Home / รักโบราณ / ชายาตาบอดของทรราช / ห้วงที่ ๓ เดรัจฉานหน้าเหม็น!

Share

ห้วงที่ ๓ เดรัจฉานหน้าเหม็น!

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-24 21:10:09

เคร้ง!

เสียงโลหะปะทะกัน ร่างบางที่หดเกร็งรอรับความเจ็บปวดกลับสัมผัสได้เพียงสายลมกรรโชกวูบหนึ่งที่พัดผ่านพวงแก้มไป ตามมาด้วยเสียงแตกร้าวของใบดาบชั้นดีที่แหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“อ๊าก!”

เสียงร้องโหยหวนของมือสังหารดังลั่น ก่อนที่ร่างของมันจะลอยละลิ่วไปกระแทกกับบานประตูจนพังครืนลงมา โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นกระเบื้องศิลา ทว่าไม่มีแม้แต่หยดเดียวที่กระเด็นมาถูกเรือนร่างอรชรซึ่งกำลังคุดคู้ตัวสั่นเทาอยู่ตรงมุมห้อง

เซียวรั่วเวยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ทัศนวิสัยที่มืดมิดและพร่ามัวทำให้นางมองเห็นเพียงเงาดำทะมึนของบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเดินเข้ามาใกล้ เขายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง แหวนหยกหยกสวมนิ้วโป้งที่เคยอยู่บนมือหนาฝังลึกอยู่กลางหน้าผากของมือสังหารผู้เคราะห์ร้าย บ่งบอกถึงพลังปราณอันลึกล้ำและแม่นยำจนน่าสะพรึงกลัว

“ปะ... เป็นสวรรค์คุ้มครองโดยแท้” นางแสร้งละล่ำละลัก น้ำตาเม็ดโตกลิ้งหล่นจากหางตา “หม่อมฉันนึกว่าจะต้องทิ้งชีวิตไว้เสียแล้ว”

เยี่ยนสิงโจวไม่กล่าววาจาใด ชายหนุ่มย่อกายลงตรงหน้าสตรีที่กำลังสะอื้นไห้ มือแกร่งคว้าเข้าที่ข้อมือบางอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วสากกดลงบนจุดชีพจรของนางอย่างจงใจ

โฉมงามสะดุ้ง ทว่าในใจกลับเย็นเยียบ นางรู้ทันทีว่าพยัคฆ์ร้ายผู้นี้กำลังตรวจสอบเส้นลมปราณของนาง โชคดีที่เคล็ดวิชาของตระกูลเซียวสามารถสกัดกั้นการไหลเวียนของลมปราณให้ปั่นป่วนและอ่อนแรงได้ดั่งใจนึก ชีพจรของนางในยามนี้จึงเต้นรัวและไร้ระเบียบเฉกเช่นสตรีไร้วรยุทธ์ที่กำลังตื่นตระหนก

“ท่านอุปราช ท่านจับข้อมือหม่อมฉันทำไมหรือเพคะ? หม่อมฉันเจ็บ” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างใสซื่อ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม

“ชีพจรของเจ้าเต้นแรง” ร่างสูงแค่นเสียงในลำคอ ยอมปล่อยมือกระดูกขาวนวลนั้นให้เป็นอิสระ “ดูเหมือนความกลัวของเจ้าจะมิใช่การเสแสร้ง หรือหากเป็นการแสดง ก็ถือว่าเจ้าฝึกฝนมาได้แนบเนียนจนตบตาเปิ่นหวางได้”

“หม่อมฉันตาบอดกลางคืน ซ้ำยังไร้เรี่ยวแรง จะเอาอันใดไปเสแสร้งหลอกลวงท่านได้เล่าเพคะะ” หญิงสาวก้มหน้า ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนไหล่สั่นสะท้าน

