로그인ตาย… หรือ? แล้วที่ท่านสัญญากับข้าว่าจะแต่งให้ข้าเป็นชายาเพียงคนเดียวของท่าน? เพียงความเข้าใจผิดเล็กน้อย ทำให้นางให้การสนับสนุนเขาและหลงไปในคำหวานของเขา จนถูกหลอกใช้เป็นหมากในเส้นทางแย่งชิงอำนาจในเมืองหลวง เมื่อนางหมดประโยชน์ก็ สังหารอย่างไร้เยื่อใย… แต่วันที่นางถูกสังหาร เหตุใดคนที่มาปกป้องนางถึงเป็นคนที่นางหักหลังเขาได้ล่ะ เหตุใดเขาต้องมาทิ้งชีวิตเพื่อนาง… … แต่เมื่อสวรรค์เมตตาให้นางหวนกลับมาอีกครั้งครานี้ นางจะแก้ไขชะตาของคนที่นางรักและรักนางทั้งสองคน… ส่วนความแค้นที่นางได้รับต้องทวงคืนอย่างสาสม
더 보기ตอนที่ 23หลี่หรงอี้กระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋องภายในเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดผืนผ้าใบกระโจมดังแผ่วเบา กลิ่นยาสมุนไพรรอยอบอวลหมอหลวงลอบถอนหายใจ ก่อนก้าวถอยออกห่างจากร่างอันไร้สติของไป๋หลิงเซี่ย ใบหน้าซีดขาวประหนึ่งไร้โลหิต เยี่ยนอ๋องก้าวเข้ามานั่งแนบข้าง กวาดตามองด้วยดวงตาร้อนรุ่มไม่ต่างจากเพลิงสุม“นางเป็นอย่างไรบ้าง ท่านหมอ”เสียงทุ้มต่ำกังวานสั่นสะเทือนหมอหลวงประสานมือโค้งกาย เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“พระชายาถูกพิษ หยิงหยางหู่ พิษนี้เป็นพิษเก่าแก่ที่มีถิ่นกำเนิดในแดนทุ่งหญ้า ตอนนี้กระหม่อมได้แต่เพียงให้ยาสกัดชั่วคราวเท่านั้น และยังต้องกลับไปศึกษาตำราเพื่อปรุงยาถอนพิษ พ่ะย่ะค่ะ”เยี่ยนอ๋องกำมือแน่น เส้นเลือดปูดพาดหลังมือ พลันพยักหน้าช้า ๆ“เช่นนั้น กระหม่อมขอตัวไปศึกษาตำราเพิ่มเพื่อปรุงยาถอนพิษก่อน พ่ะย่ะค่ะ”“อืม”เยี่ยนอ๋องตอบเพียงสั้น ๆ มิได้เหลียวมอง หากยังตรึงสายตาไว้บนร่างที่นอนแน่นิ่งหลังจากได้คำตอบ หมอหลวงถอยกายออกจากกระโจมทันทีเยี่ยนอ๋องค่อย ๆ เอื้อมมือใหญ่แตะแก้มขาวซีดของนาง ริมฝีปากหยักเอื้อนเอ่ยแผ่วพร่า“เจ้าจะต้องฟื้น…”ดวงตาคมเข้มวาววับด้วยความเจ็บปวดใจ….สองวันต่อ
ตอนที่22กรรมสนองลานพักกลางหุบเขาหลินซุนแสงอัสดงทอดผ่านแนวยอดไม้ลงมาตกกระทบพื้นหญ้า ภายในลานกว้างกลางหุบเขาที่ถูกจัดเป็นแห่งพักอาศัยสำหรับงานล่าสัตว์ประจำปี ผู้คนภายในลานกว้างวุ่นวายมิรู้หยุด เสียงฝีเท้าและเสียงสั่งการดังระงมไปทั่วซูกุ้ยเฟยก้าวออกมาพร้อมขันทีข้างกาย สายตาคมทอดมองไปยังความโกลาหลหน้ากระโจมใหญ่ของเยี่ยนอ๋อง ริมฝีปากเผยรอยยิ้มบาง แววตาฉายความพึงพอใจอย่างชัดเจนไม่นาน องค์รัชทายาทน้อยเสด็จมาพร้อมขันทีประจำกาย ครั้นก้าวผ่านหน้าพระสนมซูกุ้ยเฟย