Se connecterเสี่ยวจิ่วนักฆ่าระดับเพชร เธอมักจะฝันเรื่องเดิมซ้ำๆ จนวันที่เธอทะลุมิติไปอยู่ในยุคโบราณ จึงได้รู้ว่ามันเป็นเรื่องของเธอเมื่อภพก่อน
Voir plusThe moon shines brightly. Just like a pendant hanging on the neck of a lady in her early youth. Beautiful and elegant.
But what hides under the moon is a different story entirely.
The large canopy trees obstructs the moonlight, casting shadows on the rough, uneven ground. Twigs and vines which one could swear that wasn't there before acted as barriers to their much needed fast pace.
Groans and heavy pants can be heard, both far and near but they were all empty whispers in the face of the constant cries and heart wenching yells in horrors.
The kind of sharp sounds that rips into your ear, taking control of your brain and filling your vunerable body vessel with fear.
"Ou–r fa–aa–ther.....Wh–ooo...Who-oo art in hea–ven... "
"Shut the fuck up Fizz." Andrew curse under his breath. Hardly had he guess where the person is, but he knew who the voice belongs to too well.
Fizz is the only one among his comrades who has a religion. Praying about every single thing at every single time.
They'd always make jokes of him been a chicken. Easily scared.
A light of hope flashed in his eyes when he sight the familiar cabin.
A safe place.
A figure sliped past the door first, holding it wide enough for him to enter too.
"Bolt the door." He ordered his eyes frantically searching around for the telephone.
Help. That's what they need. To get help.
"But Lieutenant..." The dark figure hesitates, knuckles cluching on the metal door as he stares out into the darkness outside.
There are still people outside. He can't just lock the door.
"I said lock the goddmaned door soldier." Andrew snarls, the figure who he recognizes as Christian flinches, slamming the door shut and clamping the locks.
"Good." Breathing out a breath of relief he resumes his self-set mission.
The telephone.
His hand moved on their own accord, shoving everything and anything off the table, not bothering to take a second look if it was important or not.
Only one thing was important at the moment.
A grin finds it's way to his lips when his fingers wraps around the familiar object.
He punches on the keys, bringing the cold plastic to his ear.
"Lieutenant Andrew." A voice inquires from the other line.
"It's Lieutenant Andrew speaking." He rasped throwing all the formalities out of the window. Or maybe they flew out themselves. "There's something wrong with this place....it's.... it's killing people. Everybody. The scientists...my men."
There's a high pitch glitch then a different voice comes on. "Lieutenant Andrew calm down and explain what happ...."
"How the fuck should I calm down....it's killing everybody...it's fucking killing everybody...." Andrew voice echos on the rooftop. "We need help. Fucking send help...we need..."
"Lieutenant Andrew?–are you there? Lieutenant..."
The words get caught in his mouth, forcefully swallowing it back down his throat. His ear perking up to detect more in regards of the gasp he heard.
Silence. A dreadful silence.
His hand slowly moves to his side pocket. Quitely unbuttoning his gun which he brings to his side.
Pushing down a fluffy ball of saliva he swiftly turn to face the door.
Christian standing still with a unfathomable expression on his face. Blood gushing out of his mouth non-stop.
His blood shot eye rolls to the back of his head, his body dropping to the wooden floor with a thud revealing a mud drenched figure behind him.
No..this can't be real.
"I killed you." His head ache, his skin itching like thousands of infected worms were crawling all over him. "I killed you with my own fucking hands."
He hand drived a hunters knife deep into his chest some days ago. Watched as his pupils dilates and the life slip out of his body. He should be dead.
No he is dead.
The table let out a clang, his body pressing against the hard metal as his eyes stare at the blood dripping organ clenched around the supposedly dead person's fingers.
He took out his heart. Christian's heart.
He wanted to scream, let out the fear and remove the stormy cloud gathering in his chest.
