LOGINกลับมายังปัจจุบัน "ในตอนนั้นแม่เล่าว่า...เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาทีเดียวค่ะ ให้กับคำพูดของเพื่อนรักที่ตัวเองก็ท้องแก่ใกล้จะคลอดแต่ก็ยังมาเยี่ยมตัวเอง และหลังจากนั้นแม่บุญธรรมก็มักจะนำสิ่งของรวมถึงเงินเท่าที่หล่อนจะแบ่งได้มาให้ฉันอยู่ตลอด จนกระทั่งเธอมีลูกคนที่สองและฉันเริ่มโตขึ้นและแม่หาเงิ
หลายปีผ่านไป...หลังจากที่เปลวไฟแห่งโศกนาฏกรรมได้มอดดับลง และบาดแผลทั้งหมดได้รับการเยียวยาด้วยกาลเวลาและมิตรภาพภายในเรือนสี่ประสานในบ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนจะสงบสุข... เสียงหัวเราะของเด็กแฝดชายหญิงที่ได้เติบโตขึ้นมากกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน...คือบทเพลงที่ไพเราะที่สุดของบ้านหลังนี้และในวั
"หวงจิง! ดูหวังเฉียง! เขามีแผลไฟไหม้รุนแรง!" "อู๋ถิง! ดูจ้าวลี่! ระวังเรื่องบาดเจ็บที่ศีรษะและกระดูกสันหลัง!" ทั้งหวงจิงและอู๋ถิงทำงานกันอย่างคล่องแคล่วแม้ว่าจะตกตะลึงกับอาการของเพื่อน ทว่ามือของพวกเขาก็ทำงานไม่หยุด หลังตัดชุดดับเพลิงที่เสียหายออกและประเมินบาดแผลรวมถึงเปิดเส้นเลือดให้สาร
"ทุกคน! สวมหน้ากากป้องกันสารพิษ! ห้ามถอดออกเด็ดขาด!" เสียงที่เด็ดขาดของเกาซูอวี้ดังขึ้นเป็นคำสั่งแรก...เธอรู้ดีว่าควันที่มองเห็นตรงหน้านั้น...เต็มไปด้วยสารเคมีอันตราย ทีมแพทย์ภาคสนามทั้งหมดรีบสวมหน้ากากป้องกันอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งตัวเข้าไปในความโกลาหลเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภ
หวงจิงและอู๋ถิงมองหน้ากัน...ก่อนจะพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง...ซึ่งพวกเขาคือผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด "ฉันจะไป" "ฉันไปด้วย" และในตอนนี้การตัดสินใจที่กล้าหาญเป็นอย่างมาก...ได้เกิดขึ้นแล้วโดยที่พวกเขาทั้งหมดไม่ได้รู้เลยว่า...การรวมตัวกันครั้งนี้จะเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับสหายของพวกเขาต้องเผชิญ
กลางดึกสงัดของกรุงปักกิ่ง...ท่ามกลางการหลับใหลของผู้คน ฉับพลันในวินาทีนั้นได้มีเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดดังขึ้นกึกก้อง...ทำลายความเงียบของสถานีดับเพลิงในเขตชานเมือง หวังเฉียงกับจ้าวลี่...สองสหายนักดับเพลิง...กระโจนออกจากเตียงพักผ่อน...แล้วรูดเสาลงมายังชั้นล่างด้วยความเร็วสูงสุดพวกเข
ภาพความเจ็บปวดในแววตาของมารดาทำให้กำแพงความเข้มแข็งของเกาซูอวี้พังทลายลง...ความรู้สึกผิดที่เธอพยายามจะกดมันไว้ตลอดทั้งวันได้ปะทุขึ้นมา "แม่คะ...หนู...หนูรู้สึกผิด" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ "รู้สึกผิดเรื่องอะไร? ลูกช่วยชีวิตคนไว้ตั้งมากมายนะ" "หนูรู้สึกผิดต่อเยว่ฉีค
"ซูอวี้...ป้า...ป้าขอโทษ..." เธอกล่าวทั้งน้ำตาสะอื้นไห้ "ป้ามันโง่เอง...ที่หูเบาไปเชื่อคนอื่น...ป้าขอโทษจริง ๆ...ยกโทษให้ป้าด้วยนะลูก..." น้ำเสียงของหลินจือจิงเต็มไปด้วยความสั่นเครือ...ด้วยความรู้สึกผิด เกาซูอวี้รีบเดินฝ่าวงล้อมของพ่อและเพื่อนไปหาเธอด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเห็นใจและเข้าใจ
บริเวณทางเดินหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทหารหนานจิงในเวลานี้...กำลังอวลไปด้วยกลิ่นของยาฆ่าเชื้อที่ฉุนจมูกผสมปนเปไปกับกลิ่นควันไฟจาง ๆ ที่ติดมากับเสื้อผ้าของผู้คน เสียงฝีเท้าของเหล่าแพทย์และพยาบาลที่วิ่งกันอย่างขวักไขว่และเสียงสะอื้นไห้เบา ๆ ของครอบครัวผู้ประสบภัยคนอื่น ๆ...ทั้งหมดนี้คือภ
และแล้ว...เสียงไซเรนที่พวกเขาเฝ้ารอก็ได้มาหยุดลงพร้อมกับรถพยาบาลที่ครั้งนี้มีมาถึงสองคันพร้อมกัน ทีมแพทย์ฉุกเฉินชุดใหม่รีบวิ่งลงมาพร้อมกับเปลสนามและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทันที เกาซูอวี้ไม่รอให้พวกเขาต้องเสียเวลาประเมินอาการเอง เธอวิ่งตรงเข้าไปรายงานสถานการณ์ด้วยท่าทางเป็นมืออาชีพ







