Home / โรแมนติก / ชายาที่ไม่ถูกรัก / บทที่ 4 พรากความเชื่อถือ 1/3

Share

บทที่ 4 พรากความเชื่อถือ 1/3

last update publish date: 2026-09-17 10:54:45

ความเจ็บแปลบแล่นพล่านจนกระดูกแทบแหลกสลาย ปลุกให้ซูหว่านโหรวค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในความมืดสลัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปนเปกับกลิ่นไหม้ของกำยานไม้จันทน์ ความเย็นเยียบของอากาศปะทะแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าจนหนาวสั่น ทว่าใต้ผิวเนื้อกลับร้อนรุ่มดั่งถูกไฟสุม

“ฮึก... นายหญิง...”

เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาดังอยู่ข้างเตียง เซียนหนิงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ดวงตาบวมเป่ง น้ำตาไหลรินอาบสองแก้มเงียบ ๆ มือที่ถือผ้าชุบน้ำสั่นเทา สาวใช้ตัวน้อยพยายามไม่ส่งเสียงสะอื้นรบกวนผู้เป็นนายตามวิสัยของคนที่ต้องอดทนอดกลั้นมาเนิ่นนาน ตั้งแต่อยู่ในจวนตระกูลซู

หว่านโหรวขยับริมฝีปากที่แห้งผาก ลำคอตีบตันจนเปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากลำบาก

“ยามใดแล้ว...”

เซียนหนิงสะดุ้งตัว รีบยกหลังมือปาดน้ำตาออกจากแก้ม “ยามซวีแล้วเจ้าค่ะ... นายหญิงสลบไปตั้งแต่บ่าย ร่างกายร้อนดั่งถ่านสุม บ่าวตกใจแทบสิ้นสติ”

หว่านโหรวพยายามยันกายขึ้นเล็กน้อย แต่เพียงแค่ขยับปลายนิ้ว ความปวดร้าวตรงท่อนล่างและแผ่นหลังก็แล่นริ้วขึ้นสู่สมองจนต้องกัดฟันแน่น นางจำได้เลือนรางว่าตนเองถูกลากไปที่ลานกว้าง ถูกกดลงกับม้าไม้ และถูกไม้กระบองฟาดลงมาไม่ยั้งจนภาพทุกอย่างตัดไป

“เจ้า... แบกข้ามาหรือ” นางพึมพำถาม

“ท่านอ๋องเจ้าค่ะ”

คำตอบนั้นทำให้คิ้วเรียวงามขมวดมุ่น ซูหว่านโหรวไม่ได้รู้สึกยินดีแม้เพียงเศษเสี้ยว ตรงกันข้าม หัวใจที่เพิ่งฟื้นตื่นกลับผุดรอยยิ้มสมเพชออกมาอย่างอดไม่ได้

“เขากลัวข้าตายง่ายไปหรือ...”

“ไม่ใช่เจ้าค่ะ!” เซียนหนิงรีบส่ายหน้าปฏิเสธละล่ำละลัก “ตอนที่นายหญิงหมดสติไป ท่านอ๋องเป็นคนวิ่งเข้ามารับร่างนายหญิงไว้ด้วยตนเอง แล้วก็... แล้วก็อุ้มคุณหนูมานอนที่เรือนใหญ่ของท่านอ๋องเจ้าค่ะ มิหนำซ้ำยังสั่งคนไปตามหมอหลวงมารักษา ให้เบิกโสมชั้นดีร้อยปีมาต้มบำรุงร่างกายให้เจ้าค่ะ บ่าวในเรือนตกใจกันยกใหญ่...”

หว่านโหรวนิ่งงันไปครู่หนึ่ง นึกว่าตนเองกำลังหูฝาดหรือพิษไข้ทำให้สับสน

เรือนใหญ่? หมอหลวง? โสมร้อยปี?

