Chapter: ตอนที่ 5 ไม่รับของ“ลูกแข็งแรงดีแล้ว ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ”“เยว่เอ๋อรักษาตัวให้ดี ขากลับแม่จะซื้อของมาฝากเจ้า” แล้วหลินเจียงกับหลินซ่งก็ขึ้นรถม้าคันใหญ่ที่หรูหราและโอ่อ่า บ่าวรับใช้ที่ติดตามไปด้วยนั้นมีประมาณสิบกว่าคน ทุกคนล้วนเป็นนักสู้ฝีมือดีจ้างมาเพื่อคุ้มครองการเดินทางโดยเฉพาะหลังจากส่งบิดามารดาไปต่างเมืองเสร็จ หลินชิวเยว่ก็หันมาถามหลิงเอ๋อที่ยืนอยู่ข้างกายว่า “ข้าหมั้นหมายตั้งแต่เมื่อใด” หลิงเอ๋อหน้าซีดแทบไร้สี แม้ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้แต่ก็ต้องพูดออกมา “เมื่อสี่ปีก่อนเจ้าค่ะ ตอนคุณหนูอายุย่างสิบแปดปีนายท่านจึงรับหมั้นจากคุณปู่ของท่านแม่ทัพ คุณหนูจำไม่ได้หรือเจ้าคะ” สาวใช้หยั่งเชิง หลินชิงเยว่ส่ายหน้าแช่มช้าเพราะในความทรงจำไม่มีเรื่องพวกนี้เลยสักนิดเดียว“แล้วท่านแม่ทัพดีต่อข้าหรือไม่” นางเห็นท่านพ่อกับท่านแม่มีปากเสียงกันจึงรู้สึกว่าแม่ทัพใหญ่ผู้นี้ไม่น่าจะใช่คนดีอะไรหลิงเอ๋อก้มหน้าลงไม่กล้าพูดออกมา เกรงว่าเรื่องพวกนี้จะทำให้คุณหนูเสียใจอีก “ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ”“แสดงว่าเขาทำไม่ดีกับข้า…” หลินชิวเยว่รู้จักนิสัยหลิงเอ๋อดีเพราะเติบ
Last Updated: 2026-10-13
Chapter: ตอนที่ 4 ไม่อยากแต่งแล้วณ จวนแม่ทัพ ข่าวลือเรื่องที่คุณหนูรองตระกูลหลินฟื้นแล้วนั้นก็มาถึงหูหยางลี่หมิง ตอนที่เขารู้ข่าวว่านางล้มป่วยเพราะตากฝนในช่วงหน้าหนาวเดิมทีก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่เมื่อคนเล่าว่าเห็นว่าหลินชิวเยว่เดินร้องไห้ไปตลอดทางก็รู้สึกผิดไม่น้อย“ส่งของกำนัลไปบ้านตระกูลหลินโดยเฉพาะโสมร้อยปีบำรุงร่างกาย” ถึงแม้ว่าอยากถอนหมั้นมากเช่นไร แต่นางก็ล้มป่วยเพราะเรื่องที่เขาสร้างขึ้นมา“โสมร้อยปีเป็นของหายาก จักรพรรดิเพิ่งพระราชทานให้ท่านแม่ทัพมา ส่งไปให้นางแบบนี้จะดีหรือขอรับ” เสี่ยวตง ทหารคนสนิทแม่ทัพใหญ่ทำหน้าไม่เข้าใจ เพราะโสมนั่นมีมูลค่าสูงมากประมาณค่ามิได้“ส่งไปเถอะ ข้าหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้” หยางลี่หมิงโบกมือตัดความรำคาญช่วงบ่ายของกำนัลจากจวนแม่ทัพก็มาส่งที่บ้านตระกูลหลิน และนี่ก็เป็นสาเหตุทำให้หลินซ่งกับหลินเจียงถกเถียงกันเรื่องนี้หน้าดำเคร่งเครียด“ท่านพี่รับของกำนัลมาทำไมเจ้าคะ ท่านแม่ทัพเป็นสาเหตุทำให้ลูกสาวเราต้องล้มป่วยนะ ท่านอย่าลืมสิ” หลินเจียงสะบัดมือออกจากผู้เป็นสามีแล้วเชิดหน้าขึ้น รู้สึกไม่พอใจสามีมากหลินซ่งกลุ้มใจที่เห็นว่าฮูหยินโกรธ “พวกเราล่วงเกินท่านแม่ทัพได้หรื
Last Updated: 2026-10-12