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดิน องครักษ์เสื้อแพรนำโดย ❛จื่อเยวียน❜ คนสนิทของอุปราชหนุ่มพุ่งพรวดเข้ามาในห้องพร้อมคบเพลิงสว่างไสว แสงไฟสาดส่องให้เห็นสภาพห้องที่พังยับเยินและศพของนักฆ่าที่นอนจมกองเลือด

“ท่านอุปราช! กระหม่อมสมควรตายที่ปล่อยให้หนูสกปรกเล็ดลอดเข้ามาได้!” จื่อเยวียนคุกเข่าลงกระแทกพื้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและละอายใจ

เยี่ยนสิงโจวหยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูง กลิ่นอายสังหารรอบกายแผ่ซ่านจนบรรดาองครักษ์แทบหยุดหายใจ

“ค้นตัวมัน ดูว่ามีสัญลักษณ์ของตระกูลใดหรือไม่ แล้วลากตัวมันไปโยนทิ้งที่ป่าช้าท้ายเมือง ส่วนพวกเจ้าที่บกพร่องต่อหน้าที่ จงไปรับโบยคนละห้าสิบไม้ที่ลานลงทัณฑ์”

“น้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ!”

เหล่าองครักษ์รีบจัดการลากศพออกไปอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังช่วยจุดเทียนไขในห้องให้สว่างไสวขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเร้นกายหายไปในความมืดอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้ภายในห้องกว้างเหลือเพียงบุรุษหนุ่มและอนุภรรยาที่ยังคงนั่งกองอยู่บนพื้น

แสงสว่างที่กลับคืนมาทำให้เซียวรั่วเวยมองเห็นสิ่งรอบกายชัดเจนขึ้น ทว่าสิ่งที่นางเห็นกลับทำให้นางต้องลอบสูดปากด้วยความคับแค้นใจ พื้นกระเบื้องศิลาที่นางนั่งอยู่เต็มไปด้วยคราบเลือดสีแดงฉาน ซ้ำยังมีเศษไม้และเศษแจกันแตกกระจายเกลื่อนกลาด

“หยุดบีบน้ำตาได้แล้ว รำคาญหู” ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินปรายตามองลงมายังดรุณีน้อย “รอดตายแล้วก็ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของเจ้าเสีย”

“หน้าที่อันใดหรือเพคะ?” นางช้อนดวงตาแดงก่ำขึ้นมองเขาอย่างงุนงง

รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนมุมปากของชายหนุ่ม “เจ้าบอกว่าบิดาส่งมาเพื่อปรนนิบัติรับใช้เปิ่นหวางมิใช่หรือ? เช่นนั้นก็จงเช็ดคราบเลือดบนพื้นเหล่านี้ให้สะอาดหมดจดเสีย หากพรุ่งนี้เช้าเปิ่นหวางตื่นมาแล้วยังมีกลิ่นคาวเลือดหรือรอยด่างพร้อยแม้แต่จุดเดียว เปิ่นหวางจะหักนิ้วนุ่มนิ่มของเจ้าทิ้งทีละนิ้ว”

กล่าวจบ ทรราชหนุ่มก็สะบัดชายแขนเสื้อเดินกลับไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างอย่างไม่ยี่หระ ปล่อยให้สตรีร่างน้อยนั่งอ้าปากค้าง

‘เยี่ยนสิงโจว! เจ้าเดรัจฉานหน้าเหม็น!’

รั่วเวยด่ากราดอยู่ในใจเป็นหมื่นประโยค นางเป็นถึงคุณหนูใหญ่ตระกูลเซียว แม้จะถูกทอดทิ้งแต่ก็ไม่เคยต้องมาเช็ดเลือดกวาดพื้นเยี่ยงทาสรับใช้เช่นนี้ ทว่าเมื่อนึกถึงภารกิจที่แบกไว้บนบ่า โฉมงามก็จำต้องกล้ำกลืนความกริ้วโกรธลงคอ ค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นไปหยิบผ้าขี้ริ้วและถังน้ำตรงมุมห้องมานั่งขัดพื้นอย่างเอาเป็นเอาตาย

