Share

บทที่ 7

Author: หลินเซี่ย
“ผมจะไปไหนได้ล่ะ” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“วันนี้บริษัทแก๊สเข้ามาตรวจที่บ้าน” น้ำเสียงของหลินเยียนหรันเย็นชา “ไม่มีคนอยู่บ้าน เขาก็เลยโทรมาหาฉัน ทำไมคุณถึงไม่อยู่บ้าน”

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง

ผมยังแอบคิดว่าในที่สุดเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติของผมเสียอีก

ผมยิ้มออกมาเงียบ ๆ หัวเราะเยาะตัวเองที่ยังมีหวังลม ๆ แล้ง ๆ แบบนี้

“ทำไมผมต้องอยู่ติดบ้านด้วยล่ะ” ผมถามกลับ “ผมออกไปข้างนอกไม่ได้เหรอ จะมีชีวิตเป็นของตัวเองไม่ได้หรือไง หรือแค่ออกไปเที่ยวบ้างไม่ได้เหรอ”

น้ำเสียงของหลินเยียนหรันเริ่มกดต่ำลง

“กู้เลี่ยน ช่วงนี้คุณเป็นอะไรไป ข้าวปลาไม่ทำ บ้านช่องไม่กลับ แถมยังชอบชักสีหน้าใส่กันอีก”

“แล้วนี่ถึงขั้นไปเที่ยวคนเดียว คุณบ้าไปแล้วหรือไง”

ผมมองแสงอาทิตย์ยามเย็นนอกหน้าต่าง เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ไม่ได้บ้าหรอก แค่ตาสว่างแล้วต่างหาก”

ปลายสายพลันเงียบงันไปทันที

ทิ้งช่วงครู่หนึ่ง หลินเยียนหรันก็แค่นหัวเราะออกมา

“ก็ได้ คุณงี่เง่าต่อไปเถอะ”

“ในเมื่อคุณไม่ยอมกลับบ้าน ฉันก็จะไม่กลับเหมือนกัน”

“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครจะอดทนได้นานกว่ากัน”

สายถูกตัดไปแล้ว

ฉู่เหยียนโมโหจนแทบจะปาโทรศัพท์มือถือทิ้ง

“ผู้หญิงคนนี้เป็นบ้าหรือไง เป็นถึงหัวหน้าแผนก แค่ถามนิด ๆ หน่อย ๆ ก็รู้แล้วว่านายแอดมิตอยู่ เธอไม่คิดจะใส่ใจนายเลยสักนิด!”

พูดไปพูดมาขอบตาเขาก็เริ่มแดงก่ำ ก่อนจะเอื้อมมือมาสวมกอดผมเอาไว้ “กู้เลี่ยน อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ อย่ากลั้นไว้เลย”

ผมซบหน้าลงบนไหล่ของเขา นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ

“ฉันร้องไม่ออกแล้วละ”

ลูกผู้ชายไม่หลั่งน้ำตากันง่าย ๆ

เสียน้ำตาให้กับคนที่ไม่คู่ควร มันยิ่งเสียศักดิ์ศรี

สามวันต่อมา ร่างกายก็ฟื้นฟูจนเกือบจะเป็นปกติ ผมจึงทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้านไปเก็บกระเป๋าเดินทาง

จังหวะที่ผลักประตูเข้าไป ผมก็ต้องชะงักไปเล็กน้อย

ไม่นึกเลยว่าหลินเยียนหรันจะอยู่บ้าน

เราสองคนสบตากัน บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปหลายวินาที

เธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน “กลับมาแล้วเหรอ ไปเที่ยวไหนมาล่ะ”

ผมไม่ตอบคำถามนั้น เดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอน แล้วเปิดลิ้นชักเพื่อตรวจดูเอกสารสำคัญ

เสียงของเธอดังไล่หลังมา

“คุณอยากขับรถเที่ยวเส้นทางเสฉวน-ทิเบตมาตลอดเลยไม่ใช่เหรอ”

“ไหน ๆ เรื่องบ้านก็จัดการเรียบร้อยแล้ว รถก็ควรจะเปลี่ยนใหม่สักที”

“พรุ่งนี้เราไปดูรถกันนะ ไว้คราวหน้าฉันลางานจะไปเป็นเพื่อนคุณเอง”

มือที่กำลังรื้อของชะงักไป

หากเป็นเมื่อก่อน พอได้ยินประโยคนี้ผมคงดีใจจนนอนไม่หลับไปทั้งคืน

แต่ตอนนี้ มันสายไปเสียแล้ว

“ไม่ต้องหรอก”

