Partager

ชังได้ท่านชังไป!
ชังได้ท่านชังไป!
Auteur: จ้าวเฉียว / พลอยพันแสง

บทนำ

last update Date de publication: 2025-11-10 14:46:09

ปฐมบท

ท้องฟ้ายามพลบค่ำขมุกขมัว กลิ่นดินหลังฝนตกใหญ่ยังลอยคละคลุ้งในอากาศ มีขบวนรถม้าจำนวนหลายสิบคันกำลังมุ่งหน้าลงใต้ด้วยฝีเท้าเร่งร้อน เสียงเกือกม้าเหยียบย่ำลงบนถนนดินขรุขระซึ่งมีแอ่งน้ำขังเป็นตะหลุกหลายแห่งดังกึกก้องไปตลอดเส้นทาง

"หม่าจงเจ้าไปเร่งท้ายขบวนหน่อยใกล้ค่ำแล้ว แถวนี้บรรยากาศไม่ดี"

บุรุษบนหลังอาชาพ่วงพีสีดำสนิทตะโกนสั่งบุรุษอีกคนซึ่งขี่ม้าตีคู่อยู่ด้านข้างรถม้าคันโต เจ้าของนามหม่าจงรับคำสั่งแล้วบังคับบังเหียนพาม้าย้อนกลับไปยังท้ายขบวน ยิ่งดวงอาทิตย์จวนอัสดงบรรยากาศพลันเย็นยะเยือก ทุกฝีเท้าล้วนเร่งรีบนัก

พอแสงสุดท้ายของสุริยาลาลับขอบฟ้าขบวนดังกล่าวก็เคลื่อนผ่านช่องเขาคับแคบ ด้านหนึ่งคือภูผาสูงชันอีกด้านเป็นหน้าผาลึกล้ำที่หากตกลงไปคงยากจะรอดชีวิต เส้นทางทอดยาวกว่าสิบลี้ดูอันตรายจนผู้คุ้มกันต่างระวังภัย พอท้ายขบวนเข้ามาอยู่ในช่องเขาคับแคบทั้งหมดเท่านั้นกลับปรากฏเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง!

"พวกเราบุก! หากผู้ใดขัดขืนฆ่าให้สิ้น! แล้วยึดเอาทรัพย์พวกมันมาให้หมด!"

สิ้นเสียงตะโกนกึกก้องของหัวหน้าโจรภูเขาก้อนหินใหญ่ถูกปล่อยให้กลิ้งลงมาขวางเส้นทางด้านหน้าและปิดท้ายขบวน รถม้าคันหน้าสุดถูกบังคับให้หยุดกึกพร้อมเสียงม้ากรีดร้องเสียงแหลมสูง ทุกชีวิตพลันชักกระบี่ออกมาเตรียมสู้ตายทันที แล้วกองโจรกว่าห้าร้อยชีวิตก็ถาโถมลงมาจากยอดทิวเขาสูง พวกมันดูสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากปีศาจ แววตาที่ลอดผ่านหน้ากากเปี่ยมด้วยความกระหายทั้งเลือดเนื้อและทรัพย์สิน

"โจรภูเขาจู่โจมแล้ว ปกป้องนายน้อยจ้าว!" บุรุษซึ่งนำขบวนตะโกนกึกก้อง เหล่าบุรุษสวมชุดเกราะสีดำหลายร้อยชีวิตรีบกระจายกำลังปกป้องรถม้าคันโตที่อยู่กลางขบวนทันควันแสดงให้เห็นว่าคนที่อยู่ด้านในย่อมสำคัญยิ่ง

อึดใจต่อมาเสียงโลหะปะทะกันก็ดังขึ้นทันที สะเก็ดไฟแตกเป็นประกายทุกครั้งที่ดาบปะทะกันเสียงดังกึกก้องสะท้านไปทั้งช่องเขาคับแคบ เหล่าผู้คุ้มกันขบวนกว่าหกร้อยชีวิตแม้ฝีมือการต่อสู้ดีและกำลังที่มากกว่า แต่ก็เสียเปรียบในทางชัยภูมิเพราะพวกโจรอยู่ด้านบนแต่พวกตนอยู่ด้านล่างที่เป็นช่องเขาคับแคบราวกับสุกรถูกต้อนเข้าสู่กับดักจากนายพราน เพียงเสี้ยวลมหายใจนั้นเลือดก็สาดกระเซ็น พวกผู้คุ้มกันทั้งหลายก็ร่วงหล่น ดั่งใบไม้แห้งปลิดปลิว

หัวหน้าโจรเป็นชายร่างใหญ่ หน้าตาเต็มไปด้วยแผลเป็น มันมองภาพดังกล่าวแล้วหัวเราะต่ำเสียงดังก่อนจะตะโกนเสียงเหี้ยมสั่งอยู่เบื้องบนกับรองหัวหน้ามือซ้ายของตนว่าให้เร่งลงไปรวบรัดจัดการทุกชีวิตให้สิ้นโดยเร็ว

