Home / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก / ตอนที่ 6 หนีหน้าไม่อยากพบเจอ

Share

ตอนที่ 6 หนีหน้าไม่อยากพบเจอ

last update publish date: 2026-04-12 19:18:07

ตอนที่ 6

หนีหน้าไม่อยากพบเจอ

บริเวณระเบียงทางเดิน สาวใช้คนหนึ่งของเรือนชิงหลาน รีบวิ่งกระหืดกระหอบกลับมารายงานสาวใช้ขั้นหนึ่ง ที่ไหว้วานให้นางไปจับตาดูประตูทางเข้าจวนเอาไว้ หากเป้าหมายมาให้รีบมารายงานทันที

“อย่างนั้นหรือ ขอบใจเจ้ามาก” หยุนหลี่รีบเข้ามาในห้องโถงที่ผู้เป็นนาย กำลังนั่งจิบชากับขนมหวานของโปรดอยู่ แล้วรายงานในสิ่งที่สาวใช้ขั้นสองวิ่งมาบอก “คุณหนูเจ้าคะ ท่านแม่ทัพมาแล้วเจ้าค่ะ”

เรื่องที่ส่งคนไปสังเกตอยู่หน้าประตูจวน เดิมทีเป็นคำสั่งของคุณหนู เพื่อเฝ้าดูว่าแม่ทัพใหญ่หวังจะมาหาคุณหนูรองเมื่อใด คุณหนูของพวกนางจะได้ออกไปพบหน้าเขาได้ทัน ไม่อย่างนั้นท่านแม่ทัพจะต้องพยายามหลบหน้า ไม่อยากพบเจอเจ้านายของนาง ถึงแม้นางจะไม่เห็นด้วย ที่คุณหนูวิ่งตามบุรุษขนาดนี้ ก็ไม่สามารถขัดคำสั่งได้

เพียงแค่ได้ยินชื่อว่าใครมาเยือนจวนเฉิน มือที่จับถ้วยน้ำชาก็เกิดอ่อนแรง ทำถ้วยชาที่ดื่มชาจนหมดเกลี้ยงไปแล้วตกพื้นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ

“ว้าย! คุณหนู เป็นอันใดมากหรือไม่เจ้าคะ” หยุนหลี่รีบเข้ามาดู เกรงว่าผู้เป็นนายจะได้รับอันตราย ก่อนจะรีบสั่งให้สาวใช้เข้ามาเก็บกวาดเศษถ้วยน้ำชา

“ข้าไม่เป็นอันใด หยุนหลี่ เจ้าช่วยไปเตรียมรถม้าให้ข้าที วันนี้ข้าจะออกไปข้างนอก อ้อ! อย่าลืมบอกให้สารถีไปรับข้าที่หลังจวนด้วย”

ร่างบางลุกพรวดขึ้นอย่างเร็ว หลังเอ่ยสั่งสาวใช้คนสนิทเสร็จ ก็ไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยถามสิ่งใด ก้าวเท้าพรวด ๆ ออกจากเรือน เดินไปตามทางหินอ่อน อ้อมไปหลังเรือน ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะนำพาไปสู่ประตูหลัง

หยุนหลี่แม้สงสัยในท่าทีของผู้เป็นนายก็ไม่อาจชักช้าได้ รีบไปสั่งสารถีให้เตรียมรถม้าไปรับคุณหนูที่หลังจวน จากนั้นนางก็รีบวิ่งตามมาที่ประตูเล็กท้ายจวน

พอมาถึงตัวของคุณหนู ถึงได้เอ่ยถามในสิ่งที่กำลังสงสัย “เหตุใดพวกเราต้องมาขึ้นรถม้าที่ท้ายจวนด้วยเล่า แล้วคุณหนูไม่ไปพบท่านแม่ทัพหรือเจ้าคะ”

