Share

ตอนที่4

last update Last Updated: 2025-11-10 14:52:02

ตอนที่ 4 ||เกิดในราชวงศ์เดิมก็ไม่ง่าย

แสงอาทิตย์ยามเฉินเพิ่งส่องลอดม่านไหมบาง ๆ เข้าสู่ตำหนักเฉียนชิง กลิ่นกำยานหอมอ่อนลอยคลุ้งทั่วห้องโถง หยกขาวบนพื้นส่องแสงสะท้อนอ่อนโยน ขันทีน้อยสิบกว่าคนหมอบอยู่เรียงรายสองฝั่ง บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นอย่างมั่นคง

จ้าวเฉินจ้านไท่จื่อแห่งต้าเว่ยเดินเข้ามาอย่างสงบนิ่ง แม้ยังไม่ทันเอ่ยคำ แต่สายตาทุกคู่ในตำหนักล้วนจับจ้องอยู่ที่เขาผู้เดียว วันนี้เป็นวันพิเศษถึงขั้นที่เฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้ งดประชุมขุนนางในยามเช้า เพื่อร่วมอยู่ในที่เฝ้ากับไท่ซ่างหวงเพียงเพื่อรอหลานชายคนโปรดของราชวงศ์

ภายในห้องพักผ่อนส่วนพระองค์ มีไท่ซ่างหวงในอาภรณ์ไหมสีดำปักลายดิ้นทองนั่งสงบนิ่งบนเก้าอี้มังกรโอ่อ่า ใบหน้าแม้เต็มไปด้วยร่องรอยวัยชรา แต่แววตาคมปลาบยังฉายอำนาจเหนือผู้คนราวพญาอินทรี ส่วนตรงกันข้ามนั้นคือ เฟิ่งสุ่ยตี้อ๋อง ฮ่องเต้ผู้ครองราชย์มาสิบเจ็ดปี เขาอยู่ในอาภรณ์น้ำเงินเข้มตรงหน้าอกปักลวดลายมังกรคำรามสีทองอร่าม สีหน้าของหนุ่มใหญ่วัยต้นสี่สิบเรียบเย็นแต่แฝงความเอ็นดูคิดถึงหลานชายที่เขารักยิ่งกว่าบุตรตนเอง

เหตุผลนั้นไม่มีอันใดมาก เพราะจ้าวเฉินจ้านเกิดจากพี่ชายแท้ๆ ของเขากับสตรีที่เขาหลงรัก เพียงแต่รักของเขาไม่คิดครอบครอง แค่ต้องการเห็นนางมีความสุขเขาก็มีความสุข หากแต่นางอายุสั้นนัก ไหนจะพี่ชายของเขาที่ด่วนจากไปเร็วแถมการจากไปยังเพราะปกป้องเขากับบิดา ทำให้จ้าวเจิ้งหรงทุ่มเทความรักทั้งหมดให้ทายาทเพียงคนเดียวของคนที่เขารัก จนไม่ยอมให้สตรีของเขาให้วังหลังตั้งครรภ์เพราะกลัวว่าหากมีองค์ชายเกิดมาจะเกิดปัญหาแย่งชิงตำแหน่งไท่จื่อของหลานรัก

ดังนั้นวันนี้พอทราบว่าจ้าวเฉินจ้านกลับมาถึงเมืองหลวงแล้วเขาจึงสั่ง‘งดประชุมขุนนางยามเช้า’ เพื่อรอจ้าวเฉินจ้านเท่านั้น เฝ้ารอหลานชายผู้เป็นทั้งความหวังของราชวงศ์สกุลจ้าวและของประชาชนชาวต้าเว่ยจะผิดพลาดเพราะสตรีเพียงคนเดียวมิได้

“องค์ไท่จื่อเสด็จ...”