รองหัวหน้าโจรมือซ้ายรับคำสั่งแล้วพาคนอ้อมลงไปอีกทางซึ่งตรงกันข้ามกับรองหัวหน้ามือขวาที่ลงไปก่อนหน้า เรียกว่าจู่โจมสามทางไม่เปิดโอกาสให้ม้าสักตัวรอดไปได้ ไม่ทันถึงสามช่วงลมหายใจเจ้าหัวหน้าโจรก็ได้เห็นพรรคพวกของตนไล่บดขยี้คนในขบวนราวกับทุกชีวิตเป็นมดและปลวก

เดิมทีภูเขาแถบนี้เป็นถิ่นหากินของพรรคพวกของมัน หลายวันก่อนมีจดหมายลึกลับแจ้งว่าวันนี้จะมีขบวนสูงศักดิ์ที่มากด้วยทรัพย์สินและเสบียงจะผ่านพร้อมตั๋วเงินหมื่นตำลึงให้สังหารทุกชีวิตในขบวนให้สิ้นจะม้าจะวัวก็ห้ามเหลือเอาไว้ มันจึงพาพรรคพวกมาดักปล้นในคืนนี้ ไม่คิดว่าจะเป็นจริง คราวแรกมันแค่ลองมาเสี่ยงดวงคิดว่าอย่างไรก็ได้ทั้งขึ้นและล่อง ทั้งทรัพย์สินที่ปล้นได้กับค่าจ้างของผู้ส่งจดหมายลึกลับ

"เร่งฆ่าให้สิ้น ห้ามรอดไปได้แม้แต่ชีวิตเดียว!"

ไม่นานรถม้าที่มีคนสำคัญโดยสารอยู่ก็ถูกจู่โจม แตกออกเป็นเสี่ยงด้วยตะขอเหล็กของโจรภูเขาหลายสิบคนแต่ด้านในกลับว่างเปล่า ส่วนบุรุษหนุ่มหน้าหยกซึ่งเป็นเป้าหมายหลักแห่งการจ้างวานปล้นในคราวนี้กลับอยู่ด้านในรถม้าอีกคันที่ดูแสนธรรมดา เรือนกายสูงโปร่งในอาภรณ์เรียบหรูสีเทาดำพุ่งทะยานพร้อมกระบี่ในมือออกมาโรมรันกับโจรป่าอย่างองอาจ

ถึงรูปกายของเขาจะดูราวกับบัณฑิตผู้คงแก่เรียนอยู่มาก ทว่ายามคับขันก็ยังพอปกป้องตนเองได้ ยามถูกจู่โจมชายหนุ่มก็ยกดาบขึ้นรับไม่สะท้าน

ชายหนุ่มหน้าหยกกับผู้คุ้มกันอีกสิบสองชีวิตสู้ไปพลางถอยไป ไม่ทันสังเกตว่าพวกตนถูกกลุ่มโจรกว่าครึ่งร้อยไล่ต้อนจนแยกออกจากขบวนไกลออกไปเรื่อย ๆ สุดท้ายจึงจนมุมอยู่บนหน้าผาสูงชันเพราะด้อยในชัยภูมิ ให้เก่งกาจมากฝีมือในเชิงต่อสู้เพียงใด แต่พวกเขามีเพียงสิบสามชีวิตคนส่วนเหล่าโจรร้ายห้อมล้อมกับมากถึงครึ่งร้อย จวนตัวจึงหันหลังชนกันอย่างอับจนหนทางจะไปต่อได้ เบื้องหน้าคือนักฆ่าในคราบโจรภูเขา ส่วนเบื้องหลังมีหน้าผาสูง หากถอยอีกไม่เกินหกก้าว พวกเขาย่อมตกลงไป ทางใดในยามนี้มีค่าเท่ากับตายทั้งหมด!

"หม่าจงเจ้าพานายน้อยจ้าวของพวกเราหนีไป" บุรุษหน้าเหี้ยมนาม เหล่ยเจี๋ย กระซิบกับสหายและลูกน้องวัยใกล้เคียงแต่มีใบหน้าอ่อนโยนกว่า

"ไม่! หากจะไปพวกเราต้องไปด้วยกัน" เป็นชายหนุ่มแต่งกายหรูหรารูปร่างสูงโปร่งราวกับเป็นบัณฑิตหน้าหยกนั่นเองที่กระซิบเสียงลอดไรฟัน เขาปฏิเสธออกไปแทนหม่าจงเสียงเด็ดขาดและทรงอำนาจผิดรูปร่างและหน้าตายิ่งนัก

