Home / โรแมนติก / ชายาที่ไม่ถูกรัก / บทที่ 1 กฎของจวน 1/2

Share

บทที่ 1 กฎของจวน 1/2

last update publish date: 2026-09-17 10:54:02

วันถัดมาหลังย้ายเข้าจวนตงอ๋อง แสงอรุณยามเช้ายังมิทันจับขอบฟ้า ซูหว่านโหรวก็ถูกบ่าวหญิงร่างท้วมลากตัวออกจากเรือนร้างท้ายจวนมายังลานกว้างหน้าเรือนใหญ่ สภาพเรือนของนางมีเพียงโต๊ะหักหนึ่งตัวกับเตียงไม้ผุพัง แต่ดูเหมือนผู้เป็นเจ้าของจวนจะกลัวนางอยู่อย่างสงบสุขเกินไป จึงรีบส่งคนมาต้อนรับแต่ไก่โห่

เสวียนเฟิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือสลักลายมังกร จิบชาจิ่งหลงด้วยท่าทีสง่างามทว่าดวงตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งยามเหมันต์ฤดู เขาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง ตึง ก่อนจะสะบัดม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวไปตกแทบเท้านาง

“เก็บขึ้นมาอ่าน” น้ำเสียงห้วนจัดออกคำสั่ง

หว่านโหรวย่อกายลงหยิบม้วนกระดาษขึ้นมาคลี่ออกช้า ๆ กวาดสายตามองข้อความสามสี่บรรทัดที่ตวัดด้วยหมึกดำอย่างดุดัน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนเขียนอยู่ในอารมณ์ใด

“นั่นคือกฎของจวนตงอ๋อง” เสวียนเฟิงเหยียดยิ้มหยันก่อนเอ่ยต่อ

“หนึ่ง ห้ามเจ้าโผล่หน้ามาให้ข้าเห็นในรัศมีสามสิบก้าวหากไม่มีคำสั่ง สอง ห้ามแตะต้องข้าวของส่วนตัวของข้าเพราะข้ารังเกียจสตรีไร้ยางอายเช่นเจ้า และสาม หน้าที่ของเจ้าคือคัดคัมภีร์สำนึกตนอยู่ท้ายเรือน...อ่านออกหรือไม่ หรือสตรีตระกูลซูเรียนรู้แค่เรื่องปีนเตียงบุรุษ ไม่ได้หัดอ่านเขียน”

หว่านโหรวพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บเข้าแขนเสื้ออย่างประณีต ใบหน้างามไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ใด นางเงยหน้าสบตากับบุรุษสูงศักดิ์ตรง ๆ มุมปากยกยิ้มบางเบา

“หม่อมฉันอ่านออกเพคะ เพียงแต่ลายพระหัตถ์ของท่านอ๋องตวัดเอียงซ้ายโย้ขวาคล้ายไก่เขี่ยไปสักนิด หากไม่ทรงบอกว่าเป็นกฎระเบียบ ข้านึกว่าเป็นเทียบยาต้มแก้โรคปากเหม็น”

ดวงตาคมกริบของเสวียนเฟิงวาวโรจน์ขึ้นทันควัน ลมหายใจสะดุดด้วยความคาดไม่ถึง เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก้าวประชิดตัวนางก่อนจะคว้าข้อมือเล็กขึ้นมาบีบแน่น

“ปากดีนักนะซูหว่านโหรว! คิดว่าเข้ามาเหยียบจวนนี้แล้วข้าจะไม่กล้าหักคอเจ้าหรือ!”

แรงบีบมหาศาลทำให้ข้อมือขาวเนียนขึ้นรอยแดงก่ำ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปถึงกระดูก แต่หว่านโหรวกลับไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้อง นางไม่ดิ้นรน ไม่ยอมก้มหน้าหลบสายตา แววตานิ่งสนิทดั่งบ่อน้ำลึกสะท้อนเพียงภาพเงาของบุรุษผู้เกรี้ยวกราด

‘คิดจะข่มให้ข้ากลัวหรือ ฝันไปเถิด... สุนัขยิ่งเห่ายิ่งแปลว่ามันกำลังหวาดระแวง’

“หม่อมฉันมิกล้าลองดีกับท่านอ๋องหรอกเพคะ” หว่านโหรวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทั้งยังส่งยิ้มเป็นประกายก่อนเอ่ยวาจาที่ทำให้อีกคนระคายเคืองใจ

“เพียงแต่มารดาเคยสั่งสอนไว้ บุรุษที่ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมาหาเรื่องสตรีไร้ทางสู้ หากมิใช่เพราะว่างงานจนหาแก่นสารไม่ได้... ก็คงเป็นพวกขาดความอบอุ่นมาแต่วัยเยาว์จนหาเรื่องเรียกร้องความสนใจ”

“เจ้า!”

