Share

บทที่ 3 สารภาพมา

last update Last Updated: 2026-01-10 16:08:39

“ท่านจวิ้นอ๋องเมามากแล้วนะเพคะ รีบพักผ่อนก่อนดีกว่า” เสียงเรียบเจื่อด้วยความหงุดหงิดเล็ก ๆ ที่เขามาระรานนางถึงเรือน ทำให้จวิ้นอ๋องที่ยิ่งมีโทสะยามเมามายมากขึ้น

         “เจ้ากล้าสั่งข้า?”

         “มิกล้าเพคะ” นางก้มหน้าลงแล้วก็ไม่กล้าสบตาเขาอีก ไม่ใช่เกรงกลัวแต่ไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับบุรุษเมามายต่างหาก เมื่อสร่างเมาก็ไม่ต่างจากคนความจำเลอะเลือน นางและเขาก็แค่ทำหน้าที่สามีภรรยาเพียงในนาม โดยที่คนนอกมิรู้ด้วยซ้ำว่า นางและเขามิเคยร่วมเรียงเคียงหมอนสักครั้งเดียว แต่พูดไปก็รังแต่จะเสื่อมเสียถึงนาง มิมีผู้ใดเชื่อเรื่องชายหญิงแต่งงานกันไม่แตะต้องกันหรอก

         “เห็นอยู่ว่าเจ้ากล้า” เขายังไม่ยอมแพ้ จนเว่ยเหยาถอนหายใจและตัดสินใจเรียกคนมาช่วย

         “ฝูเฉิน เป่ยเป่ย เจ้ามาช่วยพยุงท่านอ๋องกลับเรือนเถิด” เมื่อลำพังคนเดียวมิอาจจะรับมือกับคนเมาได้ ก็ต้องเรียกคนช่วย และเชื่อว่าทั้งสองคนคงยังไม่ไปไกลกว่าหน้าประตูเรือน

         “พ่ะย่ะค่ะ” “เพคะ”

         ยามอยู่อารามนายหญิงให้ทิ้งยศศักดิ์ แต่ยามกลับจวนเป่ยเป่ยต้องปฏิบัติตามธรรมเนียม เรียกคำราชาศัพท์เช่นเดิม เป่ยเป่ยจึงต้องเคร่งครัดมิเช่นนั้นบ่าวในเรือนจะเอาไปนินทา

         แต่ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินเข้ามาในห้องนั้น ทั้งคู่ก็ต้องตกใจ เมื่อจวิ้นอ๋องผลักพระชายาไปจนเสียหลัก

         โป๊ก!

         ฟุบ!

         แรงผลักจากมือใหญ่ทำให้นางหัวโขกกับพื้น ดวงตาพร่าเลือนจนมองไม่เห็นพลันสตินางก็ค่อย ๆ เลือนลางจางหายจนกระทั่งดับวูบในท้ายที่สุด

         เลือดที่ไหลออกจากศีรษะแดงฉาน จนเป่ยเป่ยกรีดร้องเรียกเจ้านายเสียงหลง

         “พระชายา...นายหญิง...ตามหมอ ตามหมอเร็ว”

         ร่างที่ไร้สติอยู่ในอ้อมกอดของสาวใช้คนดี โดยที่ฝูเฉินได้สติเป็นคนแรก และออกไปเร่งให้พ่อบ้านหลี่ตามหมอหลวงมารักษาพระชายาโดยด่วนที่สุด

         จวิ้นอ๋องที่เพิ่งได้สติเมื่อมีเสียงกรีดร้องพร้อมกับความวุ่นวายตรงหน้า ดวงตาที่พร่าเลื่อนในตอนแรกเปลี่ยนเป็นตกใจทรุดไปนั่งข้างร่างของเว่ยเหยา...

