Partager

ตอนที่1

last update Date de publication: 2025-11-10 14:46:34

ตอนที่ 1||มังกรมักซ่อนเขี้ยวเล็บ

ณ มหานครจิ่งเฉิง

ต้นยามซวีลมหนาวจากทิศเหนือพัดกรูเข้าสู่เมืองหลวงของอาณาจักรต้าเยี่ยน เป็นสัญญาณบอกว่าฤดูหนาวกำลังใกล้มาเยือนแล้ว กลิ่นบุปผาลอยกรุ่น ผสมหญ้าแห้งและฟางข้าวถูกเผา

ใต้แสงโคมแดงที่ไหวระริกในตำหนักหลงฉือในวังหลวงส่วนหน้าซึ่งเป็นที่ประทับขององค์จักรพรรดิ จนบังเกิดเงาสะท้อนบนผนังเป็นภาพแกะสลักแล่นไหวราวกับสัตว์เทพเหล่านั้นกำลังขยับเคลื่อนไหวดั่งมีชีวิตชีวา

ภายในโถงกว้างของตำหนักบัดนี้กลับไร้เสียงผู้คน ขันทีและมหาดเล็กถูกขับไล่ออกไปหมดสิ้นโดยเฟิ่งตี้ฮ่องเต้ มังกรผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินต้าเยี่ยนขณะนี้ บรรยากาศจึงสงบและเป็นส่วนตัว

ดังนั้นในยามนี้ภายในโถงกว้างจึงเหลือเพียงสองร่างที่นั่งเผชิญหน้ากันบนเก้าอี้ไม้สลักมังกร ตรงกลางคือโต๊ะไม้แกะสลักมังกรคาบลูกแก้วสวรรค์ นั้นมีป้านน้ำชาหยกเนื้อดีวางอยู่ ผู้หนึ่งวัยราวสามสิบตอนปลายใกล้สี่สิบ อีกผู้ราวหกสิบปีไม่เกินกว่านั้น

ทั้งสองบุรุษ จะเป็นใครไปได้หากมิใช่ เฟิ่งตี้ฮ่องเต้ 'จ้าวเจิ้งหรง'ผู้เป็นเจ้าของตำหนัก กับพระบิดาของเขา 'จ้าวเหยียนจ้ง' ไท่ซ่างหวง เอกบุรุษผู้เป็นใหญ่ยิ่งกว่าฮ่องเต้ ทั้งสองขณะนี้กำลังนั่งเผชิญหน้าโดยมีชุดป้านน้ำชากับกระดานหมากล้อมอยู่ตรงกลาง

แม้จ้าวเหยียนจ้งจะล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา แต่ดวงเนตรยังคมกริบราวเหยี่ยวเฒ่า แฝงอำนาจที่ทำให้แม้แต่โอรสอย่างเฟิ่งตี้ฮ่องเต้ยังต้องสำรวมกิริยายามอยู่ต่อหน้า ความเงียบเชียบจนบรรยากาศหนักหน่วงลอยตลบอบอวลอยู่ทั่วโถง ก่อนไท่ซ่างหวงจะเอ่ยขึ้นด้วยสุรเสียงจริงจัง เต็มไปด้วยความกังวลและหนักใจหลังได้ฟังข่าวลือที่หนาหูขึ้นทุกวัน

"ฮ่องเต้ ช่วงนี้เจ้าคงได้ยินข่าวลือจากแคว้นหนานเหิงมาบ้างกระมัง"

เฟิ่งตี้ฮ่องเต้เหลือบตามองบิดาที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามด้วยสายตายำเกรงถึงเจ็ดส่วน ดูขลาดเขลาไม่คล้ายฮ่องเต้แม้แต่น้อย แต่ยังดีที่เขาจะแสดงกิริยาเช่นนี้เฉพาะยามอยู่กับบิดาเพียงลำพังเท่านั้น

"เรื่องของจ้านเอ๋อหรือพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ" จ้าวเจิ้งหรงเอ่ยถามออกไปน้ำเสียงไม่มั่นคงด้วยเดาไม่ถูกว่าเป็นเรื่องนี้หรือไม่

"ยังจะเป็นเรื่องใดไปได้อีก หากไม่ใช่เรื่องอาจ้านกับหมอหญิงผู้นั้น" ผู้เป็นไท่ซ่างหวงตอบบุตรชายคนรองของตนออกไปน้ำเสียงสะบัดเล็กน้อยด้วยอารมณ์โทสะกรุ่นในอก

เฟิ่งตี้ฮ่องเต้เม้มพระโอษฐ์แน่นอยู่ชั่วอึดใจหลังฟังคำกล่าวของไท่ซ่างหวงพระหัตถ์กำแนบเข่าอย่างใช้ความคิด เพราะเขาเองก็ได้ยินมาไม่ต่างกัน

