Share

บทที่ 2 ชะตามิอาจเปลี่ยน

last update Last Updated: 2026-01-10 16:07:58

เวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นสองเดือน สุดท้ายจวิ้นอ๋องก็ไม่อาจจะเล่นสงครามอารมณ์กับเว่ยเหยาได้อีกต่อไป เมื่อมีรับสั่งจากเสด็จปู่ให้พาหลานสะใภ้เข้าเฝ้า

         “ฝูเฉิน เจ้าได้แจ้งหรือไม่ว่าข้าให้กลับจวน” หงจื่อร้อนรน เพราะเพียงวันพรุ่งก็ถึงกำหนดงานในราชวงศ์ แต่นางยังไม่กลับมาเตรียมตัวเลยสักนิด ทั้งยังเมินเฉยต่อคำสั่งของเขา

         “แจ้งแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่า...”

         “แต่อะไรยังไม่รีบพูด!!” จวิ้นอ๋องโกรธแล้วจริง ๆ ตอนแรกก็ไม่เคยคิดอะไรกับนาง เพราะนางก็คงขัดเรื่องแต่งงานของพ่อแม่ไม่ได้เช่นเดียวกับเขา แต่กระทั่งคำสั่งของเขานางก็ไม่ใส่ใจได้อย่างนั้นหรือ

         “เอ่อ...คือว่าพระอาจารย์ที่วัดหย่งเล่อสั่งห้ามพระชายาออกจากวัดภายในสามวัน มิเช่นนั้นจะมีเคราะห์หนัก”

         “มีเคราะห์!”

         เหอะ! มีเคราะห์เป็นเขาเสียมากกว่าเสด็จปู่มีรับสั่งนางขัดได้หรือ

         ภายในใจจวิ้นอ๋องรู้สึกวุ่นวายมาก เขาสั่งให้คนเอารถม้าออกแล้วตรงไปยังอารามหย่งเล่อทันที หากไม่ได้ตัวนางมาในวันพรุ่งนี้ เห็นทีว่าเขานี่แหละจะโดนเสด็จปู่ลงโทษฐานขัดรับสั่ง

         ซ่งเว่ยเหยาสวดมนต์นั่งสมาธิถือศีล ตามคำสั่งของพระอาจารย์ที่เตือนตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเหยียบเลยก็ว่าได้

         ‘อาตมาขอให้พระชายาถือศีลอยู่ในวัดห้ามออกไปไหนสักระยะเถิด’

         นั่นเป็นคำขอร้องของพระอาจารย์ผู้เฒ่าแห่งวัดหย่งเล่อที่เอ่ยทักนางคำแรก และนำมาซึ่งการถือศีลโดยไร้กำหนด เมื่อท่านอ๋องเองก็มิไยดีอยู่แล้ว นางเองก็ไม่เห็นทางที่จะกลับไปที่จวนจวิ้นอ๋องเพื่ออะไร บางทีหากนางถือศีลจนจิตใจสงบ อาจจะละวางความทุกข์ในใจลงได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

         แต่เมื่อวานฝูเฉินคนของจวิ้นอ๋องเดินทางมายังวัดหย่งเล่อและขอให้นางกลับจวนโดยด่วน เนื่องจากมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า แต่เมื่อหันมองสีหน้าพระอาจารย์ผู้เฒ่ากลับได้รับเพียงการส่ายหน้ากลับมา นางจึงขัดใจจวิ้นอ๋องเป็นครั้งแรกตั้งแต่แต่งงานมา

         ‘ข้ามีเคราะห์ถึงชีวิต หากไม่ถือศีลครบอีกสามวัน เรียนท่านอ๋องเถิด’ ต่อให้ไม่อยากขัดคำสั่งสามีแล้วอย่างไร ตลอดหลายวันที่อยู่วัดนางซาบซึ้งใจดีแล้วว่า น้ำหนักในใจของสามีไม่เคยมีนางอยู่เลย สามวันแรกนางเฝ้าคิดถึงใบหน้าเขา แต่เมื่อสวดมนต์ถือศีลฟังธรรมไปเรื่อย ๆ นางก็เข้าใจแล้วว่าความสุขที่แท้จริง คือ ความเฉยเมยต่อทุกสิ่ง เฉยเมยต่อสิ่งที่รักและไม่รัก

