แชร์

บทที่ 8 อย่าหักโหมล่ะ

ผู้เขียน: ๐Algiz๐
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-26 12:33:34

บทที่ 8 อย่าหักโหมล่ะ

สำหรับเรื่องเจรจาทุกอย่างเจมส์ยกไว้ให้กับผู้บังคับบัญชาของตัวเองเลยทีเดียวเชียว ระหว่างรอที่คุยเจรจากันอยู่ เจมส์ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปถามว่ามาร์คัสหรือคนที่เขาแบกมานั้นฟื้นขึ้นมาแล้วหรือยัง? เพนน่าที่ได้ยินคำถามนั้นก็ได้ตอบรับออกมาทางรอยยิ้มก่อนจะบอกเลยว่าฟื้นแล้ว

แล้วตอนนี้กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมที่พวกเจ้าตัวเปิดห้องพักกันอยู่ พอได้ยินแบบนั้นแล้วเขาก็สบายใจ หลังจากนั้นใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นับการเจรจาเหมือนจะจบลงอย่างรวดเร็วโดยที่จำนวนยอดที่สั่งนั้นเหมือนถ้าเป็นไปได้ขออยู่ในหลัก 2,000 ขวดต่อวันแต่ละประเภท เจมส์หันไปจ้องมองใบหน้าของ…

กิลด์มาสเตอร์ของตัวเองด้วยความอึ้งแล้วก็ตึ้งว่าอย่างละ 2,000 ขวดเป็นอย่างต่ำเลยเหรอ? เจ้าตัวเธอที่เห็นว่าผู้ใต้บังคับบัญชาดาวรุ่งของตัวเองตกกะใจก็ได้วางมือบนไหล่ของเขาแล้วก็บอกว่าการหักโหมันไม่ดีได้แค่ไหนเอาแค่นั้นอย่างน้อยที่สุดมาพยายามด้วยกันให้ดีที่สุดดีกว่า!

ในช่วงเย็นเจมส์กับซิลฟราเรียก็ได้ตัดสินใจซื้ออาหารจากแผงลอยข้างทางกิน แน่นอนตัวเด็กหนุ่มได้มีโอกาสรู้ว่าไฮเอลฟ์ไม่ได้เป็นมังสวิรัติ แล้วเธอก็บอกตามตรงว่าใช้ชีวิตอยู่ในป่าไม่กินเนื้อก็ตายกันพอดีน่ะสิ อีกอย่างนึงมันเป็นความเชื่อที่ผิดนะว่าเอลฟ์ไม่กินเนื้อน่ะ เจมส์ที่ได้รับรู้ก็จะจำไว้ขึ้นใจ…

ที่สุดแล้วพอกลับมาถึงกิลด์นักปรุงยา ด้วยความที่หัวหน้ากิลด์นักปรุงยาสาวผู้เป็นไฮเอลฟ์นั้นต้องการดื่มฉลอง ตัวของเขาในโลกใบนี้ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วก็เลยสามารถดื่มกับเธอได้ในระดับหนึ่ง พวกเราเลยดื่มด้วยกันอยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมงจนถึงช่วงดึกๆ จากนั้นภาพก็ตัดไปอย่างรวดเร็วเลยทีเดียวเชียว

ส่วนชั้น 3 ของกิลด์นักปรุงยาในห้องพักสำหรับสมาชิกกิลด์บนเตียงสำหรับ 1 คนนอน เด็กหนุ่มที่มีอาการปวดหัวนิดหน่อยค่อยๆ เปิดหนังตาที่หนักของตัวเองขึ้นมาด้วยความมึนงงอยู่ไม่น้อยแล้วก็วิงเวียนพอสมควร แสงแดดภายนอกที่ส่งเข้ามาแน่นอนว่ามันจะอ่านแล้วก็แสบตายังไงก็ตาม…

ผ้าห่มที่คลุมร่างกายอยู่เลื่อนตกลงสายตาของเขาเหลือบมองไปเห็นเสื้อผ้าของตัวเองที่ตกกระจายเกินอยู่เต็มพื้นห้อง เท่านั้นยังไม่พอมันไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าของเขา เจมส์ถึงกับตัวแข็งทื่อแล้วก็สร่างเมาในระดับหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองข้างตัวที่เขาเพิ่งสังเกตได้ว่ามีคนนอนอยู่ หูแหลมยาวที่เด่นสง่า…

เส้นผมสีเขียวมรกต ใบหน้าอันงดงามคมสวยราวกับเทพธิดา ไฮเอลฟ์สาวผู้เป็นหัวหน้ากิลด์ของเขาในตอนนี้เธอนอนอยู่ข้างๆ ในสภาพเปลือยเปล่าแล้วก็ไม่ได้สวมอะไรไว้ทั้งนั้นเลย!? ในขณะที่เด็กหนุ่มอ้าปากพะงาบด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ในตอนนั้นเอง ไฮเอลฟ์สาว…

