LOGINณ ตำหนักใหญ่ จวิ้นอ๋องอารมณ์ไม่ดีที่ถูกพระชายาต่อต้านและยังฝากรอยแผลไว้ที่ริมฝีปาก ทำให้ต้องหงุดหงิดใจเล่น ขันทีข้างกายรีบเข้ามาปลอบพระทัย
“ถ้าท่านอ๋องไม่พอพระทัย จะให้กระหม่อมเรียกพระชายามาลงโทษดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ตามปกติแล้วคนในจวนจวิ้นอ๋องมักไม่ค่อยให้เกียรติพระชายาสกุลถางนัก เพราะว่าท่านอ๋องไม่โปรดปรานนาง ทุกครั้งที่เรียกหาก็เพื่อระบายโทสะหรือระบายอารมณ์ก็เท่านั้น
สายตาคมตวัดมองหน้าขันทีที่พูดมาก “หุบปาก!” หานเถิงซีไม่ชอบถางเมิ่งหรูก็จริง แต่ว่าเขารังแกนางได้เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ผู้อื่นไม่มีสิทธิ์
“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีรู้ตัวแล้วว่าพูดมากไปจึงรีบหุบปากเงียบ
ไม่นานองค์ชายเจ็ดก็เสด็จมาเยือนที่จวนจวิ้นอ๋อง
“เจ้าเป็นอะไร เหตุใดสีหน้าถึงบึ้งตึงเช่นนั้น” องค์ชายเจ็ดหรือก็คือหานหลินเอ่ยถามขึ้น เขากับจวิ้นอ๋องเป็นพระญาติที่สนิทชิดเชื้อกันมากที่สุดในบรรดาเชื้อพระวงศ์ทั้งหมด ทุกวันในช่วงเที่ยงมักมาเสวยพระกระยาหารเที่ยงและเดินหมากสักสองสามกระดานเพื่อแก้เบื่อ บางวันก็อยู่จนถึงมื้อเย็นร่ำสุราต่อจนดึกดื่น หากพูดกันง่าย ๆ แคว้นเฉินมีงานน้อยจนเกินไป บ้านเมืองอยู่ในยุคสงบสุขรุ่งเรืองไม่ค่อยมีเรื่องให้ต้องแก้ไขปัญหานัก ส่วนใหญ่งานพวกนี้จะเป็นหน้าที่พวกขุนนางขั้นหนึ่งรับไปดูแลแก้ไขปัญหาช่วยเหลือจักรพรรดิ เลยเป็นสาเหตุให้จักรพรรดินีจัดงานเลี้ยงรับรองในวังบ่อยครั้ง และแขกกิตติมศักดิ์ก็ไม่พ้นพวกราชวงศ์
“เจ้าไม่มีที่ให้ไปหรืออย่างไร” หานเถิงซีทักทายองค์ชายเจ็ดด้วยถ้อยคำประชดประชัน หานหลินยิ้มกว้างสีหน้าไม่มีสลด
“อะไรกัน ถึงเจ้าจะอภิเษกสมรสแล้วแต่ก็เหมือนยังไม่ได้อภิเษกสมรสนั่นแหละ เจ้าก็ว่างเหมือนข้า หากข้าไม่มา เจ้าจะเหงาเอาได้นะ”
“หึ...” หานเถิงซีอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ทว่าก็เพียงแวบหนึ่งเท่านั้น เมื่อถูกองค์ชายเจ็ดที่ตาดีทักขึ้นว่า
“เจ้าไปปากดีให้ใครกัดมาหรือ เหตุใดปากถึงได้แตกเช่นนั้นเล่า” หานหลินพูดล้อเล่นไม่ได้คิดจริงจัง แต่กลับจี้ใจดำคนถูกถามมากที่สุด
“ข้าไม่ระวังจึงกัดปากตนเอง เจ้ามีปัญหาหรือ” สายตาคมจ้องเขม็งดูมีพิรุธอย่างมาก หานหลินยิ้มเจื่อนพลางหัวเราะกลบเกลื่อน แล้วกวักมือให้ขันทีไปนำสุรามา
