แชร์

- 29 - จบบริบูรณ์

ผู้เขียน: ได้โปรดปลื้ม
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-17 16:25:25

สายลมยามค่ำคืนพัดพากลิ่นคาวเลือดและเขม่าไฟให้เจือจางลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนหนักอึ้งเหนือทุ่งหญ้าชายป่าที่เพิ่งผ่านสมรภูมิขนาดย่อม

ร่างของอดีตชินอ๋องผู้เคยสูงส่ง บัดนี้ทอดกายสงบนิ่งอยู่บนพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำค้างและโลหิตของตนเอง ดวงตาที่เคยแฝงไปด้วยความทะเยอทะยานและแผนการร้ายในอดีตชาติ

บัดนี้ปิดสนิทลงพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ราวกับว่าได้พบกุญแจที่ไขพันธนาการแห่งความรู้สึกผิดที่จองจำมานานแสนนาน

เสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าร่างนั้น มือหนึ่งยังคงโอบกอดเยี่ยหลานลูกสาววัยห้าขวบไว้แนบอก ก่อนจะหันไปมองหยางหมิงที่มีอาลี่และเยว่จินคอยยืนจับมือไว้อยู่ เด็กน้อยซบหน้าลงกับไหล่ของมารดาด้วยความหวาดหวั่น

แต่ไออุ่นจากอ้อมกอดของเสินลู่ถิงก็ทำให้เด็กน้อยเริ่มสงบลง ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าที่ซูบผอมของอดีตชินอ๋องอย่างตั้งใจ ความทรงจำจากชาติก่อนไหลวนเข้ามาดั่งภาพฝันที่บิดเบี้ยว ภาพที่อีกคนเคยยืนอยู่เคียงข้างตระกูลหลี่ ภาพที่มือนั้นร่างสูงนั้นยืนมองดาบคมบั่นลงที่คอของข้าอย่างไม่ใยดี แต่ในเพลานี้ความเกลียดชังที่เคยสลักลึกอยู่ในกระดูกกลับค่อยๆ มลายหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัด

"เขาตายแล้วหรือเพคะ... เสด็จแม่?" เยี่ยหลานตัวน้อยกระซิบถามด้วยเสียงสั่นเครือ เสิ่นลู่ถิงหลับตาลงช้าๆ พลางลูบศีรษะบุตรสาว

"เขาไปในที่ที่สงบแล้วลูกรัก... เขาคือคนที่ช่วยปกป้องพวกเราไว้"

ฮ่องเต้เดินเข้ามาเคียงข้างหวงกุ้ยเฟยคู่ใจ ก่อนจะทอดมองร่างของน้องชายด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย แม้ชินอ๋องจะเคยกระทำความผิดมหันต์จนต้องถูกเนรเทศ แต่การสละชีพเพื่อปกป้องสายเลือดมังกรและสตรีอันเป็นที่รักในวาระสุดท้าย ย่อมเป็นสิ่งที่มิอาจมองข้ามได้

"ถิงถิง... เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?" ฮ่องเต้เอ่ยเสียงทุ้มก่อนจะใช้แขนแกร่งโอบรอบเอวบางเอาไว้

"หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะฝ่าบาท เพียงแต่หม่อมฉันไม่คิดว่า... คนที่หม่อมฉันเคยแค้นที่สุด จะเป็นคนเดียวกับที่สละชีวิตให้หม่อมฉันและลูกในวันนี้ ชาติก่อนเราอาจติดค้างกันด้วยความตาย แต่ชาตินี้... เขาได้ชดใช้ให้หม่อมฉันจนหมดสิ้นแล้วเพคะ" " ลู่ถิงเงยหน้าขึ้นสบตาดวงตาคม ในแววตาของเสิ่นลู่ถิงบัดนี้ใสกระจ่างไร้ซึ่งหมอกควันแห่งความแค้น ฮ่องเต้พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะหันไปสั่งการเฟยหลงด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

"นำร่างของอดีตชินอ๋องกลับสู่เมืองหลวง จัดพิธีศพตามฐานันดรศักดิ์เชื้อพระวงศ์ แม้เขาจะถูกเนรเทศแต่ความดีที่เขาทำในวันนี้ย่อมลบล้างความผิดในอดีตได้ ข้าจะประกาศให้ทั่วแผ่นดินรู้ว่าเขาตายอย่างสมเกียรติในฐานะวีรบุรุษผู้ปกป้องราชวงศ์"

