مشاركة

ตอนที่3

last update تاريخ النشر: 2025-11-10 14:50:57

ตอนที่ 3 || ไท่จื่อเฉินจ้านผู้อ่อนโยน

เช้าวันหนึ่งในต้นฤดูหนาว ท้องฟ้าของมหานครจิ่งเฉิงแจ่มใสดุจผืนผ้าไหมที่เพิ่งถูกชะล้างจนสะอาดไร้ฝุ่นหมอก ลมหนาวพัดเอื่อย กลิ่นไม้ฟืนเผาใหม่ลอยคละเคล้ากับกลิ่นดอกเหมยแรกแย้มที่เพิ่งผลิดอกเหนือกำแพงวังหลวง เสียงระฆังยามเช้าจากอารามเต๋าแห่งหนึ่งดังกังวานก้องสะท้อนบนหลังคาเคลือบกระเบื้องเงา ปลุกให้ทุกชีวิตในมหานครตื่นขึ้นจากนิทรา

ขบวนรถม้าขบวนใหญ่เคลื่อนผ่านประตูเมืองทิศใต้เข้ามาตั้งแต่กลางยามเหม่าธงประจำตัวของไท่จื่อแห่งต้าเยี่ยนโบกสะบัดโดดเด่นสะดุดตา ชาวบ้านแลเห็นก็ต่างประสานมือคารวะพร้อมกล่าวสรรเสริญ

เนื่องจากไท่จื่อจ้าวเฉินจ้านหลายปีมานี้เขาเป็นดังเทวดารักษาผู้คนด้วยวิชาแพทย์อันล้ำเลิศมาตั้งแต่ยังเยาว์ แล้วยิ่งฤดูฝนที่ผ่านมาเขายังเดินทางไปช่วยภัยโรคระบาดอย่างไม่รักตัวกลัวตายจึงยิ่งทำให้ชาวบ้านรักและเคารพเขาดั่งเทพเซียน

ม่านผ้าของรถม้าถูกแหวกออก เผยให้เห็นบุรุษหนุ่มในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ทำให้เขายิ่งใกล้คำว่าเทพเซียนไปอีกหลายส่วน ผิวพรรณของเขาสะอาดราวหยกขาวยามต้องแสงอรุณ แววตาอบอุ่นทอประกายเมตตา ทุกสายตาที่มองเห็นล้วนต้องหยุดนิ่ง เหมือนต้องมนตร์ของรอยยิ้มอ่อนโยนที่แต้มอยู่บนริมฝีปากสีทับทิมของเขา

เสียงแซ่ซ้องดังทั่วถนน "ไท่จื่อผู้เปี่ยมเมตตา"หรือ"องค์รัชทายาทแห่งต้าเยี่ยนผู้ทรงคุณธรรม!" เด็กน้อยหลายคนวิ่งตามหลังขบวนพร้อมตะโกนอวยพร หญิงสาวมากมายต่างมองตามด้วยแววตาเคลิบเคลิ้ม บางนางถึงกับยกชายเสื้อขึ้นซับเหงื่อที่ฝ่ามือ ทั้งที่อากาศหนาวเหน็บนัก

จ้าวเฉินจ้านเพียงพยักหน้ารับบ้าง โบกมือเบา ๆ บ้าง กิริยาอ่อนโยนราวกับสายน้ำนั้นยิ่งทำชาวบ้านเคลิบเคลิ้ม ทว่าในแววตาเปี่ยมตานั้นกลับซ่อนความเย็นเยียบเอาไว้ลึกจนยากอ่านออก เขายิ้มในแบบที่คนทั้งแผ่นดินเชื่อว่าจริงใจและอ่อนโยนราวกับโพธิสัตว์ ทั้งที่ในใจเพียงกำลังครุ่นคิดถึงการชำระแค้นและปลิดชีพคน!

