Accueil / แฟนตาซี / ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย / ตอนที่ 16 : ความโกงต่อเนื่องที่มาพร้อมกับการเกิดใหม่ครั้งที่ 2  ตอนจบ

Share

ตอนที่ 16 : ความโกงต่อเนื่องที่มาพร้อมกับการเกิดใหม่ครั้งที่ 2  ตอนจบ

last update Dernière mise à jour: 2025-04-09 12:06:18

แปล๊บๆๆๆ!!!!!!!

〝จ๊ากกกกกก!!!!!!!!!!〞

            หลังจากที่กรได้หลั่งน้ำตาออกมาเพราะความรู้สึกหลายๆอย่างที่สั่งสมมานาน จากทั้งแรงกดดันและความเครียดทั้งหลายที่สะสมมามากเสียจนทะลุปรอทได้จบลง จู่ๆกรก็สัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่านไปทั่วร่างตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างกระทันหันจนถึงกับล้มลงไปนอนกับพื้นในท่าหงายท้องมองดูดาวเลยทีเดียว ทั้งยังเกิดควันสีดำคลุ้งออกมาจากร่างจนทั่วเลยทีเดียว รวมทั้งผมยาวๆของตัวกรเองก็ยังตั้งฟูเป็นผมทรงแอ็ฟโฟร่ฟูฟ่องอย่างหนาเพราะกระแสไฟฟ้าที่ว่าไปพร้อมๆกันจนดูน่าขบขันไม่ใช่น้อย นั่นเลยทำให้ตัวของกรชาไปหมดแล้วก็ล้มลงไปกองกับพื้นตามระเบียบ

อึ๊ก!  อะไรกันเนี่ย....  หลังจากที่ต้องรับภาระทางจิตใจที่มากเสียยิ่งกว่ามากจนล้นออกมาแล้ว ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีกงั้นเหรอ!?  นี่มันจะเกินไปแล้วนะเฮ้ย!!!

ยะ...อย่าบอกนะว่านี่เป็นผลข้างเคียงของสกิล  หรือไม่ก็เป็นบทลงโทษของคนที่ใช้โปรแกรมโกง———

เดี๋ยวๆๆๆ....ฉันไม่ได้ใช้โปรแกรมโกงหรือชีตทูล(Cheat Tool) หรืออะไรเทือกๆนั้นซักกะนิดเดียว...ถ้าจะโทษก็ไปโทษไอ้คนที่จัดสกิลมาให้ฉันซะสิ....แต่เดี๋ยวดิ  แล้วคนที่จัดมันเป็นใครหว่า!?

แล้วนี่ฉันกำลังบ่นให้ใครฟังอยู่กันละเนี่ย!!!

กริ๊ง!!!

〝!!!!!!!!!!〞

          ในขณะที่กรกำลังคิดหาสาเหตุของเรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างกะทันหันตามปกติอยู่นั่น จนเวลาผ่านไปพอสมควรพอรู้สึกตัวอีกทีก็ขยับตัวได้อีกครั้งแล้ว จากนั้นเสียงกระดิ่งที่คุ้นหูก็ดังขึ้นมาในหัวของกรอีกครั้งแทบจะในทันที  แล้วหน้าต่างเล็กๆที่คุ้นเคยซึ่งเป็นหน้าต่างย่อยแสดงรายละเอียดสกิลก็ถูกแสดงขึ้นมาในระดับสายตาของกรทั้งที่ตัวกรกำลังนอนหงายท้องอยู่อย่างนั้น 

Ogre Arm(ต้นฉบับ)

《 คำอธิบาย : เป็นสกิลจากการได้รับฉายา〘แขนยักษาแห่งการทำลายล้าง〙สามารถเพิ่มสเตตัสทั้งหมดได้ 50 เท่า ตามแต่พลังเวทย์ที่จ่ายเข้าไปในวงเวทย์ซึ่งสลักอยู่บนแขนขวา และจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อเวลาผ่านไปทุกๆ 30 วินาที *ตัวอย่างเช่น จ่ายพลังเวทย์ลงไป 1,000  จุด ก็จะทำให้สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 50,000 จุด และหากเวลาผ่านไปตั้งแต่เริ่มใช้ 90 วินาที ก็จะทำให้สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 200,000 จุดนั่นเอง  **สกิลนี้จะคงอยู่ตลอดจนกระทั่งผู้ใช้ปลดการใช้งานลงด้วยตัวเองหรือการตอบสนองแบบอัตโนวัติภายใต้อำนาจจิตใจ  ***หากใช้สกิลนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งร่างกายจะอยู่ในสถานะขยับตัวไม่ได้ 10 วินาทีและต้องรออีก 6 ชั่วโมงเพื่อใช้งานในครั้งต่อไป 》

หะ.....ห่ะห๊ะ!!!   เอาหล่ะสิ....มีสกิลที่โกงซะยิ่งกว่าโกงโผล่ออกมาอีกแล้ว

....ฮึก  เปล่านะ ฉันไม่ได้ร้องไห้ซักหน่อย

          และแน่นอนว่าผลลัพธ์ของคำอธิบายนั่น  ก็ทำให้กรต้องหนักใจอย่างหนักเช่นเคย จนน้ำตาที่หมดไปแล้วในครั้งก่อน แทบจะไหลออกมาอีกเป็นครั้งที่ 2 เพราะความรู้สึกที่หนักอึ้งกว่าเดิมถาโถมเข้ามาพร้อมกันมากมายเลยทีเดียว

แล้วถ้างั้น จะให้ฉันทำไงกับมันกันเล่า  ห๊ะ!!!!

จะบ้าเรอะ!!!!  มีที่ไหนกัน เพิ่มสเตตัสทั้งหมดได้ 50 เท่าเนี่ย นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!!!

แถมยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกครึ่งวินาทีอีก  งั้นเมื่อกี้ที่ฉันจ่ายพลังเวทย์ลงไปเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 8 หมื่น ส่วนเวลาที่ผ่านไปตั้งแต่เริ่มใช้ก็ประมาณ 3-4  นาทีได้….

....นี่แสดงว่าสเตตัสของฉันตอนที่ใช้สกิลเมื่อกี้นี้ก็คือ  เอิ่ม... 8 คูณ 5 คูณ 3 คูณ 2.......... 24 ล้านจุดงั้นเหรอ!!!!! 

โกง!!!  โกงเกินไปแล้ว!!!  นี่มันมากกว่าสเตตัสของเคลเบรอสตั้ง 2 เท่าเลยนะเฮ้ย...ตัวฉันนี่มันจะโกงไปถึงไหนกันเนี่ย!!!  หะ...ให้ตายสิ  เริ่มกลัวตัวเองขึ้นมาอีกแล้วแฮะ

ตะ...แต่ว่า  เห็นบอกว่ามีคูลดาวน์ 6 ชั่วโมงด้วยสิ  เพราะงั้นก็เลยใช้ต่อเนื่องไม่ได้  แถมหลังใช้ก็ขยับตัวไม่ได้อีกตั้ง 10 วิเลยแหน่ะ...อีแบบนี้ถ้าเกิดยังจัดการศัตรูไม่ได้ด้วยสกิลนี้ในการโจมตีสุดท้าย ตัวเราก็จะกลายเป็นกระสอบทรายไปเลยหน่ะสิ!!!

โอ้ว!!! งั้นเหรอ  สกิลโกงโคตรนี่ก็มีความเสี่ยงอยู่สินะ  แบบนี้คงต้องเก็บไว้เป็นไม้ตายก้นหีบแล้วหล่ะ  แบบนี้ก็ค่อยพอรับได้หน่อย...

