หน้าหลัก / รักโบราณ / ชายาเสวียนอู่ / บทที่ 3 ธิดาเสวียนอู่ 2

แชร์

บทที่ 3 ธิดาเสวียนอู่ 2

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-30 21:56:59

“เป็นเพราะเทอมที่แล้วเราต่อโครงกระดูกเต่ากระดูกงูส่งอาจารย์แน่ๆ สัพเพสัตตา...”

เทพเสวียนอู่จึงโบกขาหน้าเรียกสติ “ตั้งสติหน่อยเบเบ๋ เจ้าหิวแล้วยัง อ่อ ถึงหิวก็ไม่มีอะไรให้กินหรอก โทษที เออ เจ้าเฒ่าจันทรามันร้ายนัก แต่ป๋าเจ๋งกว่า นี่ถ้าไม่โดนเจ้าเฒ่ามันขัดขวาง ป่านนี้ป๋าพาเจ้าไปส่งถึงเตียงนอนเจ้าหนุ่มนั่นแล้ว อ้อ ป๋ามีข่าวดีกับข่าวร้ายมาบอก จะฟังข่าวไหนก่อน”  

มนต์นภาเกิดมาเพิ่งเคยโดนเต่าโบก ก็เลยกะพริบตาปริบๆ ตื่นเต็มตา พอเห็นเต่าพูดจ้อยๆ มนต์นภาจึงต้องเลิกหนีความจริงเสียที ตั้งสติและหาทางกลับบ้าน ตั้งสติและหาทางกลับบ้าน มนต์นภาท่องพึมพำปลุกกำลังใจสักครู่หนึ่ง ก่อนจะยืดตัวขึ้นอย่างกล้าหาญ มีอะไรจะต้องเผชิญอีกก็ให้ดาหน้าเข้ามา

ทว่าหัวคนที่เพิ่งถูกตัดขาดกระเด็นหล่นมาใกล้ๆ ราวกับรู้จังหวะ หัวนั้นยังกะพริบตาและอ้าปากพะงาบ นัยน์ตาแดงก่ำถลึงใส่

“กรี๊ดดด!! ไม่ไหวอ่า”

นางลนลานหนีไปนั่งกอดเข่าซุกตัวหลบอยู่ในซอกระหว่างหินก้อนใหญ่กับต้นหญ้าสูง ร้องกระซิกๆ ด้านนอกนั่นยังมีทหารปะทะดาบกันดุเดือดเลือดพล่าน ทุ่งหญ้าอันสวยงามปกคลุมด้วยเลือดและความตาย ซากศพนอนสุมทับ อวัยวะกระจายเกลื่อนเต็มทุ่งหญ้าซึ่งย่อยยับจนราบเป็นหน้ากลอง ม้าหลายตัวบาดเจ็บนอนล้มตะแคงเหมือนเรือเกยตื้น เสียงร้องเจ็บปวดของมันชวนหดหู่ แล้วยังมีเต่ามาซ้ำเติมให้รันทดเพิ่มขึ้นอีก

“เจ้าพร้อมจะฟังข้าแล้วหรือไม่”

“ไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น พาฉันกลับบ้านที วันนี้ฉันมีเรียนค่ะ”

“ข้าว่าเจ้าไม่เรียนหรอก”

“ทำไม”

“เรียนไปทำไม หาผัวดีกว่า”

ถ้าโบกหลังแหวนใส่เทพจะตกนรกมั้ยวะ มนต์นภากลอกตาขึ้นบน เดี๋ยวปั๊ดแกล้งเสียสติบีบคอเต่าแม่ง มนต์นภายังไม่ทันทำอะไร เทพเสวียนอู่ก็ควักแท่งกาวออกมาให้นางดม