“ยังไม่ทันจะเที่ยงวันก็จะร่ำสุราแล้วหรือ ช่วงค่ำก็มีงานเลี้ยงอีก” จวิ้นอ๋องเตือนองค์ชายเจ็ด ทว่าหานหลินไม่ฟัง
“งานเลี้ยงนั่นข้าไม่อยากไป” หานหลินเริ่มระบายออกมา
“ไม่เอาน่า...องค์หญิงใหญ่ยังไม่เลือกราชบุตรเขยตอนนี้หรอก เจ้าก็อย่าคิดมาก” หานเถิงซีกับหานหลินมีอายุเท่ากัน ในแคว้นเฉินองค์หญิงใหญ่สามารถอภิเษกสมรสกับองค์ชายได้ทุกพระองค์ แล้วแต่ว่าพระนางจะมีพระทัยให้ผู้ใด เนื่องจากจักรพรรดิแซ่หลี่ ส่วนพวกเขานั้นเป็นพระญาติสายรองที่ใช้แซ่หานสามารถแต่งงานกันได้ โดยไม่ผิดหลักจารีตประเพณี แน่นอนว่าเรื่องนี้ทำให้องค์ชายเจ็ดกลุ้มใจมากเพราะว่าเขาไม่ชอบองค์หญิงใหญ่เป็นทุนเดิม
“จักรพรรดินีเลือกจัดงานเลี้ยงรับรองในช่วงนี้ เจ้าคิดว่าเป็นแค่งานเลี้ยงธรรมดาทั่วไปหรือ จัดงานหาราชบุตรให้องค์หญิงอ้วนนั่นชัด ๆ” หานหลินไม่ชอบองค์หญิงใหญ่ สาเหตุก็เพราะพระนางมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่ามาตรฐานสตรีแคว้นเฉินหลายเท่าตัว
“ไม่เอาน่า เจ้าไม่ซวยต้องเป็นราชบุตรเขยแน่นอน” ที่จวิ้นอ๋องต้องอภิเษกสมรสกับบุตรีศัตรูก็เพราะสาเหตุนี้ เพื่อหนีจากการเป็นราชบุตรเขย
“เจ้าก็พูดได้นี่นา เจ้าอภิเษกสมรสหนีเอาตัวรอดไปแล้ว ในบรรดาองค์ชายสายรองจะมีสักกี่คนที่ยังไม่อภิเษกสมรส หนึ่งในนั้นก็มีข้า” หานหลินพูดไปก็ยกกาสุราขึ้นมาดื่มย้อมใจ ขันทีเพิ่งจะอุ่นสุรามาแท้ ๆ แต่องค์ชายเจ็ดกลับเล่นร่ำสุราคนเดียว
หานเถิงซีหมดคำจะพูดเพราะมันคือเรื่องจริงทั้งหมด งานเลี้ยงคืนนี้มีกลิ่นไม่ค่อยดีนัก สามปีก่อนเขาก็แก้ปัญหาด้วยการอภิเษกสมรสกับถางเมิ่งหรูเพื่อไม่ให้ถูกองค์หญิงใหญ่เลือกเป็นราชบุตรเขย ยังดีที่สตรีโฉมสะคราญผู้นั้นยินยอมตกเป็นเครื่องมือ เพื่อแลกกับการปล่อยตระกูลถางสายรองที่เหลือให้มีชีวิตรอด ยกเว้นบิดาและพี่ชายนางที่ทำความผิดละเว้นโทษประหารไม่ได้
“เงียบน่า อย่าคร่ำครวญ” หานเถิงซีโบกมือไล่แล้วมองหานหลินด้วยสายตารำคาญ เขาเคยแนะนำไปแล้วว่าให้รีบแต่งงานกับคุณหนูในตระกูลขุนนางสักตระกูลเพื่อยุติเรื่องนี้ แต่หานหลินไม่ยอมทำเองเพราะมัวแต่มองคนที่รูปร่างหน้าตา พูดง่าย ๆ ถ้าไม่งามล่มเมืองจะไม่อภิเษกสมรสด้วย
