Share

ตอนที่1

last update Last Updated: 2025-11-10 14:46:34

ตอนที่ 1||สองมังกรหาลือ

ต้นยามซวีลมหนาวจากทิศเหนือพัดกรูเข้าสู่มหานครฉงชิ่ง อาณาจักรต้าเว่ย เป็นสัญญาณบอกว่าฤดูหนาวกำลังมาเยือนอีกครา...

ใต้แสงโคมแดงที่ไหวระริกในตำหนักจื่อเฉินในวังหลวงส่วนหน้า จนบังเกิดเงาสะท้อนบนผนังเป็นภาพแกะสลักแล่นไหวราวกับสัตว์เทพเหล่านั้นกำลังขยับเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวา

ภายในโถงกว้างของตำหนักบัดนี้กลับไร้เสียงผู้คน ขันทีและมหาดเล็กถูกขับออกไปหมดสิ้นโดยเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้ มังกรผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน บรรยากาศจึงสงบและเป็นส่วนตัว

ในห้องในยามนี้มีสองร่างที่นั่งเผชิญหน้ากันบนเก้าอี้ไม้สลักมังกร ตรงกลางคือโต๊ะไม้แกะสลักมังกรคาบลูกแก้วสวรรค์ กลางโต๊ะมีป้านน้ำชาวางอยู่ ผู้หนึ่งวัยราวสามสิบตอนปลาย อีกผู้ราวหกสิบปี

ทั้งสองบุรุษ จะเป็นใครไปได้หากมิใช่ เฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้ ‘จ้าวเจิ้งหรง’ และพระบิดาของเขา ‘จ้าวเหยียนจ้ง’ ไท่ซ่างหวง เอกบุรุษผู้เป็นใหญ่ยิ่งกว่าฮ่องเต้ ทั้งสองขณะนี้กำลังนั่งเผชิญหน้าโดยมีชุดป้านน้ำชากับกระดานหมากล้อมอยู่ตรงกลาง

แม้เหยียนจ้งจะล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา แต่ดวงเนตรยังคมกริบราวเหยี่ยวเฒ่า แฝงอำนาจที่ทำให้แม้แต่โอรสอย่างเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้ยังต้องสำรวมกิริยายามอยู่ต่อหน้า ความเงียบหนักหน่วงเกาะกุมบรรยากาศอยู่ชั่วขณะ ก่อนไท่ซ่างหวงจะเอ่ยขึ้นด้วยสุรเสียงจริงจัง เต็มไปด้วยความกังวลและหนักใจ จนเขาต้องเสด็จมาพบบุตรชายในราตรีนี้

“ฮ่องเต้ ช่วงนี้เจ้าคงได้ยินข่าวลือจากหนานจิ้งมาบ้างกระมัง”

เฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้เหลือบตามองบิดาที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามด้วยสายตายำเกรงถึงเจ็ดส่วน “เรื่องของจ้านเอ๋อหรือพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

“ยังจะเป็นเรื่องใดไปได้อีก หากไม่ใช่เรื่องจ้านเอ๋อกับหมอหญิงผู้นั้น”

เฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้เม้มพระโอษฐ์แน่นอยู่ชั่วอึดใจหลังฟังคำกล่าวของไท่ซ่างหวงพระหัตถ์กำแนบเข่าอย่างใช้ ความคิด เพราะเขาเองก็ได้ยินมาไม่ต่างกัน

“เจียงเพ่ยหยูผู้นี้แต่เดิมข้ายังคิดว่านางจะเจียมตัวให้มากหน่อย ที่ไหนได้ผ่านไปสามปีสตรีนางนี้กับคิดการใหญ่หวังสูงเกินไปแล้ว”

ข่าวลือหนาหูช่วงนี้ก็ไม่มีอันใดมากเป็นเรื่องของไท่จื่อกับหมอหลวงหญิงเจียงที่มีใจ"ปฏิพัทธ์"จนคนทั้งใต้หล้ากล่าวขวัญ ต้นเหตุคงเป็นเมื่อห้าเดือนก่อนต้นฤดูฝนแคว้นหนานจิ้งหนึ่งในห้าแคว้นใหญ่ของต้าเว่ย เกิดน้ำท่วมใหญ่ พอน้ำลดจึงเกิดโรคระบาด

