LOGIN“..จะ..เจ็บจัง..”
เธอค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ฝ่ามือแตะขอบเตียงเพื่อประคองร่างกายเอาไว้ ความรู้สึกหนักอึ้งแล่นผ่านแผ่นหลังจนต้องหลับตาลงชั่วครู่ ราวกับร่างกายยังตามหัวใจไม่ทัน ก่อนจะสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วรวบรวมสติ ตั้งตัวใหม่อีกครั้ง“ฟู่ว…”
ห้องนอนเงียบสนิท มีเพียงความว่างเปล่าข้างกาย ไม่มีใครนอนอยู่ตรงนั้นแล้ว เมื่อคืนหลังจากวิกเตอร์ปลดปล่อยทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็ทิ้งเธอไว้ และกลับไปนอนในห้องของตัวเอง เหลือเพียงเธอและร่างกายที่บอกช้ำ“…โอ๊ยย!!…” รินลดาค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน ทว่าความเจ็บแปลบกลับแล่นวาบขึ้นมากลางกายจนเธอต้องพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ มือหนึ่งยกขึ้นกดท้องน้อยตามสัญชาตญาณ ก่อนจะฝืนก้าวเท้าอย่างเชื่องช้า มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำ
“ซี๊ดดด…” เพียงแค่น้ำอุ่นไหลผ่านผิวที่เต็มไปด้วยรอยแดง ความแสบก็ผุดขึ้นทันที ความเจ็บยังคงอยู่ครบถ้วนทุกรอย ซ้ำเตือนให้รับรู้ทุกวินาที และต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าเธอจะจัดการกับตัวเองได้เรียบร้อย
เธอสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย เลือกชุดที่ปกปิดร่างกายมิดชิดมากที่สุด ก่อนจะมองเงาสะท้อนในกระจก ดวงตาคู่นั้นยังคงสดใสในแบบของเธอ เพียงแต่มีบางอย่างลึกลงไปที่เปลี่ยนแปลงอย่างเงียบงันเมื่อเปิดประตูออกจากห้อง รินลดาก็ก้าวเท้าเดินยาวทอดไปตามโถงสู่ห้องนั่งเล่นและห้องครัว ทุกอย่างยังคงสะอาดเป็นระเบียบ บรรยากาศเงียบและกว้างขวางเกินกว่าจะให้ความรู้สึกอบอุ่น“คุณรินลดา กำลังจะทำอะไรคะ”
“อ๊ะ…” ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวไปตามเสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลัง และพบผู้หญิงวัยกลางคนยืนยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับเธอ
“ดิฉันเป็นป้าแม่บ้านของที่นี่ค่ะ”
“อ่อ…ลดานะคะ” เธอรีบแนะนำตัวเสียงเบา ก่อนจะพูดต่ออย่างสุภาพ
“ลดาอยากทำอาหารเช้าให้คุณสามีค่ะ”
“ได้เลยค่ะ ดิฉันจะอยู่เป็นลูกมือให้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
หลังจากนั้น รินลดาเริ่มลงมือเตรียมอาหารเช้าร่วมกับคุณป้าแม่บ้าน ตั้งแต่จัดวัตถุดิบ ล้างผัก ไปจนถึงหั่นเนื้อ ทุกขั้นตอนเธอทำอย่างตั้งใจ แม้จะมีอาการเมื่อยล้าแล่นขึ้นมาเป็นระยะ เธอก็เพียงสูดลมหายใจลึกแล้วฝืนทำต่อเพราะเธอเชื่อว่าถ้าเขาได้กินอาหารฝีมือเธอในเช้าวันนี้ บางทีอารมณ์ของเขาอาจจะอ่อนลง บางทีรอยเย็นชานั้นอาจละลายลงได้สักนิด ความคิดเล็ก ๆ นี้กลายเป็นแรงเดียวที่ประคองให้เธอยืนอยู่ตรงหน้าเตาได้กลิ่นอาหารค่อย ๆ ลอยอบอวลไปทั่วครัว เสียงภาชนะกระทบกันเบา ๆ ดังสม่ำเสมอ รินลดาหลุบตามองมือของตัวเองชั่วครู่ ก่อนจะยกยิ้มบาง ๆ ให้กับความหวัง เธอไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้เห็นเขานั่งลงที่โต๊ะ และยอมรับการมีอยู่ของเธอในเช้าวันนี้เสียงภาชนะกระทบกันเบา ๆ ดังสลับกับบทสนทนาเรียบง่าย ก่อนที่รินลดาและเด็กรับใช้จะช่วยกันจัดเตรียมโต๊ะอาหารให้เรียบร้อยไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากทางเดิน วิกเตอร์ปรากฏตัวในชุดสูทสีเข้ม เสื้อเชิ้ตเรียบเนี้ยบเหมือนทุกวัน สีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนั่งลงโดยแทบไม่มองเธอ“ลดาเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้วนะคะ” เสียงของเธอนุ่มเบา แฝงความตั้งใจที่ซ่อนไม่มิด ดวงตาคู่ใสจับจ้องไปยังคนตรงหน้าด้วยความหวังเล็ก ๆ