"แต่ว่านายน้อย..." เหล่ยเจี๋ยพยายามจะเอ่ยค้าน

"จงฟังข้าเหล่ยเจี๋ย เพราะข้าคือนายน้อยของเจ้า!" บุรุษหนุ่มหน้าหยกเอ่ยเสียงเหี้ยมผิดหน้าตา จากนั้นก็กระชับด้ามกระบี่ พุ่งทะยานออกไปฟาดฟันอย่างไม่กลัวตายกิริยาองอาจราวกับแม่ทัพใหญ่

การต่อสู้ยืดเยื้อทั้งที่มีเพียงสิบสามชีวินที่ถูกไล่ต้อน เลือดอุ่นเริ่มไหลรินจากบาดแผลบนร่างกายของพวกเขาแต่ละคน ส่วนอีกด้านยังได้ยินเสียงต่อสู้ฆ่าฟันกันอย่างดุเดือดทั้งสองฝ่ายต่างล้มตายและบาดเจ็บคนแล้วคนเล่า

ส่วนทั้งนายและบ่าวทั้งสิบสามชีวิตนั้นก็ยังคงกัดฟันยืนหยัดต่อสู้ ไม่ยอมถอยแม้เพียงก้าว ทว่าสุดท้ายน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟในจังหวะหนึ่งบุรุษหนุ่มหน้าหยกก็พลาดท่า ถูกถีบจนล้มลงบนพื้นหิน กระบี่ของรองหัวหน้าโจรมือขวาหน้าเหี้ยมฟาดฟันลงมาเกือบตัดลำคอของเขาไปอย่างฉิวเฉียด!

ทว่าในห้วงเวลานั้นเอง...

เฟี้ยว...ฉึก!

เฟี้ยว...ฉึก!

เฟี้ยว...ฉึก!

เสียงลูกธนูพุ่งแหวกอากาศดังมาจากแนวผาสูงราวกับห่าฝน ทุกดอกเฉียบขาดราวกับถูกคำนวณระยะมาอย่างแม่นยำจากผู้ปล่อย และมีลูกศรสามดอกพุ่งลงมาจากที่สูงในมุมเฉียง ปักทะลุคอรองหัวหน้าโจรภูเขากับลูกน้องของมันทั้งสามคนที่กำลังพุ่งตรงไปหมายจะเอาชีวิตของบุรุษหนุ่มหน้าหยก ร่างอัปลักษณ์ทั้งสามทรุดลงแทบพร้อม เลือดสาดกระเซ็นอาบผืนดินสีคล้ำ กลิ่นคาวคละคลุ้งลอยฟุ้งไปทั่วลานหินแคบ ๆ

โจรที่เหลือชะงักงัน ภาพสหายล้มตายต่อหน้าในพริบตาเกือบหมดสิ้นทำให้หลายคนชะงักมือ เพียงเสี้ยวอึดใจเดียวก่อนจะมีเสียงตะโกนกึกก้องดังขึ้นจากด้านหลัง เพราะยังคิดว่าตนกำลังเหนือกว่าและได้เปรียบ "ฆ่าให้หมด!"

"ลงมือ!" หากแต่เสียงสตรีผู้เป็นเจ้าของลูกธนูทั้งสามดอกนั้นกลับตะโกนสั้นกระชับ แต่ทรงอำนาจกว่าเสียงของหัวหน้าโจรดังกล่าว เสียงนั้นเย็นเฉียบ และเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้คุมสถานการณ์ดังกับนางคือแม่ทัพใหญ่

เงาร่างในชุดดำทะยานลงจากโขดหินสูง เสื้อคลุมสีแดงดำปลิวสะบัด ดุจเหยี่ยวโฉบลงจากฟ้า ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นอย่างแผ่วเบาแทบไม่มีเสียง ในขณะเดียวกัน เงาคนอีกหลายร่างก็ปรากฏตัวจากพงไม้รอบทิศ บ้างยืนประจำตำแหน่งบนที่สูงพร้อมธนู บ้างเลื้อยเข้าประชิดถือดาบสั้น การเคลื่อนไหวเงียบเชียบและแม่นยำ ราวกับฝึกมาด้วยกันนับพันครั้ง ไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีความลังเล มีเพียงการลงมือพร้อมเพรียงกำจัดโจรร้ายนั้นได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูปเสียด้วยซ้ำ!

บุรุษหนุ่มหน้าหยกที่ถูกล้อมอยู่กลางวงพวกโจรป่าผู้ถูกเรียกว่า ‘นายน้อยจ้าว’ พลันเบิกตากว้าง หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วกระหน่ำหนักยิ่งกว่าเดิมนี่ไม่ใช่การช่วยเขากับคนของเขาจากปากประตูยมโลกหรอกหรือ?

