Masuk“หม่อมฉันไป๋ลี่หลิน ถวายพระพรฉินอ๋องเพคะ เมื่อครู่เสียมารยาท ขอท่านอ๋องโปรดอภัย”
“เมื่อครู่ยังข้ากับท่านอยู่เลย”
“ตอนนั้นหม่อมฉันยังไม่รู้”
“ตอนนี้รู้แล้วจึงกลัว”
หลี่หลินคิดเล็กน้อย “เกรงใจมากขึ้นเพคะ”
“ไม่กลัวหรือ”
นางสบตาเขา
“ถ้าท่านอ๋องคิดจะฆ่าหม่อมฉันจริง คงไม่เสียเวลาถามมาหลายประโยคแล้วเพคะ”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วครู่ ก่อนฉินมู่หยวนจะหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“ปากกล้าดีนี่”
“หม่อมฉันถือว่าเป็นคำชม”
“ข้าไม่ได้ชม”
“เช่นนั้นหม่อมฉันจะคิดเสียว่าไม่ได้ยิน”
คราวนี้ดวงตาของฉินมู่หยวนปรากฏแววประหลาดใจชัดขึ้น
สตรีตรงหน้าผอมบาง ใบหน้าซีดจนเห็นได้ชัดว่าป่วยหนักมาไม่นาน แต่กลับมีสติครบถ้วนแม้กำลังถูกตามล่า มิหนำซ้ำยังกล้าต่อปากต่อคำกับเขา
ไม่เหมือนข่าวที่เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับคุณหนูรองตระกูลไป๋เลยสักนิด
เสียงชุ่ยฮวาดังขึ้นด้านนอก
“พวกข้ากำลังตามหาคนจากจวน ขอค้นรถม้าคันนี้หน่อย”
หลี่หลินหันขวับไปทางประตู จากนั้นก็ได้ยินเสียงเย็นชาขององครักษ์
“บังอาจ!”
ด้านนอกเงียบลงทันที
“รู้หรือไม่ว่านี่คือรถม้าของผู้ใด”
ไม่มีเสียงตอบ ไม่นานเสียงชุ่ยฮวาก็เปลี่ยนเป็นลนลาน “บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ ขออภัย พวกบ่าวจะไปเดี๋ยวนี้”
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป หลี่หลินผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง”
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไร”
“แค่ไม่โยนหม่อมฉันออกไปก็ถือว่าช่วยแล้วเพคะ”
ฉินมู่หยวนมองนาง “คนของจวนตระกูลไป๋ตามจับคุณหนูรองตระกูลไป๋ เพราะเหตุใดกัน”
หลี่หลินชะงัก
“เรื่องในครอบครัวเพคะ”
“เรื่องในครอบครัวถึงขั้นต้องแต่งเป็นบุรุษหนีออกมากลางค่ำกลางคืน”
“ครอบครัวบางบ้านรักกันไม่เหมือนครอบครัวทั่วไปเพคะ”
“แล้วเจ้ากำลังจะไปไหน” คำถามนั้นทำให้นางระวังตัวขึ้นทันที ฉินมู่หยวนสังเกตเห็น
“ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ”
“ไปพบคนผู้หนึ่งเพคะ”
“ผู้ใด”
“ท่านอ๋องเพิ่งบอกว่าไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ”
ฉินมู่หยวนเงียบ หลี่หลินยิ้มบาง
“หม่อมฉันจึงเลือกไม่ตอบเพคะ”
“เจ้าช่างกล้าใช้คำพูดยอกย้อนกับข้า”
“หม่อมฉันขออภัยเพคะ”
ฉินมู่หยวนมองนางนิ่ง ก่อนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ
“เฟิงอี้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ออกรถ”
หลี่หลินเบิกตา “ท่านอ๋องจะไปไหนเพคะ”
“รถม้าของข้า ข้าต้องรายงานเจ้าด้วยหรือ”
“ไม่ต้องเพคะ แต่หม่อมฉันต้องไปทางตะวันตก”
“แล้ว”
