Beranda / รักโบราณ / ชายาเคียงบัลลังก์ / องค์ชายใหญ่เสด็จแล้ว

Share

องค์ชายใหญ่เสด็จแล้ว

Penulis: Selena
last update Tanggal publikasi: 2026-10-01 13:07:57

กลางดึกของคืนเดียวกันนั้นเอง... ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างสมบูรณ์ เฉินจื่อหลานที่ล้ามาจากเหตุการณ์ในป่าไผ่ เคลิ้มหลับใหลลงบนเตียงนอนหนานุ่มภายในห้องส่วนตัวอย่างผ่อนคลาย โดยไร้ความกังวลใจใดๆ ด้วยคิดว่าตนเองปลอดภัยดีแล้วภายใต้เงาคุ้มครองของคุณหนูสาม

ทว่า ท่ามกลางความเงียบ นั้น... บานหน้าต่างไม้ถูกเปิดอย่างเบามือแท่งหลอดไม้เรียวยาวดุจเข็มพลันถูกสอดลอดผ่านช่องรอยต่อของประตูห้องเข้ามาอย่างเงียบเชียบและไร้เสียง

ฟู่...

ควันละอองสีขาวเจือกลิ่นหอมบางเบาใถูกเป่าฟุ้งกระจายออกมาจากปลายหลอด กระจายตัวแทรกซึมไปในอากาศยามราตรี ละอองยานอนหลับชั้นเลิศลอยเข้าสู่โสตประสาทการรับรู้ขององค์ชายใหญ่ ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ที่หลับใหลอยู่แล้ว พลันดิ่งจมลงสู่ความหลับใหลที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม ร่างกายอ่อนระทวย ไร้ซึ่งสติและการรับรู้โดยสิ้นเชิง

เพียงครู่เดียว ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ชายชุดดำสองนายเร้นกายเข้ามาในเงามืดดั่งภูตผี พวกเขาไม่รอช้า เข้าประคองอุ้มร่างขององค์ชายใหญ่ขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว แล้วใช้วิชาตัวเบาทะยานออกทางหน้าต่าง ทะยานหายลับไปในความมืดมิดของยามค่ำคืน... ทิ้งไว้เพียงเตียงนอนอันว่างเปล่าและห้องนอนที่เงียบเชียบ ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้มาก่อนเลย

"องค์ชายใหญ่เสด็จแล้ว!"

เสียงขานก้องของทหารหน้าประตูท้องพระโรงดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนวูบผ่านโถงพระราชวังอันกว้างใหญ่ ประตูไม้แกะสลักบานโตถูกผลักเปิดออกช้าๆ ปรากฏเรือนกายสูงใหญ่ของเฉินจื่อหลานในอาภรณ์หรูหราเต็มยศขององค์ชายใหญ่ ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ทรงอำนาจ และผ่าเผย สลัดคราบเสี่ยวเอ้อในโรงน้ำชาและชายหนุ่มผู้โชคร้ายในป่าไผ่ออกจนหมดสิ้น

เหล่าเสนาบดีและขุนนางน้อยใหญ่ที่เข้าเฝ้าต่างพร้อมใจกันหันมองความเปี่ยมด้วยบารมีนั้นเป็นตาเดียว เสียงพึมพำแสดงความทึ่งและเลื่อมใสดังระงมไปทั่วโถง

บนราชบังลังก์ทอง ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาทอดพระเนตรมองบุตรชายคนโตที่รอดชีวิตกลับมาอย่างปลอดภัยด้วยรอยยิ้มปิติยินดีและมีความสุขอย่างเปี่ยมล้น นัยน์ตาผู้ผ่านโลกมานานฉายประกายเอ็นดูและคลายความวิตกที่กัดกินมานานนับเดือน

เฉินจื่อหลานก้าวเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอมาหยุดลงเบื้องหน้าพระพักตร์ ซึ่งเป็นจุดเดียวกับตำแหน่งที่เหล่าองค์ชายประทับยืนเรียงรายกันอยู่