"ไท่จื่อทรงงดงามและดูเปี่ยมเมตตาราวท่านเทพลงมาอวยพรปวงประชา" เสียงพ่อค้าคนหนึ่งพึมพำพลางยกมือประสานคารวะ

"ใช่แล้วรูปโฉมของไท่จื่อนี้ช่างอ่อนโยนและเปี่ยมเมตตาราวกับพระโพธิสัตว์สมดังคำร่ำลือจริงๆ" หญิงชาวบ้านตอบด้วยแววตาเคลิ้มฝัน

แต่ใครเลยจะรู้ว่า ภายใต้ความอ่อนโยนนั้นกลับซ่อนทั้งมีดสั้นและเข็มพิษพร้อมสังหารคนอยู่ทุกขณะแม้ในยามเข้านอน

จ้าวเฉินจ้านเป็นบุรุษที่รู้ดีว่าความอ่อนโยนคือเกราะชั้นดีของตนไม่ให้ถูกศัตรูทำร้ายในวันที่ตนยังไม่พร้อมต่อสู้ และบางทีการแสดงออกอย่างอ่อนโยนทำให้ผู้คนยอมศิโรราบโดยไม่ต้องใช้ดาบฟันจนหลั่งโลหิตสักหยด

เขาคือผู้สืบทอดของราชบัลลังก์คนต่อไปที่มีทั้งเสด็จปู่และเสด็จอาผู้มากเล่ห์และโหดเหี้ยม ย่อมมีสายเลือดนั้นไม่เคยเจือจางไปจากเขา เพียงแต่เขาเลือกจะซ่อนมันไว้หลังรอยยิ้มเปี่ยมเมตตาเท่านั้นเอง ส่วนคนที่ใจดีเปี่ยมเมตตาเช่นบิดาเขาจากไปนานแล้ว

พยัคฆ์ไม่คลอดบุตรเป็นสุนัขฉันใด มังกรย่อมมิใช่ไส้เดือนฉันนั้น’ คำนี้ไม่มีวันผิดไปสำหรับจ้าวเฉินจ้าน

แม้เขาจะชอบการแพทย์มากกว่าการทหาร แต่คนที่รู้จักเขาดีที่สุดต่างรู้ว่า เขาสามารถใช้พิษสังหารคนได้เงียบงันยิ่งกว่าคมดาบที่ฟาดฟันจนโลหิตสาดกระเซ็นของแม่ทัพใหญ่เสียอีก เขามิใช่บุรุษที่ลงมือโดยไร้เหตุผล แต่เมื่อคิดลงมือแล้ว...

...ไม่มีทางให้ผู้ใดได้รู้ตัวแน่นอน

ข่าวลือเล่าขานในหมู่ขุนนางบางคนว่าไท่จื่อเคยช่วยชีวิตขุนนางอาวุโสต้องสงสัยว่ามีใจคิดกบฏที่ป่วยหนัก แต่คนผู้นั้นกลับตายในอีกเจ็ดวันโดยไร้ร่องรอยแม้แต่พิษก็ตรวจไม่พบ ซึ่งไม่มีหลักฐานให้ใครสงสัยได้ และไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงการตายนั้นอีก

เขาน่ะ น่ากลัวกว่าสามบุรุษแห่งต้าเยี่ยนรวมกันเสียอีก’ นั่นคือคำของแม่ทัพเก่าผู้หนึ่งที่สาบานว่าจะไม่หันหลังให้องค์ไท่จื่อหนุ่มแม้เพียงชั่วลมหายใจ

ขบวนรถม้าหรูหราหยุดลงตรงหน้าตำหนักบูรพา เมื่อม่านรถเปิดออก บุรุษสูงโปร่งในอาภรณ์ขาวก้าวลงมาด้วยท่วงท่าสง่า เส้นผมดำสนิทยาวสลวยถูกรวบไว้ด้วยปิ่นหยกล้ำค่า เขาเหยียบพื้นหินด้วยความมั่นคง แววตาคมกริบเพียงปรายมองชั่วขณะเดียวทำให้บ่าวไพร่ที่รอต้อนรับต่างก้มหน้าจนปลายคางชิดแทบจรดหน้าอก

"ถวายพระพรองค์ไท่จื่อ ขอต้อนรับไท่จื่อกลับสู่ตำหนักบูรพา!" เสียงพร้อมเพรียงดังก้อง

