LOGINเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาเม้มปากแน่นทันที
ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเล็กน้อย
เขาลั่วจิ่งเหยาไม่เคยขายหน้าขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
เดิมทีคิดจะใช้การพนันกอบโกยเงินจากพวกคนโง่ในโรงน้ำชา ด้วยการฝังแม่เหล็กที่นิ้วมือ
ใครจะคิดว่าจะมีหญิงสาวประหลาดโผล่มา สูบเงิน เขาเกลี้ยงแบบนี้ยิ่งมองหนิงอันที่กำลังยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุขมุมปากของลั่วจิ่งเหยาก็กระตุกแรงกว่าเดิม
“อย่าเพิ่งไป” เสียงของเขาดังขึ้นหนิงอันเงยหน้าทันที
“หืมว่าไงเจ้าข้องใจอะไร ข้าชนะเดิมพันแบบใสใส”
ลั่วจิ่งเหยาดึงถ้วยลูกเต๋ากลับมา ดวงตาคมเป็นประกายท้าทาย
“พนันอีกตา ตาสุดท้าย” คนรอบข้างเริ่มฮือฮา
“ยังจะเล่นอีกหรือ”
“เจ้าหมดตัวแล้วนะ เจ้าหนูลั่ว”
ลั่วจิ่งเหยากัดฟัน
“ช่างข้า”
“แล้วเจ้าจะเอาอะไรมาเดิมพัน”
“ข้ายังมีตัวเอง”
หนิงอันเลิกคิ้วสูง
“หา” เด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาสูดหายใจลึก
ก่อนพูดออกมาชัดถ้อยชัดคำ
“ข้าขอเดิมพันกับเจ้า ตานี้ข้าไม่มีทางแพ้เจ้าแน่”
“หา”
“เจ้าแพ้ข้าข้าเอาเงินทั้งหมดของเจ้า แต่หากตานี้เจ้าชนะ” เขาชี้ไปที่เงินทั้งหมดบนโต๊ะ (สามเหรียญนั่น)
“เงินทั้งหมดนี่จะเป็นของเจ้า” หยุดเล็กน้อยแล้วพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง
“รวมถึงข้าด้วย” ทั้งโรงน้ำชาระเบิดเสียงฮือฮาทันที
“หา แค่สามเหรียญเอาแบบนี้ไหม พวกข้าจะเพิ่มให้หากเจ้ายอมเดิมพันกับเขา” นักพนันที่ยืนตรงนั้นเริ่มวางเดิมพันตรงหน้าเพราะอยากจะเห็นว่าใครจะชนะในการเดิมพันครั้งนี้่
“ก็ยังไม่เร้าใจอยู่ดี” หนิงอันพูดยิ้มๆ
“หมายความว่าอะไร” ลั่วจิ่งเหยากระแทกถ้วยลงบนโต๊ะ
ปึง
“ก็ได้ อย่างนั้นข้าจะยอมเป็นทาสรับใช้เจ้า รวมทั้งเงินบนโต๊ะ” เงียบกริบแม้แต่หนิงอันยังสตั้นไปสองวินาที
“เดี๋ยวนะ” นางชี้หน้าตัวเอง
“ข้ายังไม่บอกว่าอยากจะพนันกับเจ้าเลย แล้วข้าจะเอาตัวเจ้าไปทำไมกัน”
“ถ้าข้าแพ้ข้า…ยินดีเป็นทาสรับใช้ดีไหม แต่ถ้าข้าชนะเงินทั้งหมดรวมทั้งของเจ้าจะต้องเป็นของข้า” กลืนน้ำลายลงคอช้าๆ หวานอมขมกลืน
“อยู่ๆ ข้าจะได้คนใช้เพิ่มหรือ”
ลั่วจิ่งเหยาขมวดคิ้วทันที
“มันก็ไม่แน่ คราวนี้ข้าสู้ตาย” หนิงอันอมยิ้ม
หนิงอันเท้าคางมองเขา