Chapter: ตอนที่ 3 กลับมา“หนะ น้ำ...” หลินชิวเยว่พยายามเปล่งเสียงออกมาและขยับนิ้วมือ ร่างกายของนางนอนมานานเลยทำให้ขยับตัวได้ยากเย็น หลิงเอ๋อที่ยืนอยู่ข้างเตียงสังเกตเห็นถึงปฏิกิริยานั้น“คะ คุณหนูฟื้นแล้ว!” เพียงเท่านั้นมารดาและบิดานางก็เลิกร้องไห้ทันทีรีบหันมาตรวจดู เมื่อเห็นว่าเปลือกตาพยายามที่จะลืมตาขึ้น ริมฝีปากที่ไม่เคยปล่อยให้แห้งแตกกำลังพูดพึมพำ หัวใจของทุกคนก็มีความหวังกลับคืนมา“น้ำ! ไปเอาน้ำมา” ฮูหยินกับหลิงเอ๋อช่วยกันประคองตัวหลินชิวเยว่ให้ลุกขึ้นนั่ง เมื่อความชุ่มชื้นไหลลงลำคอเรี่ยวแรงที่เหือดหายก็ค่อย ๆ หวนกลับคืนมา ฝ่ามือที่อบอุ่นของมารดาประคองที่ข้างแก้มบุตรีคนรองที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในบ้าน“เยว่เอ๋อ เจ้าลืมตามองแม่สิ” หลินเจียงพูดแผ่วเบา น้ำตาแห่งความดีใจไหลอาบแก้มไม่หยุดหย่อนเปลือกตาของหลินชิวเยว่เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า นางรู้สึกแสบตาเล็กน้อยภาพตรงหน้าค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าของทุกคนไม่ว่าจะเป็นท่านพ่อท่านแม่หรือแม้กระทั่งสาวใช้ข้างกาย ต่างก็หลั่งน้ำตากันหมด ความหนักอึ้งในใจนางคล้ายถูกบางอย่างกดเอาไว้ ไร้ความรู้สึกเศร้าหมองอย่างที่ควรจะเป็น กลับมาเป็นหลินชิวเยว่ในเมื่อก่อนที่ยังไม่
Last Updated: 2026-10-12
Chapter: ตอนที่ 2 ยังไม่ถึงเวลาหลังจากนั้นไม่นานหมอก็เดินทางมาถึง หลังจากตรวจอาการคุณหนูและฝังเข็มแล้วก็ส่ายหน้าสีหน้าไม่สู้ดีนัก “คุณหนูบ้านท่านมีเคราะห์หนักเสียแล้ว นางหายใจรวยรินเกือบขาดใจแต่ไม่ขาดใจแล้ว น่าจะเกิดจากการตรอมใจผนวกกับถูกลมเย็นเล่นงานทำให้มีไข้สูงจนหมดสติไป”พ่อบ้านกับสาวใช้มองหน้ากัน “ท่านหมอมีทางรักษาหรือไม่ พวกเรายินดีจ่ายให้ท่าน ขอเพียงรักษาชีวิตคุณหนูและทำให้นางฟื้นขึ้นมาได้”หมอมองใบหน้าคนป่วยที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ตอนนี้หลินชิวเยว่คล้ายคนนอนหลับไปเฉย ๆ ตัวของนางร้อนเหมือนถูกไฟแผดเผาแต่มือและฝ่าเท้าเย็นเหมือนน้ำแข็ง มิหนำซ้ำยังหายใจแผ่วเบามาก อาการไม่ดีเลยสักนิดเดียว“ข้าก็ตอบไม่ได้ คืนนี้ถ้าไข้ลดลงน่าจะพอช่วยให้กลับมาเป็นปกติได้ แค่คุณหนูต้องผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไปให้ได้ หลังจากนั้นค่อยว่ากันเถิด ข้าจะจัดเทียบยาลดไข้และบำรุงร่างกายให้ไปก่อน” ท่านหมอพูดจบก็ลุกไปจัดการปล่อยให้หลิงเอ๋อนั่งจับมือหลินชิวเยว่ไม่เหินห่าง“คุณหนู ท่านอย่าเป็นอะไรนะเจ้าคะ”ณ มิติลึกลับแห่งหนึ่ง หลินชิวเยว่เดินเหม่อลอยอย่างเชื่องช้าไปตามทางเดินที่ไม่คุ้นเคย ตามข้างทางเป็นดอกปี่อั้นส่องสว่างเป็นสีแดงสด บรรยากาศโดยรอบน่ากลัวแ