หากช้ากว่านี้อีกเพียงไม่กี่ลมหายใจ ขบวนของเขาคงไม่เหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่ม้าหรือวัวลากเกวียนสักตัวเป็นแน่

สตรีชุดดำปิดหน้าด้วยผ้าแพรสีแดงเข้มกระโดดลงมายืนอยู่ตรงหน้าเขา กระบอกธนูสะพายหลังยังสั่นไหวเล็กน้อยจากการเคลื่อนไหว นางกระชากกระบี่ออกมากำไว้ในมือแน่น เงาของคมกระบี่นั้นวาววับสะท้อนแสงจันทร์เย็นเยียบ คมดาบสะอาด ไม่มีรอยเลือดติดอยู่แม้แต่น้อย บ่งบอกว่าการสังหารเมื่อครู่เป็นเพียงการเปิดทางเท่านั้นนางยังมิได้ลงมือด้วยอาวุธที่ตนถนัดด้วยซ้ำไป ใช้เพียงธนูก็เด็ดชีพศัตรูไปเกินครึ่งแล้ว ฝีมือเช่นนี้ไม่ธรรมดาเลย

"คุ้มกันคุณชายจ้าว ปกป้องทุกชีวิตในขบวนให้ปลอดภัย!" นางยังคงตะโกนสั่งเสียงเหี้ยม คำสั่งสั้น ๆ แต่ชัดเจน กลิ่นอายที่กระจายรอบกายของนางเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหารอย่างนักฆ่าที่ถูกฝึกมาอย่างเชี่ยวชาญ หาใช่จอมยุทธ์พเนจรที่อาศัยวรยุทธ์ขั้นพื้นฐานออกช่วยคนหาชื่อเสียงไม่

สองเงาร่างแยกออกมาขนาบซ้ายขวาของเขาทันที ตั้งท่ารับศัตรูโดยไม่ต้องมองหน้ากันแม้แต่น้อย การเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติราวกับร่างกายจดจำหน้าที่ได้เองว่องไวราวอสรพิษมิผิดไป

"เป็นใครกัน!" หัวหน้าโจรที่เห็นว่าตนเพลี่ยงพล้ำถึงกับคำรามลั่น เส้นเลือดที่ลำคอของมันปูดโปน ดวงตาแดงก่ำ พลางชักดาบใหญ่แล้วกระตุ้นม้าพุ่งเข้าใส่หวังตัดศีรษะผู้นำฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นเรื่อง

สตรีในอาภรณ์สีดำแต่ผ้าคลุมของนางเป็นสีแดงรัดกุมตะโกนตอบแล้วหัวเราะแผ่วเบา เสียงหวานแต่เย็นเยียบเสียจนขนลุก "มารดาของเจ้าอย่างไรเล่าไอ้โจรชั่ว!"

คำพูดยังไม่ทันจบ ร่างของนางก็พุ่งเข้าใส่ ท่วงท่าคล่องแคล่ว ดุดัน และเฉียบคม กระบี่ตวัดผ่านลำคอศัตรูราวตัดดอกไม้ในสวน ไม่มีท่าทางฟุ่มเฟือย ไม่มีการประลองยืดเยื้อ เลือดพุ่งเป็นสาย ทุกท่วงท่าเด็ดขาดหวังปลิดชีพศัตรูเท่านั้นร่างโจรล้มลงแทบจะพร้อมกับกระบี่เล่มเรียวหวนคืนปลอก

รอบด้าน ลูกน้องของนางลงมือพร้อมกัน ธนูจากที่สูงกดดันไม่ให้โจรตั้งแนว ดาบสั้นจากแนวพุ่มไม้ฉีกแนวหลัง เสียงกรีดร้องดังระงม โจรถูกบีบให้แตกกระเจิง ขวัญเสียจนแทบไม่ทันตั้งตัวยิ่งเห็นหัวหน้าและรองหัวหน้าทั้งสองตายสิ้นพวกมันยิ่งขวัญเตลิด

บุรุษหนุ่มทั้งสิบสามชีวิตตั้งหลักได้ในที่สุด พวกเขากัดฟัน ชักกระบี่เข้าประชิดโจรที่เหลือตามจังหวะที่สตรีชุดดำบีบวงให้ เลือดที่เปรอะพื้นทำให้ฝ่าเท้าลื่น แต่ไม่มีใครถอยจนบุรุษหนุ่มหน้าหยกเห็นว่ามีโจรกำลังจะทำร้ายสตรีลึกลับจากด้านหลังเขารีบพุ่งเข้าไปช่วย

จนกลายเป็นทั้งสองคนประสานมือโดยไม่ต้องเอ่ยคำ หนึ่งฟาด หนึ่งแทง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ก่อนคมกระบี่ของชายหนุ่มจะเสียบทะลุหน้าอกของโจรคนสุดท้ายอย่างแม่นยำ ร่างใหญ่ทรุดฮวบ เลือดทะลัก โจรที่เหลือไม่ถึงยี่สิบชีวิตจากห้าร้อยแตกฮือหนีเข้าป่าราวฝูงสุนัขไร้หัว

