Beranda / โรแมนติก / ชายาชนบทของอ๋องทรราช / บทที่ 2 จวนแม่ทัพหลี่ 1/3

Share

บทที่ 2 จวนแม่ทัพหลี่ 1/3

last update Tanggal publikasi: 2026-10-18 18:46:14

เมืองหลวง แคว้นต้าเฉิง

กลิ่นกำยานไม้กฤษณาหอมฉุนลอยอวลทั่วโถงเรือนหลักอันโอ่อ่าของจวนแม่ทัพหลี่ ทว่าไออุ่นจากกระถางทองเหลืองกลับมิอาจขับไล่บรรยากาศอึมครึมชวนอึดอัดที่แผ่ซ่านลงมาได้

ม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามปักลวดลายมังกรวิจิตรวางนิ่งอยู่บนโต๊ะไม้พะยูงสีเข้ม นี่คือพระราชโองการสมรสพระราชทานที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากตำหนักหยางซิน ลายพระหัตถ์อันคมกริบประหนึ่งสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมากลางอกของหลี่เจิ้นหรง แม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังทหารรักษาเมืองหลวง

“สมรสพระราชทาน...”

เสียงทุ้มต่ำสบถรอดไรฟัน ฝ่ามือหยาบกร้านที่กรำศึกมาค่อนชีวิตตบลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ถ้วยชาเคลือบเนื้อดีสะเทือนจนน้ำชากระฉอก “ฮ่องเต้ทรงเห็นข้าเป็นสิ่งใด! คิดจะดึงอำนาจทหารของข้าไปคานกับจวนโจวอ๋อง หรือทรงคิดจะเหยียบย่ำหน้าข้ากันแน่ ถึงได้กล้าประทานงานแต่งที่แสนอัปมงคลกับบุตรทรราชเช่นนั้น!”

แม่ทัพหลี่หรือจะไม่รู้ว่าฮ่องเต้ผู้นี้ชื่นชอบการเชื่อมสัมพันธ์ต่างขั้ว เพื่อให้เหล่าขุนนางเปิดศึกกันเองภายในครอบครัวให้ราชสำนักไม่วุ่นวาย แต่ให้บ้านขุนนางตีกันตายจนไม่มีเวลามาคิดล้มอำนาจแทน

จวนของเขาต้องเชื่อมสัมพันธ์กับจวนโจวอ๋องหรือ เห็นชัด ๆ ว่าเขากับโจวอ๋องแทบจะไม่มองหน้ากัน ตั้งแต่ครั้งอดีตฮ่องเต้ ยามนี้ยังจะยัดเยียดพระราชทานสมรสให้อีก

“ท่านพี่... โปรดระงับโทสะก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

ฉุยซีหลิงในอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองหรูหราเดินเยื้องกรายเข้ามา มือเรียวขาวผ่องยกขึ้นลูบแผ่นอกสามีเบา ๆ แววตางดงามทอประกายความร้ายกาจ

“ฝ่าบาทมีพระประสงค์อย่างไร คนทั้งเมืองหลวงล้วนมองออก หากเราปฏิเสธ ย่อมกลายเป็นขัดพระราชโองการ มีโทษถึงริบทรัพย์และปลดจากตำแหน่ง แต่หากจะให้เยว่เอ๋อร์... บุตรสาวอันล้ำค่าของพวกเราแต่งเข้าไปในจวนอ๋องร้างที่ไร้อำนาจเช่นนั้น ข้าในฐานะมารดายอมควักหัวใจตัวเองทิ้งเสียดีกว่า” แน่นอนว่านางปรารถนาให้บุตรสาวขึ้นเป็นมารดาแผ่นดิน หาใช่ชายาไร้อำนาจราชศักดิ์เช่นนั้น

หลี่เจิ้นหรงขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร! ในเมื่อพระราชโองการระบุชัดแจ้งว่า ‘บุตรสาวสายเลือดตระกูลหลี่’ มีหรือที่ข้าจะยอมส่งเยว่เอ๋อร์ไปตกระกำลำบาก!”

รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของฮูหยินใหญ่ นางหรี่ตาลงพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ท่านพี่ลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ... ว่าสายเลือดตระกูลหลี่ของท่าน หาได้มีเพียงเยว่เอ๋อร์คนเดียวไม่”

หลี่เจิ้นหรงชะงักสีหน้าหันมองภรรยาที่เก่งกาจด้านการวางแผน “เจ้าหมายถึงบ้านรองกับบ้านสามหรือ”

ฉุยซื่อหรือฉุยซีหลิงส่ายหน้าให้สามี “ท่านพี่...หากให้บ้านรองและบ้านสามรับสมรสพระราชทาน ไม่เท่ากับส่งตำแหน่งผู้นำตระกูลให้พวกเขาถือหรือ...ท่านลืมเซิ่งหลานเวยไปได้ยังไง ไม่ใช่นางก็คลอดบุตรสาวคนหนึ่ง”

คำว่าเซิ่งหลานเวยทำให้หลี่เจิ้นหรงกำหมัดแน่น สิบห้าปีแล้วที่เขาไม่ได้ยินชื่อนี้ หากแต่เรื่องเมื่อคราวนั้นไม่ใช่ว่านางคบชู้สู่ชายหรือ...

“แต่บุตรสาวของนางหาใช่สายเลือดของข้า?” หลี่เจิ้นหรงขมวดคิ้วเพ่งมองภรรยา ก่อนได้รับมือนุ่มนิ่มที่ลูบหลังมือเบา ๆ

“ใช่หรือไม่อยู่ที่ท่านจะรับหรือไม่เจ้าค่ะ...ไม่สู้บอกว่าบุตรสาวที่เติบโตอยู่เรือนนอกที่ชนบทหรือเจ้าคะ” นางโน้มนาวใจสามีให้เห็นดีเห็นงาม

“ท่านคิดว่าโจวอ๋องจะแต่งงานดี ๆ ไม่ฉีกหน้าท่านหรือ”

แน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าโจวอ๋องจะยอมเป็นลูกเขยเขาดี ๆ แน่ หากแต่เขาจะส่งบุตรสาวดี ๆ ของตนไปแต่งงานด้วยทำไม ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็ชิงหักหน้าโจวอ๋องเสียก่อน พระราชทานสมรสแค่ระบุว่าเป็นสายเลือดตระกูหลี่ ไม่ได้ระบุเสียหน่อยว่าเป็นบุตรสาวคนใด ที่สำคัญแค่ระบุว่าเป็นสายเลือดย่อมใช้เรื่องบุตรบุญธรรมไม่ได้

“เอาตามนั้นเถอะ ข้าจะให้มู่หรงเหยียนไปจัดการ”

มู่หรงเหยียนเป็นรองแม่ทัพคนสนิทและยังสนิทสนมกับภรรยาของเขาด้วย เนื่องจากตระกูลมู่และตระกูลฉุยไปมาหาสู่กัน และทั้งสองก็นับถือเป็นพี่น้อง เรื่องเช่นนั้นย่อมต้องมอบหมายให้คนที่ไว้ใจได้จัดการ

“เช่นนั้นท่านพี่...ข้าคิดว่าจะกลับบ้านเดิมตระกูลฉุยเสียหน่อย ไม่สู้ให้ข้าเดินทางไปพร้อมกับมู่หรงเหยียน อยู่ที่นั่นสักหนึ่งเดือนแล้วค่อยกลับเมืองหลวงพร้อมเขาขากลับดีหรือไม่”

หลี่เจิ้นหรงเห็นด้วยเรื่องที่ภรรยาจะกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม นี่ก็นานแล้วที่ยังไม่ได้กลับไป แต่เขาต้องประชุมเช้าทุกสามวันย่อมติดตามไปด้วยไม่ได้

“เช่นนั้นเจ้าเดินทางดี ๆ เล่า รักษาเนื้อรักษาตัวด้วย”

“เจ้าค่ะ...ข้าจะให้ปี้เถาอยู่ทางนี้คอยส่งข่าวหากมีเรื่องด่วนข้าจะได้รีบกลับมา”

นางหันไปมองปี้เถาก่อนจะหันมายิ้มให้กับสามี ปี้เถาเป็นบ่าวคนสนิทที่รักเหมือนลูกสาวตนเอง ทั้งไว้ใจให้นางเป็นหูเป็นตาแทนมาตลอด