"เจียงเพ่ยหยูผู้นี้แต่เดิมข้ายังคิดว่านางจะเจียมตัวให้มากหน่อย ที่ไหนได้ผ่านไปสามปีสตรีนางนี้กลับคิดการใหญ่หวังสูงเกินไปแล้ว"

ข่าวลือหนาหูช่วงนี้ก็ไม่มีอันใดมากเป็นเรื่องของไท่จื่อจ้าวเฉินจ้านกับหมอหลวงหญิงเจียงเพ่ยหยูที่มีใจปฏิพัทธ์จนคนทั้งหนานเหิงกล่าวขวัญมาถึงจิ่งเฉิง ซึ่งต้นเหตุที่ทำให้ทั้งสองเกิดรักใคร่กันก็คงเป็นเมื่อเจ็ดเดือนก่อนหรือต้นฤดูฝนของแคว้นหนานเหิงหนึ่งในห้าแคว้นใหญ่ของต้าเยี่ยนแห่งนี้ เกิดน้ำท่วมอย่างหนักในรอบยี่สิบปี พอน้ำลดจึงเกิดโรคระบาด

ไท่จื่อ ‘จ้าวเฉินจ้าน’ นั้นชอบและศึกษาวิชาแพทย์มาตั้งแต่หกขวบพออายุสิบหกปีก็เชี่ยวชาญมีความรู้อยู่ในขั้นปรมาจารย์การแพทย์จนบัดนี้เขามีวัยยี่สิบเอ็ดปีย่อมเก่งกาจยากจะหาใครในต้าเยี่ยนเทียบชั้นได้จึงอาสานำคณะหมอหลวงกับยาสมุนไพรพร้อมเสบียงไปช่วยบรรเทาทุกข์เมื่อสี่เดือนก่อนเป็นชุดแรกในฐานะตัวแทนราชวงศ์

พอสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเมื่อสองเดือนก่อนระหว่างตรวจรักษาคนป่วย มิคาดไท่จื่อหนุ่มกลับถูกงูพิษกัดซึ่งพอดีกับวันนั้นมีหมอหลวงหญิงเจียงเพ่ยหยูติดตามมาด้วย นางไม่เชี่ยวชาญด้านโรคระบาด แต่กลับรอบรู้ด้านพิษงู วันนั้นหากไม่มีนาง จ้าวเฉินจ้านคงได้หวนคืนสวรรค์ไปพบหน้าบิดามารดาของเขาแล้ว ทำให้หลังผ่านความตาย ไท่จื่อหนุ่มจึงสนิทสนมกับเจียงเพ่ยหยูจนมีข่าวลือมาถึงหูของไท่ซ่างหวงผู้เป็นเสด็จปู่ได้หลายวันแล้ว

"สตรีนางนั้นเป็นสายเลือดกบฏแม้แต่ฐานะสตรีอุ่นเตียงของอาจ้านยังเป็นมิได้เจ้าคงถ่องแท้กระมังฮ่องเต้"

ขณะกล่าวแววตาของไท่ซ่างหวงหรี่ลงทีละน้อย ส่วนเฟิ่งตี้ฮ่องเต้เองฟังจบเขาพลันถอนหายใจเพราะอดีตของเจียงเพ่ยหยูเขาย่อมรู้ดีกว่าใคร

"หม่อมฉันเองก็ได้ข่าวมาเช่นกัน ความจริงตั้งแต่ที่เมืองหลวง เพ่ยหยูผู้นั้นก็พยายามจะเข้าหาจ้านเอ๋ออยู่ตลอด แต่ฟังว่าคราวนี้นางทำสำเร็จเสียแล้ว เป็นความผิดของลูกเองเสด็จพ่อ"

เพราะตลอดมาฮ่องเต้จ้าวเจิ้งหรงทราบดีถึงเบื้องหลังเบื้องหลังที่แท้ของ ‘เจียงเพ่ยหยู’ ว่าแท้จริงนางมิได้แซ่เจียงหากแต่เป็นแซ่ ‘ฮั่ว’ เพราะนางคือบุตรีตระกูลฮั่วขุนนางกบฏที่ถูกประหารล้างโคตรเมื่อสามปีก่อน วันนั้นหากมิใช่เพราะเจียงกุ้ยเฟยผู้เป็นท่านน้าของเพ่ยหยูมาร่ำไห้ขอชีวิตหลานสาวคนนี้เอาไว้ และด้วยขณะนั้นเฟิ่งตี้ฮ่องเต้กำลังลุ่มหลงรูปโฉมของเจียงกุ้ยเฟยจนใจอ่อน หัวของเด็กสาววัยสิบสี่ปีคนนั้นคงหลุดจากบ่าตามคนสกุลฮั่วไปนานแล้ว