จ้าวเฉินจ้านเพียงยกมือ พลางกล่าวเสียงเรียบ "ลุกขึ้นเถิดไม่ต้องมากพิธี หยวนหมัวมัวท่าให้ทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ของพวกเจ้าเถิด เปิ่นไท่จื่อจะพักผ่อน"

ไท่จื่อหนุ่มกล่าวกับหมัวมัวประจำตำหนักบูรพาที่ควบคุมนางกำนัลทั้งหมดส่วนขันทีนั้นมีเฉากงกงเป็นผู้ดูแล หยวนหมัวมัวรีบบอกให้ทุกคนแยกย้ายตามบัญชาไม่กล้าชักช้า

ทุกคนรีบค้อมศีรษะ ถอนตัวอย่างระมัดระวังราวกลัวเหยียบเงาขององค์ไท่จื่อที่ภาพลักษณ์เปี่ยมเมตตาทว่าทุกคนในตำหนักบูรพาล้วนถ่องแท้ว่าเขาโหดเหี้ยมไม่ธรรมดา เหลือเพียงขันทีอาวุโสผู้หนึ่งรูปร่างผอมสูง ใบหน้าเรียว เขาคือ เฉากงกง หรือเฉาเซิ่งขันทีผู้ติดตามไท่จื่อมาตั้งแต่เขายังเยาว์ ส่วนหยวนหมัวมัว หรือหยวนอิงเถา แม่นมของไท่จื่อสมัยยังเยาว์นั้นเดินจากไปแล้วปล่อยหน้าที่แจ้งข่าวเป็นของหัวหน้าขันทีอาวุโสสหายสนิทตนแทน

เฉาเซิ่งก้าวออกมาสาวเท้าสามก้าว โค้งกายลงต่ำก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ "ช้าก่อนพ่ะย่ะค่ะไท่จื่อ ฝ่าบาทกับไท่ซ่างหวงทรงมีรับสั่งให้พระองค์เข้าเฝ้าที่ตำหนักหลงฉือทันทีที่เสด็จถึง"

จ้าวเฉินจ้านเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตานิ่งสนิท "ให้เปิ่นไท่จื่อพักสักครู่มิได้เชียวหรือ"

"มิได้พ่ะย่ะค่ะ" เฉินเซิ่งกงกงตอบเสียงเบาเสียงนั้นสั่นขันทีผู้ดูแลตำหนักแทบไม่กล้าหายใจแรงต่อหน้าชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ทั้งที่ในอดีตเขาเองก็ร่วมกันเลี้ยงดูอีกฝ่ายมากับหยวนหมัวมัวโดยแท้

จ้าวเฉินจ้านนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเสียงแผ่ว แต่กลับเย็นยะเยือกอย่างประหลาด "ได้ เช่นนั้นก็ไปเข้าเฝ้าเสด็จอากับเสด็จปู่พร้อมท่านเดี๋ยวนี้เถอะเฉากงกงแต่..."

คำว่า "แต่" ทำให้เฉาเซิ่งถึงกับชะงักตามขมับมีเหงื่อผุดพรายแม้แต่แผ่นหลังก็เริ่มเปียกชื้นแล้วเช่นกัน

ในขณะที่ไท่จื่อหนุ่มโน้มกายลงใกล้ขันทีที่เขาเคารพเสมือนพระญาติผู้หนึ่ง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มละไมราวพระโพธิสัตว์ แต่ในแววตากลับซ่อนประกายลึกลับชวนเสียขวัญนัก

"แต่เฉากงกงต้องเล่าให้เปิ่นไท่จื่อฟังเสียก่อน ว่าเหตุใดเสด็จปู่กับเสด็จอาจึงเร่งร้อนเรียกเปิ่นไท่จื่อกลับจากหนานเหิงราวกับเกิดเพลิงไหม้เช่นนี้"

