LOGIN"อ้าส์.." ความคับแน่นของสาวบริสุทธิ์สร้างความพึงพอใจให้เขาไม่น้อย ริมฝีปากหนาเผยอขึ้นเปล่งเสียงคำรามอย่างสุดจะกลั้น เสียงสะอื่นให้ของรินลดามันเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ดิบที่เคยหลับไหลให้ลุกขึ้นมาได้เป็นอย่างดี
"อึก..จะ เจ็บ..ฮือออ" ถ้อยคำวิงวอนของเธอไม่เคยมีความหมายกับคนไร้หัวใจอย่างวิกเตอร์ รินลดาเบือนหน้าหนีเมื่อคนข้างบนโน้ม ใบหน้าลงมาหมายจะประกบจูบ ทำให้ริมฝีปากของเขาสัมผัสกับลำคอพอดิบพอดี
"กรี๊ดดดดดด อื้อ!"
เขาลงโทษเธอด้วยแรงขบกัดอย่างแรงจนกลิ่นคาวเลือดเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง ความเจ็บแปลบแล่นผ่านผิวกายพร้อมกับความจริงที่ค่อย ๆ ซึมลึกลงไปในใจ รินลดารับรู้ได้ชัดว่า ผู้ชายที่เรียกว่าสามีกำลังฝากรอยแผลไว้ทั้งในจิตใจ และบนเรือนร่างของเธออย่างตั้งใจ“เธอสมควรที่จะได้รับความเจ็บปวดนี้”
ปลั่กก !! ปลั่กก !! ปลั่กก !!“กรี๊ดดดดดดด!!"
ไร้ซึ่งความปรานี ไม่มีแม้ความอ่อนโยน ร่างกายของเธอโยกคลอนไปมาตามท่วงท่าร้อนแรงของเขา สัมผัสหยาบโลน ที่ถาโถมเข้าหาส่งผลให้ช่องทางรักฉีกขาดเพิ่มเป็นทางยาว สะโพกสอบระรัวเข้าใส่ร่องแคบอย่างรุนแรงด้วยความรู้สึกที่มากล้น คราบเลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นสีขาว“...อ้าส์…"
“ฮึก…ลดา…เจ็บ…ลดาไม่ไหวแล้ว…”
ริมฝีปากหนาไล้วนขบกัดผิวเนื้อขาวตามหัวไหล่แขนจนเป็นรอยแดง ตีตราความเจ็บปวดให้เธอทุกตารางนิ้วบนร่างบางด้วยความแค้น“เจ็บมั้ย..” เสียงทุ้มเอ่ยถามราวกับเป็นห่วง แต่ดวงตากลับเปล่งประกายเป็นคำถามที่เขาชอบมากที่สุด
“ฮื้ออ..ลดาเจ็บ..”
“นั้นแหละฉัน ความเจ็บเธอมันคือสิ่งที่ฉันชอบ”
วิกเตอร์กดสะโพกลึกสุด มือหนาจับรั้งสะโพกอวบเข้าหาตัวอย่างเอาแต่ใจ จับแหกโคนขาอ่อนจนกว้าง กระหน่ำแทงแก่นกายใหญ่ เข้าสุดออกสุด ด้วยความรุนแรง จนกลีบอวบสาวบวมเป่งจากการถูกรุกล้ำครั้งแรก“ฮึก..ฮืออ...เจ็บ..” คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกหนาวเหน็บ และการกระทำกับเธอมันรุนแรงเกินกว่าที่หัวใจจะรับไหว ความรู้สึกถูกบดขยี้จนพร่าเลือน รินลดาสะอื้นไห้อย่างควบคุมไม่ได้ สลับกับลมหายใจที่ขาดห้วง ดวงตาที่เคยมีแววกลับเลื่อนลอย ร่างกายของเธอยังคงสั่นเทา โดยเฉพาะเรียวขาทั้งสองข้าง
“อื้ออ!!”