“ดมกาวสักหน่อย ผ่อนคลายไว้ ใช่แล้ว ผ่อนคลาย... หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ดีมาก... ป๋าจะบอกข่าวดีก่อน ข่าวดีคือเดี๋ยวเจ้าจะได้พบคู่ครองที่ป๋าคัดให้แล้ว ทำไมน้ำตาไหลละ? ดีใจละสิ โอ๋ๆ ไม่ต้องร้องๆ ดมกาวเข้าไปอีก ไม่งั้นเดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง”

เต่าผู้มาพร้อมกาวชี้ช่องทางเสร็จสรรพ ทำมาดเคร่งขรึมจริงจัง มนต์นภาไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมาเจอะอะไรแบบนี้ เทพเสวียนอู่อัดกาวแท่งแสนวิเศษใส่รูจมูกของนางเต็มๆ พอเห็นว่าสีหน้าของมนต์นภาขาวซีดก็เลยหวังดี ควักกาวออกมาอีกแท่งแล้วอัดเข้ารูจมูกอีกรู

“สูดเข้าไปลึกๆ หายใจเข้า... หายใจออก... นั่นแหละ นี่เป็นของวิเศษทำจากขี้มังกร ข้าบดพจนานุกรมสามพันภาษาใส่ลงไป ต่อให้เจอภาษาตุ๊กแกเจ้าก็ฟังออก” ฤทธิ์กาวแปลภาษามีผลให้นางฟังภาษาแปลกประหลาดของพวกทหารโบราณออก พวกเขาตะโกนว่า ‘ฆ่ามันๆๆๆ’ ไม่ก็ ‘ตีๆๆ แทงๆๆๆ’ ไม่ได้ช่วยให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเลยสักนิด ที่นี่ที่ไหน ทำไมถึงมีทหารจีนโบราณเข่นฆ่ากัน และนางจะหาทางกลับบ้านได้หรือไม่คะ

“ถ้าฉันไปพบหน้าเด็กป๋าแล้วก็ถือว่าเรียบร้อย ได้กลับบ้านใช่มั้ยคะ”

“จะกลับไปแต่งงานกับหมอเจ้าชู้แล้วโดนเมียน้อยขับรถไล่เหยียบน่ะเหรอ โอ้ย ไม่ดีๆ มาลองเจอหน้าเด็กป๋าก่อนรับรองขาเตียงลั่นทุกคืน อืม... สำนวนการพูดจาของเจ้าต้องปรับปรุงหน่อยนะ เคยดูหนังจีนไหม”

“เคยค่ะ”

“เออ ดีๆ อ้อ แล้วก็ต้องเตรียมชื่อใหม่ไว้ด้วย เอาเป็นชื่อ.... เจินเม่ย!!”

“เพราะ”

“ชื่อเพราะใช่มั้ยละ ฮ่าๆ”

มนต์นภาเคี้ยวฟันกรอด ตาพองเป็นคางคก “มันเป็นประโยคคำถาม ไม่ใช่คำชมค่ะ”

“อ๋อ... เจินเม่ยเป็นชื่อกิ๊กสุดที่รักของข้าเอง กิ๊กลำดับที่แปดหมื่นสี่พันสามร้อย อา... แม่เต่าสาวแสนหวานแห่งทะเลสาบมรกต...” เทพเสวียนอู่ดีดนิ้วเฟี้ยวฟ้าว แต่มนต์นภาเมากาวหนักขึ้นกว่าเดิม ปกติถ้าหากมีเทพบารมีสูงเมตตาประทานชื่อให้ ก็คงจะนับเป็นวาสนาเปี่ยมล้น แต่มนต์นภาใช้ความอดทนมหาศาลที่จะไม่ด่าเต่า ไอ้เต่านิสัยไม่ดี สมแล้วที่จะโดนเฒ่าจันทราไล่เตะ

“เชรี่ยเอ๊ย”

“หื้ม? ว่าไงนะ” สีหน้าของเทพเต่าเข้มขึ้น มนต์นภาจึงกล้ำกลืนฝืนทน

“ฉันบอกว่า ‘เซี่ยเซี่ย’ ขอบคุณค่ะ”

“แล้วไป”

พอเทพเสวียนอู่หันหลังให้ มนต์นภาก็พึมพำอีกรอบ “เชรี่ยเอ๊ย”

“หา?”

