Mag-log in“ท่านซื้อมาเยอะเกินไปแล้ว” หนิงอันหันมามองทันที
“เยอะตรงไหน” นางยกนิ้วนับอย่างจริงจัง
“เป็ดย่างหนึ่งตัว ไก่อบหนึ่งห่อ ซาลาเปาสิบลูก…”
ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจยาว
“นี่ท่านจะเลี้ยงคนทั้งจวนหรือ”
หนิงอันพยักหน้าอย่างภูมิใจ
“ใช่ เราต้องอาศัยชายคาเขาก็ควรดีกับเขาหน่อยในเมื่อเราหาเงินได้ด้วยตัวเอง”
ลั่วจิ่งเหยามองนางนิ่ง
ไม่แน่ใจเลยว่าเมื่อครู่ควรเชื่อดีหรือไม่
ไม่นานนัก
ทั้งสองก็มาถึง จวนอ๋องประตูไม้เก่าๆ ตั้งอยู่เงียบงันสีซีดลอก กำแพงแตกร้าว
ถ้าไม่ติดป้ายคำว่า จวนอ๋องเซียว ลั่วจิ่งเหยาคงคิดว่าเป็นเรือนร้างของผีไปแล้ว
“อ๋องอาศัยอยู่ที่แบบนี้จริงๆ หรือ”
หนิงอันถอนหายใจ
“น่าสงสารใช่ไหมล่ะ” พูดจบก็ผลักประตูเข้าไปอย่างคุ้นเคย
แล้วในจังหวะนั้นเอง กู้ฉางอันเดินออกมาพอดีขันทีหนุ่มในชุดสีเทาชะงักทันทีเมื่อเห็นนางสายตาเลื่อนลงไปมองของในมือ
เป็ดย่างน้ำผึ้งหอมกรุ่น
ห่ออาหารพะรุงพะรังจากนั้น…มุมปากของเขาก็กระตุก
“พระชายา ท่านกลับมา…” หนิงอันยิ้มกว้าง
“กลับสิ อ่อแล้วข้าก็ซื้อของกินกลับมาด้วยท่านเอาไปให้ท่านอ๋องสิ”
กู้ฉางอัน หลุบตามองพื้น
ไม่รู้ทำไมภาพหญิงสาวหอบของกินกลับมาฝากสามีมันชวนประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
โดยเฉพาะเมื่อ สามี คนนั้นคือท่านอ๋องเซียวอวี้เฉินผู้เย็นชาและน่ากลัวที่สุดในเมืองหลวงขันทีหนุ่มพยายามกลั้นขำแทบตาย
“พระชายา…ออกไปข้างนอกเพื่อสิ่งนี้หรือขอรับ”
“แน่นอน” หนิงอันยกเป็ดย่างขึ้นอย่างภาคภูมิ
“ข้าชนะพนันได้เงินมาเยอะเลย”
“พนัน”
กู้ฉางอันชะงักแต่ก่อนจะถามต่อ สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังหน้าตาดี ท่าทางไม่ธรรมดา
โดยเฉพาะดวงตาที่ดูเจ้าเล่ห์นิดๆ กู้ฉางอันหรี่ตาลงทันที
“แล้วหมอนี่คือใครขอรับ” ลั่วจิ่งเหยาชะงักเล็กน้อย เอนตัวหลับหนิงอันไว้ หนิงอันกลับตอบทันทีอย่างไม่ลังเล
“อ๋อ หมอนี่หรือ” นางตบบ่าลั่วจิ่งเหยาปุๆ
“องครักษ์ข้างกายข้า” กู้ฉางอันเลิกคิ้วสูง
“บิดาท่านส่งองครักษ์มาอย่างนั้นหรือ”
ลั่วจิ่งเหยายิ้มแห้งๆ กู้ฉางอันค่อยๆ หันไปมองเด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาอีกครั้งตั้งแต่หัวจรดเท้า
“องครักษ์ อายุน้อยไปหน่อย แต่ก็ดีฝึกฝนตั้งแต่ยังเล็กๆ” ลั่วจิ่งเหยากุมขมับทันที
“เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่ได้ตกลงสักหน่อย”
“เจ้าพนันแพ้ข้าแล้วคนแพ้ต้องรักษาคำพูด” หนิงอันกระซิบเบาๆ
“แต่”
“อีกอย่างมีข้าวกินฟรีนะ”
นางยื่นเป็ดย่างไปดมตรงหน้าเขาลั่วจิ่งเหยาเงียบทันที
กู้ฉางอันมองภาพนั้นแล้วสุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
ดูเหมือนหลังจากพระชายาเข้าจวนมาสถานที่เงียบเหงานี้
จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
กลิ่นเป็ดย่างน้ำผึ้งหอมฟุ้งไปทั่วเรือนหนังเป็ดสีแดงเข้มเป็นเงาวับ
น้ำผึ้งเคลือบจนมันวาวน่ากินเสิ่นหนิงอันยิ้มอย่างภูมิใจ
“หอมใช่ไหมล่ะ”
นางยกถุงอาหารขึ้นสูงราวกับกำลังอวดสมบัติล้ำค่า
“ข้าอุตส่าห์ต่อราคากับแม่ค้าตั้งนานกว่าจะได้ราคานี้”
เสียงล้อรถเข็นดังขึ้นช้าๆ
เซียวอวี้เฉินนั่งอยู่บนรถเข็นไม้ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม
ดวงตาคมเย็นชามองมายังนาง
ก่อนจะเลื่อนไปยังเป็ดย่างในมือ
“ข้ารู้ว่าท่านไม่อยากเห็นข้า”
“แต่ข้าซื้อเป็ดย่าง ไก่อบมาฝากท่าน…ถ้าไม่กินก็เสียของนะ โบราณว่าพบกันเพียงครั้งวาสนาสูงส่ง เป็นสามีภรรยาต้องสั่งสมวาสนาสิบชาติ”
เงียบหนิงอันวางของตรงหน้าแล้วบ่น
“หนีไปใช้เงินก็ได้…แต่ไม่รู้ทำไม ขามันพากลับมาเอง”
เซียวอวี้เฉินมองถุงอาหารพวกนั้นนิ่งๆ สีหน้าไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
กู้ฉางอันเริ่มหน้าเสียทันที
“ท่านอ๋อง”
แต่ยังไม่ทันพูดจบ มือของเซียวอวี้เฉินปัดถุงอาหารทั้งหมดตกลงพื้นอย่างแรง
เป็ดย่างกลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นหิน
หนิงอันนิ่งไปทันที แม้แต่ลั่วจิ่งเหยายังอ้าปากค้าง หนิงอันเห็นภาพในอดีตของเซียวอวี้เฉินชัดเจน โดดเดี่ยวและไม่มีใครรับฟัง หนิงอันถอนหายใจยาว
ส่วนเซียวอวี้เฉินไม่ได้แม้แต่จะมองของบนพื้นอีกเขาเพียงหมุนรถเข็นกลับช้าๆ
น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้น
“ข้าไม่กินของพวกนี้” ล้อรถเข็นค่อยๆ เคลื่อนหายเข้าไปในความมืดของเรือนด้านในทิ้งไว้เพียงความเงียบ
เป็ดย่างที่เมื่อครู่ ตอนนี้กลับเลอะฝุ่นบนพื้นอย่างน่าเสียดาย
หนิงอันก้มมองมันนิ่งๆ
“เฮ้อ คนอะไรแบบนี้” นางพึมพำเบาๆ
“เป็ดข้าราคาตั้งสามตำลึงนะ”
ลั่วจิ่งเหยาแทบสำลักนี่คือสิ่งที่นางจะพูดจริงๆ หรือ
