LOGINตอนที่6ข้าชอบน้ำแกงอุ่น
จวนเยี่ยนอ๋อง แสงอรุณยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา สาดกระทบเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองตรงหน้า ไป๋หลิงเซี่ย นางทอดสายตาพินิจพิจารณาใบหน้าของตน พลันคำพูดของอัลตันฮวา ดังแว่วขึ้นในโสตประสาท “เข้าเพียงหลอกใช้ความงามของเจ้า” ริมฝีปากอิ่มขยับยกยิ้มบาง พลางพึมพำเสียงนุ่มนวล “หรือว่า… หลี่จวิ้นอวิ๋นจะหลงใหลในความงามของข้า เช่นนั้นก็ถือว่าสายตาเขาใช้ได้อยู่บ้าง” แววตาคู่งามสะท้อนความพึงพอใจ ไม่นาน รั่วอี้ก็ก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อม มือเรียวหยิบหวีขึ้นมาสางผมสีดำขลับของคุณหนูของตนอย่างอ่อนโยน ไป๋หลิงเซี่ยทอดสายตาผ่านกระจกก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว “รั่วอี้… ตอนนี้ท่านอ๋องอยู่ที่ใด” “ท่านอ๋องอยู่ที่เรือนหนังสือเจ้าค่ะ” ไป๋หลิงเซี่ยพยักหน้ารับ แววตาฉายแววครุ่นคิด แล้วเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ “เช่นนั้นเจ้าจงไปเตรียมน้ำแกงไก่เม็ดบัวให้ข้า ข้าจะไปหาท่านอ๋อง” “ได้เจ้าค่ะ” รั่วอี้ตอบ ก่อนจะวางหวีลงในกล่องไม้เบื้องหน้า แล้วหมุนกายถอยหลังก้าวออกจากห้อง …. ภายในห้องหนังสือ แสงตะวันส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลัก สายลมเย็นพลิ้วพัดเข้ามาต้องม่านบางไหวไปตามแรงลม เยี่ยนอ๋องนั่งอยู่เบื้องหน้ากองฎีกา มือใหญ่ค่อย ๆ เปิดอ่านทีละแผ่น สายตาคมสงบนิ่ง ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างขององค์รักษ์มู่หวังที่ก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะหยุดลงเบื้องหน้าเยี่ยนอ๋อง เขายกมือขึ้นประสานโค้งคำนับอย่างนอบน้อม เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ท่านอ๋อง พระชายามาขอเข้าพบ พ่ะย่ะค่ะ” ปลายนิ้วที่กำลังกดลงบนแผ่นฎีกาชะงักไปเล็กน้อย เยี่ยนอ๋องเงยหน้าขึ้น สายตาคมสบเข้ากับ องค์รักษ์มู่หวัง ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ โดยไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำ มู่หวังเมื่อได้รับคำตอบก็หมุนกายก้าวออกไปด้านนอกทันที ไม่นานนัก เงาร่างอรชรของไป๋หลิงเชี่ยก็ก้าวเข้ามาภายในห้อง มือเรียวถือถาดไม้บนนั้นมีถ้วยน้ำแกงร้อนกรุ่น กลิ่นหอมลอยอบอวล นางเดินตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะหนังสือ ก่อนจะย่อกายคารวะอย่างอ่อนช้อย เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาน “ท่านอ๋อง” เยี่ยนอ๋องมิได้ละสายตาจากฎีกา เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นโดยไม่เหลือบแล “มีสิ่งใดก็ว่ามา” ไป๋หลิงเชี่ยยกยิ้มบาง ดวงตากลมใสฉายแววสดใส “หม่อมฉันเห็นท่านอ๋องตรากตรำงานหนัก