“เซี่ยเซี่ย!!” มนต์นภาขยี้เผ้าผมพลางกรีดร้อง “ที่นี่คือที่ไหน”

เทพเสวียนอู่ในร่างลูกเต่าน้อยยืนสองขา ชี้ให้มนต์นภาดูกำแพงเมือง “ที่นี่คือเมืองชายแดนแคว้นเอี้ยน ที่เห็นกำลังตีกันนัวเนียนั่นเป็นทหารของแคว้นเอี้ยนกับแคว้นหลี่ ทะเลาะกันมาหลายสิบปีแล้ว แคว้นหลี่ส่งทหารมาตีเมือง แต่ว่าที่สามีของเจ้ารับมือได้ไม่ยาก เห็นค่ายทหารในเมืองนั่นมั้ย นั่นแหละว่าที่สามีเจ้าอยู่ที่นั่น”

“แคว้นเอี้ยน เอี้ยนไหน ฉันไม่เคยได้ยินชื่อเลย”

“ยังมีประวัติศาสตร์อีกเยอะที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ แต่นับจากนี้ไปบันทึกรักของเจ้าจะถูกจารึกไปชั่วกาลปวสาน เจ๋งมั้ยละ แม่เจ้าโว้ย” เทพเสวียนอู่หัวเราะคึๆ พลางโบกมือทักทายเต่าสาวที่คลานต้วมเตี้ยมผ่านมา มนต์นภาน้ำตาไหลย้อยก็คราวนี้เอง

“เจ้าไม่ต้องกังวล หากต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่ก็เรียกข้า ตอนนี้ข้าลากิจกับท่านเสวียนเทียนสั้งตี้มาเป็นเทพประจำตัวของเจ้าชั่วคราว รับรองแคล้วคลาดปลอดภัย”

มันจะไม่ปลอดภัยเพราะท่านนั่นแหละ!! มนต์นภาแหงนศีรษะไปด้านหลัง พึมพำทำสติจากฤทธิ์กาวอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสะบัดต้นคอกลับมา “เอาก็เอา! คิดซะว่ามาทัวร์หนีคะแนนตก mean ข่าวดีคือฉันจะได้เจอหน้าว่าที่สามีเร็วๆ นี้ แล้วข่าวร้ายละคะ”

เทพเสวียนอู่เงียบ กวาดตามองมนต์นภาด้วยสายตาแปลกๆ “เจ้าไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาเสวียนอู่   บทส่งท้าย ลูกคนแรก 2 [จบ]

    มนต์นภาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกคืนหนึ่ง หัวใจเต้นระทึกยากจะสงบใจจนต้องคลำมือแตะแขนของเอี้ยนซ่านฉีไว้แน่น นางไม่เคยสะดุ้งตื่นเช่นนี้มาก่อนจึงลูบมือบนครรภ์นูนใหญ่ของตน ในใจหวาดวิตกสับสนไปหมด ‘อุ้ย... อีกแล้ว’ร่างบางก้มมองครรภ์ของตนเอง มือที่ลูบครรภ์อยู่นั้นสัมผัสได้ถึงแรงถีบจากภายใน นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกในครรภ์ส่งสัญญาณ ทำให้มนต์นภาตระหนักถึงอีกชีวิตที่ถือกำเนิด เด็กคนนี้มีชีวิตของเขาเอง เคลื่อนไหวทีละนิดซึ่งนางมิได้เป็นผู้กำหนด หัวใจของผู้เป็นแม่จึงพลอยเต้นระทึกด้วยความปิติ ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้งและค่อยๆ ปลุกพระสวามีให้ตื่น เขางัวเงีย เอื้อมมือมาลูบครรภ์“เจ็บท้องหรือ?”“อย่าเอะอะไปเพคะ เดี๋ยวลูกตื่น” มนต์นภาวางมือของตนทาบบนมือของเขา นิ่งสักพักเอี้ยนซ่านฉีก็รู้สึกชัดเจน เขาตาสว่าง หายง่วงในทันใด “หม่อมฉันเพิ่งจะรู้สึกครั้งแรกว่าซีกวาดิ้น”“ดิ้นเก่งเสียด้วย” เอี้ยนซ่านฉีหายใจแรง เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “ลูกชายเป็นแน่ เจ้าหนูซีกวาของพ่อ”“ลูกสาวต่างหาก”“ข้าแน่ใจว่าต้องเป็นลูกชายแน่นอน” เอี้ยนซ่านฉีทุบกำปั้นบนแผงอกของตนเองอย่างมาดมั่น “ข้าเป็นคนทำ ข้ารู้”และห

