Share

ตอนที่2

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-10 14:49:35

ตอนที่ 2 ||สตรีเย็นชาแห่งอารามเมี่ยวจิง

ทิวเขาเหยียนซานยามเช้าอาบด้วยแสงตะวันแรก ดอกเหมยป่าบานสะพรั่งเกาะไอหมอกสีเงินที่คลี่คลุมตลอดแนวเขา เสียงระฆังจากอารามนางชี ‘เมี่ยวจิง’ ที่ตั้งอยู่บนไหล่เขา คนละด้านกับวัด ไถ่เหยียนซาน ดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา

ร่างเล็กของสตรีวัยสิบเจ็ดปีก้าวออกจากเรือนเล็กด้านหลังอารามด้วยกิริยาสงบด้านหลังนางมีสาวใช้หนึ่งคนติดตาม ร่างอรชรนั้นสวมชุดสีเทาเรียบง่ายตัดเย็บจากผ้าฝ้ายทอมือดูสะอาดสะอ้าน

ม่านผมดำขลับของนางถูกรวบขึ้นเรียบร้อยปักด้วยปิ่นไม้จันทน์หอมเอาไว้ครึ่งศีรษะ ปล่อยเสียครึ่งศีรษะ เงางามยามที่นางเคลื่อนไหว ใบหน้านวลเนียนราวหยกสลักงดงามราวจันทร์ฉายในคืนเพ็ญ แต่ความงดงามของนางลดลงเสียสามในสิบส่วนเพราะนางวางสีหน้าสงบนิ่งจนยากจะคาดเดาอารมณ์หรือความคิด นางดูเย็นชาราวสตรีที่ตัดแล้วซึ่งเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา

ร่างอรชรมาหยุดที่ด้านหน้าศาลาทรงแปดเหลี่ยมข้างอารามทิศใต้ ที่ด้านในมีบุรุษสูงวัยนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงกลม ที่ตรงหน้าเขามีโต๊ะหินเรียบง่าย ที่วางป้านน้ำชาและถ้วยชา กับกระดานหมากล้อมพร้อมโถใส่เม็ดหมากสองโถ

“ให้นางเข้ามาเถิด”

เสียงทรงอำนาจนั้นถึงจะสูงวัยแล้ว แต่กลับไม่เคยอ่อนด้อยลงไปแม้เพียงส่วนเดียว ทหารองครักษ์ต่างเปิดทางให้ร่างเล็กก้าวเข้าไปภายในศาลา

“หานเซียงถวายพระพรไท่ซ่างหวงเพคะ” สวีหานเซียง ย่อกายทำความเคารพบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในต้าเว่ยขณะนี้ เต็มพิธีการ

“ไฮ้! แม่หนูเซียงเซียงเหตุใดจึงเคร่งครัดพิธีการและธรรมเนียมนัก คนกันเอง คนกันเอง มานั่งเร็วเข้า”

จ้าวเหยียนจ้งโบกไม้โบกมือข้างขวาไปพลางพูดกลั้วหัวเราะไปพลางก่อนจะชี้ไปที่เก้าอี้อีกตัวซึ่งอยู่ตรงกันข้าม

“มานั่งลงเดินหมากกับตาเฒ่าคนนี้สักกระดานเถิด”

แน่นอนว่านี่ย่อมมิใช่ครั้งแรกที่จ้าวเหยียนจ้งมาเดินหมากกับเด็กสาว แต่เขาทำมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดสิบปีมานี้ และย่อมแน่นอน สวีหานเซียง ผู้นี้ย่อมมิใช่เด็กสาวทั่วไปแต่นางคือบุตรีของ สวีเกากง เจิ้งกั๋วกง แม่ทัพใหญ่ประจำกองทัพเรือเฟิ่งจิ่งที่เป็นกำลังหลักปกป้องต้าเว่ยแดนใต้

