Home / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก / ตอนที่ 2 ความสุขอยู่ได้ไม่นาน

Share

ตอนที่ 2 ความสุขอยู่ได้ไม่นาน

last update publish date: 2026-04-08 14:07:19

ตอนที่ 2

ความสุขอยู่ได้ไม่นาน

รถม้าคันใหญ่ประทับตราตระกูลหวังและตราสัญลักษณ์ของแม่ทัพใหญ่ของแคว้น เคลื่อนมาจอดอยู่หน้าบริเวณใจกลางเมืองหลวง อันเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลโคมไฟในทุก ๆ ปี

บุรุษโดดเด่นองอาจชาติกำเนิดสูงส่งก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก จากนั้นก็ยื่นมือขึ้นไปรับมือเรียวนุ่ม พร้อมกับช่วยร่างบอบบางให้ก้าวลงจากรถม้ามายืนบนพื้นได้อย่างมั่นคง กระทั่งรถม้าเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออก

“พวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะ” เสียงทุ้มนุ่มกล่าว พร้อมกับจูงมือของฮูหยินให้เดินเคียงข้างไปตามท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา

เฉินเสวี่ยไป๋แทบไม่ได้มองทาง เอาแต่ก้มลงมองมือหนาของคนตัวสูงที่กำมือของนางเอาไว้แทน สัมผัสอันอบอุ่นนี้เป็นครั้งแรกที่นางได้รับจากชายที่ขึ้นชื่อว่าสามี ถึงแม้ว่าการที่เขากลับมาทำดีด้วย จะเป็นเพราะซาบซึ้งในบุญคุณที่นางเคยช่วยชีวิตของเขา หาใช่ความรัก แต่มันก็ทำให้นางรู้สึกดีและมีความสุขมาก

“ท่านพี่ ปล่อยมือข้าได้แล้ว ข้าเดินเองได้” แม้ปากจะบอกเขาไปแบบนั้น แต่ใจกลับปรารถนาให้เขาไม่ปล่อยมือของนางอีก

แล้วก็เป็นเช่นนั้น เมื่อมือหนาไม่ได้คลายออกตามที่นางบอก แต่กลับกระชับแน่นยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับใบหน้าคมคายโน้มลงต่ำ กระซิบเสียงแผ่วที่ข้างหูของนาง

“ข้าไม่ปล่อย วันนี้ข้าไม่ได้นำคนคุ้มกันมา เดี๋ยวเจ้าผลัดหลงไป ข้าเกรงว่าอาจจะมีอันตราย”

คำพูดของสามี ทำให้เฉินเสวี่ยไป๋ไม่คัดค้านอีก ปล่อยให้เขาเดินจูงมือพาเดินเที่ยวชมงานดูการละเล่นต่าง ๆ โดยมีคนสนิทของสามี ที่ถือคันธนูกับดาบเดินคู่กับคนสนิทของนางติดตามมาไม่ห่าง

ยามพบเห็นสิ่งของหรือของกินที่ถูกใจ เขาจะดึงมือของนางพาเข้าไปในร้านนั้น ควักเงินจ่ายโดยไม่สอบถามความเห็นของนางเลยสักคำ แต่ทุกอย่างที่เขาซื้อให้ ก็เป็นสิ่งที่นางชอบจริง ๆ ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...น้ำตาลปั้น

“เอาน้ำตาลปั้นรูปนกกระเรียนคู่อันหนึ่ง” หวังห่าวเทียนเอ่ยสั่งพ่อค้าขายน้ำตาลปั้น ที่กำลังปั้นเป็นรูปกระต่ายป่าให้เด็กชายคนหนึ่งอยู่

“ได้ขอรับ ท่านแม่ทัพ รอสักครู่”

ชายวัยกลางคนย่อมรู้จักแม่ทัพใหญ่ สหายสนิทของฮ่องเต้เหวินหลาง รีบปั้นน้ำตาลเป็นรูปนกกระเรียนคู่ แต่แยกเป็นคนละไม้ ก่อนจะยื่นส่งให้ชายหญิงตรงหน้า

“นี้ขอรับ”

