Share

ตอนที่3

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-10 14:50:57

ตอนที่ 3 || ไท่จื่อเฉินจ้านผู้อ่อนโยน

เช้าวันหนึ่งในต้นฤดูหนาว ท้องฟ้าของมหานครฉงชิ่งแจ่มกระจ่างดุจผืนผ้าไหมที่เพิ่งถูกชะล้างจนสะอาดไร้ฝุ่นหมอก ลมหนาวพัดเอื่อย กลิ่นไม้ฟืนเผาใหม่ลอยคลุ้งคลอเคลียกับกลิ่นดอกเหมยแรกแย้มที่เพิ่งผลิดอกเหนือกำแพงวังหลวง เสียงระฆังยามเช้าจากอารามเต๋าแห่งหนึ่งดังกังวานก้องสะท้อนบนหลังคาเคลือบกระเบื้องเงา ปลุกให้มหานครตื่นขึ้นจากนิทราอันยาวนานของฤดูหนาว

ขบวนรถม้าของไท่จื่อจ้าวเฉินจ้านแล่นผ่านประตูเมืองท่ามกลางสายตาของประชาชนที่ต่างพากันก้มศีรษะให้เกียรติ เสียงลือเรื่องความกล้าหาญของเขาจากเมืองหนานจิ้งยังไม่ทันจางหายองค์ไท่จื่อผู้เสี่ยงชีวิตเข้ารักษาผู้ป่วยโรคระบาดโดยไม่หวั่นต่อความตาย บัดนี้กลับมาสู่นครหลวงอีกครั้งในฐานะบุรุษผู้มีเมตตาดั่งเทพเซียน

ม่านผ้าของรถม้าถูกแหวกออกเบา ๆ เผยให้เห็นบุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ไร้คราบฝุ่นหรือรอยเลือด ผิวพรรณสะอาดราวหยกขาวต้องแสงอรุณ แววตาอบอุ่นทอประกายเมตตา ทุกสายตาที่มองเห็นล้วนต้องหยุดนิ่ง เหมือนต้องมนตร์ของรอยยิ้มเพียงบางเฉียบที่แต้มอยู่บนริมฝีปากสีทับทิมของเขา

เสียงแซ่ซ้องดังทั่วถนน "ไท่จื่อผู้เปี่ยมเมตตา"หรือ"องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยผู้ทรงคุณธรรม!" เด็กน้อยโปรยกลีบดอกเหมยตามหลังขบวน มารดาและหญิงสาวต่างมองตามด้วยแววตาเคลิบเคลิ้ม บางนางถึงกับยกชายเสื้อขึ้นซับเหงื่อที่ฝ่ามือ ทั้งที่อากาศหนาวเหน็บนัก

จ้าวเฉินจ้านเพียงพยักหน้ารับบ้าง โบกมือเบา ๆ บ้าง กิริยาอ่อนโยนราวกับสายน้ำ ทว่าในแววตาเรียบนิ่งนั้นกลับซ่อนความเย็นเยียบไว้ลึกจนยากอ่านออก เขายิ้มในแบบที่คนทั้งแผ่นดินเชื่อว่าจริงใจ ทั้งที่ในใจเพียงกำลังครุ่นคิดถึงกลเกมการเมืองที่รออยู่เบื้องหน้า

“งดงามและดูมีเมตตาราวท่านเทพลงมาอวยพรปวงประชา” เสียงพ่อค้าคนหนึ่งพึมพำพลางยกมือประสานคารวะ

“อ่อนโยนและหล่อเหล่าราวเทพเซียนสมดังคำร่ำลือ” หญิงชาวบ้านตอบด้วยแววตาเคลิ้มฝัน

แต่ใครเลยจะรู้ว่า ภายใต้ความอ่อนโยนนั้นกลับมีความเงียบงันของมีดสั้นและเข้มพิษซ่อนอยู่

จ้าวเฉินจ้านเป็นบุรุษที่รู้ดีว่าความอ่อนโยนคือเกราะชั้นดีของอำนาจ การแสดงออกอย่างอ่อนโยนทำให้ผู้คนยอมศิโรราบโดยไม่ต้องใช้ดาบฟันจนหลั่งโลหิตสักหยด

