เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง

เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง

last updateLast Updated : 2026-07-07
By:  橙花Updated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
107Chapters
513views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เพ่ยหยู เด็กหญิงที่เพิ่งเข้าสู่สถาบันสวัสดิการสังคมของเมืองซูโจวในปี 1975เป็นครั้งแรก เธอจำไม่ได้ว่าครอบครัวเป็นใคร เพราะเดินหลงทางมาจนมีเจ้าหน้าที่ทางการพบเข้าเลยพาเธอมาอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยความสงสาร

View More

Chapter 1

ชื่ออะไร?

เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้

เฮ้! นั่นเด็กที่ไหนมาเดินแถวนี้น่ะ การแต่งตัวก็ไม่เหมือนกับลูกชาวบ้านเลย” ฟู่หนานหันไปถามเพื่อนที่เดินอยู่ข้างกันด้วยสีหน้าสงสัย

อืม… เราลองเข้าไปถามดีไหม ผมกลัวว่าจะมีคนไม่ดีจับเธอไปขายน่ะสิ” ลู่หลิ่วเอ่ยขึ้น

ไป ไป รีบไปกัน” ฟู่หนานพยักหน้ารับคำและเดินนำหน้าไปก่อน

แม่หนู พ่อแม่หนูอยู่ไหนครับ” ลู่หลิ่วที่นั่งย่อกายลงจับไหล่บางของเด็กสาวน่ารักตรงหน้าไว้ถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง

พ่อ..แม่..ฮึก...หนูไม่รู้ค่ะ ฮือ…” เด็กน้อยร้องไห้จ้าออกมา เธอเดินตามหาพ่อแม่นานแล้วก็ไม่เห็นพวกท่านเสียที พอมีผู้ใหญ่มาถามจึงอดร้องไห้ออกมาไม่ได้

ชู่… ไม่ร้องนะเด็กดี เธอจำได้ไหมว่าชื่ออะไร พวกอาจะได้พาไปหาตำรวจให้ช่วยตามหาพ่อแม่ของหนูให้ไง” ฟู่หนานรีบเดินไปลูบหัวเด็กสาวตัวน้อยอย่างสงสาร ในใจเขาคิดว่าท่าทางของเด็กไม่เหมือนลูกคนธรรมดาสักนิด หากพ่อแม่ของเด็กต้องการทิ้งเธอคงแทบเป็นไปไม่ได้

ชื่อของหนูเหรอคะ ฮึก.. หนูจำได้แค่พวกท่านเรียกว่าเพ่ยหยูค่ะ คุณอาช่วยหนูตามหาพ่อแม่ด้วยนะคะ ฮือ…” เด็กน้อยนึกชื่อตัวเองอยู่นานจึงเอ่ยบอกออกไปด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น

เอาล่ะ ๆ ไม่ร้องนะครับเด็กดี คุณอาจะพาหนูไปหาตำรวจนะ” ลู่หลิ่วรีบอุ้มเพ่ยหยูเข้ามาในอ้อมกอดและเอ่ยปลอบเธอเบา ๆ ไปด้วย

รีบไปกันเถอะ เรายังต้องไปติดต่องานที่อื่นอีกนะ” ฟู่หนานกำชับเพื่อนร่วมงาน

รู้แล้วน่า นายก็เดินตามมาเร็วเข้าเถอะ” ลู่หลิ่วหันไปบอกเพื่อนที่ยังคงเดินมองซ้ายขวาอยู่