สิ้นเสียงขันทีหน้าตำหนักตะโกนแจ้งไม่นานเรือนกายสูงสง่าของจ้าวเฉินจ้านก็ก้าวเข้าสู่ห้องพักผ่อนส่วนพระองค์ของตำหนักไท่ซ่างหวงเขาเข้ามาถึงก็ทรุดลงคุกเข่าก้มศีรษะลงคำนับเต็มพิธีการ

 “ถวายบังคมเสด็จปู่ เสด็จอา พ่ะย่ะค่ะ”

เพราะอยู่ในที่ส่วนพระองค์เฉินจ้านจึงเรียก ‘เสด็จปู่’ และ ‘เสด็จอา’ แทนที่จะเรียกไท่ซ่างหวงและฝ่าบาท เสียงของเขานุ่มทว่ามั่นคง ไท่ซ่างหวงพยักหน้าเบา ๆ ส่วนเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้กล่าวเสียงครึมให้เขาลุกขึ้น

“ลุกขึ้นเถิดจ้านเอ๋อ เจ้ากลับมาได้ดีก็ดีแล้ว”

เฉินจ้านขยับกายลุกขึ้นช้า ๆ ทุกกิริยาสง่างามโดยธรรมมิได้เสแสร้ง คงเพราะชาติกำเนิดกระมังจึงหล่อหลอมให้เฉินจ้านเกิดมาสง่างามเช่นนี้ ไท่จื่อหนุ่มยืนสงบนิ่งเพราะย่อมรู้ดีว่าการที่เสด็จอาถึงขั้นงดราชกิจยามเช้า ไม่ใช่เพียงเพื่อเรียกเข้าเฝ้ามาถามสารทุกข์สุกดิบหลานชายหลังกลับมาจากช่วยภัยโรคระบาด

ยิ่งระหว่างเดินทางเฉากงกงเล่าให้เขาฟังมาตลอดทางว่าอย่างจำใจว่าที่ฝ่าบาทกับไท่ซ่างหวงที่เร่งร้อนเรียกเขากลับจากหนานจิ้งก็เพราะรับทราบข่าวลือที่เขากับเจียงเพ่ยหยูตกหลุมรักกัน จากเหตุการณ์ชีวิตหมอหลวงหญิงเจียงเพ่ยหยูช่วยเขาจากพิษงู สุดท้ายกลายเป็นตำนานรักดังไกลมาถึงเมืองหลวงทำให้มังกรทั้งสองตนร้อนใจยิ่งและจากที่ดูสีหน้าทั้งเสด็จปู่กับเสด็จอาของเขาก็เห็นจะเป็นจริงดังนั้น

“อาจ้าน” ไท่ซ่างหวงเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงแววสำรวจ “ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากับหมอหลวงหญิงเจียงบุตรสาวบุญธรรมของเจียงกุ้ยเฟยสนิทชิดเชื้อกันเกินควรเรื่องนี้จริงเท็จอย่างไร”

เฉินจ้านเงยหน้า ดวงตาคมสงบไม่หวั่นไหว “เป็นความจริงพ่ะย่ะค่ะ เพ่ยหยูเป็นสตรีที่หลานพึงใจ”

สิ้นคำตอบของเฉินจ้านบรรยากาศภายในห้องพลันเงียบงันถึงแม้จะมีขันทีใกล้ชิดที่รับใช้ทั้งไท่ซ่างหวงและเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้อยู่ด้วยแต่พวกเขากลับไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงไหนเลยจะกล้าจะขยับตัวให้เกิดเสียงรบกวนมังกรแห่งต้าเว่ยทั้งสามรุ่นเจรจา ก่อนจะเป็นเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้มองหลานชายด้วยแววตายากอ่านครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยถาม

“เพียงพึงใจ หรือรักลึกซึ้ง?”