ตลอดทั้งคืนที่หนาวเหน็บ ร่างอรชรต้องทนเช็ดคราบเลือดคาวคลุ้งจนมือไม้ถลอก ขณะที่บุรุษตัวการกลับนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงอุ่นสบาย เสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเขา ยิ่งกระพือโทสะในใจของนางให้ลุกโชน

สายลมย่ำรุ่งพัดโชย พร้อมกับแสงแดดที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่าง

เยี่ยนสิงโจวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง ชายหนุ่มปรายตามองไปรอบห้อง สิ่งแรกที่สะดุดตาคือพื้นกระเบื้องที่สะอาดสะอ้านเงางาม ไร้ซึ่งรอยคราบเลือดและเศษซากใด ๆ ทว่าเมื่อกวาดสายตาไปยังมุมห้องกลับพบร่างบอบบางของอนุภรรยานอนฟุบหลับอยู่ข้างถังน้ำในสภาพอิดโรย ใบหน้าจิ้มลิ้มซีดเซียว อาภรณ์เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรก

“จื่อเยวียน” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเรียกแผ่วเบา

เพียงอึดใจ องครักษ์คนสนิทก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า “ท่านอุปราชมีสิ่งใดชี้แนะพ่ะย่ะค่ะ”

“พานางไปพักที่เรือนไผ่หยกท้ายจวน แล้วสั่งให้สาวใช้เตรียมน้ำอุ่นให้นางอาบเสีย” ร่างสูงสั่งการด้วยใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะลุกขึ้นผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เพื่อเตรียมตัวไปว่าราชการ

จื่อเยวียนลอบมองสตรีที่หลับใหลด้วยความประหลาดใจ ร้อยวันพันปีผู้เป็นนายไม่เคยเก็บสตรีใดไว้ข้างกาย ยิ่งเป็นสตรีที่ส่งมาจากจวนเสนาบดีเซียวซึ่งเป็นศัตรูทางการเมืองยิ่งควรถูกโยนออกไปตั้งแต่คืนแรก ทว่าท่านอุปราชกลับยอมให้นางรอดชีวิต ซ้ำยังให้ไปพักที่เรือนไผ่หยกซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเรือนหลักอีกด้วย

.

ล่วงเข้ายามสายแสงแดดเริ่มแรงกล้าขึ้น

เซียวรั่วเวยลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงไม้ในเรือนหลังเล็ก แม้จะไม่ได้หรูหราเท่าเรือนหลักของอุปราช แต่นางก็รับรู้ได้ว่าตนเองผ่านบททดสอบแรกมาได้อย่างเฉียดฉิว หญิงสาวจัดการชำระล้างร่างกายและผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ที่สาวใช้นำมาให้ ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงครัวของจวนด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยงดงาม

“แม่นางเซียว ท่านเข้ามาทำอันใดในที่ซอมซ่อเช่นนี้เจ้าคะ?” แม่ครัววัยกลางคนเอ่ยถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นอนุภรรยาคนใหม่เดินเข้ามา

“ข้าเห็นว่าเมื่อคืนท่านอุปราชต้องเผชิญกับเรื่องตกใจ จึงอยากต้มน้ำแกงรากบัวตุ๋นกระดูกหมูเพื่อบำรุงขวัญให้ท่านเสียหน่อยน่ะ” ดรุณีน้อยแย้มยิ้มอ่อนหวาน น้ำเสียงใสซื่อและกิริยานอบน้อมของนางทำให้เหล่าบ่าวไพร่ในครัวต่างพากันเอ็นดู

หลังจากใช้เวลาปรุงน้ำแกงอยู่นานนับชั่วยาม ร่างบางก็ยกถาดกระเบื้องเคลือบเดินมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือซวี่เยี่ย ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานส่วนตัวของเยี่ยนสิงโจว นางสอบถามเส้นทางจากสาวใช้มาเป็นที่เรียบร้อย และเตรียมข้ออ้างไว้สารพัดหากถูกองครักษ์หน้าประตูขัดขวาง

ทว่าเมื่อไปถึง ประตูกลับเปิดแง้มไว้เพียงครึ่ง ไร้เงาของเวรยามเฝ้าอยู่ด้านหน้า

‘แปลกนัก สถานที่สำคัญเช่นนี้เหตุใดจึงไร้คนคุ้มกัน?’

หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความฉงน ทว่าสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้นางค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบ

ภายในห้องหนังสืออบอวลไปด้วยกลิ่นหมึกและกระดาษ ชั้นหนังสือไม้สลักเรียงรายสูงจรดเพดาน ตรงโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้อง เยี่ยนสิงโจวกำลังนั่งหลับตาพิงพนักเก้าอี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บนโต๊ะเบื้องหน้าเขามีเศษผ้าสีดำและป้ายหยกชิ้นหนึ่งวางอยู่

เซียวรั่วเวยก้าวเท้าเข้าไปใกล้หมายจะวางถาดน้ำแกงลง ทว่าเมื่อสายตาของนางปะทะเข้ากับป้ายหยกชิ้นนั้น หัวใจของนางก็กระตุกวูบ

ป้ายหยกสลักลวดลายพยัคฆ์เหินหาว เป็นสัญลักษณ์ประจำหน่วยองครักษ์เงาของบิดานาง!

นักฆ่าเมื่อคืนเป็นคนของตระกูลเซียวจริง ๆ อย่างนั้นหรือ!?

ความคิดตีกันวุ่นวายในหัว หากเยี่ยนสิงโจวรู้ว่านักฆ่าเป็นคนของเสนาบดีเซียว ชีวิตของนางในฐานะอนุภรรยาที่ถูกส่งมาย่อมหาไม่แล้ว

ด้วยความตกใจ ร่างอรชรเผลอก้าวถอยหลังจนปลายเท้าสะดุดเข้ากับพรมขนสัตว์หนานุ่ม

ตุบ! เพล้ง!

ถาดกระเบื้องหลุดจากมือ น้ำแกงร้อนกรุ่นหกกระจายเต็มพื้น พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่ถลาล้มลงไปเบื้องหน้า

นัยน์ตาของบุรุษที่แสร้งหลับตาก่อนหน้านี้ลืมขึ้น ชายหนุ่มเอี้ยวตัวคว้าเอวบางไว้ได้อย่างแม่นยำ ทว่าแรงเหวี่ยงกลับทำให้นางถลาลงไปนั่งแหมะอยู่บนตักแกร่งของเขาอย่างพอดิบพอดี

ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ลมหายใจของทั้งคู่รินรดกัน เยี่ยนสิงโจวก้มมองสตรีบนตักด้วยแววตาลึกล้ำยากคาดเดา มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวคอดกิ่วของนางไว้แน่น มิให้ดิ้นรนหนี ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปหยิบป้ายหยกพยัคฆ์บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้

เขาเชยคางมนขึ้น บังคับให้นางสบตากับเขา ก่อนจะชูป้ายหยกชิ้นนั้นขึ้นมาตรงหน้าจมูกรั้นของนาง รอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปากของชายหนุ่มดูอันตราย

“สายตาของเจ้าฝ้าฟางนักมิใช่หรือ อนุเซียว” น้ำเสียงกระซิบแหบพร่าทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “เช่นนั้นลองเบิกตาเพ่งดูให้ดีสิว่าป้ายหยกของนักฆ่าชิ้นนี้คุ้นตาเจ้าหรือไม่?”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงพิเศษที่ ๐๓ จอมทรราชศิโรราบ