และถึงนางจะเป็นเพียงสตรี ทว่าสวีหานเซียงผู้นี้กลับเป็นบุตรที่เกิดจากฮูหยินเอกที่ได้สมรสพระราชทานจากเขา ดังนั้นจนถึงวันนี้ต่อให้จวนเจิ้งกั๋วกงอยากเปลี่ยนฮูหยิน สิบปีจึงมิอาจทำได้ มิใช่เพียงจวนเจิ้งกั๋วกง คนสกุลเจียงเองก็ผิดหวังเช่นกัน

เรื่องเหล่านี้ลึกลับซับซ้อน แต่ก็ล้วนแต่เอื้อให้กับอำนาจทั้งสิ้นสำหรับตระกูลใหญ่ อดีตหานเซียงไม่เข้าใจแต่สิบปีตกยากนางถ่องแท้ตั้งแต่ปีแรกที่บิดาส่งนางติดตามมารดามาอยู่บนเขานี้แล้ว

“ไท่ซ่างหวงคงมีเรื่องอยากจะใช้งานหานเซียงแล้วกระมัง” เดินหมากจบไปหนึ่งกระดาน เด็กสาวก็เอ่ยถามเสียงเรียบ มุมปากของชายชราพลันกระตุกโค้งเป็นรอยยิ้มสนุกสนาน

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่หนูเซียงเซียงฉลาดเสียจริง” เขาหัวเราะจนหน้าแดงราวกับเทพกวนอู ก่อนจะเอ่ยชื่นชมเด็กสาวที่เขาเห็นมาแต่เล็กแต่น้อย

“ไท่ซ่างหวงเชิญกล่าว” สวีหานเซียงกล่าวเสียงเรียบ ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม มีวูบหนึ่งจ้าวเหยียนจ้งรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่า เด็กสาวผู้นี้ต้องเก็บกดความแค้นและบาดแผลในใจมากเพียงใดกัน นางจึงกลายเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึกราวกับหุ่นไม้แกะสลักทั้งที่วัยของนางสมควรสดใสร่าเริง

“ได้เวลาทวงความแค้นของเจ้าแล้วสวีหานเซียง”

คราวนี้จ้าวเหยียนจ้งมิได้ว่างตัวเป็นเพียงตาแกว่างงานหรือไร้สาระเขาเอ่ยน้ำเสียงจริงจังราวกับหยวนตี้ฮ่องเต้เอ่ยกับขุนนางได้ปกครอง เขายังกล่าวอีกหลายประโยคซึ่งหานเซียงก็เพียงรับฟังเงียบๆ

“หากเข้าตกลง มิใช่เพียงความแค้น แม้แต่ฐานะของมารดาของมารดาเจ้า ข้าก็จะคืนให้” นี่คือสิ่งที่หานเซียงต้องจ่ายคืนไท่ซ่างหวงที่เขาปกป้องนางและมารดาให้อยู่รอดและสงบสุขบนเขาแห่งนี้มาสิบปีสินะ

“หม่อมฉันตกลง แต่ขอเพิ่มอีกสองข้อเพคะ”

“ได้สิเจ้ากล่าวมา”

“ข้อที่หนึ่ง ดวงตาของท่านแม่หม่อมฉันยังมีโอกาสหาย ดังนั้นสิ่งแรกเมื่อหม่อมฉันแต่งเข้าตำหนักบูรพา ไท่ซ่างหวงต้องเจรจาให้ไท่จื่อรักษาดวงตามารดาของหม่อมฉันทันทีเพคะ”

“ได้!