รินลดาส่งเสียงร้องในลำคอ เมื่อวิกเตอร์กระแทกจูบริมฝีปากอวบอิ่มอย่างรุนแรงจบมันเจ็บแปลบ แต่นั่นก็ยังไม่พอสำหรับความเจ็บปวด เมื่อมือหนาเลื่อนมาบีบเข้าที่ลำคอสวยจนเธอเริ่มดิ้นทุรนทุรายเพราะเขาบีบมันแน่นจนเธอเริ่มหายใจไม่ออก“ฮึก..เฮือกก..!” รินลดารีบหอบหายใจเมื่อเธอได้รับอสิระ ตอนนี้ใบหน้าเธอแดงก่ำเหมือนคนขาดออกซิเจน
“อย่าพึ่งรีบตาย” ชายหนุ่มถอนจูบออก พร้อมกับมือหนาที่คลายออกและพุ่งเป้าไปที่เนินอกอวบแทน เขาบีบขยำมันแทบแหลกจนร่างแบบบางสะดุ้งเฮือกด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่แก่นกายใหญ่ขยับเข้าออกอย่างป่าเถื่อน
ร่างบางหายใจโรยรินมือเล็กได้แต่กำเข้าหากันแน่น ความรุนแรงของเขาส่งผลให้ศีรษะเล็กชนขาเตียงกึก กึก ด้วยความทรมาน“อืมม...ได้เป็นถึงภรรยาของฉัน...อ้าส์...ก็ต้องทนมือ ทนเอ็นของผัวหน่อยสิ”
"ฮืออ..แต่ลดา...จะ เจ็บ..ฮือออ” น้ำเสียงของเธอแหบพร่าจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เธออยากจะเข้าใจและยอมรับตัวตนของเขา แต่ตอนนี้เธอเจ็บปวดระบบไปทุกส่วนของร่างกาย
“หึๆ..ทนๆหน่อยสิ ลดา..เธอต้องภูมิใจกับสิ่งที่เธอได้รับนะ..”
“อึกก!!”
ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นร่างบางกระตุกเกร็งอัตโนมัติด้วยความกลัว เมื่อวิกเตอร์ลากริมฝีปากลงไปหักทายยอดปทุมถันสีหวาน ก่อนที่เขาจะขบกัดมันด้วยความรุนแรงราวกับสัตว์ร้ายหิวกระหายกึก!“กรี๊ดดดด!! ฮือออ”
ริมฝีปากหยักดูดดึงเต้าอวบใหญ่อย่างรุนแรง ผละจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว แลบลิ้นสาก หมุนวนลิ้นแล้วดูดดึงอย่างแรงจนเธอเจ็บแปลบ“ลดา เจ็บ!!”
"กรี๊ดดดดด" ไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไรที่เธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะสัมผัสหยาบโลนของเขา มันน่าเวทนาที่เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทำได้เพียงภาวนาขอให้ช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวดนี้ผ่านไปให้เร็วที่สุด
วิกเตอร์ผละตัวออก ดวงตาคมก้มมองดูบาดแผลที่เกิดจากฝีมือตัวเอง ก็พบว่ามันเป็นไปได้ด้วยดี รอยกัดเริ่มมีสีแดงช้ำขึ้นเรื่อยๆ“อยากให้ฉันปล่อยในหรือยัง"
เขาเงยหน้าขึ้นมาเหยียดยิ้มร้ายใส่ พร้อมกับช่วงล่างที่ยังคงถาโถมแรงกายเข้าหาเธออย่างบ้าคลั่งไม่สนใจว่านี้คือครั้งแรกของเธอ และยิ่งเห็นเธอทำสีหน้าเจ็บปวดเท่าไร เขาก็ยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น“กรี๊ดดดด!!”
“อืมมม...ซี๊ดด!”