เฉาเซิ่งหน้าเปลี่ยนสี "เอ่อ..." เสียงนั้นติดขัด มือที่กุมแส้ขนหางม้าอยู่เริ่มสั่น กว่าจะรู้ตัวว่าตนหลงกลก็เมื่อสายเกินไปเขามักลืมเสมอว่าไท่จื่อผู้นี้หาใช่เด็กชายที่เคยซุกหน้าซบตักตนเมื่อครั้งยังเยาว์อีกต่อไปแล้ว

หากแต่เขาเติบโตเป็นมังกรหนุ่มเต็มตัวงดงามแต่ร้ายลึกเต็มไปด้วยเล่ห์กลและพิษร้ายซุกซ่อนเอาไว้รอบกายมาพักใหญ่

จ้าวเฉินจ้านยืดกายตรงอีกครั้ง สีหน้ายังคงยิ้มละไมราวกับเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นเขาไม่ได้เอ่ยกดดันหัวหน้าขันที

"ไปเถิด" เสียงของเขานุ่มทว่าแฝงแรงกดดันจนเฉาเซิ่งรีบก้มศีรษะอีกครั้งก่อนถอยหลังออกหลบทางให้ไท่จื่อก้าวไปขึ้นรถม้า

ทันใดนั้นลมหนาวแรกต้นฤดูก็พัดกลีบดอกเหมยปลิวว่อนเข้ามาในลานหินหน้าตำหนัก ขณะไท่จื่อก้าวขึ้นรถม้าอีกครั้ง เสียงม้าฮึดฮัดเบา ๆ คล้ายรับรู้ความเย็นเฉียบที่ไม่ใช่จากฤดู หากแต่เกิดจากบุรุษผู้ก้าวขึ้นรถอีกคราต่างหาก

ด้านในรถม้ามีกล่องไม้ไผ่ใบเล็กวางอยู่ มันบรรจุเข็มเงินและขวดยาพิษที่เขาปรุงเองอาวุธของหมอผู้ไม่จำเป็นต้องมือเปื้อนโลหิตคนชั่วจ้าวเฉินจ้านหยิบเข็มเล่มหนึ่งขึ้นมา หมุนเล่นในมือ แววตาเรียบสนิทผิดกับครู่ก่อนราวกับคนละคน

"เสด็จปู่ เสด็จอา... พวกท่านเร่งเรียกข้ากลับ คงมีเรื่องสนุกให้ดูอีกกระมัง"

ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มจาง ๆ รอยยิ้มนั้นละม้ายความอ่อนโยนของเทพเซียนแต่แฝงไว้ด้วยพิษสงของมังกรที่พร้อมทำลายทุกสิ่งที่จะทำร้ายตน กลิ่นหอมของดอกเหมยยังลอยอ้อยอิ่ง แต่ในกลิ่นหอมนั้นกลับเจือจางเอาไว้ด้วยกลิ่นโลหิตและยาพิษ!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 54 จบ 2/2

    คือสามพ่อลูกสกุลเจียง เจียงพ่านสือ เจียงพ่านฉือ และเจียงเหม่ยลี่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนบิดาของนางก็ไม่ได้อยู่ในคุกหลวง แต่ถูกนำไปกักขังในบ้านนอกเมืองของซ่างกวนหานเซียงรอนางไป ‘จัดาร’ตามที่นางพึงใจ“แล้วจ้าวเจิ้งหรงเล่าเพคะ” นางอดจะถามถึงอดีตฮ่องเต้ที่สังหารบิดาและมารดาของสามีเสียบิดา“คนเช่นมันตายย่อมสบายเกินไป ข้าจะคุมขังมันให้ตายช้าๆ ในคุกหลวง ให้มันได้รู้ว่าข้าอยู่สุขสบายเพียงใด ปกครองบ้านเมืองให้ประชาชนรักขุนนางบูชา จนมันแค้นแสนสาหัส”“หึ! นี่จึงสมเป็นท่าน จ้าวเฉินจ้าน”“แล้วเจ้าเล่า?” เป็นจ้าวเฉินจ้านที่เอ่ยถามภรรยาบ้าง ขณะถามเขาก็ทอดสายตามองบุตรชายที่หลับอยู่บนเตียง“คง...ค่อยๆ แล่เนื้อ เลาะกรดูกพวกมันกระมังเพคะ” พี่ชายของนางตายศพไม่หวนคืน พวกมันก็ต้องเผชิญสิ่งเดียวกัน“แม้แต่บิดาของเจ้าก็ไม่มีละเว้นหรือ?”“แล้วเหตุใดหม่อมฉันต้องละเว้นมันด้วย”“ดี! นี่จึงสมเป็นซ่างกวนฮองเฮา”“ท่านไม่คิดว่าหม่อมฉันเหี้ยมโหดอกตัญญูหรือเพคะ?”“ไม่เคยคิด สวีเกากงสมควรโดนเช่นนี้นานแล้ว คนที่แม้แต่ลูกในไส้ยังสังหารได้ ความเป็นคนไม่มีนานแล้ว ว่าแต่...”จ้าวเฉินจ้านก้าวเข้าไปใกล้ซ่างกวนจนปลายเท้าของตนกับนาง

