แชร์

บทที่ 10 รับเควส!

ผู้เขียน: ๐Algiz๐
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-27 10:38:05

บทที่ 10 รับเควส!

หลังจากนั้นเจมส์ก็ได้เซ็นชื่อลงนามลงไปบนเอกสารปิดบังตัวตน แล้วก็จดสิทธิความเป็นเจ้าของในสินค้า แล้วก็กระบวนการวิธีการปรุงยาโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทระดับพื้นฐาน กลาง สูง และพิเศษที่ไม่ธรรมดาซึ่งรสชาติจะไม่ขมอีกต่อไปด้วยกันเพิ่มเมอร์เรลรี่ลงไปในสูตรการปรุงด้วย หลังจากการลงข้อมูลนี้…

เป็นที่แน่นอนว่าข้อมูลก็ได้ถูกส่งผ่านระบบสื่อเวทกลับไปที่กิลด์พาณิชย์ศูนย์ใหญ่เพื่อรายงานในทันที โดยที่เจ้าของสิทธิบัตรสินค้าที่ว่านี้ก็ไม่ได้รู้ตัวแม้แต่น้อยนิดว่าทุกอย่างกำลังระเบิดออกไป ความวุ่นวาย และความโกลาหลเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับกิลด์ไปจนถึงระดับธุรกิจค้าขายโปรโมชั่น

รวมไปจนถึงขึ้นไปจนถึงระดับบนของประเทศ แต่ยังไงก็ตามเพราะต้นเหตุในเรื่องที่ว่านั้นที่จะบอกว่าเป็นตัวต้นเหตุก็ดูเป็นการให้ร้ายจนเกินไป ต้องบอกว่าเป็นคนที่นำมาสู่ยุคสมัยใหม่ของศาสตร์การปรุงยาโพชั่น และนักเวททั้งหลายก็จะได้ไม่ต้องกล้ำกลืนซดยาขมอีกต่อไปก็ยังไม่รู้ถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

จากสิทธิบัตรสูตรโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทที่คนมากมายไม่เพียงแค่ในประเทศแต่ยังรวมไปจนถึงทั่วทุกหนแห่งยินดีที่จ่ายเงินเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการเผยแพร่โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทสูตรหวานกลมกล่อมไม่ขม แล้วเจ้าตัวคนที่ว่าก็ได้มาที่กิลด์นักผจญภัยเพื่อส่งโพชั่นระดับพื้นฐานทุกชนิดชนิดละ 4,500 ขวด

“ฝีมือน้องเจมส์หมดเลยเหรอ? ระดับพื้นฐานเนี่ย?”เพนน่าได้ถามออกมาตามตรงด้วยความไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ว่าทั้งหมดนี่ฝีมือตัวเด็กหนุ่มเหรอ?

“ไม่ต้องตกใจนะเพนน่า เป็นอย่างที่เธอเข้าใจทุกอย่างนั่นแหละ”ซิลฟราเรียถึงกับออกปากเลยทีเดียวเชียวว่าเป็นไปตามที่เจ้าตัวเข้าใจได้อย่างถูกต้องนั่นแหละ

“อื้ม รอบนี้ผมใช้หม้อใหญ่สุด…ใหญ่สุดแล้วใช่หรือเปล่านะพี่ซิลฟรา?”เจมส์ได้ตอบออกมาด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย แต่ก็ไม่มั่นใจว่านั่นคือหม้อที่ใหญ่ที่สุดในกิลด์หรือยัง

“อันที่จริงมันก็มีใหญ่กว่านี้อยู่หรอก แต่ไม่ค่อยได้ใช้…”ไฮเอลฟ์สาวบอกออกมาในทำนองแล้วการจะสื่อว่าหม้อใหญ่ระดับนั้นมันไม่ใช่แบบคนเดียวปรุงแต่ต้องใช้หลายคนช่วยกันปรุงยา…

“ทั้งสองคนไปสนิทกันขนาดนั้นตอนไหนเนี่ย…?”

หัวหน้าแผนกสนับสนุนนักผจญภัยสาวอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัยแล้วก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นว่าเด็กหนุ่มเรียกชื่อเล่นของท่านหัวหน้ากิลด์นักปรุงยาผู้เป็นไฮเอลฟ์ผู้ทรงเกียรติแล้วก็ยิ่งใหญ่ได้หน้าตาเฉย แถมเจ้าตัวคนโดนเรียกก็ดันมีอาการเขินอายแล้วก็หน้าแดงเหมือนผู้หญิงในห้วงแห่งความรัก

หรือว่าบางทีแล้วเธอควรที่จะเรียกอัศวินมาจับหัวหน้ากิลด์สาวในโทษฐานล่อลวงเด็กหนุ่มกันดีล่ะเนี่ย? แต่ก็ทำงานไม่ได้อยู่ดีกว่าเด็กหนุ่มบรรลุนิติภาวะแล้วถึงจะเป็นแบบพึ่งบรรลุเลยก็เถอะ เพนน่าครุ่นคิดแบบนั้นได้แววตาครหาอยู่นิดหน่อย และซิลฟราเรียก็เหมือนจะสัมผัสได้ถึงความครหานั้น

“อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น พวกเราสมยอมกัน…ถึงจะเหตุเกิดเพราะความเมาก็เถอะ”ซิลฟราเรียที่รู้ว่าตัวเองโดนมองด้วยสายตาประมาณว่าไปปลุกปล้ำเด็กหนุ่มมาใช่หรือเปล่าก็รีบออกตัวเลย

“อื้ม ถึงเมาผมก็จริงจัง…แต่ไม่ใช่เพราะความรับผิดชอบนะ!”เจมส์ก็ได้พูดขึ้นมาแบบนั้นในทำนองประมาณว่าตัวเองถึงจะเมาเหมือนกันแต่ก็จริงจังแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเพื่อรับผิดชอบนะ

“ฟุฟุฟุ…ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง? เพนน่า”ไฮเอลฟ์สาวอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาก่อนจะเหลือบไปเห็นสีหน้าไม่ธรรมดาของเจ้าตัวคนนั้นเลยประท้วงถามออกมาเบาๆ

“เหม็นบรรยากาศคู่รักไงคะ…แต่เดี๋ยวก่อน! โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทพวกนี้…!”คนโดนถามเข้าประท้วงออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบก่อนจะลองตรวจสอบดูแล้วก็ตกใจ

“ใช่แล้วล่ะ ที่จริงแล้วน่ะนะ…”

ไฮเอลฟ์สาวได้ถือโอกาสพูดอะไรนิดหน่อยเธอบอกเป็นข้อมูลโดยไม่ต้องเอ่ยออกเสียง ซึ่งตัวของเจ้าหน้าที่กิลด์สาวผู้มาประสบการณ์ตรงหน้าสามารถที่จะอ่านริมฝีปากได้ ดวงตาของเธอต้องเปิดกว้างเมื่อได้รับรู้ถึงความจริงนั้นว่าได้มีการจดสิทธิบัตรความเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ใหม่ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์

โดยผู้คิดค้นก็คือตัวของเด็กหนุ่มคนนี้ที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องรสชาติของโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทด้วยวิธีสุดง่ายดายที่ไม่มีใครเคยคิดถึงมาก่อน เมื่อเพนน่าดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจนั้น ซิลฟราเรียก็ได้ถือโอกาสเปิดสักหน่อย แน่นอนว่าเป็นในนามของกิลด์นักปรุงยาว่าต้องการผล ‘เมอร์เรลรี่’

เพราะมันเป็นวัตถุดิบสำคัญในสูตรโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทแบบใหม่อะไรในทำนองที่ว่านั้น เพนน่าตอบรับด้วยความยินดีว่าจะชวนทั้งสองคนออกจากห้องเก็บของแห่งนี้ ก่อนจะบอกว่าใต้ความเป็นจริงแล้ว 4,500 ขวดเนี่ยจากสภาพปัจจุบันแล้วก็แผนการนั้นเธอเชื่อว่าคงอยู่ไม่ถึงวันแน่นอน

แค่พรุ่งนี้ก็คงจะหมดแล้วล่ะ โดยพอออกมาแล้วนั้น ก็ได้ทำธุรกรรมรับเรื่องเสร็จสิ้นในฐานะตัวแทนกิลด์นักผจญภัยเพนน่าได้ทำการจ่ายให้กับกิลด์นักปรุงยาด้วยปริมาณเงินมหาศาลที่ราคาถูกกว่าตลาดด้วยซ้ำสำหรับรับมาขายต่อ แน่นอนว่ามันยังไงก็กำไรในมุมมองซิลฟราเรียเมื่อคิดถึงค่าใช้จ่ายหรือยังแล้ว

ขนาดแบ่งเป็นรางวัลพิเศษให้กับหนุ่มน้อยผู้เป็นต้นคิดนั้นยังเหลือเยอะเลยแหละ ไฮเอลฟ์สาวได้ให้เด็กหนุ่มเอากิลด์การ์ดของตัวเองขึ้นมาเพราะเธอต้องการแตะเพื่อจะจ่ายรางวัลให้ เด็กหนุ่มก็ไม่ขัดข้องเขาได้ยกขึ้นมาแล้วแตะกันเบาๆ เงินรางวัลก้อนใหญ่เลยโอนมาให้เขา และในตอนนั้นเอง…

“พี่เพนน่า ผมขอรับเควสเก็บเมอร์เรลรี่ครับ!”พร้อมกับกิลกาที่ได้ถูกยืนให้เธอเขาได้พูดขึ้นมาแบบนั้นเพราะต้องการที่จะรับเควสที่ว่านั้นมาทำซะเลย จะได้มีงานทำด้วยไม่เสียสิทธิ์นักผจญภัย

“อ๊ะ จะว่าไปน้องเจมส์ยังไม่เคยทำเควสนักผจญภัยเลยนี่นะ”เธอได้ยินแบบนั้นแล้วก็นึกขึ้นมาได้เลยว่าเด็กหนุ่มยังไม่เคยรับเควสทำเลยนี่นะซึ่งก็พอดีเลยไม่งั้นรักษาสิทธิ์นักผจญภัยเอาไว้ไม่ได้

