Home / โรแมนติก / ชายาที่ไม่ถูกรัก / บทที่ 4 พรากความเชื่อถือ 2/3

Share

บทที่ 4 พรากความเชื่อถือ 2/3

last update publish date: 2026-09-17 10:54:51

“...หม่อมฉันเสียมารยาทเพคะ”

ความเงียบงันอันน่าอึดอัดทิ้งตัวลงกลางห้องทันที

เสวียนเฟิงขมวดคิ้วแน่น หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาดกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนของนาง

หรือนางสมองกระทบกระเทือน

“เมื่อครู่เจ้าจะพูดอะไร”

“ไม่มีอะไรเพคะ” น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ใด ๆ ไม่ว่าโกรธหรือเสียใจก็ตาม

“พูดมา!” เขาเค้นเสียงสั่ง

“หม่อมฉันไม่กล้า”

คำว่า ‘ไม่กล้า’ ดังก้องในหูของตงอ๋อง หว่างคิ้วของเขาขมวดมุ่นจนเป็นปมแน่อน

สตรีผู้นี้เคยมีคำว่า ‘ไม่กล้า’ กับเขาตั้งแต่เมื่อใดกัน?

นับตั้งแต่วันแรกที่นางเหยียบย่างเข้ามาในจวน ต่อให้ถูกเขาบีบข้อมือจนขึ้นรอยเขียวช้ำ ถูกกักบริเวณ ถูกข่มขู่ว่าจะหักคอ หรือถูกลดฐานะให้ต่ำต้อยยิ่งกว่าสาวใช้ชั้นต่ำ นางก็ยังกล้ายืนเชิดหน้าด่าเขาว่าว่างงาน ไร้แก่นสาร เป็นพวกขาดความอบอุ่น กระทั่งกล้าเย้ยหยันหน้าตายว่าหอตำราท้ายจวนคงเดินมาหาเขาเอง

แล้วบัดนี้เล่า?

นางกำลังนั่งหลบสายตา ตัวสั่นเทิ้มด้วยพิษไข้ และพูดกับเขาด้วยถ้อยคำนอบน้อมดั่งบ่าวไพร่ที่กำลังสนทนากับเจ้านายผู้หนึ่งเท่านั้น!

ความห่างเหินนี้กลับทำให้คนอย่างตงอ๋องผู้เหี้ยมโหดและเด็ดขาดไม่พอใจ

“ซูหว่านโหรว” เสวียนเฟิงเรียกชื่อนางด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“เพคะ”

“วันนี้ปากเจ้าเป็นอะไร”

หว่านโหรวนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่งามที่เคยฉายประกายท้าทาย บัดนี้กลับสงบนิ่งดั่งผิวน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง ว่างเปล่าจนไม่มีสิ่งใดให้เขาจับต้องได้อีกต่อไป

“ไม่มีอะไรเพคะ เพียงแต่หม่อมฉันจำกฎของจวนได้แล้ว”

เสวียนเฟิงชะงักกึก “กฎอะไร”

“รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่ต่อปากต่อคำกับผู้เป็นนาย และทำตามคำสั่งโดยไม่ตั้งคำถาม...” นางกล่าวเนิบนาบ ทุกลำดับคำชัดเจนและเยือกเย็น “หม่อมฉันจำได้หมดแล้ว   เพคะ”

นางกลายเป็นสตรีเชื่อฟังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ไม่รู้เพราะเหตุใด คำตอบที่ควรทำให้เขารู้สึกพึงพอใจว่าตนเองสามารถสยบความพยศของนางได้สำเร็จ กลับทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายบีบรัดจนอึดอัดแน่นไปหมด มันระคายเคืองยิ่งกว่ายามที่นางต่อปากต่อคำกับเขาเสียอีก

เสวียนเฟิงโยนผ้าชุบน้ำลงในอ่างทองเหลืองเสียงดังจ๋อม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างที่เขาไม่เคยใช้กับผู้ใด

“เรื่องเมื่อตอนบ่าย... ข้าเพียงต้องการสั่งสอนเจ้า มิได้คิดว่าพวกนั้นจะลงมือหนัก”

“เพคะ” นางตอบรับอย่างเมินเฉย ไม่ยินดียินร้าย ไม่เสียใจ หรือไม่ได้โกรธเคืองคนพูด

“เพคะอะไรของเจ้า”

“หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ”

“เจ้าจะไม่มีอะไรพูดกับข้าเลยหรือ!” เสวียนเฟิงเริ่มขึ้นเสียงด้วยความหงุดหงิดที่ไม่อาจควบคุมได้

หว่านโหรวมองใบหน้าคมคายนั้นอย่างสงบ ไร้ร่องรอยของความโกรธแค้นหรือตัดพ้อ “ท่านอ๋องต้องการให้หม่อมฉันพูดสิ่งใดหรือเพคะ”

“อย่างน้อยเจ้าก็ควร...”

