แชร์

ตอนที่ 6 ยินดี

ผู้เขียน: ประดับดิน
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-31 18:23:22

หวั่นถงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบุตรชาย วันคืนผ่านไปอย่างเงียบสงบ นางแทบไม่สนใจสิ่งใดนอกจากลมหายใจเล็ก ๆ ในอ้อมแขนที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียว

ไม่กี่วันต่อมา สารจากชายแดนก็มาถึงเรือนจันทร์ฉาย

นามของคุณชายสามถูกเขียนด้วยลายมืออันหนักแน่นและทรงพลังบนกระดาษเนื้อดี

"เสิ่นรุ่ยเหิน"

หวั่นถงอ่านชื่อนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาด้วยความอิ่มเอมใจ "รุ่ยเอ๋อร์..."

เสียงของนางแผ่วเบาและอ่อนโยนราวกับกลัวจะปลุกเด็กน้อยให้ตื่นจากนิทรา ชิงยวนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ลอบสังเกตลายหมึกบนกระดาษก่อนจะเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม

"ชื่อที่คุณชายรองตั้งให้นับว่ามีความหมายลึกซึ้งนักเจ้าค่ะ ทั้งเป็นสิริมงคลและมั่นคงถาวร เห็นได้ชัดว่าท่านรองแม่ทัพให้ความใส่ใจคุณชายสามไม่น้อย ถึงขนาดพิถีพิถันเลือกอักษรด้วยตนเองเช่นนี้"

หวั่นถงฟังคำชมนั้นแล้วเพียงแต่ยิ้มรับเบาๆ ในใจรู้สึกยินดีอยู่บ้างที่บิดาของเด็กให้ความสำคัญ นางรู้ดีว่าในจวนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ความใส่ใจนี้อาจเป็นทั้งเกราะคุ้มกันและเป้านิ่งในเวลาเดียวกัน

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ของบำรุงและของขวัญแสดงไมตรีจากเรือนเล็กเรือนน้อยในจวนตระกูลเสิ่นก็ถูกส่งมาไม่ขาดสาย ทั้งรังนกชั้นเลิศ โสมพันปี และผ้าแพรเนื้อละเอียด หวั่นถงมองดูสิ่งเหล่านั้นด้วยสายตาราบเรียบ มิได้รู้สึกยินดีปรีดาเกินควร กลับมีความเหนื่อยใจแผ่วลึกซึมเข้ามาในอก ตระกูลเสิ่นแห่งนี้มีญาติพี่น้องไม่น้อยเลยจริงๆ และในจวนที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ทุกความเอ็นดูย่อมมาพร้อมกับสายตาจับจ้องที่มองไม่เห็น

ตอนนี้ รุ่ยเอ๋อร์ของนางนับว่าเป็นทายาทของตระกูลอย่างเต็มตัว แม้เสิ่นเยี่ยนเหิงจะยังมิได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป แต่ผู้ใดก็รู้ดีว่าเขามีสิทธิ์และบารมีไม่น้อยไปกว่าใคร ดังนั้นบุตรชายคนแรกของเขา ย่อมมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าที่ตาเห็น

หวั่นถงก้มมองเด็กน้อย ปลายนิ้วลูบแก้มอุ่นนุ่มอย่างแผ่วเบาพลางครุ่นคิด หากวันหนึ่งฮูหยินน้อยผู้นั้นเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา ตำแหน่งของรุ่ยเอ๋อร์จะไม่ใช่เพียงทายาทอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่ต้องถูกขจัดทิ้ง

ใบหน้าที่หลับสนิทและลมหายใจที่สม่ำเสมอไร้เดียงสานั้น ทำให้หัวใจของหวั่นถงอ่อนยวบลง นางค่อย ๆ ส่งเด็กน้อยให้แม่นมหลิว  "พาเขาไปนอนเถิด ดูแลให้ดี"

