“เป็นเจ้าใช่หรือไม่ที่วางแผนใส่ร้ายตระกูลเสิ่น!”ชิงยวนขยับตัวทันทีทว่าหวั่นถงกดมือที่วางใกล้กันไว้เบา ๆ“ข้ามิได้ทำเรื่องเช่นนั้นเจ้าค่ะ”“ยังจะปฏิเสธอีกหรือ! เจ้าถูกส่งมาจากที่ใด ทุกคนในจวนต่างรู้ดี” เสียงนั้นดังจนรุ่ยเอ๋อร์สะดุ้ง หวั่นถงกระชับผ้าคลุมบุตรแล้วค่อยเงยหน้าขึ้น “การที่ข้าถูกส่งมา มิได้แปลว่าข้าเป็นผู้ทำเรื่องนี้” “เจ้ากินอยู่ในจวนนี้ นายน้อยให้เจ้ามีลูกด้วย ถึงอย่างนั้นก็ยังคิดทำลายเขาหรือ” ถ้อยคำกล่าวหาทำให้หวั่นถงรู้สึกเย็นไปทั้งอก ยังไม่มีผู้ใดถามสักคำว่านางรู้อันใดบ้าง ผู้บัญชาการยังยืนน
ตอนที่ 84 พังพินาศ ฟ้ายังสว่างไม่เต็มที่เมื่อเสิ่นเยี่ยนเหิงออกจากจวน อาภรณ์ทางการเรียบร้อยดังที่จิงเจียวจัดเตรียมไว้ คนสนิทถือห่อเอกสารตามขึ้นรถม้าไปด้วย ในเรือนจันทร์ฉาย หวั่นถงกำลังเปลี่ยนเสื้อให้บุตร รุ่ยเอ๋อร์ขยับแขนหนีจนเสี่ยวจู่ต้องช่วยจับชายแขนเสื้อตัวเล็กไว้ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้นนอกเรือน ตามด้วยเสียงคนเรียกกันอย่างผิดปกติ ชิงยวนหันไปมองประตู “บ่าวออกไปดูเองเจ้าค่ะ” ยังไม่ทันก้าวพ้นธรณี เสียงตะโกนก็ดังมาจากทางประตูใหญ่ “ปิดประตูทุกด้าน! ห้ามผู้ใดเข้าออก!” หวั่นถงเงยหน้าขึ้น มือที่กำลังผูกสายเสื้อหยุดค้าง เสียงโลหะกระทบกันดังตามมา มิใช่เสียงเวรยามผลัดเปลี่ยนอย่างที่คุ้นเคย ชั่วครู่เดียวเสียงฝีเท้าก็แยกย้ายไปทั่วจวน ชิงยวนรีบย้อนกลับเข้ามา ใบหน้าซีดลง “ทหารหลวงเจ้าค่ะ” แม่นมหลิวเดินออกจากห้องข้าง ๆ ด้วยความตกใจ หวั่นถงส่งสายเสื้อให้เสี่ยวจู่ช่วยผูกต่อแล้วถามเสียงต่ำ “มาด้วยเรื่องใด” “ยังฟังไม่ถนัดเจ้าค่ะ พวกเขากำลังให้ทุกคนออกไปรวมที่ลาน” นางรับบุตรมาแนบอก เสียงตวาดดังใกล้เข้ามาอีก “คนในเรือนนี้ออกมาให้หมด!”
ตอนที่ 83 วิชาต้องห้าม เมื่อได้ของ หวั่นถงก็ให้ชิงยวนเชิญเชี่ยซูกับเฉินอวี้หลันมารับของ ตลับชาดทั้งสองวางอยู่บนถาดไม้ นางเลื่อนให้คนละตลับแล้วกล่าวถึงคำกำชับของอาจารย์เหออย่างเป็นเรื่องเป็นราว “ใช้แต่พอดี ของมงคลธาตุไม้นี้มีไม่มาก ข้าฝากถามไว้ก่อนจึงพอได้มา” เชี่ยซูเปิดฝาออก กลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพรแผ่ขึ้นบางเบา นางแตะเนื้อชาดบนหลังมือแล้วเงยหน้าด้วยความพอใจ “กลิ่นต่างจากของเดิมเล็กน้อยแต่หอมสบายเหลือเกินเจ้าค่ะ” เฉินอวี้หลันขยับเข้ามาดู “รบกวนพี่หญิงหลายครั้งแล้ว วันหน้ามีสิ่งใดให้ช่วย โปรดบอกพวกข้าด้วยนะเจ้าคะ” หวั่นถงยิ้มรับ มิได้รีบทวงน้ำใจที่อีกฝ่ายเอ่ยให้ ครั้นทั้งสองกลับไป ชิงยวนจึงเก็บถาดแล้วรายงานเรื่องที่จัดการไว้ระหว่างออกจากจวน “เงินส่วนของท่านที่เหลือในช่องลับ บ่าวนำออกไปฝากรวมกับส่วนเดิมแล้วเจ้าค่ะ” หวั่นถงมองหีบผ้าที่ปิดสนิทอยู่ข้างผนัง ยามนี้ข้างในเหลือเพียงอาภรณ์กับของใช้ตามปกติ “ทางนั้นเก็บแยกไว้ดีแล้วหรือ” “เรียบร้อยเจ้าค่ะ ผู้ดูแลรู้เพียงว่าต้องส่งคืนเมื่อได้รับคำสั่ง มิได้ลงไว้ในชื่อจวน” นางพยักหน้าแล้วให้ชิงยวนพัก เสี