ความเงียบเข้าครอบงำหุบเขา เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบของผู้รอดชีวิต กับกลิ่นคาวเลือดที่ลอยอบอวล

สตรีชุดดำสะบัดกระบี่เช็ดเลือด เก็บคืนปลอก ขณะเดียวกันนางเพียงพยักหน้าลูกน้องทั้งหลายก็รีบถอยออกไปเก็บกวาดโดยรอบจนปลอดภัยในทันที ดูเป็นระบบระเบียบคล้ายทหารที่ได้รับคำสั่งชัดเจนจากแม่ทัพโดยไม่มีเสียง

ชายหนุ่มหันมาสบตาสตรีลึกลับ ดวงตาเรียวรีราวดวงตานางพญาหงส์เหนือผ้าแพรแดงทำให้หัวใจเขาสะดุดวูบหนึ่งแต่เขายังไม่ทันขยับปากเอ่ยขอบคุณ ร่างเล็กเตรียมจะจากไปหลังพบว่าเป้าหมายที่ตนรับมอบหมายให้มาปกป้องนั้นไม่ตายนางก็ไม่คิดเอ่ยคำใดเพิ่มให้มากความ เพราะคำสั่งจาก ‘นายใหญ่’ คือนายน้อยจ้าวต้องปลอดภัยเท่านั้นบัดนี้นางทำสำเร็จภารกิจจึงจบ

"ช้าก่อนมิทราบว่าแม่นางคือผู้ใดกัน?"

ร่างอรชรหยุดเพียงครู่เดียว แล้วเอ่ยตอบโดยไม่หันกลับเพราะนางกับเขาย่อมเดินคนละเส้นทาง "เป็นเพียงผู้ผ่านทางเท่านั้น"

กล่าวจบนางจึงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ ลูกน้องเริ่มถอนกำลัง แต่ในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง เงาโจรผู้หนึ่งที่แกล้งตายก็ผุดลุกขึ้นจากกองศพ หน้าไม้ในมือเล็งตรงมายังชายหนุ่ม

"จงตายเสียเถิด จ้าวเฉินจ้าน!"

เฟี้ยว!

"ระวัง!"

นางตะโกนพร้อมพุ่งเข้าขวาง อย่างไม่สนใจชีวิตตน ราวกับไม่กลัวตนจะเจ็บหรือตายแค่เพียงปกป้องร่างสูงใหญ่เอาไว้ได้เป็นพอ!

ฉึก!

ลูกธนูปักลึกที่แผ่นหลังด้านซ้ายของนางจนทะลุมาหน้าอก เลือดสดทะลักออกมาทันควัน นางสะอึก ร่างกระตุกเสียจังหวะไปชั่วอึดใจก่อนจะกลับมายืนมั่นคง นางหักปลายธนูทิ้ง ฝ่าเท้ากดพื้นแน่นไม่ให้ล้ม

"ท่านหัวหน้า!" ลูกน้องร้องลั่น

นางไม่สนใจ ซัดมีดสั้นออกไปในอึดใจเดียว ตัดหลอดลมมือหน้าไม้ขาดสะบั้น ก่อนร่างนั้นจะล้มลงตายสนิท

ทว่านางเองก็เซถลากระอักเลือดออกมาจากปากคำโต เพราะใช้กำลังภายในไปเมื่อครู่ในขณะที่ตนเองบาดเจ็บจากลูกธนู แต่นางเพียงยกมือเช็ดอย่างว่องไวก่อนออกคำสั่งเสียงเข้ม "ถอย!"

ลูกน้องรีบพุ่งเข้าประคอง แต่หญิงสาวกลับผลักออก "ไม่ต้องเก็บกวาดนักฆ่าให้สิ้นแล้วรีบ แยกย้าย"

กล่าวจบ นางก็เตรียมใช้วิชาตัวเบาทะยานหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือด แต่บุรุษหนุ่มหน้าหยกที่ยืนตกตะลึงพลันได้สติเขาไม่รอช้ารีบคว้าข้อมือของนางเอาไว้

"ช้าก่อนแม่นาง!"

ชายหนุ่มที่รอดตายเพราะสตรีลึกลับเป็นครั้งที่สองทั้งยึดข้อมือของนางและร้องเรียกให้นางหยุดเสียงดัง เขาเป็นหมอ เป็นผู้คุ้นเคยพิษบาดแผลมานักต่อนัก แต่ไม่เคยรู้สึกโกลาหลในอกเท่าครั้งนี้

"ปล่อย!" นางกล่าวแล้วผลักเขาออกห่าง นางก้าวไปได้เพียงสามก้าวก็ทรุดฮวบลงหัวเข่ากระแทกพื้น ลูกน้องร่างสูงใหญ่ผู้หนึ่งอุทานลั่นก่อนจะพุ่งมาประคอง "นายหญิง!"

ชายหนุ่มรีบตรงเข้าไปหวังช่วยพยุงเรือนกายบอบบางอีกแรงแต่ไม่ทันเขาจึงร้องบอกนาง "ข้าเป็นหมอ สามารถรักษาเจ้าได้!"

แต่ร่างเล็กสะบัดกายจากลูกน้องตัวโตก่อนจะหันกลับมาซัดฝ่ามือเปรี้ยงใส่ร่างของบุรุษหน้าหยกไม่แรงนักแค่ทำให้เขาหยุดชะงักเท่านั้นมิได้บาดเจ็บ แล้วใช้วิชาตัวเบาทะยานหายลับไปกับรัตติกาล ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเขา ชายหนุ่มทำได้เพียงมองตามแต่ไม่พบสิ่งใดนอกจากความมืด…

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Commentaires (1)
goodnovel comment avatar
RainyStarSea
ตอนแรกก็สนุกแล้ว
VOIR TOUS LES COMMENTAIRES

Dernier chapitre

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 54 จบ 2/2

    คือสามพ่อลูกสกุลเจียง เจียงพ่านสือ เจียงพ่านฉือ และเจียงเหม่ยลี่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนบิดาของนางก็ไม่ได้อยู่ในคุกหลวง แต่ถูกนำไปกักขังในบ้านนอกเมืองของซ่างกวนหานเซียงรอนางไป ‘จัดาร’ตามที่นางพึงใจ“แล้วจ้าวเจิ้งหรงเล่าเพคะ” นางอดจะถามถึงอดีตฮ่องเต้ที่สังหารบิดาและมารดาของสามีเสียบิดา“คนเช่นมันตายย่อมสบายเกินไป ข้าจะคุมขังมันให้ตายช้าๆ ในคุกหลวง ให้มันได้รู้ว่าข้าอยู่สุขสบายเพียงใด ปกครองบ้านเมืองให้ประชาชนรักขุนนางบูชา จนมันแค้นแสนสาหัส”“หึ! นี่จึงสมเป็นท่าน จ้าวเฉินจ้าน”“แล้วเจ้าเล่า?” เป็นจ้าวเฉินจ้านที่เอ่ยถามภรรยาบ้าง ขณะถามเขาก็ทอดสายตามองบุตรชายที่หลับอยู่บนเตียง“คง...ค่อยๆ แล่เนื้อ เลาะกรดูกพวกมันกระมังเพคะ” พี่ชายของนางตายศพไม่หวนคืน พวกมันก็ต้องเผชิญสิ่งเดียวกัน“แม้แต่บิดาของเจ้าก็ไม่มีละเว้นหรือ?”“แล้วเหตุใดหม่อมฉันต้องละเว้นมันด้วย”“ดี! นี่จึงสมเป็นซ่างกวนฮองเฮา”“ท่านไม่คิดว่าหม่อมฉันเหี้ยมโหดอกตัญญูหรือเพคะ?”“ไม่เคยคิด สวีเกากงสมควรโดนเช่นนี้นานแล้ว คนที่แม้แต่ลูกในไส้ยังสังหารได้ ความเป็นคนไม่มีนานแล้ว ว่าแต่...”จ้าวเฉินจ้านก้าวเข้าไปใกล้ซ่างกวนจนปลายเท้าของตนกับนาง

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 54 จบ 1/2

    ตอนที่ 54 || อวสานเฉินตี้ฮ่องเต้ทรงผินพระพักตร์ไปทางซ้าย ที่ซึ่งจ้าวเจิ้งอัน เป่ยฉีอ๋องยืนสงบนิ่ง เสื้อคลุมสีกรมท่าของฝ่ายบู๊พาดอยู่บนไหล่กว้างที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน ใบหน้าคมเข้มมีรอยแผลบางจางจากคมดาบในอดีต เขายืนตัวตรง สายตาแน่วแน่ แต่ไม่แสดงความทะเยอทะยานแม้แต่น้อย“เสด็จอาเล็กของเรา”พระสุรเสียงกังวานชัดในโถงกว้าง “ถูกใส่ร้ายจนต้องจากเมืองหลวงไปชายแดนเหนือนานถึงสิบเก้าปี ปกป้องแคว้นเป่ยซวีอันยากแค้นรับลมหนาวและคมดาบแทนราชสำนัก มิหนำซ้ำยังสูญเสียทั้งภรรยาและบุตรชายหญิง ไร้ทายาทสืบสกุล”ถ้อยคำแต่ละคำหนักแน่นเหมือนก้อนหินตกลงในสระนิ่ง เงียบงันแผ่ซ่านไปทั่วท้องพระโรง ขุนนางฝ่ายบุ๋นหลายคนก้มหน้าลง บางคนหลบสายตาอย่างรู้สึกผิดในใจ แม้ไม่ได้เป็นผู้ใส่ร้ายในวันนั้น แต่ก็ไม่มีผู้ใดยืนหยัดปกป้องเขาอดีตองค์ชายสามที่มีวัยเพียงยี่สิบเอ็ดปีเฉินตี้ฮ่องเต้ทรงลุกจากบัลลังก์มังกร การที่ฮ่องเต้เสด็จลงจากบัลลังก์ในท้องพระโรงเต็มไปด้วยความหมาย มันคือการลดช่องว่างแห่งอำนาจลงด้วยพระองค์เอง เสียงฝีพระบาทกระทบขั้นหินอ่อนทีละขั้น กังวานชัดเจนในความเงียบราวกับนับเวลาย้อนสู่อดีตจ้าวเจิ้งอันรีบก้าวออกมาค