“อื้อส์…เป็นค่ำคืนที่ดีมากเลย…”เธอส่งเสียงครางออกมาในลำคอโดยบิดขี้เกียจเล็กน้อยเธอได้หันขึ้นไปจ้องมองเด็กหนุ่มก่อนจะลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ด้วยสีหน้าอ่อนหวานอิ่มเอิบที่มีความเขินอายอยู่…

“อะ-อื้ม ผะ-ผมดีใจที่ชอบครับ…”เด็กหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะตอบรับออกมาด้วยท่าทางเขินอายหนักมากเพราะพอนึกถึงความทรงจำเมื่อคืนแล้วมันก็สุดยอดจริงๆ

“ไม่นึกว่า…จะเป็นเด็กหนุ่มที่มือถึงขนาดนี้…”ด้วยสีหน้าท่าทางที่เขินอายนิดหน่อยขณะลูบท้องน้อยของตัวเองที่ในเวลานี้อัดแน่นไปด้วยเมล็ดพันธุ์ของเขา

“…ครั้งแรก…ของเรา…มะ-มันเร่าร้อนเกินไปแล้ว…!”พอความทรงจำมันกลับมาชัดเจน ไฮเอลฟ์สาวจะได้ประท้วงออกมาเบาๆ ว่าแท้จริงแล้วมันน่าอายมากเพราะมันเร่าร้อนสุดๆ

“เมื่อคืนก็เป็นครั้งแรกของผมเหมือนกัน…”

เจมส์พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพร้อมกับเกาแก้มด้วยสีหน้าเขินอายอยู่ไม่น้อยต้องยอมรับเลยว่าเมื่อเทียบประสบการณ์ระหว่างโลกไปโน้นที่จากมาจนมาถึงโลกใบนี้ที่วันนี้เป็นวันที่ 2 ในโลกใบใหม่ น่าจะเกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นครั้งแรกเลย หรือก็คือ เขาโดนเปิดซิงโดยไฮเอลฟ์สาว!

พอคิดเป็นแบบนั้นแล้วตัวของเด็กหนุ่มก็เหมือนจะมีความกึงขังอยู่ไม่น้อยเลย ในเวลาเดียวกัน ซิลฟราเรียที่ได้รู้ว่าเมื่อคืนเป็นครั้งแรกของเด็กหนุ่มก็มีแอบติดใจอยู่ไม่น้อยเพียงแต่ว่าลีลาเด็ดดวงเหมือนพวกเพื่อนสาวเล่าให้ฟังหลังจากขยันขยอกชวนเธอไปเที่ยวซ่องที่มีบุรุษขายบริการ…

ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่มีทางไปในที่แบบนั้น แต่อยากบอกว่านอกจากขนาดที่ใหญ่เกินเด็กแล้ว ลีลาที่ร่างกายกับการกระทำของเด็กหนุ่มขยับด้วยตัวเองแล้วมันเป็นผู้ใหญ่มากเลย ไฮเอลฟ์สาวหน้าแดงไปจนถึงหูของเธอก็ยังแดงเลยด้วยซ้ำไป ในตอนนั้นเอง ไม่รู้เพราะอะไรดลใจเด็กหนุ่มในเอื้อมมือขวาไปสัมผัส…

ใบหน้าข้างซ้ายของเธอให้หันมาหาเขา โดยที่เขาได้โน้มตัวยื่นใบหน้าเข้าไปหาแม้ความรู้สึกนี้จะไม่รู้ว่าใช่ความรักหรือเปล่า? แต่เขารู้สึกว่าเธอช่างน่าเอ็นดูจริงๆ จนร่างกายมันขยับไปด้วยสัญชาตญาณ ริมฝีปากของไฮเอลฟ์สาวได้ถูกเด็กหนุ่มจุมพิตแบบเบาๆ เป็นรับอรุณใหม่…

หลังจากนั้น เขากับเธอก็เช็ดตัวเล็กน้อยก่อนจะลงไปที่ห้องอาหารด้านล่างที่แน่นอนว่าไม่มีคนอยู่ในหัวไม่มีเจ้าหน้าที่ทำงานครัวด้วยซ้ำ สาเหตุก็พอเดาได้ว่าสมาชิกนอกจากหัวหน้ากิลด์สาวก็ยังมีสมาชิกอีกแค่ 3 คนที่คงยังไม่กลับมาง่ายๆ ในเร็วๆ นี้ เพราะมีกันแค่นั้นเลยหากินเอง และก็…