ซึ่งหลังจากเขาไว้ชีวิตหลานสาวสายนอกของนางแล้วเจียงกุ้ยเฟยยังไม่พึงใจ เจียงกุ้ยเฟยยังมาทูลขอให้หลานสาวผู้นี้ใช้แซ่เดียวกับตนด้วยกำลังลุ่มหลงสตรีผู้นั้นท้ายที่สุดเขาก็ยอมอนุญาตให้หลานสาวนางเปลี่ยนแซ่และให้เจียงกุ้ยเฟยรับเจียงเพ่ยหยูเป็นบุตรสาวบุญธรรม พร้อมยอมให้เด็กสาวย้ายเข้าไปอยู่ในความอุปการะของเจียงกุ้ยเฟยที่ตำหนักหลิงอวี่

ที่เขาคาดไม่ถึงก็คืออีกสองปีต่อมานางจะกลายเป็นหมอหญิงและคอยแต่จะติดตามจ้าวเฉินจ้านหลานชายคนเดียวของเขาไปไกลถึงหนานเหิงเช่นนี้ ผิดนี้คงมีแต่เขาที่ต้องรับเอาไว้

"หึ…" ไท่ซ่างหวงแค่นเสียงต่ำ สีพระพักตร์มืดหม่นทันควัน เผยให้เห็นถึงความไม่พึงใจที่มีมากเพียงใด

"สกุลฮั่ว…คือเสี้ยนหนามในหัวใจของพวกเราสกุลจ้าว พวกมันสมคบคิดกับฝ่ายศัตรูเช่นเผ่าซยงหนูจนเราเกือบเสียดินแดนแคว้นตงเว่ยและเป่ยซวีไปประหารล้างทั้งตระกูลข้ายังคิดว่าน้อยไปแต่ที่น่าเจ็บใจคือเรายังหาพรรคพวกของที่เหลือไม่พบ"

ไท่ซ่างหวงเว้นจังหวะยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบก่อนจะวางแล้วกล่าวต่อเสียงเนิบช้า "แต่เดิมคราวที่เจ้าไว้ชีวิตนางในยามนั้นข้าจึงไม่ขวางเพราะคิดว่าเพ่ยหยูอาจจะนำไปสู่พรรคพวกเหล่านั้นมิคาดผ่านไปสามปีนางกลับคิดการใหญ่หวังปีนเตียงของอาจ้านข้าจึงไม่กล้าโทษว่าเป็นความผิดของเจ้าแต่ผู้เดียวหรอกฮ่องเต้"

"เสด็จพ่อหมายความว่า..."เฟิ่งตี้ฮ่องเต้คาดไม่ถึงว่าบิดาตนเองจะอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ไว้ชีวิตบุตรสาวคนสุดท้ายของสกุลฮั่วมิใช่ตน

"เจ้าเข้าใจถูกแล้วฮ่องเต้เป็นข้าที่ละเว้นนางเพราะคิดว่าเพ่ยหยูจะมีประโยชน์มากกว่าโทษ"

ฟังจบเฟิ่งตี้ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเปลวเทียน พระโอษฐ์เม้มแน่นอย่างไม่คิดไม่ตกตลอดเขารู้ว่าบิดาฉลาดล้ำลึก แต่มิคาดคราวนี้แม้แต่บิดาของเขายังเสียทีให้กับเจียงเพ่ยหยูสาวน้อยวัยสิบสี่ปีผู้นั้น เช่นนี้หลานชายจิตใจดีเช่นจ้าวเฉินจ้านยังจะไม่ตกหลุมพรางของนางได้หรือ? ...

แน่นอนว่าต้องใช่เช่นกัน...

"สามปีที่ผ่านมา ลูกเองก็ให้คนเฝ้าสังเกตนางเช่นกัน หากกลับไม่เคยพบเล่ห์เหลี่ยมหรือมารยาร้าย มิคาดเลยว่าเพ่ยหยูจะทะเยอทะยานใฝ่สูงหมายปองทายาทรุ่นต่อไปของต้าเยี่ยน"

"เจ้าแน่ใจหรือฮ่องเต้"ไท่ซ่างหวงถามแล้วหรี่ดวงตาลงสามส่วน ขณะที่มือแกร่งยกถ้วยน้ำชาขึ้นเป่าไล่ไอร้อน

"เอ่อ..."

จ้าวเจิ้งหรงมิอาจกล่าวออกมาแม้แต่ประโยคเดียวเพราะคิดได้ถึงเหตุการณ์หลายครั้งตลอดสามปีที่ผ่านมาดูเหมือนบังเอิญจนเขาไม่ทันเอะใจ แต่พอบิดาเอ่ยให้เขาคิดจ้าวเจิ้งหรงจึงค่อยคิดได้ คล้ายกับเจียงเพ่ยหยูจะพยายามเข้าหาเขา แต่เพราะเขาไม่ได้คิดอะไรกับนางและพอดีกับปีก่อนเขาและบิดาได้สถาปนาให้จ้าวเฉินจ้านขึ้นเป็นองค์ไท่จื่อตามสัญญาที่เคยให้กับอดีตไท่จื่อคนเก่าผู้เป็นบิดาของเฉินจ้านและพี่ชายของเขาว่าพอเฉินจ้านอายุเต็มยี่สิบปีเขาจะแต่งตั้งหลานชายคนนี้เป็นองค์รัชทายาทของต้าเยี่ยน