ฟู่หนานพอได้ยินก็รีบเดินไปเคียงข้างฟู่หนานและคอยมองดูว่ามีใครกำลังตามหาเด็กผู้หญิงน่ารักคนนี้อยู่หรือเปล่า เผื่อว่าพวกเขาจะได้ไม่ต้องไปไกลถึงป้อมตำรวจ น่าเสียดายที่ฟู่หนานมองอยู่นานก็ไม่เห็นว่าจะมีใครกำลังตามหาเด็กอยู่เลย เขาเห็นเพียงผู้คนที่เดินไปมาอย่างไร้ชีวิตชีวาตามปกติก็เท่านั้น ฟู่หนานได้แต่มองเด็กที่ยังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของเพื่อนร่วมงานอย่างเป็นห่วง หากว่าพ่อแม่เด็กหาไม่เจอจริง ๆ เด็กคนนี้คงต้องถูกส่งไปยังสถานพักพิงชั่วคราวใกล้กับสถานีรถไฟก่อนแน่ ที่นั่นมีสภาพไม่ค่อยดีนัก เขากลัวว่าเด็กอาจถูกทำร้ายเพราะเสื้อผ้าราคาแพงที่เธอสวมอยู่ ไหนจะสร้อยเงินที่คล้องคอของเด็กก็ดูมีราคา เขาถึงกับกลัวว่าเจ้าหน้าที่ในสถานพักพิงจะแย่งของเธอไปขายอีกด้วย

เมื่อทั้งสองพาเพ่ยหยูมาถึงป้อมตำรวจ พวกเขาก็เล่ารายละเอียดและสถานที่ที่พบเพ่ยหยูให้ตำรวจฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

เด็กน่าจะอายุไม่ถึงห้าขวบ เธอถึงได้ไม่รู้ชื่อพ่อแม่แบบนี้ พวกคุณให้เธออยู่ที่นี่ก่อนเถอะ ขอบคุณมากที่พามาส่งนะครับ พวกเราจะลองสอบถามตามโรงงานและหน่วยงานต่าง ๆ เผื่อว่าจะมีใครทำเด็กหายไปให้เอง” ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยขึ้น เขายิ้มบางออกมาเมื่อให้ขนมกับเพ่ยหยูแล้วเธอก็นั่งกินเงียบ ๆ อย่างมีมารยาทและไม่ได้ร้องไห้เหมือนตอนมาถึงด้วย

ขอบคุณนะครับคุณตำรวจ พวกเราขอตัวกลับไปทำงานก่อนครับ” ลู่หลิ่วเห็นว่าเด็กได้รับการคุ้มครองจากตำรวจแล้วจึงพอจะวางใจได้บ้าง

เชิญครับ หากพบพ่อแม่เด็กแล้วเราจะแจ้งให้ทราบนะครับ” ตำรวจบอกด้วยความหวังดี เขารู้ดีว่าพลเมืองดีเหล่านี้ก็คงอยากรู้ว่าที่สุดแล้วเด็กเป็นอย่างไรบ้างกันแน่

สองหนุ่มต่างพยักหน้ายิ้มรับคำ พวกเขาได้มอบหมายเลขติดต่อให้ทราบก่อนหน้านี้แล้วว่าพวกเขาทำงานกันที่ไหน หากได้รู้เรื่องหลังจากนี้ของเด็กผู้หญิงน่ารักคนนี้ พวกเขาก็จะได้สบายใจมากยิ่งขึ้น อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นคนพบเด็กและพามาส่งตำรวจ

เพ่ยหยูที่ยังเด็กไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าตอนนี้ตัวเองจะต้องใช้ชีวิตอย่างไรต่อไปในเมืองซูโจวแห่งนี้ เธอกำลังหิวเลยนั่งกินขนมจนไม่ทันสังเกตว่าคุณอาสองคนที่ช่วยเธอเอาไว้นั้นไม่อยู่ที่ป้อมตำรวจกับเธอแล้ว กว่าเพ่ยหยูจะรู้ตัวอีกทีก็เป็นตอนที่เธอนอนหลับไปแล้วและตื่นขึ้นมาในช่วงค่ำของวัน