นี่เขาคิดจะเล่นงิ้วฉากใดอีก ตบหัวแล้วลูบหลัง หรือคิดจะชดใช้ความผิดบาปที่ตนเองลงมืออย่างป่าเถื่อนต่อหน้าสตรีในดวงใจ? แล้วยามไป๋ซีชิงกลับมาก็จะทรมานนางอีกรอบ

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด สำหรับนางแล้ว มันสายเกินไปที่จะเยียวยา หัวใจของนางไม่ได้หลงเหลือความไว้เนื้อเชื่อใจใด ๆ ให้บุรุษผู้นี้อีกแล้ว นางนอนตะแคงไปอีกด้านอย่างระมัดระวัง แผ่นหลังที่ถูกชโลมด้วยยาสมานแผลส่งความปวดแสบปวดร้อนจนเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม พิษไข้เริ่มตีกลับจนหนาวสะท้านเข้าไปถึงกระดูก

“เซียนหนิง... เจ้าไปเอาน้ำมาเช็ดตัวข้าเถิด เป็นไข้แล้ว”

“เจ้าค่ะ บ่าวจะรีบไปประเดี๋ยวนี้!” เซียนหนิงวางผ้าลงในอ่างแล้วรีบวิ่งกระหืดกระหอบออกไปนอกห้อง

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องนอนอันกว้างขวาง หว่านโหรวหลับตาลง หายใจรวยรินอย่างอ่อนล้า สัมผัสของผ้าปูที่นอนไหมเนื้อนุ่มมิได้ช่วยลดทอนความเจ็บปวดจากแผลสดลงได้เลย

ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นพร้อมเสียงวางกะละมังน้ำ หว่านโหรวยังคงนอนตะแคงหันหลังให้ โดยมิได้ลืมตาขึ้นมอง เพราะคิดว่าเป็นสาวใช้คนสนิทที่กลับเข้ามา

ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดสัมผัสลงบนต้นแขนของนาง สัมผัสนั้นเก้ ๆ กัง ๆ และลงน้ำหนักมือไม่สม่ำเสมอ จนกระทบถูกรอยแผลแตก หว่านโหรวนิ่วหน้าด้วยความทรมาน พลันเอ่ยบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

“เจ้าเบาแรงหน่อย ข้าแสบ... เช็ดตามข้อพับ ไข้จะลดเร็วกว่า”

ผ้าชุบน้ำอุ่นชะงักกึกอยู่เหนือข้อพับแขนขาวซีด ความเงียบโรยตัวลงผิดปกติ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นเหนือศีรษะ

“เจ้าเคยดูแลคนป่วยหรือ”

เสียงนั้นไม่ได้ดัง ทว่ากลับเหมือนแส้ตีถูกเนื้อ หว่านโหรวสะดุ้งสุดตัว นางหันขวับกลับไปมองทันที ความตกใจทำให้ลืมความเจ็บที่แผ่นหลังไปชั่วขณะ ทั้งดึงรั้งผ้าห่มมาคลุมกาย

เสวียนเฟิงนั่งอยู่ตรงนั้น... บนตั่งข้างเตียง ในมือหนาของเสวียนเฟิงกำลังถือผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราดดั่งเช่นทุกครา ดวงตาคู่คมจ้องมองร่างบอบบางที่นอนซมด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก

ร่างบางขืนตัวลุกขึ้นโดยสัญชาตญาณ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วจนหน้ามืด แต่มือเรียวยังคงรีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมแผ่นอกและเรือนกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าไว้แน่น แววตาตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังในเสี้ยววินาที เมื่อเห็นอีกคนจ้องมาที่นางตาไม่กะพริบ

“ท่านอ๋อง... หม่อมฉันเป็นสตรีนะเพคะ”

เสวียนเฟิงปรายตามองท่าทีตื่นตูมของนาง สีหน้าราบเรียบคล้ายไม่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอันใด

“เมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้ากับข้าก็ใช่ว่าจะไม่เคยอยู่บนเตียงเดียวกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึง...เรือนร่างเปลือยเปล่าเท่านี้”

ซูหว่านโหรวใบหน้ามืดครึ้ม เมื่อคนหน้าบึ้งตรงหน้าเอ่ยวาจาที่ไม่ผ่านสมองตรึกตรองสักนิด

“ท่านสมกับเป็นบุรุษ...”

คำพูดที่หลุดออกจากปากพลันหยุดชะงักลงกลางคัน ก่อนจะเอ่ยจบประโยค

เสวียนเฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตารอคอยคำว่า ‘หน้าหนา’ หรือ ‘ไร้ยางอาย’ ที่นางมักจะพ่นออกมาประชดประชันเขาตามนิสัยดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ เขารอที่จะปะทะคารม รอที่จะเห็นดวงตาเป็นประกายวาววับที่คอยจิกกัดเขาเหมือนทุกครั้ง หรือฟังถ้อยคำยั่วยวนและหลงตัวเอง

ทว่า... ซูหว่านโหรวกลับเพียงแค่กลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอ นางค่อย ๆ หลุบสายตาลงต่ำ จ้องมองเพียงลวดลายบนผ้าห่ม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 30 ตอนจบ 2/2