....ฟู่!!!  ทั้งที่สกิลมีข้อจำกัดผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดแท้ๆ  แต่เราดันดีใจกับมันซะงั้น  ไอ้เรานี่ก็แปลกดี...ไม่สิ  คิดว่าเราก็ปกตินั่นแหล่ะ...มั้งนะ  ก็แค่สกิลมันเกินธรรมดามากเกินจนทำใจยอมรับไม่ได้ต่างหาก

〝เห้อ!!!〞

          แล้วกรก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนักราวกับจะรีบปัดเป่าความอัดอั้นที่อยู่ในใจให้มลายหายไปเพื่อปรับจิตใจและความคิดให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้งหลังจากที่เจอความกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกับที่กรกำลังพูดบ่นกับตัวเองพร้อมกับหัวเราะแห้งอย่างไร้อารมณ์อยู่นั่นเอง ก็มีเสียงของบุคคล?ปริศนาดังขึ้นมาแทรกความคิดของกร

〝ฮะ.. ฮ่ะ!!! ให้ตายสิ! ตัวเรานี่มันโกงซะจริง....  เอาซะจนตัวเองยังกลัวเลยนะเนี่ย.......  〞

แกร็กๆ!!

〖อะไรกันเจ้าหนู! การแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่รึ....  จะยินดีกับมันมากกว่านี้ก็ได้หล่ะมั้ง!!!〗

〝หนวกหูน่า เจ้าหมา! อย่างแกจะมาเข้าใจความทุกข์ของฉันที่ต้องคอยรับแรงกดดันจากตัวเองได้ยังไ———〞

.

.

.

〝หา!!!!!!!〞

          แล้วพอกรตอบกลับเสียงปริศนาที่ฟังดูเหมือนเพิ่งเคยได้ยินเมื่อไม่นานมานี้นั่นไปอย่างไม่ใส่ใจจึงไม่ได้รู้เลยแม้แต่น้อยเลยว่าเป็นต้นเสียงนั้นมาจากใครแต่ก็ยังตอบกลับในทันทีราวกับคุ้นเคยกับคู่สนทนาที่ว่าอยู่ก่อนแล้ว  แต่พอดึงสติขึ้นมาได้ก็รู้ในทันทีว่าเสียงนั้นเป็นของใคร  จึงได้ตะโกนออกมาจนลั่นเพราะความตกใจนั่นเอง...

〝คะ...เคลเบรอสงั้นเหรอ!?〞

〖หืม! ก็ใช่หน่ะสิ.... มีอะไรงั้นรึเจ้าหนู!?〗

〝ยะ...ยังจะมาถามว่ามีอะไรอีก! แกหน่ะไม่ใช่ว่าตายไปแล้ว!? ….มะ  ไม่สิ...ที่ฉันอยากจะถามหน่ะ คือตอนนี้แกอยู่ที่ไหนต่างหากหล่ะ!!!!!!!〞

          ใช่แล้ว  คนที่พูดขัดจังหวะความคิดของกรอยู่นี้ก็คือเคลเบรอสนั่นเอง  แต่ถึงแม้กรจะได้ยินเสียงของมันแต่ก็ไม่ได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้แต่อย่างใด  นั่นเพราะเขามั่นใจ 100% ว่าเคลเบรอสตายไปแล้วแน่ๆ ไม่เช่นนั้นไอเทมดรอปทั้งหลายจะออกมาได้ยังไง  พอคิดแบบนั้นได้ก็เลยใช้ตาเหยี่ยวกับสุดยอดการประมวลผลหาที่อยู่ของมันอย่างรวดเร็ว ...แต่ก็ยังไม่เจอ  แล้วพอกรคิดดูอีกที เพราะหากว่าเคลเบรอสซึ่งเป็นบอสมอนสเตอร์ปรากฏขึ้นมาอีก『หน้าต่างตั้งค่า』ต้องร้องเตือนตนอีกแน่อยู่แล้ว  นั่นเลยทำให้ตัวเขาสับสนมากไปกันใหญ่

แกร็กๆ!!

〝ยะ...อยู่นั่นงั้นเหรอ!?〞

ตึก!  ตึก!  ตึก!  ตึก!  ตึก!  ตึก!

          แล้วพอกรได้ยินเสียงที่คล้ายกับโลหะเสียดสีกันเล็กน้อยอีกครั้ง ซึ่งหากนึกย้อนไปก่อนหน้าก่อนที่เคลเบรอสจะเริ่มทักกรก็ได้ยินเสียงแบบเดียวกัน มาจากกลุ่มสมบัติที่กองเป็นพะเนินซึ่งเป็นไอเทมดรอปของเคลเบรอสนั่น นั่นเลยทำให้กรที่พอมีประสบการณ์จากอนิเมะและเกมจากโลกเดิมพอคาดเดาได้บ้างแล้วว่าสภาพของเคลเบรอสในตอนนี้นั้นจะเป็นอย่างไร จึงได้รีบวิ่งเข้าไปยังกองสมบัตินั่นอย่างรวดเร็ว แล้วก็ทำการใช้มือทั้งสองข้างทั้งขุดและปัดเหรียญทอง และไอเทมต่างๆที่ขวางทางอยู่อย่างรีบร้อนในขณะเดียวกัน

〝เห้ยเคลเบรอส!  อยู่ตรงไหนกันแน่ฟ่ะ!!!〞

〖ข้าอยู่ตรงนี้เจ้าหนู!  จะแทงตาอยู่แล้วเนี่ย!!!〗

〝!!!!!!!!!!〞

          แล้วพอกรควานหาตามเสียงของเคลเบรอสที่กำลังบอกตำแหน่งของตัวเองอยู่  จนกระทั่งพบแหล่งกำเนิดเสียงเข้าจนได้ ก็ทำให้เขาตกใจกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ามากจนถึงกับจ้องมันเขม็งเลยทีเดียว

วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!  วิ้ง!

          สิ่งที่กรกำลังจับจ้องอย่างไม่วางตาอยู่นี้ก็คือ ดาบสองคมสีดำสนิทไม่ว่าจะเป็นใบดาบหรือด้ามดาบความยาวทั้งหมดประมาณ 80  เซนติเมตร กำลังถูกวางอยู่บนกองสมบัติในแนวขนานกับพื้น  ตรงโคนดาบซึ่งเป็นที่กั้นระหว่างใบดาบและด้ามดาบ ถูกประดับด้วยรูปสลักโลหะมันวาวเป็นรูปศีรษะของเคลเบรอสหัวหนึ่งและมีสีดำสนิทเช่นเดียวกับตัวดาบ ลวดลายบนใบดาบแบบยุโรปเองก็มีความวิจิตรงดงามและซับซ้อนราวกับภาพวาดแนวแอฟแตค แต่ก็สมมาตรกันทั้งซ้ายขวาหากแบ่งครึ่งดาบเป็นสองซีก ส่วนด้ามดาบแม้จะไม่มีการตกแต่งเป็นพิเศษ แต่ลวดลายดั้งเดิมเองก็ดูดีอยู่แล้ว นั่นเลยทำให้โดยรวมแล้ว ดาบสีดำทมิฬเล่มนี้คือผลงานระดับสุดยอดอย่างไม่ต้องสงสัย

〝กะ...โกหกน่า!!!〞

แกร็กๆ!!