เสวียนเฟิงเค้นเสียงรอดไรฟัน เพลิงโทสะในอกลุกโชนจนแทบแผดเผาทุกสิ่ง ยิ่งเห็นนางยืนหลังตรงสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ เขาก็ยิ่งอยากบดขยี้ความเย่อหยิ่งของนางให้แหลกคามือ!

“หากท่านอ๋องไม่มีอะไรจะสั่งแล้วหม่อมฉันขอตัว” ซูหว่านโหรวขืนมือที่ถูกจับแน่น แต่ออกแรงเท่าไหร่เหมือนจะเหนื่อยเปล่าจึงคิดว่าบางอย่างไม่ต้องเปลืองแรงก็ได้

“ท่านอ๋องไม่ปล่อยหม่อมฉันเช่นนี้...หรือว่าที่จริงเรียกหาแต่เช้าเพราะคะนึงหาหรือเพคะ” ไม่ว่าเปล่านางยังส่งสายตาเป็นประกายลึกล้ำส่งไปให้ด้วย

“หากคิดถึงมากมายเช่นนั้น... มิสู้ให้หม่อมฉันย้ายไปอยู่เรือนเดียวกับท่านเสียเลยดีหรือไม่เพคะ”

คำพูดหยอกเย้าหน้าตายทำเอาเสวียนเฟิงสะดุ้งสุดตัว เขารีบสะบัดข้อมือเล็กทิ้งราวกับถูกถ่านร้อนลวก สีหน้าถมึงทึงราวกับเหยียบโดนสิ่งโสโครก

“เจ้าอย่าคิดว่าจะใช้มารยายั่วยวน!” เสวียนเฟิงเค้นเสียงต่ำ แววตาเหยียดหยามปรายมาตรงหน้า “ข้าไม่ใช่บุรุษโง่เขลา ลูกไม้หลอกล่อชั้นต่ำที่เจ้าใช้ มันใช้ไม่ได้ผลกับข้า!”

หว่านโหรวยกมือขึ้นลูบรอยแดงบนข้อมือตนเองเบา ๆ ก่อนจะช้อนสายตามองบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว

“ท่านอ๋องเข้าใจเสียใหม่ดีกว่าเพคะ หม่อมฉันไม่จำเป็นต้องยั่วยวนท่าน เพราะท่านมิใช่บุรุษที่สตรีทั้งเมืองหลวงต้องการยื้อแย่งถึงเพียงนั้น อีกอย่าง หากท่านไม่คิดจะสืบเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงก็ช่างเถิด ต่อให้เด็กสามหนาวก็ยังดูออกว่าเมื่อวานเป็นเพียงงานเลี้ยงหงเหมินเพื่อตัดตอนคนแย่งชิงอำนาจกับองค์รัชทายาท หม่อมฉันก็แค่โชคร้ายดันหลงไปอยู่ในตัวเลือกที่ใช้ทำลายชื่อเสียงท่านพอดี...หากปัญญาของท่านมีน้อยนิดจนมองไม่ออก ก็ถือเสียว่าวันนี้หม่อมฉันไม่ได้พูดอะไรก็แล้วกัน”

“ซูหว่านโหรว!” เสวียนเฟิงคำรามลั่น เพลิงโทสะแทบระเบิดออกจากอก สตรีผู้นี้ไม่เพียงไม่สำนึก แต่ยังกล้าเหยียบย่ำสติปัญญาและศักดิ์ศรีของเขาต่อหน้าบ่าวไพร่

“ปากดีนักใช่หรือไม่! อาเซิง! พานางไปขังไว้ที่หอตำราท้ายจวน ให้นางล้างตำหนักและคัดคัมภีร์เต๋าหนึ่งร้อยจบคนเดียว หากคัดไม่เสร็จ ห้ามผู้ใดส่งข้าวส่งน้ำให้นางแม้แต่หยดเดียว!”