“ไม่นึกว่าจะทำอาหารเป็นด้วย…”ซิลฟราเรียได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาขณะมองดูเด็กหนุ่มที่กำลังใช้มีดทำครัวอย่างช่ำชองแล้วก็ชำนาญกว่าตัวเองเยอะเลยขนาดอยู่มานานกว่านะเนี่ย

“ผมก็ทำได้แค่ง่ายๆ ตามวัตถุดิบที่มีอยู่…เช้านี้คงได้เป็นแซนวิช”เขาได้บอกออกมาตามตรงว่าตัวเองก็ทำได้แค่เมนูเรียบง่ายก็เท่านั้นแหละแถมจากวัตถุดิบที่มีคงได้แค่แซนด์วิช

“นั่นก็หรูหราแล้วล่ะ ทุกทีจะไปซื้อเนื้อย่างแถวแผงลอยน่ะ…”ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาเธอได้พูดขึ้นมาแบบนั้นว่าปกติกินแค่เนื้อย่างแผงลอยด้วยซ้ำ

“เนื้อย่างแผงลอยนี่เอง…”

เด็กหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาประมาณว่าเหมือนจะเข้าใจได้ว่ามันง่ายจริง แต่ในฐานะลิ้นคนไทยเนี่ยเขาก็บอกเลยว่าเครื่องรสชาติมันยังไม่ถึงพริกถึงขิงจริงๆ อารมณ์ประมาณว่าเนื้อมันยังจืดไปเยอะเลย ไม่มีรสชาติแฝงมีแค่รสชาติที่ไม่ลึกน่ะนะ

ไม่นานเท่าไหร่นัก เจมส์ก็ทำแซนวิชสำหรับ 2 คนกินเสร็จแล้วเอามาเสิร์ฟให้กับไฮเอลฟ์สาวที่ผมมาคิดดูแล้วตอนนี้ตัวของเธอสวมชุดลำลอง ในฐานะผู้ชายที่เมื่อคืนได้หลับนอนกับเธอไปแล้วนั้น เขาก็ได้ไตร่ตรองอะไรหลายอย่างอยู่แล้ว ถึงความรู้สึกจะเป็นชอบยังไม่ถึงขั้นรัก แต่…

“ต้องทำเงินเพื่อเด็กที่จะลืมตาดูโลกขึ้นมาแล้วสิ…”ด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเป้าหมายอันยิ่งใหญ่เด็กหนุ่มพูดขึ้นมาแบบนั้นพร้อมมองไปที่ท้องของไฮเอลฟ์สาวว่าเขาต้องทำเพื่อเธอกับเด็กคนนี้

“ฟุ!? จะ-ใจเย็นก่อนนะเจมส์!? ไฮเอลฟ์ไม่ได้ท้องง่ายอะไรขนาดนั้น!?”ซิลฟราเรียใบหน้าแดงร้อนผ่าวขณะที่พูดออกมาแบบนั้นหลังจากสำลักแซนวิชแล้วเธอบอกออกมาก่อนแล้วว่าไม่ง่ายขนาดนั้น!

“อีกอย่างเราร่ายคาถาคุมกำเนิดเอาไว้อยู่เสมอ!?”

และที่สำคัญที่สุดก็คือ ในตลอดทุกวันเธอมักจะร่ายเวทแบบนั้นใส่ตัวเองเสมอเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นได้บ้างเพราะอยู่อาศัยอยู่คนเดียว ถึงเธอจะเป็นไฮเอลฟ์ที่มีอาชีพเป็นนักปรุงยาแต่ก็มีความสามารถต่อสู้ได้อยู่นะ แต่ประเด็นไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องระวังตัวไว้ก่อนไงเพราะงั้นสบายใจได้!

“กลายเป็นแบบนั้นไป…แต่ไม่เป็นไร หาทุนเก็บไว้ไม่เสียหลาย”แม้จะรู้สึกเสียดายแต่อย่างน้อยที่สุดหาเงินเก็บไว้เยอะๆ ก็ไม่มีปัญหาแม้แต่น้อยนิดทำงานเก็บเงินไว้ก่อนได้นั่นเอง

“ปะ-เป็นเด็กที่จริงจังกว่านี้คิดนะเนี่ย”ไฮเอลฟ์สาวค่อนข้างตกตะลึงอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวหลังจากได้ยินคำพูดที่เป็นเป้าหมายอย่างรวดเร็วเลย

“ถึงผมจะเด็กอยู่ แต่ผมก็ต้องจริงจังกับเรื่องนี้…”

เด็กหนุ่มได้ตอบรับออกมาโดยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจริงจังเหมือนกับสีหน้าที่เผยออกมา มันไม่ใช่เรื่องของการรู้สึกรับผิดชอบแต่มันเป็นเรื่องของจิตสำนึกในฐานะมนุษย์ในเมื่อได้มีช่วงเวลาพิเศษระหว่างกันและกัน เป็นเรื่องปกติที่เขาจะรู้สึกปรารถนาที่จะสนับสนุนแล้วก็ดูแลชีวิตเธอจากนี้ไป