ไท่จื่อ ‘จ้าวเฉินจ้าน’ เขาเก่งกาจวิชาแพทย์มาตั้งแต่หกขวบบัดนี้เขาอายุยี่สิบสามย่อมเชี่ยวชาญความรู้อยู่ในขั้นปรมาจารย์การแพทย์มาสามปีจึงอาษานำคณะหมอหลวงกับยาสมุนไพรพร้อมเสบียงไปช่วยบรรเทาทุกข์เมื่อสามเดือนก่อนเป็นชุดแรก

พอสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเดือนก่อนระหว่างตรวจรักษาคนป่วย มิคาดไท่จื่อเฉินจ้านกลับถูกงูพิษกัดซึ่งพอดีกับวันนั้นมีหมอหลวงหญิงเจียงเพ่ยหยูติดตามมาด้วย นางไม่เชี่ยวชาญด้านโรคระบาด แต่กลับรอบรู้ด้านพิษงู วันนั้นหากไม่มีนาง จ้าวเฉินจ้านคงได้หวนคืนสวรรค์ไปพบบิดามารดาของเขาแล้ว ทำให้หลังผ่านความตาย ไท่จื่อหนุ่มจึงสนิทสนมกับเจียงเพ่ยหยูจนมีข่าวลือมาถึงฉงชิ่งได้หลายวันแล้ว

“สตรีนางนั้นเป็นสายเลือดกบฏแม้แต่ฐาณะสตรีอุ่นเตียงยังเป็นมิได้เจ้าคงถ่องแท้กระมังฮ่องเต้”

ขณะกล่าวแววตาของไท่ซ่างหวงหรี่ลงทีละน้อย ส่วนเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้เองฟังจบเขาพลันถอนหายใจ

“หม่อมฉันเองก็ได้ข่าวมาเช่นกัน ความจริงตั้งแต่ที่เมืองหลวง เพ่ยหยูผู้นั้นก็พยายามจะเข้าหาจ้านเอ๋ออยู่ตลอด แต่ฟังว่าคราวนี้นางทำสำเร็จเสียแล้ว เป็นความผิดของลูกเองเสด็จพ่อ”

ทั้งสองต่างรู้…ที่แท้หญิงนางนั้นหาใช่ ‘เจียงเพ่ยหยู’ หากคือ ฮั่วเพ่ยหยู บุตรีตระกูลฮั่วขุนนางกบฏที่ถูกประหารล้างโคตรเมื่อสามปีก่อน วันนั้นหากมิใช่เพราะเจียงกุ้ยเฟยร่ำไห้ขอชีวิตหลานสาว อีกทั้งเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้กำลังลุ่มหลงรูปโฉมของเจียงกุ้ยเฟยจนใจอ่อน หัวของเด็กสาวคนนั้นคงหลุดจากบ่าไปนานแล้ว และเพราะกำลังลุ่มหลงท้ายที่สุดจึงอนุญาตให้นางเปลี่ยนแซ่ โยนไปอยู่ในความอุปการะของเจียงกุ้ยเฟยที่ตำหนักหลิงอวี่ในใครจะคิดสองปีต่อมานางจะกลายเป็นหมอหญิงและคอยแต่จะติดตามจ้าวเฉินจ้านไท่จื่อไปไกลถึงหนานจิ้งเช่นนี้ ผิดนี้คงมีแต่เขาที่ต้องรับเอาไว้

“หึ…” ไท่ซ่างหวงแค่นเสียงต่ำ สีพระพักตร์มืดหม่นทันควัน

“สกุลฮั่ว…คือเสี้ยนหนามในหัวใจของพวกเราสกุลจ้าว พวกมันสมคบคิดกับฝ่ายศัตรูเช่นเผ่าซยงหนูจนเราเกือบเสียดินแดนแคว่นตงเว่ยไปประหารล้างทั้งตระกูลข้ายังคิดว่าน้อยไปแต่ที่น่าเจ็บใจคือเรายังหาพรรคพวกของที่เหลือไม่พบ”