    เหล่าองครักษ์ในจวนตงอ๋องต่างพากันถือขนมเปี๊ยะค้างไว้ในมือ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก จะหัวเราะก็ไม่กล้า จะปฏิเสธท่านหญิงน้อยก็กลัวโดนทุบหัว“หนอย... ริอ่านจะก่อกบฏยึดจวนข้าเรอะ!” เสวียนเฟิงกัดฟันกรอด หันไปคว้าไม้ปัดขนไก่ ที่เสียบอยู่ข้างเสามาถือไว้ทันควัน สลัดขนไก่พริ้วไหวดัง ฟึ่บ!“วันนี้ข้าไม่ฟาดก้นเจ้าให้ลายเป็นแตงโมสุก อย่ามาเรียกข้าว่าตงอ๋อง!” “กรี๊ดดดด! พ่อเลวจะฆ่าลูกอีกแล้ว!”อวิ๋นซีซีเห็นไม้ปัดขนไก่ก็โยนถาดขนมทิ้ง สับขา สั้น ๆ วิ่งหนีสุดชีวิต เสวียนเฟิงวิ่งไล่ต้อนก้อนแป้งน้อยไปรอบลานฝึก ทว่าวิ่งไปได้เพียงสองรอบ ซีซีก็ฉลาดพอที่จะหักเลี้ยว พุ่งตรงดิ่งเข้าสู่อ้อมอกของเฉินหว่านโหรวที่ยืนดูอยู่!หมับ!สองแขนป้อมกอดขาหว่านโหรวแน่น ซุกหน้าลงกับมารดา บีบน้ำตาหยดแหมะ ๆ ทันที“ท่านแม่เจ้าขา! ช่วยซีซีด้วยเจ้าค่ะ! ท่านพ่อจะเอาไม้มาตีข้า ท่านพ่อจะรังแกข้า!”เสวียนเฟิงที่ถือไม้ปัดขนไก่วิ่งตามมาติด ๆ ถึงกับหยุด ชายหนุ่มชี้หน้าบุตรสาวที่ซ่อนอยู่หลังกระโปรงคนรัก อ้าปากค้างด้วยความเดือดดาล“เจ้า...เด็กกลับกลอก! เจ้าขโมยตราพยัคฆ์ข้าไปทำขนม ซ้ำยังสั่งให้องครักษ์มากบฏจับข้า เจ

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 30 ตอนจบ 1/2

    สายลมต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยผ่านยอดหลิว กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกกุ้ยฮวาลอยอวลไปทั่วสวนด้านหลังตำหนักตงอ๋องแม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาจนกระทั่งมรสุมร้ายเรื่องตระกูลไป๋และหย่งไท่เฟยสงบลง ทว่าคลื่นใต้น้ำบางระลอกกลับยังคงไม่จางหายไปจากแผ่นดินกลางศาลาแปดเหลี่ยม องค์รัชทายาทเสวียนเว่ยในชุดลำลองสีกรมท่า ประทับนั่งจิบชาร้อนอยู่อย่างเงียบสงบ ตรงหน้าของเขามีกล่องไม้จันทน์หอมสีเข้มวางอยู่หนึ่งใบ เสวียนเว่ยเลื่อนกล่องไม้นั้นส่งให้เฉินหว่านโหรว แววตาสายเลือดมังกรฉายประกายลุ่มลึก“นี่คือสิ่งที่คนของข้ายึดมาได้จากห้องลับใต้ดินในเรือนพักของฟางเสี่ยวหราน” เสวียนเว่ยเอ่ยเสียงเรียบ “ด้านในคือผ้าห่อทารกผืนเดิมที่ใช้ห่อตัวเจ้าไว้ในคืนที่สลับตัว”หว่านโหรวชะงักไปเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นเปิดฝา กล่องไม้ออกช้า ๆภายในกล่องคือผ้าแพรไหมเนื้อหนาสีเลือดหมู แม้เวลาจะล่วงเลยมานาน แต่เนื้อผ้ากลับยังคงงดงาม ดิ้นทองคำแท้ที่ปักลงบนผืนผ้าเป็นลวดลายเมฆาคล้อยล้อมรอบตราสัญลักษณ์นกอินทรีสยายปีก... ลวดลายอันวิจิตรประณีตซึ่งมิใช่ฝีมือการทอของช่างหลวงในต้าเจิงอย่างแน่นอน“ข้าสอบสวนสาวใช้ของเจ้าแล้ว นางไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังนั้นย่อมไม่