“เอ่อ เจมส์นี่มันก็บ่ายกว่าแล้วนะ…”ด้วยเหตุผลบางอย่างเธอได้เตือนขึ้นมาแบบนั้นว่าตอนนี้ก็บ่ายกว่าแล้วควรเก็บไว้ทำพรุ่งนี้ซะดีกว่าจะได้เหมาะสมกว่าเยอะเลยมีเวลาระหว่างวันเยอะด้วย

“อื้ม…เควสแบบนี้ ส่วนใหญ่มีระยะเวลาให้ส่งภายในกี่วันครับ?”เขาก็มีความแอบเห็นด้วยอยู่ แต่ก็ไม่มั่นใจว่ามันมีกำหนดระยะเวลาประมาณเท่าไหร่จนต้องท้าบอกมาตามตรงจากเธอผู้รู้…

“ให้ส่งภายใน 3 วันน่ะ แน่นอนรับเควสเอาไว้ก่อนแล้วค่อยทำพรุ่งนี้เช้าก็ได้”

เธอได้อธิบายออกมาแบบนั้นว่าเด็กหนุ่มสามารถทำแบบนั้นได้ เพราะยังไงก็ตามสำหรับ 4,500 ขวดทุกชนิดแล้วก็อย่างละ 2,000 ขวด สำหรับระดับกลาง และ 1,000 ขวดของระดับสูงพรุ่งนี้ก็น่าจะอยู่ได้สบายไม่จำเป็นต้องเอามาส่งสำหรับโพชั่น แต่ในเวลาเดียวกันก็น่าจะมีปัญหานิดหน่อย

เพราะเธอคิดว่าหลังจากที่ปรับราคาใหม่แล้วผู้คนนักผจญภัยทั้งหลายน่าจะต้องเข้ามาแห่ซื้อมากกว่าเดิมแน่ๆ ก็ราคาเมื่อปรับใหม่แล้วจะขายเท่ากับข้างนอกหรืออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับคุณภาพที่สูงในแต่ละระดับแล้ว เจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าก่อนจะหันไปยิ้มแฉ่งให้กับซิลฟราเรีย

ที่อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูแล้วก็ตอบรับอนุญาตให้เด็กหนุ่มสามารถทำอะไรแบบนั้นก็ได้เพราะแน่นอนว่าเจ้าต้นที่ออกผลเมอร์เรลรี่นั้น สามารถหาได้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องเข้าป่าแค่ออกทางออกเมืองไม่ว่าทิศเหนือใต้ตามริมชายขอบถนนก็เจอแล้ว และแล้วเด็กหนุ่มก็ทำการยื่นกิลด์การ์ด

เพื่อรับเควสที่ว่านั้น แน่นอนว่าเพนน่ามีความแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นว่าเด็กหนุ่มเป็นสมาชิกของทั้ง 3 กิลด์เรียบร้อยแล้วตามแผนของเขาเลย ในขณะที่ได้รับกิลด์การ์ดกลับมาแล้วนั้น เจมส์ก็ได้ถามถึงอาการของมาร์คัสอีกรอบว่าเป็นยังไงบ้างแล้ว? เพนน่าตอบคำถามรับรอยยิ้มเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงดี

วันนี้รับเควสออกไปปราบหมูป่าใหญ่ที่ฟาร์มใกล้ๆ น่ะ ได้ยินแบบนั้นเขาก็สบายใจก็ดูเหมือนจะไม่มีอาการข้างเคียงอะไร ต่อจากนั้นทั้งสองคนเจมส์กับซิลฟราเรียก็แวะไปที่ตลาดสดเล็กน้อยเพื่อซื้อวัตถุดิบ เพราะในวันนี้ตอนเย็นเด็กหนุ่มจะทำอาหารให้เธอกินเล็กน้อย ในทันทีที่กลับมาถึงแล้วนั้น

เด็กหนุ่มก็ยืมใช้ห้องครัวเลยเพราะความรู้การทำอาหารที่เขาได้รับมาหมายถึงตามเมนูพื้นฐานที่กินกันทั่วไปในบ้านเรือนแถวนี้ ก็เลยทำสตูว์เนื้อกระต่ายเขาอย่างฮอร์นแรบบิทได้นั่นแหละนะ เสียงมีดสับเสียงจุดไฟเสียงต้มเขี้ยวพร้อมกับมือที่หยิบผงสมุนไพรโรยลงไป

ทุกความเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่มนั้นล้วนแล้วอยู่ในสายตาของไฮเอลฟ์สาว แน่นอนว่าเธอค่อนข้างแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เด็กหนุ่มอายุรุ่นนี้สามารถทำอาหารได้คล่องแคล่วระดับนี้อาจจะเพราะว่าอยู่กับอาจารย์ 2 คนมานานละมั้งเลยต้องเปลี่ยนกันทำอาหารบ่อยๆ อะไรแบบที่ว่านั้น