จึงต้มน้ำแกงไก่มาถวายเพคะ” มือใหญ่ที่กำลังกดบนแผ่นฎีกาชะงักไปเล็กน้อย เขาวางฎีกาลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนางเพียงครู่ ดวงตาคมนั้นฉายแววเย็นชาแต่กลับมีประกายสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มของนาง ไป๋หลิงเชี่ยก้าวเข้ามาใกล้เขา ก่อนจะยกถ้วยน้ำแกงวางตรงหน้าเขา พร้อมยิ้มหวาน เอื้อนเอ่ยเสียงนุ่ม “ลองชิมดูเพคะ” เยี่ยนอ๋องยังคงนั่งนิ่ง นางจึงย่อกายนั่งลงเคียงข้าง ใบหน้างามเอียงน้อย ๆ แววตาสดใสเปล่งประกายประหนึ่งจะออดอ้อน นางตักน้ำแกงขึ้นดื่มเองหนึ่งคำ พลางยิ้มเจื่อน “หม่อมฉันมิได้ใส่ยาพิษแน่นอนเพคะ” น้ำเสียงใสดังขึ้นราวหยอกเย้า แววตาสดใสจ้องเขาแน่วนิ่ง มือเล็กยกขึ้นตักน้ำแกงขึ้นอีกคำ ยื่นช้อนไปตรงหน้าเขาอย่างอ่อนโยน เสียงหวานกระซิบเบา “ให้หม่อมฉันป้อน… ดีหรือไม่เพคะ” มือเล็กตักน้ำแกงขึ้นยื่นตรงหน้า เขาเลื่อนสายตามองนางโดยไม่ทันตั้งใจ ดวงหน้างดงามนั้น ทำให้เขาชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะได้สติแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “น้ำแกงดูเหมือนจะเย็นไป ข้าชอบแบบอุ่นพอดี” ไป๋หลิงเชี่ยพยักหน้ารับช้า ๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะตักน้ำแกงใส่ปากตนเอง จากนั้นโน้มกายเข้าใกล้ มือเล็กจับไหล่กว้างของเขาไว้มั่น แล้วประกบริมฝีปากนุ่มบนริมฝีปากเขาอย่างรวดเร็ว พลันป้อนน้ำแกงในปากนางให้เขา เยี่ยนอ๋องตะลึงชั่วอึดใจ ร่างสูงชะงัก มือใหญ่พลันโอบรัดเอวบางที่พุ่งเข้าหาโดยไม่ทันคิด เขาเผลอกลืนน้ำแกงลงคอโดยมิอาจต้าน แววตาคมเบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ไป๋หลิงเชี่ยถอนริมฝีปากออกเพียงนิด ดวงตากลมใสจับจ้องเขาอย่างท้าทาย ริมฝีปากยกยิ้มราวผู้มีชัย ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว “อุ่นพอดีหรือไม่เพคะ…” กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายนางกระจายรอบกาย ทำให้หัวใจของเขาพลันสั่นสะท้าน เยี่ยนอ๋องสบตานางนิ่ง ริมฝีปากหยักไม่เอื้อนเอ่ยคำใด เพียงโน้มใบหน้าลงประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากอวบของนาง ลิ้นร้อนกวาดชิมรสหวานจากปากน้อยอย่างเร่าร้อน มือใหญ่โอบรัดเอวบางดึงเข้ามาแนบอกแน่นหนา ไป๋หลิงเชี่ยเปิดปากรับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ สองมือเล็กเอื้อมโอบรอบลำคอเขา ร่างบางแนบชิดร่างสูง “ท่านอ๋อง… ท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า พ่ะย่ะค่ะ” เสียงเรียกขององครักษ์มู่หวังดังลอดเข้ามาจากด้านนอกห้อง ขัดจังหวะของทั้งสอง อุณหภูมิที่อบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งสองพลันสะดุด เยี่ยนอ๋องค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจากเรียวปากนุ่มของนางด้วยท่าทีเสียดาย