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอย่างเงียบเชียบ เหมันตฤดูในปีที่สามนับตั้งแต่การปราบกบฏครั้งใหญ่ได้หวนกลับมาเยือนแผ่นดินต้าฉีอีกครา เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าสีหม่นร่วงหล่นปกคลุมยอดหลังคากระเบื้องเคลือบของจวนผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจนขาวโพลน อากาศภายนอกเหน็บหนาวจนบาดลึกถึงกระดูก ทว่าความหนาวเย็นเหล่านั้นกลับมิอาจกล้ำกรายล่วงล้ำเข้าไปทำลายความอบอุ่นภายในศาลาริมสระเหลียนฮวาได้เลยแม้แต่น้อยเตาผิงทองเหลืองสลักลายวิจิตรถูกจุดถ่านไม้หอมจนแดงฉาน แผ่ซ่านไออุ่นกำจายไปทั่วบริเวณศาลาแปดเหลี่ยมที่ถูกกางกั้นด้วยม่านผ้าแพรหนาหนักเพื่อกันลมหนาว ภายในนั้น โฉมสะคราญกำลังเอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้อย่างเกียจคร้าน เรือนร่างอรชรถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเงินยวง นัยน์ตากลมโตสุกใสทอดมองกิ่งเหมยฮวาที่ชูช่อเบ่งบานท้าทายเกล็ดหิมะอยู่นอกศาลาอย่างเพลิดเพลิน ริมฝีปากอวบอิ่มแต้มชาดสีอ่อนคลี่ยิ้มบางเบา“นายหญิง อากาศเริ่มเย็นลงมากแล้ว กลับเข้าเรือนหลานซินดีหรือไม่เพคะ ประเดี๋ยวท่านอุปราชกลับมาจากราชสำนักแล้วไม่พบท่าน จะพาลตำหนิพวกบ่าวได้นะเพคะ” สาวใช้คนสนิทเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเจือความกังวล พลางขยั

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงพิเศษที่ ๐๒ โคมประทีปส่องสว่าง

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอย่างเชื่องช้า เหมันตฤดูอันหนาวเหน็บพ้นผ่านไปครบหนึ่งรอบปี วสันต์ฤดูหวนคืนสู่แผ่นดินต้าฉีอีกครั้ง พร้อมกับความสงบร่มเย็นที่แผ่ไพศาลไปทั่วทุกหัวระแหงภายใต้การปกครองอันเด็ดขาดทว่าเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เมืองหลวงที่เคยเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำบัดนี้เจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่ง ราษฎรต่างอยู่เย็นเป็นสุข ไร้ซึ่งศึกสงครามหรือการฉ้อราษฎร์บังหลวงค่ำคืนนี้คือเทศกาลหยวนเซียว เป็นเทศกาลโคมไฟอันยิ่งใหญ่ ทั่วทั้งเมืองหลวงสว่างไสวไปด้วยโคมประทีปหลากสีสันนับหมื่นแสนดวงที่แขวนประดับประดาตามบ้านเรือนและร้านรวง เสียงดนตรีพื้นบ้านและเสียงหัวเราะแห่งความปีติยินดีลอยล่องมาตามสายลม บรรยากาศคึกคักมีชีวิตชีวาภายในห้องหอของเรือนหลานซินอันวิจิตรตระการตา เซียวรั่วเวยกำลังยืนหมุนตัวอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ โฉมสะคราญอยู่ในชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงอมชมพูอ่อนปักลวดลายดอกเหมยฮวา ขับเน้นผิวพรรณขาวผ่องให้ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล เรือนผมสีหมึกถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะ ปักด้วยปิ่นหยกมันแกวลายพยัคฆ์เคียงจิ้งจอกซึ่งเป็นของแทนใจที่หวงแหนที่สุด“ท่านพี่ เร่งมือเข้าเถิดเจ้าค