เฉินจ้านนิ่งไปครู่หนึ่งคล้ายทบทวนความรู้สึกตนเอง ก่อนตอบตรงไปตรงมา “หลาน...รักเพ่ยหยูพ่ะย่ะค่ะ แต่ยังมิอาจเรียกได้ว่าลึกซึ้ง”

คำตอบนั้นทำให้ไท่ซ่างหวงแค่นหัวเราะเสียงต่ำ “ดี! ยังไม่รักลึกซึ้งก็ดี เพราะที่เสด็จปู่กับเสด็จอาเรียกเจ้ากลับมาในครั้งนี้เพื่อจะให้เจ้าขยายรากฐานของสกุลจ้าวให้มั่นคง”

เฉินจ้านขมวดคิ้วเข้ม แววตาเยียบเย็นลงหลายส่วน “หมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”

“หมายความว่าเจ้าสมควรแต่งพระชายาได้แล้วอาจ้าน” เป็นจ้าวเจิ้งหรงที่กล่าวตอบ

“เจ้าปีนี้ก็ยี่สิบสามแล้ว ฐานะไท่จื่อนี้เจ้าก็ครอบครองมาครบหนึ่งปีพอดีแต่ตำหนักบูรพาของเจ้าว่างเปล่าไร้นายหญิงปกครองเรือนหลังไม่พอแม้แต่สตรีอุ่นเตียงเจ้าก็ไม่สนใจรับเอาไว้ข้ากับเสด็จอาของเจ้าจึงเห็นสมควรให้เข้าแต่งงาน” เสียงมังกรเฒ่าเอ่ยบอกหลานชายเสียงทรงพลัง

“ราชวงศ์ไม่อาจรอเจ้าเลือกสตรีตามใจได้อีก เจ้าคือทายาทผู้สืบสายเลือดของพี่ชายและสตรีที่ข้าเคารพรักฝากฝัง ต้องมีผู้หญิงที่คู่ควรกับบัลลังก์ในวันหน้า” คราวนี้เป็นมังกรหนุ่มใหญ่เช่นเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้นบ้าง

จ้าวเฉินจ้านนิ่งงัน ความไม่พอใจแล่นผ่านใบหน้าเพียงชั่ววูบ เขาค้อมศีรษะลงต่ำแต่เสียงที่เปล่งออกกลับชัดเจน “หากแต่ง หลานก็จะแต่งกับเพ่ยหยูเพียงผู้เดียวไม่คิดแต่งสตรีอื่นใดอีก”

เฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้วางถ้วยชาในมือลง เสียงกระทบจานดังแผ่วแต่กลับก้องไปทั่วตำหนัก “ไม่ได้! หากเจ้ายังไม่รู้เสด็จอาก็จะบอกให้เจ้ารู้ถึงตอนนี้สตรีผู้นั้นนางคือหลานสาวและกลายเป็นบุตรสาวบุญธรรมของเจียงกุ้ยเฟยก็จริง แต่อดีตนางคือบุตรสาวของสกุลฮั่วที่เป็นกบฏพวกมันเคยคิดร้ายต่อบัลลังก์และร่วมมือกับเผ่าซยงหนู”

“ใช่! เจ้าห้ามแต่งสายเลือดกบฏมาเป็นนายหญิงตำหนักบูรพาเด็ดขาดนางไม่คู่ควร” จ้าวเหยียนจ้งกล่าวเสริมบุตรชายเสียงเข้ม

เฉินจ้านสบตาเสด็จอาและเสด็จปู่ของเขาอย่างตรงก่อนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “คู่ควรหรือไม่ หลานเป็นคนตัดสินด้วยใจเองได้ ความผิดของพ่อแม่และบรรพบุรุษไม่ควรตกแก่บุตร ความรักของหลานไม่ใช่เรื่องของราชวงศ์ แต่เป็นเรื่องของหัวใจพ่ะย่ะค่ะ”

คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในตำหนักเย็นยะเยือกลงทันที ขันทีหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่พยายามยืนให้เงียบอยู่ด้านข้างแทบอยากหายตัวให้พ้นสายตาของมังกรทั้งสามรุ่น