Last Updated: 2026-10-12
Chapter: ตอนที่ 1 ตรอมใจครึ่งชั่วยามต่อมา หลินชิวเยว่เดินกลับบ้านทั้งที่ฝนตกหนักนางไม่ยอมขึ้นรถม้าของบ้านที่ส่งมารับ ได้แต่เดินร้องไห้นัยน์ตาแดงก่ำช่างดูน่าสงสารยิ่งนัก“คุณหนูจะป่วยเป็นไข้หวัดได้นะเจ้าคะ” หลิงเอ๋อ สาวใช้ข้างกายของคุณหนูเดินออกมาเห็นก็รีบกางร่มมารับและพาหลินชิวเยว่เข้าบ้านทันที ท่ามกลางความเป็นห่วงของทุกคนในบ้านตระกูลหลิน ช่วงนี้นายท่านกับฮูหยินไม่อยู่บ้าน แม้แต่คุณหนูใหญ่ก็ไม่ได้อาศัยอยู่แล้วเพราะเพิ่งแต่งงานออกไปอยู่ต่างเมืองห่างไกลจากที่นี่ตั้งหลายพันลี้ ทั้งบ้านจึงมีแค่คุณหนูรองอาศัยอยู่กับบ่าวรับใช้สีหน้าของหลินชิวเยว่ดูไม่ดีเลยสักนิดเดียว นางทนได้เช่นไรกัน หลิงเอ๋อใจตกไปที่ตาตุ่มเมื่อสัมผัสหน้าผากของคุณหนูแล้วร้อนเหมือนไฟ แต่มือนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง อาการไม่ดีแล้ว“รีบถอดชุดออกก่อนเจ้าค่ะ” หลิงเอ๋อช่วยกันกับสาวใช้อีกคนช่วยกันถอดชุดที่เปียกทั้งฝนและหิมะให้คุณหนู ใบหน้าโฉมงามซีดขาวแทบไร้สี ทั้งที่ก่อนออกจากบ้านสีหน้าของคุณหนูยังคงสดใสกว่านี้ ซึ่งบัดนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรตรงกันข้ามกันไปหมดหลินชิวเยว่ไม่ได้ขัดขืนใด ๆ เลยสักนิดเดียวเพราะว่าเริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมาแล้ว ก่อนหน้านี้นางเจ็บ
Last Updated: 2026-10-12
Chapter: บทนำรัชศกที่สิบสี่แคว้นฉินวันที่สองเดือนหนึ่งปีเสอเหนียน[1] สตรีคนหนึ่งยืนร้องไห้อยู่ลำพังท่ามกลางฝนฟ้าที่โหมกระหน่ำตกลงมาในหน้าหนาวทั้งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นได้ น้ำเสียงเย็นชาเสียดแทงใจทำให้หลินชิวเยว่ตาสว่างเสียที นางพยายามกะพริบไล่น้ำตาแล้วเดินกลับบ้านอย่างเชื่องช้า เนื้อตัวเปียกปอนทั้งหมดเหมือนลูกสุนัขหลงทาง หัวใจเจ็บปวดยากหาทางแก้ไขย้อนกลับไปเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ในจวนแม่ทัพ หลังจากเสร็จศึกทางใต้ที่อยู่ในเขตภูเขาสูงหยางลี่หมิงก็เดินทางกลับเมืองหลวงในทันที เขาใช้เวลาอยู่สามเดือนกว่าจะเดินทางมาถึงเพื่อให้ทันก่อนฤดูหนาวที่ใกล้มาเยี่ยมเยือน เมื่อกลับถึงจวนแม่ทัพเพียงสิบวันก็เพิ่งพบว่าตนนั้นเคยหมั้นหมายกับสตรีตระกูลหลินก่อนไปออกรบ ทว่าเขาจำไม่ได้และยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน จึงออกอุบายกุเรื่องขึ้นว่าตนเองมีสตรีข้างกายคอยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ ถ้าหากหลินชิวเยว่ต้องการให้เขาแต่งงานด้วยก็ต้องให้ซูเจินแต่งงานด้วยเช่นเดียวกัน“ถ้าเจ้าไม่ยอมให้ข้าแต่งซูเจินเข้าจวนพร้อมกัน ข้าก็จะขอสมรสพระราชทานจากฝ่าบาท” หยางลี่หมิงกลั้นใจไม่หันไปมองหน้าหลินชิวเยว่ เขายืนหันหลังโดยไม่มีท่าทางสะทกสะท้านใด ๆ แม้แต่ภาพเ