         เขามิได้มีใจให้นาง นางก็เพียงแต่เฉยชาต่อเขาก็เท่านั้น สองเดือนที่นางออกจากจวนมา ตระหนักดีแล้วว่า นอกจากเป่ยเป่ย ในโลกนี้นางไม่มีผู้ใดอยู่เคียงข้างอีกเลย พ่อแม่หรือ มีก็เหมือนไม่มี คงมีสตรีเพียงสองผู้ที่รักนางอย่างแท้จริง

         “นายหญิงเจ้าคะ...ปฏิเสธจวิ้นอ๋องดีแล้วหรือเจ้าคะ” เป่ยเป่ยถามนายหญิงขณะที่อยู่โรงครัวในวัดเพื่อทำอาหารเจถวายพระและสำหรับพวกนาง นางอยู่ที่นี่ทานวันละสองมื้อ ตามพระท่าน อาหารเป็นผักกับถั่วตามแต่จะมีในโรงครัวหรือคนมาทำบุญ เรียกได้ว่านางรู้ว่าการกินง่ายอยู่ง่ายก็ไม่เลวเลยตลอดสองเดือนที่ผ่านมา

         แต่เมื่อมีคนอีกผู้ที่เหมือนเป็นความทุกข์ใจเดียวของนางที่ตกตะกอนเหลืออยู่นั้น ทำให้นางสับสนขึ้นอีก แต่เมื่อพระอาจารย์ตักเตือนเช่นนั้นก็ควรจะรักตัวเองให้มากหน่อย ในเมื่อมิได้บังคับ และเขาก็ไม่ได้มาเชิญด้วยตัวเอง เหตุใดนางต้องสนใจเขาด้วยเล่า

         “หากท่านจวิ้นอ๋องกริ้ว....”

         “บางที่หากเขาโกรธข้าบ้างก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยเขาก็รู้สึกกับข้าบ้าง นี่เขาไม่รู้สึกอะไรกับข้าเลย หากเขาเกลียดข้าก็ดีเหมือนกัน บางทีข้าอาจจะตัดใจจากเขาได้เร็วหน่อย” ใช่นางคิดแล้วว่าควรจะอยู่ในที่ที่ควรอยู่ เพียงแต่ยามนี้ยังไม่ถึงเวลานั้นเท่านั้นเอง

         “นายหญิง” เสียงแหบเครือของเป่ยเป่ยบอกให้รู้ว่าสงสารนายของตนเพียงใด แม่เสียชีวิต พ่อไม่รัก แม่เลี้ยงรังแก ออกเรือนสามียังมิไยดี มีอันใดทุกข์กว่านี้อีกหรือไม่

         เว่ยเหยา เว่ยเหยา เว่ยเหยา....!

         เสียงตะโกนลั่นตั้งแต่ทางขึ้นวัด ยามบุรุษองอาจก้าวเท้าแตะพื้นก็ดังรบกวนความสงบภายในวัดทันที คนที่กำลังอยู่ในการภาวนาชุดสีขาวใบหน้าล้วนไม่ได้เติมแต่งลืมตาขึ้น นางนั่งสมาธิอยู่ต่อหน้าพุทธองค์ เมื่อคลายสมาธิแล้วจึงขยับลืมตา พระอาจารย์ผู้เฒ่าเองก็ลืมตาพร้อมส่ายหน้าไปมา แล้วเดินมายังที่ไหว้พระสวดมนต์ และพูดเพียงไม่กี่คำกับพระชายาจวิ้นอ๋อง

         “พระอาจารย์ผู้เฒ่า” เสียงของเว่ยเหยากล่าวออกมาพร้อมกับก้มหัวด้วยความเคารพ

         “ชะตาถูกกำหนดแล้ว หมั่นสงบใจให้มาก แล้วทุกอย่างจะผ่านไป” พระอาจารย์กล่าวเพียงเท่านั้นแล้วก็จากไป นางรับรู้ได้ทันทีว่าไม่อาจฝืนลิขิตสวรรค์ หากครั้งนี้ออกจากอารามหย่งเล่อ แล้วรอดชีวิตไปได้ นางจะทิ้งทุกสิ่งในเมืองหลวงแล้วหนีไปอยู่ชายแดนบูรพาเหมือนตอนเด็ก

         หลังจากพนมมือขอพรจากพุทธองค์แล้ว ลมหายใจของนางก็สูดเข้าลึกเต็มปอด พร้อมเผชิญทุกปัญหาจากนี้แล้ว