ตอนที่ 82 หมากที่วางไว้แล้ว เช้าวันต่อมา หวั่นถงตื่นขึ้นโดยมิได้รู้สึกหนักอึ้งเท่าเมื่อก่อนแม้ยังต้องพักหลังถอนอาคมทว่าความกังวลเรื่องเสิ่นเยี่ยนเหิงก็คลายลงมาก เมื่อคืนเขานั่งกินอาหารอยู่กับนางจนเสร็จ มิได้กระสับกระส่าย ชิงยวนเข้ามาแจ้งว่าเชี่ยซูกับเฉินอวี้หลันมาขอพบ พวกนางนำของบำรุงมาฝากก่อนเอ่ยถามถึงชาดที่เคยได้รับ “พี่หญิง ยังพอมีเหลืออีกหรือไม่เจ้าคะ” เชี่ยซูเปิดตลับที่ใกล้หมดให้ดู เฉินอวี้หลันนั่งอยู่ข้างกันแล้วพยักหน้าตาม “ข้าลองใช้อย่างอื่น สีไม่ละมุนเท่าตลับนี้เลยเจ้าค่ะ” หวั่นถงรับมาดูของที่ให้นั้นนางเลือกเนื้อชาดอย่างดีมาตั้งแต่แรก มิได้ลงอาคมเพิ่มเพราะต้องเก็บกำลังไว้ เห็นพวกนางชอบก็ยิ่งแน่ใจว่าของธรรมดาที่มีคุณภาพย่อมขายได้เช่นกัน “ข้าจะให้คนออกไปถามหากยังมีจะฝากซื้อให้” อนุทั้งสองขอบคุณอย่างยินดี มิรบกวนนานนักก็ขอตัวกลับต่อมาจึงให้สาวใช้นำเงินมาฝากไว้ หวั่นถงให้ชิงยวนจัดการเรื่องชาดผ่านเหอซางแล้วกำชับถึงเงินส่วนที่เป็นของตน “ที่เก็บข้างนอกก็ให้เก็บต่อไป อย่านำกลับมารวมไว้ในเรือน” เสี่ยวจู่ซึ่งกำลังเก็บตลับเปล่าเงยหน้าขึ้น
ตอนที่ 81 จับตา เสียงสวดต่ำ ๆ ดังสม่ำเสมออยู่ในโถง ศิษย์ทั้งห้านั่งหลับตาตามคำสอนของเหอซาง ซ่งหยางนั่งอยู่ริมสุด แผ่นหลังตรง ท่าทางสงบนิ่งกว่าผู้อื่น หวั่นถงมองผ่านช่องฉลุของฉากไม้ นางเพิ่งมีกำลังพอออกจากเรือนจึงให้ชิงยวนพามาถวายเครื่องหอมแล้วแวะดูการฝึก วันนี้นางมิได้เปิดจิตรับสิ่งใด เพียงเฝ้าดูอยู่เงียบ ๆ เมื่อศิษย์ด้านนอกเดินผ่านประตู ซ่งหยางกลับขยับปลายนิ้วแล้วลืมตาขึ้นนิดหนึ่ง สายตาเลื่อนไปยังทางเดินด้านในก่อนหลุบลง หวั่นถงจำได้ว่าเขาทำเช่นนี้แล้วสองครั้ง คนผู้นี้หูไว ลมหายใจมั่นคง มิคล้ายผู้เพิ่งเริ่มฝึกจิตทว่ายังสนใจเสียงคนเดินมากกว่าบทสวดตรงหน้า “ศิษย์ที่นั่งริมสุดชื่ออะไร” ชิงยวนตอบเสียงเบา “ซ่งหยางเจ้าค่ะ เหอซางบอกว่าเป็นคนขยัน เรียกใช้สิ่งใดก็คล่องแคล่ว” หวั่นถงพยักหน้ารับ มิได้กล่าวต่อ ครั้นดูจนจบ นางจึงกลับจวนโดยไม่เรียกเขามาพบ เสี่ยวจู่รอรับอยู่ในเรือนจันทร์ฉาย เห็นนางยังเดินไหวก็ผ่อนสีหน้าลงแล้วเลื่อนถ้วยน้ำอุ่นมาให้ “วันนี้ท่านไม่ได้ฝืนใช้อาคมใช่หรือไม่เจ้าคะ” “ข้าเพียงไปนั่งดู” “เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ กำลังเพิ่ง