แววตาคมยังทอดมองนางอย่างไม่อาจถอนสายตา ไป๋หลิงเชี่ยที่ถูกกักอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง มือเล็กค่อย ๆ คลายมือลงจากลำคอเขา ถอนกายออกช้า ๆ แก้มขาวนวลแต้มสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมใสก้มต่ำด้วยความเขินอาย เยี่ยนอ๋องเพียงจ้องนางนิ่ง ก่อนจะยกมือใหญ่ปัดปอยผมที่หล่นลงข้างแก้มนวลแผ่วเบา จากนั้นโน้นกายลงใกล้ เอ่ยกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูนาง “ข้าจะกลับมา” ไป๋หลิงเชี่ยเงยหน้าสบตากับสายตาคมก่อนจะพยักหน้ารับ แววตาสดใสซ่อนความอ่อนไหวฉายชัด เยี่ยนอ๋องผละกายก่อนลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม แล้วหมุนกายก้าวตรงไปยังประตู ไป๋หลิงเชี่ยมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นจนลับตา ความอุ่นวาบที่ยังติดอยู่บนริมฝีปากทำให้นางใจเต้นไม่เป็นส่ำ พลันสูดหายใจเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วออกจากห้อง รั่วอี้ที่รออยู่ด้านนอก เห็นคุณหนูของตนก้าวออกมาก็รีบก้าวเข้าไปหา “คุณหนู” ไป๋หลิงเชี่ยเหลือบมองนาง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ไปเตรียมรถม้าให้ข้า” รั่วอี้นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นด้วยความสงสัย “เจ้าค่ะ คุณหนูจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ” ไป๋หลิงเชี่ยชะงักฝีเท้าเพียงเสี้ยวอึดใจ ดวงตางามทอดยาวเบื้องหน้า ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “จวนแม่ทัพ” ….ตอนที่ 23หลี่หรงอี้กระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋องภายในเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดผืนผ้าใบกระโจมดังแผ่วเบา กลิ่นยาสมุนไพรรอยอบอวลหมอหลวงลอบถอนหายใจ ก่อนก้าวถอยออกห่างจากร่างอันไร้สติของไป๋หลิงเซี่ย ใบหน้าซีดขาวประหนึ่งไร้โลหิต เยี่ยนอ๋องก้าวเข้ามานั่งแนบข้าง กวาดตามองด้วยดวงตาร้อนรุ่มไม่ต่างจากเพลิงสุม“นางเป็นอย่างไรบ้าง ท่านหมอ”เสียงทุ้มต่ำกังวานสั่นสะเทือนหมอหลวงประสานมือโค้งกาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“พระชายาถูกพิษ หยิงหยางหู่ พิษนี้เป็นพิษเก่าแก่ที่มีถิ่นกำเนิดในแดนทุ่งหญ้า ตอนนี้กระหม่อมได้แต่เพียงให้ยาสกัดชั่วคราวเท่านั้น และยังต้องกลับไปศึกษาตำราเพื่อปรุงยาถอนพิษ พ่ะย่ะค่ะ”เยี่ยนอ๋องกำมือแน่น เส้นเลือดปูดพาดหลังมือ พลันพยักหน้าช้า ๆ“เช่นนั้น กระหม่อมขอตัวไปศึกษาตำราเพิ่มเพื่อปรุงยาถอนพิษก่อน พ่ะย่ะค่ะ”“อืม”เยี่ยนอ๋องตอบเพียงสั้น ๆ มิได้เหลียวมอง หากยังตรึงสายตาไว้บนร่างที่นอนแน่นิ่งหลังจากได้คำตอบ หมอหลวงถอยกายออกจากกระโจมทันทีเยี่ยนอ๋องค่อย ๆ เอื้อมมือใหญ่แตะแก้มขาวซีดของนาง ริมฝีปากหยักเอื้อนเอ่ยแผ่วพร่า“เจ้าจะต้องฟื้น…”ดวงตาคมเข้มวาววับด้วยความเจ็บปวดใจ….สองวันต่อ