         น้ำหนักเท้าที่ก้าวเป็นจังหวะมั่นคงเจือด้วยความโกรธกำลังเดินมาหานาง ใบหน้าที่เคยคลั่งไคล้รักในชายหญิงยามนี้สงบเงียบ นางเพียงแต่ต้องเผชิญหน้าเท่านั้น

         “เว่ยเหยา...เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้าอย่างนั้นหรือ” เสียงตวาดลั่นอารามไม่ทำให้นางตื่นตกใจ หรือเกรงกลัวเขาเท่าไหร่นัก เพียงใบหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งอารมณ์ใดหันกลับมา

         “คารวะจวิ้นอ๋อง” นางยังมีแก่ใจทำความเคารพแม้ว่ายามนี้เขาจะมีโทสะปานใดก็ตาม มารยาทล้วนเป็นเรื่องสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ที่เคยได้รับสั่งสอนจากท่านแม่ นางควรปฏิบัติให้ดี

         “เจ้าคิดจะลองดีกับข้าเช่นนั้นหรือ อ่อ...หรือให้ข้ามาตามถึงวัดถึงจะกลับได้ อย่าสำคัญตัวผิดไป” จวิ้นอ๋องนิสัยเอาแต่ใจแต่ไหนแต่ไรมา เขาล้วนไม่ชอบให้ผู้ใดขัดคำสั่ง

         “ข้าน้อยมิกล้าเพคะ”

         “มิกล้าแล้วเหตุใดต้องให้ข้ามาตาม” เขาเพิ่มความดังขึ้นอีก จนองครักษ์กับสาวใช้ของพระชายาไม่กล้าเข้ามาด้วยเกรงกลัวต่ออารมณ์ที่ไม่ปกติของจวิ้นอ๋อง

         “ข้าจะกลับเดี๋ยวนี้” นางยอมแล้ว นางยอมรับซึ่งชะตากรรมในครั้งนี้แล้ว นางจะไม่ฝืน ปล่อยให้เป็นในสิ่งที่ควรจะเป็น

         เขาแปลกใจ หันมององครักษ์ที่รั้งอยู่หน้าประตูอย่างไม่เข้าใจ ราวกับนางไม่เคยรู้สึกอันใด เพียงเขาบอกก็กลับอย่างนั้นหรือ เขาปรารถนาจะเห็นแววตาดื้อรั้นเอาแต่ใจ ท่าทางแง่งอนเหมือนสตรีทั่วไปที่รอให้คนรักมางอนง้อ แต่ทว่าเขาไม่เห็นสิ่งพวกนั้นในตัวนางเลย กระทั่งแววตาที่เคยมองเขาดั่งคนรักก็ไม่เห็นอีกแล้ว

         “งั้นก็ดี...ไปขึ้นรถม้า” เขาไม่รู้ว่าจะพูดสิ่งใดต่อ คำพูดทั้งหมดคำต่อว่าต่อขาน จบเพียงแค่นางตกลงกลับจวนงั้นเหรอ น่าหัวเราะเยาะสิ้นดี นางคิดจะมาไม้ไหนกับเขากันแน่

         ระหว่างอยู่ในรถม้า นางนั่งอย่างสงบเสงี่ยมทั้งหลับตาราวกับไม่อยากมองหน้าเขาด้วยซ้ำ ตลอดสองเดือนที่ออกไปอยู่ด้านนอก นางเป็นอะไรไป หรือเลอะเลือนเพราะสวดมนต์มากไปอย่างนั้นหรือ

         ความคิดมากมายแล่นเข้าใส่ในหัวของจวิ้นอ๋อง จนเขาไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับนางกันแน่ นางเป็นอันใดไป

         เมื่อถึงจวนนางลงจากรถม้าและเดินเข้าไปที่เรือนด้วยท่าทีเรียบเฉย ไม่ได้ทุกข์ร้อนสิ่งใด จนเขาต้องเรียกนางให้หยุดก่อน

         “เจ้า!”

         ซ่งเว่ยเหยาก้าวไปอีกสองก้าว จากตอนแรกที่ไม่คิดหยุดฟัง แต่เมื่อคิดอีกที การที่ไม่ต่อต้านผู้ใดอีกต่อไปล้วนเป็นเรื่องที่ดีกระมัง

         “เพคะจวิ้นอ๋อง” ใบหน้าสวยดั่งธรรมชาติปั้นแต่งหันมาด้วยใบหน้านิ่งอีกแล้ว จวิ้นอ๋องมองใบหน้านั้นแล้วเขาขัดใจนัก

         นางไม่เกรง ไม่กลัวเขาอีกแล้วงั้นเหรือ?