“อาจารย์ของเจมส์เนี่ย…เป็นผู้ชายสินะ?”เพื่อความมั่นใจแล้วก็อะไรหลายอย่าง ซิลฟราเรียก็ได้ตัดสินใจถามออกมาแบบนั้นเพราะบางทีคนที่ใช้ฉายาพ่อมดก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชาย

“ครับ เป็นผู้ชาย”

ที่กำลังทำอาหารอยู่ก็ได้ตอบออกมาตามตรงว่าท่านอาจารย์นั้นเป็นผู้ชายอย่างแน่นอนถึงแม้ว่าเขาอาจจะไม่เคยเจอตัวจริงและเป็นแค่ความทรงจำเรื่องราวปลอมๆ ภายในหัวนี้ก็เถอะ ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็ยกกระบวยขึ้นมาชิมรสชาติเล็กน้อยก่อนจะปรุงแต่งเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

“ผู้ชายโสด อยู่คนเดียว ทำอาหารเป็น และเป็นพ่อมดที่ทำแต่งานวิจัย?”เธอที่ได้ยินแบบนั้นแล้วก็ยิ่งถามออกมาแบบไม่มั่นใจหนักกว่าเดิมกลัวจะมีรสนิยมพิเศษมาเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เสียความมั่นใจ

“เรื่องโสดหรือเปล่าไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่อย่างอื่นก็ตรงหมดนะ”เขาไม่แน่ใจในเรื่องที่ว่านั้นเท่าไหร่เพราะไม่เคยถามแล้วก็ไม่เคยรู้ด้วยแต่อย่างอื่นที่ทำขึ้นมาตรงทั้งหมดเลย

“ไม่มั่นใจตรงโสดหรือเปล่าซะงั้น? แต่พ่อมดเหรอ…เป็นอาชีพหรือฉายาล่ะนั่น?”เธอจึงถามหลงลึกต่อเพื่อต้องการคำอธิบายหลายอย่างให้สมเหตุสมผลถ้าจะถูกถาม

“ท่านอาจารย์เหมือนจะเคยบอกไว้ว่ามันเป็นฉายา…พ่อมดสีเงิน?”เขาที่มีความเค้นความทรงจำเล็กน้อยหลังจากรู้แล้วก็ตอบบอกมาในทันทีว่าท่านดูเหมือนจะมีฉายาเป็นอะไรแบบนั้น

“พ่อมดสีเงินอย่างนั้นเหรอ…!?”

ไฮเอลฟ์สาวถึงกับตกใจหนักมากแน่นอนว่าเด็กหนุ่มเองก็ตกใจเหมือนกัน! จนเขาต้องถามตามตรงว่ามันเกิดอะไรขึ้นมีอะไรผิดปกติกับอาจารย์ของเขาอย่างนั้นเหรอ!? ซิลฟราเรียถึงกับพยักหน้าแรงโดยทำนองว่ามันมีปัญหาอย่างแรงเลยล่ะ เพราะคนที่ได้ฉายาว่า ‘พ่อมดสีเงิน’ น่ะนะ

เป็นหนึ่งในเจ็ดจอมขมังเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่โดยทุกคนที่ได้ฉายาพวกนั้นได้รับการรับรองจากกิลด์จอมเวทย์ ในบรรดาทั้ง 7 คนก็มีผู้ครอบครองฉายา 'พ่อมดสีเงิน’ ซึ่งเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ผู้มีพลังเวทศักดิ์สิทธิ์อันเหนือล้ำที่ต้องอธิบายก่อนว่าปกติคนทั่วไปจะมีพลังศักดิ์สิทธิ์เป็นสีขาวไม่ก็สีทองที่เกี่ยวพันกับสายฟ้า

แต่ของคนผู้นั้นเป็นสีเงินบริสุทธิ์ และเขาคนนั้นเป็นหนึ่งในวีรบุรุษที่ช่วยให้ประเทศนี้รวมไปจนถึงประเทศรอบๆ ให้รอดพ้นจากการทำลายล้างของการตื่นขึ้นมาของ ‘ดราก้อน ซอมบี้’ เมื่อประมาณ 50 ปีก่อน ก่อนจะหายตัวไปหลังจากนั้นไม่กี่ปี พอได้ฟังเรื่องราวแบบนั้นแล้ว

เจมส์ก็ค่อนข้างตกตะลึงเพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยทีเดียวเชียว ซิลฟราเรียถึงกับถามถึงชื่ออาจารย์ที่แท้จริงของเด็กหนุ่มเลยว่าชื่อของคนๆ นั้นคือใคร? และด้วยความที่โดนคำถามแบบนั้น แน่นอนว่าเขารู้ว่าอาจารย์ของตัวเองมีชื่อว่า ‘โรเอล’ เพราะชื่อนั้นได้ถูกพูดออกมา

ซิลฟราเรียก็ยืนยันได้เลยว่าเป็นคนเดียวกันก็ชื่อนั้นตรงกัน เป็นความจริงที่น่าตกใจเพราะไม่คิดว่าบทในหัวของเขาจะเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูงแบบนั้น หรือแท้จริงแล้วบุคคลนั้นคือท่านพระเจ้าปลอมตัวลงมากันแน่นะ? และแล้วเวลาก็ได้ดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเย็นที่เขาเคี่ยวสตูว์ และอบขนมปังเสร็จ