สายตากวาดขึ้นลงช้าๆ
“หน้าตาดี อายุน้อย ดูฉลาด เขย่าลูกเต๋าเก่งคงขายได้หลานตังค์” ไม่บอกว่าตาทิพย์ของหนิงอันมองเห็นว่าเขาแอบซ่อนแม่เหล็กไว้ที่นิ้วแค่ขยับมือก็พลิกเต๋าได้
“คุ้มอยู่นะ”
“หา”
“ข้าหมายถึง ถ้าได้เจ้ามาเป็นคนใช้ก็คงไม่ขาดทุน” ลั่วจิ่งเหยาถึงกับสะอึก
คนรอบข้างเริ่มหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆๆ”
“เจ้าหนูลั่วจะกลายเป็นทาสแล้ว เอหรือว่านางจะต้องมอบเงินให้กับลั่วจิ่งเหยานะ”
“ไม่สิข้าว่า รีบคุกเข่าเรียกนายหญิงไว้เลยจะดีกว่า พวกเราชนะพนันก็เพราะนาง”
ลั่วจิ่งเหยาหน้าแดงจนแทบระเบิด
“ยังไม่รู้ว่าใครชนะอย่าเพิ่งดีใจไป เป็นอันตกลงใช่ไหม” หนิงอันพยักหน้ายิ้มๆ ก็ต้องวัดกันไปเลยว่าใครแจ๋วกว่ากัน
ลั่วจิ่งเหยาคว้าถ้วยขึ้นมาเขย่าอย่างรวดเร็ว
กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก
คราวนี้เร็วกว่าทุกครั้งเสียงลูกเต๋าดังจนแทบฟังไม่ออกผู้คนรอบข้างเริ่มเงียบ
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังโต๊ะพนัน
ปึง ถ้วยถูกคว่ำลงแรงจนโต๊ะสะเทือนลั่วจิ่งเหยาหอบหายใจเบาๆ
มุมปากยกขึ้นอย่างมั่นใจ
“เชิญทาย”
หนิงอันยิ้มบางก่อนที่ดวงตาของนางจะ…
“สว่างวาบ” โลกหมุนช้าลงอีกครั้งสายตาของหนิงอันทะลุผ่านถ้วยกระเบื้อง
แล้วก็ชะงัก
“โอ๊ะ” ลูกเต๋าด้านในไม่ได้หยุดนิ่ง
แต่กำลัง
“หมุนอยู่” ดวงตาของเสิ่นหนิงอันหรี่ลงทันที
ลูกเต๋าใต้ถ้วยกระเบื้องยังคงหมุนติ้วไม่หยุด
“โอ้โห…”
นางหลุดพึมพำ
คนทั่วไปอาจมองไม่ออก แต่สายตาตาทิพย์ของนางเห็นชัดลั่วจิ่งเหยาใช้แรงข้อมือควบคุมลูกเต๋า และใช้นิ้วพลิกลูกเต่าไปยังตำแหน่งที่เขาต้องการ
ถ้านางทายเร็วเกินไป เขาจะเปลี่ยนแต้มได้ทันที
ลั่วจิ่งเหยามองนางนิ่งมุมปากยกขึ้นอย่างคนเริ่มได้เปรียบ
“เป็นอะไรไป เมื่อครู่ยังมั่นใจอยู่เลยไม่ใช่หรือ”
ผู้คนรอบข้างเริ่มซุบซิบทันที
“หรือแม่นางจะกลัวแล้ว”
“คราวนี้เจ้าหนูลั่วเอาจริงแน่” ลั่วจิ่งเหยายกมือออกจากถ้วยเต๋า
หนิงอันเท้าคางมองถ้วยจากนั้น…ก็ยิ้ม
ยิ้มแบบที่ทำให้ลั่วจิ่งเหยารู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาอย่างประหลาด
“เจ้าคิดว่ามีแค่เจ้าที่เล่นกลเป็นหรือ”
“อะไรนะ”
ลั่วจิ่งเหยาหน้าตาเปลี่ยนและในสายตาของหนิงอัน
ลูกเต๋าทั้งสามหยุดลงชัดเจนแล้ว
หก หก หก แต้มใหญ่สุด
ริมฝีปากงามยกขึ้นช้าๆ