เมื่อเสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไปจนความเงียบกลับคืนมา หวั่นถงหลับตาลง  ตอนนี้มีเพียงชิงยวนกับเสี่ยวจู่เท่านั้น ซึ่งมันน้อยเกินไปหากจะยืนหยัดอย่างมั่นคงในจวนแม่ทัพเสิ่น นางจำเป็นต้องเพิ่มพลังเวทเพื่อขยายอำนาจการควบคุม แต่พลังเหล่านี้มิใช่สิ่งที่เร่งเร้าได้ ยิ่งรีบร้อนจะยิ่งย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง นางจึงค่อย ๆ วางมือบนหน้าตัก ตั้งจิตให้สงบและปล่อยให้ลมหายใจไหลเวียนอย่างเป็นจังหวะ

ขณะเดียวกันที่เรือนฟู่หย่า บรรยากาศกลับตึงเครียดจนน่าอึดอัด บ่าวไพร่ต่างทำสิ่งใดล้วนระมัดระวัง แม้แต่ฝีเท้ายังต้องเบาลง เพราะรู้กันดีว่าผู้เป็นนายในเรือนนี้อารมณ์ไม่สู้ดีนัก

อาถาน สาวใช้ข้างกายยืนอยู่ใกล้ ๆ เอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อน "ฮูหยินน้อยอย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ ถึงอย่างไรบุตรที่เกิดจากอนุจะสำคัญไปยิ่งกว่าบุตรที่เกิดจากฮูหยินเอกได้อย่างไร"

คำพูดนั้นคล้ายจะหวังดี แต่กลับไปสะกิดแผลใจของหลินจิงเจียวเข้าอย่างจัง นางหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นเสียงหัวใจที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "แล้วเจ้าจะให้ข้าตั้งครรภ์ได้อย่างไร"

นางเอ่ยเสียงต่ำพลางกำหมัดแน่น "ท่านรองแม่ทัพปีหนึ่งกลับจวนไม่กี่ครั้ง และแต่ละครั้งล้วนพักอยู่แต่เรือนอนุ"

อาถานนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเตือนนายสาวอย่างระมัดระวัง

“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ... หากท่านยังทรงแสดงสีหน้าหม่นหมองเช่นนี้บ่อยครั้ง บ่าวเกรงว่าคุณหนูใหญ่จะพลอยน้อยใจเอานะเจ้าคะ”

น้ำเสียงของสาวใช้สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความหวังดี เพราะนางรู้ซึ้งถึงความนัยที่ซ่อนอยู่ คุณหนูใหญ่ในวัยที่เริ่มรู้ความ ย่อมสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดของมารดา ความน้อยใจที่หยั่งรากลึกว่า มารดาเฝ้าถวิลหาบุตรชายที่ยังไม่มีวาสนาได้มาเกิด จนคล้ายกับว่าความรักที่มอบให้บุตรสาวเพียงคนเดียวที่มีอยู่นั้น ยังไม่เพียงพอจะเติมเต็มหัวใจของผู้เป็นแม่

หลินจิงเจียวชะงักไปทันที คำว่า “คุณหนูใหญ่” เปรียบเสมือนน้ำเย็นที่ราดรดลงบนกองเพลิงในอก นางมองเห็นภาพใบหน้าเล็ก ๆ ที่แฝงความหวาดระแวงและเรียกร้องความสนใจจากนาง

นางหลับตาลงชั่วครู่ สูดลมหายใจลึกเพื่อสะกดกลั้นความขมขื่น ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยสีหน้าที่กลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยและอ่อนโยนดั่งเดิม ราวกับคลื่นพายุเมื่อครู่ถูกกดลงใต้ผิวน้ำที่นิ่งสนิท

“ข้ารู้แล้ว” หลินจิงเจียวเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามีร่องรอยของความอ่อนล้าปนเปไปกับความดื้อรั้น “เจ้าออกไปเถอะ ข้าอยากอยู่ลำพัง”

อาถานโค้งกายรับคำและถอยออกจากเรือนไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้หลินจิงเจียวนั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางความสงัดอันเยือกเย็น นางเหลือบมองกระจกทองเหลือง เห็นเงาสตรีผู้สูงศักดิ์ที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ยกเว้นเพียงสิ่งเดียวที่นางปรารถนาที่สุดเพื่อความมั่นคงในฐานะสะใภ้เอกตระกูลเสิ่น