“ขอบใจ” แม่ทัพหนุ่มหยิบเหรียญขึ้นมาจ่ายเกินราคา ก่อนจะดึงมือฮูหยินพาเดินเที่ยวดูงานต่อ มือข้างที่ถือน้ำตาลปั้นก็ยกมันขึ้นมากัดกิน ทำเอาสตรีข้างกายและผู้ติดตามทั้งสอง พากันประหลาดใจไปตาม ๆ กัน

“ท่านพี่ไม่ชอบของหวานไม่ใช่หรือเจ้าคะ” เฉินเสวี่ยไป๋คิดว่าเขาจะเปลี่ยนไปมากจนเกินไปแล้ว จึงอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

“เมื่อก่อนข้าอาจมัวหลงไปทางอื่น ถึงได้เกลียดชังของหวาน แต่ยามนี้ข้าได้เรียนรู้แล้วว่า หากยังไม่ได้ลองลิ้มรสก็ไม่ควรด่วนตัดสินใจ ว่าชอบหรือไม่ชอบ”

คำตอบของสามีไม่ได้ทำให้เฉินเสวี่ยไป๋กระจ่างแจ้งเลยแม้แต่น้อย หัวคิ้วดกดำขมวดมุ่นแทบจะผูกกันเป็นปมได้อยู่แล้ว แต่พอคิดว่าการที่เขาเป็นแบบนี้ ยังดีกว่าให้เขาต่อว่าค่อนขอดนางเหมือนเมื่อก่อน คิ้วเรียงสวยก็คลี่คลายออก กัดกินชิมรสความหอมหวาน ทั้งจากน้ำตาลปั้น และจากชายหนุ่มที่นางเฝ้าหลงรักเขามาตั้งแต่วัยเยาว์อย่างมีความสุข

จนกระทั่งมีเสียงหวีดร้องดังมาจากบริเวณตรอกที่อยู่ด้านข้างที่ทั้งสองอยู่ เป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือของสตรี หวังห่าวเทียนหยุดชะงักนิ่ง หันไปส่งสายตาให้คนสนิทที่ติดตามมาด้านหลัง

‘หงหลง’ ยื่นธนูส่งให้ผู้เป็นนาย ก่อนจะหมุนตัวหายเข้าไปในตรอกมืด เพื่อดูว่าเกิดเหตุวุ่นวายอะไรขึ้น แต่แทนที่ทุกอย่างจะกลับคืนสู่ความสงบ เสียงหวีดร้องของสตรียิ่งดังขึ้น บวกกับเสียงต่อสู้ที่ทวีความรุนแรง ผู้คนที่เดินเที่ยวงานเริ่มพากันแตกตื่น พากันเดินหนีหายออกจากบริเวณนั้นไป

หวังห่าวเทียน เกรงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนสนิท รีบคลายมือออกจากมือนุ่ม หันมากำชับน้ำเสียงร้อนรน

“ฮูหยิน รีบพากันกลับไปรอข้าที่รถม้าก่อน กลับจวนไปก่อนได้ยิ่งดี”

เฉินเสวี่ยไป๋ส่ายหน้า เอื้อมมือไปคว้ามือข้างหนึ่งของสามีเอาไว้ “ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะรอกลับพร้อมท่าน”

แม่ทัพหนุ่มทอดสายตามองดวงหน้างามเป็นครั้งสุดท้าย ริมฝีปากขยับคล้ายจะบอกบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ปิดปากเงียบ ทำแค่เพียงพยักหน้าให้หญิงสาว หมุนตัววิ่งหายเข้าไปในตรอกอีกคน

หยุนหลี่เหลียวซ้ายแลขวา รีบเข้ามาคล้องแขนคุณหนู เนื้อตัวของนางสั่นเทาด้วยความกลัว

“บ่าวว่าพวกเรารีบกลับไปที่รถม้าดีกว่าเจ้าค่ะ”

