Compartilhar

คุณหนูสาม

Autor: Selena
last update Data de publicação: 2026-09-28 22:35:08

ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระหน่ำ ละอองหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมถนนสายนอกเมืองจนกลายเป็นสีขาวโพลน รถม้าไม้คันเก่าของตระกูลเชี่ยเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า รอยล้อบดลงบนหิมะเกิดเป็นทางยาวดุจรอยแผลที่ลากผ่านความเงียบสงบ

ภายในรถม้าที่แสนเย็นเยือก เชี่ย ผิงอัน นั่งกุมมือตนเองไว้แน่น ใบหน้าหวานเรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับแฝงความรวดร้าวล้ำลึก นางถูกผู้นำตระกูลเชี่ยผู้เป็นบิดาส่งตัวมาไหว้พระขอพรให้แก่แม่ใหญ่ถึงวัดป๋ออ้ายบนยอดเขา ท่ามกลางพายุหิมะที่อันตรายเช่นนี้ เพียงเพราะคำใส่ร้ายของ เชี่ย จิ้งหลาน พี่หญิงใหญ่ และ เชี่ย หมิงเยว่ พี่หญิงรอง ผู้เป็นบุตรสาวภรรยาเอก ทั้งสองคนร่วมมือกันโยนเครื่องประดับของตนลงน้ำ แล้วชี้หน้าหาว่าบุตรอนุอย่างนางเป็นคนขโมยไป

เพียงเพราะคำว่า 'บุตรอนุ' บิดาจึงลงโทษโบยและไล่นางมาทำบุญอย่างไร้เหตุผล โดยไม่คิดจะสืบหาความจริงแม้แต่น้อย

ขณะที่จิตใจของผิงอันกำลังจมดิ่ง รถม้าก็สะเทือนเล็กน้อยก่อนจะแล่นผ่านโค้งป่าไผ่ สายตาของนางเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า แล้วพลันสะดุดเข้ากับร่างของบุรุษคนหนึ่งในชุดอาภรณ์หรูหราที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดแดงฉาน นอนนิ่งหมดสติอยู่ท่ามกลางกองหิมะเย็นยะเยือก!

"หยุดรถก่อน!"

ผิงอันร้องสั่งเสียงดังด้วยความตกใจ

ถางถาง สาวใช้คนสนิทที่นั่งคุดคู้อยู่ข้างๆ สะดุ้งโหยง รีบจับแขนเสื้อของคุณหนูไว้แน่นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คุณหนูสาม! จะหยุดรถไม่ได้นะเจ้าคะ! นอกเมืองยามหิมะตกเช่นนี้อันตรายยิ่งนัก หากเป็นพวกโจรป่าหรือนกต่อขึ้นมาพวกเราจะทำอย่างไรกันเจ้าคะ"

"ถางถาง เจ้าดูนั่นสิ มีคนนอนบาดเจ็บอยู่ตรงนั้น เลือดไหลเต็มหิมะไปหมด หากเราปล่อยไว้ เขาต้องหนาวตายอยู่ตรงนี้แน่!"

ผิงอันเปิดม่านหน้าต่าง ชี้มือไปยังร่างของ เฉินจื่อหลาน ที่นอนนิ่งสนิท

"แต่คุณหนู พวกเราพึ่งจะรอดพ้นมาจากโทสะของท่านผู้นำตระกูลนะเจ้าคะ"

ถางถางเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านถูกส่งมาไหว้พระเพราะเรื่องเข้าใจผิดแท้ๆ หากพาบุรุษแปลกหน้าผู้นี้กลับไป หรือมีเรื่องเดือดร้อนเพิ่มขึ้นมาอีก ท่านผู้นำตระกูลและคุณหนูใหญ่ต้องใช้เรื่องนี้เล่นงานคุณหนูจนไม่มีที่ยืนในจวนแน่ๆ เจ้าค่ะ!"

ผิงอันหันกลับมามองหน้าสาวใช้ นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยวทว่าอ่อนโยน "ข้ารู้ดีว่าสถานะบุตรอนุอย่างข้ามันต้อยต่ำเพียงใด ถางถาง... แต่ชีวิตคนตรงหน้านั้นสำคัญกว่าเรื่องไร้สาระในจวนตระกูลเชี่ย ข้าไม่อาจปล่อยให้คนตายไปต่อหน้าต่อตาได้โดยไม่ยื่นมือเข้าช่วย"

"คุณหนู..."

