LOGINฉันกับสามีตกลงกันไว้แล้ว ว่าเทศกาลไหว้บะจ่างปีนี้จะไปฉลองที่บ้านของพ่อแม่ฉัน ก่อนออกจากบ้าน จู่ ๆ เขาก็บอกว่า "ผมลืมเปลี่ยนที่อยู่อีกแล้ว พัสดุส่งไปที่เซียวอวี่แล้ว!" ฉันชะงักไปชั่วขณะ แต่งงานกันมาสามปี เขาไม่เคยเปลี่ยนที่อยู่จัดส่งเริ่มต้นเลยสักครั้ง ไมโครเวฟที่สั่งซื้อออนไลน์ส่งไปให้แฟนเก่าของเขา เขาบอกว่าไมโครเวฟของเธอพังพอดี ของขวัญครบรอบวันแต่งงานที่ซื้อให้ฉัน แฟนเก่าเขากลับเป็นคนเซ็นรับ เขาบอกว่าเกรงใจที่จะไปเอาคืนมา กุหลาบวันแห่งความรักที่เขาสั่งผ่านแอปเดลิเวอรีให้ฉัน ก็ดันส่งไปถึงมือแฟนเก่าของเขา เขาบอกว่าไม่อยากให้ฉันได้รับดอกไม้มือสอง จึงยกให้เธอไปเลยแล้วกัน ครั้งนี้ก็เรื่องเลือกเซตของขวัญเทศกาลไหว้บะจ่าง ฉันเตือนเขาเตือนล่วงหน้าตั้งครึ่งเดือน แต่สุดท้ายก็ยังส่งไปให้แฟนเก่าของเขาอยู่ดี "คุณขับรถไปเอาคืนมาตอนนี้เลย" ฉันพยายามสุด ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ เขาหน้าบึ้ง "เธอเซ็นรับไปแล้วจะเอาคืนได้ยังไง ระหว่างทางไปเราค่อยแวะซื้อของขวัญสักสองสามอย่างก็พอแล้ว" "ไปเอาคืนมา" ฉันยังคงยืนยันคำเดิม "เธอเลิกร้องเรียนไร้เหตุผลสักทีได้ไหม เรื่องเยอะจริง" เขาพูดอย่างทนรำคาญไม่ไหว ทุกครั้งที่พัสดุส่งไปบ้านแฟนเก่าเขา แล้วฉันบอกให้ไปเอาคืน เขาก็ตอบกลับมาแบบนี้ตลอด ฉันจิกเล็บลงในฝ่ามือ มองดูเขากระแทกปิดประตูเดินจากไป ฉันเช็ดน้ำตา แล้วส่งข้อความหาทนายความ [สุขสันต์วันหยุดนะคะ รบกวนช่วยร่างหนังสือหย่าให้ฉันสักฉบับนะ ขอบคุณค่ะ]
View Moreบางครั้งแม่จะโทรหรือส่งข้อความมาบอกว่า ถานชิงเยี่ยนไปที่บ้านเราอีกแล้วอยากจะตามหาฉันผ่านทางพ่อกับแม่ต่อมาพวกเขาจึงบอกไปว่าฉันออกไปเที่ยวข้างนอกเขาถึงได้เลิกไปโผล่ที่ใต้ตึก ตอนเช้าตรู่หรือตอนกลางคืนก็คอยโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัวจนคนอื่นตกใจฉันฟังเสียงอันนุ่มนวลของแม่เล่าเรื่องราวที่บ้าน เล่าเรื่องของถานชิงเยี่ยนพอได้ยินชื่อนี้อีกครั้ง ในใจก็ไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวอีกต่อไปสำหรับฉัน เขาได้กลายเป็นอดีตโดยสมบูรณ์แบบไปแล้วถานชิงเยี่ยนถูกฉันตั้งค่าเป็นโหมดห้ามรบกวนไว้ ข้อความของเขาฉันแทบจะไม่เคยเปิดอ่านเลยเดิมทีฉันวางแผนไว้ว่าจะไปเที่ยวสักหนึ่งเดือน ซื้อตั๋วไว้ตั้งนานแล้ว พอถึงเวลาก็นั่งเครื่องบินกลับบ้านตอนไปเที่ยวข้างนอก พอเจออะไรที่น่าสนใจหรือมีความหมาย ฉันก็ซื้อแล้วเรียกขนส่งส่งกลับบ้านทันทีที่อยู่ก็กรอกเป็นบ้านของฉันเองไม่มีทางส่งผิด และยิ่งไม่มีใครมาบอกว่าตั้งใจส่งให้คนอื่น ไม่เกี่ยวกับฉันอีกแล้วแม้กระทั่งกระเป๋าเดินทางฉันก็ส่งกลับบ้านไปแล้วการเดินทางขากลับของฉันผ่อนคลายยิ่งกว่าตอนก้าวออกจากบ้านเสียอีกพอเครื่องบินลงจอด แม่ก็เตรียมดอกไม้ไว้ให้ฉันช่อหนึ่งแม่ยื่น
วันที่สามของการเดินทางท่องเที่ยว ฉันได้รับสายจากแม่"ถานชิงเยี่ยนตามมาหาถึงที่บ้านเรา พ่อแกไม่ยอมให้เขาเข้าประตูบ้าน ท่าทีเขาดีมากเลยนะ หิ้วข้าวของพะรุงพะรัง บอกว่าจะมาขอโทษขอโพยแก ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าจะทำเรื่องงี่เง่าพวกนั้นออกมาได้! ถ้าไม่ใช่เพราะแกเล่าเรื่องตลอดสามปีที่แต่งงานกับเขาให้ฟังชัด ๆ ก่อนไปเที่ยว แม่กับพ่อคงคิดไม่ถึงแน่นอน อาจจะยอมปล่อยให้เขาเข้าบ้านมาแล้วก็ได้"นั่นสิถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก็อาจจะยอมปิดบังความจริง