ไท่ซ่างหวงเคาะไม้เท้าเบา ๆ แล้วกล่าวเสียงหนักแน่น “เด็กหนอเด็ก...เจ้าคิดว่าราชวงศ์คือที่ให้ทำตามใจได้โดยง่ายหรืออย่างไร หากเจ้าต้องการเป็นไท่จื่อที่ภายหน้าต้องสืบทอดราชบัลลังก์ เจ้าต้องรู้จักวางหัวใจไว้ให้ถูกที่เลือกแต่งกับสตรีที่เหมาะสมและคู่ควรในภายหน้านางจะเป็นมารดาของแผ่นดิน”

“แล้วใครกันเล่า...ที่พวกท่านเห็นว่า ‘คู่ควร’ จะเป็นมารดาของแผ่นดินรุ่นต่อไป?” เฉินจ้านถามด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ตาแข็งกร้าว

ต่างเงียบกันไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงไท่ซ่างหวงจะดังขึ้นอีกครั้ง “คุณหนูเจ็ดสวี บุตรสาวของเจิ้งกั๋วกง”

เฉินจ้านยืนนิ่งอยู่กลางตำหนัก ลมหายใจของเขาแผ่วเบาแต่ร่างกลับตั้งตรงราวทวนเหล็ก ดวงตาคมเปล่งประกายกร้าว บุตรีเจิ้งกั๋วกงเช่นนั้นหรือ สตรีผู้นั้นเขาไม่เคยพบหน้า ถึงจะพอเคยได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับนางมาบ้าง

“สตรีที่ถูกบิดาส่งไปอยู่อารามแม่ชีตั้งแต่อายุเจ็ดขวบนะหรือ?” เขาเอ่ยถามเสียงเย็น

“ใช่แล้ว” ไท่ซ่างหวงเองก็ตอบไปด้วยเสียงราบเรียบเช่นกัน

“สตรีเช่นนี้หรือที่คู่ควร” อยู่อารามแม่ชีมาเป็นสิบปี โลกภายนอกเป็นอย่างไรนางรู้หรือ เกรงว่าแต่งนางมาเขาอาจเจอกับแม่ชีถือศีล จะทำใจร่วมหอได้อย่างไรเพียงแค่คิดเขาก็รู้สึกว่าตนเองทำลังกลายเป็นคนบาปแล้ว

“ในต้าเว่ยในยามนี้ไม่มีสตรีใดคู่ควรกับเจ้าเท่าสวีหานเซียงอีกแล้ว มารดาของนางอดีตเป็นถึงท่านหญิงจากเผ่าซานเจา ถึงขณะนี้จะถูกถอดยศเพราะเลือกจะแต่งงานกับคนนอกเผ่า แต่สายเลือดย่อมยากจะติดขาด” จ้าวเหยียจ้งยังคงเอ่ยเรียบเรื่อย

“แล้วยิ่งบิดาของนางขณะนี้ควบคุมกองทัพเรือ และทหารม้าเกราะเหล็กอีกเจ็ดพัน อำนาจสนับสนุนเจ้ามั่นคงแน่ในอนาคต” คราวนี้เป็นเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้ที่กล่าวเสริม

“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่อย่างไรหลานก็ไม่แต่งกับนางเด็ดขาด”

เสียงนั้นหนักแน่นจนแม้กำยานที่ลอยอยู่เหนือหัวก็เหมือนจะดับลงไปในอากาศก่อนจะเป็นเฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้กล่าวเสียงเข้ม “เจ้าลืมแล้วหรือว่าตำแหน่งของเจ้าคือไท่จื่อ มิใช่คุณชายธรรมดา ความรักที่เจ้าพูดนั้นแลกได้ด้วยเลือดและแผ่นดิน เจ้าแบกทั้งราชวงศ์ไว้บนบ่า จะเอาแต่ใจได้อย่างไร!”