ตอนที่ 80 ต้องบำรุงใหม่อีกครั้ง กลิ่นยาลอยขึ้นจากถ้วยที่เสี่ยวจู่ยกมาวาง หวั่นถงมองมันอยู่นานก่อนยอมรับมาดื่ม นางเพิ่งพักจนเริ่มมีกำลังขึ้นบ้าง เดิมคิดว่าอีกไม่กี่วันคงพอตั้งจิตตรวจอาคมที่ผูกไว้กับเสิ่นเยี่ยนเหิงได้แล้ว ผู้ใดจะคิดว่าต้องใช้พลังช่วยเหอซางในยามค่ำตามด้วยส่งวิญญาณเด็กในเช้าวันรุ่งขึ้น เรื่องถอนอาคมให้ชายหนุ่มคงต้องเลื่อนออกไปก่อน หวั่นถงถอนหายใจ นางยังไม่รู้แน่ว่าความผิดปกติของเขาเกิดจากมนต์เรียกจิตเพียงใดทว่าคาถานั้นเป็นสิ่งที่นางลงมือเอง ย่อมอดรู้สึกผิดไม่ได้ เขาต้องไปค่ายแต่เช้า กลับจวนแล้วยังมีอนุใหม่คอยปรนนิบัติส่วนเรือนใหญ่ก็ส่งของบำรุงไปให้ไม่ขาด หากอาคมของนางมีส่วนทำให้เขาว้าวุ่นจริง ปล่อยไว้เช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องดี นางวางถ้วยยาแล้วลองรวบรวมสมาธิ เพียงชั่วครู่ความหนักอึ้งก็แล่นขึ้นมาตรงขมับ หวั่นถงหยุดทันที ยามนี้แม้แต่ดูแลตนเองยังลำบาก จะไปคลายมนต์ที่ผูกไว้กับผู้อื่นได้อย่างไร เสี่ยวจู่เห็นนางยกมือกดขมับก็ขยับเข้ามาช่วยนวดเบา ๆ “วันนี้อย่าเพิ่งอ่านตำราเลยเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมน้ำแกงไว้แล้ว อีกครู่จะยกมาให้” “ข้าเพิ่งดื
ตอนที่ 27 แสดงงิ้วภายในห้องโถงเก่าของสำนักพรตที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปและแสงเทียนสลัว เหอซาง นั่งขัดสมาธิอยู่บนอาสนะ ดวงตาหลับพริ้มทันใดนั้น กระแสลมที่นิ่งสนิทกลับวูบไหวผ่านใบหู ความเย็นยะเยือกแล่นวูบขึ้นมาจนขนลุกซู่ ทว่ากลับไม่มีเสียงฝีเท้าหรือเงาใดๆ ปรากฏให้เห็น“นั่งนิ่งไว้... อย่าขยับดวงตา”เสีย
ตอนที่ 24 พรายเงา ภายในเรือนจันทร์ฉายที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำชาที่ถูกรินลงถ้วยสลับกับเสียงกระซิบรายงานของ ชิงยวน ที่บัดนี้กลายเป็นมือขวาผู้ภักดีที่สุดของหวั่นถงไปเสียแล้ว“เหอซางและลูกชายกำลังตื่นตระหนกเจ้าค่ะ พวกเขาเห็นอานุภาพยันต์ของท่านด้วยตาตนเองจนเริ่มกลัวว่าท่านจะไม่กลับไปหา ส่วนเงินที่ไ
ตอนที่ 15 ร่วมโต๊ะทว่าสำหรับนาง…เพียงสองครั้งของการปรนนิบัติ ก็กลับตั้งครรภ์ได้อย่างง่ายดายหากเอ่ยกันตามตรง วาสนานั้นย่อมไม่น้อยเลยทีเดียวแต่ครานี้เล่า…เมื่อเขากลับมาอีกครั้งนางจะยังมีโอกาสได้เข้าใกล้เขาเช่นเดิมหรือไม่หวั่นถงคิดไตร่ตรองอยู่ในใจอย่างรอบคอบนางเพิ่งคลอดบุตร ร่างกายยังไม่ฟื้นคืน
ตอนที่ 14 ต้อนรับเสียงรองเท้ากระทบพื้นค่อย ๆ ห่างหายไปตามระเบียงยาวบรรยากาศในห้องยังอบอวลด้วยกลิ่นกำยานเจือความร้อนรุ่มฝู่ผิงยังแต่งกายไม่เรียบร้อย เสื้อคลุมบางบนไหล่เลื่อนหลุดเล็กน้อยนางรีบยกชายแขนขึ้นประคองก่อนจะก้าวออกมาหาชิงยวนริมฝีปากของนางคลี่ยิ้มงดงาม“ทำให้น้องสาวต้องรอ… ข้ารู้สึกผิดยิ่







