FAZER LOGINลู่เหม่ยตื่นขึ้นมาในร่างนางร้ายสมองกลวงที่จบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาลบ้า เพียงเพราะหลงรักผู้ชายเย็นชาอย่างโม่เยี่ยนเฉิง แต่ชีวิตใหม่ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมจบชีวิตเหมือนในนิยายเด็ดขาด!
Ver maisตอนที่ 1 ความจริงหรือความฝัน
“เฮ้อ!...ทำไมจุดจบของมู่หรงเสวี่ยถึงต้องอนาถขนาดนี้ด้วยนะ” ลู่เหม่ยปิดหนังสือนิยายปกแข็งเล่มหนาชื่อ ‘บ่วงรักมาเฟียเซี่ยงไฮ้’ ลงด้วยความรู้สึกหน่วงในอก เธอทอดถอนใจออกมาท่ามกลางความเงียบเชียบของห้องนอนสี่เหลี่ยมแคบๆ ในกรุงปักกิ่ง แม้ในเรื่อง มู่หรงเสวี่ยจะเป็นนางร้ายสมองกลวงที่ทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองพระเอกอย่าง โม่เยี่ยนเฉิง มาเฟียหนุ่มผู้เย็นชาและโหดเหี้ยม แต่ท้ายที่สุดเธอกลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนบ้า และต้องจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาลบ้า ลู่เหม่ยคิดว่าบทของมู่หรงเสวี่ยวยังไม่ร้ายรุนแรงถึงขั้นต้องจบชีวิตลงแบบนี้ มู่หรงเสวี่ยก็แค่ผู้หญิงที่รักคนผิด... รักคนที่ไม่มีหัวใจ "ถ้าเป็นฉัน...ฉันจะหนีไปให้ไกล ไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นทำลายชีวิตจนย่อยยับแบบนี้แน่" เปลือกตาของลู่เหม่ยเริ่มหนักอึ้ง ความเหนื่อยล้าจากการโหมงานหนักและการอ่านนิยายรวดเดียวจบทำให้สติของเธอค่อยๆ ดับวูบไป พร้อมกับเสียงฝนที่เริ่มพัดกระหน่ำอยู่ริมหน้าต่าง เปรี้ยง! เสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นจนร่างของลู่เหม่ยสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามจะลืมตา แต่กลับรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงปนกับกลิ่นเหล้าแรงจัดลอยมาเตะจมูกชวนให้มึนงง และแรงบีบมหาศาลที่ข้อมือก็ทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด “เธอกล้ามากนะมู่หรงเสวี่ยที่ใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้กับฉัน!” เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ดังอยู่เหนือร่าง ลู่เหม่ยพยายามลืมตาขึ้น ก่อนดวงตาจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ดูหล่อเหลาราวกับพระเอกในซีรีส์จีนจอตั้ง แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง “คุณเป็นใคร?...อ่า!...” ลู่เหม่ยพึมพำ แต่เพียงแค่เธออ้าปาก ความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาจากกึ่งกลางกายกลับทำให้เธอหลุดเสียงครางที่น่าอายออกมาแทน โม่เยี่ยนเฉิงมองหญิงสาวใต้ร่างด้วยสายตาเหยียดหยาม ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดงสดที่เธอจงใจสวมใส่เพื่อยั่วยวนเขา ช่างมันตัดกับผิวขาวจัดที่ตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อเพราะฤทธิ์ยา ที่เจ้าของร่างดื่มเพื่อปลุกความกล้าในตัวเอง “ในเมื่อเธออยากได้ฉันจนตัวสั่น จนต้องพึ่งยาชั้นต่ำแบบนี้ ฉันก็จะจัดให้! แต่จำไว้นะมู่หรงเสวี่ย... อย่าหวังว่าฉันจะรักผู้หญิงอย่างเธอ!” แคว่ก! "กรี๊ดด!" ลู่เหม่ยกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อมือหนากระชากชุดนอนสายเดี่ยวของเธอจนขาดวิ่น เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่ ความเย็นจากแอร์ปะทะผิวสาวทำให้ยอดปทุมถันสีหวานชูชันอย่างเชิญชวน โม่เยี่ยนเฉิงคำรามในลำคออย่างหมดความอดทน เขาฝังใบหน้าลงซุกไซร้ดูดกลืนรสหวานจากยอดอกสองเต้าอวบ เขาทั้งดูดทั้งบีบเค้นทำให้ลู่เหม่ยดิ้นรนอย่างสับสน “อ๊ะ! อย่าทำ...” “อย่าทำงั้นเหรอ? เธอเป็นคนวางยาฉันเองนะ! เพราะฉะนั้นเธอต้องรับผิดชอบ!” เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ก่อนจะใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวฉกชิงความหวานจากยอดอกสีหวานอย่างตะกรุมตะกราม ลู่เหม่ยแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว ความเจ็บปนความเสียวซ่านทำให้สมองของเธอขาวโพลนไปหมด โม่เยี่ยนเฉิงไม่รอช้า เขาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแทรกกายเข้ามาท่ามกลางความคับแน่นอย่างป่าเถื่อนโดยไม่มีการเบิกทางใดๆ “กรี๊ดดด! เจ็บ... ฉันเจ็บ! เอาออกไป!” ลู่เหม่ยน้ำตาไหลพราก ความเจ็บปวดรวดร้าวเหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทำให้เธอแทบสิ้นสติ โม่เยี่ยนเฉิงชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ที่เขาเพิ่งทำลายลง แต่แรงอารมณ์ที่ถูกยาขับเคลื่อนทำให้เขาหยุดตัวเองไม่ได้ "อ๊ะ!..อื้ออออ!..." ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาบดขยี้ริมฝีปากเธอจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความรุนแรงและป่าเถื่อน ราวกับต้องการจะทำลายร่างนี้ให้แหลกคามือ ความเจ็บปวดที่ได้รับในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านอย่างรวดเร็ว ลู่เหม่ยในร่างมู่หรงเสวี่ยพยายามจะผลักไสแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ แต่ปลายนิ้วของเธอกลับจิกเกร็งลงบนบ่าแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ฤทธิ์ยาปลุกอารมณ์ที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ให้เป็นมรดกบาปกำลังออกฤทธิ์เล่นงานเธออย่างรุนแรง “อ๊ะ!...อ่าาา!...” เสียงของเธอพร่าสั่น ไม่ใช่เพียงเพราะความเจ็บ แต่เพราะความรุ่มร้อนที่ม้วนตัวอยู่ในท้องน้อย ทุกครั้งที่เขากระแทกกายเข้าหา ร่างกายของเธอจะตอบสนองด้วยการบีบรัดอย่างลืมตัว ความขัดแย้งระหว่างสมองที่อยากจะหนีกับร่างกายที่โหยหาการเติมเต็มทำให้ลู่เหม่ยรู้สึกสับสน โม่เยี่ยนเฉิงที่เคยตั้งมั่นว่าจะมอบเพียงความเจ็บช้ำให้หญิงสาวใต้ร่างกลับต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงครางกระเส่าที่หวานล้ำ ดวงตาที่เคยมืดมิดด้วยความโกรธเริ่มพร่าเลือนด้วยความต้องการที่แท้จริง กลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นปนกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ จากตัวเธอกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน “เธอมันผู้หญิงแพศยา... มู่หรงเสวี่ย” เขาคำรามลอดไรฟัน ทว่าน้ำเสียงกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังเหมือนก่อนหน้า เขาโน้มตัวลงมาบดจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับแฝงไปด้วยความเร่าร้อนที่พยายามจะสูบวิญญาณของเธอออกไป “อื้อออ...” ลู่เหม่ยครางในลำคอ เธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย เธอขยับสะโพกตอบรับจังหวะที่ดุดันของเขาอย่างลืมตัว มือที่เคยผลักไสเปลี่ยนมาโอบกอดรอบลำคอหนา กดใบหน้าของเขาให้ลงมาดูดกลืนเต้าอวบของเธอ “อ๊ะ!...เสียว...