Share

3 ต่อต้าน

“โอ๊ย! นี่เจ้า” หานเถิงซีรีบผละริมฝีปากออกทันที ก่อนจะถลึงตาใส่พระชายาเพียงแต่ในนาม ถางเมิ่งหรูไหวพริบดีรีบย่อตัวลง หลีกหนีจวิ้นอ๋องได้สำเร็จ แล้ววิ่งออกจากห้องทรงพระอักษรไปไม่รีรอ

            ขันทีและนางกำนัลต่างตกใจจนทำสีหน้าไม่ถูก เพราะปกติท่านอ๋องกับพระชายาไม่เคยใกล้ชิดกันมาก่อนเลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและดูเหมือนกับว่าจะมีอะไรในกอไผ่

            ร่างบางในชุดผ้าไหมสีขาวงดงามวิ่งหนีไปตามทางเดิน ส่วนพวกนางกำนัลก็รีบเดินตามไปทันที แต่ก็ตามพระชายาไม่ทัน

            “พระชายาทรงสำรวมด้วยเพคะ” เพราะว่ากฎในจวนจวิ้นอ๋องนั้นมีมากนัก แต่ว่ายามนี้ถางเมิ่งหรูไม่สนใจกฎพวกนั้นอีกแล้ว

             “คนนิสัยเสีย!” ถางเมิ่งหรูวิ่งไปพลางใช้หลังมือเรียวสวยเช็ดริมฝีปากไปด้วย กระทั่งวิ่งมาจนถึงท้ายจวนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของนางจึงหยุดมองหน้าทางเข้าด้วยสายตาเหม่อลอยไปชั่วขณะหนึ่ง ภาพความทรงจำไหลย้อนเข้ามานับไม่ถ้วน

            “ข้ากลับมาเกิดใหม่อีกครั้งแล้วสินะ ใช่หรือไม่” ถางเมิ่งหรูมั่นใจว่าตนเองมาเกิดใหม่อีกครั้ง หรือถ้าเป็นผู้อื่นอาจจะเรียกว่าย้อนเวลากลับมาก็ได้ ทว่านางไม่คิดเช่นนั้น เพราะว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มเปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อก่อน แม้ว่าทุกคนจะยังมีชีวิตอยู่เหมือนชาติก่อนไม่มีผิดเพี้ยนก็ตาม

            “พระชายาเหตุใดริมฝีปากถึงได้บวมเช่นนั้นเพคะ” ซ่งเอ๋อเพิ่งจะเคี่ยวน้ำแกงเสร็จ จึงเดินยกถาดออกมาเจอพระชายาที่ไม่ยอมเดินเข้ามาในตำหนักพอดี

            ถางเมิ่งหรูจึงละสายตาจากป้ายหน้าตำหนักที่เขียนคำว่า อันจิ้ง安静[1]ฮุ่ยอี้ 慧义[2]แปลตรงตัวว่า เงียบสงบ มีคุณธรรมและมีปัญญา’ ที่แท้ชื่อตำหนักของนางก็เปรียบเสมือนคำที่ใช้บอกตรงตัวว่า จงอาศัยอยู่ในจวนจวิ้นอ๋องด้วยความสงบเสงี่ยมเจียมตัว แต่ต้องมีสติปัญญารวมทั้งคุณธรรมจรรยาบรรณของสตรีในห้องหอ

            “ข้านี่โง่เขลามานานเสียจริง เพิ่งจะเข้าใจทุกอย่างในตอนนี้เอง” เมื่อถางเมิ่งหรูคิดได้ดังนั้นก็รีบก้าวเท้าเข้าไปในตำหนัก ซ่งเอ๋อเห็นพระชายาอารมณ์ไม่ดีจึงไม่ถามเซ้าซี้ ทำเพียงยกถาดน้ำแกงเดินตามหลังไป

            ณ ห้องปีกซ้ายของตำหนักท้ายจวน ร่างบางนั่งซดน้ำแกงไปด้วยพลางคิดแผนการว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ถ้านางใช้เรื่องที่ไม่มีทายาทต่อรองกับจวิ้นอ๋องในการหย่า จะสามารถหย่าได้อย่างราบรื่นหรือไม่

