Masukลู่เหม่ยตื่นขึ้นมาในร่างนางร้ายสมองกลวงที่จบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาลบ้า เพียงเพราะหลงรักผู้ชายเย็นชาอย่างโม่เยี่ยนเฉิง แต่ชีวิตใหม่ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมจบชีวิตเหมือนในนิยายเด็ดขาด!
Lihat lebih banyakตอนที่ 1 ความจริงหรือความฝัน
“เฮ้อ!...ทำไมจุดจบของมู่หรงเสวี่ยถึงต้องอนาถขนาดนี้ด้วยนะ” ลู่เหม่ยปิดหนังสือนิยายปกแข็งเล่มหนาชื่อ ‘บ่วงรักมาเฟียเซี่ยงไฮ้’ ลงด้วยความรู้สึกหน่วงในอก เธอทอดถอนใจออกมาท่ามกลางความเงียบเชียบของห้องนอนสี่เหลี่ยมแคบๆ ในกรุงปักกิ่ง แม้ในเรื่อง มู่หรงเสวี่ยจะเป็นนางร้ายสมองกลวงที่ทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองพระเอกอย่าง โม่เยี่ยนเฉิง มาเฟียหนุ่มผู้เย็นชาและโหดเหี้ยม แต่ท้ายที่สุดเธอกลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนบ้า และต้องจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวในโรงพยาบาลบ้า ลู่เหม่ยคิดว่าบทของมู่หรงเสวี่ยวยังไม่ร้ายรุนแรงถึงขั้นต้องจบชีวิตลงแบบนี้ มู่หรงเสวี่ยก็แค่ผู้หญิงที่รักคนผิด... รักคนที่ไม่มีหัวใจ "ถ้าเป็นฉัน...ฉันจะหนีไปให้ไกล ไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นทำลายชีวิตจนย่อยยับแบบนี้แน่" เปลือกตาของลู่เหม่ยเริ่มหนักอึ้ง ความเหนื่อยล้าจากการโหมงานหนักและการอ่านนิยายรวดเดียวจบทำให้สติของเธอค่อยๆ ดับวูบไป พร้อมกับเสียงฝนที่เริ่มพัดกระหน่ำอยู่ริมหน้าต่าง เปรี้ยง! เสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นจนร่างของลู่เหม่ยสะดุ้งสุดตัว เธอพยายามจะลืมตา แต่กลับรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงปนกับกลิ่นเหล้าแรงจัดลอยมาเตะจมูกชวนให้มึนงง และแรงบีบมหาศาลที่ข้อมือก็ทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด “เธอกล้ามากนะมู่หรงเสวี่ยที่ใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้กับฉัน!” เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ดังอยู่เหนือร่าง ลู่เหม่ยพยายามลืมตาขึ้น ก่อนดวงตาจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ดูหล่อเหลาราวกับพระเอกในซีรีส์จีนจอตั้ง แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง “คุณเป็นใคร?...อ่า!...” ลู่เหม่ยพึมพำ แต่เพียงแค่เธออ้าปาก ความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาจากกึ่งกลางกายกลับทำให้เธอหลุดเสียงครางที่น่าอายออกมาแทน โม่เยี่ยนเฉิงมองหญิงสาวใต้ร่างด้วยสายตาเหยียดหยาม ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดงสดที่เธอจงใจสวมใส่เพื่อยั่วยวนเขา ช่างมันตัดกับผิวขาวจัดที่ตอนนี้ขึ้นสีระเรื่อเพราะฤทธิ์ยา ที่เจ้าของร่างดื่มเพื่อปลุกความกล้าในตัวเอง “ในเมื่อเธออยากได้ฉันจนตัวสั่น จนต้องพึ่งยาชั้นต่ำแบบนี้ ฉันก็จะจัดให้! แต่จำไว้นะมู่หรงเสวี่ย... อย่าหวังว่าฉันจะรักผู้หญิงอย่างเธอ!” แคว่ก! "กรี๊ดด!" ลู่เหม่ยกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อมือหนากระชากชุดนอนสายเดี่ยวของเธอจนขาดวิ่น เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่ ความเย็นจากแอร์ปะทะผิวสาวทำให้ยอดปทุมถันสีหวานชูชันอย่างเชิญชวน โม่เยี่ยนเฉิงคำรามในลำคออย่างหมดความอดทน เขาฝังใบหน้าลงซุกไซร้ดูดกลืนรสหวานจากยอดอกสองเต้าอวบ เขาทั้งดูดทั้งบีบเค้นทำให้ลู่เหม่ยดิ้นรนอย่างสับสน “อ๊ะ! อย่าทำ...” “อย่าทำงั้นเหรอ? เธอเป็นคนวางยาฉันเองนะ! เพราะฉะนั้นเธอต้องรับผิดชอบ!” เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ก่อนจะใช้ริมฝีปากร้อนผ่าวฉกชิงความหวานจากยอดอกสีหวานอย่างตะกรุมตะกราม ลู่เหม่ยแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว ความเจ็บปนความเสียวซ่านทำให้สมองของเธอขาวโพลนไปหมด โม่เยี่ยนเฉิงไม่รอช้า เขาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะแทรกกายเข้ามาท่ามกลางความคับแน่นอย่างป่าเถื่อนโดยไม่มีการเบิกทางใดๆ “กรี๊ดดด! เจ็บ... ฉันเจ็บ! เอาออกไป!” ลู่เหม่ยน้ำตาไหลพราก ความเจ็บปวดรวดร้าวเหมือนร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ทำให้เธอแทบสิ้นสติ โม่เยี่ยนเฉิงชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ที่เขาเพิ่งทำลายลง แต่แรงอารมณ์ที่ถูกยาขับเคลื่อนทำให้เขาหยุดตัวเองไม่ได้ "อ๊ะ!..อื้ออออ!..." ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาบดขยี้ริมฝีปากเธอจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ สัมผัสของเขาเต็มไปด้วยความรุนแรงและป่าเถื่อน ราวกับต้องการจะทำลายร่างนี้ให้แหลกคามือ ความเจ็บปวดที่ได้รับในคราแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านอย่างรวดเร็ว ลู่เหม่ยในร่างมู่หรงเสวี่ยพยายามจะผลักไสแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ แต่ปลายนิ้วของเธอกลับจิกเกร็งลงบนบ่าแกร่งเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ฤทธิ์ยาปลุกอารมณ์ที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ให้เป็นมรดกบาปกำลังออกฤทธิ์เล่นงานเธออย่างรุนแรง “อ๊ะ!...อ่าาา!...” เสียงของเธอพร่าสั่น ไม่ใช่เพียงเพราะความเจ็บ แต่เพราะความรุ่มร้อนที่ม้วนตัวอยู่ในท้องน้อย ทุกครั้งที่เขากระแทกกายเข้าหา ร่างกายของเธอจะตอบสนองด้วยการบีบรัดอย่างลืมตัว ความขัดแย้งระหว่างสมองที่อยากจะหนีกับร่างกายที่โหยหาการเติมเต็มทำให้ลู่เหม่ยรู้สึกสับสน โม่เยี่ยนเฉิงที่เคยตั้งมั่นว่าจะมอบเพียงความเจ็บช้ำให้หญิงสาวใต้ร่างกลับต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงครางกระเส่าที่หวานล้ำ ดวงตาที่เคยมืดมิดด้วยความโกรธเริ่มพร่าเลือนด้วยความต้องการที่แท้จริง กลิ่นกายสาวที่หอมกรุ่นปนกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ จากตัวเธอกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชน “เธอมันผู้หญิงแพศยา... มู่หรงเสวี่ย” เขาคำรามลอดไรฟัน ทว่าน้ำเสียงกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชังเหมือนก่อนหน้า เขาโน้มตัวลงมาบดจูบที่ริมฝีปากอวบอิ่มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับแฝงไปด้วยความเร่าร้อนที่พยายามจะสูบวิญญาณของเธอออกไป “อื้อออ...” ลู่เหม่ยครางในลำคอ เธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย เธอขยับสะโพกตอบรับจังหวะที่ดุดันของเขาอย่างลืมตัว มือที่เคยผลักไสเปลี่ยนมาโอบกอดรอบลำคอหนา กดใบหน้าของเขาให้ลงมาดูดกลืนเต้าอวบของเธอ “อ๊ะ!...