ไท่ซ่างหวงตวาดหลายรักเสียงดังลั่น เฉินจ้านนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบแต่แน่วแน่ “หลานยืนยันคำเดิมเช่นไรก็ไม่แต่ง!”

“เฉินจ้าน เจ้าไม่ฟังคำของเสด็จอากับเสด็จปู่แล้วเช่นนั้นหรือไร?” เฟิ่งสุ่ยตี้ฮ่องเต้ตวาดเสียงดังลั่นขึ้นมาอีกคน เขาหรือคาดหวังกับเจ้าเด็กคนนี้เอาไว้มากไฉนเลยจะคิดว่าวันนี้มันจะต่อต้านดื้อดึงเช่นนี้ ขันทีทั้งประจำตำหนักที่ยืนอยู่ถึงกับรีบคุกเข่าหมอบกราบทันที

เฉินจ้านก้มศีรษะลงต่ำ “คู่ชีวิตหลานมีสิทธิ์เลือกเองพ่ะย่ะค่ะ และหลานเลือกเพ่ยหยูแล้ว”

เสียงของเขาเรียบ แต่ดังกังวานพอให้ทุกคนในตำหนักได้ยินชัด ไท่ซ่างหวงมองหลานชายด้วยสายตาซับซ้อนระหว่างชื่นชมกับหงุดหงิด

“เจ้านี่ช่าง...เลือดร้อนและดื้อรั้นเหมือนบิดาของเจ้าไม่มีผิด” เสียงของมังกรเฒ่ากล่าวออกมาราบเรียบแต่ยังคงแฝงด้วยอำนาจเด็ดขาด

“จำไว้ จ้าวเฉินจ้านการเกิดในราชวงศ์เดิมทีมันก็ไม่ง่ายเลย เจ้าต้องจำเอาไว้ คู่ชีวิตมิใช่ใช้หัวใจเลือก ว่าที่จักรพรรดิองค์ต่อไปต้องเลือกคู่ชีวิตคู่คิดเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยหัวคิด!”

เฉินจ้านค้อมศีรษะลง “หลานทราบพ่ะย่ะค่ะเสด็จปู่ แต่หลานรักเพ่ยหยูแล้วไม่คิดจะทรยศนาง ทั้งเสด็จปู่กับเสด็จอาย่อมรู้เสด็จแม่ของหลานนางตายเพราะเหตุใด”

แน่นอนทุกคนย่อมจำได้ คราวนี้ มู่หรงเหลียงตี้ตายเพราะถูกหลินไท่จื่อเฟยริษยาจึงวางยาพิษ คราวแรกคิดสังหารทั้งแม่ทั้งลูกแต่จ้าวเฉินจ้านกลับดวงแข็งรอดมาได้ หากแต่มู่หรงเหลียงตี้กลับจบชีวิตทันทีหลังคลอดบุตร!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่30