            “ระวังร้อนนะเพคะ” นางกำนัลข้างกายเป็นกังวล เมื่อเห็นว่าพระชายาดูใจลอยตั้งแต่กลับมาจากตำหนักใหญ่

            “เจ้าว่าข้าขอท่านอ๋องหย่าดีหรือไม่” เพราะไม่รู้ว่าจะปรึกษาใครจึงหันไปถามนางกำนัลข้างกาย ซ่งเอ๋อได้ยินแบบนั้นก็ทำสีหน้าตกใจรีบหันมองไปรอบตัวทันที เพราะเกรงว่าจะมีคนมาได้ยินคำพูดประโยคเมื่อสักครู่นี้ของพระชายา

            “ไม่ดีเพคะ พระชายาจะหย่ากับท่านอ๋องทำไมกัน อยู่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนะเพคะ” ซ่งเอ๋อรู้ว่าครอบครัวของพระชายานั้นถูกสั่งประหารทั้งหมด หรือพูดกันง่าย ๆ ก็คือพระชายาไม่มีที่ให้พึ่งพาแล้ว ถ้าหากต้องหย่ากับท่านอ๋องขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่บ้านให้กลับ อย่าพูดถึงตระกูลถางสายรองเลย ทุกคนต่างกระจัดกระจายไปคนละทิศละทางหลายปียากต่อการติดต่อ

            ถางเมิ่งหรูเห็นสีหน้าซ่งเอ๋อก็เข้าใจว่าเหตุใดถึงพูดเช่นนั้น ตัวนางไร้ญาติขาดมิตรและไร้ที่พึ่งพาจริง ๆ ที่จวิ้นอ๋องอภิเษกสมรสกับนางก็เพราะต้องการแก้แค้นตระกูลถางที่ทำผิดต่อพระองค์ นางอยู่ที่นี่ในฐานะนักโทษคนหนึ่งด้วยซ้ำ “นั่นสิ...ข้าเลือกอะไรไม่ได้”

            ซ่งเอ๋อเห็นสีหน้าพระชายาเศร้าสลดไปก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจ จึงไปยกผีผาตัวโปรดออกมา หวังให้ถางเมิ่งหรูเล่นดนตรีผ่อนคลายอารมณ์

            “เจ้าช่างรู้ใจข้าเสียจริง...” ยังคงเป็นนางกำนัลผู้นี้ที่อยู่เคียงข้างนางตลอด เมื่อนึกถึงความฝันที่เหมือนจริงแล้วก็เกิดความเศร้าโศกกัดกินหัวใจ ชาติก่อนนางมีลูกที่น่ารักและยังเป็นเพียงทารกน้อยเพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่กี่ชั่วยาม ชีวิตพวกนางแม่ลูกช่างอาภัพเสียจริง

ร่างบางยกผีผาไปดีดเล่นข้างหน้าต่าง ทำนองไพเราะเสนาะหูทว่ากลับสะท้อนใจคนฟังยิ่งนัก ถางเมิ่งหรูให้สัญญากับตนเองว่าชาตินี้นางจะไม่มีลูกเด็ดขาด ถ้ายังดูแลตัวเองไม่ได้ เพราะฝังใจกับการสูญเสียในชาติก่อน ความรู้สึกหวาดกลัวจึงส่งผลถึงชาตินี้ด้วย

               

               

[1] อ่านว่า อันจิ้ง แปลว่า เงียบสงบ

[2] อ่านว่า ฮุ่ยอี้ แปลว่า มีคุณธรรมและปัญญา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชาตินี้ข้าจะหอบลูกหนีจากท่านอ๋องไร้ใจ   ตอนพิเศษ 5