มื้อเย็นที่ค่อนข้างหรูหราได้ถูกเสิร์ฟให้กับไฮเอลฟ์สาว และตัวของเด็กหนุ่มเอง หลังจากเพลิดเพลินไปกับมื้อเย็นจนเรียบร้อยแล้วนั้น ทั้งสองคนก็ได้ตัดสินใจขึ้นไปพักผ่อนอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าพักผ่อนในที่นี้คือ การมี 'สัมพันธ์รัก’ กันแบบยังมีสติไม่ใช่เพราะความเมามาย…

ค่ำคืนระหว่างเด็กหนุ่มกับไฮเอลฟ์สาวเต็มเปี่ยมไปด้วยความเร่าร้อนของกิจกรรมเข้าจังหวะที่ไม่ธรรมดาเพราะมีสติสัมปชัญญะดีกันทั้งคู่ จนในที่สุดทั้งสองคนก็พล็อยหลับไปในเวลาดึกของวัน ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในยามเช้าของวันใหม่ โดยคนนึงมีความนอนปิดหน้าด้วยความเขิน…

ส่วนตัวของเด็กหนุ่มนั้นอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มอีกฝ่ายด้วยความรักใคร่เอ็นดูก่อนจะใช้เวทมนตร์ในชีวิตประจำวันทำความสะอาดร่างกายของตัวเอง และของเธอให้เรียบร้อย ก่อนจะลงไปเตรียมมื้อเช้าโดยอุ้มเธอลงไปด้วย ในห้องครัวที่เป็นห้องอาหารไปในตัวนั้น…

“จะ-เจมส์เป็นผู้ชายดุร้าย…”ซิลฟราเรียที่จ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ในครัวอยู่นั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาแบบนั้นตามตรงว่าเขาเป็นผู้ชายดุร้ายมาก

“ท่านอาจารย์เคยพูดไว้ว่า…ผู้ชายทุกคนเป็นหมาป่าในคาบแกะ”ฝ่ายตัวเจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นก็เลยพูดขึ้นมาอย่างมีความหมายโดยเขากำลังเตรียมมื้อเช้าอยู่เลยไม่ได้หันไปมองท่าทางเธอตอนนี้

“ทำไมอาจารย์ที่เป็นผู้ชายด้วยกันหรือสอนอะไรแบบนั้น…?”

แน่นอนว่าฝ่ายไฮเอลฟ์สาวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยทักมาด้วยความครหาสงสัยว่าทำไมผู้ชายด้วยกันถึงสอนอะไรแบบนั้นให้ผู้ชายด้วยกันรับรู้กันล่ะนั่น ปกติมันต้องเป็นสิ่งที่ผู้หญิงว่าผู้ชายหรือผู้หญิงด้วยกันเตือนกันเองไม่ใช่หรือยังไงกันล่ะ? เธอที่ได้ยินแบบนั้นก็มีความข้องใจอยู่นิดหน่อย

“ก็อารมณ์ประมาณว่าผู้ชายต้องรู้จักควบคุมความต้องการตัวเองกว่านี้…”เขาที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พูดเหมือนจะอธิบายออกมาว่ามันเป็นคำสอนว่าควรควบคุมตัวเองให้มากกว่านี้ในเวลาแบบนั้น

“…ผมต้องดุน้อยลงหรือเปล่า? พี่ซิลฟรา”ว่าแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมาตามตรงว่าตัวเองควรจะต้องลดลงอีกหรือเปล่าเกี่ยวกับความที่ว่านั้นน่ะ หลังจากคำถามนั้นถูกเอ่ยออกมา

“ไม่…ไม่ต้องหรอก นี่แหละดีแล้ว…”

ไฮเอลฟ์สาวตอบรับออกมาด้วยสีหน้ากับท่าทางที่มีความเขินหน้าอยู่ไม่น้อยพอสมควรแน่นอนว่าถึงจะค่อนข้างมัวเมาไปสักหน่อยแต่ตัวเธอก็รู้สึกว่ามันดีมากเลยเพราะงั้นไม่ต้องปรับแก้หรือเปลี่ยนอะไรทั้งนั้นนั่นแหละ พอเด็กหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกยินดีก่อนที่ตัวเขาจะยกมื้อเช้ามาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว

ระหว่างมื้อเช้าก็ได้พูดคุยอะไรกันหลายอย่าง ตัวของเขาแน่นอนว่าจะมุ่งหน้าไปทำภารกิจเควสเก็บผลไม้ชนิดนั้น แล้วก็มาส่งให้ที่กิลด์นักผจญภัยแล้วก็รับเควสต่อตามคำแนะนำว่าให้รับเควสนำผลไม้นั้นมาส่งที่กิลด์นักปรุงยา ขากลับค่อยแวะกิลด์พาณิชย์เพื่ออัพเดทว่ามีคนซื้อใบอนุญาตบ้างหรือเปล่า?