เขาอยากรู้นักว่าหากต้องหิวโซและคัดคัมภีร์จนมือหัก สตรีจอมโอหังผู้นี้จะยังปากกล้าอยู่อีกหรือไม่ นางจะต้องคลานเข่ามาร้องไห้อ้อนวอนขอความเมตตาจากเขาเป็นแน่

‘หึ ๆ หว่านโหรว...เจ้าเสร็จข้าแน่’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 30 ตอนจบ 2/2

    เหล่าองครักษ์ในจวนตงอ๋องต่างพากันถือขนมเปี๊ยะค้างไว้ในมือ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก จะหัวเราะก็ไม่กล้า จะปฏิเสธท่านหญิงน้อยก็กลัวโดนทุบหัว“หนอย... ริอ่านจะก่อกบฏยึดจวนข้าเรอะ!” เสวียนเฟิงกัดฟันกรอด หันไปคว้าไม้ปัดขนไก่ ที่เสียบอยู่ข้างเสามาถือไว้ทันควัน สลัดขนไก่พริ้วไหวดัง ฟึ่บ!“วันนี้ข้าไม่ฟาดก้นเจ้าให้ลายเป็นแตงโมสุก อย่ามาเรียกข้าว่าตงอ๋อง!” “กรี๊ดดดด! พ่อเลวจะฆ่าลูกอีกแล้ว!”อวิ๋นซีซีเห็นไม้ปัดขนไก่ก็โยนถาดขนมทิ้ง สับขา สั้น ๆ วิ่งหนีสุดชีวิต เสวียนเฟิงวิ่งไล่ต้อนก้อนแป้งน้อยไปรอบลานฝึก ทว่าวิ่งไปได้เพียงสองรอบ ซีซีก็ฉลาดพอที่จะหักเลี้ยว พุ่งตรงดิ่งเข้าสู่อ้อมอกของเฉินหว่านโหรวที่ยืนดูอยู่!หมับ!สองแขนป้อมกอดขาหว่านโหรวแน่น ซุกหน้าลงกับมารดา บีบน้ำตาหยดแหมะ ๆ ทันที“ท่านแม่เจ้าขา! ช่วยซีซีด้วยเจ้าค่ะ! ท่านพ่อจะเอาไม้มาตีข้า ท่านพ่อจะรังแกข้า!”เสวียนเฟิงที่ถือไม้ปัดขนไก่วิ่งตามมาติด ๆ ถึงกับหยุด ชายหนุ่มชี้หน้าบุตรสาวที่ซ่อนอยู่หลังกระโปรงคนรัก อ้าปากค้างด้วยความเดือดดาล“เจ้า...เด็กกลับกลอก! เจ้าขโมยตราพยัคฆ์ข้าไปทำขนม ซ้ำยังสั่งให้องครักษ์มากบฏจับข้า เจ

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 30 ตอนจบ 1/2

    สายลมต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยผ่านยอดหลิว กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกกุ้ยฮวาลอยอวลไปทั่วสวนด้านหลังตำหนักตงอ๋องแม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาจนกระทั่งมรสุมร้ายเรื่องตระกูลไป๋และหย่งไท่เฟยสงบลง ทว่าคลื่นใต้น้ำบางระลอกกลับยังคงไม่จางหายไปจากแผ่นดินกลางศาลาแปดเหลี่ยม องค์รัชทายาทเสวียนเว่ยในชุดลำลองสีกรมท่า ประทับนั่งจิบชาร้อนอยู่อย่างเงียบสงบ ตรงหน้าของเขามีกล่องไม้จันทน์หอมสีเข้มวางอยู่หนึ่งใบ เสวียนเว่ยเลื่อนกล่องไม้นั้นส่งให้เฉินหว่านโหรว แววตาสายเลือดมังกรฉายประกายลุ่มลึก“นี่คือสิ่งที่คนของข้ายึดมาได้จากห้องลับใต้ดินในเรือนพักของฟางเสี่ยวหราน” เสวียนเว่ยเอ่ยเสียงเรียบ “ด้านในคือผ้าห่อทารกผืนเดิมที่ใช้ห่อตัวเจ้าไว้ในคืนที่สลับตัว”หว่านโหรวชะงักไปเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นเปิดฝา กล่องไม้ออกช้า ๆภายในกล่องคือผ้าแพรไหมเนื้อหนาสีเลือดหมู แม้เวลาจะล่วงเลยมานาน แต่เนื้อผ้ากลับยังคงงดงาม ดิ้นทองคำแท้ที่ปักลงบนผืนผ้าเป็นลวดลายเมฆาคล้อยล้อมรอบตราสัญลักษณ์นกอินทรีสยายปีก... ลวดลายอันวิจิตรประณีตซึ่งมิใช่ฝีมือการทอของช่างหลวงในต้าเจิงอย่างแน่นอน“ข้าสอบสวนสาวใช้ของเจ้าแล้ว นางไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังนั้นย่อมไม่

