Share

- 26 - ถอนรากถอนโคน

last update publish date: 2026-04-16 22:10:29

ในความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงนกร้องจิ๊บๆ จากยอดไม้ เสิ่นลู่ถิงจ้องมองสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ แม้คำพูดของอี้เหอจะฟังดูบริสุทธิ์ใจ ทว่าสัญชาตญาณของคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งบอกลู่ถิงว่า ไม่มีใครยอมอุทิศชีวิตให้ผู้อื่นเพียงเพราะ "ความเมตตา" ของผู้สูงส่งเท่านั้น ต้องมีบางอย่างที่ผูกมัดนางไว้... บางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่ากตัญญูทั่วไป

"อี้เหอ..." เสิ่นลู่ถิงวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา

"ข้าขอบใจในความสัตย์ซื่อของเจ้า แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ข้าเรียนรู้มาว่าความภักดีมักแลกมาด้วยความแค้นหรือความรัก ข้าอยากรู้... อะไรคือสิ่งที่ทำให้สตรีที่ดูรักสันโดษเช่นเจ้า ยอมก้าวเข้าสู่กรงทองที่เต็มไปด้วยเขม่าพิษแห่งนี้?"

อี้เหอนิ่งไป แววตาที่เคยใสกระจ่างกลับวูบไหวด้วยประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะมอดดับลงกลายเป็นความเย็นเยียบที่แสนโศกเศร้า เสิ่นลู่ถิงมองคนตรงหน้าที่ก้มหน้าลงมองมือของตนเองที่สั่นเทาเล็กน้อย

"หวงกุ้ยเฟยทรงปราดเปรื่องเกินกว่าที่หม่อมชั้นจะปิดบังได้... เหตุผลที่ไท่เฮาทรงไว้วางใจหม่อมชั้น เพราะหม่อมชั้นและพระองค์มี 'ศัตรู' คนเดียวกันเพคะ" เหอเอ่ยเสียงแผ่วก่อนที่เสิ่นลู่ถิงจะขมวดคิ้วแน่น

"ศัตรูคนเดียวกัน? ตระกูลเฉิน?”

"ไม่ใช่เพคะ... แต่เป็นเงาที่ซ่อนอยู่ในอดีตอันมืดมิดของตระกูลหลิว เมื่อสามปีก่อน ครอบครัวของหม่อมชั้นเป็นเพียงขุนนางท้องถิ่นที่ดูแลแถบชายแดน บิดาของหม่อมชั้นค้นพบหลักฐานการยักยอกเสบียงทหารและการสมคบคิดกับโจรป่าของคนในตระกูลหลิว... พี่ชายของอดีตฮองเฮา"

อี้เหอเงยหน้าขึ้น คราวนี้ดวงตาของนางเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอเบลอทว่าไม่ร่วงหล่น เสิ่นลู่ถิงเริ่มขยับกายเข้าไปใกล้ด้วยความสนใจ

"แล้วอย่างไรต่อ?"

"เพื่อปิดปากบิดาของหม่อมชั้น พวกมันจึงใส่ความว่าบิดาเป็นกบฏ... คืนนั้น ไฟเผาผลาญจวนของหม่อมชั้นจนสิ้นซาก หม่อมชั้นรอดมาได้เพียงคนเดียวเพราะซ่อนตัวอยู่ในช่องเก็บของใต้ดิน มองเห็นบิดาและมารดาถูกสังหารต่อหน้าต่อตาโดยคนของตระกูลหลิวที่สวมหน้ากาก" อี้เหอกล้ำกลืนก้อนสะอื้นจนเสิ่นลู่ถิงอดไม่ได้ที่จะลูบที่หลังมือด้วยความเห็นใจ

"ไท่เฮาในตอนนั้นทรงออกประพาสและมาพบหม่อมชั้นที่กำลังจะสิ้นลมข้างทาง ทรงช่วยชีวิตและซ่อนหม่อมชั้นไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด... เพื่อรอวันที่ตระกูลหลิวจะพินาศ"

“นี่พวกมันใจร้ายเกินคนจริงๆ ยังดีที่เจ้ารอดมาได้”