เสียงนั้นดังจนทุกคนหยุดหัวเราะพร้อมกัน ก่อนหันไปทางประตูสวน“ใครมาครับแล้วใครสั่งอะไรครับวันนี้เราบอกแล้วว่างดงรับแขก” ลั่วจิ่งหยาพูดขึ้นดังๆประตูค่อยๆ เปิดออก ชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรูเดินเข้ามา พร้อมกล่องไม้หลายใบที่คนติดตามช่วยกันถือ เขาหยุดอยู่กลางสวนแล้วหัวเราะ "ของฝากจากเป่ยโจวครับ"หนิงอันเบิกตากว้าง ก่อนรอยยิ้มจะกว้างขึ้นกว่าเดิม "หลี่เฉวียนเฉิง"เซียวอวี้เฉินมองอีกฝ่ายแล้วหัวเราะเบาๆ "มาช้ากว่าที่คิดแฮะ"หลี่เฉวียนเฉิงยักไหล่ "ทางไกลนิดหน่อยครับ แต่ผมตั้งใจว่าจะมาให้ทันงานเลี้ยง พอดี"แต่คนที่ไม่สนใจบทสนทนาเหล่านั้นเลยกลับเป็นหลี่ชิงหลวน หญิงสาวลุกพรวดจากเก้าอี้ดวงตาแดงเรื่อขึ้นทันที"พี่ชาย..."หลี่เฉวียนเฉิงอ้าแขนรับน้องสาวที่วิ่งเข้ามา ก่อนหลี่ชิงหลวนจะโผเข้ากอดเขาแน่น น้ำตาไหลออกมาโดยไม่คิดจะปิดบังอีกแล้ว"พี่ยอมมาแล้วจริงๆ"หลี่เฉวียนเฉิงกอดน้องสาวกลับ มือใหญ่ลูบศีรษะของเธอเบาๆ "พี่มาแล้วจะขาดพี่ไปได้อย่างไรในเมื่อทุกคนอยู่ที่นี่สนุกกันขนาดนี้"หลี่ชิงหลวนหัวเราะทั้งน้ำตา "ฉันคิดถึงพี่""พี่ก็คิดถึง"มันคือความคิดถึงของคนที่เคยอยู่ห่างกันคนละกาลเวลาและวันนี้… พวกเขาได้
ยามบ่ายของวันนั้นหนิงอันเดินทางมาถึงสุสานเล็กๆ นอกเมืองพร้อมเซียวอวี้เฉินและลั่วจิ่งเหยา บริเวณโดยรอบเงียบสงบ มีเพียงต้นไม้เก่าแก่เรียงรายอยู่สองข้างทาง หลังจากเดินขึ้นเนินมาได้ครู่หนึ่ง หนิงอันก็หยุดอยู่หน้าหลุมศพแห่งหนึ่งป้ายหินเรียบง่ายตั้งอยู่ใต้ต้นเหมยเก่า บนแผ่นหินสลักชื่อของชายชราที่เธอคุ้นเคยที่สุดในช่วงชีวิตปัจจุบันเสิ่นเซิ่นหนิงอันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ เดินเข้าไปคุกเข่าลงหน้าแท่นหิน ลั่วจิ่งเหยากับเซียวอวี้เฉินไม่ได้ตามเข้าไปใกล้ เพียงยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ ปล่อยให้เธอมีเวลาอยู่กับคุณปูเซิ่นผู้จากไปตามลำพังหนิงอันวางดอกเหมยช่อเล็กลงหน้าหลุมศพ ก่อนยิ้มบางๆ "คุณปู่ หนูกลับมาเยี่ยมแล้วนะคะ" เธอหยุดไปครู่หนึ่ง พลางมองชื่อบนแผ่นหิน "ครั้งนี้หนูจำได้แล้วว่าคุณปู่เคยดูแลหนูอย่างไรบ้าง"สายตาของหนิงอันค่อยๆ อ่อนลง "ตอนนั้นหนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมคุณปู่ถึงใจดีกับหนูขนาดนั้น ทั้งที่หนูเป็นแค่เด็กที่เดินเข้าไปในร้านของเก่า แล้วเอาแต่ถามโน่นถามนี่ กินขนมของคุณปู่จนหมด แถมยังทำของในร้านเกือบตกแตกตั้งหลายครั้ง" รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "แต่คุณปู่ก็ไม่เคยไล่