มู่หลิงเชียว ยืนนิ่งสงบ ดุจรูปสลักหิน สายตามองตรงไปข้างหน้าโดยไม่คิดจะหันมาสนใจหรือสบตากับการมาถึงของพี่ชายเลยแม้แต่น้อย ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

องค์ชายใหญ่เหลือบมองน้องชายต่างมารดาเพียงชั่วครู่ด้วยสายตาลึกล้ำ ก่อนจะยักไหล่เบาๆ แล้วก้าวขึ้นไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวอย่างถือดี เพื่อประทับยืนในตำแหน่งของ 'องค์ชายใหญ่' ผู้เป็นเลิศและมีลำดับสูงกว่าทุกคนในท้องพระโรง

ภายในใจของเฉินจื่อหลานเค้นหัวเราะเยาะในการกระทำอันบ้าบิ่นและย้อนศรของน้องชาย... มู่หลิงเชียวกล้าถึงขั้นส่งคนมาเป่ายานอนหลับแล้วลักพาตัวเขากลับเข้าวังหลวงกลางดึก ก็เพียงเพื่อแยกเขาให้อยู่ห่างจากสตรีที่ตนรักอย่างผิงอัน!

หากไม่รักผิงอันจนลุ่มหลงเสียสติ... ก็อาจเป็นเพราะมั่นใจในอำนาจอันล้นฟ้าของตนเองจนไม่กลัวเกรงสิ่งใดอีกแล้ว

"ถวายพระพรเสด็จพ่อ ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานพะยะค่ะ"

เฉินจื่อหลานประสานมือคุกเข่าถวายบังคมด้วยน้ำเสียงก้องกังวานและกตัญญู

"ลุกขึ้นเถิด จื่อหลาน!"

ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนเปรมปรีดิ์

"เจ้าปลอดภัยกลับมานับเป็นเรื่องโชคดีที่สุดของแคว้นเรา สวรรค์ยังมีตาที่ส่งเจ้ากลับคืนสู่อ้อมอกของข้า"

"ขอบพระทัยเสด็จพ่อ"

จื่อหลานยันกายลุกขึ้นยืน ยืดอกสง่าแอองาม ก่อนจะเบนสายตามามองมู่หลิงเชียวที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำแต่แฝงกระแสคลื่นอันรุนแรง

"ลูกรอดพ้นภัยพิบัติมาได้ ย่อมต้องขอบคุณฟ้าดิน... และอาจต้องขอบคุณ 'ใครบางคน' ที่ช่วย 'สงเคราะห์' ส่งลูกกลับคืนสู่พระราชวังอย่างเร่งด่วนในยามวิกาลเช่นนี้พะยะค่ะ"

มู่หลิงเชียวค่อยๆ หันใบหน้าคมคายกลับมาสบสายตากับพี่ชาย นัยน์ตาหงส์ฉายแววหยิ่งพยอง เยียบเย็น และไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย เขายกยิ้มมุมปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงนุ่มทว่าบาดลึก

"เสด็จพี่กล่าวหนักไปแล้วพะยะค่ะ... การที่เสด็จพี่รอดชีวิตกลับมาได้ ย่อมเป็นเรื่องที่ทุกคนยินดี ยามนี้เสด็จพี่คืนสู่ฐานันดรเดิมแล้ว สมควรอย่างยิ่งที่จะประทับอยู่ในวังหลวงอย่างสงบเพื่อฟื้นฟูร่างกาย... หาใช่การไปเร่ร่อนอยู่ในสถานที่ 'ต่ำต้อย' นอกวังให้เสื่อมเสียพระเกียรติอีกต่อไป"

คำพูดประชดประชันที่กระทบไปถึงโรงน้ำชาและผิงอัน ทำให้นัยน์ตาของเฉินจื่อหลานวูบไหวความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาชั่วครู่ ทว่าเขากลับคลี่ยิ้มทรงอำนาจตอบกลับไปอย่างเหนือชั้น