“ที่หม่อมฉันบอกว่าหม่อมชั้นมาเพื่อเป็นโล่ให้พระองค์ เพราะหม่อมชั้นรู้ดีว่ารากของตระกูลหลิวไม่ได้ถูกถอนจนหมดสิ้นเพคะ แม้อดีตอองเฮาจะเสียสติและตระกูลถูกลงโทษ แต่ยังมีขุนนางบางกลุ่มที่เป็นสายเลือดลับๆ หรือผู้ที่เคยรับสินบนจากพวกมันซ่อนตัวอยู่ในเงามืด พวกมันกำลังรอเวลา... และเป้าหมายที่พวกมันแค้นที่สุด ไม่ใช่ไท่เฮา แต่คือท่านผู้ที่ทำให้ตระกูลพวกมันล่มสลาย"

เสิ่นลู่ถิงรู้สึกหนาวเยือกที่สันหลัง ทั้งที่เคยคิดว่าการกำจัดอดีตฮองเฮาและเฉินเสี่ยวเยี่ยนคือจุดจบ แต่ข้ากลับลืมไปว่าอำนาจที่หยั่งรากลึกมานานนับร้อยปี ย่อมมีติ่งเนื้อที่หลงเหลืออยู่

"ไท่เฮาทรงทราบเรื่องนี้ดี จึงส่งหม่อมฉันมา หม่อมฉันใช้เวลาสามปีที่ผ่านมาในการศึกษารายชื่อขุนนางทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับตระกูลหลิว หม่อมฉันจำหน้าพวกมันได้ทุกคน... แม้พวกมันจะพยายามซ่อนตัวอยู่ในคราบขุนนางตงฉินเพียงใดก็ตาม"เสิ่นลู่ถิงมองดูสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกใหม่ ความระแวงถูกแทนที่ด้วยความเข้าอกเข้าใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือของอี้เหอไว้

"เจ้าเก็บความแค้นนี้ไว้เพียงลำพังมานานถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"

"ความแค้นคือสิ่งที่ทำให้หม่อมฉันมีชีวิตอยู่เพคะ แต่ความเมตตาของไท่เฮาทำให้หม่อมฉันรู้ว่า การล้างแค้นที่แท้จริงไม่ใช่การฆ่าให้ตายไปทีละคน แต่คือการปกป้องแสงสว่างที่พวกมันพยายามจะดับให้คงอยู่ตลอดไป แสงสว่างนั้นก็คือพระองค์และรัชทายาท"อี้เหอตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว จนเสิ่นลู่ถิงยิ้มออกมา ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยพลัง

“ในเมื่อเรามีศัตรูร่วมกัน และมีเป้าหมายเดียวกัน... ข้าก็จะรับเจ้าไว้ อี้เหอ ต่อจากนี้ไป เจ้าคือคนสนิทอีกคนของข้า ไม่ใช่ในฐานะนางกำนัล แต่ในฐานะน้องสาวและที่ปรึกษา"

"หม่อมฉันขอสาบานด้วยวิญญาณของบิดามารดา จะปกป้องหวงกุ้ยเฟยและรัชทายาทด้วยชีวิตเพคะ" อี้เหอก้มศีรษะลงจนติดพื้น ขณะที่ทั้งสองคนกำลังตกลงพันธสัญญาลับกันอยู่นั้น ที่มุมมืดหลังเสาหินนอกอุทยาน องครักษ์ผู้หนึ่งที่มีสัญลักษณ์เล็กๆ รูปขนนกสีดำซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ ได้ลอบสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหายตัวไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว

สงครามที่เสิ่นลู่ถิงคิดว่าจบสิ้นไปแล้ว บัดนี้กำลังจะเปลี่ยนรูปแบบจากการประจันหน้า กลายเป็นการลอบสังหารในเงามืดที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม แต่ในชาตินี้ข้าไม่ได้สู้เพียงลำพังข้ามีฝ่าบาทที่รักมั่น มีลูกที่เป็นกำลังใจ และมี เงาที่ซื่อสัตย์อีกหลายคนคอยระวังหลังให้