“หากท่านอ๋องไปทางตะวันออก หม่อมฉันคงลำบาก”
มุมปากฉินมู่หยวนยกขึ้นน้อย ๆ
“เมื่อครู่ยังขอเพียงหลบชั่วคราว ตอนนี้เริ่มเลือกเส้นทางให้รถม้าข้าแล้วหรือ”
“หม่อมฉันเพียงเจรจา”
“นี่เรียกว่าเจรจา” สีหน้ากวน ๆ ของเขาทำให้นางแอบด่าในใจ
“เป็นความสามารถเลี้ยงชีพเพคะ” คำตอบประหลาดทำให้เขามองนางอีกครั้ง
ฉินมู่หยวนจึงถาม “ฝั่งตะวันตกที่ใด”
“ตลาดตะวันตกเพคะ”
เขาเคาะผนังรถม้าสองครั้ง
“เฟิงอี้ ผ่านตลาดตะวันตก”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลี่หลินกะพริบตา ไม่คิดว่าเขาจะยอมง่ายถึงเพียงนี้
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง”
“ข้าจะจำหนี้ที่เจ้าพูดไว้”
“หม่อมฉันก็จะจำเพคะ”
รถม้าเคลื่อนตัวไปตามถนนอย่างนุ่มนวล หลี่หลินนั่งเงียบลง คราวนี้เพิ่งรู้ตัวว่าฝ่ามือเย็นเฉียบไปหมด
เมื่อความตื่นเต้นจากการหลบหนีลดลง ความอ่อนเพลียก็กลับมาเล่นงานอีกครั้ง
ฉินมู่หยวนมองใบหน้าซีดของนาง
“เจ้าป่วย”
“ใกล้หายแล้วเพคะ”
“โกหก”
“ยังไม่ตายก็ถือว่าใกล้หาย”
เขาขมวดคิ้ว “ใครสอนเจ้าให้พูดเช่นนี้”
“ชีวิตเพคะ” คำตอบสั้น ๆ ทำให้ฉินมู่หยวนไม่ถามต่อ
ไม่นานรถม้าก็หยุดลงบริเวณใกล้ตลาดตะวันตก
หลี่หลินรีบลุก แต่เพียงยืนขึ้นก็หน้ามืดจนต้องจับผนังรถ
ฉินมู่หยวนมองอย่างไม่แสดงอารมณ์
“สภาพเช่นนี้ยังกล้าหนีออกจากจวน”
“หากรอให้แข็งแรงกว่านี้ เกรงว่าคงไม่มีโอกาสได้ออกมาแล้วเพคะ” นางประสานมือคารวะ
“คืนนี้ขอบพระทัยท่านอ๋อง หนี้บุญคุณครั้งนี้หม่อมฉันจะจำเอาไว้”
“ไป๋ลี่หลิน”
“เพคะ”
“อย่าตายก่อนใช้หนี้”
นางชะงัก ก่อนยิ้มออกมา
“หม่อมฉันหวงชีวิตมากเพคะ” นางตอบแล้วจึงลงจากรถม้าไป
ฉินมู่หยวนมองร่างบางในชุดบุรุษค่อย ๆ เดินหายเข้าไปในตรอก
เฟิงอี้ขยับเข้ามาใกล้
“ท่านอ๋อง จะให้กระหม่อมส่งคนตามนางหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้อง” ฉินมู่หยวนตอบ ก่อนหยุดเล็กน้อย
“แต่ให้คนตรวจดูว่าคืนนี้คนของจวนไป๋กำลังทำอะไร”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ม่านรถม้าถูกปล่อยลง ทว่าใบหน้าของสตรีปากกล้าผู้นั้นยังคงติดอยู่ในความคิดของฉินมู่หยวนอย่างประหลาด
อีกด้านหนึ่ง หลี่หลินเดินตามความทรงจำของเจ้าของร่างจนมาถึงร้านค้าเล็ก ๆ หลังหนึ่งตรงปลายถนน
ป้ายไม้เหนือประตู เก่าจนสีซีด ร้านปิดแล้ว แต่ด้านหลังยังมีแสงโคมลอดออกมา
นางเคาะประตูสามครั้ง เงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงมีเสียงชายสูงวัยดังจากด้านใน
“ผู้ใด”
“ข้ามาหาผู้ดูแลเต๋อ”
เสียงด้านในเงียบไป
“ผู้ใดส่งเจ้ามา”
หลี่หลินคิดถึงคำพูดที่อยู่ในความทรงจำ
“ดอกเหมยผลิบานแล้ว แต่เจ้าของสวนไม่อยู่ ผู้เฝ้าสวนยังรักษารากเดิมหรือไม่”
ทันใดนั้นเสียงกลอนประตูก็ดังขึ้น