ไท่ซ่างหวงเว้นจังหวะยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบก่อนจะวางแล้วกล่าวต่อเสียงเนิบช้า “ดังนั้นมิใช่ความผิดของเขาที่ใจอ่อนยอมตามคำร้องเจียงกุ้ยเฟยไว้ชีวิตนางเด็กสาวผู้นั้น”

“เสด็จพ่อหมายความว่า...” เฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้คาดไม่ถึงว่าบิดาตนเองจะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ไว้ชีวิตบุตรสาวคนสุดท้ายของสกุลฮั่ว

“เจ้าเข้าใจถูกแล้วฮ่องเต้เป็นข้าที่ละเว้นนางเพราะคิดว่าเพ่ยหยูอาจนำพาคนของพวกเราสืบไปถึงสกุลที่ร่วมมือกับสกุลฮั่วในเมืองหลวงมิเช่นนั้นนางคงหัวหลุดไปแล้ว ทว่าดูสิ ขนาดข้าคิดรอบคอบคราวนี้กลับยังเดินหมากผิดไปก้าวหนึ่งนางเหิมเกริมคิดปีนเตียงอาจ้านของพวกเราแล้ว”

ฟังจบเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเปลวไฟที่โยกสั่น พระโอษฐ์เม้มแน่นอย่างไม่คิดไม่ตกตลอดเขารู้ว่าบิดาฉลาดล้ำลึก แต่มิคาดคราวนี้แม้แต่บิดาของเขายังเสียทีเจียงเพ่ยหยู หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้นั้น เช่นนี้หลานชายจิตใจดีเช่นจ้าวเฉินจ้านยังจะไม่ตกหลุมพรางของนางได้หรือ?

“สองปีที่ผ่านมา ลูกเองก็ให้คนเฝ้าสังเกตนางเช่นกัน หากกลับไม่เคยพบเล่ห์เหลี่ยมหรือมารยาร้าย มิคาดเลยว่าเพ่ยหยูจะทะเยอทะยานใฝ่สูงหมายปองทายาทรุ่นต่อไปของต้าเว่ย”

“เจ้าแน่ใจหรือฮ่องเต้” ไท่ซ่างหวงถามแล้วหรี่ดวงตาลงสามส่วน ขณะที่มือแกร่งยกถ้วยน้ำชาขึ้นเป่าไล่ไอร้อน

“เอ่อ...”

จ้าวเจิ้งหรงมิอาจกล่าวออกมาแม้แต่ประโยคเดียวเพราะคิดได้ถึงเหตุการณ์สองสามครั้งเมื่อปีก่อนดูเหมือนบังเอิญจนเขาไม่ทันเอะใจ แต่พอบิดาเอ่ยให้เขาคิดจ้าวเจิ้งหรงจึงค่อยคิดได้ คล้ายกับเจียงเพ่ยหยูจะพยายามเขาหาเขา แต่เพราะเขาไม่ได้คิดอะไรกับนางและพอดีกับปีก่อนเขาและบิดาได้สถาปนาให้จ้าวเฉินจ้านขึ้นเป็นองค์ไท่จื่อตามสัญญาที่เคยให้กับอดีตไท่จื่อคนเก่าผู้เป็นบิดาของเฉินจ้านและพี่ชายของเขาว่าพอเฉินจ้านอายุเต็มยี่สิบสองเขาจะแต่งตั้งหลานชายคนนี้เป็นองค์รัชทายาทของต้าเว่ย

เนื่องจากเดิมทีเขาเป็นองค์ชายรองต่อไปหลังเปลี่ยนแผ่นดินย่อมมีฐานะต้องเป็นชินอ๋อง ส่วนพี่ชายของเขา ‘จ้าวจื่อฉี’ องค์ชายใหญ่นั้นพออายุเต็มสิบหกก็ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นไท่จื่อ อนาคตแน่นอนคือฮ่องเต้พระองค์ต่อไป แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันมักเกิดขึ้น หลังจ้าวเฉินจ้าน เกิดได้สามวันมารดาของเขาก็จากไป พอสามขวบ ในเทศกาลเพราะปลูกเกิดเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ หยวนตี้ฮ่องเต้หรือก็คือไท่ซ่างหวงบิดาของเขาขณะนี้ ไท่จื่อจ้าวจื่อฉีเอาตนเองรับธนูเหลือบยาพิษแทนพระบิดา