"มาดูซิว่า... ระหว่างหงส์ที่สยายปีกกับหนูในท่อ ใครจะอึดมากกว่ากัน" เสิ่นลู่ถิงพึมพำพลางจ้องมองออกไปที่ขอบฟ้าด้วยแววตาของผู้ชนะที่ยังไม่ยอมวางดาบ ในเมื่อยังมีพวกที่จ้องจะกำจัดข้าและลูกทั้งไม่ยอมจบ ข้าก็จะไม่ยอมจบเช่นกัน

ภายใต้บรรยากาศอันชื่นมื่นของงานเทศกาลชมจันทร์ โคมไฟสีแดงและเหลืองทองนับพันดวงถูกจุดขึ้นทั่วอุทยานหลวง แสงจันทร์สาดส่องลงบนสระน้ำใสราวกับจะเน้นย้ำถึงความสงบสุขของแผ่นดิน ทว่าภายในศาลาทรงงานลับหลังตำหนัก เสิ่นลู่ถิงและอี้เหอกำลังจ้องมองม้วนกระดาษเล็กๆ ที่ถูกถอดรหัสออกมาอย่างเคร่งเครียด

"ขุนนางกรมโยธา 'เฉินกุ้ย' และรองเจ้ากรมพิธีการ 'หลิวซือ' เพคะฮองเฮา" อี้เหอใช้นิ้วเรียวชี้ไปที่รายชื่อ "พวกมันแอบส่งนกพิราบสื่อสารออกไปทางทิศตะวันตกทุกต้นเดือน เนื้อความระบุถึงตารางเวรยามขององครักษ์และเส้นทางเสด็จในงานคืนนี้"

“พวกมันคงคิดว่าการที่ข้าล้างบางตระกูลใหญ่ไปแล้ว จะทำให้ข้าชะล่าใจ... อี้เหอ เจ้ามั่นใจหรือไม่ว่าพวกมันจะลงมือในคืนนี้?" เสิ่นลู่ถิงแค่นยิ้มเย็น แววตาวาวโรจน์ ก่อนจะหันไปถาอี้เหอในทันที

"มั่นใจเพคะ เพราะนี่คือโอกาสเดียวที่พวกมันจะเข้าใกล้รัชทายาทได้มากที่สุด ท่ามกลางฝูงชนและความวุ่นวายของพลุไฟ แต่หม่อมฉันได้วางตาข่ายไว้รอพวกมันแล้ว"

“คุณหนูเรื่องที่ให้ไปช่วยอี้เหอจัดการ เฟยหลงและอี้ชวนจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” อาลี่ที่วิ่งมาบอกข่าวพยักหน้าเป็นสัญญาณความพร้อม

เมื่อเวลาสำคัญมาถึง ฮ่องเต้ประทับอยู่บนปะรำพิธีเคียงข้างเสิ่นลู่ถิง โดยมีหวงไท่จื่อตัวน้อยนั่งอยู่บนตักของพระบิดา และองค์หญิงน้อยนั่งอยู่บนตักเล็กของเสิ่นลู่ถิง เสียงดนตรีบรรเลงขยับจังหวะ พร้อมกับการและมังกรไฟที่เคลื่อนไหวอย่างดุดัน

อี้เหอในชุดนางกำนัลระดับสูงยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลังเสิ่นลู่ถิง สายตาของนางไม่ได้มองไปที่การแสดง แต่กลับกวาดมองไปยังกลุ่มนักแสดงมังกรไฟที่เริ่มขยับวงล้อมเข้ามาใกล้ปะรำพิธีมากขึ้นเรื่อยๆ

"เริ่มแล้วเพคะ..." อี้เหอกระซิบบอกเสิ่นลู่ถิงแผ่วเบา ทันใดนั้นเสียงพลุดังสนั่นขึ้นสู่ท้องฟ้า ทอแสงสีสันตระการตา และในจังหวะที่ทุกคนกำลังเงยหน้ามองฟ้า นักแสดงมังกรไฟกลุ่มหนึ่งกลับทิ้งตัวลงกับพื้นและชักกระบี่สั้นที่ซ่อนอยู่ในลำตัวมังกรออกมา!