“สูง”
ลั่วจิ่งเหยาสะดุ้งทันที
“เปิดสิ” หนิงอันยิ้มหวาน
เสียงนั้นดังจนทุกคนหยุดหัวเราะพร้อมกัน ก่อนหันไปทางประตูสวน“ใครมาครับแล้วใครสั่งอะไรครับวันนี้เราบอกแล้วว่างดงรับแขก” ลั่วจิ่งหยาพูดขึ้นดังๆประตูค่อยๆ เปิดออก ชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรูเดินเข้ามา พร้อมกล่องไม้หลายใบที่คนติดตามช่วยกันถือ เขาหยุดอยู่กลางสวนแล้วหัวเราะ "ของฝากจากเป่ยโจวครับ"หนิงอันเบิกตากว้าง ก่อนรอยยิ้มจะกว้างขึ้นกว่าเดิม "หลี่เฉวียนเฉิง"เซียวอวี้เฉินมองอีกฝ่ายแล้วหัวเราะเบาๆ "มาช้ากว่าที่คิดแฮะ"หลี่เฉวียนเฉิงยักไหล่ "ทางไกลนิดหน่อยครับ แต่ผมตั้งใจว่าจะมาให้ทันงานเลี้ยง พอดี"แต่คนที่ไม่สนใจบทสนทนาเหล่านั้นเลยกลับเป็นหลี่ชิงหลวน หญิงสาวลุกพรวดจากเก้าอี้ดวงตาแดงเรื่อขึ้นทันที"พี่ชาย..."หลี่เฉวียนเฉิงอ้าแขนรับน้องสาวที่วิ่งเข้ามา ก่อนหลี่ชิงหลวนจะโผเข้ากอดเขาแน่น น้ำตาไหลออกมาโดยไม่คิดจะปิดบังอีกแล้ว"พี่ยอมมาแล้วจริงๆ"หลี่เฉวียนเฉิงกอดน้องสาวกลับ มือใหญ่ลูบศีรษะของเธอเบาๆ "พี่มาแล้วจะขาดพี่ไปได้อย่างไรในเมื่อทุกคนอยู่ที่นี่สนุกกันขนาดนี้"หลี่ชิงหลวนหัวเราะทั้งน้ำตา "ฉันคิดถึงพี่""พี่ก็คิดถึง"มันคือความคิดถึงของคนที่เคยอยู่ห่างกันคนละกาลเวลาและวันนี้… พวกเขาได้
ยามบ่ายของวันนั้นหนิงอันเดินทางมาถึงสุสานเล็กๆ นอกเมืองพร้อมเซียวอวี้เฉินและลั่วจิ่งเหยา บริเวณโดยรอบเงียบสงบ มีเพียงต้นไม้เก่าแก่เรียงรายอยู่สองข้างทาง หลังจากเดินขึ้นเนินมาได้ครู่หนึ่ง หนิงอันก็หยุดอยู่หน้าหลุมศพแห่งหนึ่งป้ายหินเรียบง่ายตั้งอยู่ใต้ต้นเหมยเก่า บนแผ่นหินสลักชื่อของชายชราที่เธอคุ้นเคยที่สุดในช่วงชีวิตปัจจุบันเสิ่นเซิ่นหนิงอันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ เดินเข้าไปคุกเข่าลงหน้าแท่นหิน ลั่วจิ่งเหยากับเซียวอวี้เฉินไม่ได้ตามเข้าไปใกล้ เพียงยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ ปล่อยให้เธอมีเวลาอยู่กับคุณปูเซิ่นผู้จากไปตามลำพังหนิงอันวางดอกเหมยช่อเล็กลงหน้าหลุมศพ ก่อนยิ้มบางๆ "คุณปู่ หนูกลับมาเยี่ยมแล้วนะคะ" เธอหยุดไปครู่หนึ่ง พลางมองชื่อบนแผ่นหิน "ครั้งนี้หนูจำได้แล้วว่าคุณปู่เคยดูแลหนูอย่างไรบ้าง"สายตาของหนิงอันค่อยๆ อ่อนลง "ตอนนั้นหนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมคุณปู่ถึงใจดีกับหนูขนาดนั้น ทั้งที่หนูเป็นแค่เด็กที่เดินเข้าไปในร้านของเก่า แล้วเอาแต่ถามโน่นถามนี่ กินขนมของคุณปู่จนหมด แถมยังทำของในร้านเกือบตกแตกตั้งหลายครั้ง" รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "แต่คุณปู่ก็ไม่เคยไล่