ถางถางถอนหายใจยาว รู้ดีว่าคุณหนูของตนแม้ภายนอกจะอ่อนหวานแต่จิตใจแกร่ง ดื้อรั้นยิ่งกว่าใครเมื่อตัดสินใจไปแล้ว

"คุณหนูเนี่ย... ดื้อดึงไม่เคยเปลี่ยนเลยเจ้าค่ะ! เอาเถิดเจ้าค่ะ ข้ายอมแล้ว แต่คุณหนูต้องรออยู่บนรถนะเจ้าคะ ข้ากับท่านคนขับรถจะลงไปดูให้เอง!"

ผิงอันยิ้มบางๆ อย่างขอบคุณ แล้วทอดสายตามองตรงไปยังร่างไร้สติที่นอนอยู่

เมื่อถางถางและคนขับรถม้าก้าวลงไปดูเบื้องนอก แสงสว่างยามกลางวันก็เผยให้เห็นภาพอันสยดสยองตรงหน้าอย่างเด่นชัด

เบื้องหน้าของพวกเขา มิใช่เพียงร่างของชายหนุ่มบาดเจ็บเท่านั้น ทว่าตามแนวป่าไผ่และลานหิมะรอบทิศ ปรากฏร่างของคนนับสิบนอนเกลื่อนกลาด

ท่ามกลางแดดยามสาย รอยเลือดสีแดงสดตัดกับพื้นหิมะสีขาวโพลนอย่างน่าสะพรึง

บางร่างถูกศรปักอก บางร่างมีรอยดาบฟันฉีกขาดจนวิญญาณดับสิ้น หิมะที่ตกลงมาตั้งแต่เมื่อคืนทยอยปกคลุมร่างเหล่านั้นจนเกือบมิด เหลือเพียงชายหนุ่มในชุดอาภรณ์เนื้อดีผู้นี้เท่านั้นที่หิมะยังกลบไม่มิด และยังมีอกที่กระเพื่อมขึ้นลงแผ่วเบา

ความกลัวจับขั้วหัวใจเมื่อได้เห็นซากศพนับสิบในระยะใกล้ ถางถางหน้าซีดไร้สีเลือด นางละทิ้งความตั้งใจเดิมแล้วรีบวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่รถม้า ตะเกียกตะกายขึ้นมาด้านในด้วยร่างกายที่สั่นเทาดุจลูกนกตกลูกคลื่น

"คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ! ไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ พวกเราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้!"

ถางถางละล่ำละลักพูด ร่างกายสั่นสะท้าน ละอองหิมะเกาะเต็มเส้นผมและไหล่

“กลางวันแสกๆ แบบนี้... ลานกว้างตรงนั้นกลับมีแต่ศพนอนตายเกลื่อนกลาดเป็นสิบๆ คนเลยเจ้าค่ะคุณหนู! ทุกคนถูกฟัน เลือดนองเปรอะหิมะสีขาวไปหมด!"

ผิงอันเบิ่งตาขยายกว้างด้วยความตกใจ "คนนับสิบหรือ?!"

"ใช่เจ้าค่ะ! ชายคนนี้ต้องไปพัวพันกับพวกโจรป่าอำมหิต หรือไม่ก็พวกนักฆ่าล่าสังหารมาแน่ๆ"

ถางถางจับมือผิงอันไว้แน่น น้ำตาแห่งความกลัวเริ่มคลอเบ้า

"คุณหนูฟังถางถางนะเจ้าคะ นี่มันเวลากลางวัน หากพวกนักฆ่าย้อนกลับมาตรวจสอบศพ แล้วมาเจอพวกเราเข้า พวกมันต้องฆ่าปิดปากพวกเราแน่ บุตรอนุอย่างท่าน... หากต้องมาตายอนาถอยู่กลางป่าหิมะเช่นนี้จะทำอย่างไรเจ้าคะ? ได้โปรดเถิดเจ้าค่ะคุณหนู สั่งให้คนขับรถรีบออกเดินทางต่อเดี๋ยวนี้เถิดเจ้าค่ะ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนองเลือดนี้เลย!"

ผิงอันชะงักไป สายตามองสลับระหว่างใบหน้าอันตื่นกลัวของสาวใช้คนสนิท กับร่างที่นอนหายใจแผ่วเบาอยู่กลางหิมะเบื้องนอก... นางรู้ดีว่าถางถางพูดถูกต้องทุกประการ ความกลัวตลบอบอวลไปทั่วรถม้า แต่เมื่อเห็นหยาดเลือดสีแดงสดที่ยังคงไหลซึมออกจากร่างของชายผู้นั้น ยิ่งย้ำเตือนว่าชีวิตของเขากำลังนับถอยหลังท่ามกลางความหนาวเหน็บ

"ถางถาง ตอบข้ามาตามตรง..."