ก่อนเขาสิ้นใจสิ่งเดียวที่พี่ชายของเขาต้องการก็คือ ต่อไปเฉินจ้านต้องได้เป็นฮ่องเต้ เขาและหยวนตี้ฮ่องเต้รับปาก ไท่จื่อก็สิ้นใจทันที หลังจากพิธีพระศพ หยวนตี้ฮ่องเต้สละราชบัลลังก์ ยกให้เขาสืบต่อเป็นเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้ ซึ่งเขาและบิดามีสัญญาใจกันเงียบๆ นับจากนั้น โดยที่ไม่มีใครรู้ จนเมื่อหนึ่งปีก่อนเพราะอยากปกป้องจ้าวเฉินจ้านจากพวกคิดไม่ซื่อ

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง” เฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้คิดตกจึงค่อยกล่าวออกมาสองสามประโยคก่อนจะแค่นหัวเราะเสียงเย็น

“คราวแรกนางพุ่งเป้าหมายเป็นเจ้า แต่พอเห็นว่าอาจ้านมีทั้งเจ้าและข้าหนุนหลังแถมอาจ้านจิตใจดีและอ่อนโยนคงชักจูงง่ายเพ่ยหยูจึงเปลี่ยนเป้าหมาย”

ไท่ซ่างหวง กล่าวออกมาให้เฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้ยิ่งมองเจียงเพ่ยหยูถ่องแท้ขึ้น หลายปีมานี้บุตรชายของเขาคนนี้ยังมองมารยาสตรีไม่กระจ่าง

“ฮ่องเต้เจ้ารู้หรือไม่ สิ่งที่น่าหวั่นเกรงที่สุดมิใช่ศัตรูภายนอกเท่านั้น แต่คือสตรีในวังหลังเองก็มิธรรมดา หากวันใดเจียงเพ่ยหยูครองหัวใจอาจ้านได้หมดจดนั่นย่อมหมายถึงหายนะของราชสกุลจ้าวของพวกเรามิภัยร้ายแล้ว”

หลังไท่ซ่างหวงกล่าวจบบรรยากาศภายในห้องยิ่งหนักอึ้งและเย็นยะเยือก ทั้งสองพ่อลูกสบตากัน เงียบงันชั่วอึดใจ ทว่ามีความเข้าใจลึกซึ้งที่มิจำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย

“เช่นนั้นพวกเราสังหารนางทิ้งเสีย...” เจิ้งหรงเสนอวิธีเรียบง่ายแต่...

“ไฮ้!เจ้าอย่าใจร้อน หากคิดสังหารนางข้าทำไปนานแล้ว เจ้าไม่อยากรู้ถึงผู้อยู่เบื้องหลังพรรคพวกสกุลฮั่วที่เรายังหาไม่พบหรือ สามปีข้ารออย่างใจเย็นยอมให้หลายคนที่สมควรตายได้อยู่ เจ้ามองไม่ออกหรือ”

“นี่หมายความว่า...” จ้าวเจิ้งหรงปีนี้เขาสามสิบหก แต่กลับตามบิดาวัยหกสิบปีได้ทันสักครั้ง ก็มิอาจทราบได้ว่าหากเขาขาดไท่ซ่างหวงราชบัลลังก์นั่งอยู่จะมั่นคงเช่นนี้ไหม

“ที่ข้าไม่ขัดขวางที่เจ้ามอบตำแหน่งกุ้ยเฟยให้เจียงหนิงเมื่อสี่ปีก่อน ก็เพราะข้าสงสัยสกุลเจียง ทว่ากลับไม่มีหลักฐาน ดังนั้นชีวิตของเจียงเพ่ยหยูฆ่าตอนนี้ไม่ได้เด็กคนนี้อาจเป็นกุญแจดอกสำคัญ”