"นั่นสิ... แต่สถานที่ที่เจ้าเรียกว่าต่ำต้อยนั้น กลับมี 'ของบางอย่าง' ที่งดงามและงดงามล้ำค่ายิ่งนัก จนข้าเกือบจะตัดใจทิ้งมันกลับวังไม่ได้เสียด้วยซ้ำ"

สงครามประสาทและรังสีแห่งอำนาจปะทะกันอย่างเงียบเชียบกลางท้องพระโรง โดยมีฮ่องเต้และเหล่าเสนาบดีทอดพระเนตรมองด้วยความตระหนักรู้ว่า บัดนี้... ศึกแย่งชิงบัลลังก์และหัวใจของคุณหนูสาม ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

ทันทีที่เสร็จสิ้นการเข้าเฝ้าในท้องพระโรง ใต้เท้าเชี่ยผู้นำตระกูลก้าวลงจากรถม้ากลับถึงจวนด้วยใบหน้าบึ้งตึงเครียดจัด! ความอดทนของเขาขาดสะบั้นลงทันทีเมื่อจดหมายด่วนฉบับหนึ่งส่งตรงมาจากสายสืบขององค์ชายสาม

แจ้งความผิดเรื่องการแอบเปิดโรงน้ำชาของคุณหนูสาม ทว่าในจดหมายกลับกำชับ คำสั่งเหล็กจากองค์ชายสามอย่างเด็ดขาดว่า ห้ามมิให้เอ่ยนามของพระองค์ หรือหลุดปากให้ผิงอันรู้เป็นอันขาดว่าข่าวนี้มาจากพระองค์

ซ้ำร้าย... จดหมายด่วนจากท่านเจ้าอาวาสวัดประจำตระกูลยังถูกส่งมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยระบุชัดเจนว่าตลอดหลายวันมานี้ คุณหนูสามไม่เคยเดินทางไปกราบพระหรือทำบุญตามที่อ้างเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีเพียงการส่งสาวใช้ไปทำหน้าที่แทนอย่างบีบบังคับ

ยิ่งไปกว่านั้น พี่หญิงใหญ่และพี่หญิงรองยังฉวยโอกาสนี้ก้าวออกมาผสมโรง เข้าพบผู้นำตระกูลและฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อรายงานภาพที่พวกตนแอบตามไปสืบเห็นมากับตา

"ท่านพ่อเจ้าคะ"

พี่หญิงใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสลดทว่านัยน์ตาทอประกายสะใจ

"น้องสามไม่ได้แค่แอบเปิดโรงน้ำชาบังหน้าเท่านั้นนะเจ้าคะ แต่นางยังไร้ยางอายถึงขั้นไปยืนพูดจาหยอกล้อ หัวเราะต่อกระซิกอยู่กับเสี่ยวเอ้อต่ำต้อยในร้านอย่างสนิทสนมเกินชายหญิง กิริยาต่ำช้าเช่นนั้นทำลายเกียรติยศของตระกูลเชี่ยเราจนย่อยยับแล้วเจ้าค่ะ"

"จริงเจ้าค่ะท่านพ่อ"

พี่หญิงรองรีบเสริมทันที

"สตรีที่มีสัญญาหมั้นหมายกับราชวงศ์ แต่กลับไปกลมกลืนเกลือกกลั้วกับชายชั้นต่ำเช่นนั้น หากเรื่องนี้หลุดไปถึงพระกรรณ พวกเราคงไม่มีหน้าไปพบผู้ใดอีกแล้ว"

ใต้เท้าเชี่ยฟังแล้วโทสะพวยพุ่งจนหน้าดำหน้าแดง เขาตบโต๊ะดัง ปัง! จนถ้วยชาสะเทือน

"ไปพาตัวนางกลับมาจากโรงน้ำชาบัดนี้!! แล้วจับตัวไปที่ลานลงอาญา"

ณ ลานกว้างหน้าเรือนหลัก...