ผิงอันเอ่ยถาม เสียงจริงจังทว่ามั่นคงอย่างน่าประหลาด

"ชายผู้นั้น... เขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่?"

ถางถางชะงัก ชะเง้อมองออกไปนอกม่านอีกครั้งด้วยแววตาลุกลี้ลุกลน "ฮะ... หายใจอยู่เจ้าค่ะ อกเขายังกระเพื่อมเบาๆ แต่นั่นยิ่งน่ากลัวนะเจ้าคะคุณหนู! เลือดอาบไปครึ่งตัวขนาดนั้น ต่อให้พวกเราไม่ทำอะไร เลือดเขาก็คงไหลจนหมดตัวตาย หรือไม่ก็หนาวตายอยู่ตรงนั้นแน่ๆ!"

"เช่นนั้นก็แปลว่าเขายังไม่ตาย"

พูดยังไม่ทันขาดคำ ผิงอันก็เอื้อมมือไปจับชายขอบชุดเตรียมจะก้าวลงจากรถม้าด้วยตนเอง

"คุณหนู! ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ?!"

ถางถางถลันเข้ามาคว้าข้อมือของคุณหนูไว้แน่น ร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก

"ลงไปไม่ได้นะเจ้าคะ! ลานหิมะตรงนั้นมีแต่ศพและคราบเลือด หากเสื้อผ้าคุณหนูเปื้อนเลือดขึ้นมา ยามไปถึงวัดป๋ออ้าย ท่านผู้นำตระกูลต้องรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น!"

"หากข้ามัวแต่กลัวความผิด แล้วปล่อยให้คนบริสุทธิ์กลายเป็นศพที่สิบเอ็ดตรงหน้า ข้าคงไม่อาจสู้หน้าองค์พระประธานที่วัดได้"

ผิงอันสบตาสาวใช้ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อพวกเรามีรถม้า มีผ้าห่ม และเขายังมีลมหายใจ จะให้ข้ามองข้ามไปได้อย่างไร หากเจ้าไม่กล้าลงไป ข้าจะไปพยุงเขาขึ้นมาเอง"

"คุณหนู! โธ่เอ๋ย... คุณหนูนะคุณหนู!"

ถางถางกระทืบเท้าด้วยความขัดใจและตระหนกสุดขีด แต่นางรู้ดีที่สุดว่าหากคุณหนูสามตัดสินใจสิ่งใดแล้ว ไร้ซึ่งทางถอยหลัง ร่างน้อยๆ ของสาวใช้รีบขวางประตูรถม้าไว้ไม่ให้ผิงอันก้าวลงไป

"หยุดอยู่ตรงนี้เลยนะเจ้าคะ! คุณหนูเป็นถึงบุตรสาวตระกูลเชี่ย จะลงไปแปดเปื้อนคราบเลือดด้วยตัวเองได้อย่างไรกัน!"

ถางถางถอนหายใจออกมาเป็นไอขาวด้วยความกลุ้มอกกลุ้มใจ ก่อนจะหันไปตะโกนสั่งคนขับรถม้าเบื้องนอก

"ท่านลุง! ลงมาช่วยข้าที! รีบไปแบกบุรุษดวงแข็งคนนั้นขึ้นมาบนรถม้าเร็วเข้า! ทำเวลาให้เร็วที่สุด ก่อนที่พวกนักฆ่าหรือโจรป่ามันจะย้อนกลับมา!"

"ขอบใจเจ้ามากนะ ถางถาง"

ผิงอัน คลี่ยิ้มบางๆ ให้สาวใช้คนสนิท

"ไม่ต้องมาขอบใจเลยเจ้าค่ะ!"

ถางถางบ่นอุบขณะรีบกระโดดลงจากรถม้าไปพร้อมคนขับ

"หากกลับไปถึงจวนแล้วเรื่องนี้หลุดไปถึงหูคุณหนูใหญ่กับแม่ใหญ่ขึ้นมา ถางถางคนนี้แหละเจ้าค่ะที่จะโดนหวายลงหลังคนแรก!"