หลินเยียนหรันขมวดคิ้ว “ทำไมล่ะ”

เพราะผมซื้อรถคันใหม่แล้วน่ะสิ

เพราะสถานที่ที่ผมกำลังจะไป หลังจากนี้จะไม่มีคุณอีกแล้ว

“ไม่ทำไมหรอก”

เมื่อเห็นว่าพูดอะไรไปผมก็ไม่รับฟัง ความอดทนของหลินเยียนหรันก็หมดลง

“ลู่เฉวียนคอยเตือนให้ฉันทำดีกับคุณบ้าง แต่ผลลัพธ์คือคุณทำท่าทางแบบนี้ใส่ฉันงั้นเหรอ”

ผมหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกับความรู้สึกเย้ยหยัน

“เขาบอกอะไรคุณก็เชื่อฟังเหรอ งั้นถ้าเขาบอกให้คุณไปตาย คุณจะไปไหมล่ะ”

สีหน้าของหลินเยียนหรันเขียวปัด “กู้เลี่ยน! ทำไมเดี๋ยวนี้คุณถึงกลายเป็นคนพูดจาแบบนี้”

ผมก้มหน้าก้มตาจัดเก็บเอกสารต่อไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ

หลินเยียนหรันยืนนิ่งอยู่กับที่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธ ทิ้งช่วงครู่หนึ่งเธอก็แค่นหัวเราะ

“โอเค ดูท่าเราคงต้องแยกกันไปสงบสติอารมณ์แล้ว”

“ช่วงสองวันนี้ฉันจะไปนอนที่ทำงาน คุณก็ทบทวนตัวเองดูให้ดีแล้วกัน”

เธอคว้าเสื้อคลุมขึ้นมา ก่อนจะกระแทกประตูปิดแล้วจากไป

ตั้งแต่ต้นจนจบ ผมไม่ได้เงยหน้าเลยสักนิด

กระทั่งประตูบ้านปิดสนิทลงอีกครั้ง ผมถึงได้ค่อย ๆ เดินไปที่หัวเตียง

หยิบเอกสารสองฉบับออกมาจากกระเป๋า

ฉบับแรก ข้อตกลงการหย่าที่เซ็นชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว

ฉบับที่สอง หนังสือแสดงความยินยอมเข้ารับการผ่าตัดทำหมันของผม

ฉบับที่สาม บันทึกการผ่าตัดแก้หมันเมื่อสองวันก่อน

ผมวางพวกมันเรียงกันอย่างเป็นระเบียบไว้บนตู้ข้างเตียง

จากนั้นก็ลากกระเป๋าเดินทางเดินจากมา

บ้านหลังนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของหลินเยียนหรัน ผมทนอยู่ต่อไปไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

คืนสุดท้ายในเมือง A ผมตัดสินใจเข้าพักที่โรงแรม

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ผมก็เดินทางไปที่ศูนย์จำหน่ายและบริการรถยนต์

เซลล์เดินเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น “คุณกู้ครับ รถของคุณพร้อมแล้วครับ”

จังหวะที่ผมกำลังจะจรดปากกาเซ็นชื่อ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงที่แสนคุ้นเคยดังแว่วมา

“คันนี้เป็นยังไงบ้าง”

เมื่อหันไปมองก็พบว่าหลินเยียนหรันกำลังยืนอยู่ข้างรถออฟโรดคันหนึ่งในระยะไม่ไกลนัก

ลู่เฉวียนยืนอยู่ข้างกายเธอ ก้มหน้าก้มตาศึกษาฟังก์ชันของตัวรถ

ไม่รู้ว่าคุยอะไรกันอยู่ ทั้งสองคนถึงได้หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

ดูเข้าขากันดีเหลือเกิน ราวกับเป็นคู่รักที่คบหาดูใจกันมานานหลายปี

ที่ปรึกษาการขายฉีกยิ้มกว้าง “ทั้งสองท่านตาถึงมากเลยครับ รุ่นนี้เหมาะสำหรับคู่รักขับไปเที่ยวกันเองมาก สามีภรรยาวัยรุ่นหลายคู่ก็เลือกรุ่นนี้กันทั้งนั้น ลองขับดูก่อนได้นะครับ”

หลินเยียนหรันไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ เธอเดินตรงไปนั่งฝั่งคนขับทันที

ส่วนลู่เฉวียนก็หน้าแดง ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ก่อนจะเดินไปนั่งฝั่งผู้โดยสาร

แล้วพวกเขาก็ขับรถทดลองออกไป

บรรดาพนักงานในร้านต่างพากันซุบซิบ

“สองคนนี้เหมาะสมกันจังเลยนะ หน้าตาดีกันทั้งคู่เลย”

“ได้ข่าวว่าเรียนจบมาจากมหาลัยเดียวกัน ตอนนี้ก็ทำงานอยู่โรงพยาบาลเดียวกันอีก อย่างกับซีรีส์แกล้งจุ๊บให้รู้ว่ารักในชีวิตจริงเลย!”