เสียว...แรงอีกนิด” คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง โม่เยี่ยนเฉิงคำรามอย่างพึงพอใจ เขาเร่งจังหวะกระแทกให้เร็วขึ้นอีก เสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงเนื้อกระทบกันดังก้อไปทั่วห้อง สู้กับเสียงสายฟ้าที่ยังคงคำรามอยู่ด้านนอก โม่เยี่ยนเฉิงในยามนี้ไม่ต่างจากอสูรร้ายที่หิวโหย จังหวะที่เคยดุดันเริ่มเปลี่ยนเป็นความหนักหน่วงและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ “อ๊ะ... อ่า... แรงเกินไป... เบาๆ หน่อย...” ลู่เหม่ยครางพึมพำ ใบหน้าของเธอเหยเกด้วยความเสียวซ่านที่ท่วมท้นจนรับไม่ไหว สติของเธอพร่าเลือนจนแยกไม่ออกว่านี่คือความจริงหรือความฝัน “พอเหรอ? มันยังไม่จบหรอกมู่หรงเสวี่ย ในเมื่อเธออยากเป็นเมียมาฉันนัก ฉันก็จะให้เธอเป็น... เป็นจนกว่าเธอจะคลานลงจากเตียงไม่ไหว!” ชายหนุ่มพลิกร่างบางให้หันหลังในท่าคลานเข่า เพียงเสี้ยววินาที ความร้อนผ่าวจากกายแกร่งก็ทาบทับลงมาอีกครั้ง เขาจิกเส้นผมสลวยของเธอให้แหงนหน้าขึ้นรับจูบที่เร่าร้อนทางอ้อม ก่อนจะโถมกายเข้าใส่จากทางด้านหลังอย่างหนักหน่วง “อ๊ะ! ... จุก!... ฉันจุก!... มันลึกไป!” ลู่เหม่ยซบหน้าลงกับหมอน จิกเล็บลงบนที่นอนจนผ้าปูยับย่น ร่างกายของเธอสั่นสะท้านตามแรงอารมณ์ที่คนข้างกลังปรนเปรอให้ ทุกครั้งที่เขาขยับกาย ความเป็นชายที่แข็งขึงและใหญ่โตกลับดูเหมือนจะขยายขนาดขึ้นตามแรงราคะ เขาบดเบียดสะโพกสอบเข้าหาความคับแน่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ บทรักรอบแรกจบลงด้วยเสียงคำรามลั่นของชายหนุ่ม พร้อมกับหยาดน้ำรักที่อุ่นวาบซัดสาดเข้าสู่กายสาวจนล้นปรี่ ลู่เหม่ยฟุบหน้าลงอย่างหมดแรง ลมหายใจของเธอขาดห้วง ร่างกายทุกส่วนปวดร้าวราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ทว่า... ฝันร้ายที่แสนหวานนี้กลับยังไม่สิ้นสุด เพียงแค่โม่เยี่ยนเฉิงถอนกายออกไปได้ไม่ถึงนาที เขากลับมองดูร่างเปลือยเปล่าที่ขาวโพลนตัดกับรอยรักสีกุหลาบทั่วตัวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความเกลียดชังในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความลุ่มหลงที่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับ กลิ่นกายของมู่หรงเสวี่ยในตอนนี้ช่างหอมยั่วยวนกว่าครั้งไหนๆ หญิงสาวพยายามจะดึงผ้าห่มมาปิดบังร่างกาย เมื่อเห็นสายตาหื่นกระหาย แต่กลับถูกมือหนารวบข้อมือไว้แล้วกดลงกับเตียงอีกครั้ง "อย่าเพิ่งคิดว่ามันจะจบง่ายๆ ” สายตาคมกริบจ้องมองยอดอกสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา เขาไม่รอช้าที่จะก้มลงครอบครองมันอีกครั้ง ลู่เหม่ยพยายามดิ้นรนแต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างน่าอาย เธอเผลอแอ่นกายเข้าหาลิ้นร้อนที่ตวัดระรัวบนยอดอก “อื้อออ... ไม่นะ... ฮึก... ร่างกายมัน...” “ร่างกายเธอมันร่านยังไงละ มู่หรงเสวี่ย” โม่เยี่ยนเฉิงกระซิบชิดใบหู ก่อนจะแยกขาเรียวสวยออกกว้าง แล้วแทรกตัวเข้าไปสัมผัสกับจุดอ่อนไหวที่ยังคงชุ่มฉ่ำและบวมแดงจากศึกคราแรก บทรักรอบที่สองและสามตามมาอย่างต่อเนื่อง โม่เยี่ยนเฉิงเปลี่ยนท่วงท่าไปตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทั้งอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกให้ขาเรียวเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น จังหวะที่เขากระแทกกระทั้นในแนวตั้งทำให้ลู่เหม่ยรู้สึกเสียวซ่านถึงที่สุด “อ่าาา!... ฉันไม่ไหวแล้ว... ฮือออ... ปล่อยฉันไปที...” เธอกระซิบเสียงแผ่ว น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ถึงขีดสุด แต่มาเฟียหนุ่มกลับไม่นำพา เขาบดจูบปิดปากเธอเพื่อกลืนกินเสียงอ้อนวอน แรงอารมณ์ของเขาดูจะไร้ขีดจำกัด เขากระแทกกายเข้าหาความอ่อนนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงเตียงไม้ราคาแพงดังเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะที่ดุดัน สลับกับเสียงหายใจหอบกระเส่าที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว จนกระทั่งรุ่งสางความรุ่มร้อนภายในห้องถึงได้เริ่มมอดดับลง โม่เยี่ยนเฉิงกระแทกกายเป็นจังหวะสุดท้ายอย่างรุนแรง ก่อนจะปลดปล่อยลาวาร้อนระอุเข้าสู่ร่างกายของหญิงสาวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่ทราบได้ เขาทรุดตัวลงทับร่างบางที่บัดนี้แน่นิ่งไปแล้ว โม่เยี่ยนเฉิงมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเคยตราหน้าว่าแพศยา บัดนี้กลับดูบริสุทธิ์และน่าสงสารอย่างประหลาด คราบน้ำตายังคงเกาะอยู่ที่หางตาของเธอ รอยช้ำที่เขาฝากไว้ทั่วเรือนร่างทำให้ใจที่เคยแข็งกระด้างของมาเฟียหนุ่มกระตุกวูบ “สำออย...” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา ก่อนจะลุกออกจากเตียงหยิบกางเกงขึ้นมาสวมใส่ แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองตอนที่ 27 บทสรุปความรักหกปีต่อมาคฤหาสน์ตระกูลโม่ตอนนี้เต็มไปด้วยความพังพินาศ เพราะฝีมือของคู่แฝดจอมป่วนวัยหกขวบครึ่ง“อวี้หลง! เว่ยเฉิง! อย่าวิ่งบนบันได!” เสียงหวานของมู่หรงเสวี่ยดังสะท้อนไปทั่วโถงกว้างของคฤหาสน์แต่ดูเหมือนคำสั่งของผู้เป็นแม่จะเป็นเพียงลมพัดผ่านหูของเจ้าสองแสบ ร่างเล็กในเอี๊ยมผ้ายีนส์สองร่างกำลังวิ่งไล่กวดกันลงมาจากบันไดวนอย่างน่าหวาดเสียวโม่หยางอวี้หลง แฝดผู้พี่ที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากโม่เยี่ยนเฉิงราวกับพิมพ์เดียว แววตาคมกริบดูเจ้าเล่ห์เกินวัย ในมือถือกระบี่ไม้ที่เพิ่งจะฟาดแจกันสมัยราชวงศ์หมิงแตกไปเมื่อเช้า ส่วนโม่เว่ยเฉิง แฝดผู้น้องที่มีดวงตาหวานลึกล้ำเหมือนมารดาแต่แฝงไปด้วยความแสบสันไม่แพ้พี่ชายกำลังถือปืนฉีดน้ำรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำเข้าจากต่างประเทศยิงใส่พี่ชาย“หม่ามี้จับพวกเราไม่ได้หรอกครับ!” อวี้หลงตะโกนพลางกระโดดข้ามพนักโซฟาหนังราคาแพงอย่างคล่องแคล่วมู่หรงเสวี่ยยืนกุมขมับอยู่กลางห้องโถง ใบหน้าสวยเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธปนเหนื่อยใจ“ถ้ายังไม่หยุดแม่จะตีจริงๆ แล้วนะ!”คำขู่สุดท้ายดูจะมีผล พี่น้องฝาแฝดชะงักกึกพร้อมกัน ทั้งคู่หันมามองมารดาตาแป๋วแว๋ว ที่ใครเห