"อารักขาฝ่าบาท! ปกป้องรัชทายาท!" เสียงตะโกนขององครักษ์เสื้อแพรดังขึ้น พร้อมกับความโกลาหลที่แผ่กระจายไปทั่วอุทยาน นักฆ่าสามคนพุ่งตัวข้ามราวกั้นมุ่งตรงไปยังรัชทายาทด้วยความเร็วปานสายฟ้า ทหารยามหน้าปะรำถูกสังหารลงในพริบตา ในวินาทีที่คมดาบกำลังจะถึงตัวองค์ชายน้อย อี้เหอที่ดูอ่อนแอและนอบน้อมกลับขยับกายอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน

นางสะบัดแขนเสื้อชักกระบี่อ่อนที่ซ่อนอยู่รอบเอวออกมา เคร้ง! เสียงโลหะปะทะกันดังก้อง อี้เหอรับดาบของนักฆ่าสองคนไว้ได้พร้อมกัน ก่อนจะหมุนตัวเตะเข้าที่ก้านคอของคนที่สามจนกระเด็นตกปะรำพิธีไป

"เจ้า! เป็นไปได้อย่างไร!" นักฆ่าที่เหลือตื่นตระหนก พวกมันไม่คิดว่านางกำนัลข้างกายหวงกุยเฟยจะมีวรยุทธสูงส่งถึงเพียงนี้ อี้เหอไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่วาดกระบี่อ่อนเป็นวงกลมดั่งงูรัด เหวี่ยงปลายกระบี่บาดเข้าที่ลำคอของนักฆ่าคนแรกอย่างแม่นยำ เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นหินอ่อน ก่อนที่จะกลับมายืนนิ่งสงบปกป้องอยู่หน้าเสิ่นลู่ถิงและรัชทายาทราวกับภูผาที่ไม่มีวันถล่ม

ฮ่องเต้คว้ากระบี่คู่กายออกมาร่วมต่อสู้กับองครักษ์ แต่ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นฝีมือของอี้เหอ ดวงตาคมหันมาสบตากับเสิ่นลู่ถิงที่ยืนกอดลูกสาวไว้แน่น เสิ่นลู่ถิงพยักหน้าให้เป็นการส่งสัญญาณว่านี่คือแผนการที่เตรียมรับมือไว้แล้ว

ทหารองครักษ์ที่อี้เหอเตรียมไว้ลับๆ พร้อมกับเฟยหลงและอี้ชวนพุ่งออกมาจากมุมมืด เข้าล้อมจับขุนนางเฉินกุ้ยและหลิวซือที่กำลังพยายามหลบหนีออกจากงานท่ามกลางความวุ่นวาย ทั้งสองคนถูกกดลงกับพื้นดินด้วยความอดสู

เมื่อเหตุการณ์สงบลงภายในเวลาไม่นาน นักฆ่าทั้งหมดถูกสังหารและจับกุม อี้เหอเก็บกระบี่อ่อนเข้าที่เอวอย่างมิดชิด ก่อนจะคุกเข่าลงต่อหน้าฮ่องเต้และเสิ่นลู่ถิงในทันที

"หม่อมฉันกระทำการจาบจ้วงวรยุทธต่อหน้าพระพักตร์ ขอฝ่าบาททงลงโทษด้วยเพคะ" ฮ่องเต้เดินเข้ามาหา พลางพยุงอี้เหอให้ลุกขึ้นด้วยรอยยิ้ม

"ลงโทษอันใดกัน? เจ้าคือผู้ช่วยชีวิตรัชทายาทและหวงกุ้ยเฟยไว้ หากไม่ได้เจ้า... ข้าคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"

“ฝ่าบาท…..”