“เป็นฟีลสาวอัลฟ่ากับหนุ่มโอเมก้าด้วย ฟินไม่ไหวแล้ว”

ผมยืนฟังเงียบ ๆ ทว่าภายในใจกลับสงบนิ่งอย่างประหลาด

“คุณกู้ครับ” ผู้จัดการฝ่ายขายเอ่ยเตือนเสียงเบา

ผมดึงสติกลับมา แล้วตวัดปากกาเซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว

รูดบัตร รับกุญแจ แล้วเดินตรงไปยังรถที่เป็นของผม

สตาร์ตเครื่องยนต์ เข้าเกียร์ แล้วขับออกไป

ภาพในกระจกมองหลังสะท้อนให้เห็นรถของหลินเยียนหรันกำลังขับสวนไปในทิศทางตรงกันข้ามกับผม

ผมไม่ได้หันหลังกลับไปมองอีก

เบื้องหน้าของผมคือชีวิตใหม่

ห้าปีที่ผ่านมา ในที่สุดผมก็ได้ตัวตนของตัวเองกลับคืนมาเสียที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 19

    “ตั้งแต่วันที่พ่อของผมเสียชีวิต” ผมมองหลินเยียนหรัน น้ำเสียงราบเรียบราวกับน้ำในบึงลึก “เราก็ไม่ควรจะมีวันพรุ่งนี้ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว”หลินเยียนหรันแข็งทื่ออยู่กับที่ผ่านนานไป จู่ ๆ เธอก็ยิ้มออกมายิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและจนตรอก ราวกับนักพนันที่ในที่สุดก็เล่นเสียจนหมดทุกชิปในมือ“ฉันเข้าใจแล้ว” เธอพยักหน้า น้ำเสียงแหบพร่า “กู้เลี่ยน ต่อไปฉันจะไม่ไปรบกวนคุณอีกแล้ว”พูดจบ เธอก็หันหลังเดินจากไป ฝีเท้าย่างก้าวอย่างเชื่องช้า ไม่หันกลับมามองอีกเลยผมยืนอยู่ที่เดิม มองเธอเดินห่างออกไปทีละก้าว กระทั่งร่างนั้นลับหายไปในแสงเงาตรงสุดปลายทางเดินภายในใจไม่มีความรู้สึกโล่งอก ไม่มีแม้แต่ความโศกเศร้า มีเพียงความสงบนิ่งบาง ๆ อย่างที่สุดเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่ในที่สุดก็เปิดอ่านมาจนถึงหน้าสุดท้าย...ห้าปีต่อมาณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ผมกับฉู่เหยียนกำลังนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ริมแม่น้ำแซนช่วงเวลาห้าปีขัดเกลาให้เขาดูเด็ดเดี่ยวและมีความเป็นมืออาชีพ บัดนี้เขาได้กลายเป็นทนายความมือทองชื่อดังระดับแถวหน้าของวงการไปแล้ว ทุกอิริยาบถล้วนแผ่กลิ่นอายความเฉียบคมและแม่นยำส่วนผมก็ได้ตั้งสตู