พระนางก็รีบปรับสีหน้าย่อกายลงอย่างนอบน้อมถวายคำนับ“องค์รัชทายาท”องค์รัชทายาทหยุดฝีเท้าเล็กน้อย ดวงเนตรทอดมองนาง เอื้อนเอ่ยด้วยสุรเสียงเรียบ“สนมซู พี่ห้ากลับมาหรือยัง”ซูกุ้ยเฟยยกยิ้มบาง แววตาอ่อนโยน ปรากฏท่าทีอ่อนน้อม ส่ายหน้าช้า ๆ“ยังเพคะ คาดว่าคงกำลังล่าสัตว์อยู่ รายนั้นเขาโปรดปรานนักในการล่าสัตว์ใหญ่ จึงอาจช้าหน่อยเพคะ”รัชทายาทน้อยพยักพระพักตร์เบา ๆ ริมพระโอษฐ์คลี่ยิ้มบาง“อืม… พี่ห้าเก่งกาจ เขาต้องล่าหมีป่ากลับมาได้แน่”ถ้อยคำนั้นทำให้ซูกุ้ยเฟยถึงกับขมวดคิ้วเอ่ยถามด้วยความฉงน“หมีป่าหรือเพคะ”รัชทายาทเผยรอยยิ้มสดใส“ใช่ ข้าพ
ตอนที่21มือสังหารแสงแดดสาดส่องลงมากระทบร่างกวางน้อยตัวหนึ่ง ร่างเล็กพลันวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆทันใดนั้น เสียงลูกธนูแหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามาอย่างฉับพลัน“มีมือสังหาร! คุ้มกันองค์รัชทายาท”เสียงเข้มของเยี่ยนอ๋องดังสะท้อนก้องไปทั่วป่า แววตาคมกริบฉายความเย็นยะเยือก กวาดมองรอบด้านอย่างระแวดระวังไป๋หลิงเซี่ยรีบวิ่งหลบหลังต้นไม้ใหญ่ ขณะเดียวกัน ไป๋จื่อหานคว้าข้อมือเล็กขององค์รัชทายาทน้อยวิ่งเข้ามาหานาง ก่อนยืนคุ้มกันทั้งสองไว้เสียงฝีเท้าพุ่งพรวด มือสังหารในชุดดำราวสิบร่างโถมออกมาจากเงาไม้ คมอาวุธวาววับในแสงแดด เหล่าทหารองครักษ์ไม่รอช้า ต่างชักดาบขึ้นปะทะ เสียงเหล็กกระทบกันดังสะท้านเยี่ยนอ๋องพลิกกายวิ่งไว ชักกระบี่ตรงเข้าฟาดฟัน มือสังหารล้มลงพร้อมเสียงครวญครางภายในเพียงชั่วอึดใจ“ถอย! รีบถอย!!”เงาร่างดำผู้หนึ่งส่งเรียกเข้ม ก่อนร่างในชุดดำที่ยังเหลืออยู่ผละออกหายวับไปในเงาไม้ใหญ่เยี่ยนอ๋องทอดสายคมมองตามเงาหลังของมือสังหาร ก่อนจะหมุนกายก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าองค์รัชทายาทน้อย เปล่งเสียงหนักแน่น“องค์รัชทายาท พ่ะย่ะค่ะ ขณะนี้มิอาจประมาทต้องเสด็จกลับเดี๋ยวนี้”องค์
ตอนที่ 20งานล่าสัตว์ณ หุบเขาหลินซุนงานล่าสัตว์ประจำปีกลางลานกว้าง ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จขึ้นประทับพระที่นั่งอย่างสง่างาม เหล่าบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างประสานมือโค้งกายต่ำอย่างนอบน้อมเมื่อทุกผู้คนนั่งลงหมด ขันทีอาวุโสผู้หนึ่งก็ก้าวออกมากลางลานกว้าง ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม“บัดนี้ได้เวลาแล้ว เชิญทุกท่านเข้าร่วมการล่าสัตว์ประจำปีได้ ณบัดนี้ โดยจะใช้เวลาหนึ่งก้านธูป”สิ้นเสียงขันที