    เก้าเดือนต่อมา ถางเมิ่งหรูกำลังเล่นอยู่กับบุตรชายคนที่สามจู่ ๆ ก็เกิดอาการเจ็บท้องขึ้นมากะทันหัน เลี่ยงหมัวมัวจึงให้คนไปตามหมอหลวงแล้วก็อุ้มหานซีเหิงออกมา“เสด็จแม่ไม่สบายหรือ” หานซีเหิงอายุได้เกือบสองปีแล้วถามขึ้นมาเพราะเห็นสีหน้ามารดาไม่ดีนัก“พระชายาจะให้กำเนิดน้องให้องค์ชายแล้วเพคะ” เลี่ยงหมัวมัวตื่นเต้นมาก ที่จะได้เห็นพระพักตร์เจ้านายคนใหม่ของจวนจวิ้นอ๋องแล้ว ส่วนจวิ้นอ๋องเมื่อรู้ข่าวว่าพระชายาจะคลอดแล้วก็รีบเสด็จออกจากวังหลวงพร้อมกันกับหานหลิงหลิงและหานหมิงเฟย ซึ่งทุกคนในครอบครัวตื่นเต้นมากณ ตำหนักปีกซ้าย นางกำนัลจัดเตรียมห้องคลอดด้วยความชำนาญ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้แล้ว ส่วนหมอหลวงที่เดินทางมาถึงแล้วก็เข้าทำคลอดได้ทันที“พระชายาออกแรงเบ่งอีกสักนิดพ่ะย่ะค่ะ” การทำคลอดครั้งนี้ยากกว่าทุกครั้งไม่เหมือนที่ผ่านมา ใช้เวลายาวนานจากที่ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอก อยู่ดี ๆ ลมก็พัดกระโชกแรงเมฆดำเข้ามาปกคลุมเมืองหลวง รถม้าของจวนจวิ้นอ๋องประสบปัญหาม้าไม่ยอมวิ่งต่อเสียอย่างนั้น“ท่านอ๋องฝนกำลังจะตกนะพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีที่ติดตามเข้าวังไปด้วยพยายามห้

  • ชาตินี้ข้าจะหอบลูกหนีจากท่านอ๋องไร้ใจ   ตอนพิเศษ 4

    เจ็ดปีต่อมาถางเมิ่งหรูมีบุตรเพิ่มอีกสองคนมีชื่อว่าหลิงหลิงและซีเหิง ส่วนซื่อจื่อน้อยในวันนั้นกลายเป็นเด็กชายอายุสิบสองปีที่หล่อเหลามาก แน่นอนว่าจวนจวิ้นอ๋องนั้นไม่เคยได้ว่างเว้นเลยสักวันเดียว เพราะเหล่าองค์ชายและองค์หญิงมาขอร่วมเรียนหนังสือด้วยเกือบจะทุกวัน“เสด็จพี่ทรงพอพระทัยแล้วใช่หรือไม่เพคะ” ถางเมิ่งหรูพูดประชดใส่เพราะว่านางนั้นกำลังตั้งครรภ์บุตรคนที่สี่ให้กับเขา คนที่คลุกวงในแทบทุกคืนยิ้มกว้าง แล้วรวบตัวโฉมสะคราญมากอดปลอบเบา ๆ“ไม่เอาน่า ท้องนี้จะเป็นท้องสุดท้ายแล้ว พี่ไม่ให้เจ้าลำบากอีกแล้ว” หานเถิงซีไม่คิดว่าตนเองจะมีลูกดกมากขนาดนี้ เพราะในแคว้นเฉินนั้นเชื้อพระวงศ์ไม่นิยมมีลูกเกินสองคน ทว่าเขากลับมีลูกถึงสี่คน เรื่องนี้ทำเอาองค์ชายเจ็ดยกนิ้วเชิดชูยกย่องกันเลยทีเดียว“ตอนที่หม่อมฉันตั้งครรภ์ซีเหิง ท่านอ๋องก็ทรงตรัสเช่นนี้นะเพคะ” ฝ่ามือเรียวสวยทุบที่หน้าอกแข็งแรงหนึ่งหน เล่นเอาเขาร้องเสียงหลง“โอ๊ย! น้องหญิงมือหนักเหมือนเดิมเลยนะ อย่าทำแรงสิ เดี๋ยวลูกตื่น” หานเถิงซีเสแสร้งทำเป็นเจ็บที่ถูกทุบตี ตอนนี้พวกเขายืนมองซีเหิง บุตรชายคนที่สามกำลังนอนหลับอยู่