เฉินเสวี่ยไป๋พยายามสูดลมหายใจเข้าปอด ขณะที่หัวใจเต้นรัวเร็วไม่หยุด จนต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกซ้ายเอาไว้ นางรอให้ลมหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจกลับเข้าสู่สภาวะปกติก่อน ถึงยอมตอบคำถามของสาวใช้

“ต่อไปไม่ต้องส่งคนไปสังเกตที่ประตูใหญ่แล้ว และห้ามพูดถึงคนผู้นั้นอีก เขาจะมาหาใครก็ช่าง ไม่เกี่ยวอันใดกับข้าอีก”

“คนผู้นั้น” หยุนหลี่นิ่วหน้าคิดหาว่าคนผู้นั้นในคำพูดของคุณหนูคือใคร ก่อนจะนึกออก “คนผู้นั้นที่ว่า หมายถึงท่านแม่ทัพหรือเจ้าคะ”

“ใช่ ห้ามพูดถึงเขาอีก” เฉินเสวี่ยไป๋ยังไม่ทันเตรียมใจกับการเผชิญหน้ากับพญามัจจุราชที่หยิบยื่นความตายให้นางในชาติก่อน คิดแค่ว่าต้องหาทางล้มเลิกงานแต่งให้ได้ โดยลืมคิดไปว่า คนผู้นั้นมักจะมาหาน้องสาวของนางที่จวนเป็นประจำ และลืมไปว่านางเป็นคนสั่งให้สาวใช้คอยจับตาดูการมาของเขา

เมื่ออยู่ ๆ ได้ยินว่าเขามาปรากฏตัวในจวน อยู่ใกล้ตัวเป็นครั้งแรกในการย้อนอดีตกลับมา จึงเกิดอาการใจเต้นแรง หายใจติดขัดเช่นนี้ จะว่าเป็นความรู้สึกโกรธเกลียดก็ไม่ใช่ เพราะก่อนตายนางได้อโหสิกรรมให้เขาไปแล้ว

เพียงแต่ว่าแค่ได้ยินชื่อ ได้รู้ว่าเขามาอยู่ใกล้ มันยิ่งทำให้ภาพที่เขาเล็งลูกธนูเข้าหานางมันย้อนกลับมาเล่นงานอีก ขืนยังอยู่ในความรู้สึกนี้ต่อไป นางคงหายใจไม่ออกขาดใจตายไปก่อนแน่

จำต้องหาทางหนี หนีให้ห่างจากจวนในยามนี้ แล้วอีกอย่างวันนี้นางก็ตั้งใจ จะออกจากจวนไปพาท่านหมอที่เป็นหมอจริง ๆ มาตรวจอาการของบิดาด้วย พอรถม้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า นางรีบขึ้นรถม้า ตามมาด้วยสาวใช้คนสนิท ออกคำสั่งให้สารถี รีบบังคับรถม้าออกจากจวนเฉินทันที...

ภายในศาลาในสวนหย่อมของจวนเฉิน บุรุษรูปร่างสูงโปร่ง สวมผ้าแพรเนื้อดี นั่งทอดสายตามองผ้าเช็ดหน้าสีขาว ที่เขาพกติดตัวมาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก แววตาคมคู่นั้นเจือแววผิดหวังอยู่สี่ส่วน ที่ไม่ได้พบหน้าคนที่เขาอยากพบ ปกติยามที่เขามา นางจะต้องเสนอหน้ามาหาเขา ราวกับเฝ้ารอการมาของเขาอยู่แล้ว แต่วันนี้ทุกอย่างกลับสงบเงียบไม่มีแม้แต่เงาของนาง

“พวกเรากลับกันเถอะ” หลังจากนั่งอยู่ในศาลาได้เพียงไม่นาน หวังห่าวเทียนก็เก็บผ้าเช็ดหน้าใส่ในสาบเสื้ออย่างหวงแหน แล้วผุดลุกขึ้นยืน ไม่ได้แตะต้องน้ำชาและผลไม้ที่สาวใช้ของจวนเฉินยกมาต้อนรับเหมือนเช่นทุกครั้ง