〖จะตกใจอะไรกันเจ้าหนู!!!〗

〝ยังจะมาถามอีก ไอ้เจ้าหมานี่!  ละ…แล้วทำไมแกถึงกลายเป็นดาบไปได้หล่ะเนี่ย!〞

〖หืม! ข้าไม่ได้บอกหรอกเหรอ...ว่าหากผ่านบททดสอบได้ และข้ายอมรับความแข็งแกร่งของเจ้า เจ้าก็จะกลายเป็นนายของข้าหน่ะ... 〗

〝ไม่ได้บอกซักนิดเลยเฟ้ย!!! 〞

〖อ้าว...งั้นหรอกเหรอ! ห๊ะห่ะห่ะ....สงสัยจะเป็นเพราะการต่อสู้ของเรามันดุเดือดมากกระมั้ง เลยทำให้ข้าลืมบอกไปซะสนิทหน่ะ〗

〝คะ....คนอย่างแกนี่มัน !!! 〞

          แล้วหลังจากที่กรเกิดความสงสัยในตัวเคลเบรอส ก็เลยรัวคำถามใส่เป็นชุด แต่เคลเบรอสที่ตอบออกมาแบบทีเล่นทีจริงทั้งที่กรถามอย่างจริงจัง บวกกับสีหน้าและการเคลื่อนไหวของใบหน้าที่อยู่บนโคนดาบซึ่งตอนนี้เป็นโลหะทั้งหมดก็ถูกแสดงออกมาราวกับกำลังพูดกับเคลเบรอสในตอนที่เป็นบอสมอนสเตอร์ยังไงอย่างงั้น นั่นเลยทำให้เขาหงุดหงิดเล็กน้อย แต่กรก็ปรับอารมณ์ตัวเองใหม่ เพื่อให้กลับมาสุขุมอีกครั้งในทันที แล้วจากนั้นก็ถามคำถามเคลเบรอสต่อไปเรื่อยๆ

〝ระ..เรื่องนั้นช่างมันก่อน! แต่ไม่เห็นสัมผัสได้เลยซักนิดว่าแกเป็นมอนสเตอร์...  แล้วแกในตอนนี้จะอยู่ในสถานะอะไรกันหล่ะ.....〞

〖ถ้านั่นหมายถึงว่าข้าเป็นศัตรูรึเปล่าละก็...ข้าก็บอกไปแล้วนะ ว่าเจ้าในตอนนี้เป็นนายของข้า ....ส่วนถ้าถามว่าตอนนี้ข้าเป็นมอนสเตอร์รึเปล่า แค่ใช้สกิลตรวจสอบดูก็รู้แล้วไม่ใช่รึ!?〗

          พอกรถามออกไปแบบนั้น เคลเบรอสก็ตอบกลับมาเป็นเชิงเชิญชวนให้กรตรวจสอบตัวเอง ที่เคลเบรอสทำแบบนั้นเอง นั่นก็เพื่อทุ่นเวลาอธิบายกับเพื่อให้กรพิสูจน์ด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือก็ด้วย กรเองก็ไม่คิดว่าเคลเบรอสโกหก แต่ก็ยังไม่เชื่อเต็มร้อย ก็เลยรีบใช้สกิล『ตรวจสอบขั้นสูง』กับเคลเบรอสที่ตอนนี้เป็นดาบไปแล้วในทันที แล้วผลลัพธ์ที่เกินคาดก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้ากรอีกครั้ง.....

เคลเบรอสซอร์ด』【SSS

《 คำอธิบาย : ดาบสีดำทมิฬอันน่าเกรงขามซึ่งเป็นที่สิงสถิตของจิตวิญญาณเคลเบรอส โดยเงื่อนไขการได้รับก็คือ การผ่านบททดสอบและการยอมรับจากเคลเบรอสซึ่งเป็นบอสมอนสเตอร์เท่านั้น ทำให้ผู้ที่ครอบครองได้รับพลังมหาศาล  *ความสามารถและความทนทานของดาบเล่มนี้จะเติบโตตามความสามารถของผู้ใช้ ทั้งยังสามารถใช้สกิลของเคลเบรอสได้ทั้งหมด ความรุนแรงขึ้นอยู่กับพลังเวทย์และเลเวลของผู้ใช้ **เนื่องจากดาบเล่มนี้มีจิตวิญญานของตัวเอง จึงจัดเป็นอินเทเลเจนท์ซอร์ด ซึ่งมีความคิดและสติปัญญาเป็นของตัวเองและมีอิสระในการกระทำโดยไม่ขึ้นกับคำสั่งของผู้ใช้  》

〝อึก!!〞

เดี๋ยวก่อนสิ...จะบอกว่าไอ้ดาบเนี่ยเป็นไอเทมดรอปงั้นเหรอ  อย่าบอกนะว่าเป็นเพราะ『หน้าต่างตั้งค่าอัตราการดรอปไอเทม』นั่นหน่ะ...  แต่เคลเบรอสก็บอกเองนี่นาว่าจะกลายเป็นดาบในตอนที่ตัวเองยอมรับคู่ต่อสู้..... ว้าก!!!  งงไปหมดแล้วโว้ยยย!!!!!!!!

ตะ.....แต่คิดเรื่องนั้นไปก็ไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดซะด้วยสิ เพราะงั้นคิดไปก็คงเหนื่อยเปล่าละมั้งเนี่ย.....

แล้วไอ้ที่กลายเป็นดาบเนี่ยก็น่าตกใจพอแล้วนะ....แต่ว่าที่น่าตกใจกว่าคือ ระดับความหายากของมันกับความสามารถของมันต่างหากหล่ะ....

ในตอนที่ฉันสร้าง『เอ็กซ์คาลิเบอร์』กับ『ดูแรนดัล』จากพื้นห้องโถง  เจ้าหมานี่ยังบอกเลยว่า ระดับ 【SSS】เป็นไอเทมระดับสูงสุดๆ

เหลือเชื่อ...เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!!!!  นี่แค่สกิลยังไม่พอ  แต่ยังได้อาวุธระดับตำนานมาอีกงั้นเหรอ  นี่เราจะโกงไปถึงไหนกันเนี่ย....

แล้วยังมีความสามารถที่โคตรโกงติดมาด้วยอีก....เติบโตตามผู้ใช้งั้นเหรอ  จริงๆมันก็ฟังดูดีอะน่ะ....ถ้าไม่ติดว่าคนใช้เป็นฉันหล่ะก็  อีแบบนี้ก็หมายความว่าสเตตัสของดาบนี่ก็เป็นแสนเหมือนกันสินะ ....งั้นมันก็เป็นดาบที่โกงไม่แพ้คนใช้อย่างฉันเลยหน่ะสิ…

...แต่ที่น่าตกใจกว่าก็คือ มันดันสามารถใช้สกิลของเคลเบรอสได้ด้วยนั่นแหล่ะที่โกงยิ่งกว่า  ทั้ง『ตัดสายลม』ที่ติดตามเป้าหมายได้  『กรดเดือดหลอมละลาย』ที่รุนแรงถึงขนาดย่อยพื้นห้องโถงที่แข็งโคตรๆนั่นได้ก็ด้วย  แล้วยังมี『เพลิงทมิฬ』ที่ร้อนโคตรๆ แถมยังสามารถทำให้เป้าหมายติดสถานะผิดปกติอะไรก็ได้ตามใจอีก...

...ก็ใช่สิ ฉันโดนมากับตัวเองนี่หว่า ทำไมจะไม่รู้ว่าไอ้สกิลพวกนี้มันน่ากลัวขนาดไหน  ละ....แล้วไอ้สกิลบ้าๆพวกนั้นก็จะมาอยู่ในมือฉันอีกแล้วงั้นเหรอ!!!