  • ชาตินี้ข้าจะหอบลูกหนีจากท่านอ๋องไร้ใจ   ตอนพิเศษ 3

    วันเวลาผ่านไปอย่างมีความสุขจากหน้าหนาวเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิและเข้าสู่หน้าร้อนวนเวียนไปจนถึงฤดูฝน จวนจวิ้นอ๋องมีแต่เสียงหัวเราะและความสนุกสนาน จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปีจนกระทั่งซื่อจื่อน้อยเติบโตขึ้นมีอายุครบห้าปี“เสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ” หานหมิงเฟยพูดจาฉะฉานมีบุคลิกมั่นใจในตนเอง อายุครบห้าปีแต่รอบรู้และเล่นหมากกระดานเก่งไม่แพ้ผู้เป็นบิดา“ลูกเรียนมาเหนื่อย ๆ มานั่งพักเสวยของว่างก่อน” ถางเมิ่งหรูส่งยิ้มไปให้บุตรชายที่โตเกินวัย“พ่ะย่ะค่ะ”บุรุษร่างสูงสองคนเดินตรงเข้ามาในห้องโถง เพียงหานหมิงเฟยเหล่ตาหันไปมองดูก็ต้องดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่“เสด็จอาพ่ะย่ะค่ะ” ซื่อจื่อน้อยทิ้งขนมดอกกุ้ยในมือแล้ววิ่งเข้าไปหาองค์ชายเจ็ด ถางเมิ่งหรูมองตามแล้วส่ายหน้าในความดีใจของบุตรชายหานหลินจึงอ้าแขนทั้งสองออกกว้างเพื่อรับกอดจากซื่อจื่อน้อย “เป็นอย่างไรบ้าง หลานอา” แน่นอนว่าเขามาเยือนจวนจวิ้นอ๋องบ่อยจนสนิทกับหลานชายไปแล้ว“เรียนเหนื่อยมากเลยพ่ะย่ะค่ะ” ระหว่างที่พูดก็ไม่กล้าสบตาบิดาเพราะเกรงว่าจะถูกตำหนิที่โอดครวญ“หมิงเฟยไม่ต้องพยายามมา

  • ชาตินี้ข้าจะหอบลูกหนีจากท่านอ๋องไร้ใจ   ตอนพิเศษ 2

    ที่ตำหนักปีกซ้ายในห้องบรรทมของซื่อจื่อ จูหมัวมัวสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบซื่อจื่อน้อยในเปลก็ตกใจจนหน้าถอดสี จึงรีบปลุกพวกนางกำนัลที่อยู่ในบริเวณนั้นแล้วถามหา แต่ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่าซื่อจื่อหายไปได้เช่นไร“ท่านอ๋อง พระชายา ซื่อจื่อหายตัวไปเพคะ” มี่เอ๋อวิ่งหน้าตาแตกตื่นมาแจ้งข่าวที่ตำหนักใหญ่ แต่ถูกขันทีจางปรามด้วยสายตาดุ ๆ เพราะว่ามาทำเสียงดังหน้าห้องบรรทมสักพักประตูห้องบรรทมก็ถูกเปิดออก จวิ้นอ๋องอุ้มซื่อจื่อออกมาพร้อมกับพระชายา มี่เอ๋อและจูหมัวมัวเห็นดังนั้นก็โล่งใจแล้วรีบคุกเข่าลงทันที“เจ้าดูแลลูกข้าเช่นไร ถึงปล่อยให้ซื่อจื่อเดินมาที่ตำหนักใหญ่ตามลำพัง” หานเถิงซีตวาดเสียงดังลั่น ขันทีจางได้ยินเช่นนั้นก็หน้าถอดสีรวมทั้งนางกำนัลที่เฝ้าอยู่ในบริเวณนั้นทั้งหมดรีบคุกเข่าลงทันที แน่นอนว่าความผิดนี้ร้ายแรงมาก หากซื่อจื่อไม่เสด็จมาที่นี่แต่ไปที่อื่นหรือเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา แค่คิดก็ใจสั่นแล้ว“หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ” จูหมัวมัวโขลกศีรษะลงกับพื้นเรือน ส่วนมี่เอ๋อก็เช่นเดียวกัน“หม่อมฉันสะเพร่าเองเพคะ ปล่อยให้ซื่อจื่อคลาดสายตา” มี่เอ๋อสารภาพเสียงสั่

  • ชาตินี้ข้าจะหอบลูกหนีจากท่านอ๋องไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1