อาจเพื่อปกปิดความน่าอับอาย หรืออาจเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง หรือไม่ก็กลัวคนอื่นจะหัวเราะเยาะ เลยเลือกที่จะบอกแค่ว่าเข้ากันไม่ได้ อยู่ด้วยกันต่อไปไม่ไหวแล้วแต่ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นในเมื่อไม่ใช่ความผิดฉัน ทำไมฉันต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทำเหมือนเป็นเรื่องน่าอับอายด้วย ทำไมต้องกลัวคนอื่นหัวเราะเยาะ ในเมื่อคนที่ทำเรื่องพวกนั้นยังไม่กลัวเลยฉันย้ำกับพ่อแม่ว่า "เขาโทรหาและส่งข้อความมาหาหนูแต่หนูไม่สนใจ เขาถึงได้ไปหาพ่อกับแม่ค่ะ หนูส่งหนังสือหย่าฉบับใหม่ไปให้เขาแล้ว ถ้าสุดท้ายเขาไม่ยอมเซ็นชื่อ หนูจะยื่นฟ้องหย่าต่อศาล เอาเป็นว่าการหย่าครั้งนี้หนูเอาจริ
มีพ่อกับแม่มาช่วย ไม่นานฉันก็แกะของที่แพ็กไว้ออกมาจัดเก็บเรียบร้อยฉันได้กลับมาห้องนอนที่เคยอยู่มาตั้งแต่เด็กจนโตอีกครั้งเป็นห้องเล็ก ๆ ที่มีตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะทำงานหนึ่งตัว ถึงจะไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายที่เป็นตัวฉันตอนเย็นพ่อกับแม่ทำอาหารที่มีแต่ของโปรดของฉันเต็มโต๊ะเมื่อวานเป็นเทศกาลไหว้บะจ่าง ฉันเคยบอกไว้ล่วงหน้าว่าถานชิงเยี่ยนจะกลับมาฉลองเทศกาลที่บ้านกับฉันพ่อกับแม่ตั้งใจทำอาหารที่เขาชอบไปครึ่งค่อนโต๊ะ แต่สุดท้ายเขากลับไม่มารสชาติที่เขาชอบไม่เหมือนกับพวกเรา สุดท้ายกับข้าวบนโต๊ะจึงเหลืออยู่เยอะเลยตอนนี้ครอบครัวเราก็ไม่ต้องคอยเอาอกเอาใจถานชิงเยี่ยนอีกต่อไปแล้วหลังทานข้าวเสร็จ พ่อกับแม่ก็ตั้งใจชวนฉันออกไปเดินเล่นข้างนอกพวกเราเดินไปบนทางเดินหินแผ่นเล็ก ๆ ที่คดเคี้ยวพ่อกับแม่ปลอบใจฉัน "ชีวิตคนเราน่ะ ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเจอเรื่องแย่ ๆ หรอก กลัวแค่ล้มแล้วจะลุกไม่ขึ้นต่างหาก หานหาน ในเมื่อแกตัดสินใจจะหย่าแล้ว ก็อย่าปล่อยให้เขามามีอิทธิพลต่อจิตใจแกอีกเลยนะ"ฉันพยักหน้า "แน่นอนค่ะ หนูตัดใจจากเขาสนิทแล้วถึงได้พูดเรื่องหย่า "หนูอยากเปลี่ยนงานตั้งนานแล้
ถานชิงเยี่ยนมองหนังสือหย่าตรงหน้าอย่างงุนงงในห้องวีไอพีเงียบลงในชั่วพริบตาซุนอวี่เวยลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก มองถานชิงเยี่ยนด้วยสีหน้าลนลาน "พี่เยี่ยน พี่สะใภ้เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ พี่รีบอธิบายให้เธอฟังเร็วสิ!"เธอหันมามองฉันอีกครั้ง "พี่สะใภ้ ทุกคนก็แค่ดื่มเยอะไปหน่อยเลยล้อเล่นกัน พี่อย่าเก็บเอาไปใส่ใจเลยนะคะ..."ฉันใช้สายตาเย็นเยียบมองความตึงเครียดบนใบหน้าที่เดิมทีก็ตกตะลึงอยู่แล้วของถานชิงเยี่ยน ซึ่งมันค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความโมโหและความหงุดหงิดตามคำพูดของซุนอวี่เวยเขาข่มอารมณ์พูดกับฉันว่า "เจียงอวี่หาน วันนี้มีเพื่อนร่วมงานกับเพื่อน ๆ อยู่กันเยอะขนาดนี้ พ่อกับแม่ผมก็อยู่ด้วย ทุกคนแค่ล้อเล่นกันขำ ๆ ถ้าคุณไม่พอใจก็แค่ไม่พูดถึงอีก อย่ามางอแงสร้างเรื่องให้คนอื่นเขาหัวเราะเยาะแบบนี้"พ่อกับแม่ของเขามองมาด้วยใบหน้าฝืนยิ้ม พร้อมโน้มน้าวฉัน "เสี่ยวเจียง เมื่อกี้พวกต้าเฟยอาจจะปากไม่มีหูรูดไปหน่อย แต่เธอก็อย่าเอะอะก็เอาแต่พูดเรื่องหย่าเลยนะ หนุ่มสาวอย่างพวกเธอยังไม่ปรัสีประสา อย่าใช้อารมณ์เอาเรื่องหย่ามาประชดกันอีกเด็ดขาด ประชดบ่อย ๆ เดี๋ยววาสนาที่มีจะหายหมดนะ"ฉันเงียบไปครู่เ