“แต่ว่าคุณหนูรองเฉินยังไม่ออกมาเลยนะขอรับ”

“แล้วอย่างไร” ผู้เป็นนายย้อนถามผู้ติดตาม ก่อนจะสาวเท้ายาว ๆ ไปทางห้องโถงของเรือนหลัก เพื่อลาประมุขของจวนกับฮูหยินตามมารยาท หลังจากนั้นก็รีบออกจากจวนเฉินโดยเร็ว

หงหลงที่เดินกึ่งวิ่งตามหลังมาไม่ห่างไม่เข้าใจเจ้านายของตนเลย ว่ามาพบคุณหนูรองเฉิน สตรีที่อยู่ในใจของคุณชายมาตั้งแต่เด็กแท้ ๆ ยังไม่ทันได้พบหน้า อยู่ ๆ ก็รีบกลับ จะว่ามีเหตุด่วนก็ไม่ใช่

“คุณชายกลับก่อนแบบนี้ ไม่กลัวว่าคุณหนูรองเฉินจะน้อยใจหรือขอรับ”

“นางน้อยใจแล้วเกี่ยวอันใดกับข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจมาพบนางเสียหน่อย”

หวังห่าวเทียนกล่าวตอบน้ำเสียงเรียบเฉย ก้าวขึ้นรถม้าไปแล้วสั่งให้สารถีเคลื่อนรถม้าออกไป แล้วนั่งนิ่งแบบนั้นตลอดทาง

ปล่อยให้ผู้ติดตามซึ่งนั่งอยู่ด้านนอกกับสารถีคิดไม่ตกกับคำตอบของผู้เป็นนาย โดยปกติแล้วคุณชายของเขา จะมาพบคุณหนูรองบ่อย ๆ ยามเจอของสวย ๆ งาม ๆ ก็จะซื้อมาฝาก และทุกครั้งที่มาก็จะมีสตรีอีกหนึ่งนาง เข้ามาวุ่นวายกับคุณชายของเขาเสมอ หากวันนี้คุณชายไม่ได้มาพบคุณหนูรองแล้วจะมาพบผู้ใดได้

‘อย่าบอกนะว่ามาหาคุณหนูใหญ่เฉิน’

หงหลงครุ่นคิดไปตลอดทางกลับจวน หลังจากค่ำคืนหนึ่งที่คุณชายแหกปากร้องโหยหวนเพราะฝันร้าย ทำเอาบ่าวในเรือนของคุณชายสะดุ้งตื่นกลางดึก เขาก็พบว่าคุณชายของเขามีบางอย่างที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องของคุณหนูใหญ่เฉิน ที่คุณชายเริ่มหันมาสนใจ แม้จะได้ยินข่าวในทางเสีย ๆ หาย ๆ ก็ยังต้องการจะฟัง ไม่มีท่าทีรังเกียจเหมือนเมื่อก่อน

“มีอะไรที่ข้าพลาดไปหรือไม่นะ” ผู้ติดตามแม่ทัพใหญ่บ่นพึมพำ คิดไม่ตกกับความเปลี่ยนแปลงของผู้เป็นนาย...

ทางด้านเฉินซือหยา ที่พอรู้ว่าแม่ทัพหวัง ชายในดวงใจมาพบ รอนางอยู่ที่ศาลาริมสวน นางก็รีบเตรียมตัวเปลี่ยนมาสวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อนหวาน แต่งหน้าให้ดูน่าทะนุถนอม บอบบางในสายตาของบุรุษ จากนั้นก็รีบมาที่สวนหย่อม แต่พอมาถึงกลับไม่พบแม้แต่เงาของเขา มีเพียงสาวใช้สองนาง กำลังช่วยกันเก็บถาดกาน้ำชากับถาดผลไม้อยู่

“ท่านแม่ทัพล่ะ อยู่ที่ไหน”

“กลับไปแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้คนหนึ่งกล่าวตอบ

“กลับไปแล้ว” เฉินซือหยาย้อนถามสาวใช้ด้วยความงุนงง เขาจะกลับไปได้อย่างไร ในเมื่อนางยังไม่ทันได้ออกมาพบเขาเลย “ท่านแม่ทัพได้พูดหรือสั่งอะไรถึงข้าเอาไว้หรือไม่” บางทีอาจจะมีเรื่องด่วน เขาถึงรีบจากไปแบบกะทันหันเช่นนี้

“เปล่าเจ้าค่ะ พอเข้ามานั่งในศาลา ถามเพียงว่าคุณหนูใหญ่อยู่ที่จวนหรือไม่ หรือว่ายังไม่ตื่น บ่าวก็ตอบไปว่าไม่ทราบเจ้าค่ะ สักพักท่านแม่ทัพก็เข้าไปลานายท่านกับฮูหยินแล้วออกไปเลย”

สิ้นคำของสาวใช้ มือเรียวปัดถาดน้ำชา ถาดผลไม้จากมือของพวกสาวใช้ตกกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เพราะสติหลุดจนระงับโทสะเอาไว้ไม่อยู่ ภาพสตรีเรียบร้อยอ่อนหวาน ที่สาวใช้เคยรู้จัก ถูกภาพตรงหน้าลบเลือนไปสิ้น

“พวกแกโกหก ท่านแม่ทัพมาหาข้า จะถามหาพี่หญิงผู้น่ารังเกียจได้อย่างไร ท่านแม่ทัพขยะแขยงนางมากแค่ไหน พวกเจ้าไม่รู้หรือ อ้อ!-ข้ารู้แล้ว พวกเจ้าสองคนถูกพี่สาวของข้าซื้อตัวไปแล้วใช่หรือไม่ ให้มาพูดจาเพื่อให้ข้ากับท่านแม่ทัพผิดใจกัน ฝันไปเถอะ ซิ่วหยุน นำคนพวกนี้ไปโบยแล้วขายออกไป เลี้ยงไปก็เสียข้าวสุก”

สาเหตุที่เกิดโทสะขึ้นก็เพราะว่า ไม่ได้พบหน้าชายหนุ่มที่ปรารถนาจะได้ครอบครอง บวกกับรู้ว่าวันนี้ดูเหมือน บุรุษที่เคยตามเกี้ยวนาง จะไม่ได้ตั้งใจมาพบนาง แต่มาพบพี่สาวต่างมารดา นางจึงไม่อยากจะเชื่อ ไม่อยากยอมรับ

“คุณหนู พวกบ่าวไม่ได้โกหก ท่านแม่ทัพพูดอย่างนั้นจริง ๆ นะเจ้าคะ” สาวใช้ทั้งสองนาง นั่งคุกเข่าโขกศีรษะร้องขอความเมตตา

แต่ดูเหมือนผู้เป็นนาย ที่พวกนางเข้าใจมาตลอดว่าแสนดีอ่อนหวาน จะไม่สนใจ ปล่อยให้พวกนางถูกสาวใช้สี่นางมาหิ้วปีกไป เพื่อไปรับโทษโบยที่ลานรับโทษ โดยไม่สนใจคำอ้อนวอนของพวกนางเลยแม้แต่น้อย...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 32 ตอนจบ