ตำรวจที่รับตัวเพ่ยหยูเอาไว้รีบโทรสอบถามตามหน่วยงานต่าง ๆ แต่ก็ไม่พบว่ามีใครแจ้งความคนหายเอาไว้เลย ทำเอาตำรวจถึงกับปวดหัวตุบ ๆ ที่ต้องคอยดูแลเพ่ยหยูจนกว่าจะครบกำหนดห้าวันก่อนถูกส่งตัวไปยังสถานพักพิงชั่วคราว เขายังไม่มีครอบครัวจึงทำได้แค่หาอาหารและน้ำมาคอยมอบให้เพ่ยหยูเท่านั้น ยังดีที่เพ่ยหยูไม่งอแงเหมือนกับที่มาถึงวันแรกเมื่อรู้ว่าคุณอาใจดีสองคนนั้นไม่อยู่กับเธอแล้ว ทำให้ตำรวจยังพอรับมือกับเด็กวัยย่างห้าขวบอย่างเพ่ยหยูได้อยู่บ้าง

นี่พวกเราก็ตามหากับลงประกาศเอาไว้หลายวันแล้วนะ ทำไมไม่มีคนมาติดต่อขอรับตัวเด็กคนนี้กันนะ เฮ้อ” เพื่อนตำรวจนายหนึ่งอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ หลายวันมานี้เขากับเพื่อนต่างผลัดกันดูแลเพ่ยหยูมาตลอด พวกเขาคิดว่าเพ่ยหยูต้องไม่ได้มาจากครอบครัวธรรมดาแน่ เพราะเสื้อผ้าและสร้อยคอของเธอไม่เหมือนที่มีขายในเมืองซูโจวเลยสักนิด

หรือว่าพ่อแม่เธอจะเกิดอุบัติเหตุอะไรหรือเปล่าถึงไม่ได้มาแจ้งคนหายน่ะ” ตำรวจอีกนายเอ่ยขึ้นบ้าง พวกเขายอมเจียดเงินเดือนเล็กน้อยมาช่วยกันซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เพ่ยหยูสองชุดเพื่อผลัดเปลี่ยนในช่วงหลายวันมานี้ ส่วนเสื้อผ้าและสร้อยคอของเพ่ยหยูนั้น พวกเขาต่างเก็บใส่กระเป๋าและปิดล็อกอย่างดีป้องกันการสูญหายด้วย

อืม… อาจเป็นไปได้นะ อีกสองวันเรายังต้องส่งเธอไปที่สถานพักพิงชั่วคราวอีก นี่ครบกำหนดในการตามหาของพวกเราแล้ว ไม่รู้ว่าเธอจะถูกเด็กที่นั่นรังแกหรือเปล่า” เขาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากังวล พวกเขาดูแลเพ่ยหยูมาหลายวันก็พบว่าเธอเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายและเชื่อฟังคำสั่งทุกอย่างอย่างมาก ทั้งที่อายุแค่นี้ แต่เพ่ยหยูกลับไม่ติดเล่นเหมือนเด็กคนอื่น เธอมักจะสนใจหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่มีอยู่ในป้อมตำรวจมากกว่าจะเล่นของเล่นเสียอีก

คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมแล้วล่ะ นายก็รู้ว่าเราคงเลี้ยงเธอไม่ได้หรอก” เพื่อนอีกคนเอ่ยขึ้นมาบ้าง พวกเขาต่างเอ็นดูความน่ารักและรู้ความของเพ่ยหยูกันทั้งนั้น

สองวันต่อมา

ตำรวจจำเป็นต้องพาเพ่ยหยูไปยังสถานพักพิงชั่วคราวตามระเบียบ เขายังแอบกำชับไม่ให้เพ่ยหยูหยิบเสื้อผ้าตัวสวยกับสร้อยคอออกจากกระเป๋าเดินทาง เพราะกลัวว่าจะมีคนคิดไม่ซื่อกับเพ่ยหยูและแย่งสิ่งของติดตัวในวันที่เธอหายไปขายเสียก่อน เขายังหวังว่าในอนาคตเพ่ยหยูจะสามารถใช้ของพวกนี้เป็นเครื่องมือตามหาพ่อแม่ของเธออยู่