“ข้อที่สองหากหม่อมฉันตกลง ตำแหน่งฮองเฮาและไทเฮาของต้าเว่ยในรุ่นต่อไปนอกจากหม่อมฉันก็ห้ามเป็นของผู้ใด”

“...” เกิดมาหกสิบปีนี่เป็นครั้งแรกที่จ้าวเหยียนจ้งพูดไม่ออก ยิ่งมองสายตาแน่วแน่ของสวีหานเซียงแล้วอดีตหยวนตี้ฮ่องเต้ยิ่งรู้สึกเหลือเชื่อ

“ไท่ซ่างหวงทรงคิดทบทวนก่อนได้เพคะ หานเซียงไม่รีบ”

“...” จ้าวเหยียนจ้งทราบดีทีเดียวว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่รีบ นางรอคอยอย่างสงบมาสิบปียังรอได้ แต่เขาต่างหากที่รีบร้อน เพราะหากเขารอช้า หากจ้าวเฉินจ้านกับเจียงเพ่ยหูรักลึกซึ้งกว่านี้อาจสั่นคลอนถึงรากฐานสกุลจ้าว

“ตกลง ข้าตกลง ขอเพียงแต่งงานแล้วภายในสามปี หากเจ้าให้กำเนิดลูกชายได้จะเป็นคนแรกหรือคนที่สองขอเพียงเป็นบุตรชาย เด็กคนนั้นจะได้เป็นฮ่องเต้ต่อจากอาจ้านแน่นอน”

“คำพูดเป็นเพียงลมปาก หม่อมฉันจะตกลงก็ต่อเมื่อเห็นหนังสือสัญญาเพคะ”

“...” เป็นอีกครั้งที่จ้าวเหยียนจ้งพูดไม่ออก เด็กสาวตรงหน้านี้เคยมีความกลัวหรือไม่ เขาเป็นถึงไท่ซ่างหวงอำนาจเหนือกว่าฮ่องเต้ ทว่าสวีหานเซียงกลับพูดออกมาโต้งๆ ว่าไม่วางใจเขา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี! เช่นนี้จึงดี ได้อีกสามวันข้าจะกลับมาพร้อมหนังสือสัญญา”

ไท่ซ่างหวงจากไปแล้วสวีหานเซียงลุกขึ้นยืนแล้วก้าวตรงไปที่ระเบียงมองตรงไปที่ทิวทัศน์ด้านล่างอาราม เหม่อมองไอหมอกบนเขาที่ค่อย ๆ ถูกแสงแดดยามสายแผดเผาจนสลายไปในที่สุด ดวงตาคู่งามราวกับดวงตาพยัคฆ์คมกริบราวกระบี่ชักจากฝักเยือกเย็นจนหากใครถูกสายตาของนางจับจ้องอาจเป็นลมได้

แต่บังเอิญสายตานี้นางมักเก็บเอาไว้อย่างดี สิบปีแล้ว นางอดทนมาสิบปีพบเจอความยากลำบากมาทุกรูปแบบหลายครั้งเกือบตาย อารมณ์ใดนางล้วนรู้วิธีซ้อนจากสายตาผู้อื่นมานานแล้ว

“คุณหนูเช่นนี้ดีจริงหรือเจ้าค่ะ” ตวนอู่พี่เลี้ยงกึ่งสาวใช้วัยสามสิบหกเอ่ยถามขึ้นแผ่วเบาที่ด้านหลัง

“เช่นนี้จึงดี พี่ตวนอู่ ยี่สิบเอ็ดปีท่านแม่ของข้าหมดสิ้นอำนาจ แลกกับสมรสพระราชทาน ท่านย่อมถ่องแท้เช่นเดียวกับข้า” สวีหานเซียงเอ่ยเสียงเรียบ

“แต่ว่า...”