“วันนี้มีแต่ของโปรดคุณค่ะ” รินลดายกจานอาหารไปวางตรงหน้าเขาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะถอยกลับไปยืนรออยู่ข้างโต๊ะในท่าทีสุภาพ คอยเติมน้ำ คอยสังเกตจังหวะทุกการขยับ รอยยิ้มบางยังประดับอยู่บนใบหน้า แม้จะไม่ได้รับสายตาตอบกลับมาแม้เพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม
เขาหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารคำแรก สีหน้าเรียบนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง เสียงเคี้ยวอาหารดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ“ทำทั้งหมด” เขาพูดขึ้นเรียบ ๆ โดยสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่จานอาหารตรงหน้า ราวกับคำสั่งนั้นเป็นเพียงเรื่องธรรมดาอีกเรื่องหนึ่ง
“ค่ะ...แล้วอาหารที่ลดาทำมันถูกปากไหมคะ”
วิกเตอร์วางช้อนลงชั่วครู่ ดวงตาคมตวัดมองมาที่เธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิม “หลังจากนี้ทำแบบนี้ทุกเช้า”“ค่ะ”
รินลดาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มออกมากว้างหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบก้มศีรษะรับอย่างสุภาพ เธอเลือกจะเชื่อว่ามันคือคำชมในแบบของเขา มันสัญญาณเล็ก ๆ ว่าอาหารนี้ถูกใจ แม้จะไม่มีสายตา ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีถ้อยคำอ่อนโยนใดตามมาเลยก็ตามตอนนี้ในหัวใจเธอมีเสียงหนึ่งกระซิบซ้ำ ๆ ว่า เขาอาจไม่ได้ใจร้ายเสมอไป ว่า ถ้าเธอพยายามอีกนิด เขาอาจจะอ่อนโยนขึ้น ความเชื่อนั้นเปราะบาง แต่รินลดากลับกอดมันไว้แน่น ราวกับเป็นสิ่งเดียวที่ประคองให้เธอยืนอยู่ตรงนี้ได้เวลาผ่านไปได้สักพัก วิกเตอร์กินอาหารต่อจนหมด เขาวางช้อนลงอย่างเป็นระเบียบ ลุกขึ้นยืนเตรียมออกจากบ้าน ราวกับเช้านี้เป็นเพียงวันทำงานธรรมดาวันหนึ่ง ก่อนจะเดินผ่านเธอไป แต่รินลดารีบก้าวตามไปหนึ่งก้าว แล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม
“วันนี้…คุณจะกลับกี่โมงคะ”
เขาหยุดเดินเพียงครู่เดียว ดวงตาคมปรายลงมองนาฬิกาข้อมือ มากกว่ามองใบหน้าเธอ“ดึก”
“ค่ะ” รินลดาพยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า แม้หัวใจจะวูบลงเงียบ ๆ ก็ตาม
“งั้น…ลดาจะเตรียมอาหารเย็นไว้รอนะคะ เผื่อคุณกลับมาเหนื่อย ๆ”
เขาไม่ตอบ เพียงหยิบเอกสารขึ้นมาจากโต๊ะข้างประตู รินลดายังคงยืนอยู่ตรงนั้น ก่อนจะรีบเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่ม“กาแฟ…ลดาเตรียมใส่กระติกไว้ให้แล้วค่ะ สูตรเดิมที่คุณชอบ”
วิกเตอร์พยักหน้าเล็กน้อย ให้ลูกน้องรับกระติกกาแฟจากมือเธอ เขาไม่สบตา การเพิกเฉยนั้นทำให้เธอเผลอกำมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่“ถ้ามีอะไรให้ลดาช่วย…บอกได้เลยนะคะ”
ประโยคนั้นหลุดออกมาพร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ วิกเตอร์ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตวัดสายตามองมา ความนิ่งในแววตานั้นคมและเย็น จนเธอต้องกลืนน้ำลายตามสัญชาตญาณ“เรื่องของฉัน เธอไม่ต้องมายุ่ง แค่ดูแลบ้านให้เรียบร้อยก็พอ เพราะเธอเหมาะกับหน้าที่แม่บ้านที่สุด!”