    ตอนที่30|| ขอข้าอ้อนเจ้าหน่อยนะเสียงโครมเพล้งจากกระโถนที่กระแทกพื้นยังไม่ทันจาง จ้าวเฉินจ้านก็สาวเท้าออกจากห้องรับรองแขกตามหลังคนพวกนั้นไปติด ๆ สีหน้าของไท่จื่อซีดขาวจากอาการเวียนหัวและอาเจียนจนเหนื่อย แต่แววตากลับคมกริบ ราวกับไฟใต้หิมะที่พร้อมเผาทุกอย่างให้เป็นเถ้าถ่าน“ไสหัวไปให้พ้น!” เสียงสบถดังลั่นทางเดินยาวของตำหนักตงกง ก้องสะท้อนจนแม้แต่ฉากกั้นยังสั่นไหวนกกาพากันแตกฮือสวีเกากงที่กำลังเร่งฝีเท้าหนีไปพร้อมครอบครัวสะดุ้งเฮือก เท้าก้าวพลาดพลั้งสะดุดชายอาภรณ์ของตนเอง ร่างใหญ่เซถลา ก่อนจะหงายหลังล้มลงเสียงดังตุ้บ ศักดิ์ศรีเจิ้งกั๋วกงแตกกระจายต่อหน้าบ่าวไพร่และขันทีที่วิ่งแตกตื่น“ท่านพี่!” เจียงอี๋เหนียงร้องเสียงหลง รีบพุ่งเข้าไปประคอง แต่เพราะลนลาน มือกลับไปเกี่ยวชายเสื้อของสวีเผยเจียวเข้าอีก เด็กสาวกรีดร้องเบา ๆ ล้มลงนั่งกับพื้น ส่วนสวีกู้อวี้ถอยหลังชนเสา เกือบหงายตามไปอีกคนบ่าวไพร่ด้านหลังยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ต่างคนต่างวิ่ง จนฝุ่นตลบ ซวนเซ ล้มลุกคลุกคลาน หีบผ้าและกล่องยาที่หอบหิ้วมาหล่นกระจัดกระจาย กล่องไม้แตกเปิด กลิ่นสมุนไพรคลุ้งปนความตื่นตระหนก ไม่มีใครกล้าเหลียวกลับมาอีกสักนิด

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่29

    ตอนที่29||แผนของเจิ้งกั๋วกงล่มไม่เป็นท่าไม่นานข่าวว่า ไท่จื่อเฟยสวีตั้งครรภ์ ก็ลือกระฉ่อนไปทั่วฉ่งชิ่งรวดเร็วยิ่งกว่าลมหนาวพัดผ่านกำแพงวัง เพียงไม่ถึงชั่วยาม ข่าวดีก็กระจายออกไปจนทั่วให้ชาวบ้านร่วมยินดี กันถ้วนหน้าเรียกได้ว่าจ้าวเฉินจ้านกับหานเซียงยังไม่ทันได้ออกจากห้องบรรทมให้เรียบร้อย ข่าวมงคลก็ลือกระฉ่อน ดังนั้นหลังสองสามีภรรยาแต่งกายเรียบร้อยเตรียมออกมารับอาหารมื้อสายที่ห้องโถงส่วนหน้ายังไม่ทันได้นั่งบนเก้าอี้เรียบร้อยพลันเสียงขันทีหน้าห้องก็รายงานเสียงใสเข้ามา“เจียงเหลียงตี้ ขอเข้าเฝ้าเพื่อถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ”หานเซียงเลิกคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากกระตุกเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่มีความหมายเฉพาะผู้เป็นสามีเท่านั้นจะเข้าใจ ส่วนจ้าวเฉินจ้านก็เพียงขมวดคิ้ว ทว่าใบหน้าของเขาเรียบนิ่ง ไม่เผยอารมณ์ใดส่วนในใจของสองสามีภรรยาต่างคิดตรงกันว่าสตรีผู้นั้นช่างมาเร็วนักคิดว่านางไม่ใช่มาอวยพรหรอก คาดว่านางคงอยากมาดูให้เห็นกับตาเสียมากกว่าเฉินจ้านพยักหน้าให้ขันทีรับคนเข้าเฝ้า ท่าทีสงบนิ่งดังเดิม ทว่ามุมปากกลับซ่อนรอยยิ้มเย็น ๆ เอาไว้ อยากมาก็มาสิ เขาเองกำลังอยากดูงิ้วพอดีเจียงเพ่ยหยูปรากฏกายขึ้นในห้องด้