เมื่อขบวนเสด็จเริ่มเคลื่อนตัวกลับสู่พระราชวัง ท่ามกลางแสงดาวที่พร่างพราย เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ภายในรถม้าหลวงโดยมีลูกแฝดนอนหลับปุ๋ยอยู่บนตักทั้งสองข้าง ความรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแผ่ซ่านไปทั่วกาย

ในอดีตชาติข้าติดอยู่ในวังวนแห่งความพยาบาท ข้าเคยเฝ้าถามสวรรค์ว่าเหตุใดข้าถึงต้องพบเจอจุดจบที่น่าอนาถ แต่ในวันนี้ ข้าได้คำตอบแล้ว... สวรรค์ให้โอกาสข้ากลับมาไม่ใช่เพียงเพื่อล้างแค้น แต่เพื่อ "เรียนรู้ที่จะรัก" และ "รู้จักที่จะปล่อยวาง" การที่ชินอ๋องยอมตายแทนข้า คือบทสรุปที่สมบูรณ์แบบที่สุดของวงจรแค้นนี้

เสิ่นลู่ถิงราวกับหลุดพ้นจากคำสาปแห่งอดีตโดยสิ้นเชิง บัดนี้ไม่มีเสิ่นลู่ถิงที่ตายในลานประหารอีกต่อไป มีเพียงเสิ่นลู่ถิงที่เป็นหวงกุ้ยเฟยผู้ทรงอำนาจและมารดาที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา

เมื่อถึงตำหนักฮอ่งเต้ก็อุ้มหยางหมิงที่หลับสนิทเข้าสู่ห้องบรรทมด้วยตนเอง ส่วนเสิ่นลู่ถิงประคองเยี่ยหลานตามไปติดๆ ทั้งมีอาลี่และเยว่จินเดินตามไม่ห่างไปไหน ภาพของฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังจัดท่าทางการนอนให้บุตรชายอย่างอ่อนโยน เป็นภาพที่บีบหัวใจลู่เสิ่นถิงจนต้องลอบเช็ดน้ำตา

"ฝ่าบาท...ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเชื่อมั่นในตัวหม่อมฉันเสมอมา ไม่ว่าจะมีเรื่องราวใดเกิดขึ้น พระองค์ก็ไม่เคยทอดทิ้งหม่อมฉันเลย" กายเล็กเดินเข้าไปสวมกอดคนตรงหน้าจากด้านหลัง ก่อนฮ่องเต้จะหมุนกายกลับมาโอบกอดกายบางไว้ในอ้อมแขนที่อบอุ่นและมั่นคง

"ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเจ้า ลู่ถิง... เจ้าทำให้วังหลวงแห่งนี้มีคำว่าครอบครัว เจ้าทำให้บัลลังก์ที่หนาวเย็นของข้ามีความอบอุ่น ต่อไปนี้ข้าจะเพิ่มเวรยามอารักขาเจ้าและลูกเป็นทวีคูณ ข้าจะไม่ยอมให้แมลงตัวใดมาสะกิดผิวเจ้าได้อีก" ริมฝีปากหนาประทับจูบลงบนหน้าผากมลของเสิ่นลู่ถิงอย่างแผ่วเบา

"ข้าสัญญา... แผ่นดินจะร่มเย็น และครอบครัวของเราจะเป็นนิรันดร์"

เช้าวันรุ่งขึ้นแสงอาทิตย์สาดส่องลงบนหลังคาสีทองของพระราชวัง เสิ่นลู่ถิงยืนอยู่ที่ระเบียงมองดูลูกๆ วิ่งเล่นในอุทยานพร้อมกับอี้เหอและอาลี่ เยว่จินกำลังเตรียมของว่าง ถัดไปเป็นเฟยหลงที่กำลังยืนอารักขาไม่จากไปไหน ดวงตากลมหยุดอยู่ที่อี้ชวนกับแม่ของเขาที่กำลังนั่งศึกษาเรื่องสมุนไพรไว้ใช้ดูแลร่างกายของเสิ่นลู่ถิงและลูก ความวุ่นวายสิ้นสุดลงแล้ว ศัตรูพ่ายแพ้ บ่วงกรรมถูกตัดขาด ความรักกำลังเบ่งบานในใจ ในดวงตาของข้าตอนนี้สะท้อนแต่ภาพของผู้คนที่ภักดีต่อข้าทั้งสิ้น