ขอบคุณพวกคุณลุงมากนะคะที่ดูแลหนูมาหลายวัน หนูอยู่ที่นี่ได้ค่ะ” เพ่ยหยูยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นว่าภายในสถานพักพิงมีคนมากมายหลายสิบคนอยู่ด้วย

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
107 Chapters
ชื่ออะไร?
เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้“เฮ้! นั่นเด็กที่ไหนมาเดินแถวนี้น่ะ การแต่งตัวก็ไม่เหมือนกับลูกชาวบ้านเลย” ฟู่หนานหันไปถามเพื่อนที่เดินอยู่ข้างกันด้วยสีหน้าสงสัย“อืม… เราลองเข้าไปถามดีไหม ผมกลัวว่าจะมีคนไม่ดีจับเธอไปขายน่ะสิ” ลู่หลิ่วเอ่ยขึ้น“ไป ไป รีบไปกัน” ฟู่หนานพยักหน้ารับคำและเดินนำหน้าไปก่อน“แม่หนู พ่อแม่หนูอยู่ไหนครับ” ลู่หลิ่วที่นั่งย่อกายลงจับไหล่บางของเด็กสาวน่ารักตรงหน้าไว้ถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง“พ่อ..แม่..ฮึก...หนูไม่รู้ค่ะ ฮือ…” เด็กน้อยร้องไห้จ้าออกมา เธอเดินตามหาพ่อแม่นานแล้วก็ไม่เห็นพวกท่านเสียที พอมีผู้ใหญ่มาถามจึงอดร้องไห้ออกมาไม่ได้“ชู่… ไม่ร้องนะเด็กดี เธอจำได้ไหมว่าชื่ออะไร พวกอาจะได้พาไปหาตำรวจให้ช่วยตามหาพ่อแม่ของหนูให้ไง” ฟู่หนานรีบเดินไปลูบหัวเด็กสาวตัวน้อยอย่างสงสาร ในใจเขาคิดว่าท่าทางของเด
Read more
สถานพักพิงชั่วคราว
“อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว“หนูจะดูแลตัวเองดี ๆ ค่ะคุณลุง” เพ่ยหยูพยักหน้ารับคำอย่างน่ารัก เธอไม่รู้หรอกว่าต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหนจนกว่าพ่อแม่จะมารับกลับ เพราะตอนที่เธอหลงมานั้นเป็นช่วงที่คนลงรถไฟพร้อมกันจำนวนมาก เพ่ยหยูที่เพิ่งออกจากห้องน้ำจึงพลัดหลงกับแม่ที่พามาเข้าห้องน้ำไปโดยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เธอจำไม่ได้ว่าพ่อแม่จะพาไปที่ไหน เพ่ยหยูรู้แค่ว่าการมาครั้งนี้พี่ชายของเธอไม่ได้ตามมาด้วย มีแค่เธอที่ยังเล็กอยู่ พ่อแม่จึงไม่อยากทิ้งไว้ที่บ้านคุณปู่เหมือนพี่ชาย“ผมฝากดูแลเธอด้วยนะครับ นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อย คุณรับเอาไว้เถอะ” ตำรวจอีกนายรวบรวมเงินจากเพื่อนที่เคยดูแลเพ่ยหยูมาได้เกือบห้าสิบหยวน
Read more
สถาบันสวัสดิการสังคม
“เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากตำรวจมาไม่น้อยในช่วงเวลาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา“ขอบคุณพี่สาวที่คอยดูแลหนูมาตลอดนะคะ ว่าง ๆ ก็ไปเยี่ยมหนูบ้างนะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานบอกอย่างไม่คิดมากอะไร เธอเห็นคุณลุงที่มารับเธอกับเด็กคนอื่นอีกสองสามคนท่าทางใจดีจึงไม่ได้งอแงอะไรแต่แรก เพ่ยหยูเคยฟังที่พี่ชายพี่สาวซึ่งเคยอยู่ที่นี่เล่าให้ฟังแล้วว่าหากยังไม่พบกับครอบครัวก็จะต้องไปอยู่ที่อื่นต่อไป“ได้จ๊ะ ดูแลตัวเองด้วยนะเพ่ยหยู” เค่ออวี๋อดเสียดายเด็กน่ารักอย่างเพ่ยหยูไม่ได้ ตลอดเวลาที่เด็กคนนี้อยู่ด้วย เค่ออวี๋ก็ไม่เคยเห็นเพ่ยหยูก่อเรื่องเหมือนเด็กคนอื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว หากว่ามีเด็กที
Read more
เด็กใหม่
“ทราบแล้วค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบ เธอไม่ได้รู้สึกกลัว ผอ.จู เหมือนกับคนอื่น เพราะเพ่ยหยูเคยเข้าสังคมกับครอบครัวบ่อย ๆ จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่อย่าง ผอ.จู ดี“อืม… เดี๋ยวฉันจะพาไปที่โรงนอนนะ แต่ก่อนไปฉันจะพาไปเอาเสื้อผ้าก่อน พวกเธอจะได้รับคนละสองชุดเหมือนกันหมด เอาล่ะ ไปกันเถอะ” ผอ.จู ลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานแล้วเดินนำเด็กทั้งสี่คนออกไป เธอไม่ได้สนใจว่าเพ่ยหยูจะยกกระเป๋าไหวหรือเปล่า เพราะเด็กที่นี่จะต้องช่วยเหลือตัวเองเป็น ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะอายุเท่าไหร่ก็ตามเพ่ยหยูตัวน้อยใช้สองมืออุ้มกระเป๋าที่ใบใหญ่แทบจะเท่าตัวเธอตามหลังไปอย่างทุลักทุเลพอสมควร เพ่ยหยูไม่ได้คิดมากเมื่อไม่มีใครยื่นมือช่วยเหลือเธอในเรื่องนี
Read more
น้องสาว
เด็กทั้งสี่คนหอบหิ้วสิ่งของออกจากห้องนอนไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกด้านหนึ่งซึ่งจูข่ายหนิงชี้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในอาคารสองชั้นแห่งนี้มีห้องนอนใหญ่อยู่มากถึงหกห้อง และมีห้องน้ำใหญ่เอาไว้ใช้สอยอยู่เพียงแค่สี่ห้องเท่านั้น ดังนั้นหากใครมีเวลาว่างและอยากอาบน้ำก็จะต้องรอจนกว่าคนในห้องน้ำก่อนหน้าออกมาก่อนจึงจะเข้าไปใช้ได้เท่านั้นเพ่ยหยูซึ่งตัวเล็กกว่าใครเพื่อนเองก็หอบหิ้วทุกอย่างตามหลังไปเงียบ ๆ เธอยังไม่กล้าชวนพี่ชายพี่สาวที่มาพร้อมกันคุยก่อน ด้วยรูปร่างของเด็กอายุย่างห้าขวบ เพ่ยหยูจึงทำได้แค่เดินเร็ว ๆ ตามพวกพี่ชายพี่สาวไปยังห้องน้ำได้เท่านั้น ห้องน้ำที่นี่แยกฝั่งชายหญิงเอาไว้ด้วย เพ่ยหยูเดินตามหลังพี่สาวสองคนเข้าไปโดยไม่พูดอะไรด้านในห้องน้ำแห่งนี้ไม่ได้สกปรกอย่างที่เพ่ยหยูคิดเอาไว้ เธอในตอนนี้อยากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายมาก แต่อ่างอาบน้ำที่สูงกว่าตัวเธอถึงสองช่วงศรีษะทำให้เพ่ยหยูได้แต่เบ้หน้าอย่างไม่ชอบใจ หากเธ