〖จะตกใจมากเกินไปแล้วมั้งเจ้าหนู!?〗

〝หนะ..หนวกหูน่า เจ้าหมาบ้า! ขอเวลาให้ฉันได้พักบ้างเหอะ!!!〞

〖จะเศร้าไปทำไมกันเจ้าหนู  ทั้งที่ได้พลังอันมหาศาลมาไว้ในมือแท้ๆ.....〗

〝ฮึก!  ขอร้องหล่ะ  อย่าตอกย้ำกันเลยนะ... ขอร้อง....〞

          พอเคลเบรอสถามออกไปแบบนั้น  น้ำตาของกรก็ปริ่มขึ้นมาเล็กน้อยอีกครั้งหลังจากตอบกลับเคลเบรอสด้วยสีหน้าที่อ้างว้างเสียเหลือเกิน  แล้วพอเคลเบรอสถามออกมาอีกครั้ง กรก็น้ำตาไหลพรากออกมาในทันที แล้วก็ตอบเคลเบรอสด้วยเสียงสะอึกสะอื้นราวกับเด็กน้อย ทั้งยังพูดคำว่า〝ขอร้อง〞ขึ้นมาถึงสองครั้งในประโยคเดียวอีกต่างหาก....

〖น่าแปลกใจจริงๆ...ข้าไม่เคยเห็นคนที่ได้รับพลังอำนาจมาแล้วมานั่งกอดเข่าร้องไห้เช่นเจ้ามาก่อนเลย....เจ้าหนู  แกนี่แปลกคนชะมัดเลย...〗

〝ฮึก!  กะ...ก็มัน  กะ...กดดันนี่หว่า ฮึก! แล้วจะให้ฉัน ทำยังไงเล่า...〞

〖โอ๋ๆ  ไม่ร้องนะเจ้าหนู ....มีอะไรก็ค่อยๆคุยกันได้น่า...〗

          แล้วกรก็ยังร้องไห้ออกมาเบาๆไม่หยุด  เคลเบรอสก็เลยปลอบกรแทบจะทันที หากมองทั้งคู่ในตอนนี้แล้วหล่ะก็ มันเหมือนกับจะเห็นภาพของพ่อแม่ที่กำลังให้กำลังใจลูกโดยการลูบหัวในขณะที่ปลอบโยนไปด้วยทับซ้อนอยู่ยังไงอย่างงั้นเลย  สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะตัวเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูสุดโหดในดันเจี้ยนเพียงลำพังมาตลอด นั่นเลยทำให้ตัวเขาต้องรับแรงกดดันแบบนั้นอยู่คนเดียว เพราะเหลือตัวคนเดียวกรจึงต้องทำจิตใจของตัวเองให้แข็งแกร่งมากพอที่จะรับสภาพทุกอย่างรอบตัวได้ด้วยตัวเองให้ได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถเอาตัวรอดในดันเจี้ยนนี้ได้ แต่ถึงจะทำทุกอย่างที่ว่ามาได้  กรก็ยังไม่สามารถเอาชนะความกลัวและแรงกดดันต่อความแข็งแกร่งของตัวเองได้อยู่ดี

          แล้วพอกรมาเจอกับศัตรูสุดแกร่งอย่างเคลเบรอสเข้า  ทั้งกรและเคลเบรอสที่ทุ่มเททั้งจิตวิญญาณเข้าปะทะกันอย่างเปิดเผย ทั้งสองที่เอาทุกสิ่งที่ตนมีเข้าห้ำหั่นกันและเดิมพันด้วยชีวิตอย่างซื่อตรง เลยทำให้ใจจริงของทั้งคู่ส่งไปถึงอีกฝ่ายจนหมด เหมือนกับคำพูดที่ว่า 〝นักสู้ที่แท้จริง  แค่แลกหมัดกันก็สามารถสื่อใจถึงกันได้โดยที่ไม่ต้องใช้คำพูด〞นั่นแหล่ะ นั่นเลยทำให้ทั้งคู่รู้สึกเคารพอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก ราวกับการต่อสู้นั่นทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า『มิตรภาพของลูกผู้ชาย』ขึ้นมาต่อทั้งสองฝ่ายยังไงอย่างงั้นเลย  กรก็เลยแทบจะปลดปล่อยอารมณ์ทั้งหมดที่สั่งสมมาตลอดออกมาต่อหน้าเคลเบรอส อย่างไม่มีอาการอายเลยซักนิด นั่นเลยเป็นตัวพิสูจน์ว่าทั้งคู่ไว้ใจกันมากพอสมควรแม้จะเพิ่งปะทะกันอย่างดุเดือดมาก็ตาม  แล้วพอกรปลดปล่อยความรู้สึกออกมาเป็นสายธารซักพักหนึ่ง เขาก็ตั้งสติใหม่อีกครั้ง ด้วยการตบหน้าตัวเองแรงๆด้วยมือทั้งสองข้างแล้วเริ่มการตรวจสอบต่อในทันที

.

.

.

〝เห้อ! เอาหล่ะ  แค่นี้ก็พอแล้วมั้ง....โทษทีนะเจ้าหมา  ดันให้แกเห็นด้านที่อ่อนแอของฉันซะได้ !〞

〖ห่ะห่ะห๊ะ!  อย่าใส่ใจเลยน่าเจ้าหนู  กลับกันข้าตกใจมากกว่าที่เจ้าทนรับภาระจากการลงดันเจี้ยนเพียงลำพังมาได้นานขนาดนี้เนี่ย  ....นี่ก็แสดงให้เห็นว่าเจ้าก็ยังปกติดีอยู่.....ข้าคิดว่างั้นนะ〗

〝ประโยคหลังนี่ไม่ต้องพูดก็ได้เฟ้ย!!! อะ....เอาเถอะ  เสียเวลามามากพอแล้ว! งั้นฉันจะเริ่มการตรวจสอบไอเทมให้ว่องเลยก็แล้วกัน.... แกมีอะไรแนะนำฉันรึเปล่าหล่ะเจ้าหมา...〞

〖หืม...ข้าเพิ่งเป็นคนที่ทำให้เจ้าปางตายมาหยกๆเลยนะเจ้าหนู...เจ้านี่ก็แปลกดีนี่  เชื่อใจข้าง่ายไปแล้วมั้ง....〗

〝อะไรกัน....เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปสิ ฉันไม่ใช่คนที่จะมาคิดเรื่องเล็กน้อยพรรค์นั้นหรอกนะ…. 〞

〖งั้นเหรอ  แต่เอาเถอะ....แบบนี้ก็ดีแล้ว  ข้าเองก็ไม่อยากเสียแรงอธิบายให้มากความซะด้วย  เจ้าเข้าใจง่ายๆก็ดีแล้วหล่ะนะ.....〗

〖หึ...ห่ะห่ะห๊ะ!〗

〝หึ...ห่ะห่ะห๊ะ!〞

          แล้วทั้งคู่ก็ยิ้มให้กันอย่างร่าเริงจนเห็นฟันแทบจะทุกซี่และหัวเราะให้กันเบาๆราวกับเด็กๆที่เพิ่งคืนดีกัน อันเป็นสัญญาณทางอ้อมว่าทั้งคู่ได้ร่วมมือกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง  แล้วจากนั้นกรก็ทำการตรวจสอบดรอปไอเทมรวมถึงเงินทั้งหมดที่ดรอปออกมาตามคำแนะนำของเคลเบรอสไปเรื่อยๆ....