         “พรุ่งนี้ต้องเข้าวังแต่เช้า เตรียมตัวให้ดี อย่าให้ข้าและเสด็จพ่อต้องอับอายขายหน้า” เขากำชับเพียงเท่านั้นแล้วก็กลับเรือนของตัวเอง นางเพียงก้มหน้ารับคำสั่งเขาเท่านั้น นั่นยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่

         นางเป็นอันใดไป?

         ความสงสัยนั้นจวิ้นอ๋องคิดหาคำตอบ แต่ทว่าคิดเท่าไหร่ก็ไม่ออก เขาจึงดื่มเหล้าอย่างหนัก ว่าเหตุใดตัวเองถึงเอาแต่คิดถึงผู้หญิงคนนี้มาตั้งแต่อารามหย่งเล่อจวบจนตอนนี้มืดค่ำเล่า

         ฝูเฉินเข้ามาในเรือนพักของจวิ้นอ๋อง กลิ่นเหล้าคลุ้งไปถึงหน้าประตูกับไหเหล้าที่เรียงรายเต็มไปหมด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าท่านจวิ้นอ๋องดื่มไปแล้วเท่าไหร่

         “นั่นใคร” เสียงลิ้นเปลี้ยดังขึ้น เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ แม้ว่าจะเมามายเพียงใด แต่ทว่าเขาก็ฝึกวรยุทธมามากนัก ทำให้ประสาทสัมผัสย่อมไวกว่าคนธรรมดา

         “ข้าน้อยฝูเฉินพ่ะย่ะค่ะ” ฝูเฉินกล่าวก่อนจะเดินไปใกล้ แล้วก็พยุงท่านจวิ้นอ๋องขึ้น

         “ข้า...ข้าจะไปถามนาง...ปล่อย” จวิ้นอ๋องเดินออกจากห้องนอนตรงไปยังประตูเรือนแล้วก็มุ่งหน้าไปยังเรือนของพระชายา เขาไม่เคยย่างกรายไปเหยียบเลยนับตั้งแต่แต่งงาน แต่กลับเดินได้คล่องราวกับว่าชินกับการเดินไปที่นั่น แต่เมื่อมาถึงเห็นไฟในห้องยังส่องสว่างอยู่ ก็ผลักประตูเข้าไปทันที

         ปึ่ง!!!

         “เจ้าเป็นอันใด!!!” ลิ้นเปลี้ยไม่พอ การทรงตัวยังไม่ตรงทางอีกด้วย แต่ทว่านั่นเป็นห้องของพระชายาชายอื่นห้ามล่วงเข้าไป ฝูเฉินจึงได้แต่ยืนอยู่หน้าประตูเรือนเท่านั้น

         “จวิ้นอ๋อง” เว่ยเหยากำลังเลือกชุดที่จะใส่เข้าวังหลวงพรุ่งนี้ เมื่อเห็นท่านอ๋องมาเยือนยังเรือนของนางก็รู้สึกแปลกใจ ทั้งมองหน้ากับเป่ยเป่ย ราวกับต้องการหาคำตอบเรื่องนี้

         “หึ...เอิ้ก!”

         เสียงสบถพร้อมกับเรอส่งให้กลิ่นเหล้านั้น มาพร้อมกับเสียงที่ชวนหาเรื่องเป็นที่สุด

         “ใคร...ใช้...ให้เจ้า...เอิ้ก...เมินเฉยข้า!”

         กว่าจะเอ่ยมาครบประโยคก็ใช้เวลากว่าอึดใจ ทำให้เว่ยเหยาเองก็พลอยลุ้นไปด้วย นางพยักหน้าให้เป่ยเป่ยออกไป ท่านอ๋องคงเมามากเลยเดินมาถึงเรือนของนาง พรุ่งนี้เขาก็คงจะไม่พูดถึงอีกต่อไป ราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้น ทำเหมือนเป็นคนไม่เคยรู้จักในจวนจวิ้นอ๋องเหมือนอย่างที่เคยเป็น