...นั่นคือบุตรชายที่นางยังไม่สามารถให้ได้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 73 ไม่รั้ง

    ตอนที่ 73 ไม่รั้งเสิ่นฮูหยินกำลังประคองชามยาอุ่น ๆ ให้มารดาสามี ทว่าคิ้วของนางกลับขมวดมุ่นเมื่อได้รับฟังรายงานจากบ่าวรับใช้เรื่องการมาเยือนของคนจากตระกูลหลินฮูหยินผู้เฒ่าที่แม้จะชราภาพและร่างกายทรุดโทรมลงไปบ้าง ทว่าดวงตายังคงแฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาด นางวางจอกชาลงช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“คนเราหากใจเขาไม่อยู่แล้ว... รั้งไปก็ไร้ประโยชน์”ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ย พลางปรายตาไปเหลนสาวตัวน้อยที่อยู่กับสาวใช้ไม่ไกล “ทว่าหรูเล่อเล่า เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร? นางคือเลือดเนื้อเชื้อไขตระกูลเสิ่น จะให้ตามมารดาไป หรือจะให้เติบโตที่นี่อย่างยากลำบาก”เสิ่นฮูหยินถอนหายใจยาว ความหนักใจฉายชัดบนใบหน้า “ตระกูลหลินเลือกมาในช่วงเวลาที่เยี่ยนเหิงไม่อยู่เช่นนี้ นับว่าจงใจให้พวกเราตัดสินใจลำบากนักเจ้าค่ะ หากเยี่ยนเหิงอยู่ที่นี่ เขาคงไม่ยอมให้ใครมาพรากบุตรสาวไปแน่ ทว่าข้าเกรงว่านางจะพาเล่อเอ๋อร์ไปด้วย”เสิ่นฮูหยินทอดสายตามองตามแผ่นหลังเล็กๆ ของหลานสาวที่เดินตามสาวใช้ไปหาผู้เป็นมารดา“เล่อเอ๋อร์อายุไม่น้อยแล้ว... ยามนี้นางเริ่มรู้ความ หากให้นางเป็นผู้ตัดสินใจเลือกทางเดินของตนเองย่อมเป็นเรื่องที่เหมาะสมท

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 72 หากเลือกได้

    ตอนที่ 72 หากเลือกได้ข่าวคราวเรื่องการตั้งสำนักคุ้มภัยของเสิ่นเยี่ยนเหิงเป็นหัวข้อหลักในเมืองหลวงเหล่าขุนนางต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความประหลาดใจ บ้างก็ชื่นชมในความแกร่งกร้าว บ้างก็เย้ยหยันว่าเป็นแม่ทัพตกอับจนต้องมาขายแรงงานยิ่งได้ยินว่าสตรีในตระกูลเสิ่นแม้แต่สะใภ้และอนุต่างก็ต้องมานั่งเคี่ยวชาด ปักผ้า และทำเครื่องประทินโฉมเพื่อหาเลี้ยงปากท้อง เสียงค่อนแคะก็ยิ่งดังหนาหูเสียงนินทาเหล่านั้นบาดลึกเข้าไปในศักดิ์ศรีของตระกูลหลิน ผู้เป็นตระกูลเดิมของหลินจิงเจียว สำหรับพวกเขาแล้ว แม้บุตรสาวที่แต่งออกไปจะเปรียบดั่งน้ำที่สาดออกไปแล้ว ทว่าน้ำถังนี้กลับไม่แห้งส่งกลิ่นไปทั่วในที่สุด ผู้นำตระกูลหลินก็ไม่อาจทนฟังคำถากถางได้อีกต่อไป จึงได้ส่งพ่อบ้านมาตระกูลหลิน พร้อมกับจดหมายและคำสั่งที่เย็นชาที่สุด“คุณหนูใหญ่ นายท่านให้ข้ามาแจ้งแก่ท่าน...”พ่อบ้านตระกูลหลินเอ่ยพลางปรายตาขยะแขยงมองสภาพเรือนไม้และกองผ้าปัก “สถานการณ์ของตระกูลเสิ่นยามนี้ไม่ต่างจากโคลนตม การที่ท่านมานั่งทำงานเยี่ยงบ่าวไพร่เช่นนี้ช่างเสื่อมเสียเกียรติยศนัก นายท่านจึงสั่งให้ท่าน ‘หย่าขาด’ จากเสิ่นเยี่ยนเหิงเสีย แล้วกลับไปกับข้า