แรงอีกนิด” คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง โม่เยี่ยนเฉิงคำรามอย่างพึงพอใจ เขาเร่งจังหวะกระแทกให้เร็วขึ้นอีก เสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงเนื้อกระทบกันดังก้อไปทั่วห้อง สู้กับเสียงสายฟ้าที่ยังคงคำรามอยู่ด้านนอก โม่เยี่ยนเฉิงในยามนี้ไม่ต่างจากอสูรร้ายที่หิวโหย จังหวะที่เคยดุดันเริ่มเปลี่ยนเป็นความหนักหน่วงและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ “อ๊ะ... อ่า... แรงเกินไป... เบาๆ หน่อย...” ลู่เหม่ยครางพึมพำ ใบหน้าของเธอเหยเกด้วยความเสียวซ่านที่ท่วมท้นจนรับไม่ไหว สติของเธอพร่าเลือนจนแยกไม่ออกว่านี่คือความจริงหรือความฝัน “พอเหรอ? มันยังไม่จบหรอกมู่หรงเสวี่ย ในเมื่อเธออยากเป็นเมียมาฉันนัก ฉันก็จะให้เธอเป็น... เป็นจนกว่าเธอจะคลานลงจากเตียงไม่ไหว!” ชายหนุ่มพลิกร่างบางให้หันหลังในท่าคลานเข่า เพียงเสี้ยววินาที ความร้อนผ่าวจากกายแกร่งก็ทาบทับลงมาอีกครั้ง เขาจิกเส้นผมสลวยของเธอให้แหงนหน้าขึ้นรับจูบที่เร่าร้อนทางอ้อม ก่อนจะโถมกายเข้าใส่จากทางด้านหลังอย่างหนักหน่วง “อ๊ะ! ... จุก!... ฉันจุก!... มันลึกไป!” ลู่เหม่ยซบหน้าลงกับหมอน จิกเล็บลงบนที่นอนจนผ้าปูยับย่น ร่างกายของเธอสั่นสะท้านตามแรงอารมณ์ที่คนข้างกลังปรนเปรอให้ ทุกครั้งที่เขาขยับกาย ความเป็นชายที่แข็งขึงและใหญ่โตกลับดูเหมือนจะขยายขนาดขึ้นตามแรงราคะ เขาบดเบียดสะโพกสอบเข้าหาความคับแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ บทรักรอบแรกจบลงด้วยเสียงคำรามลั่นของชายหนุ่ม พร้อมกับหยาดน้ำรักที่อุ่นวาบซัดสาดเข้าสู่กายสาวจนล้นปรี่ ลู่เหม่ยฟุบหน้าลงอย่างหมดแรง ลมหายใจของเธอขาดห้วง ร่างกายทุกส่วนปวดร้าวราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ทว่า... ฝันร้ายที่แสนหวานนี้กลับยังไม่สิ้นสุด เพียงแค่โม่เยี่ยนเฉิงถอนกายออกไปได้ไม่ถึงนาที เขากลับมองดูร่างเปลือยเปล่าที่ขาวโพลนตัดกับรอยรักสีกุหลาบทั่วตัวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความเกลียดชังในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความลุ่มหลงที่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับ กลิ่นกายของมู่หรงเสวี่ยในตอนนี้ช่างหอมยั่วยวนกว่าครั้งไหนๆ หญิงสาวพยายามจะดึงผ้าห่มมาปิดบังร่างกาย เมื่อเห็นสายตาหื่นกระหาย แต่กลับถูกมือหนารวบข้อมือไว้แล้วกดลงกับเตียงอีกครั้ง "อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะจบง่ายๆ ” สายตาคมกริบจ้องมองยอดอกสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาไม่รอช้าที่จะก้มลงครอบครองมันอีกครั้ง ลู่เหม่ยพยายามดิ้นรนแต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างน่าอาย เธอเผลอแอ่นกายเข้าหาลิ้นร้อนที่ตวัดระรัวบนยอดอก “อื้อออ... ไม่นะ... ฮึก... ร่างกายมัน...” “ร่างกายเธอมันร่านยังไงละ มู่หรงเสวี่ย” โม่เยี่ยนเฉิงกระซิบชิดใบหู ก่อนจะแยกขาเรียวสวยออกกว้าง แล้วแทรกตัวเข้าไปสัมผัสกับจุดอ่อนไหวที่ยังคงชุ่มฉ่ำและบวมแดงจากศึกคราแรก บทรักรอบที่สองและสามตามมาอย่างต่อเนื่อง โม่เยี่ยนเฉิงเปลี่ยนท่วงท่าไปตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทั้งอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกให้ขาเรียวเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น จังหวะที่เขากระแทกกระทั้นในแนวตั้งทำให้ลู่เหม่ยรู้สึกเสียวซ่านถึงที่สุด “อ่าาา!... ฉันไม่ไหวแล้ว... ฮือออ... ปล่อยฉันไปที...” เธอกระซิบเสียงแผ่ว น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ถึงขีดสุด แต่มาเฟียหนุ่มกลับไม่นำพา เขาบดจูบปิดปากเธอเพื่อกลืนกินเสียงอ้อนวอน