ตอนที่22กรรมสนองลานพักกลางหุบเขาหลินซุนแสงอัสดงทอดผ่านแนวยอดไม้ลงมาตกกระทบพื้นหญ้า ภายในลานกว้างกลางหุบเขาที่ถูกจัดเป็นแห่งพักอาศัยสำหรับงานล่าสัตว์ประจำปี ผู้คนภายในลานกว้างวุ่นวายมิรู้หยุด เสียงฝีเท้าและเสียงสั่งการดังระงมไปทั่วซูกุ้ยเฟยก้าวออกมาพร้อมขันทีข้างกาย สายตาคมทอดมองไปยังความโกลาหลหน้ากระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋อง ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง แววตาฉายความพึงพอใจอย่างชัดเจนไม่นาน องค์รัชทายาทน้อยเสด็จมาพร้อมขันทีประจำกาย ครั้นก้าวผ่านหน้าพระสนมซูกุ้ยเฟย พระนางก็รีบปรับสีหน้าย่อกายลงอย่างนอบน้อมถวายคำนับ“องค์รัชทายาท”องค์รัชทายาทหยุดฝีเท้าเล็กน้อย ดวงเนตรทอดมองนาง เอื้อนเอ่ยด้วยสุรเสียงเรียบ“สนมซู พี่ห้ากลับมาหรือยัง”ซูกุ้ยเฟยยกยิ้มบาง แววตาอ่อนโยน ปรากฏท่าทีอ่อนน้อม ส่ายหน้าช้า ๆ“ยังเพคะ คาดว่าคงกำลังล่าสัตว์อยู่ รายนั้นเขาโปรดปรานนักในการล่าสัตว์ใหญ่ จึงอาจช้าหน่อยเพคะ”รัชทายาทน้อยพยักพระพักตร์เบา ๆ ริมพระโอษฐ์คลี่ยิ้มบาง“อืม… พี่ห้าเก่งกาจ เขาต้องล่าหมีป่ากลับมาได้แน่”ถ้อยคำนั้นทำให้ซูกุ้ยเฟยถึงกับขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยความฉงน“หมีป่าหรือเพคะ”รัชทายาทเผยรอยยิ้มสดใส“ใช่ ข้าพ
ตอนที่21มือสังหารแสงแดดสาดส่องลงมากระทบร่างกวางน้อยตัวหนึ่ง ร่างเล็กพลันวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆทันใดนั้น เสียงลูกธนูแหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามาอย่างฉับพลัน“มีมือสังหาร! คุ้มกันองค์รัชทายาท”เสียงเข้มของเยี่ยนอ๋องดังสะท้อนก้องไปทั่วป่า แววตาคมกริบฉายความเย็นยะเยือก กวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวังไป๋หลิงเซี่ยรีบวิ่งหลบหลังต้นไม้ใหญ่ ขณะเดียวกัน ไป๋จื่อหานคว้าข้อมือเล็กขององค์รัชทายาทน้อยวิ่งเข้ามาหานาง ก่อนยืนคุ้มกันทั้งสองไว้เสียงฝีเท้าพุ่งพรวด มือสังหารในชุดดำราวสิบร่างโถมออกมาจากเงาไม้ คมอาวุธวาววับในแสงแดด เหล่าทหารองครักษ์ไม่รอช้า ต่างชักดาบขึ้นปะทะ เสียงเหล็กกระทบกันดังสะท้านเยี่ยนอ๋องพลิกกายวิ่งไว ชักกระบี่ตรงเข้าฟาดฟัน มือสังหารล้มลงพร้อมเสียงครวญครางภายในเพียงชั่วอึดใจ“ถอย! รีบถอย!!”เงาร่างดำผู้หนึ่งส่งเรียกเข้ม ก่อนร่างในชุดดำที่ยังเหลืออยู่ผละออกหายวับไปในเงาไม้ใหญ่เยี่ยนอ๋องทอดสายคมมองตามเงาหลังของมือสังหาร ก่อนจะหมุนกายก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าองค์รัชทายาทน้อย เปล่งเสียงหนักแน่น“องค์รัชทายาท พ่ะย่ะค่ะ ขณะนี้มิอาจประมาทต้องเสด็จกลับเดี๋ยวนี้”องค์