    ตอนที่ 32ตอนจบห้าปีต่อมาบริเวณทุ่งดอกเหมยของสกุลหวัง กลีบดอกสีชมพูบานสะพรั่งพลิ้วไหวตามสายลมหนาว มองดูราวหิมะขาวที่โปรยปรายลงมา เด็กชายวัยห้าขวบวิ่งเล่นไล่จับกับสหายรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นลูกหลานของชาวไร่ชาวสวน ที่ตามบิดามารดามาทำงานในไร่ในสวนเสียงหัวเราะร่าเริงดังไปทั่วทุ่งกว้าง ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดใสร่าเริง สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ใหญ่ที่พากันมาพักผ่อนเที่ยวชมความงามของดอกเหมยที่บานสะพรั่ง“หยางเอ๋อร์ วิ่งเล่นเหนื่อยหรือยัง ถ้าเหนื่อยพาสหายมานั่งพักกับย่ามา ย่าเตรียมขนมของหวานมาเยอะแยะเลย”ซ่งลี่หลินนั่งอยู่บนเสื่อที่ปูอยู่ใต้ต้นดอกเหมย ข้างกายมีตะกร้าของกินหลายตะกร้าที่เตรียมมา เมื่อเห็นหลานชายและเด็กคนอื่น ๆ อีกสี่คน พากันวิ่งเข้ามาหา ก็รีบอ้าแขนรับร่างเล็ก ที่โถมเข้าหาอ้อมกอดของผู้เป็นย่า“เหนื่อยไหมหลานย่า” เอ่ยถามพลางล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อตามใบหน้าและลำคอของหลานชาย“ไม่เหนื่อยเลยขอรับ หลานชอบมาที่นี่ ที่นี่มีเพื่อนเล่นเยอะแยะเลย” ‘หวังอันหยาง’ แก้วตาดวงใจของจวนสกุลหวัง ตอบผู้เป็นย่าเสียงใสแจ๋ว“ถ้าชอบ ย่าจะพามาบ่อย ๆ ก็แล้วกัน นั่งลงพักให้หา

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 31 หากไม่มีข้าคิดว่าเจ้าจะสมหวังหรือ

    ตอนที่ 31หากไม่มีข้า คิดว่าเจ้าจะสมหวังหรือหลังจากศาลต้าหลีได้รับเรื่องก็รีบส่งเจ้าหน้าที่ของศาลไปจับกุมตัวเฉินซือหยาเพื่อมารับฟังความผิดที่ศาล และกักขังตัวนางเอาไว้ในคุกเพื่อรอฟังคำตัดสินโทษ เฉินเสวี่ยไป๋เองรบเร้าสามีขอให้พาไปหาน้องสาวต่างมารดาที่ถูกคุมขังเอาไว้“พาข้าไปเยี่ยมนางหน่อยเถิดนะเจ้าคะ”“อย่าบอกนะว่าเจ้านึกสงสาร คนที่คิดจะทำร้ายเจ้า” หวังห่าวเทียนย้อนถามภรรยาอย่างสงสัย“ข้าไม่ใช่คนดีขนาดนั้นเสียหน่อย ข้าแค่อยากจะไปคุยกับนางให้รู้เรื่อง ว่าเหตุใดต้องถึงขั้นฆ่าแกงกันด้วย หากท่านพี่ไม่อยากพาข้าไป ข้าไปเองก็ได้” เฉินเสวี่ยไป๋หน้างอกระเง้ากระงอด หันหน้าเมินสามีทันควัน“ก็ได้ ๆ พี่พาเจ้าไปเอง”หวังห่าวเทียนกลัวภรรยาจะขุ่นเคืองใจไปมากกว่านี้ รีบสั่งให้คนเตรียมรถม้าและเตรียมเบาะหนา ๆ ไปรองเป็นที่นั่งให้ภรรยาด้วย ป้องกันไม่ให้กระทบกระเทือนถึงลูกในท้องมากนักเมื่อมาถึงคุกของศาลต้าหลี หงหลงเป็นฝ่ายไปเจรจากับผู้คุม จากนั้นก็กลับมารายงาน หวังห่าวเทียนถึงได้ประคองพาฮูหยินลงจากรถม้า ก้าวผ่านประตูคุกของศาลต้าหลีไปสองร่างเดินเคียงกันผ่านห้องขังเล็ก ๆ ที่ปิดด้วยซี่กรงเหล็กอันหนักอึ้งและเ