Read more
ไร้ชีวิตชีวา
เด็กสี่คนที่ยืนคุยกันอยู่เป็นจุดสนใจให้กับคนที่กำลังทำครัวอยู่ไม่น้อย พวกเขาหันไปมองกลุ่มของเพ่ยหยูไม่นานก็หันกลับไปทำงานของตัวเองเงียบ ๆ ต่อ ในตอนที่พวกเขาได้มาอยู่ที่นี่ครั้งแรกก็ไม่ต่างจากพวกเพ่ยหยูนัก แต่ละคนทั้งกลัวทั้งกังวลแต่ก็ไม่ถึงกับขาดความเป็นเด็กไปตั้งแต่แรก กระทั่งพวกเขาอยู่ที่แห่งนี้มานานถึงสิบปี อารมณ์ต่าง ๆ ของพวกเขาที่ถูกจำกัดเอาไว้จากกฎระเบียบก็เปลี่ยนไปจนกลายเป็นคนไร้ชีวิตชีวาอย่างตอนนี้การจะทำตัวเหมือนเด็กทั่วไปเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขา แต่ละวันทุกคนต่างมีหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน พวกเขาทำเช่นนี้ซ้ำ ๆ ทุกวันจนกลายเป็นไร้ซึ่งความรู้สึก แต่ละคนต่างรอให้ภาครัฐจัดสรรงานตามความสามารถให้ตอนอายุครบสิบแปดก็จะสามารถออกจากสถาบันแห่งนี้ไปใช้ชีวิตของตัวเองได้ก็เท่านั้น ซึ่งพวกเขาต่างเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะออกไปได้แล้ว“พวกเราไปนั่งรอเลยดีไหม ยังไงพวกเราก็ไปเดินเพ่นพ่
Read more
อาหารกลางวัน
เมื่อเสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงไม่นาน เพ่ยหยูที่นั่งอยู่รอดูขั้นตอนต่อไปของการทานมื้อเที่ยงถึงกับเบิกตาโตมองดูกลุ่มเด็กจำนวนมากเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบโดยมีเพียงเสียงก้าวเดินของทุกคนเท่านั้นที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูอดคิดไม่ได้ว่าที่นี่รับเด็กมาอาศัยอยู่น่าจะเกือบห้าสิบคนได้ เธอยังมองหาพี่ชายพี่สาวทั้งสามที่สนิทอยู่ว่าพวกเขามากินข้าวเหมือนคนอื่นหรือยังด้วยสายตาคาดหวัง แต่น่าเสียดายที่มองอยู่นานเธอก็ยังไม่เห็นพวกเขามาถึงเสียที“เพ่ยหยู ไปเอาข้าวที่พี่ตักไว้ในถาดมากินก่อนเถอะ บ่ายนี้ยังต้องเตรียมของไว้ทำอาหารมื้อเย็นอีกนะ” สุ่ยอวี้รีบเดินมาบอกเด็กน้อยที่มองคนจำนวนมากในโรงอาหารตาไม่กระพริบ“ขอบคุณพี่สาวสุ่ยค่ะ” เพ่ยหยูไม่กล้าชักช้า เธอกลัวว่าพี่เลี้ยงและทหารบ้านในโรงอาหารตอนนี้จะจับผิดเธอจนเกิดเรื่องขึ้นได้ เพราะตอนนี้บรรดาเด็กที่เรียนเสร็จต่างเข้าแถวเดินมารับอาหารซึ่ง
Read more
ผ่านพ้นวันแรก