เฉินเสวี่ยไป๋เห็นด้วย รีบหมุนตัวเตรียมเดินไปยังจุดที่จัดเตรียมไว้ให้รถม้าจอดรอ แต่ก้าวเท้าได้เพียงสามก้าว ชายชุดดำสามคนก็วิ่งเข้ามายืนล้อมตัวพวกนางเอาไว้ ในมือของแต่ละคนถืออาวุธดาบเอาไว้ด้วย

“พวกเจ้าเป็นใคร ต้องการอะไร” เฉินฮูหยินกลั้นใจเอ่ยถามคนกลุ่มนี้ แม้ภายในใจจะรู้สึกหวาดกลัวไม่ต่างจากสาวใช้

“ก็ต้องการชีวิตของเจ้าอย่างไรเล่า” เสียงเหี้ยมหนึ่งในชายชุดดำกล่าวขึ้น

“บังอาจ พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็นผู้ใด ถึงได้คิดทำการโจ่งแจ้งเยี่ยงนี้” เพราะคิดว่าหากคนพวกนี้รู้ว่าสามีของนางเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ คงจะไม่กล้าก่อเรื่องอีก เลยพูดเรื่องนี้ขึ้นมา “สามีข้าเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ของแคว้น หากรักตัวกลัวตาย ก็รีบพากันถอยไปเสีย”

แต่แทนที่คนชุดดำทั้งสามจะหวาดกลัว กลับยิ่งพากันหัวเราะเสียงดังลั่น “ฮ่า ๆ --ท่านแม่ทัพนะหรือ ปานนี้คงพาสตรีที่รักลอยโคมไฟสองต่อสองอยู่บนสะพานคู่รัก ไม่มาเกะกะวุ่นวายพวกข้าหรอก ในเมื่อท่านเป็นคนส่งพวกข้ามา”

สองหูของเฉิยเสวี่ยไป๋อื้ออึงไปชั่วขณะ คิดว่านางต้องฟังคนพวกนี้ผิดเพี้ยนไปแน่ ๆ หรือไม่ก็เป็นมือสังหารกลุ่มนี้ที่ใส่ร้ายสามีของนาง “ไม่มีทาง ท่านพี่ไม่มีวันทำแบบนั้น” --ใช่...ถึงแม่สามีจะไม่เคยรักนาง แต่เขาไม่ใช่คนใจร้าย ที่จะส่งคนมาสังหารฮูหยินที่ตกแต่งเข้ามาแน่

“โถ! ๆ ฮูหยินผู้น่าสงสาร ท่านไม่แปลกใจหรืออย่างไร ที่คนเคยบอกว่าเกลียดชังท่าน แม้แต่หน้าไม่อยากจะมอง กลับมาทำดีด้วย ไม่นึกเอะใจเลยหรือ ว่าจะเป็นแผนการเพื่อหลอกให้ท่านตายใจ เพื่อลวงออกมาให้นักโทษเดนตายอย่างพวกข้าสังหาร” ชายชุดดำคนเดิมพูด

ก่อนชายชุดดำอีกคนจะกล่าวเสริมขึ้นมา “ท่านแม่ทัพวางแผนทั้งหมดนี้เพราะอยากกำจัดท่านออกจากชีวิต แต่หากให้ท่านตายในจวน ก็จะถูกผู้คนสงสัยเอาได้ ถึงต้องหลอกท่านออกมา แล้วให้นักโทษอย่างพวกข้าสังหาร จากนั้นก็จะโยนความผิดให้พวกข้า ว่าทำลงไปเพราะต้องการแก้แค้นท่านแม่ทัพ คราวนี้ก็จะไม่มีใครสงสัยในตัวท่านแม่ทัพอีก”

หยุนหลี่แม้หวาดกลัวคนพวกนี้จับใจ แต่เมื่อยามภัยมาเยือน นางก็รีบเอาตัวออกมายืนอยู่หน้าผู้เป็นนาย กางแขนทั้งสองข้างออก พร้อมปกป้องคุณหนูด้วยชีวิต พอเห็นกลุ่มมือสังหาร พูดให้ผู้เป็นนายเข้าใจท่านแม่ทัพผิด ก็รีบเอ่ยขึ้น