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 30 คนร้ายตัวจริงคือ

    ตอนที่ 30คนร้ายตัวจริงคือ“แหวะ ๆ”เสียงอาเจียนดังขึ้นภายในเรือนเหมยหลิว เป็นเสียงที่สาวใช้ทุกคนจะได้ยินในช่วงเช้าของทุกวัน เนื่องจากสตรีเจ้าของเรือนกำลังตั้งครรภ์บุตรของท่านแม่ทัพได้สามเดือนแล้ว เพียงแต่เป็นท้องแรกหน้าท้องจึงยังไม่เห็นเด่นชัด คงจะมีก็แต่อาการแพ้ท้องให้เห็นเท่านั้น“ไหวหรือไม่ ให้พี่ตามท่านหมอมาอีกจะดีกว่าไหม”หวังห่าวเทียนช่วยลูบหลังภรรยาที่โก่งคออยู่เหนือกระโถนอาเจียนเอาอาหารเช้าออกมาเกือบหมด สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ หากเป็นไปได้ เขาอยากจะแพ้ท้องแทนฮูหยินของตน นางจะได้ไม่ต้องทรมานเช่นนี้หลังจากอาเจียนจนรู้สึกดีขึ้นมาก เฉินเสวี่ยไป๋ก็รับขันน้ำที่สาวใช้คนสนิทส่งมาให้ยกขึ้นมาดื่มน้ำเข้าไปแล้วกลั้วปากกลั้วคอให้สะอาด ก่อนจะบ้วนทิ้งใส่กระโถน จากนั้นถึงนำผ้าสะอาดมาเช็ดปากเช็ดใบหน้าอีกทีหนึ่ง“ข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ ท่านพี่อย่าได้กังวลไป คนท้องก็มีอาการเช่นนี้ทุกคน ท่านแม่บอกข้าแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวบอกกล่าวให้สามีคลายความกังวลลง กังวลมากจนแทบจะไม่ไปทำการทำงานอยู่แล้ว “ท่านพี่ไปทำงานเถิดเจ้าค่ะ”หวังห่าวเทียนฮึดฮัด นางก็พูดง่ายสิ จะไม่ให้เขาเป็นกังวลเป็

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 29 เข้าหอกันจริง ๆ เสียที

    ตอนที่ 29เข้าหอกันจริง ๆ เสียทีหลังจากกลับมาถึงจวนสกุลหวัง หวังห่าวเทียนกับเฉินเสวี่ยไป๋ก็ร่วมรับประทานอาหารกับซ่งฮูหยิน และอยู่พูดคุยต่อจนดึกดื่น ถึงได้จูงมือกันกลับเรือน พอมาถึงเรือนเหมยหลิว แม่ทัพหนุ่มก็แยกย้ายไปทำความสะอาดร่างกายที่ห้องอื่น ส่วนเฉินเสวี่ยไป๋ก็ให้สาวใช้คนสนิทช่วยเตรียมน้ำอาบ หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็ขึ้นไปนั่งบนเตียง ใบหน้างามคอยชะเง้อมองไปที่ประตูห้องนอน รอคอยว่าคืนนี้สามีจะมานอนค้างด้วยหรือเปล่าผ่านไปไม่นานนัก ร่างสูงก็ก้าวเข้ามาในห้อง เฉินเสวี่ยไป๋รีบเอนตัวลงนอน ตะแคงหันหลังแสร้งทำเป็นหลับ เพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินอาย แต่ยังรับรู้ได้ถึงการยุบตัวของฟูกนอนตามน้ำหนักตัวคนที่นั่งลง“ฮูหยินหลับแล้วหรือ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถาม“...” เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากร่างบางที่นอนตะแคงหันหลังให้ หวังห่าวเทียนจึงเอนตัวลงนอนบ้าง ไม่ลืมหยิบผ้าห่มขึ้นมากั้นกลางเอาไว้ เพราะยังไม่แน่ใจ ว่าหญิงสาวจะยอมให้เขาเข้าใกล้มากแค่ไหน ถึงแม้จะปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยังเคารพการตัดสินใจของนางเสมอ หากนางยังไม่เอ่ยปากเขาจะไม่มีวันข่มเหงทำร้ายน้ำใจนางเป็นอันขาดแม้จะคิดแบบนั้น แม่ทัพหนุ่มกลั