คำพูดของเสวียนเฟิงชะงักค้างไปเองในลำคอ

ควรอะไรเล่า?

ด่าทอเขา?

ประชดประชันเขา?

หรือร้องไห้คร่ำครวญกล่าวหาว่าเขาใจร้าย ไร้หัวใจ เหมือนที่สตรีทั่วไปควรจะทำงั้นหรือ?

แต่ซูหว่านโหรวไม่ทำสิ่งเหล่านั้นเลยแม้แต่อย่างเดียว นางเพียงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก

“เรื่องผ่านไปแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่มีสิ่งใดจะกล่าว”

เสวียนเฟิงขบกรามแน่นจนกรามปูดโปน เขาเบือนหน้าหนีสายตาอันว่างเปล่านั้น พลันชี้ไปที่โต๊ะข้างเตียงเพื่อกลบเกลื่อนความว้าวุ่นในใจ

“ยาที่โต๊ะเป็นยาสมานแผลจากคลังหลวง โสมอายุร้อยปีข้าก็ให้คนต้มไว้เจ้าดื่มเสีย” เขาพูดว่านางจะประชดอะไรเขาอีก แต่ทว่าความเงียบทำให้ตงอ๋องอึดอัด

“เจ้าอย่าได้ใจ ข้าเพียงไม่ต้องการให้มีคนตายในจวน”

หว่านโหรวพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ร่างกายผอมบางค้อมลงเล็กน้อยขณะที่ยังนอนบนเตียง “ขอบพระทัยท่านอ๋องที่เมตตาเพคะ”

เสวียนเฟิงสีหน้าแข็งค้างขึ้นมาทันที “ใครเมตตาเจ้า! ข้าคือตงอ๋องผู้ไม่เคยเมตตาผู้ใดต่างหาก”

“เช่นนั้นหม่อมฉันกล่าวผิดไปเพคะ”

นางยอบศีรษะลงอีกครา คราวนี้ดูยินยอมราวกับปล่อยวางทุกสิ่ง

“เจ้า!” แขนเสื้อกว้างถูกสะบัดกลับไปด้านหลังอย่างแรง

“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ไม่ประสงค์ให้หม่อมฉันตายในจวนเพคะ”

“……”

บรรยากาศเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ

ฟังอย่างไร... ก็ยิ่งระคายหูจนแทบคลั่ง! คำขอบคุณที่สุภาพ นอบน้อม ไร้ที่ติ ทว่าแฝงไปด้วยความห่างเหินดั่งกำแพงเหล็กที่สร้างขึ้นมาขวางกั้นระหว่างเขากับนางอย่างสิ้นเชิง

เสวียนเฟิงทนมองใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยความเย็นชานั้นไม่ไหว เขายื่นมือหนาออกไป หมายจะแตะลงบนหน้าผากมนเพื่อตรวจดูไข้ที่ยังคงแผ่ไอความร้อนออกมา

ทว่า ยามที่ปลายนิ้วของเขาเฉียดใกล้ หว่านโหรว

กลับเบี่ยงศีรษะหลบไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ!

ฝ่ามือหนาชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

บรรยากาศพลันแข็งค้างลงในพริบตา ทั้งสองคนสบตากันนิ่งงัน เสวียนเฟิงจ้องมองมือของตนเองที่คว้างอยู่กลางความว่างเปล่า หัวใจหล่นวูบด้วยความรู้สึกชาวาบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 30 ตอนจบ 2/2