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่28

    ตอนที่28||นรกของหม่อมฉันเริ่มที่อารามเมี่ยวจิ่งมิผิดเลยที่สวีหานเซียงกล่าวว่าการขึ้นเขาไปอยู่อารามเมี่ยวจิ่งคือการเริ่มต้นเดิมสู่ขุมนรก!“ถึงอารามเมี่ยวจิ่งควรเป็นสถานที่สงบ เป็นสถานที่ที่ผู้คนใช้สวดมนต์ ปล่อยวาง และหลบหนีความทุกข์จากโลกภายนอก แต่สำหรับหม่อมฉันกับท่านแม่กับบ่าวไพร่ที่ตัดตามขึ้นไปอีกเจ็ดชีวิตมันไม่ใช่เลย”อารามแห่งนี้ไม่เคยมีความสงบอยู่เลย ตั้งแต่คืนแรกที่นางกับมารดาถูกส่งมาที่นี่ เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบก็รับรู้ได้ทันทีว่าความเงียบในอารามมิใช่ความสงบ หากเป็นความเงียบที่กดทับ ราวกับมีเงามืดซ่อนตัวอยู่ทุกมุม พร้อมจะยื่นมือออกมาคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อแม้ยามกลางวันเหล่าแม่ชีกับเจ้าอารามจะวางตัวใจดีเป็นผู้ทรงศีลที่มากไปด้วยเมตตาจิตแทบทุกค่ำคืน มีเงาคนลอบเข้ามา เสียงฝีเท้าที่พยายามเบาที่สุดดังแผ่วอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ เสียงลมหายใจที่ถูกกลั้นไว้แน่น กลิ่นคาวเลือดที่ไม่อาจกลบด้วยกลิ่นธูป กลิ่นนั้นลอยปะปนอยู่ในอากาศ ทำให้อารามซึ่งควรศักดิ์สิทธิ์ กลับแปดเปื้อนด้วยกลิ่นแห่งความตายหานเซียงมักสะดุ้งตื่นกลางดึก มือเล็ก ๆ ของนางควานหามือของมารดาที่มองไม่เห็น นางได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่27

    ตอนที่27||นิทานของหานเซียงภายในตำหนักเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ค่อย ๆ ประสานจังหวะกัน หลังจากความยินดีเรื่องบุตรค่อย ๆ จางหาย ความจริงอันหนักหน่วงก็คล้ายจะคืบคลานเข้ามาแทนที่เฉินจ้านเป็นฝ่ายนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ เขามองใบหน้าของภรรยาที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ดวงตาคู่นั้นสงบเกินไป สงบอย่างคนที่ผ่านเรื่องราวมากเกินวัย และสุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับหัวใจทั้งสองคน“เจ้ารู้นานเพียงใดแล้ว”หานเซียงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากโค้งยิ้มแผ่วเบา เป็นรอยยิ้มที่มิได้เจือการปกปิดหรือสำรวมเช่นทุกครั้ง และอาจเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดนับตั้งแต่นางแต่งเข้ามาเป็นชายาของเขาได้ครึ่งปี“ไม่นานเพคะ” นางตอบเสียงราบ “ราวสองเดือนเศษได้ อย่างที่ไท่จื่อทราบ บางค่ำคืนหม่อมฉันแอบออกไปด้านนอกบ่อยครั้ง ล้วนไปสืบเรื่องนี้”เฉินจ้านขมวดคิ้วเล็กน้อย ภาพค่ำคืนที่นางขอตัวออกไปเงียบ ๆ ผุดขึ้นในหัว เขาเคยคิดว่านางเพียงต้องการอิสระหรือหาความสงบ หรือไม่นางก็อาจออกไปยังค่ายฉงจื่อทว่าความจริงกลับหนักหนากว่านั้น“คงเป็นหลังจากที่ข้าเล่านิทานให้ฟังกระมัง เจ้าเลยออกสืบ” จ้าวเฉินจ้านไม่เคยคิดเลยว่าห