“คุณหนูอย่าไปเชื่อพวกมันนะเจ้าคะ พวกมันโกหก นายท่านไม่มีวันทำอย่างนั้นกับคุณหนูแน่” พูดกับเจ้านายจบ ก็หันมาพูดกับคนชุดดำต่อ “พวกเจ้าเองก็เถอะ จะโกหกก็โกหกให้แนบเนียนหน่อย เจ้าจะบอกข้าว่าพอสังหารคุณหนูของข้าได้ ก็พร้อมรอความตายให้ท่านแม่ทัพมาจับตัวหรืออย่างไร ตลกสิ้นดี”

“เป็นแค่บ่าวรับใช้ ฉลาดไม่เบานี้ ใช่ ใครที่ไหนจะบ้ายอมรับโทษใช่หรือไม่เล่า แต่พวกเจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่าพวกข้าคือนักโทษ ที่มีโทษตายอยู่แล้ว ที่พวกข้ารับปากทำงานนี้ให้ท่านแม่ทัพ ก็เพราะว่าท่านสัญญาว่าจะดูแลครอบครัวของพวกข้าให้อยู่สุขสบาย ไม่ต้องตกเป็นทาสของใครอีก หากคำพูดของข้าไม่น่าเชื่อถือพอ ถ้าเป็นอันนี้ล่ะ พอจะเป็นหลักฐานยืนยันหรือไม่”

ชายชุดดำที่พูดอยู่ ล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ หยิบป้ายประจำตัวที่ประทับตัวอักษรคำว่าแม่ทัพใหญ่ชูขึ้นสูง ให้สตรีตรงหน้าทั้งสองคนมองเห็นได้ชัดถนัดตา

“ทะ--ท่านพี่” ใครจะจำป้ายประจำตัวแม่ทัพที่เคยเห็นอยู่เป็นประจำไม่ได้ ขาแขนไร้เรี่ยวแรงในบัดดล หัวใจจมดิ่งลงเรื่อย ๆ ลงในกระแสน้ำเย็นเฉียบ เจ็บปวดเสียจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป “เหตุใดถึง...” หยดน้ำอุ่น ๆ เอ่อล้นออกมาจากดวงตา

“คุณหนู ถึงจะมีป้ายของนายท่านก็อย่าพึ่งเชื่อ คุณหนูจะต้องรอดไปถามจากปากของนายท่านเองเจ้าค่ะ หนีไป บ่าวจะต้านพวกมันเอาไว้เอง” หยุนหลี่เตือนสติผู้เป็นนาย ดวงตาสอดส่ายหาทางรอด ตั้งแต่เกิดเสียงความวุ่นวายดังมาจากในตรอก ผู้คนก็หายไปจากบริเวณนี้จนหมด จะร้องขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่ได้ นายท่านกับหงหลงก็ยังไม่กลับมา คงจะมีเพียงนางที่ต้องใช้ชีวิตปกป้องคุณหนูอย่างสุดความสามารถ

เฉินเสวี่ยไป๋ที่จมดิ่งลงไปในความเศร้าโศกผิดหวัง ถูกเตือนสติทำให้คิดได้ “ใช่--ข้าควรจะไปถามจากปากของท่านพี่เอง ขอบใจเจ้ามากหยุนหลี่ พวกเราจะต้องรอดไปด้วยกัน” ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่นางก็ยังมองไม่เห็นทางรอด เพราะไม่ว่าจะขยับไปทางไหน คนพวกนี้ก็ดักหน้าดักหลังเอาไว้ ทำให้ขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย

ความหวังที่จะมีชีวิตกลับไปถามหาความจริงจากสามีเริ่มริบหรี่ ขณะที่ความตายเริ่มคืบคลานเข้ามา

“ตายเสียเถอะ อย่าอยู่เลย” หนึ่งในชายชุดดำเงื้อดาบขึ้นสูง เฉินเสวี่ยไป๋พยายามจะดันตัวสาวใช้ออก แต่หยุนหลี่ก็ไม่ยอม ยังคงใช้ตัวบังเพื่อปกป้องผู้เป็นนาย