เนื่องจากเดิมทีเขาเป็นองค์ชายรองต่อไปหลังเปลี่ยนแผ่นดินย่อมมีฐานะต้องเป็นชินอ๋อง ส่วนพี่ชายของเขาเช่น ‘จ้าวเจิ้งหยาง’ องค์ชายใหญ่นั้นพออายุเต็มสิบแปดปีก็ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นไท่จื่อแล้ว อนาคตแน่นอนคือฮ่องเต้พระองค์ต่อไป แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันมักเกิดขึ้น หลังจ้าวเฉินจ้าน เกิดได้สามขวบมารดาของหลานชายคนโตของเขาก็จากไป พอเด็กชายห้าขวบ ในเทศกาลเพราะปลูกเกิดเหตุการณ์ลอบปลงพระชนม์ หยวนตี้ฮ่องเต้หรือก็คือไท่ซ่างหวงบิดาของเขาขณะนี้ ไท่จื่อจ้าวเจิ้งหยางเอาตนเองรับดาบอาบยาพิษแทนพระบิดา

ก่อนเขาสิ้นใจสิ่งเดียวที่พี่ชายของเฟิ่งตี้ฮ่องเต้ต้องการก็คือ ต่อไปเฉินจ้านต้องได้เป็นองค์ไท่จื่อในวัยยี่สิบปีแทนและเป็นฮ่องเต้ต่อไปในภายภาคหน้า เขาและหยวนตี้ฮ่องเต้จึงรับปาก ไท่จื่อเจิ้งหยางก็สิ้นใจทันที หลังจากพิธีฝังพระศพได้หนึ่งปี หยวนตี้ฮ่องเต้สละราชบัลลังก์ ยกให้เขาสืบต่อเป็นเฟิ่งตี้ฮ่องเต้

ซึ่งเขาและบิดามีสัญญาใจกันนับจากนั้นเป็นต้นมาว่าจะมีสตรีวังหลังกี่คนพวกนางตั้งครรภ์ได้แต่ห้ามให้กำเนิดบุตรชายเด็ดขาด โดยที่ไม่มีใครรู้ จนหลานชายอายุครบยี่สิบปีจึงมอบตำแหน่งรัชทายาทให้ไปเขาก็ไม่มีทั้งบุตรทั้งชายและหญิงเนื่องจากเขาทำใจสังหารสายเด็กทารกไม่ได้หากเกิดเป็นชาย

"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง" เฟิ่งตี้ฮ่องเต้คิดตกจึงค่อยกล่าวออกมาสองสามประโยคก่อนจะแค่นหัวเราะเสียงเย็นใบหน้าไม่เปลี่ยนสี

"คราวแรกนางพุ่งเป้าหมายเป็นเจ้า แต่พอเห็นว่าอาจ้านได้เป็นไท่จื่ออีกทั้งยังมีทั้งเจ้าและข้าหนุนหลังแถมอาจ้านจิตใจดีและอ่อนโยนคงชักจูงง่ายภายหน้ายังจะได้เป็นฮ่องเต้เพ่ยหยูจึงเปลี่ยนเป้าหมายเรื่องนี้ไม่โทษเจ้าเป็นข้าที่ประมาทเอง"

ไท่ซ่างหวงเหยียนจ้ง กล่าวออกมาให้เฟิ่งตี้ฮ่องเต้ยิ่งมองเจียงเพ่ยหยูถ่องแท้ขึ้น หลายปีมานี้บุตรชายของเขาคนนี้ยังมองมารยาสตรีไม่กระจ่างแถมยังเป็นคนจิตใจดีขี้สงสารไม่ต่างจากหลานชายคนโตนัก แต่จะโทษอีกฝ่ายคงไม่ได้บุตรชายของเขาผู้นี้แต่ไหนแต่ใดมาก็เป็นคนไม่ทันคนอยู่แล้ว ยังดีที่จ้าวเจิ้งหรงจิตรใจดีตนจึงยกราชบัลลังก์ให้ดูแลมาหลายปีรอจ้าวเฉินจ้านอายุครบยี่สิบห้าปี

"ฮ่องเต้เจ้ารู้หรือไม่ สิ่งที่น่าหวั่นเกรงที่สุดมิใช่ศัตรูภายนอกเท่านั้น แต่คือสตรีในวังหลังเองก็มิธรรมดา หากวันใดเจียงเพ่ยหยูครองหัวใจอาจ้านได้หมดจดนั่นย่อมหมายถึงหายนะของราชสกุลจ้าวของพวกเราแล้ว"

หลังไท่ซ่างหวงกล่าวจบบรรยากาศภายในห้องยิ่งหนักอึ้งและเย็นยะเยือก ทั้งสองพ่อลูกสบตากัน เงียบงันชั่วอึดใจ ทว่ามีความเข้าใจลึกซึ้งที่มิจำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยทั้งคู่เรียกว่าพวกเขาเป็นมังกรซ่อนเขี้ยวเล็บไม่ต่าง

"เช่นนั้นพวกเราสังหารนางทิ้งเสีย..." เจิ้งหรงเสนอวิธีเรียบง่ายแต่...