         “เว่าเหยา...เจ้า...เจ้าเป็นอะไรไป” เขายกมือขึ้นพร้อมกับเลือดที่เปื้อนมือและไหลไม่หยุด ทำให้จวิ้นอ๋องอุ้มนางขึ้นไปนอนบนเตียง แม้ว่าตัวเองยังไม่สร่างเมาเต็มที่แต่ก็กัดฟันยกร่างนางขึ้นไปนอนให้ได้

         “เจ้าไปเอาผ้ามา” เขาออกรบบ่อยครั้งการห้ามเลือดเป็นทักษะพื้นฐานที่ทหารทุกคนต้องมี เป่ยเป่ยรีบไปค้นหาผ้าสะอาดมาให้จวิ้นอ๋อง แล้วนางได้แต่ยืนอยู่ข้าง ๆ หวังให้นายหญิงของตนไม่เป็นอันใดไป

         นึกถึงคำที่พระอาจารย์ผู้เฒ่านั้นกล่าวไว้ ว่านายหญิงของตนจะมีเคราะห์ถึงชีวิต หากออกจากอารามหย่งเล่อภายในสามวันนี้ หัวใจที่ภักดีต่อนายหญิงแทบทรุด นางไม่อยากให้นายหญิงจากไปเยี่ยงนี้ มันยากจะทำใจได้

         “ฮึก...นายหญิง...อย่าเป็นอันใดนะ เป่ยเป่ยอยู่ไม่ได้ นายหญิงน่าจะเชื่อพระอาจารย์...หึก...นายหญิง”

         เสียงคร่ำครวญของสาวใช้ทำให้จวิ้นอ๋องเครียดลง ยิ่งบอกว่าพระอาจารย์คาดเดาไว้แล้วว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี เป็นเพราะเขาหรอกหรือ เพราะเขาที่ทำให้นางมีเคราะห์หรือ

         “เจ้าพูดอะไร...เงียบเดี๋ยวนี้นะ” จวิ้นอ๋องตวาดเสียงสั่น หรือนางจะต้องตายเพราะเขา ไม่...ไม่จริงเขาไม่เชื่อ เขาแค่เมามากไปเท่านั้นและเผลอผลักนาง เขาไม่ได้ตั้งใจ

         “ฝูเฉิน...ทำอะไรอยู่ หมอหลวงมาหรือยัง” เสียงจวิ้นอ๋องปลุกให้บ่าวไพร่ที่ใกล้จะพักผ่อนตื่นขึ้น ไฟในจวนจุดสว่างไสว พ่อบ้านหลี่เร่งพาหมอหลวงเข้ามาที่ตำหนักโดยเร็ว แต่นั่นมันก็ต้องใช้เวลาในการเดินทางอยู่ดี กว่าสองเค่อท่านหมอจึงจะมาถึง

         พระชายานอนอยู่บนเตียงโดยมีจวิ้นอ๋องเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ทั้งสาวใช้ก็ยืนสะอื้นไห้ไม่กล้าส่งเสียง กลัวจะโดนตัดหัวเสียก่อน เพราะสีหน้าจวิ้นอ๋องยามนี้พร้อมฆ่าได้ทุกคน

         “หมอหลวงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านหลี่กล่าวทั้งเชิญท่านหมอหลวงเข้าไปตรวจอาการของพระชายา

         “ขอกระหม่อมตรวจชีพจรหน่อยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เสียงหมอหลวงที่อายุมากแล้วกล่าว ใบหน้าของพระชายายามนี้ซีดนักคงเพราะเสียเลือดมาก สังเกตจากผ้าที่ซับเลือดที่กองอยู่ด้านข้างเตียง

         เมื่อท่านหมอหลวงตรวจชีพจรสีหน้าก็ไม่ดีนัก เพราะว่าอาการของพระชายากระทบการมองเห็น ทำให้คนที่รอฟังว่าอาการของนางจะเป็นเช่นไรอย่างจวิ้นอ๋องรีบถามทันที

         “นางไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”

         หมอหลวงส่ายหน้าไปมา นั่นหมายถึงสัญญาณที่ไม่ดีนัก

         “ทูลจวิ้นอ๋อง พระชายาศีรษะกระทบกระเทือนหนักมาก ทำให้เลือดคั่งขวางระบบที่รับรู้ด้านการมองเห็น หากนางฟื้นอาจจะมองไม่เห็นสักระยะ หรือตลอดไป แต่ตอนนี้ได้แต่ภาวนาว่าเลือดจะไม่คั่งในสมอง นั่นหมายถึงอันตรายถึงชีวิต” คำพูดของหมอหลวงทำเอาจวิ้นอ๋องตกใจจนหน้าซีด เขาไม่เคยกลัวอันใดเท่านี้มาก่อนเลย ต่อให้ไม่เคยรักนางดั่งคนรัก ก็ไม่คิดอยากให้นางตายเพราะเขา

         “ทะ...ท่าน...ท่านหมอหลวงว่าอันใดนะ” เสียงแหบโหยกล่าวออกมา ส่วนเป่ยเป่ยนั้นทรุดนั่งร้องไห้ด้านข้างนายหญิงของตัวเอง ความคับแค้นอัดแน่นในอก เดิมทีนายหญิงของตัวเองก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับจวิ้นอ๋องอยู่แล้ว นางเพียงปลีกวิเวกถือศีลอยู่อาราม ท่านอ๋องก็มิสนใจ เมื่อพระอาจารย์ทักเรื่องภัยก็ปฏิเสธไปหนึ่งคำ แต่เพราะจวิ้นอ๋องใจร้ายผู้นั้น เขา...ฮึก...เขาทำให้นายหญิงของนางต้องเสี่ยงตาย

         “ข้าไม่เชื่อว่าจะรักษานางมิได้...ใช้ยาที่ดีที่สุดรักษานาง” เขาทนเห็นนางเจ็บป่วยไม่ได้ จึงเดินออกมาด้านนอกสั่งคนให้จัดการต้มยาให้นาง มือของเขายังเปรอะเปื้อนเลือด เขายกขึ้นสั่นเทาเล็ก ๆ ความมึนเมาจากสุรานั้นหายเป็นปลิดทิ้ง

         ‘ต่อไปนี้ข้าจะไม่ดื่มเหล้าอีก’

         เขาคิดในใจ

         รุ่งเช้าจวิ้นอ๋องเข้าไปในวัง ภายในงานเลี้ยงที่รื่นเริงนั้นเขาไม่รู้สึกสนุกสักนิด เมื่อพบกับเสด็จพ่อเขาจึงรีบไปทูลเสด็จพ่อและเสด็จแม่เรื่องของนาง แล้วหมายจะกลับทันที แต่เสด็จปู่ของเขาก็เสด็จออกมาก่อน ใบหน้าที่เครียดขรึมซีดเผือดนั้นทำให้รู้ว่าต้องเกิดอะไรไม่ดีกับหลานของตนเป็นแน่

         “ขันที...เรียกจวิ้นอ๋องมาพบเรา” ฝ่าบาทไท่หวงจื่อ บอกแล้วก็นั่งรอ

         จวิ้นอ๋องที่กำลังจะทูลลาเสด็จพ่อและเสด็จแม่กลับไปดูอาการนาง แต่ก็โดนขัดขวางด้วยขันทีประจำพระองค์ของเสด็จปู่เสียก่อน

         “เสด็จพ่อ” จวิ้นอ๋องหันมาเรียกหมายให้ช่วย เพราะตนเองนั้นเป็นห่วงนางยิ่งนัก

         “เจ้าไปเรียนเสด็จปู่ด้วยตัวเอง ลูกผู้ชายกล้าทำย่อมต้องกล้ารับ” เรื่องนี้เป็นลูกชายของตนที่ทำผิดเอง ย่อมต้องเข้าไปยอมรับผิดเรื่องนี้

         “พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

         ซูหนิงเป็นห่วงลูกชายยิ่งนัก เพราะว่าลูกชายนั้นทำให้สตรีผู้หนึ่งเป็นหรือตายเท่ากัน หากเป็นสตรีทั่วไปก็คงไม่เป็นอันใด แต่นี่เป็นถึงลูกสาวเสนาบดี และมารดายังเป็นอดีตองค์หญิงอีกต่างหาก ไม่รู้ว่าฝ่าบาทจะคิดเห็นประการใด

         ฝ่าบาททรงเรียกเข้าพบที่ห้องรับรองด้านหลัง แล้วก็นั่งรอว่าหลานชายจะพูดว่าอย่างไร โดยมีไฉ่กั๋วกงยืนอยู่ข้าง ๆ

         “สารภาพมา” ไท่หวงจื่อผ่านผู้คนมามาก เหตุใดไม่รู้ว่าเจ้าหลานชายต้องทำผิดมา แต่กล่าวเท่านั้นมันก็ทรุดไปคุกเข่าแล้ว

         “หลานผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ...หลาน...หลานเมา...เพราะหลาน” เขาพูดตะกุกตะกัก ทั้งสับระคนเสียใจ