มือบางหยิบปิ่นหยกที่ติดตัวมาตั้งแต่กลับชาติมาเกิดในวันแรก มันเป็นปิ่นที่ชินอ๋องเคยนำมาให้ในตอนที่หลอกล่อให้ข้าตายใจแล้วนำไปที่ลานประหาร ดวงตากลมมองดูเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะโยนมันลงสู่สระบัวหลวงอย่างไม่เสียดาย

‘ลาก่อน... ความแค้นของข้า ลาก่อน... อดีตชาติที่ขมขื่น ลาก่อนชินอ๋อง บุรุษที่ชาติก่อนข้าเคยรักจนสุดหัวใจ’

เสิ่นลู่ถิงหันกลับไปหาฮ่องเต้ที่กำลังเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นมือไปกุมมือหนาไว้แน่น แล้วเดินเคียงคู่กันไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของลูกแฝด ชาตินี้ของข้าช่างคุ้มค่า และข้าจะรักษาความสุขนี้ไว้ตราบนานเท่านาน

บรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของพระราชวังหลวง ลมหนาวที่เคยพัดพัดพาความโศกเศร้าในอดีตได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่อบอวลไปทั่วแผ่นดิน วันนี้คือวันที่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่จะถูกจารึก วันที่สตรีผู้กุมหัวใจมังกรจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดอย่างเป็นทางการ

ก่อนเริ่มพิธีสำคัญ เสิ่นลู่ถิงยืนสงบนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ภายในตำหนัก กายบางอยู่ในอาภรณ์เต็มยศของฮองเฮา ผ้าไหมสีแดงเข้มปักลวดลายหงส์ทองเหินนภาด้วยเส้นไหมทองคำแท้ดูวิจิตรตระการตา ดวงตากลมมองเงาสะท้อนของตนเองแล้วยิ้มบางๆ

"เสด็จแม่เพคะ ทรงงดงามที่สุดในโลกเลยเพคะ" เสียงใสๆ ของเยี่ยหลานดังขึ้นพร้อมกับที่เด็กน้อยในชุดหงส์ตัวจิ๋ววิ่งเข้ามากอดที่ชายกระโปรง โดยมี หยางหมิงองค์รัชทายาทตัวน้อยเดินตามมาอย่างสำรวมท่าทีตามแบบฉบับของฮ่องเต้ เสิ่นลู่ถิงย่อกายลงกอดลูกทั้งสองไว้แน่น

"วันนี้พวกจ้าต้องนิ่งและเรียบร้อยนะรู้ไหม เพราะนี่คือวันที่เสด็จพ่อของเจ้าตั้งใจมอบให้แม่"

เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังสนั่นหวั่นไหวเป็นสัญญาณเริ่มพิธี ประตูท้องพระโรงถูกเปิดออกกว้าง เหล่าขุนนางบุ๋นและบู๊นับร้อยนายยืนเรียงรายเป็นแถว ทั้งก้มศีรษะลงต่ำด้วยความเคารพยำเกรง บัดนี้ไม่มีใครกล้าคัดค้านตำแหน่งนี้ของข้าอีกต่อไป เพราะความปรีชาสามารถและหัวใจที่เด็ดเดี่ยวของเสิ่นลู่ถิงได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าข้าคือผู้ที่คู่ควรที่สุด

เสิ่นลู่ถิงก้าวเดินไปตามทางลาดอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยสง่าราศี เบื้องบนบัลลังก์มังกรนั้น ฮ่องเต้ประทับรออยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและรักใคร่ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองเสิ่นลู่ถิงในฐานะฮองเฮา แต่มองในฐานะภรรยาผู้เป็นรักหนึ่งเดียว เมื่อเสิ่นลู่ถิงเดินไปถึงเบื้องหน้า ฮ่องเต้ก็ลุกขึ้นแล้วยื่นมือมาประคองกายบางให้ก้าวขึ้นสู่แท่นประทับสูงสุด

"ถิงถิง... เจ้าคือแสงสว่างที่นำทางข้าผ่านค่ำคืนที่มืดมิด เจ้าคือผู้ปกป้องสายเลือดมังกร และคือสตรีที่ข้ารักยิ่งกว่าชีวิต" ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง แล้วหยิบตราประทับทองคำประจำตำแหน่งฮองเฮาและมงกุฎนกยูงเก้าหางประดับมุกดามาสวมให้แก่สตรีตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

"ข้าขอประกาศต่อสวรรค์และปฐพี สถาปนาเสิ่นลู่ถิงขึ้นเป็นฮองเฮาคู่บัลลังก์ ปกครองวังหลังและเป็นมารดาแห่งแผ่นดินนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป!"

"ฮองเฮาทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี!"

เสียงถวายพระพรดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน เสิ่นลู่ถิงยืนเคียงคู่กับฮอ่งเต้แล้วทอดมองลงไปยังอาณาจักรที่กว้างใหญ่เบื้องหน้า เสิ่นลู่ถิงรู้สึกถึงมือหนาที่กุมมือของตนไว้แน่นดั่งเป็นคำสัญญาที่มิต้องเอ่ยออกมาเป็นวาจา

เสิ่นลู่ถิงหลับตาลงครู่หนึ่ง นึกถึงภาพความทุกข์ทรมานในชาติก่อนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปล่อยให้มันเลือนหายไปในสายลมฤดูหนาว แล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยดวงตาที่ทอประกายสดใส

บัดนี้ข้าไม่ได้กลับมาเพื่อแก้แค้นอีกต่อไป แต่กลับมาเพื่อใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุดในฐานะ "ฮองเฮาเ" ผู้เป็นที่รักของบุรุษที่อยู่ข้างกายข้าในตอนนี้ ในชาตินี้ข้าได้เข้าใจคำว่าครอบครัวอย่างสมบูรณ์แล้ว

จบบริบูรณ์

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 29 - จบบริบูรณ์

    สายลมยามค่ำคืนพัดพากลิ่นคาวเลือดและเขม่าไฟให้เจือจางลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนหนักอึ้งเหนือทุ่งหญ้าชายป่าที่เพิ่งผ่านสมรภูมิขนาดย่อม ร่างของอดีตชินอ๋องผู้เคยสูงส่ง บัดนี้ทอดกายสงบนิ่งอยู่บนพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยหยดน้ำค้างและโลหิตของตนเอง ดวงตาที่เคยแฝงไปด้วยความทะเยอทะยานและแผนการร้ายในอดีตชาติ บัดนี้ปิดสนิทลงพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ราวกับว่าได้พบกุญแจที่ไขพันธนาการแห่งความรู้สึกผิดที่จองจำมานานแสนนานเสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าร่างนั้น มือหนึ่งยังคงโอบกอดเยี่ยหลานลูกสาววัยห้าขวบไว้แนบอก ก่อนจะหันไปมองหยางหมิงที่มีอาลี่และเยว่จินคอยยืนจับมือไว้อยู่ เด็กน้อยซบหน้าลงกับไหล่ของมารดาด้วยความหวาดหวั่นแต่ไออุ่นจากอ้อมกอดของเสินลู่ถิงก็ทำให้เด็กน้อยเริ่มสงบลง ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าที่ซูบผอมของอดีตชินอ๋องอย่างตั้งใจ ความทรงจำจากชาติก่อนไหลวนเข้ามาดั่งภาพฝันที่บิดเบี้ยว ภาพที่อีกคนเคยยืนอยู่เคียงข้างตระกูลหลี่ ภาพที่มือนั้นร่างสูงนั้นยืนมองดาบคมบั่นลงที่คอของข้าอย่างไม่ใยดี แต่ในเพลานี้ความเกลียดชังที่เคยสลักลึกอยู่ในกระดูกกลับค่อยๆ มลายหายไปราวกับควันไฟที่ถูกลมพัด"เขาตายแล้