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 53 2/2

    เสียงซิบซุบฮือฮาดังแผ่วเบาขึ้นทันทีหลังจบราชโองการ แม้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยท้วงชัดเจนแต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการตั้งแต่งคราวนี้เนื่องจากรู้สึกไม่ถูกต้องที่เด็กน้อยวัยเพียงหนึ่งขวบครึ่งจะขึ้นเป็นไท่จื่อของแผ่นดิน เนื่องจากเด็กวัยเท่านี้ล้วนยังมิพ้นอ้อมอกหมัวมัวด้วยซ้ำในอดีตไม่เคยมีมาก่อน สุดท้ายจึงเป็นเสนาบดีกรมกลาโหมที่ใจกล้าก้าวออกมาอย่างระมัดระวัง ประสานมือคารวะสูงแล้วเอ่ยทัดทาน“กราบทูลฝ่าบาท ตามแบบแผนโบราณ ไท่จื่อมักได้รับการสถาปนาเมื่อพระชนมายุครบสิบแปดหรือยี่สิบปี เพื่อแสดงถึงความพร้อมทั้งด้านร่างกายและปัญญา…”เฉินตี้ฮ่องเต้มองลงมายังท่านเจ้ากรมกลาโหมนิ่ง พระพักตร์สงบแต่สายตาคมกริบราวคมดาบพร้อมประหารคนได้ทั้งที่ปกติแล้วครั้งที่อีกฝ่ายเป็นหวงซุนจนถึงฐานะไท่จื่อจ้าวเฉินจ้านกิริยานั้นสุขุมก็จริง ทว่าก็มีแววตาอ่อนโยนเป็นนิด“ความพร้อมมิได้วัดที่ตัวเลขของอายุ หากวัดที่การเตรียมการ เรากับฮองเฮาจะอบรมไท่จื่อด้วยตนเอง ให้เขาเติบโตอย่างเปรียบพร้อม มิใช่ปล่อยให้การเมืองเลี้ยงดูแทนพ่อแม่”ถ้อยคำเรียบง่าย แต่ตัดบทสนทนาอย่างเด็ดขาดจากนั้นไม่มีขุนนางคนใดกล้าทักท้วงอีก สัญญาณจากกรมพิธีการดังขึ้นอีกคร

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 53 1/2

    ตอนที่ 53 || ซ่างกวนฮองเฮาทันทีที่สิ้นพระสุรเสียง กรมพิธีการเคลื่อนขบวนเข้าสู่ท้องพระโรงอย่างเป็นลำดับขั้นขันทีเอกสองนายอุ้มพานทองคำลงยาสีแดง เดินนำหน้าอย่างช้า ๆ ทุกก้าวย่างต้องเหยียบลงตรงจังหวะกลองพิธีที่บรรเลงต่ำหนักเป็นจังหวะเดียวกัน ด้านหลังคือนางกำนัลชั้นในสี่นาง ถือพัดหางนกยูงและฉัตรหงส์ทองลดระดับต่ำตามระเบียบ ไม่ให้สูงเกินพระพักตร์ฮ่องเต้บนพานทอง เบื้องซ้ายคือ ตราประจำตำแหน่งฮองเฮา แกะสลักหยกขาวลายหงส์โผบินเหนือเมฆ อักษรประทับด้านล่างคมชัดเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจฝ่ายใน เบื้องขวาคือ มงกุฎหงส์ทอง ตัวเรือนถักจากทองคำบริสุทธิ์ ฝังทับทิม ไข่มุก และหยกเขียวอ่อน สองปีกหงส์กางออกโค้งรับแสงอรุณ เส้นพู่ไข่มุกห้อยระย้าลงมาข้างแก้มตามแบบพิธีใหญ่เมื่อขบวนหยุดลงเบื้องหน้าบันไดบัลลังก์ ขันทีทั้งสองคุกเข่าพร้อมกัน ยกพานเหนือศีรษะตามธรรมเนียม “ถวายตราฮองเฮาและมงกุฎหงส์ทองพ่ะย่ะค่ะ”ดนตรีพิธีการเปลี่ยนทำนองเป็นช้า ลึก และสงบ เสียงระฆังสำริดดังหนึ่งครั้งเพื่อประกาศขั้นตอนสำคัญถัดไปประตูทิศตะวันออกของท้องพระโรงเปิดออกอย่างพร้อมเพรียง ซ่างกวนซ่างกวนหานเซียงปรากฏกายในฉลองพระองค์เต็มยศฝ่ายในสีแดงชา