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงพิเศษที่ ๐๑ วสันต์รัญจวน

    ม่านรัตติกาลแผ่คลุมไปทั่วทุกทิศา ความเงียบปกคลุมสรรพสิ่ง ทิ้งไว้เพียงเสียงหยาดน้ำค้างที่เกาะตัวบนปลายใบไผ่ ครั้นวสันต์ฤดูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานอำพัน ภายในห้องหอกลับเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจและจังหวะหัวใจที่เต้นสอดประสานกันร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้าทรงกายอยู่เบื้องบนตั่งเตียงกว้างที่ปูลาดด้วยผ้าแพรไหมสีชาด นัยน์ตาสีหมึกทอดมองสตรีใต้ร่างด้วยประกายความปรารถนา เยี่ยนสิงโจวใช้ท่อนแขนล่ำสันยันกายเอาไว้มิให้ทิ้งน้ำหนักลงไปกดทับภรรยาตัวน้อย ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยไล้ปอยผมสีหมึกที่ปรกลงบนดวงหน้าจิ้มลิ้มอย่างทะนุถนอม“เหนื่อยแล้วหรือ ฮูหยิน” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดโฉมสะคราญหอบหายใจ สองแขนเรียวที่โอบรอบลำคอแกร่งอ่อนระทวยจนต้องทิ้งน้ำหนักพิงท่อนแขนของสามี เซียวรั่วเวยช้อนดวงตากลมโตที่คลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใสขึ้นสบตาเขา ใบหน้างดงามซับสีเลือด แววตาขวยเขินเจือตัดพ้อนั้นทำเอาหัวใจของพยัคฆ์ร้ายกระตุก“ท่านพี่ ข้านมิใช่เหล็กกล้าเช่นท่านนะเจ้าคะ ที่จะทนทานพายุโหมกระหน่ำได้ยาวนานปานนี้” ดรุณีน้อยเอ็ดตะโรเสียงแผ่ว กำปั้นเล็กยกขึ้นทุบลงบนแผงอกกำยำเบา ๆ “คืนนี้ท

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงที่ ๓๐ บัลลังก์เคียงพยัคฆ์

    รังสีอรุณรุ่งสาดส่องผ่านม่านเมฆา เผยให้เห็นหยาดน้ำค้างที่เกาะพราวอยู่บนกลีบบุปผา แสงสว่างอันอบอุ่นขับไล่ความมืดมิดและลมหนาวของค่ำคืนที่ผ่านมาจนหมด กลิ่นกำยานดอกอวิ๋นเซียงที่เคยหอมกรุ่น บัดนี้ผสานเข้ากับกลิ่นอายการเสพสมและไออุ่นของสองเรือนร่างที่ตระกองกอดกันอยู่ภายใต้ม่านมุ้งสีชาดเทียนมงคลคู่บนโต๊ะมอดดับลงไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงหยาดน้ำตาเทียนที่ละลายเป็นหนึ่งเดียวเซียวรั่วเวยค่อย ๆ ขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่รับรู้คือความเมื่อยขบซึ่งแล่นไปทั่วทุกสัดส่วนของร่างกาย ทว่าในความเจ็บร้าวเหล่านั้นกลับมีความอบอุ่นอันคุ้นเคยโอบล้อมอยู่ สองแขนล่ำสันของบุรุษผู้เป็นสวามียังคงตวัดรัดเอวคอดกิ่วของนางเอาไว้แน่นหนา แผ่นหลังบอบบางแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้าม“ตื่นแล้วหรือ ฮูหยินของข้า”น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้นชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนบริเวณต้นคอระหงลุกซู่ ดรุณีน้อยสะดุ้งสุดตัว เอี้ยวใบหน้าหันกลับไปมองก็พบกับนัยน์ตาสีหมึกที่กำลังทอดมองมาด้วยประกายพราวระยับ เยี่ยนสิงโจวตื่นอยู่นานแล้ว ชายหนุ่มใช้ท่อนแขนข้างหนึ่งหนุนศีรษะตนเอง ขณะที่มืออีกข้างกำลังเกล