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 54 จบ 1/2

    ตอนที่ 54 || อวสานเฉินตี้ฮ่องเต้ทรงผินพระพักตร์ไปทางซ้าย ที่ซึ่งจ้าวเจิ้งอัน เป่ยฉีอ๋องยืนสงบนิ่ง เสื้อคลุมสีกรมท่าของฝ่ายบู๊พาดอยู่บนไหล่กว้างที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วน ใบหน้าคมเข้มมีรอยแผลบางจางจากคมดาบในอดีต เขายืนตัวตรง สายตาแน่วแน่ แต่ไม่แสดงความทะเยอทะยานแม้แต่น้อย“เสด็จอาเล็กของเรา”พระสุรเสียงกังวานชัดในโถงกว้าง “ถูกใส่ร้ายจนต้องจากเมืองหลวงไปชายแดนเหนือนานถึงสิบเก้าปี ปกป้องแคว้นเป่ยซวีอันยากแค้นรับลมหนาวและคมดาบแทนราชสำนัก มิหนำซ้ำยังสูญเสียทั้งภรรยาและบุตรชายหญิง ไร้ทายาทสืบสกุล”ถ้อยคำแต่ละคำหนักแน่นเหมือนก้อนหินตกลงในสระนิ่ง เงียบงันแผ่ซ่านไปทั่วท้องพระโรง ขุนนางฝ่ายบุ๋นหลายคนก้มหน้าลง บางคนหลบสายตาอย่างรู้สึกผิดในใจ แม้ไม่ได้เป็นผู้ใส่ร้ายในวันนั้น แต่ก็ไม่มีผู้ใดยืนหยัดปกป้องเขาอดีตองค์ชายสามที่มีวัยเพียงยี่สิบเอ็ดปีเฉินตี้ฮ่องเต้ทรงลุกจากบัลลังก์มังกร การที่ฮ่องเต้เสด็จลงจากบัลลังก์ในท้องพระโรงเต็มไปด้วยความหมาย มันคือการลดช่องว่างแห่งอำนาจลงด้วยพระองค์เอง เสียงฝีพระบาทกระทบขั้นหินอ่อนทีละขั้น กังวานชัดเจนในความเงียบราวกับนับเวลาย้อนสู่อดีตจ้าวเจิ้งอันรีบก้าวออกมาค