“ข้าไม่สนใจความรักชายหญิง ข้าสนใจเพียงอำนาจ มีอำนาจชีวิตของข้าและคนที่ข้ารักและรักข้าจะปลอดภัย แต่เดิมสตรีวังหลังก็เป็นเช่นนี้มิใช่หรือ แย่งชิงไปทำไมกับความรักไม่จีรังของบุรุษผู้เดียว อำนาจและเงินทองสิจึงยืนยงและมั่นคง”

ภาพจำฝังใจของสวีหานเซียงเป็นเช่นนี้ คำรักของบิดาก็แค่ลมปากเพียงพบพานหญิงงามและอ่อนเยาว์กว่ามารดาของนางรักนิรันดร์ก็พลันจางหาย ราวกับไม่เคยมีอยู่จริง

“คุณหนู...” ตวนอู่ฟังแล้วสะท้อนใจยิ่ง

“ตำแหน่งฮองเฮานับว่าอยู่เหนือสตรีทั้งวังหลัง แต่ไทเฮาแม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจ เช่นนี้ข้ายังจะกลัวปกป้องลูกๆ ตนเองไม่ได้อีกหรือ ข้าไม่เคยลืมพี่ใหญ่ของข้าจนวันนี้หลุมศพของเขาในสุสานว่างเปล่า ท่านแม่ดวงตามองไม่เห็นมาสิบปี แม้แต่ แม่นมเลี่ยว ป้าซิ่วที่ติดตามท่านแม่มาจากซานเจาล้วนมิอาจรักก็เพราะท่านแม่ไม่มีอำนาจในฐานะฮูหยินเอกจริงๆ”

คราวนี้ตวนอู่มิอาจกล่าวคัดค้านคุณหนูเจ็ดได้อีกแล้ว สวีหานเซียงพูดมาทั้งหมดถูกต้อง นางเองก็ติดตามฮูหยินเอกมาจากเผ่าซานเจาขณะนั้นนางอายุเพียงเก้าขวบ บัดนี้นางสามสิบหกปีผ่านทุกเหตุการณ์ที่เด็กสาวตรงหน้ามากับตาตนเองโต้แย้งไม่ได้แม้เพียงครึ่งคำ!

“พี่ตวนอู่ไปดูท่านแม่เถิด ข้าขออยู่ตรงนี้อีกครู่”

“เจ้าค่ะ”

ตวนอู่ก้าวจากไปแล้ว สวีหานเซียงยังคงทอดสายตามองไปยังภาพเบื้องหน้าเงียบๆ สายตามองทิวทัศน์ หากแต่ภายในใจของนางกลับนึกย้อนไปถึงอดีต

อดีตแสนทุกยากและเศร้าโศก หลังจากบิดาของนางพบสตรีผู้นี้ ‘เจียงเซียนเหยา’ บุตรสาวที่เกิดจากอี๋เหนียงผู้หนึ่งของเสนาบดีกรมอาญา ‘เจียงพ่านสือ’ และนางยังเป็นน้องสาวต่างมารดาของท่านราชเลขา ‘เจียงพ่านฉือ’ ขุนนางข้างกายเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้อีกด้วย เขาก็เปลี่ยนไปมาก ตอนนั้นหานเซียงเพียงห้าขวบยังไม่รู้ประสามากนัก

จนเวลาผ่านไปเรื่อยๆ บิดาแต่งเซียนเหยามาเป็นสตรีของตนเองอีกคน เขาก็แทบไม่มาที่เรือนของมารดาและนาง หานเซียงเห็นมารดาร้องไห้ทุกวันทุกคืน จากสตรีที่มีความสุขจนล้นกลายเป็นทุกข์สาหัสกินน้ำตาแทนข้าว

แต่นั่นยังไม่ร้ายที่สุด ในวันที่พี่ชายของนางในวัยสิบสามปีต้องควบขบวนเสบียงไปแดนเหนือ ช่วยภัยแล้ง มารดาของนางไปอ้อนวอนบิดาและกลับถูกเขาตบตี ฝังใจหานเซียงมาจนถึงวันนี้

และยิ่งชิงชังบิดาเพิ่มพูนในยามที่ข่าวว่าขบวนเสบียงถูกปล้นคนในขบวนตายสิ้น แทนที่บิดาของนางจะรีบไปรับศพพี่ชายของนางและเป็นบุตรชายคนโตของเขา เจิ้งกั๋วกงกลับให้พ่อบ้านไปแทนเพราะเซียนเหยาล้มป่วยเป็นไข้หวัด