ผิงอันถูกทหารประจำจวนคุมตัวกลับมาถึงในสภาพจำยอม นางถูกบีบบังคับให้นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นหินอันเย็นเชียบ ท่ามกลางสายตาของคนทั้งตระกูลที่มารวมตัวกัน

ฮูหยินผู้เฒ่า นั่งบนเก้าอี้ตั่งด้วยสีหน้าหนักอึ้ง แม้ในใจจะเอ็นดูผิงอันเพียงใด แต่เมื่อความผิดครั้งนี้ร้ายแรงและมีหลักฐานมัดแน่นจากทั้งวัด จดหมายเตือน และคำยืนยันจากพี่สาวทั้งสอง หญิงชราก็ไม่อาจยื่นมือเข้าช่วยได้อีกต่อไป ทำได้เพียงหลับตาลงอย่างขมขื่นและถอนหายใจยาว

"ผิงอัน..."

ใต้เท้าเชี่ยเค้นเสียงตวาดลั่น นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น

"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้โกหกผู้ใหญ่ แอบหนีไปเปิดโรงน้ำชา และยังทำตัวไร้ศีลธรรมเกลือกกลั้วกับคนชั้นต่ำ ทั้งจดหมายจากเจ้าอาวาสวัด ทั้งการกระทำเสื่อมเสียที่พี่สาวของเจ้าไปพบเห็น... ตระกูลเชี่ยเราสืบรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว!"

ผิงอันเงยหน้าขึ้น ใบหน้าซีดเซียวทว่าขบฟันแน่น เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว

"ข้าเปิดโรงน้ำชาเพื่อค้าขายอย่างสุจริต และคนในร้านก็เป็นเพียงคนที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าไม่ได้ทำเรื่องต่ำช้าไร้ศีลธรรมอย่างที่พี่หญิงทั้งสองกล่าวหาเจ้าค่ะ"

"ยังจะปากดีอีก"

พี่หญิงใหญ่แผดเสียงขึ้นทันควัน

"หลักฐานมัดแน่นถึงเพียงนี้ เจ้ายังกล้าปฏิเสธ ท่านพ่อเจ้าคะ หากไม่ลงโทษนางให้เป็นแบบอย่าง ตระกูลเชี่ยเราจะปกครองคนได้อย่างไรเจ้าคะ"

ใต้เท้าเชี่ยไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ อีกต่อไป เขาตวัดมือสั่งการบ่าวชายถือไม้โบยขนาดใหญ่สองนายด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและเหี้ยมเกรียม

"ความผิดของเจ้าใหญ่หลวงนัก โกหกผู้ใหญ่ หลบเลี่ยงการสั่งสอน และทำตัวเสื่อมเสียเกียรติตระกูลเชี่ยจนยากจะให้อยู่เฉย... วันนี้ข้าผู้เป็นบิดาจำเป็นต้องใช้กฎเหล็กของตระกูลสั่งสอนเจ้าให้จำใส่หัว!"

ใต้เท้าเชี่ยชี้หน้าผิงอัน

"ลงโทษโบยคุณหนูสามสิบไม้! แล้วนำตัวไปกักบริเวณไว้ในหอนอน ห้ามใครเข้าเยี่ยมเป็นอันขาด!"

"นายท่าน! เมตตาคุณหนูสามด้วยเจ้าค่ะ!"

ถางถางร้องไห้โฮ พยายามจะวิ่งเข้าไปปกป้องเจ้านายแต่กลับถูกทหารยุดตัวไว้แน่น

เพียะ!

ไม้โบยท่อนหนากระแทกลงบนแผ่นหลังบอบบางของคุณหนูสามอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจจนผิงอันต้องสะกดกรามแน่น หยาดน้ำตาไหลซึมผ่านโหนกแก้ม แต่กระนั้นนางก็กัดฟันไม่ยอมส่งเสียงกรีดร้องออกมาให้พี่หญิงใหญ่และพี่หญิงรองได้สะใจ

ผิงอันกอดตัวเองแน่น รับฟังเสียงไม้กระทบเนื้อด้วยความขมขื่น... โดยที่นางไม่มีวันรู้เลยว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความเจ็บปวดและการถูกกักขังในครั้งนี้ แท้จริงแล้วคือ มู่หลิงเชียว บุรุษผู้แสดงออกว่ารักและทะนุถนอมนางยิ่งกว่าสิ่งใด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาเคียงบัลลังก์   คนที่ฉุดนาง…คือข้าเอง

    ยามตระเวนผ่านพ้นกลางดึกคืนหนึ่ง รถม้าของตระกูลเชี่ยที่พาผิงอันเดินทางกลับจวนกำลังวิ่งเอื่อยๆ ไปตามถนนสายเงียบสงบ คืนนี้มีลูกค้านักเดินทางต่างถิ่นแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนแน่นขนัด ส่งผลให้นางต้องอยู่จัดการร้านจนดึกดื่นกว่าทุกวันกระนั้น การกลับจวนยามวิกาลก็มิใช่เรื่องตื่นตระหนกอีกต่อไป ในเมื่อกิจการโรงน้ำชาได้รับอนุญาตอย่างผ่าเผย ทั้งคนในตระกูลเชี่ยตั้งแต่ใต้เท้าเชี่ยจนถึงพี่หญิงทั้งสองก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้ามาคอยจับผิดหรือหาเรื่องดุด่านางเหมือนแต่ก่อนทว่าความเงียบสงบของยามค่ำคืนพลันถูกทำลายลงเอี๊ยด!รถม้าหยุดกึกอย่างกะทันหันจนร่างของคุณหนูสามไถลไปข้างหน้า ก่อนที่เสียงร้องตื่นตระหนกของคนขับรถม้าจะดังแผดขึ้นเมื่อถูก 'ชูเจา' องครักษ์ประจำตัวองค์ชายใหญ่ ดึงกระชากตัวร่วงลงไปกองกับพื้นถนนผิงอันขมวดคิ้วแน่น หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่นางหรือสาวใช้จะได้เอ่ยปากสอบถามสิ่งใด บานประตูรถม้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงร่างสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ โผล่แทรกตัวเข้ามา มือแกร่งยื่นเข้ามารวบร่างบอบบางของคุณหนูสามดึงเข้าไปไว้ในอ้อมกอดอันอบอุ่นแน่นหนาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว นัยน์ตาคู่คมวูบไห

  • ชายาเคียงบัลลังก์   สงครามขนาดเล็กขององค์ชาย

    ตลอดหลายวันที่ผิงอันต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในจวน บาดแผลถูกโบยที่แผ่นหลังบอบบางค่อยๆ ทุเลาลงจนหายดี สิ่งที่แปลกไปคือบรรยากาศภายในจวนตระกูลเชี่ยที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ... ไม่ว่าจะเป็นใต้เท้าเชี่ย พี่หญิงใหญ่ หรือ พี่หญิงรอง ต่างก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าเข้ามาเค้นคอถามความจริงหรือวุ่นวายกับนางอีกเลย ทุกคนในจวนปฏิบัติต่อนางด้วยความเกรงอกเกรงใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งผิงอันเองก็รู้สึกยินดีและผ่อนคลายอย่างยิ่งที่ไม่ได้ยินเสียงจิกหัวด่าทอหรือเรื่องกวนใจเหล่านั้นยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้นางแปลกใจที่สุดคือ บิดายินยอมให้เปิดกิจการโรงน้ำชาหลิวหยุนต่อได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องคอยแอบปีนกำแพงหรือปิดบังซ่อนเร้นอีกต่อไป...ทว่านางกลับไม่เคยรู้เลยว่า เบื้องหลังความอารีและคำอนุญาตอันง่ายดายนี้ แท้จริงแล้วเป็นคำสั่งเด็ดขาดจากองค์ชายใหญ่ที่ข่มขู่ใต้เท้าเชี่ยไว้ และกำชับหนักหนาว่าห้ามแพร่งพรายให้ผิงอันรู้อย่างเด็ดขาดวันนี้ เมื่อร่างกายหายดีแล้ว ผิงอันจึงเดินทางกลับมาเปิดโรงน้ำชาอีกครั้งด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น แต่... บรรยากาศของโรงน้ำชาที่เคยคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คน กลับเงียบเหงาและเย็นเยือกจน