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 52 3/3

    เมื่อเอ่ยถึงสวีเกากง อดีตเจิ้งกั๋วกง ไท่ซ่างหวงทรงตรัสสำทับทันที พระสุรเสียงชัดเจนไม่เปิดช่องคลุมเครือ“สวีหานเซียงมิได้เกี่ยวข้องกับสกุลสวี เพราะนางแต่งงานเข้าราชวงศ์ก่อนหน้านี้นานแล้ว ซ่างกวนเฉี่ยน อดีตเจิ้งกั๋วกงฟู่เหริน ก็ได้รับพระราชทานหนังสือหย่านานแล้วเช่นกัน ส่วนสกุลสวีสายหลักทั้งหมดที่ถูกเนรเทศไปแดนเหนือ ให้ถือว่ารับโทษไปแล้ว ไม่เกี่ยวกันกับโทษของสวีเกากงโดยสิ้นเชิง”ถ้อยคำนี้ทำให้หลายคนในแถวฝ่ายบุ๋นถอนหายใจเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว การลงโทษถูกกำหนดครบถ้วน ชัดเจน ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีความคลุมเครือท้องพระโรงอันเคยสั่นสะเทือนด้วยเสียงฮือฮากลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ความเงียบที่หนักแน่นกว่าก่อนหน้า เพราะทุกคนตระหนักชัดแล้วว่าในวันนี้มิใช่เพียงการประชุมยามเช้า หากเป็นวันที่ชะตาของแผ่นดินต้าเยี่ยนถูกพลิกกลับต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนักจริง ๆเมื่อการลงโทษประกาศครบถ้วน ไท่ซ่างหวงจ้าวเหยียนจ้งประทับนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกรช้า ๆการลุกขึ้นครั้งนั้น มิใช่เพียงการเคลื่อนไหวของพระวรกายชรา หากเป็นการกระทำตามธรรมเนียมถ่ายโอนราชอำนาจที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีเมื่อมังกรรุ่น

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 52 2/3

    ถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยคนั้นทำให้ทั้งท้องพระโรงสั่นสะเทือน เสียงฮือฮาปะทุขึ้นราวคลื่นซัดผนังศิลา ขุนนางบางคนเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ชายแขนครุยสะบัดไหวเป็นระลอก ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าแตกแถวหรือส่งเสียงเกินกว่าธรรมเนียมอัครมหาเสนาบดีเฝิงก้าวออกมาอีกครั้ง สีหน้าที่เคยสงบนิ่งเปลี่ยนไปเพียงชั่ววูบ ก่อนประสานมือคารวะเอ่ยถาม“ไท่ซ่างหวง ฝ่าบาททำสิ่งใดผิดหนักหนาจนต้องโทษคุมขังหรือพ่ะย่ะค่ะ”คำถามตรงไปตรงมา ทว่าทั้งท้องพระโรงกลับเงียบสนิทลงในฉับพลัน รอฟังคำตอบจากมังกรชรา ไท่ซ่างหวงมิทรงหลบเลี่ยง พระเนตรคมทอดมองลงมาจากบัลลังก์“ไม่ปิดบังขุนนางทั้งหลาย เฟิ่งตี้ฮ่องเต้ต้องโทษหนักด้วยข้อหาทรยศต่อราชวงศ์ ฆ่าพี่ ใส่ร้ายน้อง ลอบปลงพระชนม์บิดา และกำจัดขุนนางสุจริต ส่งเสริมพรรคพวกกังฉิน จนประชาชนเดือดร้อนมาสิบเก้าปี”ถ้อยคำแต่ละคำตกกระทบพื้นหินเย็นเฉียบดั่งก้อนเหล็กทุบลงบนแผ่นน้ำแข็ง ไม่มีช่องว่างให้ตีความ ไม่มีถ้อยคำใดให้ขุนนางใต้ปกครองเข้าใจผิดและพระองค์ยังตรัสต่อทันที ไม่เปิดโอกาสให้เสียงซุบซิบแทรกไปมากกว่านี้“เมื่อครั้งยังเป็นองค์ชายรอง จ้าวเจิ้งหรงลอบซื้อตัวนางกำนัลคนสนิทของอดีตไท่จื่อเฟย ให้วางย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status