“เช่นนั้นเจ้าก็จัดการเถอะ ข้าจะไปห้องหนังสือก่อน” เมื่อเรื่องราวพระราชทานสมรสจบลง หลี่เจิ้นหรงพลันสบายใจที่หาทางออกได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   ตอนพิเศษ จอมมารน้อยจวนโจวอ๋อง 2/2

    “ของพวกนั้นเป็นของท่าน แต่ท่านแม่เป็นของข้า!” เสี่ยวเฉินแผดเสียงสู้ “หากท่านกล้าใช้กำลัง ข้าจะสั่งกองทัพของข้ามาปิดล้อมจวน!”“กองทัพ? เจ้ามีกองทัพด้วยรึ” จ้าวฉางอันแค่นหัวเราะยังไม่ทันที่ท่านอ๋องจะกล่าวจบ เสียงคำรามกึกก้องปานฟ้าผ่าก็ดังแว่วมาจากสวนหลังจวนโฮก!เงาร่างสีขาวขนาดยักษ์พุ่งทะยานข้ามกำแพงหินเข้ามาอย่างรวดเร็ว นั่นคือ หมาป่าหิมะยักษ์แดนเหนือ ร่างมหึมาราวกับลูกม้า ขนสีขาวบริสุทธิ์ แววตาดุร้ายกระหายเลือด สัตว์ร้ายที่แม้แต่องครักษ์หลวงยังไม่กล้าเข้าใกล้ ทว่าทันทีที่มันวิ่งมาถึงศาลา เจ้าหมาป่ายักษ์กลับหมอบกายลงแนบพื้น กระดิกหางรัว ๆ พลางยื่นหัวโต ๆ เข้ามาให้เสี่ยวเฉินลูบอย่างว่าง่าย!“ต้าไป๋! ดีมาก!” เสี่ยวเฉินปีนขึ้นไปนั่งบนหลังหมาป่ายักษ์อย่างคุ้นเคย กอดอกเชิดหน้ามองบิดา “นี่คือรองแม่ทัพของข้า! แล้วยังมีกองทัพพยัคฆ์น้อยแห่งเมืองหลวงอีกสิบสองคน คอยส่งของบรรณาการให้ข้าทุกวัน หากท่านยังคิดผลาญเงิน ข้าจะให้ต้าไป๋ไปคาบรองเท้าของท่านไปทิ้งบ่อปลาให้หมด!”พูดจบ กงจื่อตัวน้อยก็ตบสะโพกหมาป่าเบา ๆ “ต้าไป๋ ไป! เราไปเก็บส่วยที่เรือนท่านยายกับท่านยายทวดกัน!”หมาป่ายักษ์ลุกขึ้นก้าวย่างอย่าง

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   ตอนพิเศษ จอมมารน้อยจวนโจวอ๋อง 1/2

    ยามสายของฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดอุ่นส่องกระทบผืนกระเบื้องเคลือบสีมรกตของจวนโจวอ๋อง บรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบสมฐานะตำหนักอ๋องผู้ทรงอำนาจบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความกดดันแปลกประหลาดณ ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระบัว ร่างกลมป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดคลุมผ้าไหมสีครามเข้ม ปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาอย่างประณีต กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก ใบหน้าเล็กอิ่มเอิบขาวเนียนดั่งก้อนแป้ง ทว่าคิ้วดาบคมเข้มกลับขมวดมุ่นริมฝีปากหยักจิ้มลิ้มเหยียดตรงเป็นเส้นขนาน นัยน์ตาดำขลับวาวโรจน์ฉายประกายเย็นชาดุร้าย... ช่างถอดแบบมาจากโจวอ๋องจ้าวฉางอันราวกับเคาะออกมาจากพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน!นั่นคือ จ้าวอี้เฉิน หรือ ‘เสี่ยวเฉิน’ กงจื่อตัวน้อยแห่งจวนโจวอ๋องมือป้อมสั้นกุมพู่กันด้ามโต ลากเส้นหมึกสีชาดขีดฆ่าลงบนสมุดบัญชีเล่มหนาดัง ฟึ่บ! ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองบุรุษร่างยักษ์ที่กำลังคุกเข่าเหงื่อตกอยู่เบื้องหน้า“อู่โม่...”สุรเสียงเล็กแหลมทว่าเยียบเย็นดังก้อง “เจ้าเห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหลอกง่ายหรืออย่างไร”อู่โม่ลอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ชายหนุ่มผู้เคยกรำศึกมานับร้อยสมรภูมิ บัดนี้กลับสั่นสะท้านต่อสายตาของกงจื่อน้อย[1] “ขะ.