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 29 ลูกข้าเหมือนข้า 2/2

    ‘เสวียนฮุ่ยหลงมองบุตรชาย ในที่สุดเจ้าตัวแสบก็มีวันนี้สักที ได้สำนึกว่าทำข้าปวดหัวมากเพียงใด’“ท่านพ่อ...ในใต้หล้านี้ท่านไม่รู้หรือว่าผู้ใดใหญ่ที่สุด”“เสด็จปู่เจ้าหรือ...เหอะ...คิดว่าข้ากลัวเขาที่ไหน” ตงอ๋องยังคงเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคารพบิดาเช่นไรก็ยังเป็นเช่นนั้น“เจ้าลูกทรพี” เสวียนฮุ่ยหลงพูด“พ่อเลว!” อวิ๋นซีซีกล่าวตาม แต่กลับทำให้เสด็จปู่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี“ลูกเจ้าช่างเหมือนเจ้า” “ตาแก่...ลูกข้าย่อมเหมือนข้าสิ...ไม่ใช่ข้าสักหน่อยที่ไม่เหมือนท่าน ข้าทั้งหล่อเหลากว่า เก่งกาจกว่า แล้วก็มีชายาที่รักข้าที่สุด”“มีชายาที่รักข้าที่สุดงั้นรึ!” อวิ๋นซีซีแค่นเสียงหึเลียนแบบบิดาจนจมูกรั้นเชิดขึ้น ร่างกลมป้อมบนเก้าอี้กระโดดดึ๋งลงมายืนค้ำเอว “ท่านแม่รักข้าที่สุดต่างหากเล่า! ท่านพ่อเลว วัน ๆ เอาแต่แอบกินขนมหวานของข้า ซ้ำยังแอบขโมยปิ่นทองของท่านแม่ไปจำนำซื้อน่องไก่อีก ข้ายังไม่ได้บอกท่านแม่! ท่านแม่บอกว่าท่านใช้เงินเปลืองมาก ควรตัดเบี้ยหวัด”“เฮ้ย! เจ้าเด็กนี่ เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้าต่อหน้าตาแก่นะ!” เสวียนเฟิงสะดุ้งโหยง ตาโตเท่าไข่ห่าน ความลับเรื่องแอบงุบงิบเงินเมียถูกฉีกหน้าจนแตกยับเ

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 29 ลูกข้าเหมือนข้า 1/2

    เก้าเดือนผันผ่านประหนึ่งสายน้ำไหล ท่ามกลางความสงบสุขที่หวนคืนสู่เมืองหลวง ไม่สิสงบสุขแค่ตำหนักตงอ๋อง เพราะที่วุ่นวายกลับเป็นตำหนักบูรพาและราชสำนักตำหนักตงอ๋องบัดนี้กลับถูกชโลมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขล้นพ้นในค่ำคืนที่ท้องฟ้านอกหน้าต่างเกลื่อนกลาดไปด้วยดวงดาราระยิบระยับ ทารกน้อยเพศหญิงผิวขาวผ่องดั่งก้อนแป้งนุ่มนิ่มได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก เสียงร้องไห้กังวานใสปานกระดิ่งเงินสะท้อนไปทั่วเรือนหอ เป็นดาวนำโชคดวงใหม่ที่ตกลงมากลางใจของคนทั้งจวนนางมีนามว่า ‘เสวียนอวิ๋นซี’ หรือที่ทุกคนเรียกขานกันติดปากว่า ‘ซีซี’เฉินหว่านโหรวตระกองกอดก้อนแป้งตัวน้อยไว้แนบอกด้วยความรักใคร่หวงแหน ทว่าสวามีของนาง... ตงอ๋องผู้เคยเขย่าขวัญคนทั้งแผ่นดิน กลับมีวิธีสั่งสอนบุตรสาวตั้งแต่แรกเกิดในแบบฉบับที่ไม่มีใครในใต้หล้ากล้าเลียนแบบ!ยามที่ทารกน้อยเริ่มลืมตาแป๋ว เสวียนเฟิงมิได้ร้องเพลงกล่อมเด็ก แต่กลับก้มลงกระซิบข้างหูบุตรสาวทุกวัน“จำไว้นะซีซี... คนแซ่เสวียนอย่างพวกเรา ไม่เคยก้มหัวให้ผู้ใด หากมีคนรังแกเจ้า จงเอาก้อนหินปาหัวมันให้แตก หากคนผู้นั้นเป็นฮ่องเต้...ก็จงวางเพลิงเผาตำหนักตาแก่นั่นทิ้งเสีย! หากรัชทายาทพูดจาไม่เข