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 18

    ในที่สุดแม่ก็พ้นขีดอันตรายทีมผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศได้ปรับเปลี่ยนแผนการรักษาใหม่ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาท่านก็ถูกย้ายออกจากห้องไอซียูอย่างราบรื่นวันที่รู้ข่าว ผมนั่งอยู่บนม้านั่งยาวหน้าห้องพักผู้ป่วย ซุกหน้าลงกับฝ่ามือแล้วร้องไห้อยู่นานความหวาดกลัว ความร้อนรน และความรู้สึกไร้หนทางที่สะสมมาตลอดหลายวัน ในที่สุดก็มีทางระบายออกเสียที“พี่คะ”เหลียงเมิ่งอิ๋งยื่นกระดาษทิชชูมาให้ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าผม น้ำเสียงเจือความเงอะงะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง“คุณป้าก็ปลอดภัยแล้ว ทำไมพี่ยังร้องไห้อยู่อีก”ผมรับทิชชูมาเช็ดตา ขอบตายังคงแดงช้ำ “ขอบคุณนะ เมิ่งอิ๋ง คุณใจดีมากจริง ๆ”ถ้าไม่มีเธอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผ่านช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้มาได้อย่างไรเหลียงเมิ่งอิ๋งเกาศีรษะแกรก ๆ เบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายเล็กน้อย“ความจริงที่ฉันทำเรื่องพวกนี้ ก็ไม่ใช่เพราะเป็นคนใจดีไปซะทั้งหมดหรอกนะคะ”ผมชะงัก มองเธอแบบอึ้ง ๆเธอมองผมด้วยสายตาจริงจัง แล้วเอ่ยกับผมอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา “เพราะฉันชอบพี่ค่ะ”ผมนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะภายในแววตาของเหลียงเมิ่งอิ๋งเป็นประกาย น้ำเสียงท

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 17

    ผมแจ้งความ จากนั้นลู่เฉวียนก็ถูกคุมตัวไปการจงใจกระตุ้นคนไข้หลังผ่าตัดจนอาการทรุดลงกะทันหัน บวกกับผลการสอบสวนเรื่องเหตุการณ์คนไข้ตกเลือดหลังผ่าตัดก่อนหน้านี้ที่ถูกนำมาคิดบัญชีรวบยอด สิ่งที่รอเขาอยู่ จึงไม่ใช่แค่การถูกไล่ออกทว่าผมไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจจุดจบของเขาแล้วอาการของแม่ทรุดหนักลงอย่างรวดเร็วหน้าห้องไอซียู หมอยื่นใบแจ้งเตือนอาการโคม่ามาให้ครั้งแล้วครั้งเล่าผมไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสองวันเต็ม ๆ ได้แต่มองผ่านกระจกเข้าไปเห็นแม่นอนตัวเต็มไปด้วยสายระโยงระยางอยู่ตรงนั้นตัวเลขบนเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ขยับเปลี่ยนไปแต่ละครั้ง ราวกับมีดทื่อ ๆ ที่ค่อย ๆ กรีดลงบนเส้นประสาทของผมทีละแผลช่วงหลายวันมานี้ หลินเยียนหรันก็คอยเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดเวลา เธอนอนน้อยกว่าผมเสียอีก ใต้ตาจึงหมองคล้ำแต่พอผมมองเธอ ภายในใจกลับไม่หลงเหลือความรู้สึกซาบซึ้งเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความรังเกียจที่สลัดอย่างไรก็ไม่หลุดหากไม่ใช่เพราะเธอคอยให้ท้ายลู่เฉวียนครั้งแล้วครั้งเล่า แม่ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้“กู้เลี่ยน” น้ำเสียงของหลินเยียนหรันแหบพร่า “ให้ฉันลองดูเถอะนะ”ผมช้อนตาขึ้นมองอย่างเย็นชา “ลองอะไร”“ต

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 16

    “การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ตามหลักแล้วอาการไม่น่าจะทรุดลงกะทันหันนะครับ”หมอเอ่ยอย่างงุนงง“เว้นเสียแต่ว่า...จะได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง”หัวใจของผมหล่นวูบ “กระทบกระเทือนจิตใจเหรอครับ”หมอพยักหน้า “อารมณ์ของคนไข้หลังผ่าตัดไม่ควรแปรปรวนมากเกินไปนัก โดยเฉพาะค่าการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตที่เดิมทีก็ไม่คงที่อยู่แล้ว ญาติลองนึกดูดี ๆ นะครับ ว่าวันนี้มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”เหตุการณ์ผิดปกติงั้นเหรอแม่เพิ่งจะผ่าตัดเสร็จ นอกจากบุคลากรทางการแพทย์กับญาติอย่างพวกเราไม่กี่คน ก็ไม่มีใครได้เข้าใกล้ท่านเลยเดี๋ยวก่อนผมเงยหน้าขึ้น “ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเถอะครับ”ครึ่งชั่วโมงต่อมา ภาพในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดก็ถูกเปิดขึ้นมาบริเวณหน้าห้องพักฟื้นมีคนเดินไปมา พยาบาลถือถาดเดินเข้าออกอยู่ตลอดจนกระทั่งเวลา 15:20 น. ร่างของคนคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอลู่เฉวียนลมหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ ก่อนจะหันไปมองหลินเยียนหรันตามสัญชาตญาณเธอยืนอยู่ข้างหลังผม แสงจากหน้าจอตกกระทบเสี้ยวหน้าของเธอ เผยให้เห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกล้องวงจรปิดไม่มีเสียง จึงเห็นเพียงแค่ภาพเ