ตอนที่ 20งานล่าสัตว์ณ หุบเขาหลินซุนงานล่าสัตว์ประจำปีกลางลานกว้าง ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จขึ้นประทับพระที่นั่งอย่างสง่างาม เหล่าบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างประสานมือโค้งกายต่ำอย่างนอบน้อมเมื่อทุกผู้คนนั่งลงหมด ขันทีอาวุโสผู้หนึ่งก็ก้าวออกมากลางลานกว้าง ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม“บัดนี้ได้เวลาแล้ว เชิญทุกท่านเข้าร่วมการล่าสัตว์ประจำปีได้ ณบัดนี้ โดยจะใช้เวลาหนึ่งก้านธูป”สิ้นเสียงขันที เสียงโห่ร้องปรบมือ และเสียงหัวเราะก็พลันดังก้องทั่วลานกลางหุบเขา เหล่าขุนนางและบรรดาอ๋อง องค์ชายทั้งหลายลุกขึ้นประสานมือโค้งคำนับ ก่อนจะทยอยเคลื่อนตัวออกไปตามเส้นทางป่า เตรียมพร้อมสำหรับการล่าสัตว์ไป๋หลิงเซี่ยนั่งเคียงข้างเยี่ยนอ๋อง มือเรียวยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด เพราะชาติที่แล้ว นางจำได้ชัดเจนว่า เยี่ยนอ๋องกับพี่ชายนางหาได้ออกไปล่าสัตว์ หากแต่เพราะองค์รัชทายาทน้อยวัยเพียงสิบสองขวบดื้อรั้นขอออกไป ฝ่าบาทจึงโปรดให้ทั้งสองติดตามไปคุ้มครองไม่นาน สายตาของนางก็พลันสะดุดเข้ากับ ซูกุ้ยเฟยที่ลุกขึ้นจากแท่นประทับ“ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันขอตัวสักครู่”ไป๋หลิงเซี่ยเอ่ยพลางก้าวลุกขึ้น เย
ตอนที่ 19ซูกุ้ยเฟยวังหลวงตำหนักซูกุ้ยเฟยภายในตำหนักที่เงียบสงัด แสงอ่อนยามบ่ายเลื่อนผ่านกระดานหน้าต่าง กลิ่นชาหอมกรุ่นล่องอยู่ในห้อง ซูกุ้ยเฟยนั่งประทับอยู่เบื้องหน้าโต๊ะ กำถ้วยชาใบเล็กในมืออย่างสงบนิ่ง เคียงข้างนางมีขันทีประจำกายยืนอยู่ไม่ห่างครู่ต่อมา องครักษ์ในอาภรณ์สีดำก้าวเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพระนาง เขายกมือขึ้นประสานแน่นโค้งกายอย่างนอบน้อมซูกุ้ยเฟยละสายตาจากถ้วยชาเงยหน้าขึ้นสบตาองครักษ์ พลางวางถ้วยลงเอ่ยด้วยเสียงเรียบ“สำเร็จหรือไม่”องครักษ์ก้มหน้า แล้วส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสริม“เยี่ยนอ๋องเข้ามาแทรก ส่วนอันตัลฮวาทำไม่สำเร็จนางถูกเล่นงานเสียเอง ฆ่าคนกลางหอหมิงเยว่ ตอนนี้เยี่ยนอ๋อง มอบหมายให้องค์ชายห้าสอบสวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ซูกุ้ยเฟยนิ่วพระพักตร์ ถอนหายใจเงียบ ๆ ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ มือเรียวยกถ้วยน้ำชาใบเล็กขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนจะวางลงอีกครั้ง น้ำเสียงเย็นยะเยือก“กำจัดให้สิ้น อย่าให้เกี่ยวพันมาถึงข้า”องครักษ์ประสานมือแน่นค้อมกาย ตอบด้วยความนอบน้อม“พ่ะย่ะค่ะ”แล้วหมุนกายก้าวจากไปทันที ซูกุ้ยเฟยยังคงมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยแววตาเย็นชา