ประตูเปิดออก ชายสูงวัยผมสีดอกเลายืนอยู่ด้านใน เมื่อแสงโคมส่องถึงใบหน้าของหลี่หลิน ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
“คุณหนูรอง” น้ำเสียงนั้นสั่นเครือ
หลี่หลินยกมือขึ้น “เข้าไปพูดข้างในก่อน”
ผู้ดูแลเต๋อรีบเปิดทาง เมื่อประตูปิดลง เขาหันกลับมามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“คุณหนู เหตุใดท่านจึงมีสภาพเช่นนี้ ข้าได้ยินว่าท่านป่วยหนัก”
“ข้าเกือบตาย”
ผู้ดูแลเต๋อหน้าซีด
“หมายความว่าอย่างไรขอรับ”
ฉินมู่หยวนหันมามองนาง“แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ ข้าก็จะเปิดประตูรถม้าให้เจ้าอีกครั้ง” รอยยิ้มของลี่หลินค่อย ๆ อ่อนลง“แม้รู้ว่าจะวุ่นวายขนาดนี้หรือเพคะ”“อืม...”“เกือบถูกลอบฆ่า”“อืม...”“ถูกยิงด้วยธนู”“อืม...”“ต้องตามบัญชีจนแทบไม่ได้นอน”“อืม...”“ต้องแต่งกับสตรีที่ชอบเถียงท่าน”ฉินมู่หยวนยกมุมปาก“ข้อนี้หนักที่สุด” ลี่หลินตีแขนเขาเบา ๆ“ท่านอ๋อง” เขาจับมือนางไว้“แต่ก็เลือกเหมือนเดิม”ลี่หลินมองมือที่ถูกกุม ครั้งหนึ่งนางเคยคิดว่าตนเพียงบังเอิญหลุดเข้ามาอยู่ในโลกที่ไม่ใช่ของตัวเองร่างนี้ไม่ใช่ร่างเดิม ยุคสมัยไม่ใช่ยุคของนาง ผู้คนรอบตัวล้วนเป็นคนแปลกหน้า ตอนนั้นสิ่งเดียวที่นางต้องการคือมีชีวิตอยู่ไม่ถูกบังคับแต่งงานไม่ถูกแย่งทรัพย์ของมารดาและมีเงินพอจะดูแลตัวเองแต่จากความต้องการเรียบง่ายเหล่านั้น นางกลับเดินมาไกลเหลือเกินจากบัญชีสินเดิมของมารดาไปสู่หอชิมรสสำราญจากความผิดปกติของราคาข้าวและเกลือไปสู่ตราสามแฉกคลังเสบียง เส้นทางเงิน อาวุธ กองกำลังลับ และการก่อกบฏสุดท้ายสิ่งที่นางได้กลับมาไม่ใช่เพียงทรัพย์สินหรือความมั่นคง แต่เป็นชีวิตที่นางสามารถเลือกได้ด้วยตนเองลี่หลินเงยหน้ามอ
“ท่านอุ้มมานานแล้ว”“ข้าอุ้มได้”“หม่อมฉันเป็นแม่นะเพคะ”“ข้าก็เป็นพ่อ” ลี่หลินหรี่ตา“ท่านกำลังแย่งลูกกับหม่อมฉันหรือ”“เปล่า”“ชัด ๆ” ฉินมู่หยวนมองเด็กน้อยในอ้อมแขน“เขาหลับอยู่”“แล้ว”“ถ้าเปลี่ยนคนอุ้มอาจตื่น” ลี่หลินเกือบหลุดหัวเราะตั้งแต่ลูกเกิด ฉินมู่หยวนก็เปลี่ยนไปมาก ตอนแรกเขาไม่กล้าแม้แต่จะอุ้ม มือที่จับกระบี่ได้มั่นคงกลับแข็งทื่อเมื่อรับทารกตัวน้อยเป็นครั้งแรก แต่หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนพระโอรสน้อยแทบกลายเป็นของรักที่เขาไม่ยอมปล่อยจากมือบางคืนลูกตื่นร้อง ฉินมู่หยวนกลับเป็นคนลุกก่อนนางเสียอีกหากวันใดต้องเข้าวังแต่เช้า เขาจะเข้าไปดูลูกก่อนออกจากตำหนัก และเมื่อกลับมา สิ่งแรกที่ถามไม่ใช่อาหารหรือเอกสาร แต่เป็น…“วันนี้ลูกเป็นอย่างไร”จนลี่หลินเคยถามว่า“แล้วภรรยาท่านเล่าเพคะ” คำตอบของเขาคือ“ข้ากำลังยืนมองเจ้าอยู่” นางเถียงไม่ออกไปครึ่งวันหลังตรวจร้านเสร็จ ทั้งสองไม่ได้กลับตำหนักทันทีฉินมู่หยวนพาลี่หลินออกไปยังถนนสายการค้าทางตะวันตกสถานที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในช่วงก่อกบฏ แต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนร้านค้าหลายแห่งได้รับการซ่อมแซม จุดพักเกวียนเปิ
“ขอเพียงแข็งแรง” ลี่หลินยิ้ม“เพคะ”“และเจ้าแข็งแรง”“หม่อมฉันก็จะแข็งแรง”ฉินมู่หยวนมองนาง“สัญญา”“เรื่องนี้สัญญาไม่ได้ทั้งหมดหรอกเพคะ”คิ้วของเขาขมวดทันที ลี่หลินจึงรีบกล่าวต่อ“แต่หม่อมฉันสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”สีหน้าเขาจึงผ่อนลง“อืม...” ลี่หลินเอนศีรษะลงบนไหล่กว้างพระอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ลับแนวหลังคา นางมองเมืองหลวงที่สงบอยู่ไกลออกไปแคว้นต้าเซียวผ่านการก่อกบฏมาแล้ว ตลาดกลับมาคึกคักหอการค้ากำลังเริ่มต้น ผู้คนกลับไปใช้ชีวิตของตนเอง ส่วนชีวิตของนางก็กำลังเริ่มต้นบทใหม่เช่นกันครั้งหนึ่งนางข้ามภพมาโดยไม่มีสิ่งใดติดตัว นอกจากความทรงจำและความรู้จากโลกเดิมวันนี้นางมีร้านที่สร้างขึ้นด้วยสองมือมีผู้คนที่เชื่อใจ มีหน้าที่ซึ่งนางเลือกทำด้วยตนเองมีบุรุษคนหนึ่งที่ไม่เคยขอให้นางทิ้งความเป็นตัวเองเพื่อเป็นภรรยาของเขาและในอีกไม่กี่เดือน พวกเขาจะมีลูกด้วยกัน ลี่หลินยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว“ท่านอ๋อง”“ว่า”“หม่อมฉันคิดว่าตัวเองโชคดีนะเพคะ”“เพราะมีข้าหรือ” นางเงยหน้ามอง“ท่านนี่ไม่ถ่อมตัวเลย”“แล้วไม่ใช่หรือ”ลี่หลินแกล้งคิดอยู่นานก่อนตอบ“ส่วนหนึ่งเพคะ”“ส่วนที่เหลือ”“เพราะหม่อม
ลี่หลินมองสามี“ยังไม่หายตกใจอีกหรือเพคะ”ฉินมู่หยวนหันมาหานาง“ลี่หลิน”“เพคะ”“เรามีลูกแล้ว”นางยิ้ม“เพคะ”เขาพูดเหมือนเพิ่งเข้าใจความหมายของประโยคนั้นจริง ๆ“ลูกของเรา”“ถ้าไม่ใช่ลูกของเรา แล้วจะเป็นลูกใครเล่าเพคะ”ฉินมู่หยวนมองนางทันที ลี่หลินรีบยกมือ“หม่อมฉันล้อเล่น”“เรื่องนี้ห้ามล้อ”“รู้แล้วเพคะ”เขาขยับเข้ามาใกล้ ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปยังหน้าท้องของนาง มือที่เคยจับกระบี่อย่างมั่นคงกลับชะงักอยู่กลางอากาศ“ข้า... แตะได้หรือไม่” คำถามนั้นทำให้หัวใจลี่หลินอ่อนยวบนางจับมือเขามาวางลงบนหน้าท้องของตนเอง“ลูกยังเล็กมาก คงยังไม่รู้สึกอะไรหรอกเพคะ”ฉินมู่หยวนไม่ได้ตอบ มือของเขาวางอยู่ตรงนั้นอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าจะทำสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตแตกสลาย ลี่หลินมองสีหน้าของเขาแล้วอดหัวเราะไม่ได้“ท่านกลัวหรือ”“ไม่”“โกหก”“ข้าไม่ได้กลัว”“เช่นนั้นเหตุใดเกร็งทั้งตัว”ฉินมู่หยวนเงียบ นางยิ้มกว้างขึ้น“ท่านอ๋องไร้พ่ายผู้ไม่เคยกลัวศัตรู กำลังกลัวลูกที่ยังตัวเท่าเมล็ดถั่วหรือเพคะ”“ข้าไม่ได้กลัวลูก”“แล้วกลัวอะไร” เขาเงยหน้ามองนาง“กลัวเจ้าลำบาก” รอยยิ้มของลี่หลินค่อย ๆ อ่อนลงฉินมู่หยวนจั
