LOGINเงยหน้าขึ้นมองเพดาน
“หา บ้านร้างนี่ สวมชุดสีแดง ฉันกำลังแต่งงานว่าแต่แต่งกับใคร ใครคือเจ้าบ่าว อย่าบอกนะว่าอิอิ หนุ่มหล่อรวยและล่ำเหมือนพระเอกล่าหยกคนนั้นฮ่าาาาา”
สูดหายใจลึกเสียงล้อรถเข็นไม้ไผ่ ดังใกล้เข้ามา
หนิงอันชะงักงันหันไปช้าๆ อย่างที่คาดหวังไว้เต็มเปา
“อะไม่เห็นเหมือนในซีรีย์เลย”บุรุษผู้สวมอาภรณ์สีดำดำ นั่งอยู่กลางเงามืดใบหน้าหล่อเหลาราวภาพวาด แต่ดวงตา…เย็นชาไร้วิญญาณทั้งสองจ้องกัน
เงียบเหมือนโลกหยุดหมุน
“เจ้าคือชายาข้าหรือ” เขาเอ่ยกำลังจะตอบแต่ทันใดนั้นภาพบางอย่าง
เปิดออกเหมือนม่านถูกฉีกมองเห็นเส้นสีดำเลื้อยอยู่ใต้ผิวเขา
หัวใจที่แตกร้าว และพลังบางอย่าง ที่ผิดปกติ เรื่องราวในชีวิตของบุรษใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าไหลผ่านหน้าหนิงอันไป“ท่านป่วยนี่”หนิงอันถอยหลังทันที แบบที่ไม่ได้ตั้งใจ ป่วยแล้วยังพิการ
“นี่ฉันทำไมมองทะลุไปข้างในร่างกายได้ แล้วนั่นเหมือนกับจะบอกว่าต้องรักษาแบบไหนด้วย”
“เจ้ามองอะไร” เสียงเขาต่ำลงหนิงอันชี้มือไปที่ตัวเขา
“ท่าน”แล้วหลุดคำพูดออกมา
เขาจ้องนาง แล้วหัวเราะเบาๆ
“ทำไมไม่ยืนทำไมต้องนั่งรถเข็น”อ๋องเซียว ขยับผ้าที่วางบนตัก
“ห้ามยุ่งไปให้พ้น”
หนิงอันยิ้มเจื่อนๆคนอื่นทะลุมิติมา ได้พระเอกหล่อ รวย คลั่งรัก
สูดหายใจลึก ฉันมาปุ๊บต้องแต่งกับอ๋องพิการใกล้ตาย ปากจัดและมองโลกในแง่ร้ายพระเอก..ล่าหยก..ฉันไปไหนเสีย
“ป่วยแล้วอย่างไรไม่ต้องมายุ่งกับข้า” อ่อเหรอ คนอะไรปิดประตูหมดแบบนี้ช่างหัวแกสิ
“เจ้าเป็นหมอหรือไร”
“ไม่แต่ข้าตอนนี้คิดว่ารักษาท่านได้ แต่ข้าไม่อยากรักษาแล้วล่ะ”มือใหญ่พุ่งพลวดเดียวบีบคอแน่น ลิ้นจุกปากหายใจแทบไม่ออก
“อ่อกกๆๆๆๆปละปละปล่อยข้านะ” อดีตของเวียวอวี้เฉินไหลออกมา ผ่านการสัมผัส ก่อนที่จะสะดุดลงร่างเล็กถูกผลักไปชนผนังห้อง
“เจ้า ปฏิเสธข้าไม่ได้หรอก ข้าบอกให้เจ้ารักษาก็ต้องรักษา”
“อ้าวเมื่อกี้ยังบอก ไม่”
เจ็บก็เจ็บแต่ยังกล้าเถียง คนคนนี้ตามที่เห็นคือว่างเปล่ามีแต่อดีตที่ยุ่งเหยิงพันกันมั่วไปหมด แต่ภายในใจของเขากลวงโบ๋ ขาวสะอาด ราบเรียบ
“ข้าหนีก็ได้”ลุกขึ้นเตรียมวิ่งยังไม่ทันถึงสองก้าวด้วยซ้ำ
กระบี่ข้างรถเข็นถูกชักออกขวางหน้าเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด หนิงอัน หลับตาปี๋เสียวสันหลังวาบ ใจหล่นที่ตาตุ่ม
“ขะขะข้าไม่หนีแล้วลดกระบี่ลงเถอะใต้เท้า ไม่สิสามี ไม่สิที่รัก”ใช้นิ้วจิ้มกระบี่ให้ถอยห่าง