"ถิงถิง... เจ้าช่างโชคดีนักที่มีเงาเช่นนี้อยู่ข้างกาย" เสิ่นลู่ถิงเดินเข้าไปหาอี้เหอ พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนซับรอยเลือดออกจากใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

"ข้าบอกเจ้าแล้วอี้เหอ... ว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน วันนี้เจ้าพิสูจน์แล้วว่าความภักดีของเจ้านั้นมีค่ามากกว่าทองคำพันชั่ง" เสิ่นลู่ถิงหันไปมองขุนนางกบฏที่ถูกจับกุม แววตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ

"เอาตัวพวกมันไปขังไว้... ข้าอยากให้พวกมันได้เห็นหน้าเจ้านายเก่าของพวกมันที่ตำหนักร้างก่อนตาย”

งานเทศกาลชมจันทร์จบลงด้วยการกวาดล้างขยะชิ้นสุดท้ายของตระกูลหลิวและตระกูลเฉินจนสิ้นซาก อี้เหอกลายเป็นคนสนิทที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางใจที่สุด และเป็นน้องสาวที่เสิ่นลู่ถิงรักสุดหัวใจ

ในคืนนี้เสิ่นลู่ถิงยืนอยู่บนหอสูงมองดูพระจันทร์ที่กลมโตที่สุด ริมฝีปากขยับรอยยิ้มอย่างผู้ชนะที่แท้จริง ชาติก่อนข้าอาจจะตายอย่างอนาถ แต่ชาตินี้ข้ามีทั้งอำนาจ ความรัก และมิตรสหายที่พร้อมตายแทนกันได้

"ดูให้เต็มตาเถิด... ว่าโลกที่ไม่มีพวกท่าน มันงดงามเพียงใด" เสิ่นลู่ถิงหันกลับไปสบตากับฮ่องเต้ที่เดินเข้ามาโอบกอดกายบางไว้ พร้อมกับอี้เหอที่ยืนอารักขาอยู่เบื้องหลัง ทั้งมีอาลี่และเยว่จินอุ้มลูกหญิงชายฝาแฝดเอาไว้ ครอบครัวผู้ภักดีของข้าในตอนนี้ช่างยิ่งใหญ่นัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 29 - จบบริบูรณ์

    สายลมยามค่ำคืนพัดพากลิ่นคาวเลือดและเขม่าไฟให้เจือจางลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนหนักอึ้งเหนือทุ่งหญ้าชายป่าที่เพิ่งผ่านสมรภูมิขนาดย่อม ร่างของอดีตชินอ๋องผู้เคยสูงส่ง บัดนี้ทอดกายสงบนิ่งอยู่บนพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำค้างและโลหิตของตนเอง ดวงตาที่เคยแฝงไปด้วยความทะเยอทะยานและแผนการร้ายในอดีตชาติ บัดนี้ปิดสนิทลงพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ราวกับว่าได้พบกุญแจที่ไขพันธนาการแห่งความรู้สึกผิดที่จองจำมานานแสนนานเสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าร่างนั้น มือหนึ่งยังคงโอบกอดเยี่ยหลานลูกสาววัยห้าขวบไว้แนบอก ก่อนจะหันไปมองหยางหมิงที่มีอาลี่และเยว่จินคอยยืนจับมือไว้อยู่ เด็กน้อยซบหน้าลงกับไหล่ของมารดาด้วยความหวาดหวั่นแต่ไออุ่นจากอ้อมกอดของเสินลู่ถิงก็ทำให้เด็กน้อยเริ่มสงบลง ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าที่ซูบผอมของอดีตชินอ๋องอย่างตั้งใจ ความทรงจำจากชาติก่อนไหลวนเข้ามาดั่งภาพฝันที่บิดเบี้ยว ภาพที่อีกคนเคยยืนอยู่เคียงข้างตระกูลหลี่ ภาพที่มือนั้นร่างสูงนั้นยืนมองดาบคมบั่นลงที่คอของข้าอย่างไม่ใยดี แต่ในเพลานี้ความเกลียดชังที่เคยสลักลึกอยู่ในกระดูกกลับค่อยๆ มลายหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัด"เขาตายแล้