ลี่หลินนิ่งไปเล็กน้อย“ครู่เดียวที่ค่อนข้างนาน”“ไปพัก”“อีกแผ่นเดียว”“ไม่ได้”“ครึ่งแผ่น”“ลี่หลิน”นางถอนหายใจ“ท่านอ๋อง ท่านเริ่มจู้จี้ขึ้นทุกวันแล้วนะเพคะ”“เพราะภรรยาข้าเริ่มดื้อขึ้นทุกวัน”“หม่อมฉันไม่ได้ดื้อ”“เมื่อคืนใครอ่านเอกสารจนเลยยามไฮ่” ลี่หลินเงียบ“เมื่อวานเช้าใครไม่กินอาหารเพราะรีบไปพบพ่อค้าจากทางใต้” นางหลบตา“สามวันก่อนใครกลับจากหอการค้าแล้วยังไปหอชิมรสสำราญต่อ”“ท่านจำทำไมละเอียดขนาดนั้นเพคะ”“เพราะคนผู้นั้นเป็นภรรยาข้า”ลี่หลินหมดคำเถียง ฉินมู่หยวนวางพู่กันให้ห่างมือนาง ก่อนนั่งลงข้าง ๆ“พัก”“ก็ได้เพคะ” นางขยับตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างยอมจำนนฉินมู่หยวนพอใจขึ้นเล็กน้อย“หิวหรือไม่”“ไม่เพคะ”“อยากกินอะไร”“ไม่อยากเพคะ”เขาหันมามองทันทีลี่หลินไม่ทันสังเกตสีหน้าของสามี นางหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบฉินมู่หยวนถาม“มื้อกลางวันกินอะไร”“ข้าว...”นางชะงัก“กับอะไร”“จำไม่ได้เพคะ”คิ้วของเขาขมวดทันที“ลี่หลิน”“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเพคะ หม่อมฉันแค่ไม่ค่อยหิว”“หลายวันแล้วหรือ”นางคิด“สองสามวันกระมัง”“แล้วเหตุใดไม่บอก”“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่นี่เพคะ”ฉินมู่หยวนหันไปทางเถาเถา“ตามหม
“ตอนแต่งงานใหม่ ๆ ใครคิดว่าข้าจะใช้อำนาจสามีบังคับ” ลี่หลินเงียบ“ใครคิดว่าข้าจะยึดกิจการ”นางหลบตา“ใครตั้งกฎห้ามข้าเข้าห้องโดยไม่บอก”“ข้อนั้นยังใช้อยู่นะเพคะ”ฉินมู่หยวนชะงัก ก่อนหัวเราะ“รู้แล้ว” เขายื่นมือมาแตะเอวนางเบา ๆ แต่ไม่ได้ดึงเข้าหาตัวทันทีลี่หลินมองมือนั้น ก่อนเงยหน้ามองเขา“วันนี้ข้าเข้าใกล้ได้หรือไม่” คำถามนั้นทำให้นางยิ้ม แม้ผ่านเรื่องราวมามากเพียงใด เขายังจำสิ่งที่รับปากในคืนแต่งงานได้นางเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปใกล้เอง“ถ้าหม่อมฉันบอกว่าไม่ได้เล่าเพคะ”“ข้าก็ถอย”“ง่ายขนาดนั้น”“อืม...”ลี่หลินยกแขนคล้องรอบคอเขา“แต่วันนี้อนุญาตเพคะ”ฉินมู่หยวนจึงรวบเอวนางเข้ามา“เหนื่อยหรือไม่”“นิดหน่อย”“เช่นนั้นพรุ่งนี้พัก”“ท่านอ๋อง”“หนึ่งวัน”“ครึ่งวัน”“เมื่อวานเราตกลงกันแล้ว”ลี่หลินเบิกตา“ท่านยังจำได้อีก”“เรื่องของเจ้า ข้าจำได้” คำพูดสั้น ๆ ทำให้นางเงียบฉินมู่หยวนมองใบหน้าที่เริ่มแดง“ทำไมไม่เถียงแล้ว”“กำลังคิดเพคะ”“คิดอะไร”“กำลังคิดว่าท่านไปเรียนพูดคำหวานมาจากใคร”“ไม่มีผู้ใดสอน”“ไม่เชื่อ”“ถ้าไม่เชื่อก็ช่าง”ลี่หลินหัวเราะ“ท่านอ๋อง”“ว่า”“ตอนแรกหม่อมฉันคิดว่าการแต่งก






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