แรงบีบที่ปลายคางแน่นขึ้น ร่างสูงโน้มหน้าลงมาใกล้ “ข้าเคยพูดหรือว่าชอบมู่อิงอิง เมื่อไรเจ้าจะเข้าใจเสียทีว่าข้าชอบเจ้า ชอบเจ้ามานานแล้ว” เสียงทุ้มตวาดใส่หน้าโฉมสะคราญที่ทำท่าจะร้องไห้แต่ต้องหยุดเสียก่อนเพราะถูกริมฝีปากหยักสวยกดลงที่ริมฝีปากเคลือบชาด ความคิดถึงโหยหาอยู่ที่ปลายลิ้นของจวิ้นอ๋อง“อือ อื้อ!” ถางเมิ่งหรูตกใจจนร้องไห้ไม่ออก ตอนนี้หานเถิงซีกำลังระบายโทสะกับริมฝีปากนางชัด ๆ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากสตรี ทำให้หัวใจของนางปั่นป่วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า“อ่อย อะ (ปล่อยนะ)” และแน่นอนว่านางไม่ยอมให้เขากลั่นแกล้งอีก หานเถิงซีเห็นว่าถางเมิ่งหรูดื้อรั้นมากเกินไปเสียแล้วจึงไม่หยุดแค่การฝากฝังจุมพิตไว้อย่างเดียว บุรุษเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลามาที่ซอกคอขาวแล้วขบกัดเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ถึงทำให้สตรีโฉมสะคราญหยุดดิ้นขัดขืนได้“เจ้าเป็นชายาของข้า รวมถึงลูกคนนี้ก็เป็นของข้าด้วย” หานเถิงซีพูดย้ำให้ถางเมิ่งหรูได้ยินชัดเจน จากนั้นก็กอดร่างบางไว้แน่นจนพอใจถึงได้ปล่อยตัวให้เป็นอิสระ แต่ทว่าฝ่ามือหนาก็มาลูบที่หน้าท้อง สตรีแล้วบังคับให้นางเอนศีรษะพิงที่หัวไหล่ถางเมิ่งหรูไม่ก
“เมิ่งหรู เจ้าออกมาได้แล้ว” บุรุษองอาจพูดเสียงแข็ง แน่นอนว่าเขาโกรธที่นางบุกมาที่นี่ใช้อำนาจบีบให้ผู้คุมต้องทำผิดถางเมิ่งหรูยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาออก “หม่อมฉันไม่ออก ถ้าท่านอ๋องไม่สั่งปล่อยตัวซ่งเอ๋อกับอาอู๋ก่อน” นางกลับมาก็เพื่อช่วยคนของตนเอง ไม่ได้กลับมาเพราะจวิ้นอ๋องร่างสูงโกรธเคืองมากจึงเดินเข้าไปในคุกโดยไม่ถือสาว่าเป็นสถานที่สกปรกแล้วลากข้อมือร่างบางออกมา“ปล่อยเพคะ ท่านอ๋องจะทำอะไร หม่อมฉันไม่ไป” ถางเมิ่งหรูโวยวายเสียงดังลั่น นางลืมไปว่าตัวเองตั้งครรภ์อยู่จึงไม่ได้ระวังตัวหานเถิงซีไม่พูดอะไร เขาสั่งให้ผู้คุมปิดกรงขังไม่ได้สั่งปล่อยตัวนางกำนัลกับคนขับรถม้าสตรีเร่งรีบเดินตามหลังบุรุษออกมาจากจวนว่าการจนเหนื่อยหอบ และถูกอุ้มขึ้นรถม้าด้วยความไม่เต็มใจนัก “ถ้าท่านอ๋องไม่ยอมปล่อยซ่งเอ๋อกับอู๋เฉิงให้เป็นอิสระ ยังคงกักขังทำร้ายพวกเขาให้ทุกข์ทรมานร่างกายและจิตใจ ชาตินี้ทั้งชาติหม่อมฉันจะไม่เลือกอยู่กับท่านอ๋องอีกต่อไปแล้ว” คำพูดประโยคนี้ของถางเมิ่งหรูทำให้หานเถิงซีชะงักฝ่าเท้า“เจ้าขู่ข้าหรือ” ดวงตาคมเข้มมีประกายดุดันแฝงอยู่ ยิ่งนางห่วงบ่าวรับใ