  • ชายาเสวียนอู่   บทส่งท้าย ลูกคนแรก 1

    บทส่งท้าย ลูกคนแรกฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายผ่านพ้นไปพร้อมสงคราม อากาศอุ่นขึ้นจนหิมะละลายเหลือเพียงกองหย่อม ทั่วทั้งเมืองเจียนหยางเต็มไปด้วยโบตั๋นดอกตูมซึ่งพร้อมจะผลิบานในเร็ววัน ถึงแม้ว่าองค์ชายเอี้ยนเซินจะถล่มแคว้นฉู่จนราบคาบอย่างรวดเร็ว สร้างผลงานความโหดร้ายเกรี้ยวกราดในสนามรบจนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาไปทุกทิศ แต่แววตาของเขาก็หาได้ยินดีในชัยชนะไม่ ความเจ็บปวดที่ฝังในใจทำให้เขาปฏิเสธการแต่งงานครั้งใหม่และทุ่มเทตัวเองให้ใช้ชีวิตหมดไปวันๆ กับสงครามแย่งชิงดินแดน เมื่อมนต์นภาในฐานะน้องสะใภ้มีโอกาสพบเอี้ยนเซินอีกครั้ง สิ่งแรกที่นางจ้องมองคือปลายนิ้วก้อยของเขาเอี้ยนซ่านฉียืนอยู่ข้างๆ เขากอดเอวนางแล้วดึงเข้าแนบอก“เจ้าเห็นเหมือนอย่างที่ข้าเห็นใช่ไหม”“เห็นสิเพคะ” มนต์นภาหัวเราะคิกคักอยู่กับเอี้ยนซ่านฉีสองคน พลางพยักพเยิดให้องค์หญิงหย่งอานดูด้วย “ไม่ต้องห่วงว่าองค์ชายใหญ่จะปิดกั้นตนเองไปตลอดชีวิตหรอกเพคะ ด้ายแดงขององค์ชายเส้นใหญ่กว่าเดิมอีกนะ รับรองว่าเนื้อคู่ขององค์ชายใหญ่ต้องสดใสน่ารักมากแน่ๆ”“ใครอยู่ที่ปลายด้ายอีกฝั่งหรือ” องค์หญิงมองไม่เห็นด้ายแดงจึงชะเง้อมองอยากรู้อยากเห็น “ข้ามีด้ายแดงของข้า