คนของเซียวกรุ๊ปทยอยลงมาถึงห้องลับพร้อมอุปกรณ์สำหรับขนย้ายสมบัติ เมื่อเห็นจำนวนหีบที่เรียงรายอยู่เต็มห้อง ทุกคนก็รีบแบ่งหน้าที่กันทันที หีบที่มีตราราชสำนักถูกตรวจสอบและถ่ายภาพก่อนขนขึ้นไป ส่วนหีบที่บรรจุเครื่องประดับ ทองคำ หยก และของโบราณล้ำค่าต่างถูกห่อด้วยวัสดุป้องกัน แล้วทยอยลำเลียงออกจากห้องทีละใบ เสียงกำชับให้ระวังไม่ให้หีบเก่ากระแทกดังสลับกับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้าออกไม่ขาดสายท่ามกลางความวุ่นวาย หนิงอันกลับสนใจเพียงหีบใบเล็กบนแท่นหิน หีบที่มีชื่อของเธอสลักอยู่บนฝาอย่างชัดเจนเซียวอวี้เฉินเดินเข้ามาหยุดข้างกาย ก่อนถามสั้นๆ ว่า "จะเปิดไหม"หนิงอันพยักหน้า "เปิดสิคะฉันเองก็อยากรู้ว่าข้างในมีอะไร"เธอค่อยๆ ยกฝาหีบขึ้น ภายในไม่ได้มีทองคำหรือหยกหายาก แต่เป็นกลีบดอกเหมยแห้งจำนวนหนึ่ง กลีบสีขาวอมชมพูถูกจัดเรียงไว้อย่างประณีต บางกลีบยังคงมีสีเดิมหลงเหลืออยู่ แม้เวลาจะผ่านมานานนับพันปีหนิงอันหยิบกลีบดอกหนึ่งขึ้นมา และภาพจากอดีตก็ปรากฏขึ้นในทันที สวนดอกเหมยในวันวาน เด็กสาวคนหนึ่งกำลังเด็ดดอกเหมยจากกิ่ง ก่อนยื่นให้ชายหนุ่มตรงหน้า "ให้เจ้า ข้าเห็นเจ้าชอบดอกเหมย" หลี่กวงเหว่ยรับมันไปพร้อมร
พูดจบ หนิงอันก็เสียบปลายปิ่นลงในร่องเล็กๆ ตรงขอบแผ่นหิน แล้วหมุนเบาๆกึกเสียงกลไกดังขึ้นจากใต้พื้นกึก... กึก... ครืดดด...แผ่นหินค่อยๆ เลื่อนออก เผยบันไดหินแคบๆ ที่ทอดลงไปในความมืด กลิ่นหอมลอยขึ้นมา แต่กลับไม่มีความเหม็นอับอย่างที่ควรเป็น มีเพียงกลิ่นไม้เก่าและน้ำมันรักจางๆลั่วจิ่งเหยาชะโงกหน้าลงไปมอง "โอ้โห...มีห้องลับจริงด้วย"เซียวอวี้เฉินมองบันไดที่ทอดลงไป ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ "ระวังตัว"กู้ฉางอันเปิดไฟฉายแรงสูง "ผมลงไปก่อนดีกว่า"หนิงอันรีบยกมือห้าม "อย่าเพิ่ง"ทุกคนหันกลับมามองหนิงอันชี้ไปยังขั้นบันไดขั้นแรก "มีสลัก"กู้ฉางอันส่องไฟตามทันที บนขอบขั้นหินมีรูเล็กๆ เรียงกันหลายรู หากไม่สังเกตแทบมองไม่เห็นลั่วจิ่งเหยาถึงกับถอยหลัง "ผมขอถอนคำพูดครับที่เมื่อครู่ผมบอกว่ามีสมบัติ"กู้ฉางอันหันมามอง "อะไรครับ"ลั่วจิ่งเหยากลืนน้ำลาย ก่อนพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง "ตอนนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วว่าเจ้าของสมบัติอยากให้เราเข้าไปเอา หรืออยากฆ่าเรามากกว่ากัน"หนิงอันหัวเราะ "ไม่ต้องกลัวน่าสมบัติในนั้นคุ้มไม่น้อย"เธอก้มลงเก็บก้อนหินเล็กๆ จากพื้น ก่อนโยนลงไปบนขั้นแรกแกร๊ก ฉับพลันนั้น เสียงกลไกหล
หนิงอันคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบหน้าตาเฉย "ยังไม่รู้"ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจ "คำตอบของนายหญิงทำให้ผมสบายใจขึ้นมากเลยครับ"รถจึงเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นกลาง ถนนแคบลงเรื่อยๆ จนต้องลดความเร็ว ตลอดสองข้างทางไม่มีบ้าน ไม่มีร้านค้า และไม่มีเสาไฟ มีเพียงต้นไม้เก่าแก่ขึ้นแน่นจนแสงแดดแทบส่องไม่ถึงพื้น จนกระทั่งผ่านโค้งสุดท้าย เนินเขาสูงเด่นเป็นสง่าเบื้องหน้าปรากฏบันไดหินทอดยาวขึ้นไปบนภูเขา และเหนือบันไดนั้นคือประตูวัดเก่าแก่ที่มีป้ายไม้เขียนว่า "วัดหลิงอวิ๋น"หนิงอันมองป้ายวัดแล้วหัวใจก็เต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ภาพเก่าๆ ผุดขึ้นมาในหัว วันที่เคยเดินมากับเซียวอวี้เฉิน วันที่ทั้งสองเคยขอพรด้วยกัน วันที่เธอเคยพูดเล่นว่าอยากรวย และวันที่เธอได้สัมผัสตัวหลี่กวงเหว่ย จนรับรู้ได้ว่าสมบัติที่เขาซ่อนไว้นั้นอยู่ที่ใดทันทีที่รถจอด หนิงอันก็เปิดประตูลงจากรถโดยไม่รอใคร เซียวอวี้เฉินรีบตามลงมา "หนิงอัน"แต่หนิงอันไม่ได้หยุด เธอเดินตรงผ่านประตูวัด ผ่านลานหิน ผ่านโบสถ์เก่า ไม่สนใจแม้แต่จะหยุดไหว้พระ ทุกคนรีบเดินตามอย่างงุนงง ลั่วจิ่งเหยาวิ่งตามหลังพลางบ่น "นายหญิงไม่แวะของพรหรือครับ"หนิงอันตอบโดยไม่หันกลับมา "พรสำฤทธ
หนิงอันส่ายหน้า "ยังไม่ทั้งหมดค่ะ แต่รู้สึกคุ้นมาก"เซียวอวี้เฉินมองถนนเบื้องหน้า ก่อนเอ่ยชื่อสถานที่ออกมาเบาๆ "วัดหลิงอวิ๋น ที่นี่คือวัดหลิงอวิ๋น"หนิงอันยิ้มทันที "ใช่ค่ะ"เสียงของลั่วจิ่งเหยาดังจากเบาะด้านหลัง "เดี๋ยวนะครับ วัดหลิงอวิ๋น วัดที่พวกเราเคยไปตอนอยู่ในอดีตน่ะหรือ"หนิงอันพยักหน้า "ใช่ตอนนั้นฉันตั้งใจ ไปสำรวจบริเวณรอบๆ เพื่อดูว่าสมบัติยังอยู่ดีไหมและแวะไปขอพร"ลั่วจิ่งเหยาถึงกับถอนหายใจ "แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนนั้นครับ""ตอนนั้นฉันจะบอกได้ยังไง" หนิงอันหัวเราะ "ถ้าบอกว่าที่วัดมีสมบัติของหลี่กวงเหว่ยซ่อนอยู่ พวกเราคงไม่ได้นั่งไหว้พระกันหรอก ทุกคนคงช่วยกันขุดวัดทั้งวัดแล้ว"กู้ฉางอันหลุดหัวเราะ "อันนั้นผมเห็นด้วย"ลั่วจิ่งเหยากอดอก "อย่างน้อยก็น่าจะกระซิบบอกผมสักคำ"หนิงอันหันไปมอง "ถ้าบอกนาย นายจะเก็บเป็นความลับได้หรือ"ลั่วจิ่งเหยานิ่งไปสองวินาที ก่อนตอบอย่างจริงใจ "ไม่ได้ครับ"เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วรถ เซียวเหวินหรงเองก็ส่ายหน้าพลางยิ้ม "คุณแม่นี่ชอบเซอร์ไพรส์จริงๆ ครับ"หนิงอันยกคางอย่างภูมิใจ "แน่นอนจะได้ตื่นเต้นกันไง"ลั่วจิ่งเหยาชะโงกหน้าออกไปมอง "พวกคุ
กู้ฉางอันถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะก้มลงเก็บซาลาเปาที่ตกอยู่“พระชายา”เสียงของขันทีหนุ่มเบาลง“อย่าถือสาท่านอ๋องเลยนะขอรับ”หนิงอันเงยหน้ามองเขากู้ฉางอันยิ้มจางๆแต่ในแววตากลับมีความเหนื่อยล้าลึกซ่อนอยู่“เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมันเกินกว่าจะทำให้ท่านอ๋องยิ้มได้หรือมองในด้านดีดีได้อีกแล้ว”สายต
“กลับบ้านสิ ใครบอกว่าแยกย้ายเจ้าเป็นทาสของข้าแล้ว”ลั่วจิ่งเหยาชะงัก ..บ้านหนิงอันเดินนำออกไปแล้วก่อนจะโบกมือแบบนายหญิงเต็มตัว“ต่อไปเจ้าคือคนรับใช้ของข้า คนรับใช้ก็ต้องเดินตามนายหญิง เข้าใจไหม”ลั่วจิ่งเหยากัดฟันแน่นชีวิตเขาจากนี้จบสิ้นแล้วจริงๆ ลั่วจิ่งเหยาเดินตามช้าๆสีหน้าซับซ้อนราวกำลังตั้ง
บรรยากาศรอบวงเงียบกริบลั่วจิ่งเหยากัดฟันแน่น ก่อนจะเปิดถ้วยออกอย่างแรงปึง ลูกเต๋าสามลูกปรากฏต่อหน้าทุกคนหก หก หก สูงสุดจริงๆทั้งโรงน้ำชาเงียบไปสองวินาทีก่อนจะระเบิดเสียงดังลั่น“แม่นางน้อยชนะอีกแล้ว”“นางชนะจริงๆ”“สวรรค์ นี่มันเซียนพนันชัดๆ” หนิงอันหัวเราะออกมาทันที“ฮ่าๆๆ รวยแล้วโว้ย” นางรีบก
เด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาเม้มปากแน่นทันทีใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเล็กน้อยเขาลั่วจิ่งเหยาไม่เคยขายหน้าขนาดนี้มาก่อนในชีวิตเดิมทีคิดจะใช้การพนันกอบโกยเงินจากพวกคนโง่ในโรงน้ำชา ด้วยการฝังแม่เหล็กที่นิ้วมือใครจะคิดว่าจะมีหญิงสาวประหลาดโผล่มา สูบเงิน เขาเกลี้ยงแบบนี้ยิ่งมองหนิงอันที่กำลังยิ้มแฉ่งอย่าง