หานเถิงซีแสร้งพูดให้ดูน่าสงสาร “ก็เจ้ายังโกรธข้าอยู่…” แต่ก็ไม่ยอมลุกออกจากเตียงไปตามความตั้งใจเดิม ถางเมิ่งหรูอมยิ้ม“ท่านอ๋องเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วก็มานอนตรงนี้นะเพคะ” สตรีเคลื่อนตัวเข้าไปด้านในของเตียงและใช้มือตบลงบนที่นอนฝั่งที่ว่างหานเถิงซีเห็นคนเปิดโอกาสก็ไม่รอช้า รีบไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดเข้าบรรทมทันที หันกลับมาถางเมิ่งหรูก็หลับไปแล้ว“เด็กดื้อ เจ้าคงจะเดินทางมาเหนื่อยมาก ฝันดีนะ” ริมฝีปากหยักสวยประทับลงที่หน้าผากเนียนใสของโฉมสะคราญ เขานอนลงเคียงข้างแล้วหันตะแคงมองตาไม่กะพริบ ราวกับกลัวว่าถางเมิ่งหรูจะหายตัวไปอีก กระทั่งความง่วงครอบคลุมกดให้สติสัมปชัญญะเลือนรางก็ผล็อยหลับตามไปเช้าวันต่อมา หานเถิงซีลืมตาตื่นขึ้นก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อใช้มือลูบไล้ไปข้างกายแล้วไม่พบถางเมิ่งหรูนอนอยู่ ร่างสูงหันรีหันขวางดูเหมือนคนสติหลุด เขาจึงรีบลุกออกจากเตียงแล้วเปิดประตูห้องเดินออกไป“ท่านอ๋องทรงหาอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ” ไต้จางสอบถาม“พระชายาอยู่ที่ใด” หานเถิงซีเดินไปตามทางด้วยสีหน้าร้อนรนมาก การแต่งกายของเขาไม่เรียบร้อยเท่าไรนัก ฟงหยวนจึงรีบไปนำเสื
“หม่อมฉันอิ่มแล้ว เชิญท่านอ๋องเสวยต่อเถิดเพคะ” ถางเมิ่งหรูลุกขึ้นแล้วยอบกายลง จากนั้นก็หมุนเท้าหันหลังเดินออกจากห้องเสวยไปเลย สีหน้าและท่าทางของนางบึ้งตึงจนหานเถิงซีไม่กล้าเซ้าซี้ฟงหยวนเห็นพระชายาเสด็จกลับเข้าห้องบรรทมไปพักผ่อนแล้วก็มาเข้าเฝ้าจวิ้นอ๋อง “มีเรื่องรายงานพ่ะย่ะค่ะ”สีหน้าของบุรุษองอาจเปลี่ยนไป “มีเรื่องอะไร”“ชายชุดดำที่พยายามจะลักพาตัวพระชายาคาดว่าเป็นคนขององค์ชายแปดส่งมาพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันที่แน่นอน” ฟงหยวนรายงานไปตามความจริง แววตาของจวิ้นอ๋องเข้มขึ้น สองมือกำเข้าหากันแน่น“หานหรงชิง! เจ้าคิดจะแย่งสตรีของข้าจริง ๆ แล้วสินะ” หานเถิงซีกัดฟันแน่น เขาที่ปล่อยผ่านมาตลอดเพราะคิดว่าถางเมิ่งหรูจะไม่มีวันไปจากจวนอ๋องได้ ที่ไหนได้นางกล้าไปและจะไปจากเขาไม่กลับมา โชคดีที่องครักษ์จับตัวคนขับรถม้าที่มีความสำคัญเป็นญาติห่าง ๆ ของนางได้ มิเช่นนั้นแม้แต่เงาคงไม่มีวันได้เห็นกันอีกฟงหยวนเห็นท่านอ๋องทรงกริ้วมากก็รีบถามต่อทันที “จะให้กระหม่อมจัดการอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ” หานเถิงซีสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อคลายโทสะ นับว่าหานหรงชิงเฉ