“อย่ากลับมืดนักล่ะ…ส่วนเราจะปรุงโพชั่นระดับกลางกับระดับสูงต่อ”เพราะมันไม่ใช่อะไรที่ทำได้ครั้งละเยอะๆ สักเท่าไหร่พอใช้พลังเวทมหาศาลเธอเลยจะค่อยๆ ทำตั้งแต่เช้านี้เลยดีกว่า

“ผมจะกลับมาให้ทันก่อนเที่ยงครับ…”

เด็กหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบรับออกมาในทันทีว่าตัวเองนั้นจะกลับมาก่อนเวลาเที่ยงวันแน่นอนเพื่อที่จะกลับมาช่วยเตรียมโพชั่นต่ออะไรในทำนองนั้น อีกอย่างหนึ่งถ้าเกิดไม่มีผลไม้ที่ว่านี้ก็เป็นเรื่องปกติที่จะปรุงโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทไม่ได้ ในจุดนั้นเองเจ้าตัวไฮเอลฟ์สาวก็ค่อนข้างยอมรับเลย

ก่อนที่เธอจะนึกบางอย่างขึ้นได้เธอได้มอบกุญแจอาคารกิลด์นักปรุงยาให้กับเด็กหนุ่มเพื่อให้เขาเอาไว้ใช้เสียก่อนมันเป็นกุญแจประตูทางเข้าซึ่งสมาชิกกิลด์ระดับสูงล้วนมีทุกคน เจมส์ที่ได้รับมาแล้วนั้นก็ตอบรับในทันทีว่าจะดูแลอย่างดีที่สุด จนในช่วงเช้าที่ยังไม่สายเลย

เด็กหนุ่มที่สวมอุปกรณ์พร้อมในว่าจะตะกร้าที่สะพายหลังกระเป๋าที่ห้อยข้างดาบที่ห้อยข้างเอวซ้ายกับไม้เท้าในมือขวา เขาก็ได้ขอตัวไปทำงานก่อนแล้วจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดอะไรในทำนองที่ว่านั้น ไฮเอลฟ์สาวยิ้มก็โบกมือลาเล็กน้อย ก่อนจะบิดขี้เกียจติดต่อให้แล้วกลับไปทำงานต่อ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 25 กลับสู่บ้านเรา [-จบบริบูรณ์-]

    บทที่ 25 กลับสู่บ้านเรา [-จบบริบูรณ์-]หลังจากนั้น แน่นอนว่าเจมส์ก็ได้เข้าเรียนรู้พื้นฐานขั้นต่ำในฐานะหัวหน้าตระกูลขุนนางซึ่งมันมาเป็นหนังสือกฎระเบียบขุนนางที่ควรพึงต้องรู้เลยเพราะตัวเขาเป็นขุนนางระดับกลางหน้าใหม่ตามปกติก็อยากจะให้เข้าสถาบันหลวงหรือโรงเรียนหลวงอยู่หรอกแต่ด้วยความสามารถ…ถ้าต้องเข้าเรียนคงเสียเปล่าในการพัฒนาฝีมือเป็นแน่แท้เลย ในชั่วขณะนั้นเข้าได้มีขุนนางมากมายเข้ามาแวะทักทายที่พระราชวังหลวงสำหรับคฤหาสน์ต้องใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะสำเร็จซึ่งให้อยู่รอคงไม่ใช่อะไรที่เหมาะสมสักเท่าไหร่นัก ในขณะเดียวกันนั้น เอกสารแจ้งไปยังคณะบริหารของเมืองพาร์มเบลก็ได้รับยืนยันแล้วไปถึงโดยสัตว์อสูรสื่อสารทางไกล แน่นอนว่าชาวเมืองก็ได้รับรู้ข่าวดีนี้แล้วด้วยในวันที่ผู้ปกครองเมืองมาถึงคงจะมีพิธีต้อนรับอย่างแน่นอน และด้วยเหตุผลบางอย่างคนเป็นกษัตริย์อดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมว่าเด็กหนุ่มค่อนข้างได้รับความนิยมสูงพอสมควรเลยนี่นาโดยเฉพาะกับกิลด์ต่างๆ ในท้องถิ่นรวมไปจนถึงธุรกิจที่ขึ้นตรงกับกิลด์อีกด้วย ตัวของเจมส์ที่ถูกให้เรียนรู้เรื่องนี้โดยตรงจากผู้เป็นกษัตริย์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งว่าตัวเอ

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 24 งานเลี้ยงฉลอง!