But his oversized ego would not allow that, watching as his predator advances slowly, taking all his time like he had the world in his hand.
All he had witnessed was enough to come to a conclusion.
He had just voluntarily entered the other side of hell.
อันอ๋อง ยอมเข้าไปอยู่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจ้าวลู่ฉือตั้งแต่วัยสิบสองหนาว แม้เขาจะมิได้แสดงออกว่าพึงใจในตัวของซูซินมากนัก แต่ก็ลอบหาทางพบนางอยู่เสมอ“หึ อันอ๋องร้ายนัก ข้ารึก็มัวแต่ระวังเจ้าลูกเต่าจวนอื่น” จ้าวลู่ฉือสบถออกอย่างหัวเสียเมื่อเขารู้เรื่องจากหรูอวี้ว่า ทั้งสองเหมือนจะมีใจให้กัน“ท่านพี่ ซินซินนางถึงวัยออกเรือนแล้ว อันอ๋องเองก็อยู่ในสายตาของท่านมาตลอด ท่านยังมิวางใจอีกรึ”“พี่ยังอยากให้ซินซินอยู่กับพี่และเจ้าไปอีกหลายปี”“เหอะ ท่านจะให้นางแก่ตายคาจวนหรืออย่างไร ข้าตัดสินใจแล้ว หากซินซินนางเลือกอันอ๋องข้าก็ไม่ขัดขวาง ท่านก็ปล่อยวางได้แล้ว” หรูอวี้มองสามีที่ผมเริ่มจะขาว ของนางอย่างมีโทสะนางอยากจะถามเขาเสียเหลือเกินว่าจะต้องรอให้เขาลงหลุมก่อนรึ ถึงจะยอมให้บุตรสาวออกเรือนได้เมื่อคำเด็ดขาดหลุดออกมาจากปากของหรูอวี้ จ้าวลู่ฉือก็ไม่อาจเอ่ยแย้งได้ พออันอ๋องมาเอ่ยเรื่องทาบทามที่จวน จ้าวลู่ฉือจึงบังคับให้เขาสาบานต่อฟ้าดินว่าจะมีเพียงบุตรสาวของตนเพียงหนึ่งเดียวในตำหนัก“เปิ่นหวางสาบานต่อหน้าฟ้าดิน ชั่วชีวิตนี้จะมีเพียงซินซินหนึ่งเดียว และจะไม่ทำให้นางต้องช้ำใจเป็นอันขาด”สามเดือนต
หรูอวี้นางคิดว่า มีเพียงฝาแฝดทั้งสองเป็นบุตรก็เพียงพอแล้ว เพียงเลี้ยงเขาน้องก็ไม่มีเวลาปลีกตัวไปทำอันใดได้ จึงมิได้คิดเรื่องที่จะมีบุตรอีกเลย“ท่านแม่จะมีน้องสาวให้ข้ารึขอรับ” จ้าวหลิงฮุ่ยเอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าที่ใสซื่อจ้าวหลิงเทียนก็มองมาทางหรูอวี้ด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย แม้ไม่ได้พูดออกมา ก็รู้ว่าเขาอยากจะมีน้องสาวตัวน้อยเช่นเดียวกัน“ใช่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย” นางลูบหัวบุตรทั้งสองอย่างรักใคร่“มีน้องชายก็ได้ขอรับ ข้าชอบทั้งหมดที่เป็นน้องของข้า” จ้าวหลิงฮุ่ยฉีกยิ้มกว้างอย่างน่าเอ็นดู“ยินดีด้วยขอรับท่านแม่ทัพ” ตลอดทางนับตั้งแต่เดินเข้าจวนมา เขาอดจะสงสัยไม่น้อยที่บ่าวไพร่ ต่างเข้ามาแสดงความยินดี ราวกับว่าเขาได้เลื่อนตำแหน่งเสียอย่างงั้นแต่จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อยามนี้เขาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ที่ไม่อาจจะมีตำแหน่งใดสูงได้มากกว่านี้อีกแล้ว“เกิดเรื่องใดขึ้น” เขาเอ่ยถามบ่าวแล้ว แต่ก็ไม่ได้คำตอบ ได้แต่บอกให้เขากลับไปฟังเรื่องราวที่เรือนของฮูหยินเองเสียงพูดคุยหัวเราะของคนในเรือนของหรูอวี้ ทำให้จ้าวลู่ฉือที่เดินทางกลับมาจากค่ายทหารนอกเมืองยืนยิ้มตามไปด้วยรอยยิ้มเช่นนี้ของเขา ม
เรื่องนี้ทำให้ตู้เหลี่ยงพอใจอยู่ไม่น้อย ด้วยตัวเขาเองก็เตรียมชื่อไว้ให้เหลนชายทั้งสองเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจ้าวลู่ฉืออยากจะตั้งเองหรือไม่“จ้าวหลิงเทียน จ้าวหลิงฮุ่ย ชอบหรือไม่เล่า” เขาเอ่ยเรียกเหลนชายทั้งสอง พร้อมทั้งมองอย่างรักใคร่จ้าวหลิงเทียนผู้พี่ จ้าวหลิงฮุ่ยผู้น้อง หัวเราะจนเห็นเหงือกของตน สร้างความอิ่มเอมใจให้กับทุกคนในห้องโถงจนมีรอยยิ้มไปตามๆ กันแต่แล้วความครื้นเครงก็หยุดลง เมื่อพ่อบ้านจ้าว เข้ามาแจ้งเรื่องที่เซี่ยถงวู่มาขอพบตู้เหลี่ยงและตู้เหลียนที่หน้าจวนตู้เหลี่ยงส่งฝาแฝดให้แม่นมพาออกไปด้านนอกทันที ก่อนจะตบโต๊ะเสียงดังอย่างมีโทสะ“เดรัจฉาน!!! ยังมีหน้ามาขอพบข้าอีกรึ”“ท่านตา อย่าได้มีโทสะเจ้าค่ะ หากท่านไม่ต้องการพบหน้าก็เพียงแค่ให้บ่าวหน้าจวนไล่ไปก็เท่านั้น ไยจะต้องทำให้ตนเองขุ่นใจด้วย” หรูอวี้เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย นางเหลือบมองมารดาก่อนจะพูด ก็เห็นว่านางไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นดีใจที่เซี่ยถงวู่มาขอพบ จึงได้เบาใจลง“เป็นเช่นที่อวี้เออร์นางว่า หากท่านอาจารย์ไม่ต้องการจะพบ ข้าจะออกไปจัดการให้ท่านเองขอรับ”“อืม...ลำบากเจ้าแล้ว” เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าตู้เหลี่
“สวรรค์” บ่าวไพร่และเสี่ยวฟ่านที่ได้พบเห็นคุณชายน้อยของตนก็ได้แต่อุทานออกมาอย่างแปลกใจนี่มันเด็กเพียงคลอดเสียที่ไหน ทั้งสองราวกับเด็กครบเดือนแล้ว ดวงตาที่กวาดมองไปทั่ว ราวกับรู้เรื่องราวและรับรู้สิ่งที่พวกเขาเอ่ยพูดกัน“พาไปให้อวี้เออร์นางดูก่อนเถิด” จ้าวลู่ฉือเขี่ยแก้มบุตรชายทั้งสอง ก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านในห้อง