         “เราให้เจ้าสารภาพไม่ใช่แก้ตัว” เสียงฝ่าบาทแม้ชราวัยแต่ก็ยังทรงด้วยอำนาจ ทำให้หลานชายตัวสั่นงันงก องค์รัชทายาทที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกจึงเร่งเข้ามาคุกเข่าด้านข้างลูกชายขอประทานอภัย เขารู้ดีว่าเสด็จพ่ออยู่ในวังแต่หูตากว้างไกลนัก ขนาดเรื่องที่ลูกสะใภ้ไม่มาร่วมงานในวันนี้ยังสังเกตได้

         “หึ...ยังไม่รีบพูด”

         “ทูลเสด็จปู หลานเมาแล้วผลักนางล้มหัวกระแทกพื้นอาการตอนนี้เป็นตายเท่ากัน หากฟื้นก็ไม่แน่ว่าจะมองเห็น” เขาก้มหน้าติดพื้นสารภาพความผิด

         ไฉ่กั๋วกงที่ยืนอยู่ด้านข้างกำหมัดแน่น รู้สึกโกรธแค้นแทนนางชอบกล เขาพบเจอนางวันนั้นก็จริง แล้วก็แอบไปมองนางอยู่บ่อย ๆ จนเมื่อพระอาจารย์ผู้เฒ่าที่ฝ่าบาทนับถือเข้ามาเทศนาในวังส่วนพระองค์ แล้วเล่าเรื่องของพระชายาจวิ้นอ๋อง ทำให้มีการจัดงานวันนี้

         “เจ้าไล่นางไปอยู่อาราม ยามเมื่อเราเรียกเข้าวังเจ้าก็ทำร้ายนาง เช่นนี้เจ้าต้องการสิ่งใด นางเป็นลูกผู้ใดเจ้ามิรู้หรือ แม่นางเป็นใครเจ้ามิสนใจเลยงั้นหรือ” เสียงกล่าวที่ไม่ได้เจือด้วยโทสะ เพียงแต่เนิบนาบนั้นแฝงด้วยความเสียดสีอยู่ในที จนสองพ่อลูกไม่กล้ากล่าวอันใดออกมา

         “เจ้ามิสนใจนาง เหตุใดยังแต่งนางเข้าจวน ตอนนี้เรื่องจวิ้นอ๋องทำร้ายพระชายาสาหัสลือกันทั่วตลาด เจ้าจะให้เราทำเช่นไร ตำแหน่งองค์รัชทายาท ยังจำเป็นสำหรับครอบครัวพวกเจ้าหรือไม่!!” เจี่ยหมิงตัวสั่นทันที ตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งไม่มีครั้งไหนหรือเหตุการณ์ใดจะสั่นคลอนตำแหน่งของเขาได้เช่นนี้

         “เสด็จพ่อลูกสั่งสอนหงจื่อไม่ดี โปรดลงโทษลูกด้วยเถิด” เขารีบขอการลงโทษดีกว่าถูกปลด

         “ลงโทษหรือ...โทษใดจะคุ้มกับความผิดเจ้าดีล่ะ แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ คิดให้อำนาจเสนาบดีกลาโหมมาทานอำนาจฝ่ายอื่นงั้นหรือ เจ้าหวั่นใจเช่นนั้นเชียว หรือความสามารถของเจ้ามันน้อยนักรึ...อย่าคิดใช้เรื่องนี้มาขู่เรา!”

         “เสด็จปู่เรื่องนี้หลานผิดเองไม่เกี่ยวกับเสด็จพ่อนะพ่ะย่ะค่ะ ลงโทษหลานเถอะ” จวิ้นอ๋องจะไม่ยอมให้เรื่องนี้มาสั่นคลอนตำแหน่งเสด็จพ่อ เป็นเขาที่เลอะเลือนชั่วขณะเองเท่านั้น

         “เหอะ! เจ้าพ่อลูกทำประการใดอย่างคิดว่าเราไม่รู้ เจ้าไม่ใช่ลูกชายคนเดียวของเรา จำเอาไว้”

         “เจ้า...ทำให้นางฟื้นให้ได้ จะมองเห็นหรือไม่เห็นก็ช่าง หากเจ้าแต่งสตรีอื่นเข้าจวนแทนที่นาง บัลลังก์มังกรของพวกเจ้าก็ไม่เหลือ”