         ดวงตาแดงก่ำทั้งใบหน้าและลำคอด้วยพิษสุรา แต่เขาก็ยังจะเดินเข้าไปหานางแล้วกระชากคอเสื้อสตรีราวกับบุรุษกักขฬะก็ไม่ปาน จนทำให้เว่ยเหยารู้สึกอึดอัดและพยายามผลักมือเขาออกไป แต่ว่าเรี่ยวแรงที่น้อยกว่ากลับทำได้เพียงปัดป้องเท่านั้น

         “บอกข้า...บอกข้าเดี๋ยวนี้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 30 จุดจบสายแข็ง (ตอนจบ)

    จนถึงวันที่ไฉ่เฉินต้องเดินทาง หงจื่อก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพียงแต่ยืนมองนางอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วงทั้งอยากพานางไปอยู่ที่จวนด้วยกัน “ท่านเดินทางปลอดภัยนะ” เว่ยเหยามาส่งเขาที่หน้าจวนอวยพรให้เขาปลอดภัยกลับมา แต่คนที่ไม่อยากเห็นหน้าเขากลับแช่งชักเสียนี่ “ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา” “เจ้า...!” สายตาของบุรุษทั้งสองส่งกันไปมาราวกับจะวางมวยจนเดือดร้อนคนท้องอย่างนางต้องห้ามทัพ “ท่านรีบไปเถิดสายแล้วจะร้อนเอาได้ ขอให้ท่านมีชัยกลับมา” “เจ้าอยู่ทางนี้ก็รักษาสุขภาพด้วย” เขามีแต่ความหวังดีให้กับนาง แม้ครั้งหนึ่งเคยคิดอยากได้นางมาครอบครองก็ตาม “พอแล้วจะไปก็รีบไป เดือดร้อนเมียข้าต้องลำบากมายืนส่ง” เขาไม่ชอบใจนักที่นางใส่ใจคนอื่นแต่รังเกียจเดียดฉันท์เพียงเขาคนเดียวเท่านั้น “หึ...พูดให้มันดี ๆ” นางส่งสายตาอำมหิตกลับมาทำให้คนที่ปากดีเมื่อครู่สะดุ้งแล้วยิ้มเจื่อนทันที “ขอโทษจ้ะ...เมียจ๋าอย่าโกรธเลยนะ เดี๋ยวลูกอารมณ์ไม่ดี” เขาเดินเข้ามาหมายจะลูบท้องนาง แต่นางเดินหนีเขาอย่างเคย “ไม่ต้องตามข้าจะพักผ่อนเหม็นเจ้านัก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 29 เมียท้อง

    คนช่างตื๊อยิ้มเห็นฟันขาวครอบทุกซี่ให้กับภรรยา เขานั่งรถม้าตามนางมาเช่นกัน แล้วให้คนของเขาจัดการเอาเป่ยเป่ยไปเก็บชั่วคราว แล้วตัวเองก็ถือดอกไม้เดินตามหลังนางมาจนถึงด้านบนโดยที่นางไม่รู้ตัวเลย “ข้าถือดอกไม้มาให้เจ้าไหว้พระ ไปเถิดไปไหว้พระกัน” เขาจับมือนางเดินเข้าไปแต่ก็โดนสะบัดหลุดออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ไยดี แต่ทว่าเขาก็ไม่ถือโทษโกรธนาง เพราะตัวเองทำผิดไว้มากจริง ๆ “ข้าไม่อยากทำบุญร่วมกับท่านออกไป ข้าจะไหว้พระ” “ห้ามกันได้ที่ไหนทำบุญร่วมกัน อย่างไรเจ้ากับข้าก็ต้องได้เกิดเป็นคู่ทุกภพชาติอยู่แล้ว” นอกจากหน้าหนาแล้วเขาก็ยังหน้ามึนอีกต่างหาก ง้อไปเรื่อย ๆ จนกว่านางจะให้อภัย เว่ยเหยาพยายามทำใจให้เย็น ใจให้เป็นกุศลที่สุด วันนี้มาทำบุญหลังจากผ่านเคราะห์กรรมมาแล้ว นางรอดชีวิตมาได้นับว่าโชคดี จากนี้คิดว่าจะทำกุศลให้หนักหน่อย แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นมารขัดขวางบุญที่นางจะทำเสียนี่ นางจึงไม่สนใจเขาแล้วเข้าไปไหว้พระขอพรจากพระด้านใน นางนั่งสวดภาวนาราวหนึ่งเค่อ แล้วก็ออกมาด้านนอก ด้านบนอารามร่มรื่นนักจนนางไม่อยากกลับด้วยซ้ำ หากไม่เพราะว่ามีคนที่ไม่ได้อยากให้ม