          ....จากคำบอกเล่าคร่าวๆของเคลเบรอส  ดูเหมือนว่าไอเทมในโลกนี้ทั้งหมดจะถูกแบ่งระดับความหายากตั้งแต่น้อยไปหามากเป็น E, D, C, B, A, S, SS, SSS แน่นอนว่ายิ่งระดับความหายากสูงโอกาสดรอปก็ยิ่งต่ำ แต่ความสามารถพิเศษและสเตตัสที่ได้รับก็จะมากตามไปด้วย ในระดับ E ถึง C  นั้นคือไอเทมระดับพื้นฐานซึ่งคนทั่วไปใช้กัน ส่วนตั้งแต่ระดับ B ขึ้นไปนั้นก็นับเป็นของชั้นเยี่ยม 

          หากถึงระดับ S ก็ยิ่งเป็นไอเทมที่หายากมากขึ้นไปอีก ส่วนในระดับ SS และ SSS  นั้นได้ชื่อว่าเป็นไอเทมที่หายาก ซึ่งปรากฏในเรื่องเล่าปรัมปราหรือเทพนิยายเท่านั้น ทั้งยังมีเพียงชิ้นเดียวในโลกอีกต่างหากแน่นอนว่า『เคลเบรอสซอร์ด』ที่เป็นระดับ SSS เองก็เช่นเดียวกัน  แล้วเคลเบรอสยังบอกอีกว่า ระดับ SSS ที่ถูกเผ่าพันธุ์มนุษย์ค้นพบแล้วมีเพียง 5 ชิ้นเท่านั้นเอง

          แล้วหลังจากที่กรใช้เวลาตรวจสอบไอเทมทั้งหมดร่วม 1 ชั่วโมงเศษ กรก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าเหลือเชื่อมากมาย  โดยไอเทมทั้งหมดรวมถึงอาวุธ ชุดเกราะและวัสดุต่างๆ ที่ดรอปออกมานั้นมีอยู่มากมายก็จริง แต่ที่มีความสามารถและความหายากโดดเด่น และกรคิดจะนำมาใช้งานจริงในตอนนี้นั้นมีแค่ 2 ชิ้น ดังนี้....

ดาร์คเนสเซ็ทโค้ท』【SSS

《 คำอธิบาย : ชุดเซ็ทเสื้อคลุมที่มีตั้งแต่เสื้อซับในไปจนถึงรองเท้าบูท  ซึ่งเมื่อสวมทั้งหมดแล้วจะเพิ่มความต้านทานทางกายภาพและเวทย์มนต์ รวมถึงสเตตัสทั้งหมดขึ้นอีก 50% จากสเตตัสในปัจจุบัน แล้วยังเพิ่มความเสียหายจากการใช้เวทย์มนต์ของผู้สวมใส่ได้อีก 50% เช่นกัน  》

ดูอัลไดเมนชั่นริง』【SS

《 คำอธิบาย : ชุดเซ็ทแหวนทั้ง 2 วง ซึ่งหากใส่ครบทั้งสองวงจะทำให้เกิดผลดังนี้  *สามารถเปิดมิติเฉพาะของตัวเองขึ้นมาได้ โดยพื้นที่นั้นไร้ขีดจำกัด ซึ่งสามารถใช้เป็นคลังเก็บไอเทมทุกอย่างได้เช่นกัน ทั้งยังสามารถคงสภาพไอเทมทั้งหมดให้อยู่ในสภาพเดิมได้เหมือนกับก่อนที่จะนำเข้ามิติได้ **หากใส่เพียงข้างเดียวจะต้องร่ายเวทย์ในการใช้งาน  แต่หากใส่ทั้งสองข้างจะสามารถเรียกไอเทมในมิติเฉพาะออกมาได้ในทันทีดังใจนึก 》

          เนื่องจากผ่านการต่อสู้อันดุเดือดมาตลอดเลยทำให้ชุดเกราะเบาที่ได้รับมาจากกองอัศวินในตอนแรกของกรนั้นเละเทะจนไม่มีชิ้นดี  แม้ในการปะทะกับกลุ่มมอนสเตอร์ที่กรจุติครั้งแรกนั้นจะมีเพียงชุดเกราะส่วนแขนและส่วนขาเท่านั้นที่ถูกทำลาย สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะเกราะเบาที่ว่ามันไม่ครอบคลุมบริเวณหน้าอกไปจนถึงหน้าท้องก็ด้วย  แล้วพอผ่านการปะทะกับเคลเบรอสเข้าไปอีก ความทนทานของเกราะเบาจึงหมดลงแล้วแหลกสลายไปในที่สุด  นั่นเลยทำให้กรต้องหาชุดเกราะใหม่  แต่สเตตัสด้านป้องกันของกรก็มากอยู่แล้ว

          ในตอนแรกกรนั้นคิดจะสวมใส่เกราะโลหะที่ถึงจะมีระดับความหายากอยู่ที่ระดับ【S】และเพิ่มสเตตัสเป็นค่าตัวเลขที่แน่นอน ซึ่งจะเพิ่มสเตตัสอยู่ที่ประมาณ 10,000 จุด รวมถึงเพราะใส่แล้วสบายใจและคิดว่ามันมีความทนทานมากกว่าก็ด้วย แต่ก็ถูกเคลเบรอสท้วงติง  นั่นเพราะสเตตัสของกรในตอนนี้นั้นสูงจนอยู่ในระดับที่ไม่จะเป็นต้องพึ่งพาพวกชุดเกราะที่มีการเพิ่มสเตตัสเป็นเลขที่คงที่ กลับกันหากใส่ชุดระดับสูงที่เพิ่มพลังขึ้นโดยคำนวณเป็นร้อยละจะมีประสิทธิภาพกว่า รวมถึงร่างกายอันแข็งแกร่งของกรในตอนนี้ไม่จะเป็นต้องพึ่งเกราะโลหะเลยด้วยซ้ำ นั่นเลยทำให้กรเปลี่ยนใจตามในทันทีเพราะความเห็นที่สมเหตุสมผลของเคลเบรอส

          แล้วหากลองดูเครื่องประดับที่เหลือแล้วละก็  แม้จะเป็นไอเทมระดับ【A】หรือใกล้เคียงก็ตาม แต่กรก็ยังไม่คิดจะสวมใส่มันในตอนนี้  นั่นเพราะเคลเบรอสบอกว่า  หากใส่ไอเทมที่มีความสามารถตรงข้ามกัน จะทำให้ผลพิเศษต่อต้านกันเองจนแสดงผลได้ไม่เต็มที่  กรจึงใส่ไอเทมที่คิดว่าจำเป็นไปก่อน แล้วจึงจะปรับแก้เครื่องแต่งกายให้มีประสิทธิภาพที่สุดอีกครั้ง

          แล้วจากนั้นกรก็ลองดูหนังสือเล่มที่หนากว่า 100 หน้านั่นทั้งหมด  แล้วก็พบว่ามันเป็น『หนังสือสกิล』นั่นเอง  แล้วกรก็ไม่รอช้าที่จะเรียนรู้มันทั้งหมด  แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก นั่นเพราะทั้งหมดมันเป็นสกิลติดตัวที่มีผลคล้ายกับที่กรมีอยู่ก่อนแล้ว ซ้ำยังมีผลน้อยกว่าที่เป็นอยู่เสียอีก แต่ในหนังสือสกิลที่ว่าก็ยังมีสกิล 『ตัดสายลม』『กรดเดือดหลอมละลาย』และ『เพลิงทมิฬ』อยู่เช่นกัน  แต่พอกรคิดจะเรียนรู้สกิลพวกนี้  เคลเบรอสก็แสดงอาการงอนราวกับเด็กออกมา นั่นเพราะหากกรใช้『เคลเบรอสซอร์ด』ก็จะมีผลออกมาคล้ายกัน เคลเบรอสจึงไม่อยากรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไปก้าวนึง  แม้ตอนแรกกรจะคิดว่าไม่เห็นต้องทำแบบนั้นก็ตาม แต่พอเคลเบรอสบอกว่าหากใช้สกิลพวกนั้นจากตัวดาบเคลเบรอสแล้ว จะให้ผลที่รุนแรงกว่าที่กรใช้เองเพราะมีพลังเวทย์ของเคลแบรอสอยู่ด้วย ก็เลยทำให้กรยอมทำตามที่เคลเบรอสบอก