    บทที่ 24 งานเลี้ยงฉลอง!หลังจากนั้นไม่นานเท่าไหร่นัก ซิลฟราเรียที่มีสีหน้าสดชื่นกับยูเนียร์ที่มีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีสีหน้าผ่อนคลาย เธอได้เดินเข้าไปหาผู้เป็นบิดามารดาเพื่อกระซิบอะไรบางอย่างเล็กน้อยหรือสีหน้าที่เขินอายว่าเหมือนจะตกลงอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างลงตัวมากแล้วอะไรในทำนองที่ว่านั้นเลยทีเดียวเชียวแหละผู้เป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบันลงไปจนถึงผู้เป็นราชินี และรวมไปจนถึงผู้เป็นมารดาแท้ๆ ที่เป็นภรรยาลำดับที่ 3 ต่างค่อนข้างแปลกใจแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยินดีกับลูกสาวคนนี้ที่ในที่สุดแล้วก็ได้มีโอกาสหมั้นหมายกับตัวของเอิร์ลหนุ่มคนนี้ที่แน่นอนว่าอายุน้อยกว่า และในขณะเดียวกันเจ้าตัวอดีตดยุกแอสเตรียพร้อมกับลูกชายของเจ้าตัวก็นึกขึ้นได้ว่าเมืองพาร์มเบลนั้นยังขาดตำแหน่งเจ้าผู้ปกครองนครอยู่พอดีส่วนผู้ที่ทำหน้าที่บริหารในปัจจุบันเป็นคนของตัวเองอยู่แล้ว ให้เด็กหนุ่มได้มีฐานะเป็นผู้ปกครองแล้วก็ฝากงานด้านบริหารดินแดนไว้กับเจ้าหญิงยูเนียร์คงจะดีไม่น้อยเลย โดยทุกฝ่ายตกลงกันอย่างรวดเร็วขุนนางชั้นสูงที่ในตอนแรกเหมือนจะไม่พอใจอยู่บ้างในตอนแรกเพราะได้รู้ถึงพื้นเพแล้วก็ตัวอาจารย์ของเด็กหนุ่มก็รับรู้ได

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 23 ใครคืออาจารย์?

    บทที่ 23 ใครคืออาจารย์?การปรากฏตัวของอดีตราชาแล้วก็ราชินีที่เกษียณด้วยการสละราชบัลลังก์ไปก่อนนั้นทำเอาเกิดความปั่นป่วนไม่น้อยเพราะเป็นที่รู้กันว่าพระองค์ท่านทั้งสองพลานามัยไม่ได้แข็งแรงสมบูรณ์เนื่องด้วยโรคไข้หวัดประจำฤดูกาลมาถึงท่านทั้งสองก็ได้รับเชื้อด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะรักษาหายโดยปาฏิหาริย์แต่ร่างกายก็ไม่น่าที่จะกลับมาแข็งแรงเร็วขนาดนี้ ผู้เป็นอดีตราชาชี้ไปทางเจ้าตัวเด็กหนุ่มที่ทำมาเจ้าตัวเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเจ้าตัวได้พูดในทำนองว่าโพชั่นชนิดใหม่ที่ว่าฟื้นฟูให้ร่างกายหายเหนื่อยล้าแล้วก็ทำให้สดชื่นนั่นน่ะทำให้ร่างกายตัวเองฟื้นกลับมาเหมือนครั้งอย่างหนุ่มเลย!แน่นอนเพราะเป็นแบบนั้นแล้วก็ได้เกิดความโกลาหลขึ้นอย่างใหญ่หลวง คนเป็นราชาองค์ปัจจุบันซึ่งเป็นลูกชายรีบสั่งการให้ไปยังอีกห้องนึงโดยขอให้ขุนนางทั้งหมดไปรออยู่ที่ห้องโถงจัดเลี้ยงได้เลยเพื่อการเฉลิมฉลองแด่เอิร์ลตระกูลใหม่นี้ เพราะเดี๋ยวคุยเสร็จต้องเอาท่านเอิร์ลคนนี้ไปแห่รอบเมืองด้วยอย่างไรก็ตามอดีตราชาแล้วก็ราชินีที่ถูกพามาด้วยนั้นยังอีกห้องหนึ่งคณะแพทย์หลวงที่ประกอบไปด้วยแพทย์หลายศาสตร์ก็ได้ทำการตรวจสุขภาพท่านในทันทีแล้วก็ต้

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 22 พิธีมอบรางวัล

    บทที่ 22 พิธีมอบรางวัลเวลานั้นได้ดำเนินต่อไปในช่วงเวลาสายของวันใหม่ ณ ท้องพระโรงใหญ่ที่กล่าวได้ว่าเป็นห้องโถงบัลลังก์ซึ่งด้านในสุดนั้นมีพระที่นั่งยกสูงจากพื้นปกติอยู่ในคำกล่าวนี้หมายถึงว่ามีพื้นสูงยกเป็นขั้นบันได 3 ขั้นซึ่งมีพระที่นั่งซึ่งเป็นบัลลังก์ขององค์กษัตริย์แล้วก็ราชินีตั้งตะหง่านอยู่และบนบัลลังก์สูงในเวลานี้นั้นผู้เป็นกษัตริย์แล้วก็ราชินีนั่งอยู่เคียงข้างกันโดยมีสนมนั่งอยู่ทางด้านหลังแล้วก็พระราชบุตรแล้วก็พระราชธิดาทุกพระองค์ ไม่สิ ยกเว้นเจ้าหญิงลำดับที่ 5 ที่เหลือทุกพระองค์นั้นอยู่ครบ โดยเมื่อมองออกไปนั้นสองฝั่งของพรมสีแดงที่ได้ปูจากด้านหน้าของบัลลังก์สูงมันถูกปูยาวไปจนถึงประตูทางเข้าด้วยสองฝั่งของผมแดงได้มีเหล่าผู้ทรงเกียรติขุนนางทั้งน้อยกลางแล้วก็ใหญ่ของราชอาณาจักรพาราเวลล์ไม่อยู่อย่างพร้อมเพียงพร้อมหน้าพร้อมตากัน ในเวลานั้นเอง นอกเหนือจากขุนนางแล้วก็ยังมีกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์ศูนย์ใหญ่ทั้งหลายมาร่วมด้วยเช่นกันไม่ต่างอะไรกับผู้บัญชาการอัศวิน ผู้นำภาคีจอมเวทย์ และคณะแพทย์หลวงรวมไปจนถึงคณะผู้บริหารของประธานองคมนตรีทั้งหมดต่างสวมเครื่องแบบพิธีการหรือเครื่องแบบที่เป็