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   บทที่ 25 บทส่งท้าย 2/2

    ใบหน้านวลเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดในชั่วพริบตา นางยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความพะอืดพะอมอย่างรุนแรง“หว่านเอ๋อร์ เป็นอะไรไป?” จ้าวฉางอันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วแน่น รีบวางตะเกียบลงทันที“ข้า...ฮึก...แหวะ!”เซิ่งอี้หว่านไม่ทันได้ตอบ นางหันขวับคว้ากระโถนข้างตั่งแล้วโก่งคออาเจียนออกมาอย่างรุนแรงจนตัวโยน กลิ่นหมูหันที่เคยชอบกินกลายเป็นกลิ่นเหม็นคาวชวนคลื่นเหียนจนทนไม่ไหว หยวนเป่าหน้าตาตื่นรีบวิ่งเข้ามาลูบหลังให้ ส่วนโจวอ๋องผู้เยือกเย็นบัดนี้ลนลานจนทำถ้วยน้ำชาหกเลอะเทอะ“ตามหมอหลวง! อู่โม่! ไปลากตัวหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้!” สุรเสียงทรงอำนาจแผดก้องลั่นจวนจนนกที่เกาะบนกิ่งไม้บินแตกฮือไม่ถึงหนึ่งเค่อ หมอหลวงเฒ่าก็ถูกหิ้วปีกเหาะข้ามกำแพงจวนเข้ามาในสภาพผมเผ้ากระเซิง เขารีบคุกเข่าวางผ้าไหมบางทาบลงบนข้อมือของพระชายาอย่างสั่นเทา ท่ามกลางสายตาดุร้ายจ้าวฉางอันที่ยืนจ้องเขม็งราวกับว่าหากตรวจไม่พบสาเหตุจะสั่งตัดหัวเขาทันทีปลายนิ้วของหมอหลวงแตะชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าที่ตื่นตระหนกก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความยินดี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น“ทะ... ท่านอ๋อง! พระชายามิได้ทรงประชวร พ่ะย่

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   บทที่ 25 บทส่งท้าย 1/2

    คลื่นลมพายุใหญ่ที่เคยโหมกระหน่ำราชสำนักเมืองหลวงมานานนับสิบแปดปี ในที่สุดก็สงบลงอย่างราบคาบซั่วอ๋องขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้องค์ใหม่อย่างชอบธรรม นำพาความสงบร่มเย็นกลับคืนสู่แผ่นดิน ทันทีที่ขึ้นครองบัลลังก์ พระองค์ก็มีพระประสงค์จะปูนบำเหน็จมอบตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีและคุมกองทัพหลวงให้แก่หลานชายอย่างจ้าวฉางอันทว่าโจวอ๋องกลับปฏิเสธ เขาไม่คิดจะเอาชีวิตอันมีค่าไปผูกติดกับเก้าอี้ขุนนางหรือการเมืองในวังหลวงให้ปวดหัว สิ่งเดียวที่เขาขอพระราชทานเป็นการตอบแทน คือส่วนแบ่งจากการค้าทางทะเลและสัมปทานเหมืองเกลือเพียงเล็กน้อย... ซึ่งคำว่า ‘เล็กน้อย’ ของเขากับจินซื่อหยวนนั้น เพียงพอจะทำให้จวนโจวอ๋องสุขสบายไปอีกหลายชั่วอายุคน!ส่วนผู้ที่เคยก่อกรรมทำชั่วล้วนได้รับผลกรรมอย่างสาสม อดีตฮ่องเต้จ้าวจิ้งชวนถูกถอดพระยศเป็นสามัญชน เนรเทศไปใช้แรงงานหนักที่ชายแดนจนสิ้นพระชนม์อย่างอนาถ หลินไท่เฟยถูกประทานผ้าขาว สิ้นชีพตามกฎมณเฑียรบาลแห่งวังหลัง ไทเฮาขอไปอยู่อารามหลวงไม่เกี่ยวข้องกับวังหลวงตลอดชีวิต จวนแม่ทัพหลี่สายหลักล่มสลาย หลี่เจิ้นหรงและมู่หรงเหยียนถูกประหารชีวิตเพื่อชดใช้ความผิดฐานกบฏปลงพระชนม์อดีตฮ่องเต้ ฉุยซี