          ส่วนไอเทมที่เหลือทั้งหมด  ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกวัสดุไว้ทำอาวุธและเครื่องป้องกันต่างๆ จากที่เคลเบรอสแนะนำ ดูเหมือนว่าหากไม่มีสกิลและความชำนาญเฉพาะด้าน ก็จะไม่สามารถสร้างของดีๆขึ้นมาได้ กลับกันของที่ดรอปจากดันเจี้ยนยังจะมีผลพิเศษและเพิ่มสเตตัสได้มากกว่าเสียอีก แต่กรก็คิดว่าบางทีตนอาจจะทำแบบนั้นได้เพราะมี『ตั้งค่าอาชีพ』อยู่  แต่กรก็ยังไม่มีโอกาสเหมาะๆบอกเรื่องนี้กับเคลเบรอส  ส่วนเหรียญเงินและเหรียญทอง เพชรนิลจินดาและของมีค่าอื่นๆอีกมากมายซึ่งเป็นของที่มีค่ามากมายมหาศาลนั้น รวมถึงไอเทมทั้งหมดที่กรยังไม่ได้ใช้งานทั้งหมดก็ได้ถูกกรเก็บลงไปใน『ดูอัลไดเมนชั่นริง』เรียบร้อย  แล้วพอการตรวจสอบจบลง  กรจึงเริ่มเตรียมตัวในการเดินทางลงไปยังชั้นที่ 26 ในทันที

 .

.

 

〖โอ้ว!....ใส่โค้ทแล้วเหมาะดีนี่นาเจ้าหนู!〗

〝เหอะ....โดนตัวผู้เหมือนกันชมแล้วมันรู้สึกแปลกๆชะมัดเลยฟ่ะ เจ้าหมา....〞

          หลังจากที่กรถอดชุดเกราะทั้งหมดออก จึงเปลี่ยนเสื้อปกติเป็นเสื้อยืดเนื้อผ้าสีแดงสดมีคุณสมบัติต้านทานเวทย์มนต์ แล้วสวมทับด้วย『ดาร์คเนสเซ็ทโค้ท』ซึ่งมีลักษณะเป็นโค้ทหางยาวจนถึงน่อง  ส่วนด้านหน้านั้นไม่มีซิบ แต่ถูกกลัดไว้ด้วยเชือกแบบเบาๆ แต่ก็ไม่ง่ายนักที่จะทำให้หลุด  การดีไซน์เองก็มีความสวยงามคล้ายๆกับดาบเคลเบรอสเช่นกัน  รวมกับชุดที่มีสีดำทมิฬตลอดทั้งเนื้อผ้า ซึ่งสีเข้ากับผมของกรที่เป็นคนเอเชียพอดี ตัดกับเสื้อสีแดงที่สวมอยู่ภายในนั่นเลยทำให้พอใส่แล้วมันเข้ากันแบบสุดๆ

〝ทางลงเนี่ย ทางนี้สินะ....〞

แกร็กๆ!!

〖โอ้ว...ใช่แล้วหล่ะ เจ้าหนู!  แค่เดินลงบันไดนั่นไปเดี๋ยวก็จะไปโผล่ที่ชั้น 26 เองแหล่ะ〗

〝อา...ถ้างั้นละก็  เริ่มออกเดินทางกันได้แล้วหล่ะ.....〞

          แล้วไม่รอช้า กรก็นำเคลเบรอสที่ตอนนี้เป็นดาบเข้าฝักแล้วสะพายไว้ที่หลังโดยให้ด้ามดาบโผล่ออกมาทางด้านไหล่ขวา  แต่พอกรถามคำถามกับเคลเบรอสไป มันก็โผล่ขึ้นมาจากฝักเล็กน้อยทั้งอย่างงั้นด้วยตัวเอง เพื่อให้ส่วนที่เป็นใบหน้าโผล่ออกมา แล้วก็ตอบกลับกรไปแทบจะทันทีด้วยน้ำเสียงที่ดูร่าเริง แล้วในระหว่างทางลงไปชั้นที่ 26 กรก็พูดคุยกันเล็กน้อยกับเคลเบรอส

〝เห้ย เจ้าหมา!  แกเพิ่งจะจากที่อยู่ของแกมาไม่ใช่เหรอ  ไม่รู้สึกเหงาซักนิดรึไงกัน!!!〞

〖โห้! ยังเร็วไปแสนปีนะเจ้าหนู ถ้าจะมาห่วงข้าคนนี้  แต่ก็เอาเถอะ...  ข้าเองก็เบื่อกับที่พรรค์นั้นแล้วหล่ะนะ...การได้ติดตามเจ้าไปเนี่ยคงจะสนุกไม่ใช่น้อย...เพราะงั้นก็อย่าทำให้ข้าผิดหวังซะหล่ะ..〗

〝อย่าคาดหวังกับฉันมากจะดีกว่านะ...〞

〖อย่าดูแคลนตัวเองไปเลยเจ้าหนู  เจ้าหน่ะเป็นเพียงไม่กี่คนเลยนะที่ทำให้ข้าสนุกได้ถึงขนาดนั้นหน่ะ....เพราะงั้นก็... ขอฝากตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งทั้งในฐานะข้ารับใช้และในฐานะ『เพื่อนพ้อง』ก็แล้วกันหล่ะ เจ้าหนู!!!〗

〝....................〞

พวกพ้อง.....งั้นเหรอ.......

〖หืม!?....เป็นอะไรไปเจ้าหนู  รึว่ารู้สึกไม่ค่อยดีกับคำพูดของข้า!?〗

          แล้วพอเคลเบรอสฝากตัวกับกรอีกครั้ง  ทั้งยังบอกกับกรอีกว่าตัวเองเป็นพวกพ้อง ก็เลยทำให้กรนึกถึงความหมายของมันวนเวียนอยู่ในหัวครู่หนึ่ง แล้วพอเคลเบรอสสังเกตเห็นกรเงียบไปพักใหญ่ก็เลยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง  แต่รูปประโยคกลับคล้ายกับจะประชดประชันกรเล็กน้อย แต่กรที่กำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ก็ไม่ได้คิดมากแต่อย่างใด

〝เปล่าหรอก......ก็แค่  .....ตั้งแต่เกิดมา ฉันมีคนที่สามารถเรียกแบบนั้นได้อย่างเต็มปากแค่ 6 คนเท่านั้นเอง….〞