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 28 ทุ่งดอกเหมยนี้เพื่อเจ้า

    ตอนที่ 28ทุ่งดอกเหมยนี้เพื่อเจ้าแสงอาทิตย์สีทองอาบย้อมท้องฟ้าในยามเย็น ขบวนทัพที่เคลื่อนตัวออกจากเมืองเสียนหลิงเมื่อหลายวันก่อน ใกล้จะเดินทางถึงเขตประตูเมืองหลวง แต่อยู่ ๆ บุรุษที่ควบอาชาตัวใหญ่ก็ประกาศเสียงดังให้ได้ยินกันทั่ว“หยุด”ทั้งขบวนหยุดตามคำสั่ง หวังห่าวเทียนบังคับม้าให้วิ่งย้อนกลับมาทางรถม้าที่หยุดอยู่กับที่ เสียงทุ้มนุ่มจงใจพูดกับคนที่อยู่ด้านใน“ฮูหยินลงมาเถิด ข้ามีที่หนึ่งที่อยากให้เจ้าได้เห็น”เฉินเสวี่ยไป๋ประหลาดใจ แต่ก็ยอมมุดผ่านม่านประตูออกมา โดยที่ร่างสูงรีบกระโดดลงมาจากหลังม้าเอื้อมมือมารอรับ นางจึงยื่นมือส่งไปให้มือหยาบกร้านกอบกุมเอาไว้ ก้าวลงจากรถม้าลงไปยืนเคียงข้างเขา“จะพาข้าไปไหนหรือเจ้าคะ”“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง รับรองว่าเจ้าต้องชอบ”หวังห่าวเทียนอุ้มร่างบางให้ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าได้สำเร็จ ก็กระโดดขึ้นไปนั่งด้านหลังของหญิงสาว วงแขนโอบรอบร่างบางจับสายบังเหียนเอาไว้ ทำให้แผ่นอกอุ่นแนบสนิทกับแผ่นหลังของร่างบาง ความรู้สึกร้อนวูบวาบก่อเกิดขึ้น เขาพยายามไม่สนใจ อย่างไรเสียค่ำคืนนี้ก็จะได้ร่วมหอกับฮูหยินแน่ แม่ทัพหนุ่มบังคับม้าให้พุ่งทะยานไปตามทางที่แยกออกจากถนนสายหลั

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 27 ปรับความเข้าใจกัน

    ตอนที่ 27ปรับความเข้าใจกันแสงอรุณอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างที่เปิดทิ้งเอาไว้เข้ามา เฉินเสวี่ยไป๋ค่อย ๆ ขยับเปลือกตาหนักอึ้งลืมตางัวเงียตื่นขึ้นมา แต่สิ่งแรกที่รับรู้และสัมผัสได้ กลับไม่ใช่เก้าอี้ไม้แข็งกระด้างดังเช่นเมื่อคืนร่างของนางนอนราบอยู่บนเตียงนุ่ม มีผ้าห่มผืนหนาคลุมกายให้ความอบอุ่น และยังมีวงแขนของใครบางคนวางพาดอยู่บนหน้าท้องแบนราบของนาง ใบหน้างามแม้ยามพึ่งตื่นนอนหันมามองด้านข้างของตนพลันหัวใจเต้นระรัวราวกลองศึก แทบจะหยุดหายใจเสียให้ได้ เมื่อใบหน้าของนางกับใบหน้าซีดเซียวของสามีอยู่ใกล้กันมากจนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่แล้ว นางยังสัมผัสได้ถึงลมหายใจผ่าวร้อนของเขา‘ข้ามาอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมเช่นนี้ได้อย่างไร’เท่าที่จำได้เมื่อคืน นางถูกความง่วงเล่นงาน จึงคิดจะพักสายตาเพียงครู่ จึงฟุบตัวนอนลงบนเตียง กะว่าแค่จะพักสายตาเพียงเท่านั้น แต่ดันเผลอหลับไปจริง ๆ แล้วเหตุไฉนพอตื่นขึ้นมา ถึงได้มานอนอยู่บนเตียงโดยมีคนเจ็บนอนตะแคงกอดนางเอาไว้ได้ จะว่านางนอนละเมอปีนขึ้นเตียงเองก็ไม่น่าจะใช่‘หรือว่า’ ดวงตาคู่งามจับจ้องมองใบหน้าที่ห่างกันไม่ถึงคืบอย่างจับผิด ก่อนจะสังเกตเห็นริมฝีปากตรงหน้า