ไม่นานนัก ถางถางและคนขับรถม้าก็ช่วยกันแบกร่างอันหนักอึ้งและไร้สติของ เฉินจื่อหลาน ขึ้นมาบนรถม้า กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณที่เคยเย็นเยือก ร่างสูงใหญ่ของอ๋องใหญ่ทรุดลงนอนบนเบาะไม้ โดยมีผิงอันรีบนำผ้าห่มผืนหนาเข้ามาคลุมกายและประคองบาดแผลของเขาไว้ทันที โดยไร้ซึ่งความรังเกียจหรือหวาดกลัว

ภายในรถม้าที่แสนคับแคบ กลิ่นคาวเลือดสดๆ เริ่มคละคลุ้งปะทะกับลมหนาว เชี่ย ผิงอัน ประคองร่างสูงใหญ่ของบุรุษแปลกหน้าไว้บนตักอย่างระมัดระวัง นางใช้มือเล็กคอยเขย่าไหล่หนาของเขาเบาๆ เพื่อประคองสติที่กำลังจะหลุดลอย

"คุณชาย... คุณชายเจ้าคะ! ได้ยินเสียงข้าหรือไม่?"

ผิงอันเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย นางรีบดึงผ้าห่มนวมผืนหนามาคลุมทับร่างที่เย็นเยือกของเขาเอาไว้ หวังให้ความอบอุ่นช่วยต่อลมหายใจที่แผ่วเบานี้

ไออุ่นจากผ้าห่มและอ้อมแขนค่อยๆ ซึมผ่านอาภรณ์ที่ชุ่มเลือด เฉินจื่อหลาน เริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นอันน้อยนิดท่ามกลางความหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ สติที่จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเล็กน้อย เปลือกตาอันหนักอึ้งค่อยๆ ขยับเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก

ภาพเบื้องหน้าของเขาพร่ามัว... เห็นเพียงใบหน้าหวานของหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังมองเขาด้วยความห่วงใย นัยน์ตาสุกใสของนางเปี่ยมไปด้วยความสงสาร ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือความเหี้ยมเกรียมดั่งเหล่านักฆ่าที่เขาเพิ่งพบเจอ

อ๋องใหญ่พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดริมฝีปากแห้งผากสั่นระริก ก่อนจะขยับเอ่ยริมฝีปากออกเสียงด้วยน้ำเสียงแหบพร่าสั่นเทา

"อย่า... อย่าบอกทหาร... เด็ดขาด..."

"คุณชาย ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?" ผิงอันก้มลงฟังใกล้ๆ ทว่าไม่ทันที่นางจะได้คำตอบ ร่างของเฉินจื่อหลานก็หมดสติร่วงฟุบลงไปอีกครั้งตามฤทธิ์บาดแผลฉกรรจ์และพิษไข้

ทว่าในวินาทีสุดท้ายก่อนที่สติของเขาจะตัดขาดไป มือหนาที่ไร้แรงกลับขยับไปตามสัญชาตญาณ ปลายนิ้วเรียวยาวคว้าเข้าที่เอวบางของหญิงสาว หวังจะยึดที่พึ่งพาเดียวไว้... แต่กลับไปเกี่ยวเอา ป้ายหยกประจำตัว ของผิงอันที่ผูกไว้กับสายรัดเอวอย่างจัง

กริ๊ก...

เชือกผูกป้ายหยกเนื้อดีขาดสะบั้น ป้ายหยกชิ้นสำคัญหลุดติดอยู่ในฝ่ามือของอ๋องใหญ่ทันที โดยที่ผิงอันซึ่งกำลังตื่นตระหนกกับการสลบไสลของเขา มิได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อยว่า สิ่งสำคัญประจำกายของตนได้ตกอยู่ในหัตถ์ของบุรุษผู้เป็นถึงอ๋องใหญ่แห่งแคว้นเสียแล้ว

เชี่ย ผิงอัน ทอดสายตามองใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดเข้มของบุรุษตรงหน้า นางทบทวนถ้อยคำแหบพร่าสั่นเทาที่เขาเพิ่งพยายามเค้นออกมาอย่างยากลำบาก...