〖...................〗

          กรที่ตอบเคลเบรอสออกไปแบบนั้นเบาๆด้วยเสียงที่หนักแน่น แต่กลับก้มหน้าลงต่ำจนเหมือนกับกำลังเศร้าใจ  ทั้งยังแผ่บรรยากาศน่าสลดออกมาเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ นั่นเลยทำให้เคลเบรอสครุ่นคิดเรื่องของกรขึ้นมาเล็กน้อย  และแม้ก่อนหน้านี้กรจะบอกว่าไม่ได้คิดมากเรื่องนั้นเพราะตัวเขาต้องการมีชีวิตอยู่ด้วยตัวคนเดียวเพื่อตัวเขาคนเดียวก็ตาม แต่เพราะเคลเบรอสสังเกตเห็นว่า ในประโยคที่กรพูดออกมานั้น มันมีคำว่า〝แค่〞อยู่  เพราะนั่นมันหมายความว่า กรไม่ได้ต้องการแค่นี้นั่นเอง แม้ตัวกรจะไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย แต่เคลเบรอสที่สังเกตเห็นจุดนั้น จึงได้คิดว่ากรก็เป็นแค่เด็กขี้เหงาที่พยายามทำตัวแข็งแกร่งเพื่อมีชีวิตรอดในนรกสุดโหดที่เรียกว่าดันเจี้ยนแห่งนี้ ก็สัญญากับตัวเองอยู่ในใจว่าจะเป็นเพื่อนพ้องกับเด็กคนนี้และจะปกป้องเขาอย่างสุดชีวิตให้ได้ 

〖งั้นเหรอ...เจ้าเองก็คงลำบากมาเยอะสินะ〗

          เคลเบรอสพูดแบบนั้นออกไปเป็นเชิงปลอบใจกรเล็กน้อย แต่กรก็ไม่ได้ตอบกลับเคลเบรอสแต่อย่างใด แล้วกรก็ยังคงมุ่งหน้าลงไปยังชั้นที่ 26 ต่อไป โดยที่ระหว่าทางหลังจากนั้นทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีกเลย แล้วหลังจากนั้นไม่นานกรก็ลงมาจนถึงปากทางเข้าชั้นที่ 26 ในที่สุด.....

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 225 : ความสำเร็จเกิดจากการยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง (จบบทที่ 4)

    ช่วงหลังมานี้... หลังจากที่เหล่าภรรยาของฉันได้รู้ทุกอย่างและยอมรับสิ่งที่ฉันเป็นหรือเจอมา จำนวนครั้งที่ฝันร้ายก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดใช่ มันไม่ได้หายไปหรอก... ฉันรู้ตัวดี และสัมผัสได้ก็เพราะความกังวลยังมีอยู่นั่นแหละนะแต่ก็ต้องขอบคุณความอ่อนโยนของทุกคน มันถึงไม่ได้เลวร้ายเหมือนเมื่อก่อนเพราะมีพวกเธออยู่เคียงข้าง ฉันเลยไม่ได้กลัวจนสติแตกเหมือนเมื่อก่อนแล้วใช่... ต่อให้ฝันร้ายถึง ‘เรื่องในอดีต’ ฉันก็ไม่ได้กลัวหรือว่าเศร้าอีกแล้วเพราะงั้น... ความรู้สึกปั่นป่วนในอกนี่ จึงใกล้เคียงกับความกังวลมากกว่า กรรู้สึกชื่นชมความใจเย็นของตัวเอง มั่นใจว่าอย่างน้อยมันก็ดีขึ้นกว่าก่อนแน่ ไม่อย่างนั้น... ภาพของชายหาดที่เต็มไปด้วยซากศพรอบกายของเขา คงทำเอารู้สึกผิดจนทรมานตัวสั่นไปแล้วเป็นฝันร้ายที่ไร้รสนิยมซะจริง กรรู้สึกขนลุกจนหน้าเหยเกแม้จะรู้ว่าทั้งหมดเป็นแค่ความคิด ด้วย ‘สุดยอดการประมวลผล’ มันไม่ยากอยู่แล้วที่จะรู้ตัวขณะหลับ ...มันสุดยอดจนถึงกับรู้ด้วยซ้ำว่าอะไรเป็นสาเหตุของการฝัน ชายหาดนี้ไม่ใช่ที่ที่กรรู้จัก แต่จำนวนศพที่มากขนาดนี้ เดาได้เลยว

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 224 : ผีเสื้อกระพือปีก สะเทือนถึงผืนฟ้าแลสะท้านถึงอเวจี

    ————สามวันต่อมา, ทวีปอีเดน - ใจกลางเมืองหลวงแอสการ์ด ใจกลางทวีปอีเดนนั้น ปกติแล้วคือสวนอันศักดิ์สิทธิ์สำหรับเหล่าเทพผู้ปกครอง ซึ่งมีไว้ใช้เพื่อกำหนดทิศทางของสรวงสวรรค์หรือหมายรวมถึงโลกมนุษย์เบื้องล่าง ถนนสายหลักของตระกูลทั้งเจ็ดล้วนแล้วแต่เข้ามาบรรจบ ณ ที่สวนพฤกษานี้ เมื่อไรก็ตามที่มีหัวหน้าตระกูลมาเยือน ทางเข้าของสวนจากถนนเส้นนั้นจะมีมือขวาข้ารับใช้เฝ้าถนนเส้นนั้นไว้เป็นปกติ ...ทว่าในวันนี้กลับแตกต่างเป็นพิเศษ เพราะจำนวนข้ารับใช้ของทั้งหกตระกูลที่มานั้นมีจำนวนกว่าร้อยคน แถมทางเข้าสวนจากถนนแต่ละเส้นยังติดธงประดับตราประจำตระกูลอีก ซ้ำร้าย... ธงที่ว่ายังเป็นลักษณะเดียวกับที่ใช้ในสงคราม มันเคยถูกใช้ทั้งกับจอมมารในอดีตกาลหรือกับราชาปีศาจในปัจจุบัน นั่นแลคือสัญญาณบ่งบอกความรุนแรงของสถานการณ์ในตอนนี้ โดยเฉพาะใจกลางสวนพฤกษา ที่ตั้งของโต๊ะกลมทำจากหินอ่อนซึ่งเป็นสถานที่ประชุมของเหล่าหัวหน้าตระกูลยกเว้นกาบริเอล สีหน้าทุกคนนั้นอยู่ไม่สุข ทั้งกังวลและโกรธเกรี้ยวบ้าง สับสนบ้าง ...และสาเหตุของเรื่องนั้น ก็คือกระดาษแผ่นน

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 223 : ความหวังและสิ้นหวัง คือสองด้านของเหรียญที่ชื่อศรัทธา

    หลังจากที่อัพเดทข้อมูลกับเหล่าสหายภาคีโต๊ะจัตุรัส กรก็ต้องกลับไปแต่งชุดเพื่อเข้าพิธีรับมอบรางวัลต่อ เพราะตัวเอกของงานคือพวกกรทั้ง 4 ฝ่าย และมีเหล่าราชาจากอาณาจักรในสังกัดสภาโลกเป็นผู้มอบรางวัล นั่นหมายความว่าเหล่าภรรยาของกรที่เป็นกำลังหลักในการปราบอาร์เคมีดีสก็ต้องร่วมงานรับรางวัลด้วย ไม่สิ... ‘ดาร์คไนท์ซิริอุส’ ที่เป็นกำลังหลักนี่แหละคือตัวเอกหลักของงาน ไม่ร่วมเห็นทีคงจะไม่ได้เพราะงั้นพวกเราก็เลยได้ห้อง VIP ไว้แต่งตัว ต้องขอบคุณแอนดรูว์เลยแหละแล้วระหว่างที่รอสาว ๆ เขาแต่งองค์ทรงเครื่องกัน ฉันก็ไปอัพเดทข้อมูลรอถึงจริง ๆ จะอยู่ในห้องตอนสาว ๆ แต่งตัวได้แบบไม่เป็นไรก็เถอะ (ก็เห็นกันทุกซอกทุกมุมแล้วนี่นา)แต่ในแง่ของความรู้สึก... ขืนจ้องของสวย ๆ งาม ๆ ขนาดนั้นนานเข้า พูดตามตรงว่ามันจะของขึ้นจนไม่เป็นอันทำงานเอาน่ะสิฉันก็รู้นิสัยตัวเองดีอ่ะนะ เลยขอป้องกันไว้ก่อนดีกว่า กรอมยิ้มแห้งกับขีดจำกัดของตัวเองเหมือนทำใจ ก่อนเปิดประตูเข้าไปในห้องที่เขากับสาว ๆ เช่าพัก“อ๊ะ! กรกลับมาแล้ว!”“เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหมกร?” มีอากับรินเดินเข้ามารับกรก่อนใคร