แรงอารมณ์ของเขาดูจะไร้ขีดจำกัด เขากระแทกกายเข้าหาความอ่อนนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงเตียงไม้ราคาแพงดังเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะที่ดุดัน สลับกับเสียงหายใจหอบกระเส่าที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว จนกระทั่งรุ่งสางความรุ่มร้อนภายในห้องถึงได้เริ่มมอดดับลง โม่เยี่ยนเฉิงกระแทกกายเป็นจังหวะสุดท้ายอย่างรุนแรง ก่อนจะปลดปล่อยลาวาร้อนระอุเข้าสู่ร่างกายของหญิงสาวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่ทราบได้ เขาทรุดตัวลงทับร่างบางที่บัดนี้แน่นิ่งไปแล้ว โม่เยี่ยนเฉิงมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเคยตราหน้าว่าแพศยา บัดนี้กลับดูบริสุทธิ์และน่าสงสารอย่างประหลาด คราบน้ำตายังคงเกาะอยู่ที่หางตาของเธอ รอยช้ำที่เขาฝากไว้ทั่วเรือนร่างทำให้ใจที่เคยแข็งกระด้างของมาเฟียหนุ่มกระตุกวูบ “สำออย...” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ก่อนจะลุกออกจากเตียงหยิบกางเกงขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองตอนที่ 10 ศัตรูของสามีหลายวันผ่านไปมู่หรงเสวี่ยใช้ชีวิตอยู่ในตึกเล็กราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก ราวกับว่าเธอได้หายสาบสูญไปจากชีวิตของมาเฟียหนุ่มแล้วจริงๆ เธอใช้เวลาเกือบสิบวันเต็มขลุกอยู่แต่ในห้อง บนโต๊ะที่เธอใช้นั่งทำงานเต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับหยก“นายหญิงทานมื้อเที่ยงค่ะ” อาเจินยกถาดอาหารเข้ามาด้วยใบกน้าบึ้งตึงมู่หรงเสวี่ยวางปากกาวาดแบบลง พลางบิดขี้เกียจ “ขอบใจ... อ้อ วันนี้บอกคนเตรียมรถให้ฉันด้วย”อาเจินวางถาดอาหารลงบนโต๊ะเสียงดัง จนน้ำแกงกระฉอกออกมาเลอะขอบชาม ใบหน้าของสาวใช้แง่งอนและบึ้งตึงอย่างปิดไม่มิด เธอจัดถ้วยชามด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น“จะไปไหนอีกล่ะคะ?... อยู่เงียบๆ ไม่เป็นหรือไง ท้ายคฤหาสน์นี่ก็ไกล ลำบากดิฉันต้องเดินไปเดินมา” อาเจินบ่นอุบอิบในลำคอ แต่ก็ดังพอที่จะให้คนข้างๆ ได้ยินมู่หรงเสวี่ยปรายตามองสาวใช้ด้วยสายตาเรียบนิ่ง เธอไม่ได้แผดเสียงด่าเหมือนเมื่อก่อน แต่นั่นกลับทำให้อาเจินรู้สึกชาวาบไปทั้งสันหลังอย่างประหลาด“ถ้าลำบากมาก... วันหลังเธอก็ไม่ต้องเดินมา ฉันจัดการตัวเองได้”อาเจินเม้มริมฝีปากแน่น กระทืบเท้าเบาๆ ก่อนจะเดินสะบัดก้นออกจากห้องไป ปากก็พึมพำบ่นพึมพำเบา
ตอนที่ 9 พายุหึงคืนนั้น มู่หรงเสวี่ยกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลโม่เกือบห้าทุ่ม เมื่อผ่านตึกใหญ่ที่มืดสลัว เธอหวังจะรีบกลับไปพักผ่อนที่ตึกเล็ก“ไปไหนมา!”เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังมาจากเงามืดตรงพุ่มไม้ มู่หรงเสวี่ยชะงักกึก หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉยโม่เยี่ยนเฉิงก้าวออกมาจากเงามืด ในมือมีแก้วบรั่นดีที่พร่องไปกว่าครึ่ง เขาไม่ได้ใส่สูท แต่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้าง“เรื่องของฉัน” มู่หรงเสวี่ยตอบเสียงเย็น พลางก้าวเดินต่อหมายจะผ่านหน้าเขาไปหมับ!มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นทำให้เธอต้องนิ่วหน้า “เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?!"มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอไม่มีความกลัว มีเพียงความเบื่อหน่าย “คุณโม่เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าฉันไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของคุณ พวกเราต่างคนต่างอยู่ ฉันจะไปไหน ทำอะไร มันก็เรื่องของฉัน เหมือนกับที่คุณจะพาเถียนเซียงไปไหนต่อไหน ฉันก็ไม่เคยยุ่ง”“เธอประชดฉันงั้นเหรอ?” โม่เยี่ยนเฉิงบีบข้อมือเธอแรงขึ้นจนผิวขาวเริ่มขึ้นรอยแดง “ที่แท้ที่ทำเป็นเงียบไป เพราะจะเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีนี้สินะ”“ฉั