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 71 งานเล็กน้อย

    ตอนที่ 71 งานเล็กน้อยเมื่อขบวนเกวียนเคลื่อนเข้าสู่ "หุบเขาอสรพิษ" จุดที่อันตรายที่สุดของเส้นทาง พ่อค้าเกวียนถึงกับสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง สายตาหวาดระแวงไปทุกพุ่มไม้ ทว่าเสิ่นเยี่ยนเหิงที่ควบม้าอยู่เคียงข้างกลับยังคงนั่งตัวตรงนิ่งสนิท แววตาคมกริบทอดมองไปเบื้องหน้าด้วยความสงบที่น่าเกรงขามทันใดนั้น เสียงหวีดหวิวของลูกธนูก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มโจรนับสามสิบคนที่ปิดล้อมทุกทิศทาง หัวหน้าโจรควบม้าออกมาพลางกวัดแกว่งดาบเล่มโต “ทิ้งของไว้ แล้วข้าจะเหลือหัวไว้ให้พวกเจ้าไปแจ้งข่าว!” โจรโฉดตะโกนก้องโจรสามคนพุ่งเข้าใส่เสิ่นเยี่ยนเหิงพร้อมกัน ชายหนุ่มเพียงเบี่ยงตัวหลบด้วยท่วงท่าที่ไหลลื่น เขาใช้เพียง "ฝักกระบี่" ในมือแทนอาวุธร้าย สะบัดกระแทกเข้าที่ข้อมือและจุดตายของศัตรูอย่างแม่นยำ ทุกจังหวะที่เขาเคลื่อนไหวดูสง่างามราวกับการร่ายรำ ทว่ารุนแรงจนโจรเหล่านั้นกระเด็นออกไปคนละทิศละทางโดยที่เขาไม่ได้ขยับขาออกจากโกลนม้าด้วยซ้ำโจรอีกคนเงื้อดาบฟันลงมาสุดแรง เสิ่นเยี่ยนเหิงเพียงยกฝักกระบี่ขึ้นรับ เสียงโลหะปะทะไม้ดังสนั่น ทว่าฝักกระบี่ไม้เลิศล้ำกลับไม่เป็นรอยแม้แต่น้อย เขาใช้แรงส่งนั้นพลิกข้อมือเพี

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 70 เปิดสำนัก

    ตอนที่ 70 เปิดสำนักทันทีที่หวั่นถงได้ยินสิ่งที่เสิ่นเยี่ยนเหิงบอก นางถึงกับชะงักงันจนแทบสำลักน้ำชาที่เพิ่งจิบเข้าไป ใบหน้าเนียนละเอียดปรากฏแววตระหนกที่หาได้ยากยิ่ง“ท่านกำลังบอกข้าว่าอย่างไรนะเจ้าคะ? ขออภัย...ข้าคงฟังไม่ชัด” นางถามย้ำ พลางรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าซับมุมปากอย่างรวดเร็ว“เจ้าฟังไม่ผิดหรอก... ข้าตั้งใจจะเปิดสำนักคุ้มภัยและสอนวรยุทธ์จริงๆ”ชายหนุ่มอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “และด้วยเหตุนี้ ข้าจึงต้องการเงินเพื่อกวาดซื้อที่ดินรอบนอกเพิ่มเติม”หวั่นถงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง สมองอันปราดเปรื่องของนางเริ่มประมวลผลตามแผนการของเขาอย่างรวดเร็ว “ท่านพี่... นี่ท่านกำลังคิดจะใช้สำนักคุ้มภัยเป็นฉากบังหน้า เพื่อซุ่มสร้าง ‘กองกำลังส่วนตัว’ ขึ้นมาใหม่ใช่ไหมเจ้าคะ?”เสิ่นเยี่ยนเหิงส่ายหน้าช้าๆ แววตาของเขาดูจริงจังเกินกว่าจะล้อเล่น “มิใช่เช่นนั้น ข้าตั้งใจจะเปิดสำนักคุ้มภัยและรับงานจ้างจริงๆ”หวั่นถงเห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของเขาเช่นนั้น จึงเลี่ยงที่จะโต้แย้งต่อ พลางเอ่ย “หากเป็นเรื่องเงินก้อนใหญ่ถึงขั้นซื้อที่ดิน ท่านพี่ควรไปปรึกษาท่านแม่จะเหมาะสมกว่าเจ้าค่ะ”“อ่า... เช่นนั้นหรือ”ชายหนุ่มรับคำเพียงส

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 69 งานปักผ้า

    ตอนที่ 69 งานปักผ้าภายในโถงเรือนไม้หลังใหม่ที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง จิงเจียวคลี่ผืนผ้าไหมเนื้อละเอียดออกเบื้องหน้าสมาชิกสตรีตระกูลเสิ่นทุกคน“นี่คือลายยันต์คุ้มภัยจากสำนักเมฆาเจ้าค่ะ” จิงเจียวเอ่ยขณะส่งผืนผ้าให้เสิ่นฮูหยินและเหล่าสตรีสายรองได้พิจารณาดูใกล้ ๆทุกคนต่างหยิบผ้าขึ้นมาส่งต่อกันและเพ่งมองก่อนจะพยักหน้าให้แก่กัน “ลายปักนี้แม้จะดูขลังและซับซ้อนด้วยตัวอักขระ แต่ใช้เพียงด้ายสีเดียวปักเน้นเส้นสายให้คมชัด หากเทียบกับลายปักหงส์มังกรที่พวกเราเคยทำในจวนเก่า งานนี้ก็นับว่าไม่เกินกำลังนักเจ้าค่ะ” สตรีสายรองคนหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจเมื่อเห็นว่าทุกคนมีกำลังใจ จิงเจียวจึงอาสาจัดการขั้นต่อไปทันที “เพื่อให้งานเดินไวและไม่มีผู้ใดปักผิดเพี้ยน ข้าจะวาดภาพยันต์ต้นแบบลงบนกระดาษร่างให้พวกท่านนำไปวางทาบบนผ้าได้ง่ายขึ้นเองเจ้าค่ะ”นางเริ่มลงมือจับพู่กัน วาดสัดส่วนของตัวอักขระและสัญลักษณ์เมฆาลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วและแม่นยำ แจกจ่ายให้แต่ละคนนำไปใช้ลอกลายลงบนผืนผ้าได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน จากนั้นจิงเจียวจึงเริ่มแจกจ่ายพับผ้าไหมและเส้นด้ายที่ซื้อมาวันนี้“นี่คือผ้าและด้ายสำหรับชุดแรกเจ้าค่ะ ขอให้ทุกคนลง