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 4

    จังหวะที่จงเป่ากำลังลุกขึ้น คุณหนูจ้าวหลานก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาพอดี ทั้งคู่สบตากันนิ่งนานเหมือนลืมทุกสิ่ง เอี้ยนซ่านฉีจึงปรบมือเรียกสติ จงเป่าสะดุ้งรู้สึกตัวแต่ยังไม่อาจถอนสายตาจากคุณหนูจ้าวหลานได้ หัวหูมันอื้ออึง นางเองก็หน้าแดงก่ำ มือไม้อ่อนแรงไปหมด“พรุ่งนี้ข้าจะเป็นธุระจัดการงานแต่งให้พวกเจ้า”“หา? เอ่อ... คงไม่... เอ่อ... ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” จงเป่ายังมึนงงแต่หัวใจพองโต รีบร้องขอบพระทัยด้วยความยินดี คุณหนูจ้าวหลานเริ่มได้สติจึงเหลียวมองไปรอบๆ อย่างสับสนว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางพูดอะไรไม่ออกเมื่อลืมตาฟื้นขึ้นมาพบนายทหารหนุ่มท่าทางองอาจ หัวใจของนางก็แอบกระเด็นกระดอนออกมาจากอก เอี้ยนซ่านฉีจึงสบตามนต์นภาอย่างรู้กัน ก่อนจะออกคำสั่ง“สีหน้าของแม่นางจ้าวหลานยังคงซีดเซียว ฝากเจ้าดูแลนางด้วยนะจงเป่า”“ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”แม้แต่เด็กสามขวบยังเห็นความรักของจงเป่า คิวปิดเข่นเขี้ยวพลางร้องเชอะ ถึงแม้ว่าศรแห่งวีนัสจะจับคู่รักได้สำเร็จ แต่คิวปิดก็ยังรู้สึกโดนลูบคมอยู่ดี ขืนหันหลังกลับไปตอนนี้ พวกเทพตะวันออกจอมป่าเถื่อนจะต้องเยาะเย้นทับถมไปชั่วกาลนานเป็นแน่ ดังนั้นคิวปิดจึงยังไม่ยอมรามือง่าย

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 3

    อาวุธของทั้งสองนั้นก็คือด้ายแดงที่ถักทอจากหัวใจนั่นเอง“นี่แหละรักแท้ พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์” หงส์แดงกับคณะโป๊ยเซียนต่างทอดถอนหายใจ คิวปิดกับเฒ่าจันทราน่าจะเข้าใจความรักมากกว่าผู้ใดแท้ๆ แต่กลับมองไม่ออก“มันจบแล้ว!”กามเทพร่างอวบง้างคันศรจนสุดแล้วปล่อยมือในทันใด ศรแห่งวีนัสพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วรุนแรงปานสายฟ้าฟาด เกิดประกายไฟลูกโตพุ่งทะยานจนมองตามแทบไม่ทัน ตามด้วยเสียงดังสนั่นสะเทือนฟ้าดิน“ช่างโง่นัก ด้ายแดงเส้นเล็กๆ ของพวกเจ้าจะถูกทำลายในพริบตา” คิวปิดหัวเราะเยาะ ลูกศรแห่งวีนัสพุ่งปักทะลุหัวใจของคุณหนูจ้าวหลาน ก่อนจะมุ่งตรงไปหาเอี้ยนซ่านฉี เขาจับมือมนต์นภาไว้แล้วยกด้ายแดงขึ้นมาต้านทานศรแห่งวีนัสปะทะด้ายแดงของทั้งคู่ด้วยพลังงานมหาศาล และต่อให้คิดต่อต้านเพียงใด ผู้ที่ต้องศรแห่งวีนัสไม่ว่าจะเป็นชายชราหงำเหงือกหรือนางชีเข้มงวด คนผู้นั้นจะร้อนรุ่มโหยหารักและต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความรักเจ็ดภพเจ็ดชาติไม่มีวันดิ้นหลุด เฒ่าจันทราหน้านิ่วคิ้วขมวดมานาน ความรู้สึกเบื้องลึกนั้นเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่ากำลังทำเรื่องไม่ถูกต้อง มนต์นภากับท่านฉีอ๋องรักกันจากหัวใจ แต่ศรแห่งวีนัสได้ถูกยิงออกมาแ