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงที่ ๒๙ วิวาห์สะท้านแผ่นดิน

    ห้วงราตรีอันแสนหวานได้จางหายไปกับแสงแรกแห่งวัน รุ่งอรุณของวสันต์ฤดูเยื้องกรายมาถึง พร้อมกับเสียงประทัดที่ดังกึกก้องไปทั่วผืนนภาของเมืองหลวง แสงตะวันสีทองสาดส่องลงมาสะท้อนกับผืนผ้าแพรสีชาดที่ถูกปูลาดทอดยาวตั้งแต่หน้าประตูจวนผู้สำเร็จราชการแผ่นดินไปจนสุดปลายถนนสายหลัก โคมมงคลนับหมื่นดวงสว่างไสวพลิ้วไหวตามสายลม บรรยากาศทั่วทั้งแว่นแคว้นต้าฉีอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความปีติยินดี งานมงคลสมรสอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วภายในเรือนหลานซิน เซียวรั่วเวยนั่งสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่มาตั้งแต่ยามอิ๋น สาวใช้และช่างประทินโฉมหลวงนับสิบชีวิตต่างล้อมหน้าล้อมหลังช่วยกันแต่งแต้มความงามให้แก่นายหญิงของจวนอย่างสุดฝีมือ ชุดมงคลผ้าไหมไหมฟ้าเก้าชั้นที่ทอด้วยด้ายทองคำถูกสวมทับบนเรือนร่างอรชร ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวให้ดูงดงามจับตา บนศีรษะเล็กถูกประดับด้วยมงกุฎหงส์ทองคำฝังทับทิมหยดน้ำที่หนักอึ้ง ทว่ากลับส่องประกายระยิบระยับส่งให้ใบหน้าจิ้มลิ้มดูสูงศักดิ์ประดุจเทพธิดาจำแลง“มงกุฎนี่หนักเสียจนคอข้าแทบจะหักแล้ว” โฉมสะคราญบ่นอุบอิบ พลางยกมือเรียวขึ้นแตะปิ่นหยกมันแกวลายจิ้งจ

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงที่ ๒๘ วสันต์เบ่งบาน เตรียมงานมงคล

    จุมพิตอันลึกล้ำและยาวนานที่เริ่มต้นจากความหยอกเย้าได้แปรเปลี่ยนจนยากจะหยุดยั้ง ภายในห้องหนังสือที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นหมึกกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายแห่งความพิศวาส ริมฝีปากของชายหนุ่มบดเบียดแนบชิด ตักตวงความหอมหวานจากโพรงปากเล็กอย่างเอาแต่ใจ ทว่าทุกจังหวะการรุกล้ำกลับเปี่ยมล้นไปด้วยความทะนุถนอม“อื้อ! ทะ... ท่านพี่”เสียงครางประท้วงระคนหอบเหนื่อยดังลอดจากกลีบปากที่บวมเจ่อ ร่างอรชรอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงจนต้องทิ้งน้ำหนักทั้งหมดพิงแผงอกกว้าง สองมือเล็กกำสาบเสื้อคลุมสีเข้มของบุรุษตรงหน้าไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว เมื่อรับรู้ว่าสตรีในอ้อมกอดแทบจะขาดใจเพราะขาดอากาศหายใจ เยี่ยนสิงโจวจึงยอมถอนริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดาย ทว่าเรียวลิ้นยังคงหยอกเย้าซับหยาดน้ำใสบริเวณมุมปากของนางอย่างอ้อยอิ่ง“เพียงแค่นี้ก็หมดลมแล้วหรือ ฮูหยินของข้า” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนบริเวณต้นคอระหงลุกซู่ นัยน์ตาทอประกายฉ่ำปรือระยับ “ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าให้เตรียมเรี่ยวแรงไว้รับมือสามีผู้นี้ให้ดี หากถึงค่ำคืนเข้าหอจริง ๆ เจ้ามิสลบไสลคาอกข้าตั้งแต่ชั่วยามแรกหรอกหรือ”“ท่านมันหน้าหนานัก! รังแกข

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status