         เขาจัดงานนี้เพื่อหวังให้เว่ยเหยาที่อาภัพแม่ตั้งแต่เด็กด้วยภัยสงคราม ต้องตายที่ชายแดนอย่างอนาถ เขาไม่ใช่ไม่เคยติดตาม แม่ของนางมีเชื้อสายเดียวกันแม้ว่าจะห่างนักก็ตาม แต่ก็เป็นอดีตจักรรพรรดิเช่นเดียวกัน เพียงแต่เขานั้นเป็นองค์ชายสายรองไม่ได้สายตรง เนื่องจากภัยสงครามคร่าชีวิตองค์ชายสายตรงไปจนหมด เขาเพียงเป็นลูกของอนุชาอดีตองค์จักรพรรดิ

         “พ่ะย่ะค่ะเสด็จปู่” จวิ้นอ๋องก็ไม่คิดจะแต่งใครเข้ามาอยู่แล้ว คนเดียวที่เขาคาใจคือกูเทียนมี่เพียงผู้เดียว สตรีอื่นหมื่นแสนเขาก็ไม่สน แต่ยามนี้นางเป็นเรื่องเดียวที่เขาต้องรับผิดชอบ และจะรับผิดชอบอย่างดีอีกด้วย

         ข่าวเรื่องจวิ้นอ๋องทำร้ายพระชายาจนเป็นตายเท่ากันกระพือไปทั่ว กระทั่งจวนเสนาบดีซ่งเองก็รับรู้ข่าวเช่นกัน แต่ซูหลันหนี่ว์แม่เลี้ยงของเว่ยเหยานั้นเพียงแต่ตกใจในครั้งแรกแล้วก็ลอบยิ้มกับหลินเหยาเท่านั้น

         ‘มิต้องลงแรงอันใด วาสนาก็ตกมาถึงลูกสาวของนาง’

         “ท่านพี่เราควรไปเยี่ยมลูกหน่อยดีหรือไม่” ซ่งอันปกติก็ไม่ใคร่ใยดีบุตรสาวผู้นี้อยู่แล้ว เขาเพียรปรารถนาบุตรชายสืบสกุลซ่งเป็นคนแรก ครั้งเมื่อนางเป็นหญิงเขาก็ผิดหวังจนต้องรับซูหลันหนี่ว์เข้ามา แต่นางก็มิได้ให้กำเนิดลูกชายเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงทำใจ แต่ดูเหมือนจะสายไปเมื่อเกาหยางมิได้อยู่ให้เขาดูแลนางอีกต่อไปแล้ว

         แต่นั่นเขาก็ไม่เคยรู้สึกผิดใด ๆ เพียงแต่เลี้ยงบุตรสาวของนางให้ดีเท่านั้น และก็รับอนุเข้าจวนเรื่อย ๆ เพื่อหวังอยากได้บุตรชาย จนในที่สุดก็มี ตอนนี้เขาอายุเพียง 7 หนาว นามว่า ซ่งเจาเหอ เขาจึงใส่ใจเพียงแต่บุตรชาย บุตรสาวก็ให้เป็นหน้าที่ฮูหยินไปก็แล้วกัน

         “เจ้าเป็นมารดาควรจะไปเยี่ยมนาง ข้ามีราชกิจอีกมาก ทั้งยังเข้มงวดกับซ่งเจาเหอด้วย” แน่นอนว่าเขามิไว้ใจให้ซูหลันหนี่ว์เลี้ยงบุตรชาย มิใช่ไม่รู้ไม่เห็น เพียงแต่หลับตาข้างหนึ่งเท่านั้น

         “เจ้าค่ะ ข้าจะทำหน้าที่แม่ที่ดี” หลินเหยาพยักหน้ากับท่านแม่แล้วพากันไปที่จวนจวิ้นอ๋อง แต่ครั้นมาถึงกลับได้รับคำสั่งห้ามผู้ใดเข้าจวนโดยไม่ได้รับอนุญาต

         “ท่านแม่...เหตุใดสั่งห้ามพวกเรา”

         “เจ้าเรียนจวิ้นอ๋องเถิด ข้าเป็นแม่ของพระชายาอยากจะมาดูอาการนางด้วยความเป็นห่วง”

         “ไม่ได้ขอรับ” ทหารยามด้านหน้าทำหน้าที่แข็งขัน ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าไปในจวนเด็ดขาด เพราะตอนนี้ระดมหมอหลวงแทบหมดวังมาดูอาการของพระชายา คนนอกจึงห้ามเข้า

         “ข้าจะเข้า...เหตุใดเข้ามิได้”