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่26

    ตอนที่26||ไท่จื่อทรงแพ้พระครรภ์ยามอิ๋นของวันหนึ่งในช่วงต้นฤดูฝน มหานครฉ่งชิ่ง เมืองหลวงต้าเว่ย ถูกปกคลุมอยู่ใต้ผืนฟ้าสีเทาหม่น อากาศมัวซัว ชื้นเย็น และอึมครึมราวกับกลั้นลมหายใจรอคอยบางสิ่ง ชาวเมืองส่วนใหญ่ต่างมองท้องฟ้าแล้วคิดคล้ายกันว่า อีกไม่นานฝนแรกของปีคงจะเทลงมาอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงพากันตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง รีบเร่งออกจากเรือน จัดเตรียมเครื่องมือเพาะปลูก คราด จอบ และเมล็ดพันธุ์กันอย่างคึกคัก เสียงฝีเท้า เสียงพูดคุย และเสียงเปิดประตูเรือนดังแว่วไปทั่วทั้งเมืองตรงกันข้ามกับความเคลื่อนไหวของชาวเมือง ภายในตำหนักตงกงกลับยังคงเงียบสงบ บ่าวไพร่ในตำหนักตื่นกันครบถ้วนตามระเบียบ บางคนทำความสะอาดลาน บางคนจัดเตรียมน้ำอุ่นและเครื่องใช้ยามเช้า ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบเช่นทุกวัน มีเพียงเจ้าของตำหนักกับภรรยาเท่านั้นที่ยังไม่ตื่นจากบรรทมทว่าเรื่องนี้ไม่ได้ทำให้ใครแปลกใจอีกต่อไป ทุกคนในตำหนักล้วนคุ้นชินเสียแล้ว นับตั้งแต่ไท่จื่อจ้าวเฉินจ้านทรงแต่งไท่จื่อเฟยเข้าตำหนักมาครบหกเดือน การตื่นสายของไท่จื่อก็กลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีใครกล้าซักถามในสายตาของคนนอกที่มิใช่บ่าวรับใช้ใกล

  • ชังได้ท่านชังไป!   ตอนที่25

    ตอนที่25||นิทานเรื่องที่สองของเฉินจ้าน“ผิดกับบุตรชายคนเล็ก”เฉินจ้านเว้นจังหวะเพียงอึดใจ ลมหายใจที่เป่ารดไรผมของนางอุ่นจัด ทว่าคำพูดที่กำลังจะเอ่ยกลับเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าอากาศยามดึก เสียงของเขาต่ำลงเล็กน้อย ราวกับเรื่องราวต่อจากนี้มิใช่นิทานสำหรับกล่อมคนหลับ หากเป็นความจริงที่หนักอึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรง ๆ โดยไม่ทิ้งรอยแผลในใจผู้ฟัง“ส่วนบุตรชายคนเล็กนั้น…มุทะลุดุดัน”คำว่า มุทะลุ หลุดออกมาจากริมฝีปากเขาอย่างเรียบเย็น ปราศจากการตำหนิหรือชิงชัง มิได้พยายามแก้ต่างหรือกล่าวโทษ เพียงบอกเล่าตามข้อเท็จจริงที่ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของผู้คนทั้งแผ่นดินสวีหานเซียงฟังเพียงเท่านั้น หัวใจก็เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพราะฟังมาถึงตรงนี้ย่อมทราบทันทีที่ได้ยินว่าส่งใดเป็นสิ่งใดนิทานเรื่องนี้ มิได้เป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้นมาของฮ่องเต้และบุตรชายสามคน หากคือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในอดีตของไท่ซ่างหวง ผู้เป็นเสด็จปู่ของเฉินจ้าน เรื่องของอดีตไท่จื่อผู้เป็นบิดา และเรื่องของเสด็จอาทั้งสองพระองค์รวมถึง…ตัวเขาเองเมื่อคิดได้ดังนั้น หานเซียงก็ยิ่งตั้งใจฟัง นางขยับตัวเล็กน้อย ซุกตัวแนบชิดอกเขามากขึ้น ราวกับต้องก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status