    ณ ตำหนักปีกซ้ายช่วงบ่าย เปลือกตาคู่หนึ่งก็ลืมตาตื่นขึ้นในขณะที่แม่นมและนางกำนัลแอบงีบหลับตามไปด้วย เจ้าก้อนแป้งตัวขาวอวบปีนลงจากเปลไม้ที่มั่นคงและแข็งแรง เขาแต่งกายด้วยชุดคลุมกันลมที่สั่งทำมาจากขนจิ้งจอกสีขาว“เสด็จแม่...” เพราะเป็นเด็กติดมารดามาก หานหมิงเฟยจึงเดินออกมาจากห้องโดยไม่มีใครสังเกตเห็น เด็กน้อยอายุหนึ่งปีเดินได้แล้วและก็ว่องไวเสียด้วย เขาเดินเตาะแตะไปตามทางอย่างมั่นคง สีหน้าก็บิดเบี้ยวน้ำตาไหลเป็นทางยาวกระทั่งเดินเข้ามาในห้องห้องหนึ่งที่อบอุ่นมาก สายตาเด็กเล็กก็มองไปเห็นชุดที่คล้ายกันกับของมารดา“เสด็จแม่...” เสียงเล็กแผ่วเบามาก หานหมิงเฟยค่อย ๆ เดินไปที่เตียงนอน เห็นบุรุษที่หน้าตาคล้ายกับบิดากำลังนอนกอดมารดาอยู่ คิ้วเล็ก ๆ ก็มุ่นเข้าหากันรู้สึกไม่ชอบใจเท่าไรนัก เขาจึงปีนขึ้นไปบนเตียงด้วยความทุลักทุเลแล้วเข้าไปนอนแทรกกลางระหว่างสองคนนั้นเมื่อถูกแทรกแซงหานเถิงซีก็ลืมตาตื่นขึ้นมามองเพื่อสำรวจดู สองสายตาสบประสาน คนหนึ่งมองด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตร ส่วนอีกคนนั้นมองด้วยสายตางงงวย“หมิงเฟย ลูกเข้ามาได้อย่างไร” ถางเมิ่งหรูเห็นหน้าบุตรชายก็ตกใ

  • ชาตินี้ข้าจะหอบลูกหนีจากท่านอ๋องไร้ใจ   61 สุขสมหวัง

    ไม่นานหมอหลวงก็เดินทางมาถึงจวนจวิ้นอ๋องสีหน้าเหนื่อยล้ามาก เมื่อล้างแผลและใส่โอสถให้ท่านอ๋องเสร็จก็เอ่ยขึ้นว่า “ช่วงนี้แผลห้ามโดนน้ำนะพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องทรงถนอมพระวรกายด้วยเถิด” หรือจะพูดกันให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าท่านอ๋องได้โปรดอย่าเจ็บป่วยบ่อยอีกเลย เนื่องจากจักรพรรดิติดตามพระอาการของจวิ้นอ๋องอย่างใกล้ชิด คาดว่าพระองค์ก็คงรู้สึกผิดมากเช่นกัน ที่ทำให้หานเถิงซีพิการต้องนั่งรถเข็นนานหลายเดือน“หมอหลวงอย่าทำสีหน้าเช่นนั้นสิ ข้าไม่ให้ท่านต้องลำบากใจนานหรอก” แน่นอนว่าหานเถิงซีบังคับให้หมอหลวงทูลความเท็จกับจักรพรรดิ เรื่องที่เขาพิการนั้นไม่เป็นความจริง เพียงแต่ต้องการความสงบสุขก็เท่านั้น คุณหนูอยากปีนป่ายขึ้นที่สูงพวกนั้นจะได้เลิกฝันลม ๆ แล้ง ๆ เสียทีหมอหลวงยิ้มแห้ง “แล้วเมื่อใดที่ท่านอ๋องจะทรงเลิกเล่นเป็นคนพิการเสียทีพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อพันผ้าสะอาดที่มือให้จวิ้นอ๋องเสร็จแล้วก็สอบถามขึ้น บุรุษองอาจมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด เขาพยายามคิดทบทวนเรื่องทั้งหมดอย่างถ้วนถี่และละเอียดรอบคอบ องค์หญิงใหญ่อภิเษกสมรสกับองค์ชายสามแล้ว และกำลังทรงพระครรภ์ มู่อิงอิงกลายเป็นชายาของหานหรงชิง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status