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 28 ยอมหย่าก็โง่เต็มที

    รถม้าของทั้งสี่คนเคลื่อนมายังเมืองหลวง หลังจากส่งเว่ยเหยาที่จวนกั๋วกงแล้ว เขาทั้งสองก็รีบเข้าวังเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที เพราะเมียคนดีของเขานั้นไม่อยากกลับจวนของเขา จำเป็นต้องมาส่งที่นี่ ดีกว่าให้หางเลือกกลับไปยังชายแดนบูรพาเสี่ยงอันตรายคนเดียว “คืนนี้ห้ามเจ้าลงกลอน ไม่งั้นเจอดีแน่” “ข้าก็อยากเจอที่ดีของเจ้าสักแค่ไหน” ไฉ่เฉินอยากทรมานมันให้ถึงที่สุด ดูสิจะหอนขนาดไหน สมน้ำหน้าแล้ว “เจ้าคนชั่ว” “ขอบคุณที่ชม” สุดท้ายก็ไม่อาจทำให้มันโอนอ่อนได้ จึงได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจแล้วรายงานต่อเสด็จปู่เรื่องที่เจอมาก่อน หลังจากหารือแล้วส่งทหารลงไปแทรกซึมพร้อมจัดการให้สิ้นซาก ก็ถึงเวลาแยกย้าย แต่ทว่าไท่หวงจื่อเรียกหลานชายให้อยู่ก่อน “หงจื่อ...เจ้าไม่คิดจะรับตำแหน่งคืนจริง ๆ หรือ ปู่ว่าอย่างน้อยเป็นหน้าเป็นตากับภรรยาเจ้าไม่ดีหรือ” เขาอายุขนาดนี้แล้ว เรื่องอำนาจใดล้วนไม่อยากมีแล้ว ส่งต่อให้ลูกหลานจนสิ้นจะดีกว่า อีกไม่เกินสามปีคิดจะสละบัลลังก์ให้กับลู่จื่อขึ้นแทน เขานั่งมานานแล้วบัลลังก์มังกร มันเหนื่อย “เห้อ...ทูลเสด็จปู่หลานก็ไม่ใช่ไ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 27 รู้ว่าโดนหลอก

    “เดี๋ยวปล่อย...ปล่อยข้า...ปล่อยข้า...อื้อ...!” ไฉ่เฉินรู้ว่ากำลังจะโดนนำตัวไปขึ้นเขียงก็ร้องโวยวายไปตลอดทาง เขาโดนมัดมือไม่พอยังโดนมัดขาอีก เมื่อเข้าไปในกระโจมที่มีผ้าแดงคลุมราวกับนี่จะเป็นคืนเข้าหอของเขาก็ไม่ปาน แต่ทว่ากลับไม่ได้เป็นการเข้าหอแบบปกตินี่สิ นี่มันข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้าชัด ๆ ข้าจะไม่ยอมโดนปล้ำเด็ดขาด! ต่อให้ดิ้นรนปานใด แต่ทว่ากลับสู้แรงของสมุนนางโจรพวกนี้ไม่ได้เลย ตอนทำพิธีเขาเห็นนางผ่านแพรผืนบางที่ปิดหน้าปิดตาอยู่ ก็ไม่คิดว่านางจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวคิดปลุกปล้ำบุรุษเช่นนี้ “เอาผ้าอุดปาก ข้ารำคาญไม่อยากให้มันร้องเหมือนบุรุษผู้นั้น” เหล่าสมุนของเขาบอกว่าคู่สามีภรรยาเข้าหอกันราวกับหมูป่าถูกเชือด แต่นางเป็นถึงหน้าโจรย่อมไม่ให้บุรุษใดพรากพรหมจรรย์ได้ นอกจากนางจะเป็นคนขึ้นเอง นี่เป็นการสืบทอดการทำทายาทมารุ่นต่อรุ่น “จับขามัดให้แน่นกับเตียงอ้าให้กว้าง แขนด้วย” สตรีที่มีใบหน้างดงามล่มเมืองสั่งสมุนของตน แล้วที่เขาต้องตกใจคือ นางสั่งให้คนเหล่านั้นเปลื้องผ้าให้หมดจนเหลือเพียงชั้นในบดบังของสงวนเท่านั้น บัดซบ! ‘นี่เขาต้องถูกสตรีปล