    เหล่าองครักษ์ในจวนตงอ๋องต่างพากันถือขนมเปี๊ยะค้างไว้ในมือ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก จะหัวเราะก็ไม่กล้า จะปฏิเสธท่านหญิงน้อยก็กลัวโดนทุบหัว“หนอย... ริอ่านจะก่อกบฏยึดจวนข้าเรอะ!” เสวียนเฟิงกัดฟันกรอด หันไปคว้าไม้ปัดขนไก่ ที่เสียบอยู่ข้างเสามาถือไว้ทันควัน สลัดขนไก่พริ้วไหวดัง ฟึ่บ!“วันนี้ข้าไม่ฟาดก้นเจ้าให้ลายเป็นแตงโมสุก อย่ามาเรียกข้าว่าตงอ๋อง!” “กรี๊ดดดด! พ่อเลวจะฆ่าลูกอีกแล้ว!”อวิ๋นซีซีเห็นไม้ปัดขนไก่ก็โยนถาดขนมทิ้ง สับขา สั้น ๆ วิ่งหนีสุดชีวิต เสวียนเฟิงวิ่งไล่ต้อนก้อนแป้งน้อยไปรอบลานฝึก ทว่าวิ่งไปได้เพียงสองรอบ ซีซีก็ฉลาดพอที่จะหักเลี้ยว พุ่งตรงดิ่งเข้าสู่อ้อมอกของเฉินหว่านโหรวที่ยืนดูอยู่!หมับ!สองแขนป้อมกอดขาหว่านโหรวแน่น ซุกหน้าลงกับมารดา บีบน้ำตาหยดแหมะ ๆ ทันที“ท่านแม่เจ้าขา! ช่วยซีซีด้วยเจ้าค่ะ! ท่านพ่อจะเอาไม้มาตีข้า ท่านพ่อจะรังแกข้า!”เสวียนเฟิงที่ถือไม้ปัดขนไก่วิ่งตามมาติด ๆ ถึงกับหยุด ชายหนุ่มชี้หน้าบุตรสาวที่ซ่อนอยู่หลังกระโปรงคนรัก อ้าปากค้างด้วยความเดือดดาล“เจ้า...เด็กกลับกลอก! เจ้าขโมยตราพยัคฆ์ข้าไปทำขนม ซ้ำยังสั่งให้องครักษ์มากบฏจับข้า เจ

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 30 ตอนจบ 1/2

    สายลมต้นฤดูใบไม้ร่วงพัดโชยผ่านยอดหลิว กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกกุ้ยฮวาลอยอวลไปทั่วสวนด้านหลังตำหนักตงอ๋องแม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาจนกระทั่งมรสุมร้ายเรื่องตระกูลไป๋และหย่งไท่เฟยสงบลง ทว่าคลื่นใต้น้ำบางระลอกกลับยังคงไม่จางหายไปจากแผ่นดินกลางศาลาแปดเหลี่ยม องค์รัชทายาทเสวียนเว่ยในชุดลำลองสีกรมท่า ประทับนั่งจิบชาร้อนอยู่อย่างเงียบสงบ ตรงหน้าของเขามีกล่องไม้จันทน์หอมสีเข้มวางอยู่หนึ่งใบ เสวียนเว่ยเลื่อนกล่องไม้นั้นส่งให้เฉินหว่านโหรว แววตาสายเลือดมังกรฉายประกายลุ่มลึก“นี่คือสิ่งที่คนของข้ายึดมาได้จากห้องลับใต้ดินในเรือนพักของฟางเสี่ยวหราน” เสวียนเว่ยเอ่ยเสียงเรียบ “ด้านในคือผ้าห่อทารกผืนเดิมที่ใช้ห่อตัวเจ้าไว้ในคืนที่สลับตัว”หว่านโหรวชะงักไปเล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นเปิดฝา กล่องไม้ออกช้า ๆภายในกล่องคือผ้าแพรไหมเนื้อหนาสีเลือดหมู แม้เวลาจะล่วงเลยมานาน แต่เนื้อผ้ากลับยังคงงดงาม ดิ้นทองคำแท้ที่ปักลงบนผืนผ้าเป็นลวดลายเมฆาคล้อยล้อมรอบตราสัญลักษณ์นกอินทรีสยายปีก... ลวดลายอันวิจิตรประณีตซึ่งมิใช่ฝีมือการทอของช่างหลวงในต้าเจิงอย่างแน่นอน“ข้าสอบสวนสาวใช้ของเจ้าแล้ว นางไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังนั้นย่อมไม่