ในขณะที่คมดาบเคลื่อนลงต่ำเข้าใกล้ร่างของหยุนหลี่ ก็มีคมดาบของใครบางคนเข้ามาต้านคมดาบนั้นเอาไว้ ก่อนจะดันดาบของมือสังหารให้ขยับออกห่างจากตัวของหญิงสาวทั้งสอง...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 32 ตอนจบ

    ตอนที่ 32ตอนจบห้าปีต่อมาบริเวณทุ่งดอกเหมยของสกุลหวัง กลีบดอกสีชมพูบานสะพรั่งพลิ้วไหวตามสายลมหนาว มองดูราวหิมะขาวที่โปรยปรายลงมา เด็กชายวัยห้าขวบวิ่งเล่นไล่จับกับสหายรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกหลานของชาวไร่ชาวสวน ที่ตามบิดามารดามาทำงานในไร่ในสวนเสียงหัวเราะร่าเริงดังไปทั่วทุ่งกว้าง ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดใสร่าเริง สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ใหญ่ที่พากันมาพักผ่อนเที่ยวชมความงามของดอกเหมยที่บานสะพรั่ง“หยางเอ๋อร์ วิ่งเล่นเหนื่อยหรือยัง ถ้าเหนื่อยพาสหายมานั่งพักกับย่ามา ย่าเตรียมขนมของหวานมาเยอะแยะเลย”ซ่งลี่หลินนั่งอยู่บนเสื่อที่ปูอยู่ใต้ต้นดอกเหมย ข้างกายมีตะกร้าของกินหลายตะกร้าที่เตรียมมา เมื่อเห็นหลานชายและเด็กคนอื่น ๆ อีกสี่คน พากันวิ่งเข้ามาหา ก็รีบอ้าแขนรับร่างเล็ก ที่โถมเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็นย่า“เหนื่อยไหมหลานย่า” เอ่ยถามพลางล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อตามใบหน้าและลำคอของหลานชาย“ไม่เหนื่อยเลยขอรับ หลานชอบมาที่นี่ ที่นี่มีเพื่อนเล่นเยอะแยะเลย” ‘หวังอันหยาง’ แก้วตาดวงใจของจวนสกุลหวัง ตอบผู้เป็นย่าเสียงใสแจ๋ว“ถ้าชอบ ย่าจะพามาบ่อย ๆ ก็แล้วกัน นั่งลงพักให้หา

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 31 หากไม่มีข้าคิดว่าเจ้าจะสมหวังหรือ

    ตอนที่ 31หากไม่มีข้า คิดว่าเจ้าจะสมหวังหรือหลังจากศาลต้าหลีได้รับเรื่องก็รีบส่งเจ้าหน้าที่ของศาลไปจับกุมตัวเฉินซือหยาเพื่อมารับฟังความผิดที่ศาล และกักขังตัวนางเอาไว้ในคุกเพื่อรอฟังคำตัดสินโทษ เฉินเสวี่ยไป๋เองรบเร้าสามีขอให้พาไปหาน้องสาวต่างมารดาที่ถูกคุมขังเอาไว้“พาข้าไปเยี่ยมนางหน่อยเถิดนะเจ้าคะ”“อย่าบอกนะว่าเจ้านึกสงสาร คนที่คิดจะทำร้ายเจ้า” หวังห่าวเทียนย้อนถามภรรยาอย่างสงสัย“ข้าไม่ใช่คนดีขนาดนั้นเสียหน่อย ข้าแค่อยากจะไปคุยกับนางให้รู้เรื่อง ว่าเหตุใดต้องถึงขั้นฆ่าแกงกันด้วย หากท่านพี่ไม่อยากพาข้าไป ข้าไปเองก็ได้” เฉินเสวี่ยไป๋หน้างอกระเง้ากระงอด หันหน้าเมินสามีทันควัน“ก็ได้ ๆ พี่พาเจ้าไปเอง”หวังห่าวเทียนกลัวภรรยาจะขุ่นเคืองใจไปมากกว่านี้ รีบสั่งให้คนเตรียมรถม้าและเตรียมเบาะหนา ๆ ไปรองเป็นที่นั่งให้ภรรยาด้วย ป้องกันไม่ให้กระทบกระเทือนถึงลูกในท้องมากนักเมื่อมาถึงคุกของศาลต้าหลี หงหลงเป็นฝ่ายไปเจรจากับผู้คุม จากนั้นก็กลับมารายงาน หวังห่าวเทียนถึงได้ประคองพาฮูหยินลงจากรถม้า ก้าวผ่านประตูคุกของศาลต้าหลีไปสองร่างเดินเคียงกันผ่านห้องขังเล็ก ๆ ที่ปิดด้วยซี่กรงเหล็กอันหนักอึ้งและเ