เจมส์ที่ได้พูดขึ้นมาแบบนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทำให้ซิลฟราเรียมีความเขินอายอยู่ไม่น้อยเลย หลังจากนั้นทั้งสองคนก็กินมื้อเช้าจบอย่างรวดเร็วก่อนจะมุ่งหน้าไปที่เวิร์คช็อปที่ชั้น 2 ซึ่งพอมาถึงแล้วนั้น เมื่อคำนึงถึงอะไรหลายอย่าง เจมส์ก็มีสีหน้าครุ่นคิดในทำนองว่า 'หม้อเล็กไป…'

“พี่ซิลฟรา…ผมขอยืมใช้หม้อปรุงยาใบใหญ่นะครับ”ด้วยความสนิทสนมที่มากขึ้นจากเรื่องเมื่อคืนเจมส์ก็ได้เรียกชื่อเล่นของเธอตามที่เธออนุญาตก่อนเขาจะขออนุญาตยืมหม้อไปใหญ่

“อะ-อื้ม…ใจคอกะจะปรุงหม้อเดียวเสร็จเลยเหรอ?”

ซิลฟราเรียทึ่เกิดมีความเขินอายนิดหน่อยก็ได้ตอบรับออกมาทั้งรอยยิ้มก่อนจะถามด้วยสีหน้าเจื่อนๆ ประมาณว่าใจคอเขากะจะปรุงหม้อเดียวเสร็จสำหรับยาชนิดนั้นเลยหรือยังไงกัน? แน่นอนว่าถ้าเป็นไปได้มันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่คนที่ใช้หม้อใบใหญ่ได้ในต้องเป็นคนที่มีพลังเวทมากมายเพียงพอเลยล่ะ

“แบบว่าหม้อประจำผมได้ครั้งละ 200 ขวด บางทีหม้อใหญ่น่าจะประหยัดพลังเวทกว่า…”เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้นเขาต้องการจะประหยัดพลังเวทเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

“นั่นก็จริง แต่อย่าหักโหมไปล่ะ”เธอที่ได้ยินแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะตอบรับออกมาในทำนองเห็นด้วยอยู่หรอก แต่ยังไงก็ตามเธอก็หวังว่าเขาจะไม่หักโหมจนเกินไปเพราะมันค่อนข้างใช้พลังเวทเยอะจริงๆ

“จะพยายามไม่หักโหม…แต่ต้องยอมรับเมื่อวานเลเวลขึ้นมาระดับหนึ่งแหนะ”เขาได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาประมาณว่าจากเรื่องเมื่อวานระดับของเขาเพิ่มขึ้นเลย…

“มันก็น่าที่จะขึ้นอยู่หรอกนะ…”

นอกจากซึมซับความแข็งแกร่งจากการสังหารมอนสเตอร์แล้ว สำหรับนักปรุงยาวิธีเพิ่มระดับอาชีพวิธีที่ดีกว่าล่าสัตว์ประหลาดหรือสัตว์อสูรก็คือ ปรุงยานั่นแหละนะ พูดขึ้นมาพลางยักไหล่เล็กน้อย ก่อนเธอนั้นจะเริ่มพูดถึงรายการที่เด็กหนุ่มจะรับผิดชอบซึ่งนั่นก็คือ จะอยู่ในหมวดน้ำยาโพชั่นพื้นฐานทั้งหมด

ไม่ว่าจะน้ำยาโพชั่นฟื้นฟูรักษาพื้นฐาน น้ำยาโพชั่นฟื้นฟูพลังเวท นอกจากนี้ก็มีน้ำยาโพชั่นแก้สถานะผิดปกติแบบครบวงจรพื้นฐานได้แก่อัมพาต ติดพิษ และมึนงง แต่เธอต้องอธิบายเล็กน้อยถึงเขาคงรู้อยู่แล้วว่าน้ำยาโพชั่นแก้ไขสถานะผิดปกตินั้น มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรขนาดนั้น

เป็นที่แน่นอนว่าเจมส์ตอบรับอย่างเข้าใจ เพราะเขารู้ว่ามันเป็นยาที่ว่าไว้ใช้ตอนที่ไม่รู้ว่าตัวเองติดพิษจนเป็นอัมพาตหรือมึนงงเพราะติดพิษ ดังนั้น มันจะมีอาการเหมือนโอเวอร์โดสหลังจากนอนไป 1 วัน มันเป็นผลข้างเคียงประมาณว่าตื่นมาจะปวดเนื้อปวดตัวสุดๆ เพราะยาที่ถอนสถานะผิดปกติ