“ฮือออออปล่อยข้านะไม่อย่างนั้นข้าจะร้องให้คนช่วย”ขันทีกู้ฉางอันที่เพิ่งจะเดินมาถึง ก้มศรีษะลง เอ่ยช้าๆเบาๆ
“พระชายาอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่กลับเข้าไปข้างในเถอะ ไม่อย่างนั้นท่านอ๋องจะยิ่งโมโห”
เหมือนคำเตือนด้วยความหวังดี หากแต่ฟังอีกทีก็คล้ายคำขู่
“ข้าไม่หนีก็ได้”กู้ฉางอันรับเอากระบี่ไปเก็บไว้ที่ข้างรถเข็นเหมือนเดิม
“ดี ข้าก็แค่อยากจะรู้ว่าคำพูดของเจ้า…มีค่าพอจะแลกชีวิตหรือไม่เจ้าโอ้อวดว่ารักษาข้าได้ ข้าก็จะดูว่าเจ้าทำได้จริงไหม”
หนิงอันยืนตรงแม้หัวใจยังเต้นแรงแต่รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏช้าๆ
“ตกลงให้ข้ารักษาให้ใช่ไหม”แล้วพึมพำเบาๆ
“ค่อยหาทางหนีตอนนี้ตามน้ำไปก่อน ในเมื่อหนีก็ไม่ได้”
เงยหน้ามองเขาดวงตาวาววับ แต่ให้ตายเหอะหล่อจริงๆ ถ้ายืนจะสูงแค่ไหน หนิงอันคงยืนอยู่แค่อกเขาสินะ
“งั้นก็ขอใช้สามีพิการคนนี้…พลิกชีวิตตัวเองหน่อยก็แล้วกัน”
“ไม่ต้อง ไปให้พ้นหน้าข้าเสีย กู้ฉางอันพานางไปให้พ้นหน้าข้าเสียที”หนิงอันถอนหายใจยาว กู้ฉางอันผายมือเชิญหนิงอัน
ไก่ขันยามเช้าสดชื่นแจ่มใสแต่ท้องร้อง หนิงอันในอาภรณ์สีพื้นชุดชายานั่นแหละ…แต่สภาพเหมือนคนเพิ่งรอดตาย ยืนพิงเสาไม้เก่าๆ อย่างหมดแรง
ท้องร้อง รัวๆ
“โครกๆๆๆ”
“หิวชะมัดเลยทำไมยังไม่มีใครยกอาหารมาให้เหมือนในชีรีย์จีนนะจวนอ๋องสาวใช้ไปไหนหมด” ดวงชะตาทำบาปกันโพด
เสิ่นหนิงอันกุมท้องตัวเองแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยสายตามองไปรอบจวน
เงียบ ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาคน สายตาสะดุดเข้ากับชุดแดงบนโต๊ะมีเหรียญเงินอยู่ไม่กี่เหรียญและเงินก้อนอีกหนึ่งก้อน ความทรงจำวิ่งเข้ามาชนทันที ท่านแม่ของเสิ่นหนิงอัน ที่ป่วยติดเตียงยัดเหรียญใส่ในมือให้กับบุตรีอาภัพคนนี้เพียงไม่กี่เหรียญ ..โธ่ถังถอนหายใจรวบเอาเหรียญเงินมายัดใส่อกเสื้อ ก่อนเดินสำรวจไปทั่วๆ
“นี่มันจวนอ๋องจริงๆ เหรอ หรือบ้านผีสิงกันแน่” นางพึมพำ เดินไปสองก้าวก็บ่นสามก้าวก็บ่นเปิดหม้อ …ว่าง เปิดตู้ ….โล่ง
“…ดีมาก ดีจริงๆ” นางพยักหน้าให้ตัวเอง
“แต่งเข้ามาได้ผัวพิการไม่พอ ยังต้องอดตายอีก”
นางถอนหายใจยาวก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออย่างตัดสินใจเด็ดขาด
“ไม่ได้ ขืนอยู่ต่อมีหวังตายรอบสองแน่”แล้วก็เดินออกจากจวนไปทั้งอย่างนั้น
ระหว่างเดิน…ยังไม่วายบ่นงึมงำ