จ้าวเจิ้งหรงนิ่งฟังและคิดตามที่บิดาแนะนำทุกคำ เขาก็เป็นเช่นนี้ ไม่เท่าทันคนเช่นพระบิดา หรือพี่ชายที่ตายจากไป ทว่าพระบิดากลับเลือกเขาสืบราชบัลลังก์แทนที่จะเป็นน้องชายของเขาอีกคน และจนถึงวันนี้เขาเองก็ไม่เข้าใจความคิดของพระบิดาอีกแล้ว

แต่ท้ายที่สุดเขาทำเพียงนิ่งฟัง ไท่ซ่างหวงก็เปล่งสุรเสียงกังวานเด็ดขาด “แต่ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะยอมให้นางแต่งกับอาจ้านไม่ได้อันขาดแม้แต่เป็นสตรีอุ่นเตียงสตรีบำเรอยิ่งไม่ควร!”

ฮ่องเต้จ้าวเจิ้งหรงก้มศีรษะลงเห็นด้วยกับบิดาอย่างเคร่งขรึม ดวงเนตรเต็มไปด้วยความกังวลและหนักใจเพราะข่าวลือนี้ดูคล้ายจะเป็นจริงหลายส่วน

“เช่นนั้นลูกจะส่งม้าเร็วไปตามตัวจ้านเอ๋อกลับ ฉงชิ่งทันที เพราะบัดนี้สถานการณ์ทางหนานจิ้งก็สงบลงแล้ว”

“ดี ในเมื่อนางคิดจะปีนเตียงไท่จื่อ หวังตำแหน่งไท่จื่อเฟย เช่นนั้นข้าก็จะไม่ให้นางสมหวัง สกุลเจียงเคยอยากได้ตำแหน่งฮองเฮาผิดหวังอย่างไร วันนี้และวันหน้าก็จะผิดหวังตลอดไป”

“เสด็จพ่อหมายความว่าจะให้จ้านเอ๋อแต่งงานหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ถูกต้อง ปีนี้อาจ้านยี่สิบสามปีแล้ว เขาเป็นไท่จื่อมาครบหนึ่งปี เรือนหลังตำหนักบูรพาว่างเปล่ามาโดยตลอดเพราะเขาทุ่มเทกับวิชาการแพทย์ บัดนี้สมควรมีนายหญิงได้แล้ว”

“เช่นนั้นลูกขอบังอาจถาม เสด็จพ่อหมายตาบุตรสาวสกุลใดเอาไว้ให้จ้านเอ๋อพ่ะย่ะค่ะ”

“ย่อมต้องเป็นสตรีดี เก่งกาจ ฉลาด และปกป้องหลานชายของพวกเราได้”

“...” จ้าวเจิ้งหรงถึงกับพูดไม่ออก เพราะไม่ทราบว่าพระบิดาของตนเองจะแต่งภรรยาให้หลานชายหรือหาองครักษ์เงามาปกป้องเขากันแน่

“อย่าคิดมากเลย เจ้าไม่เชื่อสายตาของเสด็จพ่อคนนี้หรือ การเลือกสะใภ้จะลูกหรือหลานสะใภ้ข้าก็ไม่เคยเลือกผิด รับรอง นางเหมาะสมกับจ้านเอ๋อของพวกเราแน่ งดงามอ่อนหวาน แต่ไม่อ่อนแอ เฉลียวฉลาดแต่ไม่โอ้อวด เก่งกาจแต่ไม่เปิดเผยที่สำคัญ...นางเป็นพวกกัดไม่ปล่อย!”