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 29 ลูกข้าเหมือนข้า 2/2

    ‘เสวียนฮุ่ยหลงมองบุตรชาย ในที่สุดเจ้าตัวแสบก็มีวันนี้สักที ได้สำนึกว่าทำข้าปวดหัวมากเพียงใด’“ท่านพ่อ...ในใต้หล้านี้ท่านไม่รู้หรือว่าผู้ใดใหญ่ที่สุด”“เสด็จปู่เจ้าหรือ...เหอะ...คิดว่าข้ากลัวเขาที่ไหน” ตงอ๋องยังคงเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคารพบิดาเช่นไรก็ยังเป็นเช่นนั้น“เจ้าลูกทรพี” เสวียนฮุ่ยหลงพูด“พ่อเลว!” อวิ๋นซีซีกล่าวตาม แต่กลับทำให้เสด็จปู่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี“ลูกเจ้าช่างเหมือนเจ้า” “ตาแก่...ลูกข้าย่อมเหมือนข้าสิ...ไม่ใช่ข้าสักหน่อยที่ไม่เหมือนท่าน ข้าทั้งหล่อเหลากว่า เก่งกาจกว่า แล้วก็มีชายาที่รักข้าที่สุด”“มีชายาที่รักข้าที่สุดงั้นรึ!” อวิ๋นซีซีแค่นเสียงหึเลียนแบบบิดาจนจมูกรั้นเชิดขึ้น ร่างกลมป้อมบนเก้าอี้กระโดดดึ๋งลงมายืนค้ำเอว “ท่านแม่รักข้าที่สุดต่างหากเล่า! ท่านพ่อเลว วัน ๆ เอาแต่แอบกินขนมหวานของข้า ซ้ำยังแอบขโมยปิ่นทองของท่านแม่ไปจำนำซื้อน่องไก่อีก ข้ายังไม่ได้บอกท่านแม่! ท่านแม่บอกว่าท่านใช้เงินเปลืองมาก ควรตัดเบี้ยหวัด”“เฮ้ย! เจ้าเด็กนี่ เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้าต่อหน้าตาแก่นะ!” เสวียนเฟิงสะดุ้งโหยง ตาโตเท่าไข่ห่าน ความลับเรื่องแอบงุบงิบเงินเมียถูกฉีกหน้าจนแตกยับเ

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 29 ลูกข้าเหมือนข้า 1/2

    เก้าเดือนผันผ่านประหนึ่งสายน้ำไหล ท่ามกลางความสงบสุขที่หวนคืนสู่เมืองหลวง ไม่สิสงบสุขแค่ตำหนักตงอ๋อง เพราะที่วุ่นวายกลับเป็นตำหนักบูรพาและราชสำนักตำหนักตงอ๋องบัดนี้กลับถูกชโลมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขล้นพ้นในค่ำคืนที่ท้องฟ้านอกหน้าต่างเกลื่อนกลาดไปด้วยดวงดาราระยิบระยับ ทารกน้อยเพศหญิงผิวขาวผ่องดั่งก้อนแป้งนุ่มนิ่มได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก เสียงร้องไห้กังวานใสปานกระดิ่งเงินสะท้อนไปทั่วเรือนหอ เป็นดาวนำโชคดวงใหม่ที่ตกลงมากลางใจของคนทั้งจวนนางมีนามว่า ‘เสวียนอวิ๋นซี’ หรือที่ทุกคนเรียกขานกันติดปากว่า ‘ซีซี’เฉินหว่านโหรวตระกองกอดก้อนแป้งตัวน้อยไว้แนบอกด้วยความรักใคร่หวงแหน ทว่าสวามีของนาง... ตงอ๋องผู้เคยเขย่าขวัญคนทั้งแผ่นดิน กลับมีวิธีสั่งสอนบุตรสาวตั้งแต่แรกเกิดในแบบฉบับที่ไม่มีใครในใต้หล้ากล้าเลียนแบบ!ยามที่ทารกน้อยเริ่มลืมตาแป๋ว เสวียนเฟิงมิได้ร้องเพลงกล่อมเด็ก แต่กลับก้มลงกระซิบข้างหูบุตรสาวทุกวัน“จำไว้นะซีซี... คนแซ่เสวียนอย่างพวกเรา ไม่เคยก้มหัวให้ผู้ใด หากมีคนรังแกเจ้า จงเอาก้อนหินปาหัวมันให้แตก หากคนผู้นั้นเป็นฮ่องเต้...ก็จงวางเพลิงเผาตำหนักตาแก่นั่นทิ้งเสีย! หากรัชทายาทพูดจาไม่เข