  • ชายาเคียงบัลลังก์   เขาก็แค่คนหลอกลวง

    เพียะ! เพียะ!เสียงไม้หวายเส้นหนากระแทกฟาดลงบนแผ่นหลังบอบบางของคุณหนูสามติดต่อกันอีกสองสามที ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจจนผิงอันทนทานไม่ไหว ร่างบางฟุบล้มลงไปนอนกองกับพื้นหินอันเย็นเชียบ รอยเลือดสีแดงสดเริ่มซึมผ่านเนื้อผ้าสีอ่อน หยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนอย่างน่าเวทนาทว่า... ก่อนที่ไม้ฟาดที่สี่จะทันได้ตลบแหวกอากาศลงมากลางหลังโครม!บานประตูใหญ่หน้าจวนตระกูลเชี่ยพลันถูกถีบออกอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเรือนกายสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ ในชุดผ้าไหมทรงสบายๆ ทว่าแฝงความหรูหราสูงศักดิ์ ก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาภายในลานลงอาญาด้วยท่วงท่าทรงบารมี โดยมีองครักษ์คนสนิทอีกสองนายเดินตามหลังมาติดๆคนในจวนตระกูลเชี่ยต่างตกตะลึงจนตาค้าง ยังไม่ทันที่ใครจะได้ทันตั้งตัวหรือถวายบังคม ร่างสูงของเฉินจื่อหลานก็ตรงเข้ามาทรุดกายลง ประคองอุ้มร่างอันสั่นเทาของคุณหนูสามขึ้นมาไว้แนบกายในอ้อมแขนอันอบอุ่นแน่นดั่งทรัพย์สินอันประเมินค่าไม่ได้ผิงอันที่บอบช้ำและกำลังจะสูญเสียสติ ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่พยายามเอียงใบหน้าซบลงกับอกแกร่ง พลางปรือตาเงยหน้ามองบุรุษที่กำลังโอบอุ้มนางไว้... นัยน์ตาหวานสั่นระริกด้

  • ชายาเคียงบัลลังก์   องค์ชายใหญ่เสด็จแล้ว

    กลางดึกของคืนเดียวกันนั้นเอง... ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างสมบูรณ์ เฉินจื่อหลานที่ล้ามาจากเหตุการณ์ในป่าไผ่ เคลิ้มหลับใหลลงบนเตียงนอนหนานุ่มภายในห้องส่วนตัวอย่างผ่อนคลาย โดยไร้ความกังวลใจใดๆ ด้วยคิดว่าตนเองปลอดภัยดีแล้วภายใต้เงาคุ้มครองของคุณหนูสามทว่า ท่ามกลางความเงียบ นั้น... บานหน้าต่างไม้ถูกเปิดอย่างเบามือแท่งหลอดไม้เรียวยาวดุจเข็มพลันถูกสอดลอดผ่านช่องรอยต่อของประตูห้องเข้ามาอย่างเงียบเชียบและไร้เสียงฟู่...ควันละอองสีขาวเจือกลิ่นหอมบางเบาใถูกเป่าฟุ้งกระจายออกมาจากปลายหลอด กระจายตัวแทรกซึมไปในอากาศยามราตรี ละอองยานอนหลับชั้นเลิศลอยเข้าสู่โสตประสาทการรับรู้ขององค์ชายใหญ่ ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ที่หลับใหลอยู่แล้ว พลันดิ่งจมลงสู่ความหลับใหลที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม ร่างกายอ่อนระทวย ไร้ซึ่งสติและการรับรู้โดยสิ้นเชิงเพียงครู่เดียว ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ชายชุดดำสองนายเร้นกายเข้ามาในเงามืดดั่งภูตผี พวกเขาไม่รอช้า เข้าประคองอุ้มร่างขององค์ชายใหญ่ขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว แล้วใช้วิชาตัวเบาทะยานออกทางหน้าต่าง ทะยานหายลับไปในความมืดมิดของยา