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 29 ลูกข้าเหมือนข้า 2/2

    ‘เสวียนฮุ่ยหลงมองบุตรชาย ในที่สุดเจ้าตัวแสบก็มีวันนี้สักที ได้สำนึกว่าทำข้าปวดหัวมากเพียงใด’“ท่านพ่อ...ในใต้หล้านี้ท่านไม่รู้หรือว่าผู้ใดใหญ่ที่สุด”“เสด็จปู่เจ้าหรือ...เหอะ...คิดว่าข้ากลัวเขาที่ไหน” ตงอ๋องยังคงเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคารพบิดาเช่นไรก็ยังเป็นเช่นนั้น“เจ้าลูกทรพี” เสวียนฮุ่ยหลงพูด“พ่อเลว!” อวิ๋นซีซีกล่าวตาม แต่กลับทำให้เสด็จปู่หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี“ลูกเจ้าช่างเหมือนเจ้า” “ตาแก่...ลูกข้าย่อมเหมือนข้าสิ...ไม่ใช่ข้าสักหน่อยที่ไม่เหมือนท่าน ข้าทั้งหล่อเหลากว่า เก่งกาจกว่า แล้วก็มีชายาที่รักข้าที่สุด”“มีชายาที่รักข้าที่สุดงั้นรึ!” อวิ๋นซีซีแค่นเสียงหึเลียนแบบบิดาจนจมูกรั้นเชิดขึ้น ร่างกลมป้อมบนเก้าอี้กระโดดดึ๋งลงมายืนค้ำเอว “ท่านแม่รักข้าที่สุดต่างหากเล่า! ท่านพ่อเลว วัน ๆ เอาแต่แอบกินขนมหวานของข้า ซ้ำยังแอบขโมยปิ่นทองของท่านแม่ไปจำนำซื้อน่องไก่อีก ข้ายังไม่ได้บอกท่านแม่! ท่านแม่บอกว่าท่านใช้เงินเปลืองมาก ควรตัดเบี้ยหวัด”“เฮ้ย! เจ้าเด็กนี่ เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้าต่อหน้าตาแก่นะ!” เสวียนเฟิงสะดุ้งโหยง ตาโตเท่าไข่ห่าน ความลับเรื่องแอบงุบงิบเงินเมียถูกฉีกหน้าจนแตกยับเ

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 29 ลูกข้าเหมือนข้า 1/2

    เก้าเดือนผันผ่านประหนึ่งสายน้ำไหล ท่ามกลางความสงบสุขที่หวนคืนสู่เมืองหลวง ไม่สิสงบสุขแค่ตำหนักตงอ๋อง เพราะที่วุ่นวายกลับเป็นตำหนักบูรพาและราชสำนักตำหนักตงอ๋องบัดนี้กลับถูกชโลมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสุขล้นพ้นในค่ำคืนที่ท้องฟ้านอกหน้าต่างเกลื่อนกลาดไปด้วยดวงดาราระยิบระยับ ทารกน้อยเพศหญิงผิวขาวผ่องดั่งก้อนแป้งนุ่มนิ่มได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก เสียงร้องไห้กังวานใสปานกระดิ่งเงินสะท้อนไปทั่วเรือนหอ เป็นดาวนำโชคดวงใหม่ที่ตกลงมากลางใจของคนทั้งจวนนางมีนามว่า ‘เสวียนอวิ๋นซี’ หรือที่ทุกคนเรียกขานกันติดปากว่า ‘ซีซี’เฉินหว่านโหรวตระกองกอดก้อนแป้งตัวน้อยไว้แนบอกด้วยความรักใคร่หวงแหน ทว่าสวามีของนาง... ตงอ๋องผู้เคยเขย่าขวัญคนทั้งแผ่นดิน กลับมีวิธีสั่งสอนบุตรสาวตั้งแต่แรกเกิดในแบบฉบับที่ไม่มีใครในใต้หล้ากล้าเลียนแบบ!ยามที่ทารกน้อยเริ่มลืมตาแป๋ว เสวียนเฟิงมิได้ร้องเพลงกล่อมเด็ก แต่กลับก้มลงกระซิบข้างหูบุตรสาวทุกวัน“จำไว้นะซีซี... คนแซ่เสวียนอย่างพวกเรา ไม่เคยก้มหัวให้ผู้ใด หากมีคนรังแกเจ้า จงเอาก้อนหินปาหัวมันให้แตก หากคนผู้นั้นเป็นฮ่องเต้...ก็จงวางเพลิงเผาตำหนักตาแก่นั่นทิ้งเสีย! หากรัชทายาทพูดจาไม่เข