"ไฮ้!เจ้าอย่าใจร้อน หากคิดสังหารนางจริงข้าทำไปนานแล้ว เจ้าไม่อยากรู้ถึงผู้อยู่เบื้องหลังพรรคพวกสกุลฮั่วที่เรายังหาไม่พบหรือ สามปีข้ารออย่างใจเย็นยอมให้หลายคนที่สมควรตายได้อยู่ เจ้ามองไม่ออกหรือยิ่งสังหารนางผู้อยู่เบื้องหลังย่อมหวาดระแวงจนไม่กล้าเผยตัว"

"นี่หมายความว่า..." จ้าวเจิ้งหรงปีนี้เขาสามสิบเก้า แต่กลับตามบิดาวัยหกสิบปีได้ทันสักครั้ง ก็มิอาจทราบได้ว่าหากเขาขาดไท่ซ่างหวงราชบัลลังก์นั่งอยู่จะมั่นคงเช่นนี้ได้หรือไม่

"ที่ข้าไม่ขัดขวางที่เจ้ามอบตำแหน่งกุ้ยเฟยให้เจียงหนิงหนิงเมื่อห้าปีก่อน ก็เพราะข้าสงสัยสกุลเจียงทั้งสายหลักและรอง ทว่ากลับไม่มีหลักฐาน ดังนั้นชีวิตของเจียงเพ่ยหยูฆ่าตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะสตรีคนนี้อาจเป็นกุญแจดอกสำคัญ"

จ้าวเจิ้งหรงนิ่งฟังและคิดตามที่บิดาแนะนำทุกคำ เขาก็เป็นเช่นนี้ ไม่เท่าทันคนเช่นพระบิดา หรือพี่ชายที่ตายจากไป ทว่าพระบิดากลับเลือกเขาสืบราชบัลลังก์แทนที่จะเป็นน้องชายของเขาอีกคน และจนถึงวันนี้เขาเองก็ไม่เข้าใจความคิดของพระบิดาอีกเช่นเคย

แต่ท้ายที่สุดเขาทำเพียงนิ่งฟังมิกล้าออกความคิดเห็น ไท่ซ่างหวงก็เปล่งสุรเสียงกังวานเด็ดขาด “แต่ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะยอมให้นางแต่งกับอาจ้านไม่ได้อันขาดแม้แต่เป็นสตรีอุ่นเตียงหรือสตรีบำเรอยิ่งไม่ควร!”

ฮ่องเต้จ้าวเจิ้งหรงก้มศีรษะลงเห็นด้วยกับบิดาอย่างเคร่งขรึม ดวงเนตรเต็มไปด้วยความกังวลและหนักใจเพราะข่าวลือนี้ดูคล้ายจะเป็นจริงหลายส่วนเขาไม่มั่นใจเลยว่าจ้าวเฉินจ้านจะรักลึกซึ้งไปแล้วหรือไม่

"เช่นนั้นลูกจะส่งม้าเร็วไปตามตัวจ้านเอ๋อกลับจิ่งเฉิงทันที เพราะบัดนี้สถานการณ์ทางหนานเหิงก็สงบลงแล้ว" จ้าวเจิ้งหรงเสนอขึ้นเสียงนุ่มนวล

"ดี ในเมื่อนางคิดจะปีนเตียงไท่จื่อ หวังตำแหน่งไท่จื่อเฟย เช่นนั้นข้าก็จะไม่ให้นางสมหวัง สกุลเจียงเคยอยากได้ตำแหน่งฮองเฮาผิดหวังอย่างไร วันนี้และวันหน้าก็จะผิดหวังตลอดไป" จ้าวเหยียนจ้งกล่าวเสียงเหี้ยม

"เสด็จพ่อหมายความว่าจะให้จ้านเอ๋อแต่งงานหรือพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวเจิ้งหรงถามด้วยสีหน้ากังขายิ่งเพราะเขาไม่เคยทราบมาก่อนว่าบิดานั้นหมายตาสตรีใดเอาไว้เป็นหลานสะใภ้คนโต

"ถูกต้อง ปีนี้อาจ้านยี่สิบเอ็ดปีแล้ว เขาเป็นไท่จื่อมาครบหนึ่งปี เรือนหลังตำหนักบูรพาว่างเปล่ามาโดยตลอดเพราะเขาทุ่มเทกับวิชาการแพทย์เกินไป บัดนี้ตำหนักบูรพาสมควรมีนายหญิงได้แล้ว"

จ้าวเหยียนจ้งกล่าวแล้วยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบหนึ่งอึก กิริยานั้นเยือกเย็นนักแววตามังกรเฒ่าเปี่ยมไปด้วยความหวัง