มันก็ทำมาจากส่วนผสมจากพืชสมุนไพรที่เป็นโทษนั่นแหละ ไฮเอลฟ์สาวเธอจะขอรับหน้าที่ทำยาโพชั่นระดับกลาง และน้ำยาโพชั่นระดับสูงเอง ถ้าเจ้าตัวเด็กหนุ่มทำครบแล้วสำหรับพื้นฐานจะมาช่วยระดับกลางด้วยก็คงจะดีเหมือนกัน แล้วถ้าเป็นไปได้ก็อยากเห็นเขาทำระดับสูงดูอยู่…

เจมส์ที่ได้ยินเกี่ยวกับระดับสูงเขาก็ตอบรับด้วยสีหน้าเจื่อนๆ ประมาณว่าตัวเองก็รู้สึกเหมือนจะทำได้แต่ก็ไม่อยากจะมั่นใจเท่าไหร่ก็เลยตอบรับแบบง่ายๆ ไปก่อน จากนั้นทั้งสองก็แยกกันทำเพื่อที่จะได้มีพื้นที่เพียงพอ เด็กหนุ่มนั้นได้เปิดตู้สมุนไพรโดยเขาเริ่มทำจากน้ำยาโพชั่นรักษาพื้นฐานก่อน…

จำนวนก็คือ โพชั่นชนิดละ 2,000 ขวดเป็นอย่างต่ำ สำหรับหม้อปูยาที่เขาใช้ในตอนแรกเป็นหม้อขนาด 40 ลิตร และหม้อปรุงยาใบใหญ่ที่เขายืมมานั้นเป็นขนาด 180 ลิตร ซึ่งมันไม่สามารถตั้งบนเคาน์เตอร์ได้ก็เลยต้องยืมอุปกรณ์เตาไฟสำหรับตั้งบนพื้นมาโดยตั้งหม้อบนนั้นโดยไปเสริมที่ยึดเล็กน้อย

เขาใส่น้ำลงไปก่อนจากนั้นก็เปิดไฟเพื่อให้น้ำนั้นถูกอุ่นไว้เรื่อยๆ ก่อนจะหยิบเอาสมุนไพรนั้นมาเด็ดใบในปริมาณที่แน่นอนว่าสำหรับหม้อใบใหญ่ใช้มากกว่าเดิมเล็กน้อยเพราะเขารู้ถึงฝีมือของตัวเองแล้วก็ความรู้อยู่ในใจ สมุนไพรที่ได้รับการบดแล้วนั้นก็ได้ถูกโปรยลงไปในหม้อพร้อมกับตัวเร่งปฏิกิริยา

“มาคิดดูแล้ว…โพชั่นฟื้นพลังเวทห้ามทำรสชาติดื่มง่ายเหรอครับ?”ระหว่างที่กำลังเริ่มเคี่ยวอยู่นั้นด้วยความที่มีความสามารถแยกสมาธิสูง ด้วยความที่มันเงียบเกินไปเขาเลยถามขึ้นมาแบบนั้น

“เอ๊ะ เจมส์ไม่รู้เหรอ? เกี่ยวกับมานาเรียเหรอ?”

ซิลฟราเรียค่อนข้างแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่เด็กหนุ่มไม่รู้อย่างนั้นเหรอว่าสมุนไพรชนิดนั้นมันมีความเลวร้ายขนาดไหนในแง่ของเรื่องที่ว่าจะปรุงรสยังไงรสชาติขมมันก็จะนำอยู่ดีต่อให้ใส่น้ำตาลทั้งถ้วยก็ตาม แล้วถ้าใส่น้ำตาลขนาดนั้นยังแก้ไขรสชาติไม่ได้ก็แปลว่าควรยอมแพ้

“ผมรู้…แต่ที่อาจารย์สอนผมมา โพชั่นฟื้นพลังเวทมันจะมีรสชาติหวานนะ”อ้างอิงจากความรู้ที่ลองค้นๆ ดูในหัวตัวเองมันมีวิธีทำให้หวานอยู่แต่ประเด็นคือ ของทั่วไปก็เห็นมีแต่ขมเลยต้องถามยังไงล่ะ

“…เดี๋ยวถ้าพลังเวทเราจะหมด ขอชิมหน่อยนะ”พอได้ยินแบบนั้นเข้าไป ดวงตาของไฮเอลฟ์สาวเบิกกว้างก่อนตัวของเธอจะพูดขึ้นมาแบบนั้นว่าถ้าถึงเวลานั้นแล้วเธอคงต้องขอลองชิมหน่อยแล้วล่ะ

“ครับ ด้วยความยินดีเลย”