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 15

    พอรับสาย ผมก็รีบเดินทางยาวตลอดทั้งคืนเพื่อกลับบ้านเกิดทันทีบริเวณโถงทางเดินโรงพยาบาล แม่ยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน สีหน้าของหมอเคร่งเครียด“อาการของคนไข้วิกฤตมาก ต้องผ่าตัดทันทีครับ”“แต่โรงพยาบาลที่นี่เครื่องมือไม่พร้อม หมอแนะนำให้ย้ายโรงพยาบาลด่วนครับ”ผมหนาวเยือกไปทั้งตัวราวกับย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ตอนที่พ่อนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย หมอก็บอกผมแบบนี้เหมือนกันครั้งนั้นผมสูญเสียพ่อไปแล้วครั้งนี้ผมจะต้องสูญเสียแม่อีกงั้นเหรอผมยืนแทบไม่อยู่ เกือบจะล้มทั้งยืนอยู่ตรงนั้นจังหวะนั้นเอง หลินเยียนหรันก็รีบตามมาถึงพอดี“ฉันจัดการเองค่ะ”ทุกคนพากันชะงักไปพร้อมกันหมอจำเธอได้ “คุณคือ...หลินเยียนหรัน หมอหลินใช่ไหมครับ”หลินเยียนหรันพยักหน้า “ขอฉันดูประวัติคนไข้หน่อยค่ะ”เพียงไม่กี่นาที เธอก็ประเมินสถานการณ์ได้ “ทำได้ค่ะ เตรียมตัวให้เร็วที่สุด ฉันจะผ่าตัดเอง”การผ่าตัดครั้งนั้นกินเวลาไปแปดชั่วโมงเต็มเวลาตีสาม ในที่สุดไฟหน้าห้องผ่าตัดก็ดับลงตอนที่หลินเยียนหรันเดินออกมา ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนน่าตกใจ บนหน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ“การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ”ในที่สุดหัวใจที่แขวนค้

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 14

    ช่วงหลายวันหลังจากนั้น ผมไปที่ไหน หลินเยียนหรันก็ตามไปที่นั่นพักโรงแรมเดียวกัน ไปสถานที่ท่องเที่ยวเดียวกัน แม้แต่กินข้าวก็ยังต้องเป็นร้านเดียวกันผมรู้ดีว่าการเมินเฉยคือการตอบโต้ที่ดีที่สุด จึงถือซะว่าเธอเป็นอากาศธาตุ ถึงเวลาดูวิวก็ดูไป ถึงเวลาถ่ายรูปก็ถ่ายไปทว่าเหลียงเมิ่งอิ๋งกลับทนไม่ไหวอีกต่อไป“คุณอดีตภรรยา” ภายในร้านอาหาร เหลียงเมิ่งอิ๋งวางตะเกียบลงบนโต๊ะ “เธอเป็นสตอล์กเกอร์หรือเปล่าเนี่ย”หลินเยียนหรันไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอคีบปีกไก่อย่างเนิบนาบ เอื้อมข้ามโต๊ะมาใส่ลงในชามของผมท่าทางเป็นธรรมชาติเหมือนเมื่อก่อน ราวกับว่าชีวิตคู่ของเรายังไม่จบ“ฉันออกมาเที่ยวกับสามีตัวเอง จะนับว่าสะกดรอยตามได้ยังไง”เหลียงเมิ่งอิ๋งฉีกยิ้มกว้าง ทว่าในแววตากลับไม่มีรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย“ฉันขอแก้อีกรอบนะ อดีตสามี ไม่ใช่สามี”กลิ่นดินปืนที่ลอยคละคลุ้งในอากาศรุนแรงเกินไปแล้วผมปวดหัวจนต้องนวดขมับ “พวกคุณช่วยเงียบหน่อยได้ไหม”ทั้งสองคนเงียบเสียงลงพร้อมกัน ก่อนจะหันมามองผมเป็นตาเดียวสายตาของหลินเยียนหรันแฝงความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างดื้อดึงส่วนสายตาของเหลียงเมิ่งอิ๋งก็ฟ้องชัดเจนว่า “พี่ลองพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status