         “ทหารใครฝืนคำสั่งลากไปตัดหัว!!!!” เสียงนั้นทำสองแม่ลูกสะดุ้ง เพราะเป็นเสียงองค์รัชทายาท ยามนี้ตำแหน่งกำลังสั่นคลอนคนนอกจึงไม่รับอนุญาตให้เข้าจวนกลัวจะแพร่งพรายเรื่องภายในออกไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 30 จุดจบสายแข็ง (ตอนจบ)

    จนถึงวันที่ไฉ่เฉินต้องเดินทาง หงจื่อก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เพียงแต่ยืนมองนางอยู่ห่าง ๆ อย่างเป็นห่วงทั้งอยากพานางไปอยู่ที่จวนด้วยกัน “ท่านเดินทางปลอดภัยนะ” เว่ยเหยามาส่งเขาที่หน้าจวนอวยพรให้เขาปลอดภัยกลับมา แต่คนที่ไม่อยากเห็นหน้าเขากลับแช่งชักเสียนี่ “ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา” “เจ้า...!” สายตาของบุรุษทั้งสองส่งกันไปมาราวกับจะวางมวยจนเดือดร้อนคนท้องอย่างนางต้องห้ามทัพ “ท่านรีบไปเถิดสายแล้วจะร้อนเอาได้ ขอให้ท่านมีชัยกลับมา” “เจ้าอยู่ทางนี้ก็รักษาสุขภาพด้วย” เขามีแต่ความหวังดีให้กับนาง แม้ครั้งหนึ่งเคยคิดอยากได้นางมาครอบครองก็ตาม “พอแล้วจะไปก็รีบไป เดือดร้อนเมียข้าต้องลำบากมายืนส่ง” เขาไม่ชอบใจนักที่นางใส่ใจคนอื่นแต่รังเกียจเดียดฉันท์เพียงเขาคนเดียวเท่านั้น “หึ...พูดให้มันดี ๆ” นางส่งสายตาอำมหิตกลับมาทำให้คนที่ปากดีเมื่อครู่สะดุ้งแล้วยิ้มเจื่อนทันที “ขอโทษจ้ะ...เมียจ๋าอย่าโกรธเลยนะ เดี๋ยวลูกอารมณ์ไม่ดี” เขาเดินเข้ามาหมายจะลูบท้องนาง แต่นางเดินหนีเขาอย่างเคย “ไม่ต้องตามข้าจะพักผ่อนเหม็นเจ้านัก

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 29 เมียท้อง

    คนช่างตื๊อยิ้มเห็นฟันขาวครอบทุกซี่ให้กับภรรยา เขานั่งรถม้าตามนางมาเช่นกัน แล้วให้คนของเขาจัดการเอาเป่ยเป่ยไปเก็บชั่วคราว แล้วตัวเองก็ถือดอกไม้เดินตามหลังนางมาจนถึงด้านบนโดยที่นางไม่รู้ตัวเลย “ข้าถือดอกไม้มาให้เจ้าไหว้พระ ไปเถิดไปไหว้พระกัน” เขาจับมือนางเดินเข้าไปแต่ก็โดนสะบัดหลุดออกจากการเกาะกุมอย่างไม่ไยดี แต่ทว่าเขาก็ไม่ถือโทษโกรธนาง เพราะตัวเองทำผิดไว้มากจริง ๆ “ข้าไม่อยากทำบุญร่วมกับท่านออกไป ข้าจะไหว้พระ” “ห้ามกันได้ที่ไหนทำบุญร่วมกัน อย่างไรเจ้ากับข้าก็ต้องได้เกิดเป็นคู่ทุกภพชาติอยู่แล้ว” นอกจากหน้าหนาแล้วเขาก็ยังหน้ามึนอีกต่างหาก ง้อไปเรื่อย ๆ จนกว่านางจะให้อภัย เว่ยเหยาพยายามทำใจให้เย็น ใจให้เป็นกุศลที่สุด วันนี้มาทำบุญหลังจากผ่านเคราะห์กรรมมาแล้ว นางรอดชีวิตมาได้นับว่าโชคดี จากนี้คิดว่าจะทำกุศลให้หนักหน่อย แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นมารขัดขวางบุญที่นางจะทำเสียนี่ นางจึงไม่สนใจเขาแล้วเข้าไปไหว้พระขอพรจากพระด้านใน นางนั่งสวดภาวนาราวหนึ่งเค่อ แล้วก็ออกมาด้านนอก ด้านบนอารามร่มรื่นนักจนนางไม่อยากกลับด้วยซ้ำ หากไม่เพราะว่ามีคนที่ไม่ได้อยากให้ม