"เช่นนั้นลูกขอบังอาจถาม เสด็จพ่อหมายตาบุตรสาวสกุลใดเอาไว้ให้จ้านเอ๋อพ่ะย่ะค่ะ"

"ย่อมต้องเป็นสตรีดี เก่งกาจ ฉลาด และปกป้องหลานชายของพวกเราได้"

"..." จ้าวเจิ้งหรงถึงกับพูดไม่ออก เพราะไม่ทราบว่าพระบิดาของตนเองจะแต่งภรรยาให้หลานชายหรือหาองครักษ์เงามาปกป้องเขากันแน่

"อย่าคิดมากเลย เจ้าไม่เชื่อสายตาของเสด็จพ่อคนนี้หรือ การเลือกลูกสะใภ้หรือหลานสะใภ้ข้าก็ไม่เคยเลือกผิด รับรอง นางเหมาะสมกับจ้านเอ๋อของพวกเราแน่ งดงามอ่อนหวาน แต่ไม่อ่อนแอ เฉลียวฉลาดแต่ไม่โอ้อวด เก่งกาจแต่ไม่เปิดเผยที่สำคัญ...นางเป็นพวกกัดไม่ปล่อย!"

ใต้แสงเทียนสว่างไสวที่โอนเอนไปมา เงามืดของสองมังกรสองพ่อลูกทอดทาบลงบนพื้นหินเย็น ที่ซุกซ่อนแผนของตนเอาไว้ในใจแตกต่างกันไป...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 54 จบ 2/2

    คือสามพ่อลูกสกุลเจียง เจียงพ่านสือ เจียงพ่านฉือ และเจียงเหม่ยลี่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนบิดาของนางก็ไม่ได้อยู่ในคุกหลวง แต่ถูกนำไปกักขังในบ้านนอกเมืองของซ่างกวนหานเซียงรอนางไป ‘จัดาร’ตามที่นางพึงใจ“แล้วจ้าวเจิ้งหรงเล่าเพคะ” นางอดจะถามถึงอดีตฮ่องเต้ที่สังหารบิดาและมารดาของสามีเสียบิดา“คนเช่นมันตายย่อมสบายเกินไป ข้าจะคุมขังมันให้ตายช้าๆ ในคุกหลวง ให้มันได้รู้ว่าข้าอยู่สุขสบายเพียงใด ปกครองบ้านเมืองให้ประชาชนรักขุนนางบูชา จนมันแค้นแสนสาหัส”“หึ! นี่จึงสมเป็นท่าน จ้าวเฉินจ้าน”“แล้วเจ้าเล่า?” เป็นจ้าวเฉินจ้านที่เอ่ยถามภรรยาบ้าง ขณะถามเขาก็ทอดสายตามองบุตรชายที่หลับอยู่บนเตียง“คง...ค่อยๆ แล่เนื้อ เลาะกรดูกพวกมันกระมังเพคะ” พี่ชายของนางตายศพไม่หวนคืน พวกมันก็ต้องเผชิญสิ่งเดียวกัน“แม้แต่บิดาของเจ้าก็ไม่มีละเว้นหรือ?”“แล้วเหตุใดหม่อมฉันต้องละเว้นมันด้วย”“ดี! นี่จึงสมเป็นซ่างกวนฮองเฮา”“ท่านไม่คิดว่าหม่อมฉันเหี้ยมโหดอกตัญญูหรือเพคะ?”“ไม่เคยคิด สวีเกากงสมควรโดนเช่นนี้นานแล้ว คนที่แม้แต่ลูกในไส้ยังสังหารได้ ความเป็นคนไม่มีนานแล้ว ว่าแต่...”จ้าวเฉินจ้านก้าวเข้าไปใกล้ซ่างกวนจนปลายเท้าของตนกับนาง