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 16 หมดสติในคืนเข้าหอ

    ตอนที่ 16หมดสติในคืนเข้าหอหนึ่งเดือนหลังจากมีพระราชโองการออกมา ก็ถึงฤกษ์มงคลที่สองตระกูลใหญ่ต้องเกี่ยวดองกัน ขบวนรับเจ้าสาวของจวนแม่ทัพจัดมาอย่างยิ่งใหญ่ นำขบวนโดยคนตีกลอง ฆ้อง ปี่ เพื่อเป็นสัญญาณมงคล ตามมาด้วยคนถือธงสีแดง ที่เขียนตัวอักษร ‘สี่’ ที่หมายถึงความสุขจากนั้นถึงเป็นคนถือของหมั้น และเจ

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 10 เผชิญหน้ากันครั้งแรก

    ตอนที่ 10เผชิญหน้ากันครั้งแรกด้วยความร้อนใจว่าโชคชะตาจะกลับไปเล่นตลกเหมือนในชาติก่อน เฉินเสวี่ยไป๋จึงตัดสินใจที่จะออกเรือน และตัวเลือกที่ดีก็มีแค่คนเดียวที่นางมั่นใจว่าเขาเป็นคนดี จะไม่มีวันทำร้ายนางเป็นอันขาดพักหลัง ๆ มานี้นางกับผู้ตรวจการหนุ่ม จึงไปมาหาสู่กันที่จวนมากยิ่งขึ้น พอเฉินหยวนเจี๋ยรู

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 9 เลือกคนนี้แล้วกัน

    ตอนที่ 9เลือกคนนี้แล้วกันเมื่อได้เห็นรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง บวกกับแววตาที่จริงใจของหญิงสาว ทำให้ชูจื้อเหยา มีความกล้าและปรารถนาจะสานสัมพันธ์กับอีกฝ่าย“ข้าขอทราบชื่อแซ่ของคุณหนู คุณหนูจะว่าอะไรหรือไม่”“ข้าเสวี่ยไป๋ แซ่เฉินเจ้าค่ะ”ใครเล่าจะไม่รู้จักตระกูลเฉิน เพราะอดีตราชครูเฉินหยวนเจี๋ยเป็นพระอ

  • ชาตินี้ข้าขอ(ไม่)รัก   ตอนที่ 8 สหายแสนดีในชาติก่อน

    ตอนที่ 8สหายที่แสนดีในชาติก่อนนับจากวันนั้นเฉินเสวี่ยไป๋ก็เป็นคนดูแลเรื่องต้มยาที่ท่านหมอชราจดเทียบยาให้ท่านพ่อด้วยตัวเอง ส่วนบทลงโทษของเจี่ยนฮูหยินนั้น เนื่องจากไม่มีหลักฐานแน่นพอที่จะยืนยันว่า เจี่ยนฮูหยินรู้เห็นเป็นใจกับหมอปลอม จึงยังไม่ได้ปลดออกจากตำแหน่งฮูหยินเอก แต่ใช่ว่าเจี่ยนฮูหยินจะลอยตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status