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 28 ยอมหย่าก็โง่เต็มที

    รถม้าของทั้งสี่คนเคลื่อนมายังเมืองหลวง หลังจากส่งเว่ยเหยาที่จวนกั๋วกงแล้ว เขาทั้งสองก็รีบเข้าวังเข้าเฝ้าฝ่าบาททันที เพราะเมียคนดีของเขานั้นไม่อยากกลับจวนของเขา จำเป็นต้องมาส่งที่นี่ ดีกว่าให้หางเลือกกลับไปยังชายแดนบูรพาเสี่ยงอันตรายคนเดียว “คืนนี้ห้ามเจ้าลงกลอน ไม่งั้นเจอดีแน่” “ข้าก็อยากเจอที่ดีของเจ้าสักแค่ไหน” ไฉ่เฉินอยากทรมานมันให้ถึงที่สุด ดูสิจะหอนขนาดไหน สมน้ำหน้าแล้ว “เจ้าคนชั่ว” “ขอบคุณที่ชม” สุดท้ายก็ไม่อาจทำให้มันโอนอ่อนได้ จึงได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้ในใจแล้วรายงานต่อเสด็จปู่เรื่องที่เจอมาก่อน หลังจากหารือแล้วส่งทหารลงไปแทรกซึมพร้อมจัดการให้สิ้นซาก ก็ถึงเวลาแยกย้าย แต่ทว่าไท่หวงจื่อเรียกหลานชายให้อยู่ก่อน “หงจื่อ...เจ้าไม่คิดจะรับตำแหน่งคืนจริง ๆ หรือ ปู่ว่าอย่างน้อยเป็นหน้าเป็นตากับภรรยาเจ้าไม่ดีหรือ” เขาอายุขนาดนี้แล้ว เรื่องอำนาจใดล้วนไม่อยากมีแล้ว ส่งต่อให้ลูกหลานจนสิ้นจะดีกว่า อีกไม่เกินสามปีคิดจะสละบัลลังก์ให้กับลู่จื่อขึ้นแทน เขานั่งมานานแล้วบัลลังก์มังกร มันเหนื่อย “เห้อ...ทูลเสด็จปู่หลานก็ไม่ใช่ไ

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 27 รู้ว่าโดนหลอก

    “เดี๋ยวปล่อย...ปล่อยข้า...ปล่อยข้า...อื้อ...!” ไฉ่เฉินรู้ว่ากำลังจะโดนนำตัวไปขึ้นเขียงก็ร้องโวยวายไปตลอดทาง เขาโดนมัดมือไม่พอยังโดนมัดขาอีก เมื่อเข้าไปในกระโจมที่มีผ้าแดงคลุมราวกับนี่จะเป็นคืนเข้าหอของเขาก็ไม่ปาน แต่ทว่ากลับไม่ได้เป็นการเข้าหอแบบปกตินี่สิ นี่มันข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้าชัด ๆ ข้าจะไม่ยอมโดนปล้ำเด็ดขาด! ต่อให้ดิ้นรนปานใด แต่ทว่ากลับสู้แรงของสมุนนางโจรพวกนี้ไม่ได้เลย ตอนทำพิธีเขาเห็นนางผ่านแพรผืนบางที่ปิดหน้าปิดตาอยู่ ก็ไม่คิดว่านางจะตัดช่องน้อยแต่พอตัวคิดปลุกปล้ำบุรุษเช่นนี้ “เอาผ้าอุดปาก ข้ารำคาญไม่อยากให้มันร้องเหมือนบุรุษผู้นั้น” เหล่าสมุนของเขาบอกว่าคู่สามีภรรยาเข้าหอกันราวกับหมูป่าถูกเชือด แต่นางเป็นถึงหน้าโจรย่อมไม่ให้บุรุษใดพรากพรหมจรรย์ได้ นอกจากนางจะเป็นคนขึ้นเอง นี่เป็นการสืบทอดการทำทายาทมารุ่นต่อรุ่น “จับขามัดให้แน่นกับเตียงอ้าให้กว้าง แขนด้วย” สตรีที่มีใบหน้างดงามล่มเมืองสั่งสมุนของตน แล้วที่เขาต้องตกใจคือ นางสั่งให้คนเหล่านั้นเปลื้องผ้าให้หมดจนเหลือเพียงชั้นในบดบังของสงวนเท่านั้น บัดซบ! ‘นี่เขาต้องถูกสตรีปล