ตอนที่ 8 หัวใจที่ถูกสั่นคลอนตลอดทั้งสัปดาห์ เถียนเซียงพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่สวยแต่รูป เธอทำงานอย่างขยันขันแข็ง คอยช่วยเฉินอวี่จัดระเบียบเอกสารสำคัญต่างๆ มากมาย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ดอกมะลิที่ติดตัวเธอทำให้ห้องทำงานที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ดูสดชื่นขึ้นโม่เยี่ยนเฉิงเริ่มเสพติดการมีเธออยู่ใกล้ๆ ไม่ว่าเขาจะไปประชุมที่ท่าเรือ หรือไปตรวจความเรียบร้อยที่โกดังสินค้า เขามักจะสั่งให้เถียนเซียงติดตามไปด้วยเสมอ ในสายตาของคนภายนอก เถียนเซียงกลายเป็นคนโปรดของมาเฟียหนุ่มไปเสียแล้ว“คุณโม่คะ... วันนี้ต้องไปที่กาสิโนก่อนตอนทุ่มตรงค่ะ” เถียนเซียงเดินมารายงานตารางงานพร้อมสมุดจดเล่มเล็กในมือโม่เยี่ยนเฉิงเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกา “วันนี้เธอต้องไปกับฉันด้วย”เถียนเซียงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาโตสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่อาจซ่อนเร้น มือที่ถือสมุดจดสั่นเทาจนสังเกตได้ชัด ภาพความทรงจำอันเลวร้ายที่เธอพยายามจะฝังกลบไว้ก็ผุดพรายขึ้นมาดั่งฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนโม่เยี่ยนเฉิงวางแก้วกาแฟลง กิริยาของหญิงสาวตรงหน้าทำให้เขาเดาออกได้ไม่ยากว่าเธอกำลังกลัวอะไร ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อสารเลวของเธอคงจะย้อนกลับม
ตอนที่ 7 เมินเฉยเช้าวันรุ่งขึ้น มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นจากเตียงสามฟุตครึ่งภายในห้องเล็กท้ายคฤหาสน์ เธอสั่งให้อาเจินขนของย้ายมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน แม้สภาพร่างกายจะย่ำแย่จนแทบไม่อยากขยับตัว แต่เธอก็ต้องฝืนใจลุกขึ้นมาแต่งตัว ใบหน้าที่สะท้อนในกระจกดูซีดเซียว“ไอ้เลว! ไอ้คนหน้าเลือด!...” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พลางมองดูรอยช้ำที่ตัดกับผิวขาวจัดบนลำคอและหน้าอกเธอกัดฟันหยิบตลับแป้งราคาแพงขึ้นมา พอกทับลงบนลำคอระหงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อกลบรอยขบเม้มสีกุหลาบ เมื่อมั่นใจว่าร่องรอยถูกปกปิดจนเนียนกริบ มู่หรงเสวี่ยจึงหยิบชุดกี่เพ้าผ้าไหมซาตินสีน้ำเงินเข้มขลิบทองออกมาสวมใส่ ตัวชุดตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งที่เย้ายวนใจ แต่ทว่าดูสวยสง่าด้วยคอเสื้อที่ตั้งสูงปิดมิดชิดถึงลำคอ หญิงสาวรวบผมยาวสลวยขึ้นไปม้วนเป็นมวยต่ำไว้ที่ท้ายทอยก่อนจะปักด้วยปิ่นทองประดับมุกแท้ที่ดูเรียบแต่แพงระยับ ใบหน้าที่เคยดูซีดเซียวถูกเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศ เธอเขียนคิ้วให้โก่งเรียวรับกับดวงตาหงส์ที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว และจบด้วยการทาริมฝีปากสีแดงก่ำราวกับกลีบกุหลาบป่าเธอมองตัวเองในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหยิบกร

