ปึ่กก!!! ปึ่กก!!! ปึ่กก!!!ชายหนุ่มปลดปล่อยเสียงครางเมื่อมองเห็นปลายหางสวรรค์ร่ำไร สะโพกสอบสะบัดเข้าหาร่องสวาทแรงขึ้นจนเลือดบริสุทธิ์สาดกระ เซ็นเปรอะเปื้อนกลีบกุหลาบบวมช้ำ ก่อนที่ร่างกำยำเกร็งกระตุกจะฉีดพ่นน้ำรักเข้าไปในร่องแคบจนล้นทะลักปนไปกับเลือดสาว“อ้าสสสสสส์!!!!" วิกเตอร์คำรามลั่นเมื่อได้ปลดปล่อยห้วงอารมณ์สุดท้าย เขาอัดกระแทกกระทั้นแก่นกายใหญ่อีกสองสามครั้งเพื่อรีดน้ำรักที่ยังคั่งค้างเข้าไปในกายเธอให้หมดทุกหยาดหยด
“ฮึก…ฮือออ”
“หึ…เธอเหมาะกับน้ำตามากเลยนะ”
“…ลดาเจ็บ…”
คำร้องนั้นหลุดออกมาพร้อมลมหายใจที่สั่น รินลดาหลับตาลงอย่างหมดแรง ความเจ็บปวดไหลท่วมทั้งกายและใจ แต่ลึกลงไปกว่านั้นคือความกลัวกลัวจะถูกทิ้ง กลัวจะไม่มีเขาอยู่ข้าง ๆ“ถ้าทนฉันไม่ได้ ฉันก็คงต้องไปหาผู้หญิงอื่นมาเป็นเมียแทน”
คำขู่ถูกโยนมาอย่างง่ายดาย เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงช้ำเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง วูบหนึ่งหัวใจเธอสั่นไหว แต่สิ่งที่แรงกว่าความกลัวกลับเป็นความรักที่เธอเชื่อมั่นมาตลอด“…!!…”
วิกเตอร์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่สวนทางกับแววตาเยือกเย็น“ว่าไง อดทนได้ไหม”
รินลดากลืนน้ำลาย ฝืนรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ เธอรู้ดีว่ามันเจ็บ รู้ดีว่ามันหนักหนา แต่เธอก็เชื่อ เชื่อว่าเขารักเธอในแบบของเขา เชื่อว่านี่คือราคาของการอยู่เคียงข้าง“ฮึก…ลดา…ทนได้ค่ะ…”
คำตอบนั้นไม่ได้ออกมาจากความเข้มแข็ง หากออกมาจากหัวใจที่ยึดมั่นจนไม่ยอมถอย“หึ…ดี”
น้ำเสียงของเขาราวกับตัดสินบางอย่างลงอย่างง่ายดาย รินลดานิ่งเงียบ รับรู้ได้ว่าตัวเองกำลังยอมรับทุกอย่างเพียงเพราะคำว่า รัก คำเดียว คำที่เธอเชื่อว่ามีอยู่จริง ทว่า การกระทำที่ตามมาของเขากลับค่อย ๆ บดขยี้ความเชื่อนั้น จนหัวใจของเธอแหลกสลายวิกเตอร์ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเงินทุกธนบัตรที่มีออกมานับต่อหน้าเธออย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะแยกแบงก์สีแดงออกมาจำนวนห้าใบ แล้วโยนลงไปบนร่างของหญิงสาวจนมันกระจายเกลื่อน“ครั้งแรก เธอทำได้แย่มาก เอาเท่านี้ไปก่อนก็แล้วกัน”
“….” รินลดานิ่งเงียบ ดวงตาสั่นระริกมองสิ่งนั้น ทั้งที่หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปแล้ว ความรู้สึกว่างเปล่าแผ่ซึมจนเธอแทบไม่อาจรับรู้อะไรได้อีก
“ถ้าอยากได้มากกว่านี้ ก็ต้องทำให้ฉันพอใจ ช่วยโชว์ลีลาความร่านของเธอออกมาหน่อย ไม่ใช่แค่แหกปากร้องว่าเจ็บอย่างเดียว! ”
“!!”