เขาคือผู้สืบทอดของราชบัลลังก์คนต่อไปที่มีทั้งเสด็จปู่ เสด็จพ่อ และเสด็จอาผู้มากเล่ห์และโหดเหี้ยม สายเลือดนั้นไม่เคยเจือจางไปจากเขา เพียงแต่เขาเลือกจะซ่อนมันไว้หลังรอยยิ้มเท่านั้นเอง

‘พยัคฆ์ไม่คลอดบุตรเป็นสุนัขฉันใด มังกรย่อมมิใช่ไส้เดือนฉันนั้น’ คำนี้ไม่มีวันผิดสำหรับจ้าวเฉินจ้าน

แม้เขาจะชอบการแพทย์มากกว่าการทหาร แต่คนที่รู้จักเขาดีที่สุดต่างรู้ว่า เขาสามารถใช้พิษสังหารคนได้เงียบงันยิ่งกว่าคมดาบที่ฟาดฟันจนโลหิตสาดกระเซ็นเสียอีก เขามิใช่บุรุษที่ลงมือโดยไร้เหตุผล แต่เมื่อคิดลงมือแล้ว...

...ไม่มีทางให้ผู้ใดได้ลมหายใจกลับคืน

ข่าวลือเล่าขานว่าเขาเคยช่วยชีวิตขุนนางอาวุโสต้องสงสัยว่ามีใจคิดกบฏที่ป่วยหนัก แต่คนผู้นั้นกลับตายในอีกเจ็ดวันโดยไร้ร่องรอยพิษ มีเพียงกลิ่นหอมบาง ๆ จากยาสมุนไพรที่เฉินจ้านปรุงให้ติดอยู่ในลมหายใจสุดท้ายของเขาไม่มีหลักฐาน ไม่มีใครกล้าสงสัย และไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงอีก

‘เขาน่ะ น่ากลัวกว่าสามบุรุษแห่งต้าเว่ยรวมกันเสียอีก’ นั่นคือคำของแม่ทัพเก่าผู้หนึ่งที่สาบานว่าจะไม่หันหลังให้องค์ไท่จื่อหนุ่มแม้เพียงชั่วลมหายใจ

ขบวนรถม้าหรูหราหยุดลงตรงหน้าตำหนักบูรพา เมื่อม่านรถเปิดออก บุรุษสูงโปร่งในอาภรณ์ขาวก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสง่า เส้นผมดำสนิทยาวสลวยถูกรวบไว้ด้วยปิ่นหยก เขาเหยียบพื้นหินเย็นชื้นด้วยความมั่นคง แววตาคมปลาบเพียงปรายมองชั่วขณะเดียวทำให้บ่าวไพร่ที่รอต้อนรับต่างก้มหน้าคุกเข่า

“ถวายพระพรองค์ไท่จื่อ ขอต้อนรับไท่จื่อกลับสู่ตำหนักบูรพา!” เสียงพร้อมเพรียงดังก้องราวสายฟ้าแลบกลางฤดูหนาว

เฉินจ้านเพียงยกมือเรียบง่าย พลางกล่าวเสียงเรียบ“ลุกขึ้นเถิด แล้วแยกย้ายไปทำหน้าที่ของพวกเจ้า เปิ่นไท่จื่อจะพักผ่อน”

ทุกคนรีบค้อมศีรษะ ถอนตัวอย่างระมัดระวังราวกลัวเหยียบเงาพระองค์ เหลือเพียงขันทีอาวุโสผู้หนึ่งรูปร่างผอมสูง ใบหน้าเรียว เขาคือ เฉากงกง หรือเฉาเซิ่ง ขันทีผู้ติดตามไท่จื่อมาตั้งแต่แรกประสูติ

เฉาเซิ่งก้าวออกมาสาวเท้าสามก้าว โค้งกายลงต่ำ “ช้าก่อนพ่ะย่ะค่ะไท่จื่อ ฝ่าบาทกับไท่ซ่างหวงทรงมีรับสั่งให้พระองค์เข้าเฝ้าที่ตำหนักเฉียนชิงทันทีที่เสด็จถึง”