ธีร์ ที่เดินตามเข้ามาเห็นสีหน้าท่าทางของเจ้านายก็รีบกรูเข้าไปหาทันที เมื่อเห็นว่าวิกเตอร์กำลังจะสาวเท้าเข้าไปกระชากคนทั้งคู่ออกจากกัน “นายครับ... ใจเย็นๆ นั่นน้องชายคุณลดานะครับ ถ้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าตอนนี้ คุณลดาอาจจะโกรธนายมากกว่าเดิมนะครับ” ธีร์กระซิบเตือนสติเสียงต่ำ คำเตือนของลูกน้องคนสนิททำให้วิกเตอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าที่บึ้งตึงให้กลับมาดูเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ที่ยังยืนกอดกันอยู่ มือหนายื่นไปจับที่ต้นแขนของรินลดาอย่างแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยแรงรั้งเบาๆ เพื่อแยกเมียรักออกจากอ้อมกอดของน้องชายอย่างระมัดระวัง “พี่ว่า... ลดาผละออกก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวณภัทรจะหายใจไม่ออกเอา” วิกเตอร์เอ่ยเสียงเรียบพลางส่งสายตาคมกริบที่แฝงความนัยไปทางน้องเมีย “คะ?” รินลดาทำหน้าฉงนเล็กน้อยด้วยความงงๆ แต่เธอก็ยอมผละออกจากอ้อมกอดของน้องชายแต่โดยดี วิกเตอร์ไม่รอช้าเขารีบประคองร่างบางมากอดไว้ แล้วทำทีเป็นพูดทำลายบรรยากาศอึดอัด “ไปนั่งคุยกันที่โซฟาเถอะครับ ยืนคุยกันแบบนี้มันไม่สะดวก เดี๋ยวพี่ให้แม่บ้านจัดน้ำจัดขนมมาให้... ณภัทรคงอยา
ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าของนีน่าอย่างแรงจนหน้าหัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วโกดังร้าง นีน่าถึงกับเซถลาไปกองกับพื้น มือบางกุมแก้มที่ขึ้นรอยนิ้วมือแดงฉานด้วยความอึ้งและตื่นตระหนก เธอไม่เคยคิดว่าผู้หญิงที่ดูอ่อนแออย่างรินลดาจะกล้าทำแบบนี้ “หยุดใช้คำว่ารัก มาชะล้างความระยำของตัวเองสักที! ทั้งหมดนี่มันไม่ใช่ความรัก!” รินลดาตวาดเสียงสั่นด้วยความโกรธจัด เธอจ้องหน้านีน่าและพยาบาลสายใจสลับกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช “มันคือความเห็นแก่ตัว! ความมักได้! คุณฆ่าพ่อฉันเพียงเพราะอยากได้ผู้ชายคนเดียว... คนอย่างคุณมันไม่ใช่คนด้วยซ้ำ!” นีน่าเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและรอยแค้นขึ้นมองรินลดา ปากคอสั่นพยายามจะโต้ตอบ “แกมันก็แค่... อึก!” “หยุดปากโสโครกของมึงซะนีน่า!” วิกเตอร์ก้าวเข้ามาสมทบพลางโอบไหล่รินลดาไว้แน่น สายตาคมกริบมองนีน่าราวกับมองเศษขยะ “ก่อนที่กูจะสั่งให้คนตบมึงซ้ำอีกรอบ...จนหน้าเน่าๆ ของมึงไม่มีที่ว่างให้รอยนิ้วมือ!” รินลดาซบหน้าลงกับอกแกร่งของวิกเตอร์ สะอื้นไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น ความจริงที่แสนเจ็บปวดทำให้อดีตพังทลายลงในพริบตา วิกเตอร์โอบกอดร่างบางไว้แน่น ลูบกลุ่มผมสลว
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอนกว้าง วิกเตอร์ลืมตาขึ้นมองร่างบางที่หลับสนิทซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ผิวขาวเนียนของรินลดาบัดนี้มีรอยรักสีกุหลาบที่เขาฝากไว้แทบทุกตารางนิ้วจากการห้ำหั่นที่ดุดันเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เขาก้มลงจุมพิตที่ลาดไหล่บางอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกหวงแหนสุดหัวใจ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวังเมื่อโทรศัพท์เครื่องหรูสั่นเตือนแจ้งข่าวสำคัญ เขากดรับสายพลางเดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียงห้อง “นายครับ... พยาบาลสายใจยอมเปิดปากแล้วครับ นีน่าเป็นคนสั่งจริงๆ มันรับสารภาพว่านีน่าเอาเงินฟาดหัวให้มันถอดเครื่องช่วยหายใจของคุณพ่อคุณลดาครับ” เสียงของศักดิ์รายงานลอดมาตามสายด้วยน้ำเสียงขรึม ดวงตาของวิกเตอร์แข็งกร้าวขึ้นมาทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่าน เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน “กูจะไปจัดการคนที่ถอดเครื่องหายใจพ่อของเมียกูเดี๋ยวนี้ เตรียมตัวมันไว้ให้ดี อย่าให้มันตายก่อนกูไปถึง !” วิกเตอร์วางสายแล้วรีบก้าวกลับเข้ามาในห้องเพื่อแต่งตัว ทว่าเมื่อเขาหันกลับมาที่เตียง ก็พบว่าร่างบางที่เขาคิดว่ายังหลับอย
วิกเตอร์ผละริมฝีปากออกจากนิ้วเรียวเล็กอย่างแสนเสียดาย ก่อนจะก้มลงประกบจูบดูดดื่มอีกครั้งเพื่อมอมเมาคนใต้ร่างให้เคลิบเคลิ้ม มือหนาประคองขาเรียวสวยทั้งสองข้างให้แยกออกและตั้งขึ้นเป็นรูปตัวเอ็มบนขอบโต๊ะอาหารหรู จัดวางท่าทางให้มั่นคงเพื่อรองรับพายุอารมณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองกลีบดอกไม้งามสีหวานที่กำลังสั่นระริกราวกับจะเชิญชวนให้ผู้ชายอย่างเขาลงไปลิ้มลอง ไวกว่าความคิดใบหน้าคมคายขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรินรดเกสรดอกไม้งามจนรินลดาสะดุ้งเฮือก “กะ... ใกล้ไปหรือเปล่าคะพี่วิกเตอร์... ลดาไม่แน่ใจว่า... มันจะอร่อยถูกปากพี่ไหม” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างประหม่า ทว่านัยน์ตากลับฉ่ำวาวไปด้วยความปรารถนา “มันต้องอร่อยที่สุดสิลดา... อาหารมื้อหรูบนโต๊ะพวกนี้จืดชืดไปเลยเมื่อเทียบกับเมนูตรงหน้าพี่” วิกเตอร์ครางตอบเสียงพร่า “ลดาคือสิ่งเดียวที่อร่อยที่สุดในชีวิตพี่” “งั้นก็... ทานให้อร่อยนะคะ” รินลดาตัดสินใจใช้ปลายนิ้วเรียวกดกรีดลงตรงกลางรอยแยกเบาๆ เปิดเผยความงดงามล้ำค่าสู่สายตาคมกริบจนวิกเตอร์ถึงกับเบิกตากว้าง ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ “อ้าส์... ทำแบบนี้พี่ตายคามือลดาได้เลยนะ” สิ้นคำพูด
บรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์ดูเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ เมนูอาหารนับสิบอย่างบนโต๊ะดูน่าทานยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้คนตัวเล็กอึ้งที่สุด ไม่ใช่ความหรูหราของมื้ออาหาร... แต่เป็นตำแหน่งที่เธอกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ รินลดานั่งอยู่บนตักแกร่งของวิกเตอร์ โดยมีมือหนาทั้งสองข้างโอบประคองไว้ที่เอวบางอย่างหวงแหน แผ่นหลังของเธอพิงชิดกับแผงอกอุ่นหนาจนสัมผัสได้ถึงแรงเต้นของหัวใจเขาที่ดังกังวานอยู่ข้างหู เธอพยายามกวาดสายตามองโต๊ะอาหารตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ “นะ...นี่อะไรกันคะ” เสียงหวานสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ “ของชอบของเมียพี่ไงครับ” วิกเตอร์กระซิบตอบข้างขมับพลางสูดดมความหอมจากเรือนผมของเธออย่างถือวิสาสะ “จำเป็นต้องมากมายขนาดนี้เลยเหรอคะ ลดาคงทานไม่หมดหรอกค่ะ” “แน่นอนสิ ลดาป่วยไปนาน พี่อยากให้ลดาได้ทานแต่ของดีๆ จะได้กลับมาแข็งแรงไวๆ มา... อยากทานอะไร เดี๋ยวพี่ตักให้ พี่จะปรนนิบัติเมียพี่ให้สมกับที่โหยหามานานเลย” ไม่พูดเปล่า มือหนาหยิบช้อนเตรียมจะตักต้มยำกุ้งน้ำข้นที่เธอโปรดปรานมาจ่อที่ปากบาง แต่รินลดากลับรีบเบี่ยงหน้าหลบด้วยความขัดเขิน “ไม่เป็นไรค่ะ ปล่อยลดาลงนั่งที่เก้าอี้นะคะ ลดาทาน