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 53 2/2

    เสียงซิบซุบฮือฮาดังแผ่วเบาขึ้นทันทีหลังจบราชโองการ แม้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยท้วงชัดเจนแต่ก็ไม่เห็นด้วยกับการตั้งแต่งคราวนี้เนื่องจากรู้สึกไม่ถูกต้องที่เด็กน้อยวัยเพียงหนึ่งขวบครึ่งจะขึ้นเป็นไท่จื่อของแผ่นดิน เนื่องจากเด็กวัยเท่านี้ล้วนยังมิพ้นอ้อมอกหมัวมัวด้วยซ้ำในอดีตไม่เคยมีมาก่อน สุดท้ายจึงเป็นเสนาบดีกรมกลาโหมที่ใจกล้าก้าวออกมาอย่างระมัดระวัง ประสานมือคารวะสูงแล้วเอ่ยทัดทาน“กราบทูลฝ่าบาท ตามแบบแผนโบราณ ไท่จื่อมักได้รับการสถาปนาเมื่อพระชนมายุครบสิบแปดหรือยี่สิบปี เพื่อแสดงถึงความพร้อมทั้งด้านร่างกายและปัญญา…”เฉินตี้ฮ่องเต้มองลงมายังท่านเจ้ากรมกลาโหมนิ่ง พระพักตร์สงบแต่สายตาคมกริบราวคมดาบพร้อมประหารคนได้ทั้งที่ปกติแล้วครั้งที่อีกฝ่ายเป็นหวงซุนจนถึงฐานะไท่จื่อจ้าวเฉินจ้านกิริยานั้นสุขุมก็จริง ทว่าก็มีแววตาอ่อนโยนเป็นนิด“ความพร้อมมิได้วัดที่ตัวเลขของอายุ หากวัดที่การเตรียมการ เรากับฮองเฮาจะอบรมไท่จื่อด้วยตนเอง ให้เขาเติบโตอย่างเปรียบพร้อม มิใช่ปล่อยให้การเมืองเลี้ยงดูแทนพ่อแม่”ถ้อยคำเรียบง่าย แต่ตัดบทสนทนาอย่างเด็ดขาดจากนั้นไม่มีขุนนางคนใดกล้าทักท้วงอีก สัญญาณจากกรมพิธีการดังขึ้นอีกคร

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 53 1/2

    ตอนที่ 53 || ซ่างกวนฮองเฮาทันทีที่สิ้นพระสุรเสียง กรมพิธีการเคลื่อนขบวนเข้าสู่ท้องพระโรงอย่างเป็นลำดับขั้นขันทีเอกสองนายอุ้มพานทองคำลงยาสีแดง เดินนำหน้าอย่างช้า ๆ ทุกก้าวย่างต้องเหยียบลงตรงจังหวะกลองพิธีที่บรรเลงต่ำหนักเป็นจังหวะเดียวกัน ด้านหลังคือนางกำนัลชั้นในสี่นาง ถือพัดหางนกยูงและฉัตรหงส์ทองลดระดับต่ำตามระเบียบ ไม่ให้สูงเกินพระพักตร์ฮ่องเต้บนพานทอง เบื้องซ้ายคือ ตราประจำตำแหน่งฮองเฮา แกะสลักหยกขาวลายหงส์โผบินเหนือเมฆ อักษรประทับด้านล่างคมชัดเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจฝ่ายใน เบื้องขวาคือ มงกุฎหงส์ทอง ตัวเรือนถักจากทองคำบริสุทธิ์ ฝังทับทิม ไข่มุก และหยกเขียวอ่อน สองปีกหงส์กางออกโค้งรับแสงอรุณ เส้นพู่ไข่มุกห้อยระย้าลงมาข้างแก้มตามแบบพิธีใหญ่เมื่อขบวนหยุดลงเบื้องหน้าบันไดบัลลังก์ ขันทีทั้งสองคุกเข่าพร้อมกัน ยกพานเหนือศีรษะตามธรรมเนียม “ถวายตราฮองเฮาและมงกุฎหงส์ทองพ่ะย่ะค่ะ”ดนตรีพิธีการเปลี่ยนทำนองเป็นช้า ลึก และสงบ เสียงระฆังสำริดดังหนึ่งครั้งเพื่อประกาศขั้นตอนสำคัญถัดไปประตูทิศตะวันออกของท้องพระโรงเปิดออกอย่างพร้อมเพรียง ซ่างกวนซ่างกวนหานเซียงปรากฏกายในฉลองพระองค์เต็มยศฝ่ายในสีแดงชา