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 28 แต่งชายา 2/2

    “ท่านมันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์!”“เจ้าเล่ห์แล้วอย่างไร... สุดท้ายข้าก็ได้เจ้ามาครอบครองมิใช่รึ”“แต่ท่านโบยข้า” นางเจ็บใจเรื่องนี้ที่สุด“โหรวเอ๋อร์ตอนนั้นข้าเพียงอยากสั่งสอน แต่บ่าวไพร่ทำเกินเหตุข้าสั่งโบยลงโทษหนักกว่าเจ้าสองเท่า และคนที่ปากดีด่าเจ้าข้าขายออกหมดแล้ว”“อย่างนั้นก็เถอะ”ท่าทางแง่งอนนั้นทำให้ตงอ๋องรวบร่างนุ่มนิ่มมากอดแน่น จนหว่านโหรวต้องหันมองสายตาคมกริบที่แปรเปลี่ยนเป็นหิวกระหายทำให้หว่านโหรวใจสั่นระทึก เสวียนเฟิงไม่ปล่อยให้นางได้เอ่ยคำใดอีก มือหนาเลื่อนลงไปปลดสายรัดเอวปักดิ้นทอง อาภรณ์มงคลสีแดงสดค่อย ๆ ถูกปลดเปลื้องหลุดลอยออกจากร่างบางทีละชิ้น เผยให้เห็นเอวคอดกิ่วและผิวขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีสะท้อนแสงนวลของไข่มุกราตรีชวนให้อยากสัมผัส“ท่านอ๋อง...”เสียงหวานพึมพำแผ่วเบา ทว่าถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของบุรุษหนุ่มประกบแนบลงมาอย่างหนักหน่วงแต่ทว่าสัมผัสกลับอ่อนโยนเสวียนเฟิงบดจูบอย่างดูดดื่ม ปลุกเร้าอารมณ์ที่ซ่อนเร้นให้ลุกโชน ฝ่ามือหยาบกร้านจากการรบทัพจับศึกเลื่อนสัมผัสไปตามส่วนเว้าโค้งอย่างเชี่ยวชาญ ถ่ายทอดความปรารถนาและความรักที่กักเก็บมาเนิ่นนานนับสิบปีหว่านโห

  • ชายาที่ไม่ถูกรัก   บทที่ 28 แต่งชายา 1/2

    แสงสีแดงมงคลอาบไล้ทั่วทุกตารางฉื่อของตำหนักตงอ๋องโคมไฟกระดาษสีแดงชาดห้อยระย้าตามชายคา ทว่าภายในเรือนหอ บนโต๊ะไม้จันทน์หอมสลักลวดลายวิจิตร มี ไข่มุกราตรีแห่งทะเลตงไห่ขนาดเท่ากำปั้นเด็ก ส่องแสงนวลตากระจ่างชัดประหนึ่งดวงจันทราจำลองสาดส่องลงบนเตียงมงคลที่ปูฟูกแพรไหมสีแดงสดซูหว่านโหรวหรือในบัดนี้คือนาม เฉินหว่านโหรว นั่งนิ่งอยู่ริมขอบเตียง สองมือกุมประสานอยู่บนตัก ชายกระโปรงเจ้าสาวปักดิ้นทองลายหงส์เหินแผ่กว้าง ผ้าคลุมหน้าสีแดงบางเบาบดบังสายตา ทว่าไม่อาจซ่อนเสียงหัวใจที่เต้นระรัวเสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นสุราหอมกรุ่นเจือกลิ่นอายเฉพาะตัวอันอบอุ่นลอยมาแตะจมูกคันชั่งทองค่อย ๆ สอดเข้าใต้ชายผ้าคลุมหน้า เลิกขึ้นอย่างช้า ๆดวงหน้าหมดจดที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศสะท้อนสู่สายตา คิ้วโก่งดั่งคันศร ริมฝีปากอิ่มแต้มชาดสีสด และดวงตากลมโตสุกใสดั่งดวงดารายามต้องแสงไข่มุกราตรี เสวียนเฟิงในชุดมงคลสีแดงปักลายมังกรเหินยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจของเขาสะดุดกึก แววตาคมดุจพยัคฆ์วาววับไปด้วยประกายเสน่หาที่ไม่อาจปิดบัง“งามเหลือเกิน...” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบอย่างหลงใหลชายหนุ่มท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status