เหตุการณ์นั้นทำให้ล่าช้าจนไปถึงศพเน่าเปื่อย มิอาจนำกลับเมืองหลวงได้พ่อบ้านเลยเผาแล้วนำเถ้ากระดูกกลับมาบางส่วนเท่านั้น ดังนั้นจนบัดนี้ที่สุสานสกุลสวีจึงว่างเปล่ามีเพียงหลุมไร้ร่างคน เพราะโถเก็บกระดูกนางนำติดตัวมาที่อารามเมี่ยวจิ้งด้วย

เหตุการณ์คราวนี้เหมือนจะทำร้ายมารดาของนางจนล้มป่วย พอฟื้นขึ้นมาดวงตาก็มองอันใดไม่เห็น หมอมากมายลงความเห็นว่าเจิ้งกั๋วกงฮูหยินเสียใจและร้องไห้ให้มากเกินไปจึงทำให้ตาบอด

บัดซบ!

นางอายุเพียงเจ็ดขวบยังฟังออกว่าหมอพวกนั้นโกหก! แต่บิดาของนางกลับเชื่อสนิทใจ หึ!

ทว่าสุดท้ายนางก็ถ่องแท้ คนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายบางทีอาจเป็นบิดาของนางด้วยซ้ำ กำจัดพี่ชายของนาง วางยาพิษให้มารดาของนางตาบอด ทั้งหมดก็เพียงอยากขับไล่มารดาของนางให้พ้นทาง

รวมถึงพี่ชายของนาง ที่ต้องตายศพมิอาจกลับบ้าน ก็เพราะเจียงเซียนเหยาคลอดลูกคนที่สองเป็นชาย!

บุรุษก็ร้ายสตรีก็ต่ำช้า ไม่มีใครดี พวกเขาคู่ควรเหมาะสมกันราวกับผีเน่ากับโลงผุ ยังดีขณะนั้นไท่ซ่างหวงยื่นมือปกป้องหลังนางกับมารดาขึ้นเขา มิเช่นนั้นป่านนี้ทั้งนางกับท่านแม่ก็คงตายไปตั้งแต่เดือนแรกแล้วกระมัง

เพราะสมรสพระราชทาน บิดาจึงหย่ากับมารดาของนางมิได้ แต่หากมารดาของนางตาย คราวนี้เจียงเซียนเหยาก็จะสมหวังได้เป็นเจิ้งกั๋วกงฮูหยินแทน ทว่าจนบัดนี้ทั้งบิดานาง ทั้งสตรีแพศยาก็ยังไม่สมหวัง

“หึ! รอข้าก่อน สวีเกากง เจียงเซียนเหยา รอให้อำนาจมาอยู่ในมือของข้า พวกเจ้าจะได้รู้ซึ้งว่านรกบนดินเป็นเช่นไร”

สายลมพัดโชยมาวูบหนึ่ง กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าลอยมาแตะปลายจมูกของสวีหานเซียง นางหลับตาซึมซับ เป้าหมายเดียวของนางคือเป็นสตรีมากอำนาจ ส่วนความรักจากบุรุษช่างหัวมัน! 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่30