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 28 แต่งชายา 2/2

    “ท่านมันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์!”“เจ้าเล่ห์แล้วอย่างไร... สุดท้ายข้าก็ได้เจ้ามาครอบครองมิใช่รึ”“แต่ท่านโบยข้า” นางเจ็บใจเรื่องนี้ที่สุด“โหรวเอ๋อร์ตอนนั้นข้าเพียงอยากสั่งสอน แต่บ่าวไพร่ทำเกินเหตุข้าสั่งโบยลงโทษหนักกว่าเจ้าสองเท่า และคนที่ปากดีด่าเจ้าข้าขายออกหมดแล้ว”“อย่างนั้นก็เถอะ”ท่าทางแง่งอนนั้นทำให้ตงอ๋องรวบร่างนุ่มนิ่มมากอดแน่น จนหว่านโหรวต้องหันมองสายตาคมกริบที่แปรเปลี่ยนเป็นหิวกระหายทำให้หว่านโหรวใจสั่นระทึก เสวียนเฟิงไม่ปล่อยให้นางได้เอ่ยคำใดอีก มือหนาเลื่อนลงไปปลดสายรัดเอวปักดิ้นทอง อาภรณ์มงคลสีแดงสดค่อย ๆ ถูกปลดเปลื้องหลุดลอยออกจากร่างบางทีละชิ้น เผยให้เห็นเอวคอดกิ่วและผิวขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีสะท้อนแสงนวลของไข่มุกราตรีชวนให้อยากสัมผัส“ท่านอ๋อง...”เสียงหวานพึมพำแผ่วเบา ทว่าถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของบุรุษหนุ่มประกบแนบลงมาอย่างหนักหน่วงแต่ทว่าสัมผัสกลับอ่อนโยนเสวียนเฟิงบดจูบอย่างดูดดื่ม ปลุกเร้าอารมณ์ที่ซ่อนเร้นให้ลุกโชน ฝ่ามือหยาบกร้านจากการรบทัพจับศึกเลื่อนสัมผัสไปตามส่วนเว้าโค้งอย่างเชี่ยวชาญ ถ่ายทอดความปรารถนาและความรักที่กักเก็บมาเนิ่นนานนับสิบปีหว่านโห

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 28 แต่งชายา 1/2

    แสงสีแดงมงคลอาบไล้ทั่วทุกตารางฉื่อของตำหนักตงอ๋องโคมไฟกระดาษสีแดงชาดห้อยระย้าตามชายคา ทว่าภายในเรือนหอ บนโต๊ะไม้จันทน์หอมสลักลวดลายวิจิตร มี ไข่มุกราตรีแห่งทะเลตงไห่ขนาดเท่ากำปั้นเด็ก ส่องแสงนวลตากระจ่างชัดประหนึ่งดวงจันทราจำลองสาดส่องลงบนเตียงมงคลที่ปูฟูกแพรไหมสีแดงสดซูหว่านโหรวหรือในบัดนี้คือนาม เฉินหว่านโหรว นั่งนิ่งอยู่ริมขอบเตียง สองมือกุมประสานอยู่บนตัก ชายกระโปรงเจ้าสาวปักดิ้นทองลายหงส์เหินแผ่กว้าง ผ้าคลุมหน้าสีแดงบางเบาบดบังสายตา ทว่าไม่อาจซ่อนเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นสุราหอมกรุ่นเจือกลิ่นอายเฉพาะตัวอันอบอุ่นลอยมาแตะจมูกคันชั่งทองค่อย ๆ สอดเข้าใต้ชายผ้าคลุมหน้า เลิกขึ้นอย่างช้า ๆดวงหน้าหมดจดที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศสะท้อนสู่สายตา คิ้วโก่งดั่งคันศร ริมฝีปากอิ่มแต้มชาดสีสด และดวงตากลมโตสุกใสดั่งดวงดารายามต้องแสงไข่มุกราตรี เสวียนเฟิงในชุดมงคลสีแดงปักลายมังกรเหินยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจของเขาสะดุดกึก แววตาคมดุจพยัคฆ์วาววับไปด้วยประกายเสน่หาที่ไม่อาจปิดบัง“งามเหลือเกิน...” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบอย่างหลงใหลชายหนุ่มท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status