'อย่าบอกทหารเด็ดขาด'

แม้เสียงจะแผ่วเบาจนแทบถูกลมหนาวกลบหาย แต่ความเด็ดเดี่ยวในน้ำเสียงนั้นกลับแจ่มชัด นางจ้องมองโครงหน้าคมคายที่ยามนี้ซีดขาวไร้สีเลือดด้วยความสับสนภายในจิตใจ หากเขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา เหตุใดจึงตระหนกและหวาดกลัวทหารของราชสำนักถึงเพียงนี้ แล้วศพนับสิบที่นอนเกลื่อนกลาดกลางลานหิมะนั่นเล่า... บุรุษผู้นี้เป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เป็นขุนนางที่ถูกปองร้าย หรือแท้จริงแล้วคือโจรป่าอำมหิตที่รอดชีวิตมาได้กันแน่

ความลังเลและกังวลสายหนึ่งฉายผ่านนัยน์ตากลมโต ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้ตกผลึกความคิด ถางถางก็ชะโงกหน้าเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือเล็กจับแขนเสื้อของคุณหนูไว้แน่นจนสั่นสะท้าน

"คุณหนูเจ้าคะ! เขา... สลบไปอีกแล้วหรือเจ้าคะ?"

ถางถางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งร้องไห้ "แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันต่อดีเจ้าคะ? คำก็ทหาร สองคำก็ทหาร... หรือว่าเขาจะเป็นพวกกบฏหนีราชภัยมา?! หากพวกเราพาเขาไปที่วัดป๋ออ้ายด้วย มีหวังท่านผู้นำตระกูลได้ตัดพ่อตัดลูกกับคุณหนูจริงๆ แน่เจ้าค่ะ!"

ผิงอันนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาสุกใสหลุบลงมองบาดแผลฉกรรจ์บนตัวชายหนุ่ม เลือดสดๆ ยังคงซึมผ่านผ้าห่มผืนหนาออกมา หากพาเขาไปวัดป๋ออ้ายในสภาพนี้ ย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาผู้คน และหากส่งตัวให้ทหารตามเมืองหลวง... ก็อาจเป็นการส่งเขาสู่ความตายตามคำเตือนสุดท้ายนั้น

"ถางถาง..."

ผิงอันเงยหน้าขึ้น สายตาฉายแววตัดสินใจเด็ดเดี่ยว

"พวกเราจะยังไม่ไปวัดป๋ออ้าย และจะไม่กลับจวนตระกูลเชี่ยยามนี้ด้วย"

"หา?! แล้วพวกเราจะไปที่ใดกันเจ้าคะ?"

ถางถางเบิ่งตากว้างด้วยความตกใจ

ผิงอันเปิดม่านหน้าต่างรถม้าเล็กน้อย หันไปสั่งการกับคนขับรถม้าเบื้องนอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น

"ท่านลุง... เปลี่ยนเส้นทางที ไปยัง 'โรงน้ำชาหลิวหยุน'

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ชายาเคียงบัลลังก์   ข้าเลือกที่จะปกป้องเขา

    เมื่อรถม้าเลี้ยวเข้าสู่ตรอกด้านหลังของ ‘โรงน้ำชาหลิวหยุน’ คนขับรถและถางถางก็ช่วยกันเร่งพยุงร่างอันหนักอึ้งของเฉินจื่อหลานลงจากรถม้าอย่างระมัดระวัง โรงน้ำชาแห่งนี้แม้ฉากหน้าจะดูเงียบสงบดั่งเป็นเพียงกิจการของสหายเก่าของมารดา ทว่าแท้จริงแล้วกลับเป็นกิจการลับๆ ที่ เชี่ย ผิงอัน แอบเปิดขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง โดยมี อาซา หญิงสาวผู้เป็นทั้งสหายและคนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันคอยดูแลจัดการให้ทั้งหมดทันทีที่ประตูหลังเปิดออก อาซาในชุดแต่งกายคล่องแคล่วเดินถือถาดชาออกมา พอสายตาปะทะเข้ากับร่างของบุรุษสูงใหญ่ในชุดอาภรณ์หรูหราที่ยามนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ จนหิมะย้อมเป็นสีแดงฉาน ถาดไม้ในมือของนางก็แทบหลุดร่วง!"คุณหนูสาม! นี่มันเรื่องอะไรกันเจ้าคะ?!" อาซาอุทานเสียงหลง ดวงตาเบิ่งกว้างด้วยความตกตะลึง รีบตรงเข้ามาช่วยพยุง "คนผู้นี้เป็นใครกัน เหตุใดถึงมีสภาพรอดตายมาเช่นนี้?!""อาซา ช่วยข้าประคองเขาเข้าไปด้านในก่อน เรื่องอื่นค่อยคุยกัน!" ผิงอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเร่งร้อนหลังจากช่วยกันพาเฉินจื่อหลานขึ้นไปนอนบนเตียงไม้ในห้องพักชั้นสองที่ลับตาคน อาซาก็รีบปิดประตูหน้าต่างมิดชิด ก่อนจะหันมาเค้นถามผิงอันด้วยส