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 68 งามกว่า

    ตอนที่ 68 งามกว่า “ท่านอาจารย์มีประสงค์จะสร้างเครื่องรางคุ้มภัยชุดใหม่ขึ้นมา ทว่ายันต์กระดาษนั้นชำรุดง่ายนัก ท่านจึงให้ข้ามาลองหารือว่า... พวกท่านพอจะช่วยปักลายยันต์เหล่านี้ลงบนถุงผ้าไหมได้หรือไม่?”จิงเจียวรับภาพวาดนั้นมาพินิจดูอย่างละเอียด นางคลี่กระดาษออกพลางพิจารณาเส้นสายของตัวอักขระและสัญลักษณ์มงคลที่ปรากฏแม้ลายเส้นจะดูขลังทว่าตัวลวดลายใช้ด้ายเพียงสีเดียว และมีจังหวะการลงเข็มที่ซ้ำไปมา“ลายนี้มิได้ยากเย็นอันใดเจ้าค่ะ” จิงเจียวเอ่ยพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ “การปักลายสีเดียวบนพื้นผ้าสีเดียวกันเช่นนี้ นับว่าเป็นงานง่ายสำหรับพวกเรานัก หากใช้ไหมเงาพิเศษปักให้ดูนูนเด่นขึ้นมา ยามต้องแสงจะดูคล้ายกับยันต์นั้นมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ เจ้าค่ะ”หวั่นถงลอบยิ้มในใจ แผนการของนางก้าวหน้าไปอีกขั้น หากเครื่องประทินโฉมคือการดึงดูดสตรีสูงศักดิ์ เครื่องรางคุ้มภัยที่ปักด้วยฝีมือตระกูลเสิ่นนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ดึงดูดเหล่าขุนนางและผู้มีอำนาจที่กำลังหวั่นเกรงในภัยการเมือง“หากพี่หญิงกล่าวว่าทำได้ ข้าก็เบาใจเจ้าค่ะ” หวั่นถงหันไปหาศิษย์ของเหอซาง “ฝากเรียนท่านอาจารย์ด้วยว่า งานปักนี้จะถูกทำขึ้นด้วยความประณีตที่

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 45 สูญวิญญาณ

    ตอนที่ 45 สูญวิญญาณ เหอซางชะงักงัน หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ เขามองสลับระหว่างความว่างเปล่าที่เหอฉีบอก กับร่างเด็กชายที่เขายังคงเห็นนั่งอยู่อย่างชัดเจน ทันใดนั้น เด็กคนนั้นก็ค่อยๆ หันหน้ามามองเหอซาง...ดวงตาของเด็กน้อยมืดมิดไร้ตาขาวก่อนจะอ้าปากคล้ายจะสื่อสารบางอย่างแต่กลับมีเพียงควันสี

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 43 หรือจะไม่ได้ผล

    ตอนที่ 43 หรือจะไม่ได้ผลหวั่นถงนิ่งงันไปครู่ใหญ่หลังจากฟังคำรายงานของชิงยวน นางมองดูใบหน้าหลับปุ๋ยของบุตรชายวัยสี่เดือนที่นอนอยู่ในอ้อมแขน พลางใช้ความคิดอย่างหนัก“เขามองเห็นได้เองงั้นหรือ...”หวั่นถงพึมพำ น้ำเสียงแฝงความหนักใจอย่างปิดไม่มิด “วิชาที่ข้าเรียนมา การมองเห็นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ หากด

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 42 ไม่คาดฝัน

    ตอนที่ 42 ไม่คาดฝัน หลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นผ่านพ้นไปหลายวันหวั่นถงอาศัยช่วงเวลาที่เรือนจันทร์ฉายสงบเงียบเรียก ชิงยวน และ เสี่ยวจู๋ ข้ามาในห้องลับเพื่อถ่ายทอดวิชา‘อาคมส่งวิญญาณ’ อย่างจริงจังนางสอนด้วยวาจาและเน้นย้ำถึงการใช้สมาธิเพื่อเป็นทางผ่านให้ผลบุญไปถึงผู้ล่วงลับ โดยมุ่งหวังให้ชิ

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 41 ส่งเสริม

    ตอนที่ 41 ส่งเสริมท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามบ่ายที่สาดส่องลงมายังทางเดินหินอ่อนที่เชื่อมระหว่างเรือน อนุห้าและอนุหก กำลังเดินนวยนาดพลางสนทนาเรื่องวาสนาบารมีกันอย่างออกรสทว่าจังหวะนั้นเอง ร่างบางของหวั่นถง ในชุดสีฟ้าซีดดูสะอาดตาก็เดินผ่านมาพร้อมกับ ชิงยวนและเสี่ยวจู่ นางก้าวเดินอย่างช้าๆ ท่าทางดูอ่อนแร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status