LOGINตาย… หรือ? แล้วที่ท่านสัญญากับข้าว่าจะแต่งให้ข้าเป็นชายาเพียงคนเดียวของท่าน? เพียงความเข้าใจผิดเล็กน้อย ทำให้นางให้การสนับสนุนเขาและหลงไปในคำหวานของเขา จนถูกหลอกใช้เป็นหมากในเส้นทางแย่งชิงอำนาจในเมืองหลวง เมื่อนางหมดประโยชน์ก็ สังหารอย่างไร้เยื่อใย… แต่วันที่นางถูกสังหาร เหตุใดคนที่มาปกป้องนางถึงเป็นคนที่นางหักหลังเขาได้ล่ะ เหตุใดเขาต้องมาทิ้งชีวิตเพื่อนาง… … แต่เมื่อสวรรค์เมตตาให้นางหวนกลับมาอีกครั้งครานี้ นางจะแก้ไขชะตาของคนที่นางรักและรักนางทั้งสองคน… ส่วนความแค้นที่นางได้รับต้องทวงคืนอย่างสาสม
View Moreตอนที่ 1 เพราะเหตุใด
จวนเยี่ยนอ๋อง (หลี่จวิ้นอวิ๋น) ยามราตรีเงียบงัน สายลมเย็นพัดมากระทบ ร่างบอบบางของ ไป๋หลิงเซี่ย ในอาภรณ์สีฟ้าคราม นางรีบเร่งก้าวเดินอย่างระแวดระวัง สายตากวาดมองซ้ายขวา ก่อนจะมุ่งตรงไปยังประตูด้านหลังของจวน ใต้เงามืด มีชายชุดดำผู้หนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว นางก้าวไปหยุดยืนเบื้องหน้าเขาอย่างไม่ลังเล มือเล็กยื่นห่อผ้าสีดำในมือส่งให้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ “บอก องค์ชายว่าข้าจะกลับไปรอเขาอยู่ที่จวน” “ขอรับ” ชายผู้นั้นค้อมศีรษะรับคำ รีบรับห่อผ้าแนบอก ก่อนจะหมุนกายหายลับไปในความมืด ไป๋หลิงเซี่ยยืนมองแผ่นหลังของเขาเพียงครู่ ร่างบางพลันหมุนตัวเดินจากไปอีกทิศหนึ่งทันที …. หนึ่งเดือนต่อมา ประตูเมืองหลวงเปิดกว้าง เสียงแกร่งก้องสะท้อนไปทั่วทิศ เสียงอันกังวานของขันทีอาวุโสดังสะท้าน “ราชโองการ เยี่ยนอ๋อง คิดคดก่อกบฏ ความผิดประจักษ์ หลักฐานชัดแจ้ง หาแย้งมิได้ โปรดเกล้าฯ ถอดยศศักดิ์ คืนสู่สามัญชน ลงทัณฑ์เนรเทศสู่ชายแดนตลอดชีวิต จบราชโองการ” เสียงกลองศึกโครมครามดังขึ้น ขบวนนักโทษเคลื่อนออกจากประตูเมืองอย่างเชื่องช้า ….. สามวันต่อมา… จวนแม่ทัพไป๋ ยามเว่ย แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้สลัก ลงกระทบกระจกทองเหลืองจนเกิดประกายอ่อน ๆ ไป๋หลิงเซี่ย ในอาภรณ์สีขาว กำลังนั่งแต่งแต้มใบหน้าอย่างบรรจง รอยยิ้มบนดวงหน้าสะท้อนความสุขที่เต็มเปี่ยม แต่แล้ว เสียงฝีเท้าเร่งร้อนก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้อง รั่วอี้ สาวใช้คนสนิทวิ่งเข้ามา ใบหน้าซีดเผือด น้ำเสียงสั่นสะท้านด้วยความตระหนก “คุณหนู! เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ! องค์ชายห้า… กำลังจะสังหาร คุณชายใหญ่!” เพียงสิ้นคำ พู่กันในมือของไป๋หลิงเซี่ยพลันร่วงลงกระแทกพื้นโต๊ะดังขึ้นอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มเมื่อครู่หายไปสิ้น แววตาสั่นไหวด้วยความตกตะลึง นางผุดลุกขึ้นแทบจะทันที หันไปจับจ้องรั่วอี้ที่ยังหอบหายใจแรงด้วยความแตกตื่น แต่ก่อนที่นางจะเอ่ยถาม สายตาก็พลันเหลือบผ่านร่างสาวใช้คนสนิทไปยังลานกว้างของจวน ภาพเบื้องหน้าเต็มไปด้วยทหารหลวงนับไม่ถ้วนกำลังกรูกันเข้ามา เสียงตะโกนโหวกเหวกดังสนั่น บ่าวไพร่แตกตื่นวิ่งหนี บางถูกจับกุม บ้างล้มลุกคลุกคลาน ความวุ่นวายปั่นป่วนราวพายุโหมกระหน่ำ ใจของนางร่วงวูบลงสู่ห้วงเหว เสียงแทบขาดหายขณะเอ่ยถาม “ตอนนี้… พี่ข้าอยู่ที่ใด” รั่วอี้ตอบทั้งยังหอบหายใจ “หน้าเรือนใหญ่เจ้าค่ะ!” ไม่ทันสิ้นคำ ไป๋หลิงเซี่ยก็เร่งก้าวออกไปโดยไม่รีรอ ร่างบางกวัดก้าวเร่งรุดราวสายลม รั่วอี้รีบหมุนกายตามคุณหนูไปในทันที ทั้งสองมุ่งตรงไปยังเรือนใหญ่ในจวนทันที ไป๋หลิงเซี่ยวิ่งมาหยุดอยู่ริมสระน้ำ สองตาสะท้อนภาพหน้าลานเรือนใหญ่ที่กำลังวุ่นวาย นางยืนตัวสั่นด้วยความงุนงงและหวาดหวั่น ครั้นสายตาเหลือบไปเห็นบุรุษผู้เป็นพี่ชาย หัวใจนางก็ราวถูกฉีกทึ้ง “พี่ใหญ่!!” เสียงของนางแหลมพร่าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ร่างสูงใหญ่ของ ไป๋จื่อหานที่กำลังคุกเข่าจมลงกลางลานเรือน เลือดไหลนองอาภรณ์สีฟ้าคราม ลูกธนูสามดอกปักเข้ากลางอกเขา เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นตามเสียง แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย ยามที่ทอดมองมาทางนาง ข้างกายเขามีทหารหลวงสี่นายยืนคุมเชิง และถัดไปคือ องค์ชายห้า หลี่หรงอี้ ผู้ที่เคยบอกว่ารักนางอย่างจริงใจ แต่บัดนี้กลับยืนเคียงข้างกับ สตรีเชลยศึกจากแดนทุ่งหญ้า อัลตันฮวา ทั้งสองต่างหันตามเสียงนางในทันที ….ตอนที่ 23หลี่หรงอี้กระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋องภายในเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดผืนผ้าใบกระโจมดังแผ่วเบา กลิ่นยาสมุนไพรรอยอบอวลหมอหลวงลอบถอนหายใจ ก่อนก้าวถอยออกห่างจากร่างอันไร้สติของไป๋หลิงเซี่ย ใบหน้าซีดขาวประหนึ่งไร้โลหิต เยี่ยนอ๋องก้าวเข้ามานั่งแนบข้าง กวาดตามองด้วยดวงตาร้อนรุ่มไม่ต่างจากเพลิงสุม“นางเป็นอย่างไรบ้าง ท่านหมอ”เสียงทุ้มต่ำกังวานสั่นสะเทือนหมอหลวงประสานมือโค้งกาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“พระชายาถูกพิษ หยิงหยางหู่ พิษนี้เป็นพิษเก่าแก่ที่มีถิ่นกำเนิดในแดนทุ่งหญ้า ตอนนี้กระหม่อมได้แต่เพียงให้ยาสกัดชั่วคราวเท่านั้น และยังต้องกลับไปศึกษาตำราเพื่อปรุงยาถอนพิษ พ่ะย่ะค่ะ”เยี่ยนอ๋องกำมือแน่น เส้นเลือดปูดพาดหลังมือ พลันพยักหน้าช้า ๆ“เช่นนั้น กระหม่อมขอตัวไปศึกษาตำราเพิ่มเพื่อปรุงยาถอนพิษก่อน พ่ะย่ะค่ะ”“อืม”เยี่ยนอ๋องตอบเพียงสั้น ๆ มิได้เหลียวมอง หากยังตรึงสายตาไว้บนร่างที่นอนแน่นิ่งหลังจากได้คำตอบ หมอหลวงถอยกายออกจากกระโจมทันทีเยี่ยนอ๋องค่อย ๆ เอื้อมมือใหญ่แตะแก้มขาวซีดของนาง ริมฝีปากหยักเอื้อนเอ่ยแผ่วพร่า“เจ้าจะต้องฟื้น…”ดวงตาคมเข้มวาววับด้วยความเจ็บปวดใจ….สองวันต่อ
ตอนที่22กรรมสนองลานพักกลางหุบเขาหลินซุนแสงอัสดงทอดผ่านแนวยอดไม้ลงมาตกกระทบพื้นหญ้า ภายในลานกว้างกลางหุบเขาที่ถูกจัดเป็นแห่งพักอาศัยสำหรับงานล่าสัตว์ประจำปี ผู้คนภายในลานกว้างวุ่นวายมิรู้หยุด เสียงฝีเท้าและเสียงสั่งการดังระงมไปทั่วซูกุ้ยเฟยก้าวออกมาพร้อมขันทีข้างกาย สายตาคมทอดมองไปยังความโกลาหลหน้ากระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋อง ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง แววตาฉายความพึงพอใจอย่างชัดเจนไม่นาน องค์รัชทายาทน้อยเสด็จมาพร้อมขันทีประจำกาย ครั้นก้าวผ่านหน้าพระสนมซูกุ้ยเฟย พระนางก็รีบปรับสีหน้าย่อกายลงอย่างนอบน้อมถวายคำนับ“องค์รัชทายาท”องค์รัชทายาทหยุดฝีเท้าเล็กน้อย ดวงเนตรทอดมองนาง เอื้อนเอ่ยด้วยสุรเสียงเรียบ“สนมซู