“ข้าไปหาอะไรกินเองก็ได้วะ ข้างนอกต้องมีขายบ้างแหละ…อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งมองหม้อเปล่าในจวนผัวพิการ…”
อีกด้านหนึ่งของจวน
ชานเรือนมืดอ๋องเซียวอวี้เฉินนั่งนิ่งอยู่บนรถเข็นใบ ไร้อารมณ์สายตาจับจ้องไปยังประตูทางออกของจวนอ๋อง ที่ร่างของชายาคนใหม่เพิ่งหายไป
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย กู้ฉางอันที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบก้มศีรษะ
“ไป” เสียงอ๋องเซียวเรียบเฉยขันทีหนุ่มชะงักเล็กน้อย
“ท่านอ๋อง…จะตามนางไปหรือขอรับ”
เสียงนั้นดังจนทุกคนหยุดหัวเราะพร้อมกัน ก่อนหันไปทางประตูสวน“ใครมาครับแล้วใครสั่งอะไรครับวันนี้เราบอกแล้วว่างดงรับแขก” ลั่วจิ่งหยาพูดขึ้นดังๆประตูค่อยๆ เปิดออก ชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรูเดินเข้ามา พร้อมกล่องไม้หลายใบที่คนติดตามช่วยกันถือ เขาหยุดอยู่กลางสวนแล้วหัวเราะ "ของฝากจากเป่ยโจวครับ"หนิงอันเบิกตากว้าง ก่อนรอยยิ้มจะกว้างขึ้นกว่าเดิม "หลี่เฉวียนเฉิง"เซียวอวี้เฉินมองอีกฝ่ายแล้วหัวเราะเบาๆ "มาช้ากว่าที่คิดแฮะ"หลี่เฉวียนเฉิงยักไหล่ "ทางไกลนิดหน่อยครับ แต่ผมตั้งใจว่าจะมาให้ทันงานเลี้ยง พอดี"แต่คนที่ไม่สนใจบทสนทนาเหล่านั้นเลยกลับเป็นหลี่ชิงหลวน หญิงสาวลุกพรวดจากเก้าอี้ดวงตาแดงเรื่อขึ้นทันที"พี่ชาย..."หลี่เฉวียนเฉิงอ้าแขนรับน้องสาวที่วิ่งเข้ามา ก่อนหลี่ชิงหลวนจะโผเข้ากอดเขาแน่น น้ำตาไหลออกมาโดยไม่คิดจะปิดบังอีกแล้ว"พี่ยอมมาแล้วจริงๆ"หลี่เฉวียนเฉิงกอดน้องสาวกลับ มือใหญ่ลูบศีรษะของเธอเบาๆ "พี่มาแล้วจะขาดพี่ไปได้อย่างไรในเมื่อทุกคนอยู่ที่นี่สนุกกันขนาดนี้"หลี่ชิงหลวนหัวเราะทั้งน้ำตา "ฉันคิดถึงพี่""พี่ก็คิดถึง"มันคือความคิดถึงของคนที่เคยอยู่ห่างกันคนละกาลเวลาและวันนี้… พวกเขาได้
ยามบ่ายของวันนั้นหนิงอันเดินทางมาถึงสุสานเล็กๆ นอกเมืองพร้อมเซียวอวี้เฉินและลั่วจิ่งเหยา บริเวณโดยรอบเงียบสงบ มีเพียงต้นไม้เก่าแก่เรียงรายอยู่สองข้างทาง หลังจากเดินขึ้นเนินมาได้ครู่หนึ่ง หนิงอันก็หยุดอยู่หน้าหลุมศพแห่งหนึ่งป้ายหินเรียบง่ายตั้งอยู่ใต้ต้นเหมยเก่า บนแผ่นหินสลักชื่อของชายชราที่เธอคุ้นเคยที่สุดในช่วงชีวิตปัจจุบันเสิ่นเซิ่นหนิงอันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ เดินเข้าไปคุกเข่าลงหน้าแท่นหิน ลั่วจิ่งเหยากับเซียวอวี้เฉินไม่ได้ตามเข้าไปใกล้ เพียงยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ ปล่อยให้เธอมีเวลาอยู่กับคุณปูเซิ่นผู้จากไปตามลำพังหนิงอันวางดอกเหมยช่อเล็กลงหน้าหลุมศพ ก่อนยิ้มบางๆ "คุณปู่ หนูกลับมาเยี่ยมแล้วนะคะ" เธอหยุดไปครู่หนึ่ง พลางมองชื่อบนแผ่นหิน "ครั้งนี้หนูจำได้แล้วว่าคุณปู่เคยดูแลหนูอย่างไรบ้าง"สายตาของหนิงอันค่อยๆ อ่อนลง "ตอนนั้นหนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมคุณปู่ถึงใจดีกับหนูขนาดนั้น ทั้งที่หนูเป็นแค่เด็กที่เดินเข้าไปในร้านของเก่า แล้วเอาแต่ถามโน่นถามนี่ กินขนมของคุณปู่จนหมด แถมยังทำของในร้านเกือบตกแตกตั้งหลายครั้ง" รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "แต่คุณปู่ก็ไม่เคยไล่
คนของเซียวกรุ๊ปทยอยลงมาถึงห้องลับพร้อมอุปกรณ์สำหรับขนย้ายสมบัติ เมื่อเห็นจำนวนหีบที่เรียงรายอยู่เต็มห้อง ทุกคนก็รีบแบ่งหน้าที่กันทันที หีบที่มีตราราชสำนักถูกตรวจสอบและถ่ายภาพก่อนขนขึ้นไป ส่วนหีบที่บรรจุเครื่องประดับ ทองคำ หยก และของโบราณล้ำค่าต่างถูกห่อด้วยวัสดุป้องกัน แล้วทยอยลำเลียงออกจากห้องทีละใบ เสียงกำชับให้ระวังไม่ให้หีบเก่ากระแทกดังสลับกับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้าออกไม่ขาดสายท่ามกลางความวุ่นวาย หนิงอันกลับสนใจเพียงหีบใบเล็กบนแท่นหิน หีบที่มีชื่อของเธอสลักอยู่บนฝาอย่างชัดเจนเซียวอวี้เฉินเดินเข้ามาหยุดข้างกาย ก่อนถามสั้นๆ ว่า "จะเปิดไหม"หนิงอันพยักหน้า "เปิดสิคะฉันเองก็อยากรู้ว่าข้างในมีอะไร"เธอค่อยๆ ยกฝาหีบขึ้น ภายในไม่ได้มีทองคำหรือหยกหายาก แต่เป็นกลีบดอกเหมยแห้งจำนวนหนึ่ง กลีบสีขาวอมชมพูถูกจัดเรียงไว้อย่างประณีต บางกลีบยังคงมีสีเดิมหลงเหลืออยู่ แม้เวลาจะผ่านมานานนับพันปีหนิงอันหยิบกลีบดอกหนึ่งขึ้นมา และภาพจากอดีตก็ปรากฏขึ้นในทันที สวนดอกเหมยในวันวาน เด็กสาวคนหนึ่งกำลังเด็ดดอกเหมยจากกิ่ง ก่อนยื่นให้ชายหนุ่มตรงหน้า "ให้เจ้า ข้าเห็นเจ้าชอบดอกเหมย" หลี่กวงเหว่ยรับมันไปพร้อมร
พูดจบ หนิงอันก็เสียบปลายปิ่นลงในร่องเล็กๆ ตรงขอบแผ่นหิน แล้วหมุนเบาๆกึกเสียงกลไกดังขึ้นจากใต้พื้นกึก... กึก... ครืดดด...แผ่นหินค่อยๆ เลื่อนออก เผยบันไดหินแคบๆ ที่ทอดลงไปในความมืด กลิ่นหอมลอยขึ้นมา แต่กลับไม่มีความเหม็นอับอย่างที่ควรเป็น มีเพียงกลิ่นไม้เก่าและน้ำมันรักจางๆลั่วจิ่งเหยาชะโงกหน้าลงไปมอง "โอ้โห...