ใต้แสงโคมแดงที่โอนเอนไปมา เงามืดของสองมังกรสองพ่อลูกทอดทาบลงบนพื้นหินเย็น เงานั้นดั่งตราประทับโชคชะตา ปิดตายเส้นทางรักของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งตั้งแต่ยังมิทันเริ่มต้น…

...แน่หรือ? ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่30

    ตอนที่30|| ขอข้าอ้อนเจ้าหน่อยนะเสียงโครมเพล้งจากกระโถนที่กระแทกพื้นยังไม่ทันจาง จ้าวเฉินจ้านก็สาวเท้าออกจากห้องรับรองแขกตามหลังคนพวกนั้นไปติด ๆ สีหน้าของไท่จื่อซีดขาวจากอาการเวียนหัวและอาเจียนจนเหนื่อย แต่แววตากลับคมกริบ ราวกับไฟใต้หิมะที่พร้อมเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่าน“ไสหัวไปให้พ้น!” เสียงสบถดังลั่นทางเดินยาวของตำหนักตงกง ก้องสะท้อนจนแม้แต่ฉากกั้นยังสั่นไหวนกกาพากันแตกฮือสวีเกากงที่กำลังเร่งฝีเท้าหนีไปพร้อมครอบครัวสะดุ้งเฮือก เท้าก้าวพลาดพลั้งสะดุดชายอาภรณ์ของตนเอง ร่างใหญ่เซถลา ก่อนจะหงายหลังล้มลงเสียงดังตุ้บ ศักดิ์ศรีเจิ้งกั๋วกงแตกกระจายต่อหน้าบ่าวไพร่และขันทีที่วิ่งแตกตื่น“ท่านพี่!” เจียงอี๋เหนียงร้องเสียงหลง รีบพุ่งเข้าไปประคอง แต่เพราะลนลาน มือกลับไปเกี่ยวชายเสื้อของสวีเผยเจียวเข้าอีก เด็กสาวกรีดร้องเบา ๆ ล้มลงนั่งกับพื้น ส่วนสวีกู้อวี้ถอยหลังชนเสา เกือบหงายตามไปอีกคนบ่าวไพร่ด้านหลังยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ต่างคนต่างวิ่ง จนฝุ่นตลบ ซวนเซ ล้มลุกคลุกคลาน หีบผ้าและกล่องยาที่หอบหิ้วมาหล่นกระจัดกระจาย กล่องไม้แตกเปิด กลิ่นสมุนไพรคลุ้งปนความตื่นตระหนก ไม่มีใครกล้าเหลียวกลับมาอีกสักนิด

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่29

    ตอนที่29||แผนของเจิ้งกั๋วกงล่มไม่เป็นท่าไม่นานข่าวว่า ไท่จื่อเฟยสวีตั้งครรภ์ ก็ลือกระฉ่อนไปทั่วฉ่งชิ่งรวดเร็วยิ่งกว่าลมหนาวพัดผ่านกำแพงวัง เพียงไม่ถึงชั่วยาม ข่าวดีก็กระจายออกไปจนทั่วให้ชาวบ้านร่วมยินดี กันถ้วนหน้าเรียกได้ว่าจ้าวเฉินจ้านกับหานเซียงยังไม่ทันได้ออกจากห้องบรรทมให้เรียบร้อย ข่าวมงคลก็ลือกระฉ่อน ดังนั้นหลังสองสามีภรรยาแต่งกายเรียบร้อยเตรียมออกมารับอาหารมื้อสายที่ห้องโถงส่วนหน้ายังไม่ทันได้นั่งบนเก้าอี้เรียบร้อยพลันเสียงขันทีหน้าห้องก็รายงานเสียงใสเข้ามา“เจียงเหลียงตี้ ขอเข้าเฝ้าเพื่อถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ”หานเซียงเลิกคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่มีความหมายเฉพาะผู้เป็นสามีเท่านั้นจะเข้าใจ ส่วนจ้าวเฉินจ้านก็เพียงขมวดคิ้ว ทว่าใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ไม่เผยอารมณ์ใดส่วนในใจของสองสามีภรรยาต่างคิดตรงกันว่าสตรีผู้นั้นช่างมาเร็วนักคิดว่านางไม่ใช่มาอวยพรหรอก คาดว่านางคงอยากมาดูให้เห็นกับตาเสียมากกว่าเฉินจ้านพยักหน้าให้ขันทีรับคนเข้าเฝ้า ท่าทีสงบนิ่งดังเดิม ทว่ามุมปากกลับซ่อนรอยยิ้มเย็น ๆ เอาไว้ อยากมาก็มาสิ เขาเองกำลังอยากดูงิ้วพอดีเจียงเพ่ยหยูปรากฏกายขึ้นในห้องด้