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 30 คนร้ายตัวจริงคือ

    ตอนที่ 30คนร้ายตัวจริงคือ“แหวะ ๆ”เสียงอาเจียนดังขึ้นภายในเรือนเหมยหลิว เป็นเสียงที่สาวใช้ทุกคนจะได้ยินในช่วงเช้าของทุกวัน เนื่องจากสตรีเจ้าของเรือนกำลังตั้งครรภ์บุตรของท่านแม่ทัพได้สามเดือนแล้ว เพียงแต่เป็นท้องแรกหน้าท้องจึงยังไม่เห็นเด่นชัด คงจะมีก็แต่อาการแพ้ท้องให้เห็นเท่านั้น“ไหวหรือไม่ ให้พี่ตามท่านหมอมาอีกจะดีกว่าไหม”หวังห่าวเทียนช่วยลูบหลังภรรยาที่โก่งคออยู่เหนือกระโถนอาเจียนเอาอาหารเช้าออกมาเกือบหมด สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ หากเป็นไปได้ เขาอยากจะแพ้ท้องแทนฮูหยินของตน นางจะได้ไม่ต้องทรมานเช่นนี้หลังจากอาเจียนจนรู้สึกดีขึ้นมาก เฉินเสวี่ยไป๋ก็รับขันน้ำที่สาวใช้คนสนิทส่งมาให้ยกขึ้นมาดื่มน้ำเข้าไปแล้วกลั้วปากกลั้วคอให้สะอาด ก่อนจะบ้วนทิ้งใส่กระโถน จากนั้นถึงนำผ้าสะอาดมาเช็ดปากเช็ดใบหน้าอีกทีหนึ่ง“ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ ท่านพี่อย่าได้กังวลไป คนท้องก็มีอาการเช่นนี้ทุกคน ท่านแม่บอกข้าแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวบอกกล่าวให้สามีคลายความกังวลลง กังวลมากจนแทบจะไม่ไปทำการทำงานอยู่แล้ว “ท่านพี่ไปทำงานเถิดเจ้าค่ะ”หวังห่าวเทียนฮึดฮัด นางก็พูดง่ายสิ จะไม่ให้เขาเป็นกังวลเป็

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 29 เข้าหอกันจริง ๆ เสียที

    ตอนที่ 29เข้าหอกันจริง ๆ เสียทีหลังจากกลับมาถึงจวนสกุลหวัง หวังห่าวเทียนกับเฉินเสวี่ยไป๋ก็ร่วมรับประทานอาหารกับซ่งฮูหยิน และอยู่พูดคุยต่อจนดึกดื่น ถึงได้จูงมือกันกลับเรือน พอมาถึงเรือนเหมยหลิว แม่ทัพหนุ่มก็แยกย้ายไปทำความสะอาดร่างกายที่ห้องอื่น ส่วนเฉินเสวี่ยไป๋ก็ให้สาวใช้คนสนิทช่วยเตรียมน้ำอาบ หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็ขึ้นไปนั่งบนเตียง ใบหน้างามคอยชะเง้อมองไปที่ประตูห้องนอน รอคอยว่าคืนนี้สามีจะมานอนค้างด้วยหรือเปล่าผ่านไปไม่นานนัก ร่างสูงก็ก้าวเข้ามาในห้อง เฉินเสวี่ยไป๋รีบเอนตัวลงนอน ตะแคงหันหลังแสร้งทำเป็นหลับ เพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินอาย แต่ยังรับรู้ได้ถึงการยุบตัวของฟูกนอนตามน้ำหนักตัวคนที่นั่งลง“ฮูหยินหลับแล้วหรือ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถาม“...” เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากร่างบางที่นอนตะแคงหันหลังให้ หวังห่าวเทียนจึงเอนตัวลงนอนบ้าง ไม่ลืมหยิบผ้าห่มขึ้นมากั้นกลางเอาไว้ เพราะยังไม่แน่ใจ ว่าหญิงสาวจะยอมให้เขาเข้าใกล้มากแค่ไหน ถึงแม้จะปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยังเคารพการตัดสินใจของนางเสมอ หากนางยังไม่เอ่ยปากเขาจะไม่มีวันข่มเหงทำร้ายน้ำใจนางเป็นอันขาดแม้จะคิดแบบนั้น แม่ทัพหนุ่มกลั