แม้จะแปลกใจอยู่นิดหน่อยแต่ดูเหมือนว่าความรู้ของท่านพระเจ้าจะเหนือล้ำกว่าศาสตร์นักปรุงยาแผนปัจจุบันสินะเนี่ย แต่ก็ค่อนข้างน่าโล่งใจอยู่ไม่น้อยเพราะดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้มีกฎห้ามไม่ให้แต่งเติมรสชาติเพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น เจมส์ที่รู้สึกโล่งใจนั้นก็บรรจงใช้มือขวาคนส่วนผสมในหม้อปรุงยาใหญ่

ให้เข้ากันโดยที่มือซ้ายนั้นยกชูเหนือหม้อแล้วก็ถ่ายทอดพลังเวทลงไปในปริมาณที่มากกว่าปกติแต่ตอบความเหมาะสมต่อปริมาณที่กำลังทำอยู่ แน่นอนว่ามานาผมเข้าลดลงยังเร็วพอสมควร แต่ในเวลานั้นก็มีเสียงดังแจ้งเตือนในหัวของเขาว่าระดับเพิ่มขึ้นแล้วพร้อมกับร่างกายที่เบาลงกับปริมาณพลังเวทเพิ่มขึ้น

น่าตกใจดูเหมือนว่าน้ำยาโพชั่นหม้อนี้จะทำให้ค่าประสบการณ์หรือแต้มจำเป็นในการเพิ่มระดับของเขาพุ่งทะยานขึ้นมาเลยทีเดียวเชียว โดยในเวลาเดียวกันนั้นเขาจ้องมองไปทางไฮเอลฟ์สาวที่กำลังปรุงยาโพชั่นระดับกลางอยู่ มานาของเธอไหลเวียนอย่างเป็นธรรมชาติแล้วก็สวยงามอย่างน่าหลงใหล

ด้วยเหตุผลบางอย่างจู่ๆ หูแหลมของเธอก็แดงระเรื่อขึ้นมาเสียดื้อๆ พอมองไปที่ใบหน้าก็เห็นว่าแก้มก็แดงเหมือนกัน เด็กหนุ่มพอได้มองเห็นท่าทางเขินอายนั้นแล้วก็รู้สึกเขินอายตามเพราะดูเหมือนว่าเธอจะรู้ว่าเขาจ้องมองเธออยู่แล้วก็กำลังคิดอะไรอยู่ในใจ เขาเลยหันกลับมาปรุงยาต่อแบบไม่วอกแวก

ในหม้อปรุงยาใหญ่ของเหลวในหม้อนั้นค่อยๆ เปลี่ยนสีจนกลายเป็นสีแดงสดใสที่สะท้อนแสงพราวประกายสวยงาม หลังจากนั้น 15 นาที เขาก็ได้ปิดไฟแล้วก็ทำให้อุณหภูมิลดลงด้วยเวทสายลมผสมผสานกับน้ำทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างเหมาะสม ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เพื่อนำขวดออกมาบรรจงเทใส่ลงไป…

“อื้ม…นี่ก็ 500 ขวดแล้ว แต่ยังไม่ถึงครึ่งหม้อเลย…”มันอยู่ในระดับที่แม้แต่คนปรุงเองยังหนักใจว่าตัดมากรองใส่ขวดในปริมาณเท่ากันทุกขวดจนถึงตอนนี้มันปาไปครึ่งพันขวดแล้วยังไม่ลดถึงครึ่งหม้อเลย

“อย่างจริงจัง…หนึ่งในสี่แล้วยังลงไปไม่ถึงครึ่งหม้ออีกเหรอ?”หัวหน้ากิลด์สาวที่กำลังกรอกของตัวเองลงขวดอยู่เหมือนกันก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมาด้วยสีหน้าสุดตกตะลึงสุดๆ

“มะ-เหมือนจะเป็นแบบนั้นเลย…”

ในจุดนั้นเอง เขาอดไม่ได้ที่จะตอบรับออกมาแบบตะกุกตะกักนิดหน่อยว่าเขาก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่าจากการเคี่ยวปรุงยาปกติปริมาณน้ำที่ได้น้อยลงจับปริมาณความจุยิงที่ 180 ลิตรตามหลักแล้วมันจะต้องระเหยรวมประมาณ 10 กว่าลิตรเพราะเกิดจากการระเหยเพราะความร้อน

แต่ไม่รู้เพราะว่าเขาส่งผ่านพลังเวทได้ดีหรือเปล่า? ปริมาณการระเหยเลยต่ำกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลย หลังจากใส่ไป 500 ขวดด้วยความคล่องตัวของมือ ถ้าพูดถึง 180 ลิตรเหมือนมันจะลงไปประมาณแค่ 20 กว่าลิตรเองด้วยซ้ำสำหรับ 500 ขวด และมานาที่ใช้ไปก็ประมาณ 200 กว่าหน่วย…