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่28

    ตอนที่28||นรกของหม่อมฉันเริ่มที่อารามเมี่ยวจิ่งมิผิดเลยที่สวีหานเซียงกล่าวว่าการขึ้นเขาไปอยู่อารามเมี่ยวจิ่งคือการเริ่มต้นเดิมสู่ขุมนรก!“ถึงอารามเมี่ยวจิ่งควรเป็นสถานที่สงบ เป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้สวดมนต์ ปล่อยวาง และหลบหนีความทุกข์จากโลกภายนอก แต่สำหรับหม่อมฉันกับท่านแม่กับบ่าวไพร่ที่ตัดตามขึ้นไปอีกเจ็ดชีวิตมันไม่ใช่เลย”อารามแห่งนี้ไม่เคยมีความสงบอยู่เลย ตั้งแต่คืนแรกที่นางกับมารดาถูกส่งมาที่นี่ เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบก็รับรู้ได้ทันทีว่าความเงียบในอารามมิใช่ความสงบ หากเป็นความเงียบที่กดทับ ราวกับมีเงามืดซ่อนตัวอยู่ทุกมุม พร้อมจะยื่นมือออกมาคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อแม้ยามกลางวันเหล่าแม่ชีกับเจ้าอารามจะวางตัวใจดีเป็นผู้ทรงศีลที่มากไปด้วยเมตตาจิตแทบทุกค่ำคืน มีเงาคนลอบเข้ามา เสียงฝีเท้าที่พยายามเบาที่สุดดังแผ่วอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ เสียงลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้แน่น กลิ่นคาวเลือดที่ไม่อาจกลบด้วยกลิ่นธูป กลิ่นนั้นลอยปะปนอยู่ในอากาศ ทำให้อารามซึ่งควรศักดิ์สิทธิ์ กลับแปดเปื้อนด้วยกลิ่นแห่งความตายหานเซียงมักสะดุ้งตื่นกลางดึก มือเล็ก ๆ ของนางควานหามือของมารดาที่มองไม่เห็น นางได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่27

    ตอนที่27||นิทานของหานเซียงภายในตำหนักเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ค่อย ๆ ประสานจังหวะกัน หลังจากความยินดีเรื่องบุตรค่อย ๆ จางหาย ความจริงอันหนักหน่วงก็คล้ายจะคืบคลานเข้ามาแทนที่เฉินจ้านเป็นฝ่ายนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ เขามองใบหน้าของภรรยาที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ดวงตาคู่นั้นสงบเกินไป สงบอย่างคนที่ผ่านเรื่องราวมากเกินวัย และสุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับหัวใจทั้งสองคน“เจ้ารู้นานเพียงใดแล้ว”หานเซียงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากโค้งยิ้มแผ่วเบา เป็นรอยยิ้มที่มิได้เจือการปกปิดหรือสำรวมเช่นทุกครั้ง และอาจเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดนับตั้งแต่นางแต่งเข้ามาเป็นชายาของเขาได้ครึ่งปี“ไม่นานเพคะ” นางตอบเสียงราบ “ราวสองเดือนเศษได้ อย่างที่ไท่จื่อทราบ บางค่ำคืนหม่อมฉันแอบออกไปด้านนอกบ่อยครั้ง ล้วนไปสืบเรื่องนี้”เฉินจ้านขมวดคิ้วเล็กน้อย ภาพค่ำคืนที่นางขอตัวออกไปเงียบ ๆ ผุดขึ้นในหัว เขาเคยคิดว่านางเพียงต้องการอิสระหรือหาความสงบ หรือไม่นางก็อาจออกไปยังค่ายฉงจื่อทว่าความจริงกลับหนักหนากว่านั้น“คงเป็นหลังจากที่ข้าเล่านิทานให้ฟังกระมัง เจ้าเลยออกสืบ” จ้าวเฉินจ้านไม่เคยคิดเลยว่าห