คำพูดนั้นทำให้รินลดาชะงักไปชั่วครู่ มือบางที่เคยกุมมือวิกเตอร์อยู่เริ่มสั่นน้อยๆ เพราะความจริงเธอก็เคยพูดแบบนั้นออกไปในวันที่มืดแปดด้านและต้องการหนีจากความเจ็บปวด “ลดาขอโทษค่ะ...ที่ผิดสัญญา” วิกเตอร์ขยับกายเข้าไปบดบังร่างของรินลดาไว้จนมิด ไม่มีใครหน้าไหนจะข้ามไปทำร้ายคนข้างหลังได้ เขากดสายตามองนีน่าพลางเค้นยิ้มเย็นเยียบ จนคนมองขนลุก “สัญญาอย่างนั้นเหรอ?... ต่อให้ลดาจะเคยสัญญาว่าจะไปจากกู... กูนี่แหละที่จะเป็นคนฉีกสัญญานั้นทิ้งเองกับมือ!” “วิกเตอร์คะ! แต่มัน...” “ไม่มีแต่! มึงไม่มีสิทธิ์มาสั่งเมียกู และไม่มีสิทธิ์มาทวงสัญญาบ้าบออะไรทั้งนั้น เพราะในวันที่เธออยากจะไปจากกูจนใจจะขาด... เป็นกูเองที่อ้อนวอนขอให้เธออยู่! เป็นกูคนนี้ที่แทบคลั่งตายตอนเห็นเธอกำลังจะจากไป!” “วิกเตอร์! คุณมันบ้าไปแล้ว!” นีน่าแผดเสียงหลง แววตาเต็มไปด้วยความริษยา “ผู้หญิงคนนี้มันทำให้คนรักของคุณต้องตายนะ! คุณลืมไปแล้วเหรอว่าพิมพ์นาราตายเพราะใคร!” “ไม่ใช่! ลดาไม่ได้ทำ!” วิกเตอร์สวนกลับทันควัน แววตาแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม “และผู้หญิงที่ตายไปคนนั้นน่ะ... คือคนทรยศต่างหาก!” “หมายความว่ายังไงคะ... ทรยศเหรอ?” คำพู
ตลั่บบ!! ตลั่บบ!! ตลั่บบ!!“อื้อๆ อ๊ะๆ...จะ..จุก…” เสียงครางพร่าแผ่วหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก ร่างบางสะท้านเฮือกราวกับถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดจนแทบจะยืนหยัดอยู่บนพื้นห้องน้ำที่เปียกชื่นไม่ไหว มือเรียวรีบตะเกียกตะกายขึ้นคว้าไหล่หนาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียว ทุกจังหวะที่เขาตอกอัดเ
หลายวันต่อมา.. @โรงพยาบาล รินลดาผลักบานประตูห้องผู้ป่วยพิเศษเข้าไปอย่างแผ่วเบา กลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่าเชื้อปะปนกับความเงียบงันที่คุ้นเคย เครื่องวัดสัญญาณชีพข้างเตียงยังทำหน้าที่ของมันสม่ำเสมอ แสงแดดอ่อนลอดม่านโปร่งทาบลงบนร่างชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งราวกับหลับลึกเกินฝัน เธอวางถุงผลไม้ลงบนโต๊ะเล็กข้างเ
“ฉันบอกว่าไม่ต้องรอ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?” น้ำเสียงตวาดก้องในความสลัวของห้องโถง ทำเอา รินลดา ชะงักค้าง มือที่กำลังจะช่วยรับกระเป๋าทำงานของเขาหดกลับมาประสานกันแน่น เธอพยายามสะกดกลั้นความน้อยใจ มองใบหน้าคมคายของ วิกเตอร์ ที่บัดนี้ดูเคร่งขรึมและเย็นชาจนน่ากลัว “ลดาขอโทษค่ะ... คะ..คุณเมามาเหรอ
“แล้วไอ้เด็กนั่นล่ะ…” “ในคุก ณภัทร ทำตัวดีมากครับ” ธีร์รายงานเกี่ยวกับน้องชายของรินลดาตามข้อมูลที่ได้รับมา “เขาเป็นที่โปรดปรานของผู้คุมจนตอนนี้ดูท่าว่าจะได้ปรับเป็นนักโทษชั้นดีในเร็วๆ นี้ ส่วนคนของเราที่อยู่ข้างใน... ก็ยังคงดูแล ณภัทรเป็นอย่างดีตามที่เจ้านายสั่งครับ” “หึ..” วิกเตอร์กระตุกยิ้มสมเพ