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 28 ทุ่งดอกเหมยนี้เพื่อเจ้า

    ตอนที่ 28ทุ่งดอกเหมยนี้เพื่อเจ้าแสงอาทิตย์สีทองอาบย้อมท้องฟ้าในยามเย็น ขบวนทัพที่เคลื่อนตัวออกจากเมืองเสียนหลิงเมื่อหลายวันก่อน ใกล้จะเดินทางถึงเขตประตูเมืองหลวง แต่อยู่ ๆ บุรุษที่ควบอาชาตัวใหญ่ก็ประกาศเสียงดังให้ได้ยินกันทั่ว“หยุด”ทั้งขบวนหยุดตามคำสั่ง หวังห่าวเทียนบังคับม้าให้วิ่งย้อนกลับมาทางรถม้าที่หยุดอยู่กับที่ เสียงทุ้มนุ่มจงใจพูดกับคนที่อยู่ด้านใน“ฮูหยินลงมาเถิด ข้ามีที่หนึ่งที่อยากให้เจ้าได้เห็น”เฉินเสวี่ยไป๋ประหลาดใจ แต่ก็ยอมมุดผ่านม่านประตูออกมา โดยที่ร่างสูงรีบกระโดดลงมาจากหลังม้าเอื้อมมือมารอรับ นางจึงยื่นมือส่งไปให้มือหยาบกร้านกอบกุมเอาไว้ ก้าวลงจากรถม้าลงไปยืนเคียงข้างเขา“จะพาข้าไปไหนหรือเจ้าคะ”“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง รับรองว่าเจ้าต้องชอบ”หวังห่าวเทียนอุ้มร่างบางให้ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าได้สำเร็จ ก็กระโดดขึ้นไปนั่งด้านหลังของหญิงสาว วงแขนโอบรอบร่างบางจับสายบังเหียนเอาไว้ ทำให้แผ่นอกอุ่นแนบสนิทกับแผ่นหลังของร่างบาง ความรู้สึกร้อนวูบวาบก่อเกิดขึ้น เขาพยายามไม่สนใจ อย่างไรเสียค่ำคืนนี้ก็จะได้ร่วมหอกับฮูหยินแน่ แม่ทัพหนุ่มบังคับม้าให้พุ่งทะยานไปตามทางที่แยกออกจากถนนสายหลั