ธีร์ ที่เดินตามเข้ามาเห็นสีหน้าท่าทางของเจ้านายก็รีบกรูเข้าไปหาทันที เมื่อเห็นว่าวิกเตอร์กำลังจะสาวเท้าเข้าไปกระชากคนทั้งคู่ออกจากกัน “นายครับ... ใจเย็นๆ นั่นน้องชายคุณลดานะครับ ถ้าเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าตอนนี้ คุณลดาอาจจะโกรธนายมากกว่าเดิมนะครับ” ธีร์กระซิบเตือนสติเสียงต่ำ คำเตือนของลูกน้องคนสนิททำให้วิกเตอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าที่บึ้งตึงให้กลับมาดูเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ที่ยังยืนกอดกันอยู่ มือหนายื่นไปจับที่ต้นแขนของรินลดาอย่างแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยแรงรั้งเบาๆ เพื่อแยกเมียรักออกจากอ้อมกอดของน้องชายอย่างระมัดระวัง “พี่ว่า... ลดาผละออกก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวณภัทรจะหายใจไม่ออกเอา” วิกเตอร์เอ่ยเสียงเรียบพลางส่งสายตาคมกริบที่แฝงความนัยไปทางน้องเมีย “คะ?” รินลดาทำหน้าฉงนเล็กน้อยด้วยความงงๆ แต่เธอก็ยอมผละออกจากอ้อมกอดของน้องชายแต่โดยดี วิกเตอร์ไม่รอช้าเขารีบประคองร่างบางมากอดไว้ แล้วทำทีเป็นพูดทำลายบรรยากาศอึดอัด “ไปนั่งคุยกันที่โซฟาเถอะครับ ยืนคุยกันแบบนี้มันไม่สะดวก เดี๋ยวพี่ให้แม่บ้านจัดน้ำจัดขนมมาให้... ณภัทรคงอยา
ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าของนีน่าอย่างแรงจนหน้าหัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วโกดังร้าง นีน่าถึงกับเซถลาไปกองกับพื้น มือบางกุมแก้มที่ขึ้นรอยนิ้วมือแดงฉานด้วยความอึ้งและตื่นตระหนก เธอไม่เคยคิดว่าผู้หญิงที่ดูอ่อนแออย่างรินลดาจะกล้าทำแบบนี้ “หยุดใช้คำว่ารัก มาชะล้างความระยำของตัวเองสักที! ทั้งหมดนี่มันไม่ใช่ความรัก!” รินลดาตวาดเสียงสั่นด้วยความโกรธจัด เธอจ้องหน้านีน่าและพยาบาลสายใจสลับกันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช “มันคือความเห็นแก่ตัว! ความมักได้! คุณฆ่าพ่อฉันเพียงเพราะอยากได้ผู้ชายคนเดียว... คนอย่างคุณมันไม่ใช่คนด้วยซ้ำ!” นีน่าเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและรอยแค้นขึ้นมองรินลดา ปากคอสั่นพยายามจะโต้ตอบ “แกมันก็แค่... อึก!” “หยุดปากโสโครกของมึงซะนีน่า!” วิกเตอร์ก้าวเข้ามาสมทบพลางโอบไหล่รินลดาไว้แน่น สายตาคมกริบมองนีน่าราวกับมองเศษขยะ “ก่อนที่กูจะสั่งให้คนตบมึงซ้ำอีกรอบ...จนหน้าเน่าๆ ของมึงไม่มีที่ว่างให้รอยนิ้วมือ!” รินลดาซบหน้าลงกับอกแกร่งของวิกเตอร์ สะอื้นไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น ความจริงที่แสนเจ็บปวดทำให้อดีตพังทลายลงในพริบตา วิกเตอร์โอบกอดร่างบางไว้แน่น ลูบกลุ่มผมสลว
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาในห้องนอนกว้าง วิกเตอร์ลืมตาขึ้นมองร่างบางที่หลับสนิทซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ผิวขาวเนียนของรินลดาบัดนี้มีรอยรักสีกุหลาบที่เขาฝากไว้แทบทุกตารางนิ้วจากการห้ำหั่นที่ดุดันเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เขาก้มลงจุมพิตที่ลาดไหล่บางอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกหวงแหนสุดหัวใจ ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวังเมื่อโทรศัพท์เครื่องหรูสั่นเตือนแจ้งข่าวสำคัญ เขากดรับสายพลางเดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียงห้อง “นายครับ... พยาบาลสายใจยอมเปิดปากแล้วครับ นีน่าเป็นคนสั่งจริงๆ มันรับสารภาพว่านีน่าเอาเงินฟาดหัวให้มันถอดเครื่องช่วยหายใจของคุณพ่อคุณลดาครับ” เสียงของศักดิ์รายงานลอดมาตามสายด้วยน้ำเสียงขรึม ดวงตาของวิกเตอร์แข็งกร้าวขึ้นมาทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่าน เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน “กูจะไปจัดการคนที่ถอดเครื่องหายใจพ่อของเมียกูเดี๋ยวนี้ เตรียมตัวมันไว้ให้ดี อย่าให้มันตายก่อนกูไปถึง !” วิกเตอร์วางสายแล้วรีบก้าวกลับเข้ามาในห้องเพื่อแต่งตัว ทว่าเมื่อเขาหันกลับมาที่เตียง ก็พบว่าร่างบางที่เขาคิดว่ายังหลับอย
วิกเตอร์ผละริมฝีปากออกจากนิ้วเรียวเล็กอย่างแสนเสียดาย ก่อนจะก้มลงประกบจูบดูดดื่มอีกครั้งเพื่อมอมเมาคนใต้ร่างให้เคลิบเคลิ้ม มือหนาประคองขาเรียวสวยทั้งสองข้างให้แยกออกและตั้งขึ้นเป็นรูปตัวเอ็มบนขอบโต๊ะอาหารหรู จัดวางท่าทางให้มั่นคงเพื่อรองรับพายุอารมณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองกลีบดอกไม้งามสีหวานที่กำลังสั่นระริกราวกับจะเชิญชวนให้ผู้ชายอย่างเขาลงไปลิ้มลอง ไวกว่าความคิดใบหน้าคมคายขยับเข้าไปใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรินรดเกสรดอกไม้งามจนรินลดาสะดุ้งเฮือก “กะ... ใกล้ไปหรือเปล่าคะพี่วิกเตอร์... ลดาไม่แน่ใจว่า... มันจะอร่อยถูกปากพี่ไหม” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างประหม่า ทว่านัยน์ตากลับฉ่ำวาวไปด้วยความปรารถนา “มันต้องอร่อยที่สุดสิลดา... อาหารมื้อหรูบนโต๊ะพวกนี้จืดชืดไปเลยเมื่อเทียบกับเมนูตรงหน้าพี่” วิกเตอร์ครางตอบเสียงพร่า “ลดาคือสิ่งเดียวที่อร่อยที่สุดในชีวิตพี่” “งั้นก็... ทานให้อร่อยนะคะ” รินลดาตัดสินใจใช้ปลายนิ้วเรียวกดกรีดลงตรงกลางรอยแยกเบาๆ เปิดเผยความงดงามล้ำค่าสู่สายตาคมกริบจนวิกเตอร์ถึงกับเบิกตากว้าง ลมหายใจขาดห้วงไปชั่วขณะ “อ้าส์... ทำแบบนี้พี่ตายคามือลดาได้เลยนะ” สิ้นคำพูด
บรรยากาศภายในห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์ดูเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ เมนูอาหารนับสิบอย่างบนโต๊ะดูน่าทานยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้คนตัวเล็กอึ้งที่สุด ไม่ใช่ความหรูหราของมื้ออาหาร... แต่เป็นตำแหน่งที่เธอกำลังนั่งอยู่ตอนนี้ รินลดานั่งอยู่บนตักแกร่งของวิกเตอร์ โดยมีมือหนาทั้งสองข้างโอบประคองไว้ที่เอวบางอย่างหวงแหน แผ่นหลังของเธอพิงชิดกับแผงอกอุ่นหนาจนสัมผัสได้ถึงแรงเต้นของหัวใจเขาที่ดังกังวานอยู่ข้างหู เธอพยายามกวาดสายตามองโต๊ะอาหารตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ “นะ...นี่อะไรกันคะ” เสียงหวานสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ “ของชอบของเมียพี่ไงครับ” วิกเตอร์กระซิบตอบข้างขมับพลางสูดดมความหอมจากเรือนผมของเธออย่างถือวิสาสะ “จำเป็นต้องมากมายขนาดนี้เลยเหรอคะ ลดาคงทานไม่หมดหรอกค่ะ” “แน่นอนสิ ลดาป่วยไปนาน พี่อยากให้ลดาได้ทานแต่ของดีๆ จะได้กลับมาแข็งแรงไวๆ มา... อยากทานอะไร เดี๋ยวพี่ตักให้ พี่จะปรนนิบัติเมียพี่ให้สมกับที่โหยหามานานเลย” ไม่พูดเปล่า มือหนาหยิบช้อนเตรียมจะตักต้มยำกุ้งน้ำข้นที่เธอโปรดปรานมาจ่อที่ปากบาง แต่รินลดากลับรีบเบี่ยงหน้าหลบด้วยความขัดเขิน “ไม่เป็นไรค่ะ ปล่อยลดาลงนั่งที่เก้าอี้นะคะ ลดาทาน