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 222 : แก้โจทย์ได้เมื่อใด ปัญหาใหม่ย่อมตามมาเสมอ

    หลังจากที่เมอร์ลินบอกว่าเครื่องเคลื่อนย้ายออกแบบเสร็จแล้ว พวกเราก็ทำตัวเอื่อยเฉื่อยกันอีกแปปนึงก่อนจะกลับบ้านพวกเราแจ้งข่าวเรื่องนี้กับทุกคน โดยเฉพาะรินกับอลิซพวกเธอดีใจเข้ามากอดแล้วก็ร้องไห้โฮใหญ่เลยแต่ก็ช่วยไม่ได้หรอก ก็จากบ้านมากตั้ง 5 เดือนแล้วนี่นาไหนจะทั้งคุณลุง คุณน้าที่รออยู่ที่บ้าน... ชีวิตประจำวันที่ผ่านมาตลอด 17 ปีมันทดแทน 5 เดือนไม่ได้หรอก (ถ้าไม่นับเรื่องที่ได้คบกันล่ะนะ)เพราะงั้นจะอยากกลับไปก็คงไม่แปลกเราเองก็เถอะ... ถึงกลับบ้านไปจะไม่มีใครอยู่แล้ว แต่มันก็ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่ทำให้เราเป็นอย่างทุกวันนี้เป็นสถานที่ให้กำเนิดความฝันของเรา ...และเราก็ไม่ได้รังเกียจมันอีกแล้วด้วยเพราะงั้นเราจะกลับไปให้ได้! เครื่องมือมีพร้อมหมดแล้วที่เหลือก็มีแต่การจัดแจงสถานการณ์ ให้กลับไปได้โดยที่โลกเดิมไม่มีปัญหา...แต่เรื่องนั้นแหละที่ยากที่สุด❖❖❖❖❖————สองวันต่อมา, โรงแรมเดอะกลอรี่ ณ สหพันธ์แห่งความรุ่งโรจน์ หลังจากวันหยุดของกรและครอบครัวสิ้นสุด แผนการขั้นถัดไปของภาคีโต๊ะจัตุรัสก็เสร็จสมบูรณ์ด้วย ...และก็เป็นการเริ่มแผนด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนั้น ก

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 221 : สาวน้อยธรรมดา?แค่อยากใช้เวลาด้วยกัน ตอนจบ (Mia and Merlin have a Date)

    “โดนแกล้งอีกแล้วอ่า!”“น่า ๆ ไม่เป็นไรนะกร”“แล้วจะโทษใครได้ล่ะหืม?” ได้ยินแฟนหนุ่มเดินบ่นกลางป่า มีอากับเมอร์ลินจึงได้ลูบหัวปลอบใจไปคนละกรุบ ...ถึงต้นเหตุจะเป็นเพราะพวกเธออยู่แล้วก็เถอะว่าแต่ นี่เดจาวูป่ะเนี่ย?ไหงรู้สึกเหมือนเรื่องคล้าย ๆ กันเพิ่งเกิดขึ้นเลย“!!!?” ระหว่างที่คิดอะไรไร้สาระอยู่ มีอากับเมอร์ลินก็เข้ามาควงแขนกรเหมือนกับตอนที่มาถึง กรเลยคิดว่า ‘โอเค ช่างมันละกัน’ แล้วหันไปสนใจกับการเที่ยวลมชมวิวกับภรรยาทั้งสองดีกว่า จากก่อนหน้านี้... หลังจากพักผ่อนในตึกกลางสำหรับติดต่อ พวกกรก็ออกเดินเท้าไปตามทางที่ทำไว้ เห็นว่าหากเดินตามทางนี้จะสามารถชมวิวได้ครบทุกแห่งและวนไปยังกระท่อมที่จองไว้ได้พอดี“กรดูสิ! มีแม่น้ำด้วย!”“ตื้นพอให้ลงไปเล่นได้ด้วยแฮะ” มีอากับเมอร์ลินดูจะสนใจแม่น้ำทางขวาที่ทั้งสามกำลังเดินเลียบผ่าน ความใสของมันทำให้เห็นดินและกรวดก้นแม่น้ำได้ แถมความสูงของมันยังแค่ครึ่งแข้งเอง เรียกว่าเหมาะกับการเล่นสุด ๆ มีอากับเมอร์ลินจึงไม่รอช้า พวกเธอถอดรองเท้าแล้วจูงมือกรลงไปในแม่น้ำ“ไปกันเถอะกร! น่า

  • ชีวิตบัดซบเพราะมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้ไปโค่นพระเจ้าซะเลย   ตอนที่ 220 : สาวน้อยธรรมดา?แค่อยากใช้เวลาด้วยกัน ตอนต้น (Mia and Merlin have a Date)

    หลังจากถ่ายรูปกันอย่างหวานแหวว เวลาก็ยังเหลืออีกนิดหน่อย พวกเราเลยจะไปเดินเล่นกันต่อ...และแน่นอน คุณรินกับอลิซก็ยังคงตามแกล้งฉันเหมือนเดิมช่างใจร้ายเหลือร้าย ตั้งแต่ในโรงหนังแล้วนะ!มาปลุกเร้ากันขนาดนี้ในสถานการณ์ที่ทำได้แค่อดทน นี่มันการทรมานประเภทไหนกันเนี่ย!?เหมือนเอาเนื้อสเต็ก A5 มาจ่อลิ้นแต่ไม่ยอมให้กินเลยนะเฮ้ย!จะทั้งชาลอตกับซาช่าที่ขยันเซอร์วิสให้ตอนช่วงเช้า หรือรินกับอลิซที่มาแกล้งกันทั้งช่วงบ่ายฉันเลยต้องกัดฟันทนน้ำตาไหลเป็นโลหิตไปจนถึงตอนกลางคืนโน่นเลย!พอถึงเวลาหม่ำ ๆ ฉันก็เลยล้างแค้นด้วยการกินพวกเธอเกือบทั้งคืนจนแทบไม่ได้หลับได้นอนทำกันยังกับเป็นกระต่ายเลยเชียวล่ะ!...ก็ พอมานึกดู ฉันอาจจะหนักมือไปหน่อยแต่พวกเธอมาแกล้งฉันก่อนนี่หว่า! จะโดนเอาคืนมันก็ไม่แปลกนี่นา!!!เหมือนที่เคยมีใครบางคนพูดไว้นั่นแหละ‘ผู้ที่จะเขมือบได้ก็มีแต่คนที่เตรียมใจจะโดนเขมือบเท่านั้น’ อื้ม ๆ! กรตื่นเช้ามาก็พยายามหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองใหญ่ทั้งที่ไม่จำเป็น แต่ก็ต้องขอบคุณศึกอันหนักหน่วงเมื่อวานด้วย ความงุ่นง่านในตัวกรเลยลดลงไปมากจนระบบความคิดปกติเริ่มกลับมาทำงาน เขา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status