พี่ห้ากลับมาหรือยัง”ซูกุ้ยเฟยยกยิ้มบาง แววตาอ่อนโยน ปรากฏท่าทีอ่อนน้อม ส่ายหน้าช้า ๆ“ยังเพคะ คาดว่าคงกำลังล่าสัตว์อยู่ รายนั้นเขาโปรดปรานนักในการล่าสัตว์ใหญ่ จึงอาจช้าหน่อยเพคะ”รัชทายาทน้อยพยักพระพักตร์เบา ๆ ริมพระโอษฐ์คลี่ยิ้มบาง“อืม… พี่ห้าเก่งกาจ เขาต้องล่าหมีป่ากลับมาได้แน่”ถ้อยคำนั้นทำให้ซูกุ้ยเฟยถึงกับขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยความฉงน“หมีป่าหรือเพคะ”รัชทายาทเผยรอยยิ้มสดใส“ใช่ ข้าพ
ตอนที่21มือสังหารแสงแดดสาดส่องลงมากระทบร่างกวางน้อยตัวหนึ่ง ร่างเล็กพลันวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆทันใดนั้น เสียงลูกธนูแหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามาอย่างฉับพลัน“มีมือสังหาร! คุ้มกันองค์รัชทายาท”เสียงเข้มของเยี่ยนอ๋องดังสะท้อนก้องไปทั่วป่า แววตาคมกริบฉายความเย็นยะเยือก กวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวังไป๋หลิงเซี่ยรีบวิ่งหลบหลังต้นไม้ใหญ่ ขณะเดียวกัน ไป๋จื่อหานคว้าข้อมือเล็กขององค์รัชทายาทน้อยวิ่งเข้ามาหานาง ก่อนยืนคุ้มกันทั้งสองไว้เสียงฝีเท้าพุ่งพรวด มือสังหารในชุดดำราวสิบร่างโถมออกมาจากเงาไม้ คมอาวุธวาววับในแสงแดด เหล่าทหารองครักษ์ไม่รอช้า ต่างชักดาบขึ้นปะทะ เสียงเหล็กกระทบกันดังสะท้านเยี่ยนอ๋องพลิกกายวิ่งไว ชักกระบี่ตรงเข้าฟาดฟัน มือสังหารล้มลงพร้อมเสียงครวญครางภายในเพียงชั่วอึดใจ“ถอย! รีบถอย!!”เงาร่างดำผู้หนึ่งส่งเรียกเข้ม ก่อนร่างในชุดดำที่ยังเหลืออยู่ผละออกหายวับไปในเงาไม้ใหญ่เยี่ยนอ๋องทอดสายคมมองตามเงาหลังของมือสังหาร ก่อนจะหมุนกายก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าองค์รัชทายาทน้อย เปล่งเสียงหนักแน่น“องค์รัชทายาท พ่ะย่ะค่ะ ขณะนี้มิอาจประมาทต้องเสด็จกลับเดี๋ยวนี้”องค์
ตอนที่ 20งานล่าสัตว์ณ หุบเขาหลินซุนงานล่าสัตว์ประจำปีกลางลานกว้าง ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จขึ้นประทับพระที่นั่งอย่างสง่างาม เหล่าบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างประสานมือโค้งกายต่ำอย่างนอบน้อมเมื่อทุกผู้คนนั่งลงหมด ขันทีอาวุโสผู้หนึ่งก็ก้าวออกมากลางลานกว้าง ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม“บัดนี้ได้เวลาแล้ว เชิญทุกท่านเข้าร่วมการล่าสัตว์ประจำปีได้ ณบัดนี้ โดยจะใช้เวลาหนึ่งก้านธูป”สิ้นเสียงขันที เสียงโห่ร้องปรบมือ และเสียงหัวเราะก็พลันดังก้องทั่วลานกลางหุบเขา เหล่าขุนนางและบรรดาอ๋อง องค์ชายทั้งหลายลุกขึ้นประสานมือโค้งคำนับ ก่อนจะทยอยเคลื่อนตัวออกไปตามเส้นทางป่า เตรียมพร้อมสำหรับการล่าสัตว์ไป๋หลิงเซี่ยนั่งเคียงข้างเยี่ยนอ๋อง มือเรียวยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด เพราะชาติที่แล้ว นางจำได้ชัดเจนว่า เยี่ยนอ๋องกับพี่ชายนางหาได้ออกไปล่าสัตว์ หากแต่เพราะองค์รัชทายาทน้อยวัยเพียงสิบสองขวบดื้อรั้นขอออกไป ฝ่าบาทจึงโปรดให้ทั้งสองติดตามไปคุ้มครองไม่นาน สายตาของนางก็พลันสะดุดเข้ากับ ซูกุ้ยเฟยที่ลุกขึ้นจากแท่นประทับ“ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันขอตัวสักครู่”ไป๋หลิงเซี่ยเอ่ยพลางก้าวลุกขึ้น เย