คำพูดนั้นทำให้รินลดาชะงักไปชั่วครู่ มือบางที่เคยกุมมือวิกเตอร์อยู่เริ่มสั่นน้อยๆ เพราะความจริงเธอก็เคยพูดแบบนั้นออกไปในวันที่มืดแปดด้านและต้องการหนีจากความเจ็บปวด “ลดาขอโทษค่ะ...ที่ผิดสัญญา” วิกเตอร์ขยับกายเข้าไปบดบังร่างของรินลดาไว้จนมิด ไม่มีใครหน้าไหนจะข้ามไปทำร้ายคนข้างหลังได้ เขากดสายตามองนีน่าพลางเค้นยิ้มเย็นเยียบ จนคนมองขนลุก “สัญญาอย่างนั้นเหรอ?... ต่อให้ลดาจะเคยสัญญาว่าจะไปจากกู... กูนี่แหละที่จะเป็นคนฉีกสัญญานั้นทิ้งเองกับมือ!” “วิกเตอร์คะ! แต่มัน...” “ไม่มีแต่! มึงไม่มีสิทธิ์มาสั่งเมียกู และไม่มีสิทธิ์มาทวงสัญญาบ้าบออะไรทั้งนั้น เพราะในวันที่เธออยากจะไปจากกูจนใจจะขาด... เป็นกูเองที่อ้อนวอนขอให้เธออยู่! เป็นกูคนนี้ที่แทบคลั่งตายตอนเห็นเธอกำลังจะจากไป!” “วิกเตอร์! คุณมันบ้าไปแล้ว!” นีน่าแผดเสียงหลง แววตาเต็มไปด้วยความริษยา “ผู้หญิงคนนี้มันทำให้คนรักของคุณต้องตายนะ! คุณลืมไปแล้วเหรอว่าพิมพ์นาราตายเพราะใคร!” “ไม่ใช่! ลดาไม่ได้ทำ!” วิกเตอร์สวนกลับทันควัน แววตาแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม “และผู้หญิงที่ตายไปคนนั้นน่ะ... คือคนทรยศต่างหาก!” “หมายความว่ายังไงคะ... ทรยศเหรอ?” คำพู
หลายวันต่อมา.. @โรงพยาบาล รินลดาผลักบานประตูห้องผู้ป่วยพิเศษเข้าไปอย่างแผ่วเบา กลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่าเชื้อปะปนกับความเงียบงันที่คุ้นเคย เครื่องวัดสัญญาณชีพข้างเตียงยังทำหน้าที่ของมันสม่ำเสมอ แสงแดดอ่อนลอดม่านโปร่งทาบลงบนร่างชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งราวกับหลับลึกเกินฝัน เธอวางถุงผลไม้ลงบนโต๊ะเล็กข้างเ
ตลั่บบ!! ตลั่บบ!! ตลั่บบ!!“อื้อๆ อ๊ะๆ...จะ..จุก…” เสียงครางพร่าแผ่วหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นระริก ร่างบางสะท้านเฮือกราวกับถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดจนแทบจะยืนหยัดอยู่บนพื้นห้องน้ำที่เปียกชื่นไม่ไหว มือเรียวรีบตะเกียกตะกายขึ้นคว้าไหล่หนาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียว ทุกจังหวะที่เขาตอกอัดเ
"ฮึก... ถ้าการทำแบบนี้... มันจะทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้น... ลดาก็จะยอมค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ยอมจำนนปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบทรักที่แสนรุนแรงของเขา ขณะที่นัยน์ตาคู่สวยซึ่งรื้นไปด้วยน้ำใสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่ลดละ เป็นการจ้องมองที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและยอมจำนนในคราวเดียวกัน ว
“ฉันบอกว่าไม่ต้องรอ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง?” น้ำเสียงตวาดก้องในความสลัวของห้องโถง ทำเอา รินลดา ชะงักค้าง มือที่กำลังจะช่วยรับกระเป๋าทำงานของเขาหดกลับมาประสานกันแน่น เธอพยายามสะกดกลั้นความน้อยใจ มองใบหน้าคมคายของ วิกเตอร์ ที่บัดนี้ดูเคร่งขรึมและเย็นชาจนน่ากลัว “ลดาขอโทษค่ะ... คะ..คุณเมามาเหรอ



![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