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 26 พร้อมเป็นบิดาให้กับลูกเจ้า

    หมับ! เว่ยเหยาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ เขาใช้สองมือกอบกุมสองเต้าอวบของนางเอาไว้แล้วบีบเคล้นคลึงขยำจนร่างเล็กรู้สึกว่ามันเจ็บปวด“ดะ...เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านพี่” เสียงเรียกหวานกระเส่าปลายเสียงเมื่อเขาขยับร่างที่เปล่าเปลือยเช่นเดียวกับนางทาบทับ หัวใจสาวสั่นหวิวเมื่อรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของส่วนกลางกายของเขา แม้ว่านางจะรั้งเขาไว้ แต่เสียงนั้นเหมือนดังเติมเชื้อไฟสวาทให้กับเขาก็เท่านั้น มือหนาไม่ได้ลดความแรงในการบีบนวดลงเลยสักนิด สองเต้าอวบของนางช่างเต็มไม้เต็มมือยิ่งนัก ครั้นได้ลองจูบและซุกไซ้ลำคอของนาง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกโม่ลี่ฮวา ที่เป็นกลิ่นประจำตัวนางโชยออกมาก็ยิ่งทำให้เขาหลงใหล “อะ...อื้อ...ท่านพี่...อื้อ...พี่หง...อื้อ” ไม่ว่าริมฝีปากของสามีของนางจะเคลื่อนไปที่ใด นางรู้สึกวาบหวามใจไปทุกที่ที่กลีบปากของเขาได้สัมผัส จนเมื่อริมฝีปากของเขาหยุดอยู่ตรงป้านรอบเต้าอวบโดยมีจุดกึ่งกลางแข็งชูชันขึ้นเป็นไต รอคอยให้เขาไปหยอกเย้าด้วยปลายลิ้น หัวใจชายหนุ่มก็รู้สึกสั่นระริกอยากเข้าไปกลืนกินนางทันที นางมองตามการเคลื่อนไหวริมฝีปากของเขา เมื่อมันหยุดที่ยอดป

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 25 หนทางกำจัดศัตรู

    “เอาเขาสองคนไปอาบน้ำ เตรียมเข้าพิธีบูชา” เสียงกร้าวของหัวหน้าโจรสาวสั่งการอย่างมีอำนาจ เหล่าพี่น้องโจรนั้นก็รับคำอย่างแข็งขัน “พิธีบูชา...บูชาอันใดไฉ่เฉิน” หงจื่อเริ่มหวั่นวิตก เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เมียจะเป็นเช่นไรบ้างนึกเป็นห่วงนางเหลือเกิน แต่ทว่าก็ไม่อาจจะหลุดจากการคุมขังของคนพวกนี้ได้ เขาจะทำเช่นไรดีเล่า “ข้าก็โดนจับมากับเจ้าจะรู้ได้เช่นไรกันล่ะ” ไฉ่เฉินเจ็บใจนัก หัวหน้าโจรเป็นสตรีรู้ถึงไหนอายถึงนั้น แพ้ให้กับสตรีเช่นนี้ “พวกเจ้ากระซิบกระซาบอันใดกัน” “ปะเปล่า...เพียงอยากรู้ว่าพิธีอันใดที่ข้าต้องเข้าร่วม” “ก็แต่งงานกับท่านหัวหน้าของพวกเรา แล้วก็เข้าพิธีบูชาเพื่อส่งให้ทายาทของหัวหน้ามาเกิดในท้องของนายหญิง คืนนี้จันทร์เต็มดวงพอดี นับว่าฤกษ์ดีนัก” หนึ่งในกลุ่มนางข้ารับใช้หญิงกล่าว “ข้าเป็นชายแต่งงานแล้วมีราคี สวรรค์คงไม่โปรด เจ้าเอาเขาเลยรับรองว่านายหญิงของเจ้าจะได้รับบุตรที่ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่กว่าใครในใต้หล้า เหมาะสมสืบทอดอำนาจชุมโจรพวกเจ้าแน่นอน เขาทั้งองอาจชาตินักรบ ส่วนข้าเป็นคนขี้ขลาด” หงจื่อตัดช่องน้อยแต่พอตัว โยนหน้าที่อันสูงส่งใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status