ตอนที่ 26 ความเจ็บที่คุ้มค่า7เดือนต่อมาวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยามนี้มู่หรงเสวี่ยตั้งครรภ์ได้ย่างเข้าเดือนที่เก้าแล้ว หน้าท้องที่เคยแบนราบบัดนี้โย้ล้ำออกมาอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีเด็กน้อยถึงสองคนอาศัยอยู่ภายใน ทว่าความอวบอัดที่เพิ่มขึ้นกลับไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม ผิวพรรณของเธอกลับผุดผ่องเป็นยองใยราวหยกเนื้อดีที่ได้รับการขัดเกลาจนขึ้นเงา เธอดูสวยสะพรั่งราวกับดอกโบตั๋นที่กำลังเบ่งบานเต็มที่“เสวี่ยเอ๋อร์...บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเดินเร็ว”เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่รีบก้าวเข้ามาประคองเอวภรรยาอย่างรวดเร็ว โม่เยี่ยนเฉิงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอออกสองเม็ด ดูเผินๆ เหมือนชายหนุ่มผู้ใจดีหากไม่นับสายตาคมกริบที่คอยกวาดมองคนใช้รอบกายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อถ้าใครทำอะไรให้เมียเขาขัดใจ“คุณโม่คะ... ฉันแค่จะเดินไปหาคุณพ่อที่ศาลาในสวนเองนะ ระยะทางไม่ถึงสามสิบก้าวด้วยซ้ำ” มู่หรงเสวี่ยถอนหายใจยาว พลางอมยิ้มขำกับท่าทางของสามี“ก้าวเดียวก็ไม่ได้ ถ้าเธอหน้ามืดล้มลงไปจะทำอย่างไร” เขาบ่นงึมงำ แต่กระนั้นมือหนาก็ยังค่อย
ตอนที่ 25 หมั่นไส้ลูกเขยเช้าวันต่อมา ณ ห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเซี่ยงไฮ้ มู่หยวนที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมาเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากลูกเขย“อะไรนะ! แฝดงั้นรึ?!...นายพูดจริงใช่ไหม? ไม่ได้หลอกคนแก่อย่างฉันให้ดีใจเล่นนะ!”โม่เยี่ยนเฉิงเดินเข้าไปยืนข้างเตียง “จริงครับคุณพ่อ หมอจางยืนยันแล้วว่าเสวี่ยเอ๋อร์ท้องลูกแฝด”“ฮ่าๆๆ! สวรรค์! ฉันกำลังจะมีหลานทีเดียวถึงสองคน!” มู่หยวนหัวเราะจนตัวโยน น้ำตาแห่งความดีใจรินไหลออกมา “เสวี่ยเอ๋อร์... มาหาพ่อใกล้ๆ สิลูก”มู่หรงเสวี่ยเดินเข้าไปกุมมือบิดา “คุณพ่อคะ ใจเย็นๆ ค่ะ เดี๋ยวก็เจ็บแผลอีกหรอก”“เจ็บก็ช่างมัน! ตอนแรกพ่อกังวลว่าชีวิตนี้จะไม่ได้เห็นหลาน แต่ตอนนี้... พ่อนอนตายตาหลับแล้วล่ะ”“อย่าพูดเรื่องความตายสิคะคุณพ่อ” เธอตำหนิเสียงอ่อน “คุณพ่อต้องรีบหาย จะได้ช่วยหนูเลี้ยงหลาน สองคนเลยนะ คุณพ่อไหวไหม?”“ไหวสิ! ต่อให้หนูมีอีกสิบคนพ่อก็ไหว!” มู่หยวนหันไปทางลูกเขย แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “เยี่ยนเฉิง... จากนี้ไป แกต้องดูแลเสวี่ยเอ๋อร์ให้ดี ถ้าฉันรู้ว่าแกทำลูกฉันเสียใจอีกแม้แต่นิดเดียว หรือทำให้หลานฉันต้องกระทบกระเทือน...ฉันจะ