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   บทที่ 24 ข้ารักเจ้า 2/2

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องบรรทมในบัดดลหยดน้ำอุ่นที่รินรดลงบนแก้มทำให้เซิ่งอี้หว่านชาวาบไปทั้งร่าง นางนอนนิ่ง สบสายตากับบุรุษที่อยู่เหนือร่างอย่างไม่อยากเชื่อสายตาโจวอ๋องผู้เยือกเย็น...ยามนี้ดวงตาของเขากลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราน ราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังหวาดกลัวการสูญเสียสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต‘ข้ารักเจ้าจนแทบบ้าตายอยู่แล้ว...’ประโยคนั้นดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในหัวของนางแท้จริงแล้ว... เงินหนึ่งพันตำลึงที่เขาให้ทุกค่ำคืน มิใช่ข้อแลกเปลี่ยนอันเย็นชา มิใช่ความใคร่ชั่วครู่ชั่วยาม และมิใช่การซื้อขายร่างกาย... แต่มันคือสิ่งเดียวที่เขารู้ว่านางให้ความสำคัญ เขาเพียงใช้มันเป็นข้ออ้าง เป็นสายใยบาง ๆ เพื่อเหนี่ยวรั้งให้นางยอมอยู่เคียงข้างเขา ยอมให้นางมองเห็นเขา และไม่คิดหนีจากเขาไป“ท่านอ๋อง...”เสียงเรียกของนางสั่นเครือ หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบสองแก้มอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไปเมื่อเห็นน้ำตาของนาง จ้าวฉางอันที่กำลังคลั่งก็พลันได้สติ มือหนาที่เคยกดตรึงข้อมือนางไว้ค่อย ๆ คลายออกอย่างแผ่วเบา แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกและปวดร้าว ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้นางอย่าง

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   บทที่ 24 ข้ารักเจ้า 1/2

    เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังก้องอยู่ในความมืดสลัว ริมฝีปากที่ถูกบดขยี้อย่างรุนแรงเพิ่งได้รับอิสระ เซิ่งอี้หว่านยังไม่ทันได้สูดอากาศเข้าปอด ร่างทั้งร่างก็ลอยวืดขึ้นจากพื้น จ้าวฉางอันอุ้มนางก้าวฉับ ๆ ไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ ก่อนจะเหวี่ยงร่างเล็กลงบนฟูกนุ่มอย่างไม่คิดจะถนอมแรงตุบ!ร่างบางจมลงบนฟูกหนา นางผวาจะยันกายลุกขึ้น ทว่าเงาดำทะมึนของร่างสูงใหญ่ก็ทาบทับลงมาปิดกั้นทุกทิศทางทันควันสองแขนแกร่งดั่งยันต์ขนาบข้างลำตัวนางไว้ นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นวาวโรจน์ไปด้วยโทสะและความหึงหวงที่เดือดพล่าน คุกคามราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะฉีกเหยื่อตรงหน้าเป็นชิ้น ๆ เส้นเลือดข้างขมับปูดโปน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มจนแสบร้อนเซิ่งอี้หว่านมองสีหน้าดุดันนั้นด้วยความงุนงง ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ นางคิดเพียงว่าเขากำลังหาเรื่องกลั่นแกล้งและอยากอุ่นเตียงเหมือนเช่นทุกวัน มือเรียวเล็กจึงรีบยกขึ้นมาตรงหน้า แบมือข้างขวาออกพร้อมเอ่ยทวงอย่างเคยชิน“คืนนี้ท่านอ๋องต้องจ่ายข้าพันห้าร้อยตำลึงนะ เพคะ!”จ้าวฉางอันชะงัก สายตาที่จ้องมองนางพลันเยียบเย็นลงอีกหลายส่วน “อะไรนะ?”“พันห้าร้อยตำลึงเพคะ” อี้หว่านพยักหน้าสำทับ เม้มปาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status