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 28 - ชินอ๋องชดใช้

    สายลมพัดพาเอากลิ่นอายของดอกไม้นานาพรรณจากยอดเขามาสู่ตลาดการค้าชายขอบเมืองหลวง บรรยากาศภายนอกกำแพงวังช่างแตกต่างจากความเงียบเชียบและกฎระเบียบอันเคร่งครัดที่เสิ่นลู่ถิงในฐานะสูงส่งอย่างหวงกุ้ยเฟย วันนี้อยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนเรียบง่ายอย่างสตรีผู้ดีมีฐานะทั่วไป ใบหน้าผุดผ่องถูกแต้มเพียงชาดบางเบาแต่ยังคงไม่อาจซ่อนเร้นราศีแห่งความสูงศักดิ์ไปได้มือบางซ้ายขวาจับมือของหยางหมิงและเยี่ยหลานองค์ชายและองค์หญิงฝาแฝดวัยห้าขวบที่บัดนี้ดวงตากลมโตกำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ทั้งคู่ชี้ชวนกันดูงิ้วข้างทางและขนมน้ำตาลปั้นรูปมังกรอย่างสนุกสนาน"ท่านแม่ ดูนั่นสิเพคะ! มังกรตัวนั้นมีสีรุ้งด้วย" เยี่ยหลานตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้ว พลางกระตุกชายแขนเสื้อของมารดาให้หันมาสนใจสิ่งที่ตนกำลังมองด้วยความตื่นเต้น"เยี่ยหลานชอบหรือ? เดี๋ยวแม่จะให้พี่อาลี่ซื้อให้เจ้าดีไหม" เสิ่นลู่ถิงยิ้มตอบด้วยแววตาอ่อนโยน ข้างกายคืออาลี่แลเยว่จินที่ติดตามมาด้วยความเป็นห่วง หากอี้เหอไม่ติดว่าต้องดูแลไท่เฮา เห็นทีคงตามมากันจนหมดแม้บรรยากาศจะดูรื่นรมย์เพียงใด แต่เสิ่นลู่ถิงกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ดวงตากลมกวาด

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 27 - แสงจันทร์เพียงดวงเดียว

    ราตรีที่ผ่านพ้นพายุหมุนแห่งการทรยศหักเหลี่ยมดูจะเงียบสงบกว่าคืนไหนๆ ภายในห้องบรรทมของตำหนัก กลิ่นกำยานหอมอ่อนระรื่นโชยพัดพาความเหนื่อยล้าให้มลายหายไป เสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังร่างเล็กๆ ของลูกฝาแฝดวัยสามขวบที่นอนหลับสนิทเคียงข้างกัน หยางหมิงและเยี่ยหลานบุตรมังกรและธิดาหงส์ของนางที่เพิ่งผ่านพ้นภยันตรายมาหยกๆกายบางโน้มกายลงจัดผ้าห่มแพรไหมสีทองให้คลุมถึงอกอุ่นๆ ของทั้งคู่เบาๆ สัมผัสแผ่วเบาที่พวงแก้มยุ้ยของลูกทำให้เสิ่นลู่ถิงหลุดยิ้มออกมาด้วยความรักสุดหัวใจในชาติก่อนข้ามิเคยได้รับสัมผัสเช่นนี้ มิเคยรู้ซึ้งถึงคำว่ามารดา แต่นับจากวินาทีที่ข้าได้กลับมาล้างแค้นและสร้างชีวิตใหม่ ทุกลมหายใจของข้าบัดนี้คือเพื่อปกป้องลมหายใจของเด็กทั้งสองคนนี้เท่านั้นเมื่อมั่นใจว่าลูกๆ เข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนหวานแล้ว เสิ่นลู่ถิงจึงขยับกายอย่างเงียบเชียบที่สุด ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้อาลี่และเยว่จินถอยออกไปเฝ้าที่ม่านชั้นนอก แล้วคว้าเสื้อคลุมไหล่ผ้าไหมลายดอกเหมยมาห่มกาย ทั้งเดินออกจากห้องบรรทมมุ่งหน้าสู่สวนอุทยานที่ชอบไป“พระจันทร์คืนนี้สวยมากเลยเจ้าค่ะคุณหนู” อาลี่

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 26 - ถอนรากถอนโคน

    ในความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงนกร้องจิ๊บๆ จากยอดไม้ เสิ่นลู่ถิงจ้องมองสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ แม้คำพูดของอี้เหอจะฟังดูบริสุทธิ์ใจ ทว่าสัญชาตญาณของคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งบอกลู่ถิงว่า ไม่มีใครยอมอุทิศชีวิตให้ผู้อื่นเพียงเพราะ "ความเมตตา" ของผู้สูงส่งเท่านั้น ต้องมีบางอย่างที่ผูกมัดนางไว้... บางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่ากตัญญูทั่วไป"อี้เหอ..." เสิ่นลู่ถิงวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา"ข้าขอบใจในความสัตย์ซื่อของเจ้า แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ข้าเรียนรู้มาว่าความภักดีมักแลกมาด้วยความแค้นหรือความรัก ข้าอยากรู้... อะไรคือสิ่งที่ทำให้สตรีที่ดูรักสันโดษเช่นเจ้า ยอมก้าวเข้าสู่กรงทองที่เต็มไปด้วยเขม่าพิษแห่งนี้?"อี้เหอนิ่งไป แววตาที่เคยใสกระจ่างกลับวูบไหวด้วยประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะมอดดับลงกลายเป็นความเย็นเยียบที่แสนโศกเศร้า เสิ่นลู่ถิงมองคนตรงหน้าที่ก้มหน้าลงมองมือของตนเองที่สั่นเทาเล็กน้อย"หวงกุ้ยเฟยทรงปราดเปรื่องเกินกว่าที่หม่อมชั้นจะปิดบังได้... เหตุผลที่ไท่เฮาทรงไว้วางใจหม่อมชั้น เพราะหม่อมชั้นและพระองค์มี 'ศัตรู' คนเดียวกันเพคะ" เหอเอ่ยเสียงแผ่วก

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 25 - สตรีแปลกหน้าคนใหม่

    กาลเวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำหลาก สามปีในวังหลวงช่างสั้นนักสำหรับผู้ที่มีความสุข แต่ช่างยาวนานแสนสาหัสสำหรับผู้ที่ถูกลืมเลือน ที่ตำหนักร้างท้ายวัง บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาเตอะจนแทบมองไม่เห็นบานหน้าต่างเสียงหัวเราะสลับกับเสียงร้องไห้โฮของสตรีผู้หนึ่งยังคงดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ แต่ไม่มีใครใส่ใจจะเงี่ยหูฟัง อดีตฮองเฮาในวัยที่ควรจะงดงามสะพรั่ง กลับกลายเป็นหญิงชราผมขาวโพลนทั้งที่อายุยังไม่ถึงสามสิบ ทั้งนั่งกินเศษข้าวบูดเน่าที่ทหารยามโยนให้ผ่านช่องประตู พลางคุยกับเงาของตัวเองในบ่อน้ำครำ นรกบนดินที่เสิ่นลู่ถิงประทานให้นั้นกัดกินวิญญาณของอีกคนเหลือเพียงความว่างเปล่าลานหน้าตำหนักคุนหนิงบรรยากาศกลับรื่นเริงและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของบุปผานานาพันธุ์ วันนี้คืองานเฉลิมฉลองครบรอบวันประสูติสามชันษาขององค์ชายหยางหมิงองค์หญิงเยี่ยหลานซึ่งถือเป็นงานใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเสิ่นลู่ถิงในชุดสีแดงเพลิงปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกดูน่าเกรงขามและสง่างามจนขุนนางน้อยใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา กายบางนั่งเคียงคู่กับฮ่องเต้ทอดสายตามองดูลูกแฝดที่บัดนี้วิ่งเล่นอยู่ในชุดผ้าไหมสีเหลืองทองขนาดเล็ก"ถึงเวลาแล้ว..."

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 24 - เยี่ยมเยียนฮองเฮาครั้งสุดท้าย

    ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืนที่จันทร์เสี้ยวแขวนเด่นอยู่เหนือยอดตำหนัก เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกไม้หอมภายในสวนหลังวัง กลิ่นดอกราตรีโชยมาตามลมเย็น แผ่วเบาและเยือกเย็นไม่ต่างจากกระแสอารมณ์ที่กำลังไหลเวียนอยู่ในอกในยามนี้มือเรียวบางลูบไล้ถ้วยชาเคลือบมุกอย่างใจเย็น แววตาที่เคยฉายเพียงความอ่อนโยนและออดอ้อนต่อหน้าฮ่องเต้ บัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยความพึงพอใจลึกๆ ที่ยากจะหยั่งถึงดวงตากลมหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ภาพเหตุการณ์ของทั้งสองชาติภพไหลย้อนกลับมา ราวกับกำลังละเลียดรสชาติของชัยชนะที่หอมหวานที่สุดภาพแรกที่แจ่มชัดในมโนสำนึก คือภาพของหลี่หว่านหว่านที่เคยหยิ่งผยอง รวมถึงผู้คนจากตระกูลหลี่และตระกูลเสิ่นที่ถูกข้าจัดการไปก่อนหน้าก่อนที่ภาพสะท้อนไปตอนที่ขันทีอาวุโสถือถาดไม้ที่วางจอกสุราลายครามไว้หนึ่งจอกจะเข้ามาแทรก เฉินเสี่ยวเยี่ยนและตระกูลเฉินในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงทั้งชุดเก่าฉีกขาดกำลังนั่งทรุดอยู่กับพื้นราวกับซากศพที่ยังหายใจเสิ่นลู่ถิงเฝ้าดูเฉินเสี่ยวเยี่ยนถูกประหารไปด้วยตาตัวเองในครานี้ เพื่อไม่ให้เกิความผิดพลาดอีก ทำกับลูกข้าไว้อย่างไร ข้าย่อมสนองให้ แม้ลูกข้าจะยังไม่ตาย แต่แค่

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 15 - บาดใจชินอ๋อง

    ท่ามกลางความหอมกรุ่นของน้ำแกงตุ๋นยาจีน บรรยากาศภายในตำหนักจิ่งเหรินช่างขัดกับพายุหิมะด้านนอกอย่างสิ้นเชิง เสิ่นลู่ถิงยังคงลอบสังเกตสีหน้าของชินอ๋องที่บัดนี้ยืนนิ่งงันราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง ข้ามองเห็นดวงตาร้าวรานที่ปิดไม่มิดของเขามองมาอย่างไม่ลดละ เจ็บเพียงเท่านี้ยังไม่เทียบเท่ากับความเจ็บของข้าในชาติ

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 14 - ชินอ๋องรู้ตัวว่าถูกหลอกใช้

    ฤดูหนาวในปีนี้ดูเหมือนจะรุนแรงที่สุดเท่าที่เสิ่นลู่ถิงเคยำด้สัมผัสอากาศหนาวมา หิมะโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ราวกับผืนผ้าขาวบริสุทธิ์ที่พยายามจะปกปิดร่องรอยความโสมมของโลกมนุษย์ไว้ภายใต้ความเย็นเยียบ ภายในตำหนักจิ่งเหรินกลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากเตาผิงและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกำยานกุหลาบ เสิ่นลู่ถิงในชุดค

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 13 - ปลดฮองเฮา

    ท่ามกลางหิมะโปรยปรายที่ปกคลุมไปทั่วเขตตำหนักเย็นกลิ่นคาวโลหิตจางๆคละคลุ้งไปกับอากาศหนาวเหน็บที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เสียงหวีดร้องของทารกแรกเกิดที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่กี่ชั่วยามดังก้องแทรกความเงียบงันของค่ำคืนที่มืดมิดที่สุดเสิ่นลู่ถิงพยายามตะเกียกตะกายร่ายกายที่อ่อนแรงจากการให้กำเนิดบุตรแฝดชายหญิงอ

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 12 - คลอดบุตร

    เสียงโหวกเหวกวุ่นวายดังไปทั่วตำหนักเย็นในยามค่ำคืนหิมะตกหนัก อาลี่และเยว่จินวิ่งเออกตำหนักเย็นจนวุ่นวาย เสิ่นลู่ถิงนอนกระสับกระส่ายปวดท้องรุนแรง น้ำคร่ำเปรอะเปื้อนเต็มผ้าสีขาวที่เคยสะอาดตา เม็ดเหงื่อผุดตามขมับและคอสวยจนเปียกชุ่มมือเล็กกุมหน้าท้องเอาไว้แน่น เอ่ยบอกลูกรักในท้องให้ทรมานแม่น้อยลงอีกหน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status