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 21 เดินเล่นยามเช้า

    บทที่ 21 เดินเล่นยามเช้าการเสวนายังคงดำเนินต่อไปแบบใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ แน่นอนมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีโดยบรรดาพวกขุนนางที่ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมายแต่แค่อิจฉาจนพยายามสร้างเรื่องด้วยวาทกรรมอะไรในทำนองแบบนั้น แน่นอนเจมส์เข้าใจได้ว่ามันเป็นสังคมแบบป้ายใหญ่กินปลาเล็กถ้าเกิดตนเองทำตัวอ่อนแอก็จะเป็นเป้าหมายให้ถูกเล่นงาน ดังนั้นแล้ว ตนเองก็ขอตอบรับว่าจะสู้กับเต็มที่แน่นอน สู้กับด้วยวิธีของตนเองอะไรในทำนองที่ว่าแบบนั้น แล้วจะคุยไม่ได้สักพักใหญ่ๆ เมื่อมองดูเวลาแล้วก็เห็นว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องกินมื้อค่ำนั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม…ไม่ว่าจะเจมส์หรือซิลฟราเรียต่างก็ได้รับเชิญให้กินมื้อค่ำด้วยกันในห้องอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับสมาชิกราชวงศ์ทุกคน ซึ่งเจ้าตัวเด็กหนุ่มก็ค่อนข้างรู้สึกทึ่งเมื่อเขาได้พบว่าผู้เป็นพระราชานั้นมีภรรยามากถึง 7 คน และมีลูกชายลูกสาวรวมกันมากถึง 13 คนกันเลยทีเดียวเชียวเนื้อหาบทสนทนาระหว่างบนโต๊ะอาหารก็เป็นไปเรื่อยเปื่อยส่วนมากก็คือ ถามเกี่ยวกับโพชั่นแล้วก็มุมมองการพัฒนาแล้วก็คิดค้นโพชั่นใหม่ ซึ่งเจมส์ก็ตอบออกมาตามตรงตามเท่าที่สามารถตอบได้แน่นอนข้อมูล

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 20 เข้าเฝ้าราชวงศ์

    บทที่ 20 เข้าเฝ้าราชวงศ์ระหว่างการนั่งรอแน่นอนด้วยเหตุผลบางอย่างก็เริ่มเห็นว่าผู้คนเริ่มมารวมตัวกันเยอะขึ้น เจมส์ก็พยายามทำใจตัวเองให้สงบเข้าไว้ด้วยการจ้องหน้ามองตาสบตาซิลฟราเรียผู้เป็นคนรักจนในที่สุดเจ้าตัวเธอคนโดนจ้องก็บอกว่าพอก่อนอย่าจ้องกันเยอะแบบนั้นมันเขิน!? แล้วมันก็กลายเป็นแบบนั้นไป…ทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นเบาบางความตึงเครียดลงจนหลังจากที่รอไม่นานเท่าไหร่นักก็ได้ยินเสียงของล้อรถม้าวิ่งมาตามถนนพร้อมกับเสียงฝีเท้าของอาชาหลาย 10 คู่ที่วิ่งเข้ามาเหมือนกับเสียงกรอบที่กระทบกัน พอลุกขึ้นแล้วมองไปตามทิศทางเสียงนั้นเจมส์ก็ถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นขบวนม้าสวมเกราะสีเงินพราวประกายระยิบระยับที่สะท้อนกับแสงไฟถนน ซึ่งไม่เพียงแค่นักรบหรืออัศวินที่ขี่อยู่บนหลังม้าศึกเหล่านั้นที่สวมชุดเกราะแต่ม้าพวกนั้นเองก็สวมชุดเกราะด้วยเช่นกัน โดยอัศวินทั้งหลายได้ถือธงที่เป็นธงเฉลิมเกียรติตามที่ได้รับฟังคำพูดของคุณปีแอร์ รถมา 2 คันได้ทำการวนเข้าจอดโดยคันด้านหลังนั้นได้ถูกเชิญให้ท่านคลอฟอร์ด และคุณปีแอร์ส่วนเจมส์กับซิลฟราเรียได้ถูกเชิญให้ขึ้นนั่งบนรถม้าที่มีตราราชวงศ์ประดับติดเอาไว้อยู่ แน่นอนว่าเจ้าตั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status