รวมกับที่พลังเวทฟื้นขึ้นมาจากการเลเวลอัพก็น่าจะใช้ประมาณ 300 กว่าหน่วย แปลว่าเทคนิคการควบคุมพลังเวทดูเหมือนจะมีผลในคุณภาพอย่างแท้จริง โดยใช้เวลาไม่นานเบ็ดเสร็จรวมแล้วก็ได้มากถึง 4,500 ขวดเลยกันทีเดียวเชียว หัวใจไฮเอลฟ์สาวผู้เป็นหัวหน้าแทบจะวายตายกันไปเลย…

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 25 กลับสู่บ้านเรา [-จบบริบูรณ์-]

    บทที่ 25 กลับสู่บ้านเรา [-จบบริบูรณ์-]หลังจากนั้น แน่นอนว่าเจมส์ก็ได้เข้าเรียนรู้พื้นฐานขั้นต่ำในฐานะหัวหน้าตระกูลขุนนางซึ่งมันมาเป็นหนังสือกฎระเบียบขุนนางที่ควรพึงต้องรู้เลยเพราะตัวเขาเป็นขุนนางระดับกลางหน้าใหม่ตามปกติก็อยากจะให้เข้าสถาบันหลวงหรือโรงเรียนหลวงอยู่หรอกแต่ด้วยความสามารถ…ถ้าต้องเข้าเรียนคงเสียเปล่าในการพัฒนาฝีมือเป็นแน่แท้เลย ในชั่วขณะนั้นเข้าได้มีขุนนางมากมายเข้ามาแวะทักทายที่พระราชวังหลวงสำหรับคฤหาสน์ต้องใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะสำเร็จซึ่งให้อยู่รอคงไม่ใช่อะไรที่เหมาะสมสักเท่าไหร่นัก ในขณะเดียวกันนั้น เอกสารแจ้งไปยังคณะบริหารของเมืองพาร์มเบลก็ได้รับยืนยันแล้วไปถึงโดยสัตว์อสูรสื่อสารทางไกล แน่นอนว่าชาวเมืองก็ได้รับรู้ข่าวดีนี้แล้วด้วยในวันที่ผู้ปกครองเมืองมาถึงคงจะมีพิธีต้อนรับอย่างแน่นอน และด้วยเหตุผลบางอย่างคนเป็นกษัตริย์อดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมว่าเด็กหนุ่มค่อนข้างได้รับความนิยมสูงพอสมควรเลยนี่นาโดยเฉพาะกับกิลด์ต่างๆ ในท้องถิ่นรวมไปจนถึงธุรกิจที่ขึ้นตรงกับกิลด์อีกด้วย ตัวของเจมส์ที่ถูกให้เรียนรู้เรื่องนี้โดยตรงจากผู้เป็นกษัตริย์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งว่าตัวเอ

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 24 งานเลี้ยงฉลอง!

    บทที่ 24 งานเลี้ยงฉลอง!หลังจากนั้นไม่นานเท่าไหร่นัก ซิลฟราเรียที่มีสีหน้าสดชื่นกับยูเนียร์ที่มีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีสีหน้าผ่อนคลาย เธอได้เดินเข้าไปหาผู้เป็นบิดามารดาเพื่อกระซิบอะไรบางอย่างเล็กน้อยหรือสีหน้าที่เขินอายว่าเหมือนจะตกลงอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างลงตัวมากแล้วอะไรในทำนองที่ว่านั้นเลยทีเดียวเชียวแหละผู้เป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบันลงไปจนถึงผู้เป็นราชินี และรวมไปจนถึงผู้เป็นมารดาแท้ๆ ที่เป็นภรรยาลำดับที่ 3 ต่างค่อนข้างแปลกใจแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยินดีกับลูกสาวคนนี้ที่ในที่สุดแล้วก็ได้มีโอกาสหมั้นหมายกับตัวของเอิร์ลหนุ่มคนนี้ที่แน่นอนว่าอายุน้อยกว่า และในขณะเดียวกันเจ้าตัวอดีตดยุกแอสเตรียพร้อมกับลูกชายของเจ้าตัวก็นึกขึ้นได้ว่าเมืองพาร์มเบลนั้นยังขาดตำแหน่งเจ้าผู้ปกครองนครอยู่พอดีส่วนผู้ที่ทำหน้าที่บริหารในปัจจุบันเป็นคนของตัวเองอยู่แล้ว ให้เด็กหนุ่มได้มีฐานะเป็นผู้ปกครองแล้วก็ฝากงานด้านบริหารดินแดนไว้กับเจ้าหญิงยูเนียร์คงจะดีไม่น้อยเลย โดยทุกฝ่ายตกลงกันอย่างรวดเร็วขุนนางชั้นสูงที่ในตอนแรกเหมือนจะไม่พอใจอยู่บ้างในตอนแรกเพราะได้รู้ถึงพื้นเพแล้วก็ตัวอาจารย์ของเด็กหนุ่มก็รับรู้ได

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 23 ใครคืออาจารย์?