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 2

    “เฒ่าจันทราแห่งตะวันออกทำหน้าที่ล้มเหลว กามเทพแห่งตะวันตกอย่างข้าก็จะออกโรงจัดการให้ ในเมื่อเจ้าปฏิเสธโชคชะตาครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า ข้าจะกำจัดบาปอันน่ารังเกียจไปจากที่นี่ให้เอง”“ข้าเพียงแต่ต้องการลิขิตชะตาของตนเอง ข้าต้องการอยู่ครองคู่กับคนที่ข้ารัก ไม่ใช่คนที่พวกท่านลิขิตผูกพันให้ตามใจชอบ”“น่าละอาย! เจ้าควรยอมรับบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าต่างหาก”คิวปิดชี้หน้าร้องตะโกนเหมือนโกรธใครมา แต่ยังไม่ทันทำอะไร ไหสุราและของเซ่นมากมายก็ลอยละลิ่วมาถล่มใส่คิวปิดชนิดที่เรียกว่าเละตุ้มเปะ“ไอ้ลูกแหง่คิวปิดมาซ่าแถวนี้อีกแล้วว้อย ห้าวนักนะ แถวนี้เขตใครเขตมัน นังหนูไม่ใช่ลูกหมาตามพระเจ้าต้อยๆ พวกเราสอนให้ตัดสินใจเลือกแล้วรับผลที่จะตามมาเองต่างหากว้อย ไปสาระแนที่อื่นไป๊” เทพเสวียนอู่พร้อมด้วยปวงเทพและเซียนน้อยใหญ่รวมตัวกันบนหลังคาอีกฟากหนึ่ง เสียงร้องด่าดังแจ้วๆ ใครมีเกราะมีฉาบก็บรรเลงเคาะเรียกพวกมารุมฝรั่งมีปีก“จัดจ้านนักเหรอไอ้อ้วน”“แน่จริงมาตัวต่อตัวกันสิวะ เด็กมันรักกัน ไปรังแกเด็กมันทำไม”“กลับไปดูแลเมียของเจ้าให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยมาวุ่นวายกับความรักของผู้อื่น แส่ไม่เข้าเรื

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 1

    ตอนที่มนต์นภาติดตามพระสวามีกลับมายังเมืองชายแดน หิมะกำลังโปรยปรายปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างจนขาวโพลน อากาศหนาวเย็นเสียจนเวลาพูดจะมีควันออกจากปาก ดอกเหมยสีแดงสดที่ปลูกตามบ้านเรือนกำลังผลิบานท้าทายความหนาวอย่างน่าชื่นชม แต่งแต้มให้เมืองงดงามราวกับหยุดเวลาไว้ กองฟางอันแสนวุ่นวายในโรงเลี้ยงม้ายังคงอยู่เหมือนเดิม แม้แต่จวนเจ้าเมืองที่เคยดูน่าเกรงกลัวในวันวาน มนต์นภาก็รู้สึกผูกพันและใจหายอย่างบอกไม่ถูก ช่วงสาย แดดแรงกล้าพอให้ออกมาเล่นสนุกผ่อนคลาย เอี้ยนซ่านฉีหงุดหงิดเล็กน้อยที่แคว้นหลี่มีการเคลื่อนไหวเพื่อก่อกวน เขาไม่ต้องการให้พี่ชายเสียสมาธิจึงตั้งใจหาทางสยบแคว้นหลี่ให้อยู่นิ่งๆ ระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้ามาจากข้างนอกจวน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาก็พลันเปลี่ยนไปมีรอยยิ้มน้อยๆ ร่างกายที่ตึงๆ มาตั้งแต่เช้าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มนต์นภากำลังมัดเจ้าเทียนเทียน สุนัขตัวโปรดที่งามที่สุดของเขา เทียนเทียนทั้งดิ้นทั้งร้อง ต้องใช้คนช่วยกันจับถึงสามคนกว่าจะยกตัวเทียนเทียนขึ้นไปวางบนโต๊ะในศาลาได้ เอี้ยนซ่านฉีจึงก้าวเข้าไปดูว่าเมียของเขากำลังจะทำอะไร “เจ้านาย ช่วยด้วยๆๆ นางจะเชือดกระหม่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status