  • ชายาเคียงบัลลังก์   การแสดงที่สมจริง

    ยามค่ำคืนอันเงียบสงัด คืนหนึ่งหลังจากที่ผิงอันถูกกักบริเวณไว้ภายในจวนตระกูลเชี่ย อาซาที่ไม่รู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางอันใดเลย ก็ได้ใช้วานให้ เสี่ยวถังนำชาไปส่งยังจุดหมายปลายทางกลางป่าทางทิศตะวันตกตามที่มีลูกค้านัดหมายจองไว้ล่วงหน้าทว่า อาซากลับไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า การส่งชาในป่าลึกยามวิกาลครั้งนี้ ไม่ใช่การค้าขายตามปกติ... หากแต่เป็น กับดักอันแยบยวน ที่มู่หลิงเชียว วางไว้เพื่อล่อเสี่ยวถังให้ออกมาจากเกราะคุ้มกันของโรงน้ำชาและสายตาของคุณหนูสามเมื่อก้าวเท้าลึกเข้ามาถึงใจกลางป่าไผ่อันมืดมิดและเงียบสงัด บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด เสียงสายลมพัดใบไผ่สีกระทบกันดังหวีดหวิว และในวินาทีนั้นเอง... เงาร่างของชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนก็โผล่ออกมาจากเงามืด ชักดาบคู่กายออกมากระชับแน่น ปิดล้อมองค์ชายใหญ่ไว้ทุกทิศทางทว่า เฉินจื่อหลานกลับหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยทันใดนั้น เสียงฝีเท้าซ้ายม้าศึกก็ดังขึ้นช้าๆ บุรุษผู้สง่างามในชุดสีดำสนิทควบม้าฝ่าเงามืดออกมา เขาไม่ได้ปิดบังใบหน้าหรือนัยน์ตาแม้แต่น้อย เผยให้เห็นใบหน้าคมคายและดวงตาหงส์อันทรงอำนาจของ มู่หลิงเชียว อย่างเปิดเผยม

  • ชายาเคียงบัลลังก์   แค่หมากตัวหนึ่งจริงๆหรือ

    เฉินจื่อหลานถูกคนขององค์ชายสามพาส่งกลับมายังโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างปลอดภัย ไร้ร่องรอยการรังแกหรือคุมขัง ยามนี้เขานั่งอยู่ภายในห้องนอนส่วนตัวบนชั้นสอง ซึ่งมี ชูเจา องครักษ์คนสนิทลอบใช้วิชาตัวเบาเร้นกายเข้ามาอย่างเงียบเชียบในยามที่อาซาออกไปจัดการความเรียบร้อยด้านนอกดวงตาคมกริบขององค์ชายใหญ่ฉายแววพึงพอใจเมื่อนึกถึงท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมู่หลิงเชียว บุรุษผู้กุมอำนาจเกือบทั้งหมดในเมืองหลวง ทว่ากลับต้องยอมถอยทัพกลับไปอย่างชอกช้ำเพียงเพราะคำขู่เด็ดขาดของคุณหนูสามทว่า... เหนือสิ่งอื่นใดที่แล่นเข้ามาในหัวใจของจื่อหลาน ยามนี้กลับมิใช่ชัยชนะทางการเมือง แต่นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับผิงอันภายในถ้ำหินเมื่อคืนนี้ สัมผัสอ่อนนุ่ม นัยน์ตาไหววูบสับสน และรสจูบอันแสนหวานที่นางยินยอมมอบให้แต่โดยดี...รอยยิ้มละมุนที่หาได้ยากยิ่ง ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายทีละน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำชูเจาที่นั่งชันเข่าเฝ้าระวังอยู่ริมหน้าต่าง เมื่อเหลือบไปเห็นรอยยิ้มอารมณ์ดีอันผ่อนคลายของผู้เป็นนาย ก็พลันเข้าใจไปเองทันทีว่า องค์ชายใหญ่กำลังปิติยินดีที่สามารถปั่นหัวและเอาคืนองค์ชายสามได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status