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 28 - ชินอ๋องชดใช้

    สายลมพัดพาเอากลิ่นอายของดอกไม้นานาพรรณจากยอดเขามาสู่ตลาดการค้าชายขอบเมืองหลวง บรรยากาศภายนอกกำแพงวังช่างแตกต่างจากความเงียบเชียบและกฎระเบียบอันเคร่งครัดที่เสิ่นลู่ถิงในฐานะสูงส่งอย่างหวงกุ้ยเฟย วันนี้อยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนเรียบง่ายอย่างสตรีผู้ดีมีฐานะทั่วไป ใบหน้าผุดผ่องถูกแต้มเพียงชาดบางเบาแต่ยังคงไม่อาจซ่อนเร้นราศีแห่งความสูงศักดิ์ไปได้มือบางซ้ายขวาจับมือของหยางหมิงและเยี่ยหลานองค์ชายและองค์หญิงฝาแฝดวัยห้าขวบที่บัดนี้ดวงตากลมโตกำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ทั้งคู่ชี้ชวนกันดูงิ้วข้างทางและขนมน้ำตาลปั้นรูปมังกรอย่างสนุกสนาน"ท่านแม่ ดูนั่นสิเพคะ! มังกรตัวนั้นมีสีรุ้งด้วย" เยี่ยหลานตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้ว พลางกระตุกชายแขนเสื้อของมารดาให้หันมาสนใจสิ่งที่ตนกำลังมองด้วยความตื่นเต้น"เยี่ยหลานชอบหรือ? เดี๋ยวแม่จะให้พี่อาลี่ซื้อให้เจ้าดีไหม" เสิ่นลู่ถิงยิ้มตอบด้วยแววตาอ่อนโยน ข้างกายคืออาลี่แลเยว่จินที่ติดตามมาด้วยความเป็นห่วง หากอี้เหอไม่ติดว่าต้องดูแลไท่เฮา เห็นทีคงตามมากันจนหมดแม้บรรยากาศจะดูรื่นรมย์เพียงใด แต่เสิ่นลู่ถิงกลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ดวงตากลมกวาด

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 27 - แสงจันทร์เพียงดวงเดียว

    ราตรีที่ผ่านพ้นพายุหมุนแห่งการทรยศหักเหลี่ยมดูจะเงียบสงบกว่าคืนไหนๆ ภายในห้องบรรทมของตำหนัก กลิ่นกำยานหอมอ่อนระรื่นโชยพัดพาความเหนื่อยล้าให้มลายหายไป เสิ่นลู่ถิงยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังร่างเล็กๆ ของลูกฝาแฝดวัยสามขวบที่นอนหลับสนิทเคียงข้างกัน หยางหมิงและเยี่ยหลานบุตรมังกรและธิดาหงส์ของนางที่เพิ่งผ่านพ้นภยันตรายมาหยกๆกายบางโน้มกายลงจัดผ้าห่มแพรไหมสีทองให้คลุมถึงอกอุ่นๆ ของทั้งคู่เบาๆ สัมผัสแผ่วเบาที่พวงแก้มยุ้ยของลูกทำให้เสิ่นลู่ถิงหลุดยิ้มออกมาด้วยความรักสุดหัวใจในชาติก่อนข้ามิเคยได้รับสัมผัสเช่นนี้ มิเคยรู้ซึ้งถึงคำว่ามารดา แต่นับจากวินาทีที่ข้าได้กลับมาล้างแค้นและสร้างชีวิตใหม่ ทุกลมหายใจของข้าบัดนี้คือเพื่อปกป้องลมหายใจของเด็กทั้งสองคนนี้เท่านั้นเมื่อมั่นใจว่าลูกๆ เข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนหวานแล้ว เสิ่นลู่ถิงจึงขยับกายอย่างเงียบเชียบที่สุด ก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้อาลี่และเยว่จินถอยออกไปเฝ้าที่ม่านชั้นนอก แล้วคว้าเสื้อคลุมไหล่ผ้าไหมลายดอกเหมยมาห่มกาย ทั้งเดินออกจากห้องบรรทมมุ่งหน้าสู่สวนอุทยานที่ชอบไป“พระจันทร์คืนนี้สวยมากเลยเจ้าค่ะคุณหนู” อาลี่