คนของเซียวกรุ๊ปทยอยลงมาถึงห้องลับพร้อมอุปกรณ์สำหรับขนย้ายสมบัติ เมื่อเห็นจำนวนหีบที่เรียงรายอยู่เต็มห้อง ทุกคนก็รีบแบ่งหน้าที่กันทันที หีบที่มีตราราชสำนักถูกตรวจสอบและถ่ายภาพก่อนขนขึ้นไป ส่วนหีบที่บรรจุเครื่องประดับ ทองคำ หยก และของโบราณล้ำค่าต่างถูกห่อด้วยวัสดุป้องกัน แล้วทยอยลำเลียงออกจากห้องทีละใบ เสียงกำชับให้ระวังไม่ให้หีบเก่ากระแทกดังสลับกับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้าออกไม่ขาดสายท่ามกลางความวุ่นวาย หนิงอันกลับสนใจเพียงหีบใบเล็กบนแท่นหิน หีบที่มีชื่อของเธอสลักอยู่บนฝาอย่างชัดเจนเซียวอวี้เฉินเดินเข้ามาหยุดข้างกาย ก่อนถามสั้นๆ ว่า "จะเปิดไหม"หนิงอันพยักหน้า "เปิดสิคะฉันเองก็อยากรู้ว่าข้างในมีอะไร"เธอค่อยๆ ยกฝาหีบขึ้น ภายในไม่ได้มีทองคำหรือหยกหายาก แต่เป็นกลีบดอกเหมยแห้งจำนวนหนึ่ง กลีบสีขาวอมชมพูถูกจัดเรียงไว้อย่างประณีต บางกลีบยังคงมีสีเดิมหลงเหลืออยู่ แม้เวลาจะผ่านมานานนับพันปีหนิงอันหยิบกลีบดอกหนึ่งขึ้นมา และภาพจากอดีตก็ปรากฏขึ้นในทันที สวนดอกเหมยในวันวาน เด็กสาวคนหนึ่งกำลังเด็ดดอกเหมยจากกิ่ง ก่อนยื่นให้ชายหนุ่มตรงหน้า "ให้เจ้า ข้าเห็นเจ้าชอบดอกเหมย" หลี่กวงเหว่ยรับมันไปพร้อมร
พูดจบ หนิงอันก็เสียบปลายปิ่นลงในร่องเล็กๆ ตรงขอบแผ่นหิน แล้วหมุนเบาๆกึกเสียงกลไกดังขึ้นจากใต้พื้นกึก... กึก... ครืดดด...แผ่นหินค่อยๆ เลื่อนออก เผยบันไดหินแคบๆ ที่ทอดลงไปในความมืด กลิ่นหอมลอยขึ้นมา แต่กลับไม่มีความเหม็นอับอย่างที่ควรเป็น มีเพียงกลิ่นไม้เก่าและน้ำมันรักจางๆลั่วจิ่งเหยาชะโงกหน้าลงไปมอง "โอ้โห...มีห้องลับจริงด้วย"เซียวอวี้เฉินมองบันไดที่ทอดลงไป ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ "ระวังตัว"กู้ฉางอันเปิดไฟฉายแรงสูง "ผมลงไปก่อนดีกว่า"หนิงอันรีบยกมือห้าม "อย่าเพิ่ง"ทุกคนหันกลับมามองหนิงอันชี้ไปยังขั้นบันไดขั้นแรก "มีสลัก"กู้ฉางอันส่องไฟตามทันที บนขอบขั้นหินมีรูเล็กๆ เรียงกันหลายรู หากไม่สังเกตแทบมองไม่เห็นลั่วจิ่งเหยาถึงกับถอยหลัง "ผมขอถอนคำพูดครับที่เมื่อครู่ผมบอกว่ามีสมบัติ"กู้ฉางอันหันมามอง "อะไรครับ"ลั่วจิ่งเหยากลืนน้ำลาย ก่อนพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง "ตอนนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วว่าเจ้าของสมบัติอยากให้เราเข้าไปเอา หรืออยากฆ่าเรามากกว่ากัน"หนิงอันหัวเราะ "ไม่ต้องกลัวน่าสมบัติในนั้นคุ้มไม่น้อย"เธอก้มลงเก็บก้อนหินเล็กๆ จากพื้น ก่อนโยนลงไปบนขั้นแรกแกร๊ก ฉับพลันนั้น เสียงกลไกหล
หนิงอันคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบหน้าตาเฉย "ยังไม่รู้"ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจ "คำตอบของนายหญิงทำให้ผมสบายใจขึ้นมากเลยครับ"รถจึงเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นกลาง ถนนแคบลงเรื่อยๆ จนต้องลดความเร็ว ตลอดสองข้างทางไม่มีบ้าน ไม่มีร้านค้า และไม่มีเสาไฟ มีเพียงต้นไม้เก่าแก่ขึ้นแน่นจนแสงแดดแทบส่องไม่ถึงพื้น จนกระทั่งผ่านโค้งสุดท้าย เนินเขาสูงเด่นเป็นสง่าเบื้องหน้าปรากฏบันไดหินทอดยาวขึ้นไปบนภูเขา และเหนือบันไดนั้นคือประตูวัดเก่าแก่ที่มีป้ายไม้เขียนว่า "วัดหลิงอวิ๋น"หนิงอันมองป้ายวัดแล้วหัวใจก็เต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ภาพเก่าๆ ผุดขึ้นมาในหัว วันที่เคยเดินมากับเซียวอวี้เฉิน วันที่ทั้งสองเคยขอพรด้วยกัน วันที่เธอเคยพูดเล่นว่าอยากรวย และวันที่เธอได้สัมผัสตัวหลี่กวงเหว่ย จนรับรู้ได้ว่าสมบัติที่เขาซ่อนไว้นั้นอยู่ที่ใดทันทีที่รถจอด หนิงอันก็เปิดประตูลงจากรถโดยไม่รอใคร เซียวอวี้เฉินรีบตามลงมา "หนิงอัน"แต่หนิงอันไม่ได้หยุด เธอเดินตรงผ่านประตูวัด ผ่านลานหิน ผ่านโบสถ์เก่า ไม่สนใจแม้แต่จะหยุดไหว้พระ ทุกคนรีบเดินตามอย่างงุนงง ลั่วจิ่งเหยาวิ่งตามหลังพลางบ่น "นายหญิงไม่แวะของพรหรือครับ"หนิงอันตอบโดยไม่หันกลับมา "พรสำฤทธ
หนิงอันส่ายหน้า "ยังไม่ทั้งหมดค่ะ แต่รู้สึกคุ้นมาก"เซียวอวี้เฉินมองถนนเบื้องหน้า ก่อนเอ่ยชื่อสถานที่ออกมาเบาๆ "วัดหลิงอวิ๋น ที่นี่คือวัดหลิงอวิ๋น"หนิงอันยิ้มทันที "ใช่ค่ะ"เสียงของลั่วจิ่งเหยาดังจากเบาะด้านหลัง "เดี๋ยวนะครับ วัดหลิงอวิ๋น วัดที่พวกเราเคยไปตอนอยู่ในอดีตน่ะหรือ"หนิงอันพยักหน้า "ใช่ตอนนั้นฉันตั้งใจ ไปสำรวจบริเวณรอบๆ เพื่อดูว่าสมบัติยังอยู่ดีไหมและแวะไปขอพร"ลั่วจิ่งเหยาถึงกับถอนหายใจ "แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนนั้นครับ""ตอนนั้นฉันจะบอกได้ยังไง" หนิงอันหัวเราะ "ถ้าบอกว่าที่วัดมีสมบัติของหลี่กวงเหว่ยซ่อนอยู่ พวกเราคงไม่ได้นั่งไหว้พระกันหรอก ทุกคนคงช่วยกันขุดวัดทั้งวัดแล้ว"กู้ฉางอันหลุดหัวเราะ "อันนั้นผมเห็นด้วย"ลั่วจิ่งเหยากอดอก "อย่างน้อยก็น่าจะกระซิบบอกผมสักคำ"หนิงอันหันไปมอง "ถ้าบอกนาย นายจะเก็บเป็นความลับได้หรือ"ลั่วจิ่งเหยานิ่งไปสองวินาที ก่อนตอบอย่างจริงใจ "ไม่ได้ครับ"เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วรถ เซียวเหวินหรงเองก็ส่ายหน้าพลางยิ้ม "คุณแม่นี่ชอบเซอร์ไพรส์จริงๆ ครับ"หนิงอันยกคางอย่างภูมิใจ "แน่นอนจะได้ตื่นเต้นกันไง"ลั่วจิ่งเหยาชะโงกหน้าออกไปมอง "พวกคุ
กู้ฉางอันถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะก้มลงเก็บซาลาเปาที่ตกอยู่“พระชายา”เสียงของขันทีหนุ่มเบาลง“อย่าถือสาท่านอ๋องเลยนะขอรับ”หนิงอันเงยหน้ามองเขากู้ฉางอันยิ้มจางๆแต่ในแววตากลับมีความเหนื่อยล้าลึกซ่อนอยู่“เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมันเกินกว่าจะทำให้ท่านอ๋องยิ้มได้หรือมองในด้านดีดีได้อีกแล้ว”สายต
“ท่านซื้อมาเยอะเกินไปแล้ว” หนิงอันหันมามองทันที“เยอะตรงไหน” นางยกนิ้วนับอย่างจริงจัง“เป็ดย่างหนึ่งตัว ไก่อบหนึ่งห่อ ซาลาเปาสิบลูก…”ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจยาว“นี่ท่านจะเลี้ยงคนทั้งจวนหรือ”หนิงอันพยักหน้าอย่างภูมิใจ“ใช่ เราต้องอาศัยชายคาเขาก็ควรดีกับเขาหน่อยในเมื่อเราหาเงินได้ด้วยตัวเอง”ลั่วจิ่งเ
“กลับบ้านสิ ใครบอกว่าแยกย้ายเจ้าเป็นทาสของข้าแล้ว”ลั่วจิ่งเหยาชะงัก ..บ้านหนิงอันเดินนำออกไปแล้วก่อนจะโบกมือแบบนายหญิงเต็มตัว“ต่อไปเจ้าคือคนรับใช้ของข้า คนรับใช้ก็ต้องเดินตามนายหญิง เข้าใจไหม”ลั่วจิ่งเหยากัดฟันแน่นชีวิตเขาจากนี้จบสิ้นแล้วจริงๆ ลั่วจิ่งเหยาเดินตามช้าๆสีหน้าซับซ้อนราวกำลังตั้ง
บรรยากาศรอบวงเงียบกริบลั่วจิ่งเหยากัดฟันแน่น ก่อนจะเปิดถ้วยออกอย่างแรงปึง ลูกเต๋าสามลูกปรากฏต่อหน้าทุกคนหก หก หก สูงสุดจริงๆทั้งโรงน้ำชาเงียบไปสองวินาทีก่อนจะระเบิดเสียงดังลั่น“แม่นางน้อยชนะอีกแล้ว”“นางชนะจริงๆ”“สวรรค์ นี่มันเซียนพนันชัดๆ” หนิงอันหัวเราะออกมาทันที“ฮ่าๆๆ รวยแล้วโว้ย” นางรีบก