Last Updated: 2026-10-12
Chapter: ตอนพิเศษ 5เก้าเดือนต่อมา ถางเมิ่งหรูกำลังเล่นอยู่กับบุตรชายคนที่สามจู่ ๆ ก็เกิดอาการเจ็บท้องขึ้นมากะทันหัน เลี่ยงหมัวมัวจึงให้คนไปตามหมอหลวงแล้วก็อุ้มหานซีเหิงออกมา“เสด็จแม่ไม่สบายหรือ” หานซีเหิงอายุได้เกือบสองปีแล้วถามขึ้นมาเพราะเห็นสีหน้ามารดาไม่ดีนัก“พระชายาจะให้กำเนิดน้องให้องค์ชายแล้วเพคะ” เลี่ยงหมัวมัวตื่นเต้นมาก ที่จะได้เห็นพระพักตร์เจ้านายคนใหม่ของจวนจวิ้นอ๋องแล้ว ส่วนจวิ้นอ๋องเมื่อรู้ข่าวว่าพระชายาจะคลอดแล้วก็รีบเสด็จออกจากวังหลวงพร้อมกันกับหานหลิงหลิงและหานหมิงเฟย ซึ่งทุกคนในครอบครัวตื่นเต้นมากณ ตำหนักปีกซ้าย นางกำนัลจัดเตรียมห้องคลอดด้วยความชำนาญ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้แล้ว ส่วนหมอหลวงที่เดินทางมาถึงแล้วก็เข้าทำคลอดได้ทันที“พระชายาออกแรงเบ่งอีกสักนิดพ่ะย่ะค่ะ” การทำคลอดครั้งนี้ยากกว่าทุกครั้งไม่เหมือนที่ผ่านมา ใช้เวลายาวนานจากที่ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอก อยู่ดี ๆ ลมก็พัดกระโชกแรงเมฆดำเข้ามาปกคลุมเมืองหลวง รถม้าของจวนจวิ้นอ๋องประสบปัญหาม้าไม่ยอมวิ่งต่อเสียอย่างนั้น“ท่านอ๋องฝนกำลังจะตกนะพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีที่ติดตามเข้าวังไปด้วยพยายามห้
Last Updated: 2026-09-20
Chapter: ตอนพิเศษ 4เจ็ดปีต่อมาถางเมิ่งหรูมีบุตรเพิ่มอีกสองคนมีชื่อว่าหลิงหลิงและซีเหิง ส่วนซื่อจื่อน้อยในวันนั้นกลายเป็นเด็กชายอายุสิบสองปีที่หล่อเหลามาก แน่นอนว่าจวนจวิ้นอ๋องนั้นไม่เคยได้ว่างเว้นเลยสักวันเดียว เพราะเหล่าองค์ชายและองค์หญิงมาขอร่วมเรียนหนังสือด้วยเกือบจะทุกวัน“เสด็จพี่ทรงพอพระทัยแล้วใช่หรือไม่เพคะ” ถางเมิ่งหรูพูดประชดใส่เพราะว่านางนั้นกำลังตั้งครรภ์บุตรคนที่สี่ให้กับเขา คนที่คลุกวงในแทบทุกคืนยิ้มกว้าง แล้วรวบตัวโฉมสะคราญมากอดปลอบเบา ๆ“ไม่เอาน่า ท้องนี้จะเป็นท้องสุดท้ายแล้ว พี่ไม่ให้เจ้าลำบากอีกแล้ว” หานเถิงซีไม่คิดว่าตนเองจะมีลูกดกมากขนาดนี้ เพราะในแคว้นเฉินนั้นเชื้อพระวงศ์ไม่นิยมมีลูกเกินสองคน ทว่าเขากลับมีลูกถึงสี่คน เรื่องนี้ทำเอาองค์ชายเจ็ดยกนิ้วเชิดชูยกย่องกันเลยทีเดียว“ตอนที่หม่อมฉันตั้งครรภ์ซีเหิง ท่านอ๋องก็ทรงตรัสเช่นนี้นะเพคะ” ฝ่ามือเรียวสวยทุบที่หน้าอกแข็งแรงหนึ่งหน เล่นเอาเขาร้องเสียงหลง“โอ๊ย! น้องหญิงมือหนักเหมือนเดิมเลยนะ อย่าทำแรงสิ เดี๋ยวลูกตื่น” หานเถิงซีเสแสร้งทำเป็นเจ็บที่ถูกทุบตี ตอนนี้พวกเขายืนมองซีเหิง บุตรชายคนที่สามกำลังนอนหลับอยู่