ตอนที่ 18 ลงโทษทันใดนั้น…ในหอหมิงเยว่ เสียงฝีเท้าทหารองครักษ์ดังขึ้นสลับสะท้อนทั่วทั้งโถง พวกเขาเข้าควบคุมสถานการณ์ ไล่แขกเหรื่อออกอย่างเร่งรีบ เหล่าบุรุษหญิงสาวที่เคยโกลาหลต่างถูกผลักดันออกไปจนหมด บรรยากาศพลันอึดอัดด้วยอำนาจและแล้วร่างสูงสง่าก็ปรากฏขึ้น เยี่ยนอ๋องในอาภรณ์ดำปักทอง ก้าวเข้ามาพร้อมองครักษ์สองนาย ตามหลังด้วยขันทีและนางกำนัลผู้หนึ่งเยี่ยนอ๋องก็ก้าวเข้ามาเคียงข้างไป๋หลิงเซี่ย กายสูงใหญ่มั่นคง สายตาคมกริบทอดมองหลี่หรงอี้เพียงชั่วครู่ ก่อนหันไปยังอัลตันฮวาที่นั่งสิ้นท่าอยู่เบื้องล่าง เสียงเรียบเย็นดังขึ้น“คุมตัวนางไปสอบสวน”หลี่หรงอี้รีบยกมือประสานเอ่ยเสียงนอบน้อม“พี่รอง เรื่องนี้… คือ…”เยี่ยนอ๋องเหลือบตามองพระชายาครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ“วันนี้ ข้าได้ยินว่า ซูกุ้ยเฟยเรียกพบชายาของข้า แต่กลับไร้ร่องรอยนาง ภายหลัง รั่วอี้มาแจ้งว่านางถูกลักพาตัวมาที่นี่ โดยขันทีกับนางกำนัลสองคน ตอนนี้ทั้งสองยอมรับแล้วว่าเป็นฝีมืออัลตันฮวาจ้างมา คิดร้ายต่อพระชายาโทษตายสถานเดียว”อัลตันฮวาหน้าซีดเผือด นางรีบคลานไปคว้าชายอาภรณ์หลี่หรงอี้แน่น เอ่ยเสียงร้อนรน“หรงอี้! ฆ่านางสิ ฆ่านางเ
ตอนที่ 9พิสูจน์ดูภายในเรือนรับรองไป๋หลิงเชี่ยเพียงคลี่ยิ้มบาง แล้วเหลือบตาไปมองอัลตันฮวาที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายเขา ใบหน้าเย่อหยิ่งนั้นยิ่งทำให้ดวงตาของนางเย็นชาเฉียบคม ริมฝีปากนางขยับเอื้อนเอ่ยคำหนึ่งออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ“แต่ท่าน… ต้องพิสูจน์ให้ข้าเห็นก่อน”หลี่หรงอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียง
ตอนที่ 8เปลี่ยนไปเรือนรับรองภายในจวนแม่ทัพไป๋สายลมเย็นพัดต้องผ่านสีอ่อนไหวตามแรงลม ภายในเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นชาองค์ชายห้าหลี่หรงอี้ในชุดสีเทาอ่อนนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะกลางเรือนรับรอง มือใหญ่ยกถ้วยชาใบเล็กขึ้นจิบอย่างเยือกเย็น แววตาลุ่มลึก ข้างกายเขามีอัลตันฮวาในชุดสีแดงเข้ม ยืนเคียงข้างด้วยท่าทา
ตอนที่ 7เปลี่ยนชะตาพี่ชายจวนแม่ทัพไป๋รถม้าเคลื่อนที่อย่างแผ่วเบาค่อย ๆ ชะลอลง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนใหญ่ ไป๋หลิงเซี่ยก้าวลงมาจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว รั่วอี้สาวใช้คนสนิทรีบตามลงมาไป๋หลิงเซี่ยก้าวเท้าเข้าสู่ประตูจวน นางหยุดนิ่งทอดมองรอบ ๆ ด้าน ทุกสิ่งยังคงคึกคักดังเดิม บ่าวไพร่วิ่งวุ่นไปมา
“มีอะไร”มู่หวังสูดลมหายใจแผ่ว ก่อนจะตอบออกมาตามตรง“องค์ชายห้า… ถูกพระชายาทำร้ายจนสิ้นสติ แล้วถูกนำไปวางทิ้งไว้ที่ประตูหลัง พ่ะย่ะค่ะ”ปลายนิ้วที่วางอยู่บนโต๊ะชะงักเพียงเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง เขาเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“องค์ชายห้ามาร่วมดื่มสุรามงคล จนเมาหนักเจ้าก็ช่วยส่งเข