มีห้องลับจริงด้วย"เซียวอวี้เฉินมองบันไดที่ทอดลงไป ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ "ระวังตัว"กู้ฉางอันเปิดไฟฉายแรงสูง "ผมลงไปก่อนดีกว่า"หนิงอันรีบยกมือห้าม "อย่าเพิ่ง"ทุกคนหันกลับมามองหนิงอันชี้ไปยังขั้นบันไดขั้นแรก "มีสลัก"กู้ฉางอันส่องไฟตามทันที บนขอบขั้นหินมีรูเล็กๆ เรียงกันหลายรู หากไม่สังเกตแทบมองไม่เห็นลั่วจิ่งเหยาถึงกับถอยหลัง "ผมขอถอนคำพูดครับที่เมื่อครู่ผมบอกว่ามีสมบัติ"กู้ฉางอันหันมามอง "อะไรครับ"ลั่วจิ่งเหยากลืนน้ำลาย ก่อนพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง "ตอนนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วว่าเจ้าของสมบัติอยากให้เราเข้าไปเอา หรืออยากฆ่าเรามากกว่ากัน"หนิงอันหัวเราะ "ไม่ต้องกลัวน่าสมบัติในนั้นคุ้มไม่น้อย"เธอก้มลงเก็บก้อนหินเล็กๆ จากพื้น ก่อนโยนลงไปบนขั้นแรกแกร๊ก ฉับพลันนั้น เสียงกลไกหล
หนิงอันคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบหน้าตาเฉย "ยังไม่รู้"ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจ "คำตอบของนายหญิงทำให้ผมสบายใจขึ้นมากเลยครับ"รถจึงเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นกลาง ถนนแคบลงเรื่อยๆ จนต้องลดความเร็ว ตลอดสองข้างทางไม่มีบ้าน ไม่มีร้านค้า และไม่มีเสาไฟ มีเพียงต้นไม้เก่าแก่ขึ้นแน่นจนแสงแดดแทบส่องไม่ถึงพื้น จนกระทั่งผ่านโค้งสุดท้าย เนินเขาสูงเด่นเป็นสง่าเบื้องหน้าปรากฏบันไดหินทอดยาวขึ้นไปบนภูเขา และเหนือบันไดนั้นคือประตูวัดเก่าแก่ที่มีป้ายไม้เขียนว่า "วัดหลิงอวิ๋น"หนิงอันมองป้ายวัดแล้วหัวใจก็เต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ภาพเก่าๆ ผุดขึ้นมาในหัว วันที่เคยเดินมากับเซียวอวี้เฉิน วันที่ทั้งสองเคยขอพรด้วยกัน วันที่เธอเคยพูดเล่นว่าอยากรวย และวันที่เธอได้สัมผัสตัวหลี่กวงเหว่ย จนรับรู้ได้ว่าสมบัติที่เขาซ่อนไว้นั้นอยู่ที่ใดทันทีที่รถจอด หนิงอันก็เปิดประตูลงจากรถโดยไม่รอใคร เซียวอวี้เฉินรีบตามลงมา "หนิงอัน"แต่หนิงอันไม่ได้หยุด เธอเดินตรงผ่านประตูวัด ผ่านลานหิน ผ่านโบสถ์เก่า ไม่สนใจแม้แต่จะหยุดไหว้พระ ทุกคนรีบเดินตามอย่างงุนงง ลั่วจิ่งเหยาวิ่งตามหลังพลางบ่น "นายหญิงไม่แวะของพรหรือครับ"หนิงอันตอบโดยไม่หันกลับมา "พรสำฤทธ
หนิงอันส่ายหน้า "ยังไม่ทั้งหมดค่ะ แต่รู้สึกคุ้นมาก"เซียวอวี้เฉินมองถนนเบื้องหน้า ก่อนเอ่ยชื่อสถานที่ออกมาเบาๆ "วัดหลิงอวิ๋น ที่นี่คือวัดหลิงอวิ๋น"หนิงอันยิ้มทันที "ใช่ค่ะ"เสียงของลั่วจิ่งเหยาดังจากเบาะด้านหลัง "เดี๋ยวนะครับ วัดหลิงอวิ๋น วัดที่พวกเราเคยไปตอนอยู่ในอดีตน่ะหรือ"หนิงอันพยักหน้า "ใช่ตอนนั้นฉันตั้งใจ ไปสำรวจบริเวณรอบๆ เพื่อดูว่าสมบัติยังอยู่ดีไหมและแวะไปขอพร"ลั่วจิ่งเหยาถึงกับถอนหายใจ "แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่ตอนนั้นครับ""ตอนนั้นฉันจะบอกได้ยังไง" หนิงอันหัวเราะ "ถ้าบอกว่าที่วัดมีสมบัติของหลี่กวงเหว่ยซ่อนอยู่ พวกเราคงไม่ได้นั่งไหว้พระกันหรอก ทุกคนคงช่วยกันขุดวัดทั้งวัดแล้ว"กู้ฉางอันหลุดหัวเราะ "อันนั้นผมเห็นด้วย"ลั่วจิ่งเหยากอดอก "อย่างน้อยก็น่าจะกระซิบบอกผมสักคำ"หนิงอันหันไปมอง "ถ้าบอกนาย นายจะเก็บเป็นความลับได้หรือ"ลั่วจิ่งเหยานิ่งไปสองวินาที ก่อนตอบอย่างจริงใจ "ไม่ได้ครับ"เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วรถ เซียวเหวินหรงเองก็ส่ายหน้าพลางยิ้ม "คุณแม่นี่ชอบเซอร์ไพรส์จริงๆ ครับ"หนิงอันยกคางอย่างภูมิใจ "แน่นอนจะได้ตื่นเต้นกันไง"ลั่วจิ่งเหยาชะโงกหน้าออกไปมอง "พวกคุ
บรรยากาศรอบวงเงียบกริบลั่วจิ่งเหยากัดฟันแน่น ก่อนจะเปิดถ้วยออกอย่างแรงปึง ลูกเต๋าสามลูกปรากฏต่อหน้าทุกคนหก หก หก สูงสุดจริงๆทั้งโรงน้ำชาเงียบไปสองวินาทีก่อนจะระเบิดเสียงดังลั่น“แม่นางน้อยชนะอีกแล้ว”“นางชนะจริงๆ”“สวรรค์ นี่มันเซียนพนันชัดๆ” หนิงอันหัวเราะออกมาทันที“ฮ่าๆๆ รวยแล้วโว้ย” นางรีบก
เด็กหนุ่มนามลั่วจิ่งเหยาเม้มปากแน่นทันทีใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเล็กน้อยเขาลั่วจิ่งเหยาไม่เคยขายหน้าขนาดนี้มาก่อนในชีวิตเดิมทีคิดจะใช้การพนันกอบโกยเงินจากพวกคนโง่ในโรงน้ำชา ด้วยการฝังแม่เหล็กที่นิ้วมือใครจะคิดว่าจะมีหญิงสาวประหลาดโผล่มา สูบเงิน เขาเกลี้ยงแบบนี้ยิ่งมองหนิงอันที่กำลังยิ้มแฉ่งอย่าง
หนิงอันยิ้มหวาน ก่อนจะเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ“ข้าลงสูง” บรรยากาศรอบโต๊ะพนันเงียบลงไปชั่วอึดใจก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา“ฮ่าๆๆ แม่หนูน้อย ลงหมดตัวเลยหรือดูหน้าก็รู้แล้วว่าไม่มีเงิน”“ระวังร้องไห้นะ”หนิงอันปรายตามองคนพูดก่อนจะยิ้มบางๆ“ร้องไห้” นางเลิกคิ้ว “พวกเจ้าต่างหากที่ควรเตรียมร้อง”“โอ้โ
กู้ฉางอันรีบเข็นรถออกไป“ไม่”ล้อรถดัง ครืด…ครืด…ไปตามทางก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ“อ๋องท่านไม่กลัวหรือขอรับ…ว่านางจะไปแล้วไม่กลับมา”อ๋องเซียวหลุบตาลงเล็กน้อย“ไม่กลับมาก็เรื่องของนาง ข้าหาสนใจไม่”เสียงเขาเรียบ…แทบไร้ความรู้สึกก่อนจะพูดต่อ“ข้าก็ไม่ได้อยากมีชายาเสียหน่อย” คำพูดเย็นชาแต่ไม่รู้ทำไม…แววตา