Last Updated: 2026-09-20
Chapter: ตอนพิเศษ 3วันเวลาผ่านไปอย่างมีความสุขจากหน้าหนาวเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิและเข้าสู่หน้าร้อนวนเวียนไปจนถึงฤดูฝน จวนจวิ้นอ๋องมีแต่เสียงหัวเราะและความสนุกสนาน จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปีจนกระทั่งซื่อจื่อน้อยเติบโตขึ้นมีอายุครบห้าปี“เสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ” หานหมิงเฟยพูดจาฉะฉานมีบุคลิกมั่นใจในตนเอง อายุครบห้าปีแต่รอบรู้และเล่นหมากกระดานเก่งไม่แพ้ผู้เป็นบิดา“ลูกเรียนมาเหนื่อย ๆ มานั่งพักเสวยของว่างก่อน” ถางเมิ่งหรูส่งยิ้มไปให้บุตรชายที่โตเกินวัย“พ่ะย่ะค่ะ”บุรุษร่างสูงสองคนเดินตรงเข้ามาในห้องโถง เพียงหานหมิงเฟยเหล่ตาหันไปมองดูก็ต้องดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่“เสด็จอาพ่ะย่ะค่ะ” ซื่อจื่อน้อยทิ้งขนมดอกกุ้ยในมือแล้ววิ่งเข้าไปหาองค์ชายเจ็ด ถางเมิ่งหรูมองตามแล้วส่ายหน้าในความดีใจของบุตรชายหานหลินจึงอ้าแขนทั้งสองออกกว้างเพื่อรับกอดจากซื่อจื่อน้อย “เป็นอย่างไรบ้าง หลานอา” แน่นอนว่าเขามาเยือนจวนจวิ้นอ๋องบ่อยจนสนิทกับหลานชายไปแล้ว“เรียนเหนื่อยมากเลยพ่ะย่ะค่ะ” ระหว่างที่พูดก็ไม่กล้าสบตาบิดาเพราะเกรงว่าจะถูกตำหนิที่โอดครวญ“หมิงเฟยไม่ต้องพยายามมา
Last Updated: 2026-09-20
Chapter: ตอนพิเศษ 2ที่ตำหนักปีกซ้ายในห้องบรรทมของซื่อจื่อ จูหมัวมัวสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบซื่อจื่อน้อยในเปลก็ตกใจจนหน้าถอดสี จึงรีบปลุกพวกนางกำนัลที่อยู่ในบริเวณนั้นแล้วถามหา แต่ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่าซื่อจื่อหายไปได้เช่นไร“ท่านอ๋อง พระชายา ซื่อจื่อหายตัวไปเพคะ” มี่เอ๋อวิ่งหน้าตาแตกตื่นมาแจ้งข่าวที่ตำหนักใหญ่ แต่ถูกขันทีจางปรามด้วยสายตาดุ ๆ เพราะว่ามาทำเสียงดังหน้าห้องบรรทมสักพักประตูห้องบรรทมก็ถูกเปิดออก จวิ้นอ๋องอุ้มซื่อจื่อออกมาพร้อมกับพระชายา มี่เอ๋อและจูหมัวมัวเห็นดังนั้นก็โล่งใจแล้วรีบคุกเข่าลงทันที“เจ้าดูแลลูกข้าเช่นไร ถึงปล่อยให้ซื่อจื่อเดินมาที่ตำหนักใหญ่ตามลำพัง” หานเถิงซีตวาดเสียงดังลั่น ขันทีจางได้ยินเช่นนั้นก็หน้าถอดสีรวมทั้งนางกำนัลที่เฝ้าอยู่ในบริเวณนั้นทั้งหมดรีบคุกเข่าลงทันที แน่นอนว่าความผิดนี้ร้ายแรงมาก หากซื่อจื่อไม่เสด็จมาที่นี่แต่ไปที่อื่นหรือเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา แค่คิดก็ใจสั่นแล้ว“หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ” จูหมัวมัวโขลกศีรษะลงกับพื้นเรือน ส่วนมี่เอ๋อก็เช่นเดียวกัน“หม่อมฉันสะเพร่าเองเพคะ ปล่อยให้ซื่อจื่อคลาดสายตา” มี่เอ๋อสารภาพเสียงสั่