  • ชายาเคียงบัลลังก์   คุณหนูสาม

    ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระหน่ำ ละอองหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมถนนสายนอกเมืองจนกลายเป็นสีขาวโพลน รถม้าไม้คันเก่าของตระกูลเชี่ยเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า รอยล้อบดลงบนหิมะเกิดเป็นทางยาวดุจรอยแผลที่ลากผ่านความเงียบสงบภายในรถม้าที่แสนเย็นเยือก เชี่ย ผิงอัน นั่งกุมมือตนเองไว้แน่น ใบหน้าหวานเรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับแฝงความรวดร้าวล้ำลึก นางถูกผู้นำตระกูลเชี่ยผู้เป็นบิดาส่งตัวมาไหว้พระขอพรให้แก่แม่ใหญ่ถึงวัดป๋ออ้ายบนยอดเขา ท่ามกลางพายุหิมะที่อันตรายเช่นนี้ เพียงเพราะคำใส่ร้ายของ เชี่ย จิ้งหลาน พี่หญิงใหญ่ และ เชี่ย หมิงเยว่ พี่หญิงรอง ผู้เป็นบุตรสาวภรรยาเอก ทั้งสองคนร่วมมือกันโยนเครื่องประดับของตนลงน้ำ แล้วชี้หน้าหาว่าบุตรอนุอย่างนางเป็นคนขโมยไปเพียงเพราะคำว่า 'บุตรอนุ' บิดาจึงลงโทษโบยและไล่นางมาทำบุญอย่างไร้เหตุผล โดยไม่คิดจะสืบหาความจริงแม้แต่น้อยขณะที่จิตใจของผิงอันกำลังจมดิ่ง รถม้าก็สะเทือนเล็กน้อยก่อนจะแล่นผ่านโค้งป่าไผ่ สายตาของนางเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า แล้วพลันสะดุดเข้ากับร่างของบุรุษคนหนึ่งในชุดอาภรณ์หรูหราที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดแดงฉาน นอนนิ่งหมดสติอยู่ท่ามกลางกองหิมะเย็นยะเยือก!"หยุด

  • ชายาเคียงบัลลังก์   เรื่องย่อ + บทนำ

    แผ่นดินตรึงเครียดด้วยศึกชิงราชบัลลังก์ เมื่อ ‘เฉินจื่อหลาน’ อ๋องใหญ่ผู้เคยถูกส่งไปเป็นองค์ชายตัวประกัน ณ ต่างแคว้น เร่งเดินทางกลับสู่เมืองหลวง ทว่าระหว่างทางกลับถูกซุ่มโจมตีกลางพายุหิมะอย่างอำมหิต โดยฝีมือของ ‘มู่หลิงเชียว’ อ๋องสามผู้เป็นน้องชายต่างมารดา—ผู้มีฮองเฮาและเสนาบดีคลังทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง มู่อ๋องผู้หล่อเหลาเหี้ยมเกรียมใช้กลอุบายปั้นข้อหาฝ่าฝืนพระราชโองการ ยัดเยียดโทษกบฏหมายเอาชีวิตพี่ชายให้มอดไวยามกลางลมหนาวท่ามกลางกระแสการเมืองอันบ้าคลั่ง ‘เชี่ย ผิงอัน’ บุตรสาวอนุภรรยาผู้เจียมเนื้อเจียมตัวในจวนตระกูลเชี่ย กลับถูกดึงเข้ามาเป็นหมากตัวสำคัญบนกระดานชิงอำนาจ นางต้องเผชิญหน้ากับมู่อ๋องผู้รักแรงคลั่งแรงที่หมายครอบครองนางไว้ในเงามืด ขณะเดียวกัน สายสัมพันธ์และปมในอดีตระหว่างนางกับอ๋องใหญ่เฉินจื่อหลานก็เริ่มเผยออกทีละน้อยเมื่อความรักถูกใช้เป็นเครื่องมือ และคำว่าพี่น้องถูกทรยศด้วยการนองเลือด บนกระดานหมากที่มีแผ่นดินและหัวใจเป็นเดิมพัน ใครจะเป็นผู้คุมเกม... และใครกันที่จะยอมแลกทุกสิ่งเพื่อปกป้องคนที่ตนรักจนถึงที่สุด!บทนำยามค่ำคืนที่ลมพายุหมุนเกลื่อนฟ้า สายลมหนาวหวีดหวิวปะทะเงาร่า

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status