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 27 ปรับความเข้าใจกัน

    ตอนที่ 27ปรับความเข้าใจกันแสงอรุณอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างที่เปิดทิ้งเอาไว้เข้ามา เฉินเสวี่ยไป๋ค่อย ๆ ขยับเปลือกตาหนักอึ้งลืมตางัวเงียตื่นขึ้นมา แต่สิ่งแรกที่รับรู้และสัมผัสได้ กลับไม่ใช่เก้าอี้ไม้แข็งกระด้างดังเช่นเมื่อคืนร่างของนางนอนราบอยู่บนเตียงนุ่ม มีผ้าห่มผืนหนาคลุมกายให้ความอบอุ่น และยังมีวงแขนของใครบางคนวางพาดอยู่บนหน้าท้องแบนราบของนาง ใบหน้างามแม้ยามพึ่งตื่นนอนหันมามองด้านข้างของตนพลันหัวใจเต้นระรัวราวกลองศึก แทบจะหยุดหายใจเสียให้ได้ เมื่อใบหน้าของนางกับใบหน้าซีดเซียวของสามีอยู่ใกล้กันมากจนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว นางยังสัมผัสได้ถึงลมหายใจผ่าวร้อนของเขา‘ข้ามาอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้ได้อย่างไร’เท่าที่จำได้เมื่อคืน นางถูกความง่วงเล่นงาน จึงคิดจะพักสายตาเพียงครู่ จึงฟุบตัวนอนลงบนเตียง กะว่าแค่จะพักสายตาเพียงเท่านั้น แต่ดันเผลอหลับไปจริง ๆ แล้วเหตุไฉนพอตื่นขึ้นมา ถึงได้มานอนอยู่บนเตียงโดยมีคนเจ็บนอนตะแคงกอดนางเอาไว้ได้ จะว่านางนอนละเมอปีนขึ้นเตียงเองก็ไม่น่าจะใช่‘หรือว่า’ ดวงตาคู่งามจับจ้องมองใบหน้าที่ห่างกันไม่ถึงคืบอย่างจับผิด ก่อนจะสังเกตเห็นริมฝีปากตรงหน้า

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 16 หมดสติในคืนเข้าหอ

    ตอนที่ 16หมดสติในคืนเข้าหอหนึ่งเดือนหลังจากมีพระราชโองการออกมา ก็ถึงฤกษ์มงคลที่สองตระกูลใหญ่ต้องเกี่ยวดองกัน ขบวนรับเจ้าสาวของจวนแม่ทัพจัดมาอย่างยิ่งใหญ่ นำขบวนโดยคนตีกลอง ฆ้อง ปี่ เพื่อเป็นสัญญาณมงคล ตามมาด้วยคนถือธงสีแดง ที่เขียนตัวอักษร ‘สี่’ ที่หมายถึงความสุขจากนั้นถึงเป็นคนถือของหมั้น และเจ

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 10 เผชิญหน้ากันครั้งแรก

    ตอนที่ 10เผชิญหน้ากันครั้งแรกด้วยความร้อนใจว่าโชคชะตาจะกลับไปเล่นตลกเหมือนในชาติก่อน เฉินเสวี่ยไป๋จึงตัดสินใจที่จะออกเรือน และตัวเลือกที่ดีก็มีแค่คนเดียวที่นางมั่นใจว่าเขาเป็นคนดี จะไม่มีวันทำร้ายนางเป็นอันขาดพักหลัง ๆ มานี้นางกับผู้ตรวจการหนุ่ม จึงไปมาหาสู่กันที่จวนมากยิ่งขึ้น พอเฉินหยวนเจี๋ยรู

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 9 เลือกคนนี้แล้วกัน

    ตอนที่ 9เลือกคนนี้แล้วกันเมื่อได้เห็นรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง บวกกับแววตาที่จริงใจของหญิงสาว ทำให้ชูจื้อเหยา มีความกล้าและปรารถนาจะสานสัมพันธ์กับอีกฝ่าย“ข้าขอทราบชื่อแซ่ของคุณหนู คุณหนูจะว่าอะไรหรือไม่”“ข้าเสวี่ยไป๋ แซ่เฉินเจ้าค่ะ”ใครเล่าจะไม่รู้จักตระกูลเฉิน เพราะอดีตราชครูเฉินหยวนเจี๋ยเป็นพระอ

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 8 สหายแสนดีในชาติก่อน

    ตอนที่ 8สหายที่แสนดีในชาติก่อนนับจากวันนั้นเฉินเสวี่ยไป๋ก็เป็นคนดูแลเรื่องต้มยาที่ท่านหมอชราจดเทียบยาให้ท่านพ่อด้วยตัวเอง ส่วนบทลงโทษของเจี่ยนฮูหยินนั้น เนื่องจากไม่มีหลักฐานแน่นพอที่จะยืนยันว่า เจี่ยนฮูหยินรู้เห็นเป็นใจกับหมอปลอม จึงยังไม่ได้ปลดออกจากตำแหน่งฮูหยินเอก แต่ใช่ว่าเจี่ยนฮูหยินจะลอยตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status