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 26 พร้อมเป็นบิดาให้กับลูกเจ้า

    หมับ! เว่ยเหยาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ เขาใช้สองมือกอบกุมสองเต้าอวบของนางเอาไว้แล้วบีบเคล้นคลึงขยำจนร่างเล็กรู้สึกว่ามันเจ็บปวด“ดะ...เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านพี่” เสียงเรียกหวานกระเส่าปลายเสียงเมื่อเขาขยับร่างที่เปล่าเปลือยเช่นเดียวกับนางทาบทับ หัวใจสาวสั่นหวิวเมื่อรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของส่วนกลางกายของเขา แม้ว่านางจะรั้งเขาไว้ แต่เสียงนั้นเหมือนดังเติมเชื้อไฟสวาทให้กับเขาก็เท่านั้น มือหนาไม่ได้ลดความแรงในการบีบนวดลงเลยสักนิด สองเต้าอวบของนางช่างเต็มไม้เต็มมือยิ่งนัก ครั้นได้ลองจูบและซุกไซ้ลำคอของนาง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกโม่ลี่ฮวา ที่เป็นกลิ่นประจำตัวนางโชยออกมาก็ยิ่งทำให้เขาหลงใหล “อะ...อื้อ...ท่านพี่...อื้อ...พี่หง...อื้อ” ไม่ว่าริมฝีปากของสามีของนางจะเคลื่อนไปที่ใด นางรู้สึกวาบหวามใจไปทุกที่ที่กลีบปากของเขาได้สัมผัส จนเมื่อริมฝีปากของเขาหยุดอยู่ตรงป้านรอบเต้าอวบโดยมีจุดกึ่งกลางแข็งชูชันขึ้นเป็นไต รอคอยให้เขาไปหยอกเย้าด้วยปลายลิ้น หัวใจชายหนุ่มก็รู้สึกสั่นระริกอยากเข้าไปกลืนกินนางทันที นางมองตามการเคลื่อนไหวริมฝีปากของเขา เมื่อมันหยุดที่ยอดป

  • ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้   บทที่ 25 หนทางกำจัดศัตรู

    “เอาเขาสองคนไปอาบน้ำ เตรียมเข้าพิธีบูชา” เสียงกร้าวของหัวหน้าโจรสาวสั่งการอย่างมีอำนาจ เหล่าพี่น้องโจรนั้นก็รับคำอย่างแข็งขัน “พิธีบูชา...บูชาอันใดไฉ่เฉิน” หงจื่อเริ่มหวั่นวิตก เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เมียจะเป็นเช่นไรบ้างนึกเป็นห่วงนางเหลือเกิน แต่ทว่าก็ไม่อาจจะหลุดจากการคุมขังของคนพวกนี้ได้ เขาจะทำเช่นไรดีเล่า “ข้าก็โดนจับมากับเจ้าจะรู้ได้เช่นไรกันล่ะ” ไฉ่เฉินเจ็บใจนัก หัวหน้าโจรเป็นสตรีรู้ถึงไหนอายถึงนั้น แพ้ให้กับสตรีเช่นนี้ “พวกเจ้ากระซิบกระซาบอันใดกัน” “ปะเปล่า...เพียงอยากรู้ว่าพิธีอันใดที่ข้าต้องเข้าร่วม” “ก็แต่งงานกับท่านหัวหน้าของพวกเรา แล้วก็เข้าพิธีบูชาเพื่อส่งให้ทายาทของหัวหน้ามาเกิดในท้องของนายหญิง คืนนี้จันทร์เต็มดวงพอดี นับว่าฤกษ์ดีนัก” หนึ่งในกลุ่มนางข้ารับใช้หญิงกล่าว “ข้าเป็นชายแต่งงานแล้วมีราคี สวรรค์คงไม่โปรด เจ้าเอาเขาเลยรับรองว่านายหญิงของเจ้าจะได้รับบุตรที่ยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่กว่าใครในใต้หล้า เหมาะสมสืบทอดอำนาจชุมโจรพวกเจ้าแน่นอน เขาทั้งองอาจชาตินักรบ ส่วนข้าเป็นคนขี้ขลาด” หงจื่อตัดช่องน้อยแต่พอตัว โยนหน้าที่อันสูงส่งใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status