    ตอนที่30|| ขอข้าอ้อนเจ้าหน่อยนะเสียงโครมเพล้งจากกระโถนที่กระแทกพื้นยังไม่ทันจาง จ้าวเฉินจ้านก็สาวเท้าออกจากห้องรับรองแขกตามหลังคนพวกนั้นไปติด ๆ สีหน้าของไท่จื่อซีดขาวจากอาการเวียนหัวและอาเจียนจนเหนื่อย แต่แววตากลับคมกริบ ราวกับไฟใต้หิมะที่พร้อมเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่าน“ไสหัวไปให้พ้น!” เสียงสบถดังลั่นทางเดินยาวของตำหนักตงกง ก้องสะท้อนจนแม้แต่ฉากกั้นยังสั่นไหวนกกาพากันแตกฮือสวีเกากงที่กำลังเร่งฝีเท้าหนีไปพร้อมครอบครัวสะดุ้งเฮือก เท้าก้าวพลาดพลั้งสะดุดชายอาภรณ์ของตนเอง ร่างใหญ่เซถลา ก่อนจะหงายหลังล้มลงเสียงดังตุ้บ ศักดิ์ศรีเจิ้งกั๋วกงแตกกระจายต่อหน้าบ่าวไพร่และขันทีที่วิ่งแตกตื่น“ท่านพี่!” เจียงอี๋เหนียงร้องเสียงหลง รีบพุ่งเข้าไปประคอง แต่เพราะลนลาน มือกลับไปเกี่ยวชายเสื้อของสวีเผยเจียวเข้าอีก เด็กสาวกรีดร้องเบา ๆ ล้มลงนั่งกับพื้น ส่วนสวีกู้อวี้ถอยหลังชนเสา เกือบหงายตามไปอีกคนบ่าวไพร่ด้านหลังยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ต่างคนต่างวิ่ง จนฝุ่นตลบ ซวนเซ ล้มลุกคลุกคลาน หีบผ้าและกล่องยาที่หอบหิ้วมาหล่นกระจัดกระจาย กล่องไม้แตกเปิด กลิ่นสมุนไพรคลุ้งปนความตื่นตระหนก ไม่มีใครกล้าเหลียวกลับมาอีกสักนิด

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่29

    ตอนที่29||แผนของเจิ้งกั๋วกงล่มไม่เป็นท่าไม่นานข่าวว่า ไท่จื่อเฟยสวีตั้งครรภ์ ก็ลือกระฉ่อนไปทั่วฉ่งชิ่งรวดเร็วยิ่งกว่าลมหนาวพัดผ่านกำแพงวัง เพียงไม่ถึงชั่วยาม ข่าวดีก็กระจายออกไปจนทั่วให้ชาวบ้านร่วมยินดี กันถ้วนหน้าเรียกได้ว่าจ้าวเฉินจ้านกับหานเซียงยังไม่ทันได้ออกจากห้องบรรทมให้เรียบร้อย ข่าวมงคลก็ลือกระฉ่อน ดังนั้นหลังสองสามีภรรยาแต่งกายเรียบร้อยเตรียมออกมารับอาหารมื้อสายที่ห้องโถงส่วนหน้ายังไม่ทันได้นั่งบนเก้าอี้เรียบร้อยพลันเสียงขันทีหน้าห้องก็รายงานเสียงใสเข้ามา“เจียงเหลียงตี้ ขอเข้าเฝ้าเพื่อถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ”หานเซียงเลิกคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่มีความหมายเฉพาะผู้เป็นสามีเท่านั้นจะเข้าใจ ส่วนจ้าวเฉินจ้านก็เพียงขมวดคิ้ว ทว่าใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ไม่เผยอารมณ์ใดส่วนในใจของสองสามีภรรยาต่างคิดตรงกันว่าสตรีผู้นั้นช่างมาเร็วนักคิดว่านางไม่ใช่มาอวยพรหรอก คาดว่านางคงอยากมาดูให้เห็นกับตาเสียมากกว่าเฉินจ้านพยักหน้าให้ขันทีรับคนเข้าเฝ้า ท่าทีสงบนิ่งดังเดิม ทว่ามุมปากกลับซ่อนรอยยิ้มเย็น ๆ เอาไว้ อยากมาก็มาสิ เขาเองกำลังอยากดูงิ้วพอดีเจียงเพ่ยหยูปรากฏกายขึ้นในห้องด้