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 26 - ถอนรากถอนโคน

    ในความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงนกร้องจิ๊บๆ จากยอดไม้ เสิ่นลู่ถิงจ้องมองสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ แม้คำพูดของอี้เหอจะฟังดูบริสุทธิ์ใจ ทว่าสัญชาตญาณของคนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งบอกลู่ถิงว่า ไม่มีใครยอมอุทิศชีวิตให้ผู้อื่นเพียงเพราะ "ความเมตตา" ของผู้สูงส่งเท่านั้น ต้องมีบางอย่างที่ผูกมัดนางไว้... บางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่ากตัญญูทั่วไป"อี้เหอ..." เสิ่นลู่ถิงวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา"ข้าขอบใจในความสัตย์ซื่อของเจ้า แต่ในวังหลวงแห่งนี้ ข้าเรียนรู้มาว่าความภักดีมักแลกมาด้วยความแค้นหรือความรัก ข้าอยากรู้... อะไรคือสิ่งที่ทำให้สตรีที่ดูรักสันโดษเช่นเจ้า ยอมก้าวเข้าสู่กรงทองที่เต็มไปด้วยเขม่าพิษแห่งนี้?"อี้เหอนิ่งไป แววตาที่เคยใสกระจ่างกลับวูบไหวด้วยประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะมอดดับลงกลายเป็นความเย็นเยียบที่แสนโศกเศร้า เสิ่นลู่ถิงมองคนตรงหน้าที่ก้มหน้าลงมองมือของตนเองที่สั่นเทาเล็กน้อย"หวงกุ้ยเฟยทรงปราดเปรื่องเกินกว่าที่หม่อมชั้นจะปิดบังได้... เหตุผลที่ไท่เฮาทรงไว้วางใจหม่อมชั้น เพราะหม่อมชั้นและพระองค์มี 'ศัตรู' คนเดียวกันเพคะ" เหอเอ่ยเสียงแผ่วก

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 25 - สตรีแปลกหน้าคนใหม่

    กาลเวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำหลาก สามปีในวังหลวงช่างสั้นนักสำหรับผู้ที่มีความสุข แต่ช่างยาวนานแสนสาหัสสำหรับผู้ที่ถูกลืมเลือน ที่ตำหนักร้างท้ายวัง บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาเตอะจนแทบมองไม่เห็นบานหน้าต่างเสียงหัวเราะสลับกับเสียงร้องไห้โฮของสตรีผู้หนึ่งยังคงดังเล็ดลอดออกมาเป็นระยะ แต่ไม่มีใครใส่ใจจะเงี่ยหูฟัง อดีตฮองเฮาในวัยที่ควรจะงดงามสะพรั่ง กลับกลายเป็นหญิงชราผมขาวโพลนทั้งที่อายุยังไม่ถึงสามสิบ ทั้งนั่งกินเศษข้าวบูดเน่าที่ทหารยามโยนให้ผ่านช่องประตู พลางคุยกับเงาของตัวเองในบ่อน้ำครำ นรกบนดินที่เสิ่นลู่ถิงประทานให้นั้นกัดกินวิญญาณของอีกคนเหลือเพียงความว่างเปล่าลานหน้าตำหนักคุนหนิงบรรยากาศกลับรื่นเริงและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของบุปผานานาพันธุ์ วันนี้คืองานเฉลิมฉลองครบรอบวันประสูติสามชันษาขององค์ชายหยางหมิงองค์หญิงเยี่ยหลานซึ่งถือเป็นงานใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเสิ่นลู่ถิงในชุดสีแดงเพลิงปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกดูน่าเกรงขามและสง่างามจนขุนนางน้อยใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา กายบางนั่งเคียงคู่กับฮ่องเต้ทอดสายตามองดูลูกแฝดที่บัดนี้วิ่งเล่นอยู่ในชุดผ้าไหมสีเหลืองทองขนาดเล็ก"ถึงเวลาแล้ว..."

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 24 - เยี่ยมเยียนฮองเฮาครั้งสุดท้าย

    ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืนที่จันทร์เสี้ยวแขวนเด่นอยู่เหนือยอดตำหนัก เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกไม้หอมภายในสวนหลังวัง กลิ่นดอกราตรีโชยมาตามลมเย็น แผ่วเบาและเยือกเย็นไม่ต่างจากกระแสอารมณ์ที่กำลังไหลเวียนอยู่ในอกในยามนี้มือเรียวบางลูบไล้ถ้วยชาเคลือบมุกอย่างใจเย็น แววตาที่เคยฉายเพียงความอ่อนโยนและออดอ้อนต่อหน้าฮ่องเต้ บัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยความพึงพอใจลึกๆ ที่ยากจะหยั่งถึงดวงตากลมหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ภาพเหตุการณ์ของทั้งสองชาติภพไหลย้อนกลับมา ราวกับกำลังละเลียดรสชาติของชัยชนะที่หอมหวานที่สุดภาพแรกที่แจ่มชัดในมโนสำนึก คือภาพของหลี่หว่านหว่านที่เคยหยิ่งผยอง รวมถึงผู้คนจากตระกูลหลี่และตระกูลเสิ่นที่ถูกข้าจัดการไปก่อนหน้าก่อนที่ภาพสะท้อนไปตอนที่ขันทีอาวุโสถือถาดไม้ที่วางจอกสุราลายครามไว้หนึ่งจอกจะเข้ามาแทรก เฉินเสี่ยวเยี่ยนและตระกูลเฉินในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงทั้งชุดเก่าฉีกขาดกำลังนั่งทรุดอยู่กับพื้นราวกับซากศพที่ยังหายใจเสิ่นลู่ถิงเฝ้าดูเฉินเสี่ยวเยี่ยนถูกประหารไปด้วยตาตัวเองในครานี้ เพื่อไม่ให้เกิความผิดพลาดอีก ทำกับลูกข้าไว้อย่างไร ข้าย่อมสนองให้ แม้ลูกข้าจะยังไม่ตาย แต่แค่

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 19 - ยอมรับหัวใจ

    ภายใต้ค่ำคืนที่เงียบสงัดแสงจันทร์สาดส่องลงมายังเขตพระราชฐานชั้นใน ทอดเงายาวพาดผ่านทางเดินหินอ่อน ทว่าความสงบเงียบภายนอกกลับสวนทางกับพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ในของฮ่องเต้ กายหนาประทับนิ่งอยู่บนโต๊ะทรงอักษร เบื้องหน้าคือสมุดบันทึกเล่มหนึ่งของชินอ๋องที่มีคนไปพบมาในบันทึกหน้านั้นมีหน้าหนึ่งที่ถูกเขี

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 18 - แผนกำจัดเฉินเสี่ยวเยี่ยน

    ภายหลังการแต่งตั้งตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยอย่างเป็นทางการ เสิ่นลู่ถิงก็ถูกย้ายไปอยู่ที่ตำหนักคุนหนิงทันที วังหลังที่เคยเงียบเหงากลับมาคึกคักอีกครั้ง ทว่าภายใต้ความรุ่งโรจน์ของตำหนักคุนหนิง กลับมีความเย็นเยียบสายหนึ่งปกคลุมอยู่เสมอ เสิ่นลู่ถิงนั่งบรรจงถอดปิ่นปักผมระย้าลายหงส์ออกทีละชิ้น ดวงตากลมที่สะท้อนใน

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   -17- แต่งตั้งหวงกุ้ยเฟย

    ภายใต้ท้องฟ้าสีหม่นลมฤดูใบไม้ร่วงพัดพาเอาความหนาวเหน็บมาสู่กำแพงวังหลวงที่สูงตระหง่าน สำหรับข้าแล้วความเย็นชาของสายลมมิอาจเทียบได้กับความเหน็บหนาวในใจที่ข้าเคยเผชิญในชาติภพก่อน ในเพลานี้ไม่รู้ทำไมข้ายังเอาแต่จดจำได้ถึงรสชาติของหยาดน้ำตาและกลิ่นคาวเลือดในวันที่ถูกด้วยการกล่าวหา ในขณะที่ข้าไม่รู้เลยว

  • ชายาอ๋องเกิดใหม่ครานี้ขอเป็นสนมฮ่องเต้ (2) เล่มจบ   - 16 - ชินอ๋องไม่ยอมแพ้

    ในความเงียบสงัดของยามเหม่า แสงรำไรเพิ่งจะแตะขอบฟ้าทว่าภายในตำหนักของเสิ่นลู่ถิงกลับเงียบเหงา เสิ่นลู่ถิงตื่นขึ้นมานานแล้วและนั่งอยู่หน้ากระจกที่สะท้อนภาพใบหน้าสตรีผู้มีความงามพิสุทธิ์ดุจดอกเหมยท่ามกลางหิมะดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้กลับแฝงไปด้วยความระแวดระวังและร่องรอยของความเจ็บปวดที่ยังไม่จางหาย"คุณ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status