เฉินจ้านเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตานิ่งสนิท “ให้เปิ่นไท่จื่อพักสักครู่มิได้เชียวหรือ”

“มิได้พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีตอบเสียงเบา แต่เสียงนั้นสั่นจนแทบไม่กล้าหายใจต่อหน้าชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์กว่าอายุของตนถึงสิบแปดปี

เฉินจ้านนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นไม่ดัง แต่กลับเย็นยะเยือกอย่างประหลาด “ได้ เช่นนั้นก็ไปเข้าเฝ้าเสด็จอากับเสด็จปู่พร้อมท่านเดี๋ยวนี้... แต่...”

คำว่า “แต่” ทำให้เฉาเซิ่งถึงกับชะงัก

ไท่จื่อหนุ่มโน้มกายลงใกล้ขันทีที่เขาเคารพเสมือนบิดาคนที่สอง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มละไม แต่ในแววตากลับซ่อนประกายลึกลับ

“แต่เฉากงกงต้องเล่าให้เปิ่นไท่จื่อฟังเสียก่อน ว่าเหตุใดจึงเร่งร้อนเรียกเปิ่นไท่จื่อกลับจากหนานจิ้งราวกับเกิดเพลิงไหม้เช่นนี้”

เฉาเซิ่งหน้าเปลี่ยนสี “เอ่อ...” เสียงนั้นติดขัด มือที่กุมแส้ขนหางม้าอยู่เริ่มสั่น กว่าจะรู้ตัวว่าตนหลงกลก็เมื่อสายเกินไปเขามักลืมเสมอว่าไท่จื่อผู้นี้หาใช่เด็กชายที่เคยซุกหน้าซบตักตนเมื่อครั้งยังเยาว์อีกต่อไปแล้ว

เขาเติบโตเป็นมังกรหนุ่มเต็มตัวงดงามแต่ร้ายลึกเต็มไปด้วยเล่ห์กลและพิษร้ายซุกซ่อนเอาไว้รอบกาย

เฉินจ้านยืดกายตรงอีกครั้ง สีหน้ายังคงยิ้มละไมราวกับเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น “ไปเถิด” เสียงของเขานุ่มทว่าแฝงแรงกดดันจนเฉาเซิ่งรีบก้มศีรษะอีกครั้งก่อนถอยหลังออก

ทันใดนั้นลมหนาวพัดกลีบดอกเหมยปลิวว่อนเข้ามาในลานหิน ขณะไท่จื่อก้าวขึ้นรถม้าอีกครั้ง เสียงม้าฮึดฮัดเบา ๆ คล้ายรับรู้ความเย็นเฉียบที่ไม่ใช่จากฤดู หากแต่เกิดจากบุรุษผู้ก้าวขึ้นรถอีกคราต่างหาก

ด้านในรถม้ามีกล่องไม้ไผ่ใบเล็กวางอยู่ มันบรรจุเข็มเงินและขวดยาพิษที่เขาปรุงเองอาวุธของหมอผู้ไม่จำเป็นต้องมือเปื้อนโลหิตคนชั่ว

เฉินจ้านหยิบเข็มเล่มหนึ่งขึ้นมา หมุนเล่นในมือ แววตาเรียบสนิท“เสด็จปู่ เสด็จอา... พวกท่านเร่งเรียกข้ากลับ คงมีเรื่องสนุกให้ดูอีกกระมัง”

ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มจาง ๆ รอยยิ้มนั้นละม้ายความอ่อนโยนของเทพเซียน...แต่แฝงไว้ด้วยพิษสงของมังกรที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางทางราชบัลลังก์

กลิ่นหอมของดอกเหมยยังลอยอ้อยอิ่ง แต่ในกลิ่นหอมนั้นมีแววเลือดเจือจางที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่30