ที่สาวใช้ทำความสะอาดร่างกายของหรูอวี้เรียบร้อยแล้ว“ฮูหยินช่างมีบุญนัก แม้แต่กลิ่นน้ำคลอดของนางก็ไม่เหม็นเช่นที่ข้าเคยพบเจอ ดูเหมือนว่าจะคลายกลิ่นดอกบัวเสียด้วยซ้ำ” หมอตำแยเอ่ยพูดคุยถึงเรื่องความน่าอัศจรรย์นี้กันจ้าวลู่ฉือ เห็นหรูอวี้นั่งพิงหัวเตียงชะเง้อคอมองมาทางประตูก็อมยิ้มมองนาง“เจ้าอยากเห็นลูกใช่หรือไม่” เขารับเด็กทั้งสองคนมาจากป้าจิ้นและเสี่ยวซี ก่อนจะเดินเข้าไปหาหรูอวี้ที่เตียงหรูอวี้เม้มปากแน่น มองเด็กน้อยที่อยู่ในห่อผ้าที่แขนของจ้าวลู่ฉือ“ลูกข้า...ช่างตัวเล็กนัก” นางไม่รู้ว่าจะเอ่ยเช่นไรไม่คิดด้วยว่าในชีวิตนางจะให้กำเนิดเด็กน้อยออกมาได้ หรูอวี้มองเด็กทั้งสองด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำ ความรู้สึกแปลกใหม่เกิดขึ้นกับนาง จนนางไม่อาจจะอธิบายได้ความรัก ความหวงแหน ห
หรูอวี้ตบไปที่ใบหน้าของคุณหนูหั่วเต็มแรง มีดสั้นถูกวางจ่ออยู่ที่คอของคุณหนูหั่ว หากนางขยับตัวเล็กน้อยคงได้เห็นเลือดอย่างแน่นอน“ข้าไม่ถือ หากเจ้าจะใช้มารยาเพื่อได้เข้าตระกูลจ้าว แต่ในเมื่อเจ้าปากกล้ากับข้าเช่นนี้ ข้าคงต้องทำให้เจ้ารู้เสียแล้วว่าข้าเป็นเช่นไร” หรูอวี้ขยับข้อมือเพียงเล็กน้อย คมมีดก็บ
เซี่ยหรันเซียนเหมือนจะรู้ว่ามีคนจ้องมองมาทางนาง นางจึงหันไปมอองทางรถม้าที่จอดอยู่ไม่ไกลมากนัก เมื่อเห็นว่าด้านในมีหรูอวี้ที่ยกยิ้มมุมปาก มองมาที่นางราวกับว่ากำลังเยาะเย้ยอยู่ ก็เผลอกรีดร้องออกมา“กรี๊ดดดด จะ เจ้า” นางชี้มือที่ทางหรูอวี้ ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวอย่างน่าหวาดกลัว“พาข้าลงไป” หรูอวี้บอกเส
จวนตระกูลเซี่ยหลังจากที่จ้าวลู่ฉือกลับไปก็เกิดเรื่องราวใหญ่โต เมื่อเซี่ยถงวู่ฟื้นขึ้นมาหลังจากที่เขาสลบไป ก็ไปที่จวนของสวีเหมยลี่ทันที“เจ้าไปที่จวนตระกูลจ้าวเพื่ออันใด!!!” เขาบีบต้นแขนของนางไว้แน่น“เหตุใดข้าจะไปไม่ได้ นังหรูอวี้ได้ดีเป็นถึงฮูหยินท่านแม่ทัพ นางต้องช่วยเซียนเซียนของข้าได้” นางกรีดร
ตอนนี้ทั้งจ้าวลู่ฉือและหรูอวี้กำลังเป็นที่พอพระทัยของฮ่องเต้ หากรู้ว่าฮูหยินของตนทำให้จ้าวลู่ฉือเกือบจะเสียบุตรไป เขาคงได้ถูกริบตำแหน่งคืนอย่างแน่นอน“ข้าให้เวลาเจ้าสองวัน หากยังมิจัดการสวีเหมยลี่ให้ข้า ข้าจะมาจัดการทั้งตัวเจ้าและนางด้วยตนเอง” จ้าวลู่ฉือเหยียบไปที่อกของเซี่ยถงวู่อีกครั้ง ก่อนจะปราย






commentaires