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 52 3/3

    เมื่อเอ่ยถึงสวีเกากง อดีตเจิ้งกั๋วกง ไท่ซ่างหวงทรงตรัสสำทับทันที พระสุรเสียงชัดเจนไม่เปิดช่องคลุมเครือ“สวีหานเซียงมิได้เกี่ยวข้องกับสกุลสวี เพราะนางแต่งงานเข้าราชวงศ์ก่อนหน้านี้นานแล้ว ซ่างกวนเฉี่ยน อดีตเจิ้งกั๋วกงฟู่เหริน ก็ได้รับพระราชทานหนังสือหย่านานแล้วเช่นกัน ส่วนสกุลสวีสายหลักทั้งหมดที่ถูกเนรเทศไปแดนเหนือ ให้ถือว่ารับโทษไปแล้ว ไม่เกี่ยวกันกับโทษของสวีเกากงโดยสิ้นเชิง”ถ้อยคำนี้ทำให้หลายคนในแถวฝ่ายบุ๋นถอนหายใจเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว การลงโทษถูกกำหนดครบถ้วน ชัดเจน ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีความคลุมเครือท้องพระโรงอันเคยสั่นสะเทือนด้วยเสียงฮือฮากลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ความเงียบที่หนักแน่นกว่าก่อนหน้า เพราะทุกคนตระหนักชัดแล้วว่าในวันนี้มิใช่เพียงการประชุมยามเช้า หากเป็นวันที่ชะตาของแผ่นดินต้าเยี่ยนถูกพลิกกลับต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนักจริง ๆเมื่อการลงโทษประกาศครบถ้วน ไท่ซ่างหวงจ้าวเหยียนจ้งประทับนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทรงลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกรช้า ๆการลุกขึ้นครั้งนั้น มิใช่เพียงการเคลื่อนไหวของพระวรกายชรา หากเป็นการกระทำตามธรรมเนียมถ่ายโอนราชอำนาจที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปีเมื่อมังกรรุ่น

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่ 52 2/3

    ถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยคนั้นทำให้ทั้งท้องพระโรงสั่นสะเทือน เสียงฮือฮาปะทุขึ้นราวคลื่นซัดผนังศิลา ขุนนางบางคนเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ชายแขนครุยสะบัดไหวเป็นระลอก ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าแตกแถวหรือส่งเสียงเกินกว่าธรรมเนียมอัครมหาเสนาบดีเฝิงก้าวออกมาอีกครั้ง สีหน้าที่เคยสงบนิ่งเปลี่ยนไปเพียงชั่ววูบ ก่อนประสานมือคารวะเอ่ยถาม“ไท่ซ่างหวง ฝ่าบาททำสิ่งใดผิดหนักหนาจนต้องโทษคุมขังหรือพ่ะย่ะค่ะ”คำถามตรงไปตรงมา ทว่าทั้งท้องพระโรงกลับเงียบสนิทลงในฉับพลัน รอฟังคำตอบจากมังกรชรา ไท่ซ่างหวงมิทรงหลบเลี่ยง พระเนตรคมทอดมองลงมาจากบัลลังก์“ไม่ปิดบังขุนนางทั้งหลาย เฟิ่งตี้ฮ่องเต้ต้องโทษหนักด้วยข้อหาทรยศต่อราชวงศ์ ฆ่าพี่ ใส่ร้ายน้อง ลอบปลงพระชนม์บิดา และกำจัดขุนนางสุจริต ส่งเสริมพรรคพวกกังฉิน จนประชาชนเดือดร้อนมาสิบเก้าปี”ถ้อยคำแต่ละคำตกกระทบพื้นหินเย็นเฉียบดั่งก้อนเหล็กทุบลงบนแผ่นน้ำแข็ง ไม่มีช่องว่างให้ตีความ ไม่มีถ้อยคำใดให้ขุนนางใต้ปกครองเข้าใจผิดและพระองค์ยังตรัสต่อทันที ไม่เปิดโอกาสให้เสียงซุบซิบแทรกไปมากกว่านี้“เมื่อครั้งยังเป็นองค์ชายรอง จ้าวเจิ้งหรงลอบซื้อตัวนางกำนัลคนสนิทของอดีตไท่จื่อเฟย ให้วางย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status