    ตอนที่30|| ขอข้าอ้อนเจ้าหน่อยนะเสียงโครมเพล้งจากกระโถนที่กระแทกพื้นยังไม่ทันจาง จ้าวเฉินจ้านก็สาวเท้าออกจากห้องรับรองแขกตามหลังคนพวกนั้นไปติด ๆ สีหน้าของไท่จื่อซีดขาวจากอาการเวียนหัวและอาเจียนจนเหนื่อย แต่แววตากลับคมกริบ ราวกับไฟใต้หิมะที่พร้อมเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่าน“ไสหัวไปให้พ้น!” เสียงสบถดังลั่นทางเดินยาวของตำหนักตงกง ก้องสะท้อนจนแม้แต่ฉากกั้นยังสั่นไหวนกกาพากันแตกฮือสวีเกากงที่กำลังเร่งฝีเท้าหนีไปพร้อมครอบครัวสะดุ้งเฮือก เท้าก้าวพลาดพลั้งสะดุดชายอาภรณ์ของตนเอง ร่างใหญ่เซถลา ก่อนจะหงายหลังล้มลงเสียงดังตุ้บ ศักดิ์ศรีเจิ้งกั๋วกงแตกกระจายต่อหน้าบ่าวไพร่และขันทีที่วิ่งแตกตื่น“ท่านพี่!” เจียงอี๋เหนียงร้องเสียงหลง รีบพุ่งเข้าไปประคอง แต่เพราะลนลาน มือกลับไปเกี่ยวชายเสื้อของสวีเผยเจียวเข้าอีก เด็กสาวกรีดร้องเบา ๆ ล้มลงนั่งกับพื้น ส่วนสวีกู้อวี้ถอยหลังชนเสา เกือบหงายตามไปอีกคนบ่าวไพร่ด้านหลังยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ต่างคนต่างวิ่ง จนฝุ่นตลบ ซวนเซ ล้มลุกคลุกคลาน หีบผ้าและกล่องยาที่หอบหิ้วมาหล่นกระจัดกระจาย กล่องไม้แตกเปิด กลิ่นสมุนไพรคลุ้งปนความตื่นตระหนก ไม่มีใครกล้าเหลียวกลับมาอีกสักนิด

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่29

    ตอนที่29||แผนของเจิ้งกั๋วกงล่มไม่เป็นท่าไม่นานข่าวว่า ไท่จื่อเฟยสวีตั้งครรภ์ ก็ลือกระฉ่อนไปทั่วฉ่งชิ่งรวดเร็วยิ่งกว่าลมหนาวพัดผ่านกำแพงวัง เพียงไม่ถึงชั่วยาม ข่าวดีก็กระจายออกไปจนทั่วให้ชาวบ้านร่วมยินดี กันถ้วนหน้าเรียกได้ว่าจ้าวเฉินจ้านกับหานเซียงยังไม่ทันได้ออกจากห้องบรรทมให้เรียบร้อย ข่าวมงคลก็ลือกระฉ่อน ดังนั้นหลังสองสามีภรรยาแต่งกายเรียบร้อยเตรียมออกมารับอาหารมื้อสายที่ห้องโถงส่วนหน้ายังไม่ทันได้นั่งบนเก้าอี้เรียบร้อยพลันเสียงขันทีหน้าห้องก็รายงานเสียงใสเข้ามา“เจียงเหลียงตี้ ขอเข้าเฝ้าเพื่อถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ”หานเซียงเลิกคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่มีความหมายเฉพาะผู้เป็นสามีเท่านั้นจะเข้าใจ ส่วนจ้าวเฉินจ้านก็เพียงขมวดคิ้ว ทว่าใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ไม่เผยอารมณ์ใดส่วนในใจของสองสามีภรรยาต่างคิดตรงกันว่าสตรีผู้นั้นช่างมาเร็วนักคิดว่านางไม่ใช่มาอวยพรหรอก คาดว่านางคงอยากมาดูให้เห็นกับตาเสียมากกว่าเฉินจ้านพยักหน้าให้ขันทีรับคนเข้าเฝ้า ท่าทีสงบนิ่งดังเดิม ทว่ามุมปากกลับซ่อนรอยยิ้มเย็น ๆ เอาไว้ อยากมาก็มาสิ เขาเองกำลังอยากดูงิ้วพอดีเจียงเพ่ยหยูปรากฏกายขึ้นในห้องด้

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่28

    ตอนที่28||นรกของหม่อมฉันเริ่มที่อารามเมี่ยวจิ่งมิผิดเลยที่สวีหานเซียงกล่าวว่าการขึ้นเขาไปอยู่อารามเมี่ยวจิ่งคือการเริ่มต้นเดิมสู่ขุมนรก!“ถึงอารามเมี่ยวจิ่งควรเป็นสถานที่สงบ เป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้สวดมนต์ ปล่อยวาง และหลบหนีความทุกข์จากโลกภายนอก แต่สำหรับหม่อมฉันกับท่านแม่กับบ่าวไพร่ที่ตัดตามขึ้นไปอีกเจ็ดชีวิตมันไม่ใช่เลย”อารามแห่งนี้ไม่เคยมีความสงบอยู่เลย ตั้งแต่คืนแรกที่นางกับมารดาถูกส่งมาที่นี่ เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบก็รับรู้ได้ทันทีว่าความเงียบในอารามมิใช่ความสงบ หากเป็นความเงียบที่กดทับ ราวกับมีเงามืดซ่อนตัวอยู่ทุกมุม พร้อมจะยื่นมือออกมาคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อแม้ยามกลางวันเหล่าแม่ชีกับเจ้าอารามจะวางตัวใจดีเป็นผู้ทรงศีลที่มากไปด้วยเมตตาจิตแทบทุกค่ำคืน มีเงาคนลอบเข้ามา เสียงฝีเท้าที่พยายามเบาที่สุดดังแผ่วอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ เสียงลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้แน่น กลิ่นคาวเลือดที่ไม่อาจกลบด้วยกลิ่นธูป กลิ่นนั้นลอยปะปนอยู่ในอากาศ ทำให้อารามซึ่งควรศักดิ์สิทธิ์ กลับแปดเปื้อนด้วยกลิ่นแห่งความตายหานเซียงมักสะดุ้งตื่นกลางดึก มือเล็ก ๆ ของนางควานหามือของมารดาที่มองไม่เห็น นางได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่27

    ตอนที่27||นิทานของหานเซียงภายในตำหนักเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ค่อย ๆ ประสานจังหวะกัน หลังจากความยินดีเรื่องบุตรค่อย ๆ จางหาย ความจริงอันหนักหน่วงก็คล้ายจะคืบคลานเข้ามาแทนที่เฉินจ้านเป็นฝ่ายนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ เขามองใบหน้าของภรรยาที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ดวงตาคู่นั้นสงบเกินไป สงบอย่างคนที่ผ่านเรื่องราวมากเกินวัย และสุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับหัวใจทั้งสองคน“เจ้ารู้นานเพียงใดแล้ว”หานเซียงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากโค้งยิ้มแผ่วเบา เป็นรอยยิ้มที่มิได้เจือการปกปิดหรือสำรวมเช่นทุกครั้ง และอาจเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดนับตั้งแต่นางแต่งเข้ามาเป็นชายาของเขาได้ครึ่งปี“ไม่นานเพคะ” นางตอบเสียงราบ “ราวสองเดือนเศษได้ อย่างที่ไท่จื่อทราบ บางค่ำคืนหม่อมฉันแอบออกไปด้านนอกบ่อยครั้ง ล้วนไปสืบเรื่องนี้”เฉินจ้านขมวดคิ้วเล็กน้อย ภาพค่ำคืนที่นางขอตัวออกไปเงียบ ๆ ผุดขึ้นในหัว เขาเคยคิดว่านางเพียงต้องการอิสระหรือหาความสงบ หรือไม่นางก็อาจออกไปยังค่ายฉงจื่อทว่าความจริงกลับหนักหนากว่านั้น“คงเป็นหลังจากที่ข้าเล่านิทานให้ฟังกระมัง เจ้าเลยออกสืบ” จ้าวเฉินจ้านไม่เคยคิดเลยว่าห