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 54 จบ 1/2

    ตอนที่ 54 || อวสานเฉินตี้ฮ่องเต้ทรงผินพระพักตร์ไปทางซ้าย ที่ซึ่งจ้าวเจิ้งอัน เป่ยฉีอ๋องยืนสงบนิ่ง เสื้อคลุมสีกรมท่าของฝ่ายบู๊พาดอยู่บนไหล่กว้างที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน ใบหน้าคมเข้มมีรอยแผลบางจางจากคมดาบในอดีต เขายืนตัวตรง สายตาแน่วแน่ แต่ไม่แสดงความทะเยอทะยานแม้แต่น้อย“เสด็จอาเล็กของเรา”พระสุรเสียงกังวานชัดในโถงกว้าง “ถูกใส่ร้ายจนต้องจากเมืองหลวงไปชายแดนเหนือนานถึงสิบเก้าปี ปกป้องแคว้นเป่ยซวีอันยากแค้นรับลมหนาวและคมดาบแทนราชสำนัก มิหนำซ้ำยังสูญเสียทั้งภรรยาและบุตรชายหญิง ไร้ทายาทสืบสกุล”ถ้อยคำแต่ละคำหนักแน่นเหมือนก้อนหินตกลงในสระนิ่ง เงียบงันแผ่ซ่านไปทั่วท้องพระโรง ขุนนางฝ่ายบุ๋นหลายคนก้มหน้าลง บางคนหลบสายตาอย่างรู้สึกผิดในใจ แม้ไม่ได้เป็นผู้ใส่ร้ายในวันนั้น แต่ก็ไม่มีผู้ใดยืนหยัดปกป้องเขาอดีตองค์ชายสามที่มีวัยเพียงยี่สิบเอ็ดปีเฉินตี้ฮ่องเต้ทรงลุกจากบัลลังก์มังกร การที่ฮ่องเต้เสด็จลงจากบัลลังก์ในท้องพระโรงเต็มไปด้วยความหมาย มันคือการลดช่องว่างแห่งอำนาจลงด้วยพระองค์เอง เสียงฝีพระบาทกระทบขั้นหินอ่อนทีละขั้น กังวานชัดเจนในความเงียบราวกับนับเวลาย้อนสู่อดีตจ้าวเจิ้งอันรีบก้าวออกมาค

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 53 2/2

    เสียงซิบซุบฮือฮาดังแผ่วเบาขึ้นทันทีหลังจบราชโองการ แม้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยท้วงชัดเจนแต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการตั้งแต่งคราวนี้เนื่องจากรู้สึกไม่ถูกต้องที่เด็กน้อยวัยเพียงหนึ่งขวบครึ่งจะขึ้นเป็นไท่จื่อของแผ่นดิน เนื่องจากเด็กวัยเท่านี้ล้วนยังมิพ้นอ้อมอกหมัวมัวด้วยซ้ำในอดีตไม่เคยมีมาก่อน สุดท้ายจึงเป็นเสนาบดีกรมกลาโหมที่ใจกล้าก้าวออกมาอย่างระมัดระวัง ประสานมือคารวะสูงแล้วเอ่ยทัดทาน“กราบทูลฝ่าบาท ตามแบบแผนโบราณ ไท่จื่อมักได้รับการสถาปนาเมื่อพระชนมายุครบสิบแปดหรือยี่สิบปี เพื่อแสดงถึงความพร้อมทั้งด้านร่างกายและปัญญา…”เฉินตี้ฮ่องเต้มองลงมายังท่านเจ้ากรมกลาโหมนิ่ง พระพักตร์สงบแต่สายตาคมกริบราวคมดาบพร้อมประหารคนได้ทั้งที่ปกติแล้วครั้งที่อีกฝ่ายเป็นหวงซุนจนถึงฐานะไท่จื่อจ้าวเฉินจ้านกิริยานั้นสุขุมก็จริง ทว่าก็มีแววตาอ่อนโยนเป็นนิด“ความพร้อมมิได้วัดที่ตัวเลขของอายุ หากวัดที่การเตรียมการ เรากับฮองเฮาจะอบรมไท่จื่อด้วยตนเอง ให้เขาเติบโตอย่างเปรียบพร้อม มิใช่ปล่อยให้การเมืองเลี้ยงดูแทนพ่อแม่”ถ้อยคำเรียบง่าย แต่ตัดบทสนทนาอย่างเด็ดขาดจากนั้นไม่มีขุนนางคนใดกล้าทักท้วงอีก สัญญาณจากกรมพิธีการดังขึ้นอีกคร

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 53 1/2

    ตอนที่ 53 || ซ่างกวนฮองเฮาทันทีที่สิ้นพระสุรเสียง กรมพิธีการเคลื่อนขบวนเข้าสู่ท้องพระโรงอย่างเป็นลำดับขั้นขันทีเอกสองนายอุ้มพานทองคำลงยาสีแดง เดินนำหน้าอย่างช้า ๆ ทุกก้าวย่างต้องเหยียบลงตรงจังหวะกลองพิธีที่บรรเลงต่ำหนักเป็นจังหวะเดียวกัน ด้านหลังคือนางกำนัลชั้นในสี่นาง ถือพัดหางนกยูงและฉัตรหงส์ทองลดระดับต่ำตามระเบียบ ไม่ให้สูงเกินพระพักตร์ฮ่องเต้บนพานทอง เบื้องซ้ายคือ ตราประจำตำแหน่งฮองเฮา แกะสลักหยกขาวลายหงส์โผบินเหนือเมฆ อักษรประทับด้านล่างคมชัดเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจฝ่ายใน เบื้องขวาคือ มงกุฎหงส์ทอง ตัวเรือนถักจากทองคำบริสุทธิ์ ฝังทับทิม ไข่มุก และหยกเขียวอ่อน สองปีกหงส์กางออกโค้งรับแสงอรุณ เส้นพู่ไข่มุกห้อยระย้าลงมาข้างแก้มตามแบบพิธีใหญ่เมื่อขบวนหยุดลงเบื้องหน้าบันไดบัลลังก์ ขันทีทั้งสองคุกเข่าพร้อมกัน ยกพานเหนือศีรษะตามธรรมเนียม “ถวายตราฮองเฮาและมงกุฎหงส์ทองพ่ะย่ะค่ะ”ดนตรีพิธีการเปลี่ยนทำนองเป็นช้า ลึก และสงบ เสียงระฆังสำริดดังหนึ่งครั้งเพื่อประกาศขั้นตอนสำคัญถัดไปประตูทิศตะวันออกของท้องพระโรงเปิดออกอย่างพร้อมเพรียง ซ่างกวนซ่างกวนหานเซียงปรากฏกายในฉลองพระองค์เต็มยศฝ่ายในสีแดงชา