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่26

    ตอนที่26||ไท่จื่อทรงแพ้พระครรภ์ยามอิ๋นของวันหนึ่งในช่วงต้นฤดูฝน มหานครฉ่งชิ่ง เมืองหลวงต้าเว่ย ถูกปกคลุมอยู่ใต้ผืนฟ้าสีเทาหม่น อากาศมัวซัว ชื้นเย็น และอึมครึมราวกับกลั้นลมหายใจรอคอยบางสิ่ง ชาวเมืองส่วนใหญ่ต่างมองท้องฟ้าแล้วคิดคล้ายกันว่า อีกไม่นานฝนแรกของปีคงจะเทลงมาอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงพากันตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง รีบเร่งออกจากเรือน จัดเตรียมเครื่องมือเพาะปลูก คราด จอบ และเมล็ดพันธุ์กันอย่างคึกคัก เสียงฝีเท้า เสียงพูดคุย และเสียงเปิดประตูเรือนดังแว่วไปทั่วทั้งเมืองตรงกันข้ามกับความเคลื่อนไหวของชาวเมือง ภายในตำหนักตงกงกลับยังคงเงียบสงบ บ่าวไพร่ในตำหนักตื่นกันครบถ้วนตามระเบียบ บางคนทำความสะอาดลาน บางคนจัดเตรียมน้ำอุ่นและเครื่องใช้ยามเช้า ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบเช่นทุกวัน มีเพียงเจ้าของตำหนักกับภรรยาเท่านั้นที่ยังไม่ตื่นจากบรรทมทว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ใครแปลกใจอีกต่อไป ทุกคนในตำหนักล้วนคุ้นชินเสียแล้ว นับตั้งแต่ไท่จื่อจ้าวเฉินจ้านทรงแต่งไท่จื่อเฟยเข้าตำหนักมาครบหกเดือน การตื่นสายของไท่จื่อก็กลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีใครกล้าซักถามในสายตาของคนนอกที่มิใช่บ่าวรับใช้ใกล

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่25

    ตอนที่25||นิทานเรื่องที่สองของเฉินจ้าน“ผิดกับบุตรชายคนเล็ก”เฉินจ้านเว้นจังหวะเพียงอึดใจ ลมหายใจที่เป่ารดไรผมของนางอุ่นจัด ทว่าคำพูดที่กำลังจะเอ่ยกลับเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าอากาศยามดึก เสียงของเขาต่ำลงเล็กน้อย ราวกับเรื่องราวต่อจากนี้มิใช่นิทานสำหรับกล่อมคนหลับ หากเป็นความจริงที่หนักอึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรง ๆ โดยไม่ทิ้งรอยแผลในใจผู้ฟัง“ส่วนบุตรชายคนเล็กนั้น…มุทะลุดุดัน”คำว่า มุทะลุ หลุดออกมาจากริมฝีปากเขาอย่างเรียบเย็น ปราศจากการตำหนิหรือชิงชัง มิได้พยายามแก้ต่างหรือกล่าวโทษ เพียงบอกเล่าตามข้อเท็จจริงที่ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผู้คนทั้งแผ่นดินสวีหานเซียงฟังเพียงเท่านั้น หัวใจก็เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพราะฟังมาถึงตรงนี้ย่อมทราบทันทีที่ได้ยินว่าส่งใดเป็นสิ่งใดนิทานเรื่องนี้ มิได้เป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นมาของฮ่องเต้และบุตรชายสามคน หากคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในอดีตของไท่ซ่างหวง ผู้เป็นเสด็จปู่ของเฉินจ้าน เรื่องของอดีตไท่จื่อผู้เป็นบิดา และเรื่องของเสด็จอาทั้งสองพระองค์รวมถึง…ตัวเขาเองเมื่อคิดได้ดังนั้น หานเซียงก็ยิ่งตั้งใจฟัง นางขยับตัวเล็กน้อย ซุกตัวแนบชิดอกเขามากขึ้น ราวกับต้องก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status