เสียงโห่ร้องปรบมือ และเสียงหัวเราะก็พลันดังก้องทั่วลานกลางหุบเขา เหล่าขุนนางและบรรดาอ๋อง องค์ชายทั้งหลายลุกขึ้นประสานมือโค้งคำนับ ก่อนจะทยอยเคลื่อนตัวออกไปตามเส้นทางป่า เตรียมพร้อมสำหรับการล่าสัตว์ไป๋หลิงเซี่ยนั่งเคียงข้างเยี่ยนอ๋อง มือเรียวยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความครุ่นคิด เพราะชาติที่แล้ว นางจำได้ชัดเจนว่า เยี่ยนอ๋องกับพี่ชายนางหาได้ออกไปล่าสัตว์ หากแต่เพราะองค์รัชทายาทน้อยวัยเพียงสิบสองขวบดื้อรั้นขอออกไป ฝ่าบาทจึงโปรดให้ทั้งสองติดตามไปคุ้มครองไม่นาน สายตาของนางก็พลันสะดุดเข้ากับ ซูกุ้ยเฟยที่ลุกขึ้นจากแท่นประทับ“ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันขอตัวสักครู่”ไป๋หลิงเซี่ยเอ่ยพลางก้าวลุกขึ้น เย
ตอนที่ 9พิสูจน์ดูภายในเรือนรับรองไป๋หลิงเชี่ยเพียงคลี่ยิ้มบาง แล้วเหลือบตาไปมองอัลตันฮวาที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างกายเขา ใบหน้าเย่อหยิ่งนั้นยิ่งทำให้ดวงตาของนางเย็นชาเฉียบคม ริมฝีปากนางขยับเอื้อนเอ่ยคำหนึ่งออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ“แต่ท่าน… ต้องพิสูจน์ให้ข้าเห็นก่อน”หลี่หรงอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียง
ตอนที่ 8เปลี่ยนไปเรือนรับรองภายในจวนแม่ทัพไป๋สายลมเย็นพัดต้องผ่านสีอ่อนไหวตามแรงลม ภายในเรือนอบอวลไปด้วยกลิ่นชาองค์ชายห้าหลี่หรงอี้ในชุดสีเทาอ่อนนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะกลางเรือนรับรอง มือใหญ่ยกถ้วยชาใบเล็กขึ้นจิบอย่างเยือกเย็น แววตาลุ่มลึก ข้างกายเขามีอัลตันฮวาในชุดสีแดงเข้ม ยืนเคียงข้างด้วยท่าทา
ตอนที่ 7เปลี่ยนชะตาพี่ชายจวนแม่ทัพไป๋รถม้าเคลื่อนที่อย่างแผ่วเบาค่อย ๆ ชะลอลง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนใหญ่ ไป๋หลิงเซี่ยก้าวลงมาจากรถม้าอย่างคล่องแคล่ว รั่วอี้สาวใช้คนสนิทรีบตามลงมาไป๋หลิงเซี่ยก้าวเท้าเข้าสู่ประตูจวน นางหยุดนิ่งทอดมองรอบ ๆ ด้าน ทุกสิ่งยังคงคึกคักดังเดิม บ่าวไพร่วิ่งวุ่นไปมา
ตอนที่6ข้าชอบน้ำแกงอุ่นจวนเยี่ยนอ๋องแสงอรุณยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา สาดกระทบเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองตรงหน้า ไป๋หลิงเซี่ยนางทอดสายตาพินิจพิจารณาใบหน้าของตน พลันคำพูดของอัลตันฮวา ดังแว่วขึ้นในโสตประสาท“เข้าเพียงหลอกใช้ความงามของเจ้า”ริมฝีปากอิ่มขยับยกยิ้มบาง พลางพึมพำเสียงนุ่มนวล