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 52 3/3

    เมื่อเอ่ยถึงสวีเกากง อดีตเจิ้งกั๋วกง ไท่ซ่างหวงทรงตรัสสำทับทันที พระสุรเสียงชัดเจนไม่เปิดช่องคลุมเครือ“สวีหานเซียงมิได้เกี่ยวข้องกับสกุลสวี เพราะนางแต่งงานเข้าราชวงศ์ก่อนหน้านี้นานแล้ว ซ่างกวนเฉี่ยน อดีตเจิ้งกั๋วกงฟู่เหริน ก็ได้รับพระราชทานหนังสือหย่านานแล้วเช่นกัน ส่วนสกุลสวีสายหลักทั้งหมดที่ถูกเนรเทศไปแดนเหนือ ให้ถือว่ารับโทษไปแล้ว ไม่เกี่ยวกันกับโทษของสวีเกากงโดยสิ้นเชิง”ถ้อยคำนี้ทำให้หลายคนในแถวฝ่ายบุ๋นถอนหายใจเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว การลงโทษถูกกำหนดครบถ้วน ชัดเจน ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีความคลุมเครือท้องพระโรงอันเคยสั่นสะเทือนด้วยเสียงฮือฮากลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ความเงียบที่หนักแน่นกว่าก่อนหน้า เพราะทุกคนตระหนักชัดแล้วว่าในวันนี้มิใช่เพียงการประชุมยามเช้า หากเป็นวันที่ชะตาของแผ่นดินต้าเยี่ยนถูกพลิกกลับต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนักจริง ๆเมื่อการลงโทษประกาศครบถ้วน ไท่ซ่างหวงจ้าวเหยียนจ้งประทับนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกรช้า ๆการลุกขึ้นครั้งนั้น มิใช่เพียงการเคลื่อนไหวของพระวรกายชรา หากเป็นการกระทำตามธรรมเนียมถ่ายโอนราชอำนาจที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีเมื่อมังกรรุ่น

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 52 2/3

    ถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยคนั้นทำให้ทั้งท้องพระโรงสั่นสะเทือน เสียงฮือฮาปะทุขึ้นราวคลื่นซัดผนังศิลา ขุนนางบางคนเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ชายแขนครุยสะบัดไหวเป็นระลอก ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าแตกแถวหรือส่งเสียงเกินกว่าธรรมเนียมอัครมหาเสนาบดีเฝิงก้าวออกมาอีกครั้ง สีหน้าที่เคยสงบนิ่งเปลี่ยนไปเพียงชั่ววูบ ก่อนประสานมือคารวะเอ่ยถาม“ไท่ซ่างหวง ฝ่าบาททำสิ่งใดผิดหนักหนาจนต้องโทษคุมขังหรือพ่ะย่ะค่ะ”คำถามตรงไปตรงมา ทว่าทั้งท้องพระโรงกลับเงียบสนิทลงในฉับพลัน รอฟังคำตอบจากมังกรชรา ไท่ซ่างหวงมิทรงหลบเลี่ยง พระเนตรคมทอดมองลงมาจากบัลลังก์“ไม่ปิดบังขุนนางทั้งหลาย เฟิ่งตี้ฮ่องเต้ต้องโทษหนักด้วยข้อหาทรยศต่อราชวงศ์ ฆ่าพี่ ใส่ร้ายน้อง ลอบปลงพระชนม์บิดา และกำจัดขุนนางสุจริต ส่งเสริมพรรคพวกกังฉิน จนประชาชนเดือดร้อนมาสิบเก้าปี”ถ้อยคำแต่ละคำตกกระทบพื้นหินเย็นเฉียบดั่งก้อนเหล็กทุบลงบนแผ่นน้ำแข็ง ไม่มีช่องว่างให้ตีความ ไม่มีถ้อยคำใดให้ขุนนางใต้ปกครองเข้าใจผิดและพระองค์ยังตรัสต่อทันที ไม่เปิดโอกาสให้เสียงซุบซิบแทรกไปมากกว่านี้“เมื่อครั้งยังเป็นองค์ชายรอง จ้าวเจิ้งหรงลอบซื้อตัวนางกำนัลคนสนิทของอดีตไท่จื่อเฟย ให้วางย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status