“จริงนะ เจ้าสัญญาแล้ว” แล้วบุรุษก็กอดสตรีแน่น เขาคิดถึงนางมากเหลือเกิน มากเสียจนสติสัมปชัญญะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวถางเมิ่งหรูก็เพิ่งรู้สึกมีความสุขก็วันนี้เอง เพราะชาติก่อนตอนที่ตั้งครรภ์จวิ้นอ๋องไม่เคยเหลียวแลหรือใส่ใจกันสักนิดเดียว พยายามจะให้เอาเด็กออก ช่างเป็นความรู้สึกที่แตกต่างกันมากจนเหมือนกับความฝันที่เมื่อตื่นก็ต้องเจ็บปวดเช่นเดิม“เพคะ” นางไม่กล้าขออะไรมากไปกว่านี้อีกแล้วหานเถิงซีกอดถางเมิ่งหรูเสร็จแล้ว ก็ใช้มือเช็ดน้ำใสที่หางตาให้โฉมสะคราญอย่างเบามือ ส่วนนางก็เช็ดน้ำตาตรงหางตาของเขาให้ด้วยเช่นเดียวกัน“เจ้าเสวยโอสถเถิด โอสถนี้เป็นโอสถบำรุง เอาไว้กลับถึงเมืองหลวงแล้วข้าจะให้หมอหลวงมาตรวจร่างกายเจ้าใหม่” หานเถิงซีดีใจมากที่ได้ตัวถางเมิ่งหรูกลับมา และยังได้บุตรเป็นของขวัญอีกด้วยสตรีโฉมสะคราญลุกขึ้นนั่งแล้วอ้าปากเสวยโอสถที่บุรุษตั้งใจป้อนให้ ในใจสับสนและยังตั้งรับความสุขและความเรียบง่ายไม่ทัน“ท่านอ๋องไม่สงสัยหรือเพคะว่าบุตรในครรภ์หม่อมฉัน...”นิ้วชี้ของจวิ้นอ๋องแตะที่ริมฝีปากของพระชายาส่งสัญญาณให้นางหยุดพูด “ข้ากอดเจ้าแค่คนเ
หานเถิงซีซบหน้าลงบนบ่าเล็กที่นุ่มนิ่มแล้วรวบตัวถางเมิ่งหรูมากอดอย่างเบามือ “ข้า...ไม่รู้ว่าทำอะไรผิดไป เจ้าถึงไม่อยากอยู่ด้วย” น้ำเสียงของจวิ้นอ๋องอู้อี้แฝงไปด้วยความรู้สึกน้อยใจถางเมิ่งหรูตัวแข็งค้างเพราะรู้สึกไม่คุ้นชินนัก นางพยายามที่จะใจแข็งเอาไว้เพราะยังไม่รู้ว่าจวิ้นอ๋องจะมาไม้ไหน “หม่อมฉันก็แค่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขอท่านอ๋องทรงอนุญาตด้วยเพคะ”แรงกอดรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดมากเกินไปเพราะหานเถิงซีเกรงว่าจะกระทบถึงครรภ์อ่อน ๆ ของถางเมิ่งหรู“ข้าไม่อนุญาต เจ้าเคยให้สัญญากับข้าแล้วว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”ถางเมิ่งหรูมุ่นคิ้วขึ้น “หม่อมฉันไปสัญญาตอนไหนกันเพคะ” เหตุใดนางถึงไม่เคยจำได้ หานเถิงซีผละตัวออกแล้วทำหน้างอบ้าง“ก็ตอนที่พวกเรานอนร่วมเตียงเดียวกัน เจ้าละเมอพูดออกมาว่า ‘รักข้าและจะเป็นของข้าคนเดียวและจะอยู่ด้วยกันตลอดไป’ เจ้าพูดออกมาจริง ๆ นะ”ถางเมิ่งหรูเห็นจวิ้นอ๋องมีสีหน้าร้อนรนก็เผลอหัวเราะออกมาเล็กน้อย “ท่านอ๋องพูดปดไม่เนียนนะเพคะ” แน่นอนว่านางไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ออกไปแน่ ๆหานเถิงซีเห็นคนไม่เชื่อก