Last Updated: 2026-09-20
Chapter: ตอนพิเศษ 1ณ ตำหนักปีกซ้ายช่วงบ่าย เปลือกตาคู่หนึ่งก็ลืมตาตื่นขึ้นในขณะที่แม่นมและนางกำนัลแอบงีบหลับตามไปด้วย เจ้าก้อนแป้งตัวขาวอวบปีนลงจากเปลไม้ที่มั่นคงและแข็งแรง เขาแต่งกายด้วยชุดคลุมกันลมที่สั่งทำมาจากขนจิ้งจอกสีขาว“เสด็จแม่...” เพราะเป็นเด็กติดมารดามาก หานหมิงเฟยจึงเดินออกมาจากห้องโดยไม่มีใครสังเกตเห็น เด็กน้อยอายุหนึ่งปีเดินได้แล้วและก็ว่องไวเสียด้วย เขาเดินเตาะแตะไปตามทางอย่างมั่นคง สีหน้าก็บิดเบี้ยวน้ำตาไหลเป็นทางยาวกระทั่งเดินเข้ามาในห้องห้องหนึ่งที่อบอุ่นมาก สายตาเด็กเล็กก็มองไปเห็นชุดที่คล้ายกันกับของมารดา“เสด็จแม่...” เสียงเล็กแผ่วเบามาก หานหมิงเฟยค่อย ๆ เดินไปที่เตียงนอน เห็นบุรุษที่หน้าตาคล้ายกับบิดากำลังนอนกอดมารดาอยู่ คิ้วเล็ก ๆ ก็มุ่นเข้าหากันรู้สึกไม่ชอบใจเท่าไรนัก เขาจึงปีนขึ้นไปบนเตียงด้วยความทุลักทุเลแล้วเข้าไปนอนแทรกกลางระหว่างสองคนนั้นเมื่อถูกแทรกแซงหานเถิงซีก็ลืมตาตื่นขึ้นมามองเพื่อสำรวจดู สองสายตาสบประสาน คนหนึ่งมองด้วยสายตาไม่ค่อยเป็นมิตร ส่วนอีกคนนั้นมองด้วยสายตางงงวย“หมิงเฟย ลูกเข้ามาได้อย่างไร” ถางเมิ่งหรูเห็นหน้าบุตรชายก็ตกใ
Last Updated: 2026-09-20
Chapter: 61 สุขสมหวังไม่นานหมอหลวงก็เดินทางมาถึงจวนจวิ้นอ๋องสีหน้าเหนื่อยล้ามาก เมื่อล้างแผลและใส่โอสถให้ท่านอ๋องเสร็จก็เอ่ยขึ้นว่า “ช่วงนี้แผลห้ามโดนน้ำนะพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องทรงถนอมพระวรกายด้วยเถิด” หรือจะพูดกันให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าท่านอ๋องได้โปรดอย่าเจ็บป่วยบ่อยอีกเลย เนื่องจากจักรพรรดิติดตามพระอาการของจวิ้นอ๋องอย่างใกล้ชิด คาดว่าพระองค์ก็คงรู้สึกผิดมากเช่นกัน ที่ทำให้หานเถิงซีพิการต้องนั่งรถเข็นนานหลายเดือน“หมอหลวงอย่าทำสีหน้าเช่นนั้นสิ ข้าไม่ให้ท่านต้องลำบากใจนานหรอก” แน่นอนว่าหานเถิงซีบังคับให้หมอหลวงทูลความเท็จกับจักรพรรดิ เรื่องที่เขาพิการนั้นไม่เป็นความจริง เพียงแต่ต้องการความสงบสุขก็เท่านั้น คุณหนูอยากปีนป่ายขึ้นที่สูงพวกนั้นจะได้เลิกฝันลม ๆ แล้ง ๆ เสียทีหมอหลวงยิ้มแห้ง “แล้วเมื่อใดที่ท่านอ๋องจะทรงเลิกเล่นเป็นคนพิการเสียทีพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อพันผ้าสะอาดที่มือให้จวิ้นอ๋องเสร็จแล้วก็สอบถามขึ้น บุรุษองอาจมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใช้ความคิด เขาพยายามคิดทบทวนเรื่องทั้งหมดอย่างถ้วนถี่และละเอียดรอบคอบ องค์หญิงใหญ่อภิเษกสมรสกับองค์ชายสามแล้ว และกำลังทรงพระครรภ์ มู่อิงอิงกลายเป็นชายาของหานหรงชิง
Last Updated: 2026-09-20