พวกเด็กที่เรียนร่วมกับไป่หลิน ซู่ฟางและจางเจี้ยนต่างไม่ได้สนใจพวกเขา มีเพียงเด็กไม่กี่คนในห้องนอนนี้ที่เพิ่งเคยเห็นพวกเขาเท่านั้นหันไปมองบ้างเป็นบางครั้ง กระทั่งพวกไป่หลิวเอนตัวลงนอนพักผ่อน เด็กพวกนั้นก็เลิกสนใจพวกเขาและนอนเงียบ ๆ เช่นกันบ่ายโมงครึ่งเสียงสัญญาณดังขึ้นไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เธอจำได้ว่าต้องรีบกลับไปทำงานที่โรงอาหารตามที่สุ่ยอวี้บอก แต่พอเพ่ยหยูหันไปเห็นไป่หลิวที่นอนเตียงติดกันเข้าก็อดไม่ได้ที่จะแย้มรอยยิ้มออกมาแล้วเอ่ยขึ้นเสียงใส“พี่สาวไป่ เรียนเป็นยังไงบ้างคะ”“น่าเบื่อมากเลย พี่ไม่เข้าใจสักอย่าง เฮ้อ” ไป่หลิวส่ายหัวทันที เธอไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนจึงไม่เข้าใจเรื่องที่อาจารย์ในสถาบันสอนเลยแม้แต่น้อย“พี่ก็เหมือนกัน เพ
Read more
ขยัน
“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน“ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยหยูยังเล็ก“ทราบแล้วค่ะ พวกพี่เอามากองไว้ตรงนี้นะคะ พรุ่งนี้หนูจะจัดการให้” เพ่ยหยูชี้ให้พวกเธอนำชุดมาวางไว้ด้านล่างตู้เสื้อผ้าที่เธอเปิดเอาไว้ให้ไป่หลิวกับซู่ฟางรีบเดินนำไปวางและกลับเตียงตัวเองทันที เพราะอีกไม่นานก็จะถึงเวลาดับไฟและเจ้าหน้าที่จะเข้ามาตรวจห้องแล้ว ทั้งสามจึงไม่อาจชักช้าได้อีกเพ่ยหยูรีบปิดตู้เสื้อผ้าแล้วปีนขึ้นเตียงเตรียมนอนเช่นกัน คงเพราะมีคนเปิดหน้าต่างเอาไว้จึงทำให้อากาศตอนนี้ไม่อับชื้นเหมือนเมื่อเช้าแล้ว เพ่ยหยูหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวเอาไว้หลวม ๆ เพื่อป้องกันความหนาวเย็นย
Read more
การเปลี่ยนแปลง
“ครับ/ค่ะ” เสียงเด็กที่อยู่ในห้องต่างรับคำพร้อมกันทันที พวกเขาไม่เหมือนเด็กสามคนนั้นที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่วันก็เอาแต่ก่อเรื่องแล้วตังหยางกวาดสายตามองเด็กในห้องเรียนที่เหลืออยู่ประมาณสิบกว่าคนก็เห็นว่าพวกเขาดูจะตั้งใจเรียนจริงจึงพยักหน้าอย่างพอใจแล้วสอนเรื่องการเมืองต่อหลังจบชั่วโมงของตังหยาง ก็มีอาจารย์ฝูฉีสาวสวยของสถาบันเดินเข้ามาในห้องเพื่อสอนวิชาภาษาจีนทันที เพ่ยหยูคิดไม่ถึงว่าอาจารย์จะสวยมากถึงขนาดนี้ เธออดยิ้มบางออกมาไม่ได้เมื่อมีอาหารตาสวย ๆ ให้ดูก่อนเรียนชั่วโมงภาษาจีนของอาจารย์ฝูฉีไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังอีก เด็กทั้งสามที่ถูกให้ออกไปยืนกลางแดดนานนับชั่วโมงเองก็เงียบกริบไปเช่นกัน พวกเขาไม่กล้าท้าทายกฎระเบียบของสถาบันแห่งนี้อีกต่อไปหลังจากถูกลงโทษติด ๆ กันโดยที่เพิ่งเข้ามาแ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status