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 28 แต่งชายา 2/2

    “ท่านมันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์!”“เจ้าเล่ห์แล้วอย่างไร... สุดท้ายข้าก็ได้เจ้ามาครอบครองมิใช่รึ”“แต่ท่านโบยข้า” นางเจ็บใจเรื่องนี้ที่สุด“โหรวเอ๋อร์ตอนนั้นข้าเพียงอยากสั่งสอน แต่บ่าวไพร่ทำเกินเหตุข้าสั่งโบยลงโทษหนักกว่าเจ้าสองเท่า และคนที่ปากดีด่าเจ้าข้าขายออกหมดแล้ว”“อย่างนั้นก็เถอะ”ท่าทางแง่งอนนั้นทำให้ตงอ๋องรวบร่างนุ่มนิ่มมากอดแน่น จนหว่านโหรวต้องหันมองสายตาคมกริบที่แปรเปลี่ยนเป็นหิวกระหายทำให้หว่านโหรวใจสั่นระทึก เสวียนเฟิงไม่ปล่อยให้นางได้เอ่ยคำใดอีก มือหนาเลื่อนลงไปปลดสายรัดเอวปักดิ้นทอง อาภรณ์มงคลสีแดงสดค่อย ๆ ถูกปลดเปลื้องหลุดลอยออกจากร่างบางทีละชิ้น เผยให้เห็นเอวคอดกิ่วและผิวขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีสะท้อนแสงนวลของไข่มุกราตรีชวนให้อยากสัมผัส“ท่านอ๋อง...”เสียงหวานพึมพำแผ่วเบา ทว่าถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของบุรุษหนุ่มประกบแนบลงมาอย่างหนักหน่วงแต่ทว่าสัมผัสกลับอ่อนโยนเสวียนเฟิงบดจูบอย่างดูดดื่ม ปลุกเร้าอารมณ์ที่ซ่อนเร้นให้ลุกโชน ฝ่ามือหยาบกร้านจากการรบทัพจับศึกเลื่อนสัมผัสไปตามส่วนเว้าโค้งอย่างเชี่ยวชาญ ถ่ายทอดความปรารถนาและความรักที่กักเก็บมาเนิ่นนานนับสิบปีหว่านโห

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 28 แต่งชายา 1/2

    แสงสีแดงมงคลอาบไล้ทั่วทุกตารางฉื่อของตำหนักตงอ๋องโคมไฟกระดาษสีแดงชาดห้อยระย้าตามชายคา ทว่าภายในเรือนหอ บนโต๊ะไม้จันทน์หอมสลักลวดลายวิจิตร มี ไข่มุกราตรีแห่งทะเลตงไห่ขนาดเท่ากำปั้นเด็ก ส่องแสงนวลตากระจ่างชัดประหนึ่งดวงจันทราจำลองสาดส่องลงบนเตียงมงคลที่ปูฟูกแพรไหมสีแดงสดซูหว่านโหรวหรือในบัดนี้คือนาม เฉินหว่านโหรว นั่งนิ่งอยู่ริมขอบเตียง สองมือกุมประสานอยู่บนตัก ชายกระโปรงเจ้าสาวปักดิ้นทองลายหงส์เหินแผ่กว้าง ผ้าคลุมหน้าสีแดงบางเบาบดบังสายตา ทว่าไม่อาจซ่อนเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นสุราหอมกรุ่นเจือกลิ่นอายเฉพาะตัวอันอบอุ่นลอยมาแตะจมูกคันชั่งทองค่อย ๆ สอดเข้าใต้ชายผ้าคลุมหน้า เลิกขึ้นอย่างช้า ๆดวงหน้าหมดจดที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศสะท้อนสู่สายตา คิ้วโก่งดั่งคันศร ริมฝีปากอิ่มแต้มชาดสีสด และดวงตากลมโตสุกใสดั่งดวงดารายามต้องแสงไข่มุกราตรี เสวียนเฟิงในชุดมงคลสีแดงปักลายมังกรเหินยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจของเขาสะดุดกึก แววตาคมดุจพยัคฆ์วาววับไปด้วยประกายเสน่หาที่ไม่อาจปิดบัง“งามเหลือเกิน...” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบอย่างหลงใหลชายหนุ่มท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status