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่28

    ตอนที่28||นรกของหม่อมฉันเริ่มที่อารามเมี่ยวจิ่งมิผิดเลยที่สวีหานเซียงกล่าวว่าการขึ้นเขาไปอยู่อารามเมี่ยวจิ่งคือการเริ่มต้นเดิมสู่ขุมนรก!“ถึงอารามเมี่ยวจิ่งควรเป็นสถานที่สงบ เป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้สวดมนต์ ปล่อยวาง และหลบหนีความทุกข์จากโลกภายนอก แต่สำหรับหม่อมฉันกับท่านแม่กับบ่าวไพร่ที่ตัดตามขึ้นไปอีกเจ็ดชีวิตมันไม่ใช่เลย”อารามแห่งนี้ไม่เคยมีความสงบอยู่เลย ตั้งแต่คืนแรกที่นางกับมารดาถูกส่งมาที่นี่ เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบก็รับรู้ได้ทันทีว่าความเงียบในอารามมิใช่ความสงบ หากเป็นความเงียบที่กดทับ ราวกับมีเงามืดซ่อนตัวอยู่ทุกมุม พร้อมจะยื่นมือออกมาคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อแม้ยามกลางวันเหล่าแม่ชีกับเจ้าอารามจะวางตัวใจดีเป็นผู้ทรงศีลที่มากไปด้วยเมตตาจิตแทบทุกค่ำคืน มีเงาคนลอบเข้ามา เสียงฝีเท้าที่พยายามเบาที่สุดดังแผ่วอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ เสียงลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้แน่น กลิ่นคาวเลือดที่ไม่อาจกลบด้วยกลิ่นธูป กลิ่นนั้นลอยปะปนอยู่ในอากาศ ทำให้อารามซึ่งควรศักดิ์สิทธิ์ กลับแปดเปื้อนด้วยกลิ่นแห่งความตายหานเซียงมักสะดุ้งตื่นกลางดึก มือเล็ก ๆ ของนางควานหามือของมารดาที่มองไม่เห็น นางได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่27

    ตอนที่27||นิทานของหานเซียงภายในตำหนักเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ค่อย ๆ ประสานจังหวะกัน หลังจากความยินดีเรื่องบุตรค่อย ๆ จางหาย ความจริงอันหนักหน่วงก็คล้ายจะคืบคลานเข้ามาแทนที่เฉินจ้านเป็นฝ่ายนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ เขามองใบหน้าของภรรยาที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ดวงตาคู่นั้นสงบเกินไป สงบอย่างคนที่ผ่านเรื่องราวมากเกินวัย และสุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับหัวใจทั้งสองคน“เจ้ารู้นานเพียงใดแล้ว”หานเซียงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากโค้งยิ้มแผ่วเบา เป็นรอยยิ้มที่มิได้เจือการปกปิดหรือสำรวมเช่นทุกครั้ง และอาจเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดนับตั้งแต่นางแต่งเข้ามาเป็นชายาของเขาได้ครึ่งปี“ไม่นานเพคะ” นางตอบเสียงราบ “ราวสองเดือนเศษได้ อย่างที่ไท่จื่อทราบ บางค่ำคืนหม่อมฉันแอบออกไปด้านนอกบ่อยครั้ง ล้วนไปสืบเรื่องนี้”เฉินจ้านขมวดคิ้วเล็กน้อย ภาพค่ำคืนที่นางขอตัวออกไปเงียบ ๆ ผุดขึ้นในหัว เขาเคยคิดว่านางเพียงต้องการอิสระหรือหาความสงบ หรือไม่นางก็อาจออกไปยังค่ายฉงจื่อทว่าความจริงกลับหนักหนากว่านั้น“คงเป็นหลังจากที่ข้าเล่านิทานให้ฟังกระมัง เจ้าเลยออกสืบ” จ้าวเฉินจ้านไม่เคยคิดเลยว่าห