ตอนที่ 24 อาการประหลาดหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ณ คฤหาสน์ตระกูลโม่สถานการณ์ดูจะแย่ลงกว่าเดิม โม่เยี่ยนเฉิงไม่สามารถเข้าไปทำงานที่บริษัทได้เต็มเวลาอย่างเคย เพราะเขามีอาการคลื่นไส้อาเจียนทุกเช้า จนแทบจะเดินไม่ไหวในห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มู่หรงเสวี่ยนั่งรับประทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย เธอตักโจ๊กปลาเนื้อนุ่มเข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างมีความสุขทว่าฝั่งตรงข้าม โม่เยี่ยนเฉิงกลับนั่งนิ่ง มือของเขากำช้อนแน่นจนสั่น แววตาจ้องมองชามโจ๊กเหมือนจ้องมองระเบิดเวลา เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นตามไรผม“คุณไม่ทานเหรอคะ? เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก” มู่หรงเสวี่ยถามพลางตักเนื้อปลาเข้าปาก“เธอกินเข้าไปได้ยังไง ปลาเหม็นคาวขนาดนี้”“คุณเป็นอะไรของคุณเนี่ย หลายวันมานี้เอาแต่ทำตัวประหลาด ทานอะไรก็ไม่ได้ นี่ปลาเก๋าแดงอย่างดี และฉันก็เป็นคนลงมือทำมื้อเช้าเองจะเหม็นคาวได้อย่างไร?...จมูกคุณเน่าหรือเปล่า?” มู่หรงเสวี่ยเริ่มฉุนนิด ๆและอีกหนึ่งอาการประหลาดของโม่เยี่ยนเฉิงจะสงบลงได้ก็ต่อเมื่อ เขาได้ซุกใบหน้าลงกับหน้าท้องเนียนของภรรยาและสูดดมกลิ่นกายของเธอ เขาบอกว่ากลิ่นของเธอคือสิ่งเดียวในโลกที่ยังหอมสำหรับเขา“อึก... แหวะ!” โม
ตอนที่ 19 หลงเมียโม่เยี่ยนเฉิงผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง เขามองใบหน้าสวยที่แดงก่ำและลมหายใจที่หอบถี่ของภรรยาด้วยสายตาของผู้ชนะ “เห็นไหมเสวี่ยเอ๋อร์... ร่างกายของเธอมันจำฉันได้ดีกว่าสมองของเธอเสียอีก”เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหง ลากต่ำลงมายังเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ ชุดผ้าไหมถูกมื
ตอนที่ 9 พายุหึงคืนนั้น มู่หรงเสวี่ยกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลโม่เกือบห้าทุ่ม เมื่อผ่านตึกใหญ่ที่มืดสลัว เธอหวังจะรีบกลับไปพักผ่อนที่ตึกเล็ก“ไปไหนมา!”เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังมาจากเงามืดตรงพุ่มไม้ มู่หรงเสวี่ยชะงักกึก หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉยโม่เยี่ยนเฉิงก้าวออกมาจากเงามืด
ตอนที่ 8 หัวใจที่ถูกสั่นคลอนตลอดทั้งสัปดาห์ เถียนเซียงพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงที่สวยแต่รูป เธอทำงานอย่างขยันขันแข็ง คอยช่วยเฉินอวี่จัดระเบียบเอกสารสำคัญต่างๆ มากมาย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ดอกมะลิที่ติดตัวเธอทำให้ห้องทำงานที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ดูสดชื่นขึ้นโม่เยี่ยนเฉิงเริ่มเสพติดการมีเ
ตอนที่ 7 เมินเฉยเช้าวันรุ่งขึ้น มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นจากเตียงสามฟุตครึ่งภายในห้องเล็กท้ายคฤหาสน์ เธอสั่งให้อาเจินขนของย้ายมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน แม้สภาพร่างกายจะย่ำแย่จนแทบไม่อยากขยับตัว แต่เธอก็ต้องฝืนใจลุกขึ้นมาแต่งตัว ใบหน้าที่สะท้อนในกระจกดูซีดเซียว“ไอ้เลว! ไอ้คนหน้าเลือด!...” เธอเค้นเสียงลอดไ












Ulasan-ulasan