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่26

    ตอนที่26||ไท่จื่อทรงแพ้พระครรภ์ยามอิ๋นของวันหนึ่งในช่วงต้นฤดูฝน มหานครฉ่งชิ่ง เมืองหลวงต้าเว่ย ถูกปกคลุมอยู่ใต้ผืนฟ้าสีเทาหม่น อากาศมัวซัว ชื้นเย็น และอึมครึมราวกับกลั้นลมหายใจรอคอยบางสิ่ง ชาวเมืองส่วนใหญ่ต่างมองท้องฟ้าแล้วคิดคล้ายกันว่า อีกไม่นานฝนแรกของปีคงจะเทลงมาอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงพากันตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง รีบเร่งออกจากเรือน จัดเตรียมเครื่องมือเพาะปลูก คราด จอบ และเมล็ดพันธุ์กันอย่างคึกคัก เสียงฝีเท้า เสียงพูดคุย และเสียงเปิดประตูเรือนดังแว่วไปทั่วทั้งเมืองตรงกันข้ามกับความเคลื่อนไหวของชาวเมือง ภายในตำหนักตงกงกลับยังคงเงียบสงบ บ่าวไพร่ในตำหนักตื่นกันครบถ้วนตามระเบียบ บางคนทำความสะอาดลาน บางคนจัดเตรียมน้ำอุ่นและเครื่องใช้ยามเช้า ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบเช่นทุกวัน มีเพียงเจ้าของตำหนักกับภรรยาเท่านั้นที่ยังไม่ตื่นจากบรรทมทว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ใครแปลกใจอีกต่อไป ทุกคนในตำหนักล้วนคุ้นชินเสียแล้ว นับตั้งแต่ไท่จื่อจ้าวเฉินจ้านทรงแต่งไท่จื่อเฟยเข้าตำหนักมาครบหกเดือน การตื่นสายของไท่จื่อก็กลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีใครกล้าซักถามในสายตาของคนนอกที่มิใช่บ่าวรับใช้ใกล

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่25

    ตอนที่25||นิทานเรื่องที่สองของเฉินจ้าน“ผิดกับบุตรชายคนเล็ก”เฉินจ้านเว้นจังหวะเพียงอึดใจ ลมหายใจที่เป่ารดไรผมของนางอุ่นจัด ทว่าคำพูดที่กำลังจะเอ่ยกลับเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าอากาศยามดึก เสียงของเขาต่ำลงเล็กน้อย ราวกับเรื่องราวต่อจากนี้มิใช่นิทานสำหรับกล่อมคนหลับ หากเป็นความจริงที่หนักอึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรง ๆ โดยไม่ทิ้งรอยแผลในใจผู้ฟัง“ส่วนบุตรชายคนเล็กนั้น…มุทะลุดุดัน”คำว่า มุทะลุ หลุดออกมาจากริมฝีปากเขาอย่างเรียบเย็น ปราศจากการตำหนิหรือชิงชัง มิได้พยายามแก้ต่างหรือกล่าวโทษ เพียงบอกเล่าตามข้อเท็จจริงที่ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผู้คนทั้งแผ่นดินสวีหานเซียงฟังเพียงเท่านั้น หัวใจก็เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพราะฟังมาถึงตรงนี้ย่อมทราบทันทีที่ได้ยินว่าส่งใดเป็นสิ่งใดนิทานเรื่องนี้ มิได้เป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นมาของฮ่องเต้และบุตรชายสามคน หากคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในอดีตของไท่ซ่างหวง ผู้เป็นเสด็จปู่ของเฉินจ้าน เรื่องของอดีตไท่จื่อผู้เป็นบิดา และเรื่องของเสด็จอาทั้งสองพระองค์รวมถึง…ตัวเขาเองเมื่อคิดได้ดังนั้น หานเซียงก็ยิ่งตั้งใจฟัง นางขยับตัวเล็กน้อย ซุกตัวแนบชิดอกเขามากขึ้น ราวกับต้องก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status