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่26

    ตอนที่26||ไท่จื่อทรงแพ้พระครรภ์ยามอิ๋นของวันหนึ่งในช่วงต้นฤดูฝน มหานครฉ่งชิ่ง เมืองหลวงต้าเว่ย ถูกปกคลุมอยู่ใต้ผืนฟ้าสีเทาหม่น อากาศมัวซัว ชื้นเย็น และอึมครึมราวกับกลั้นลมหายใจรอคอยบางสิ่ง ชาวเมืองส่วนใหญ่ต่างมองท้องฟ้าแล้วคิดคล้ายกันว่า อีกไม่นานฝนแรกของปีคงจะเทลงมาอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงพากันตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง รีบเร่งออกจากเรือน จัดเตรียมเครื่องมือเพาะปลูก คราด จอบ และเมล็ดพันธุ์กันอย่างคึกคัก เสียงฝีเท้า เสียงพูดคุย และเสียงเปิดประตูเรือนดังแว่วไปทั่วทั้งเมืองตรงกันข้ามกับความเคลื่อนไหวของชาวเมือง ภายในตำหนักตงกงกลับยังคงเงียบสงบ บ่าวไพร่ในตำหนักตื่นกันครบถ้วนตามระเบียบ บางคนทำความสะอาดลาน บางคนจัดเตรียมน้ำอุ่นและเครื่องใช้ยามเช้า ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบเช่นทุกวัน มีเพียงเจ้าของตำหนักกับภรรยาเท่านั้นที่ยังไม่ตื่นจากบรรทมทว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ใครแปลกใจอีกต่อไป ทุกคนในตำหนักล้วนคุ้นชินเสียแล้ว นับตั้งแต่ไท่จื่อจ้าวเฉินจ้านทรงแต่งไท่จื่อเฟยเข้าตำหนักมาครบหกเดือน การตื่นสายของไท่จื่อก็กลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีใครกล้าซักถามในสายตาของคนนอกที่มิใช่บ่าวรับใช้ใกล

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่25

    ตอนที่25||นิทานเรื่องที่สองของเฉินจ้าน“ผิดกับบุตรชายคนเล็ก”เฉินจ้านเว้นจังหวะเพียงอึดใจ ลมหายใจที่เป่ารดไรผมของนางอุ่นจัด ทว่าคำพูดที่กำลังจะเอ่ยกลับเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าอากาศยามดึก เสียงของเขาต่ำลงเล็กน้อย ราวกับเรื่องราวต่อจากนี้มิใช่นิทานสำหรับกล่อมคนหลับ หากเป็นความจริงที่หนักอึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรง ๆ โดยไม่ทิ้งรอยแผลในใจผู้ฟัง“ส่วนบุตรชายคนเล็กนั้น…มุทะลุดุดัน”คำว่า มุทะลุ หลุดออกมาจากริมฝีปากเขาอย่างเรียบเย็น ปราศจากการตำหนิหรือชิงชัง มิได้พยายามแก้ต่างหรือกล่าวโทษ เพียงบอกเล่าตามข้อเท็จจริงที่ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผู้คนทั้งแผ่นดินสวีหานเซียงฟังเพียงเท่านั้น หัวใจก็เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพราะฟังมาถึงตรงนี้ย่อมทราบทันทีที่ได้ยินว่าส่งใดเป็นสิ่งใดนิทานเรื่องนี้ มิได้เป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นมาของฮ่องเต้และบุตรชายสามคน หากคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในอดีตของไท่ซ่างหวง ผู้เป็นเสด็จปู่ของเฉินจ้าน เรื่องของอดีตไท่จื่อผู้เป็นบิดา และเรื่องของเสด็จอาทั้งสองพระองค์รวมถึง…ตัวเขาเองเมื่อคิดได้ดังนั้น หานเซียงก็ยิ่งตั้งใจฟัง นางขยับตัวเล็กน้อย ซุกตัวแนบชิดอกเขามากขึ้น ราวกับต้องก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status