    บทที่ 23 ใครคืออาจารย์?การปรากฏตัวของอดีตราชาแล้วก็ราชินีที่เกษียณด้วยการสละราชบัลลังก์ไปก่อนนั้นทำเอาเกิดความปั่นป่วนไม่น้อยเพราะเป็นที่รู้กันว่าพระองค์ท่านทั้งสองพลานามัยไม่ได้แข็งแรงสมบูรณ์เนื่องด้วยโรคไข้หวัดประจำฤดูกาลมาถึงท่านทั้งสองก็ได้รับเชื้อด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะรักษาหายโดยปาฏิหาริย์แต่ร่างกายก็ไม่น่าที่จะกลับมาแข็งแรงเร็วขนาดนี้ ผู้เป็นอดีตราชาชี้ไปทางเจ้าตัวเด็กหนุ่มที่ทำมาเจ้าตัวเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเจ้าตัวได้พูดในทำนองว่าโพชั่นชนิดใหม่ที่ว่าฟื้นฟูให้ร่างกายหายเหนื่อยล้าแล้วก็ทำให้สดชื่นนั่นน่ะทำให้ร่างกายตัวเองฟื้นกลับมาเหมือนครั้งอย่างหนุ่มเลย!แน่นอนเพราะเป็นแบบนั้นแล้วก็ได้เกิดความโกลาหลขึ้นอย่างใหญ่หลวง คนเป็นราชาองค์ปัจจุบันซึ่งเป็นลูกชายรีบสั่งการให้ไปยังอีกห้องนึงโดยขอให้ขุนนางทั้งหมดไปรออยู่ที่ห้องโถงจัดเลี้ยงได้เลยเพื่อการเฉลิมฉลองแด่เอิร์ลตระกูลใหม่นี้ เพราะเดี๋ยวคุยเสร็จต้องเอาท่านเอิร์ลคนนี้ไปแห่รอบเมืองด้วยอย่างไรก็ตามอดีตราชาแล้วก็ราชินีที่ถูกพามาด้วยนั้นยังอีกห้องหนึ่งคณะแพทย์หลวงที่ประกอบไปด้วยแพทย์หลายศาสตร์ก็ได้ทำการตรวจสุขภาพท่านในทันทีแล้วก็ต้

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 22 พิธีมอบรางวัล

    บทที่ 22 พิธีมอบรางวัลเวลานั้นได้ดำเนินต่อไปในช่วงเวลาสายของวันใหม่ ณ ท้องพระโรงใหญ่ที่กล่าวได้ว่าเป็นห้องโถงบัลลังก์ซึ่งด้านในสุดนั้นมีพระที่นั่งยกสูงจากพื้นปกติอยู่ในคำกล่าวนี้หมายถึงว่ามีพื้นสูงยกเป็นขั้นบันได 3 ขั้นซึ่งมีพระที่นั่งซึ่งเป็นบัลลังก์ขององค์กษัตริย์แล้วก็ราชินีตั้งตะหง่านอยู่และบนบัลลังก์สูงในเวลานี้นั้นผู้เป็นกษัตริย์แล้วก็ราชินีนั่งอยู่เคียงข้างกันโดยมีสนมนั่งอยู่ทางด้านหลังแล้วก็พระราชบุตรแล้วก็พระราชธิดาทุกพระองค์ ไม่สิ ยกเว้นเจ้าหญิงลำดับที่ 5 ที่เหลือทุกพระองค์นั้นอยู่ครบ โดยเมื่อมองออกไปนั้นสองฝั่งของพรมสีแดงที่ได้ปูจากด้านหน้าของบัลลังก์สูงมันถูกปูยาวไปจนถึงประตูทางเข้าด้วยสองฝั่งของผมแดงได้มีเหล่าผู้ทรงเกียรติขุนนางทั้งน้อยกลางแล้วก็ใหญ่ของราชอาณาจักรพาราเวลล์ไม่อยู่อย่างพร้อมเพียงพร้อมหน้าพร้อมตากัน ในเวลานั้นเอง นอกเหนือจากขุนนางแล้วก็ยังมีกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์ศูนย์ใหญ่ทั้งหลายมาร่วมด้วยเช่นกันไม่ต่างอะไรกับผู้บัญชาการอัศวิน ผู้นำภาคีจอมเวทย์ และคณะแพทย์หลวงรวมไปจนถึงคณะผู้บริหารของประธานองคมนตรีทั้งหมดต่างสวมเครื่องแบบพิธีการหรือเครื่องแบบที่เป็

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 21 เดินเล่นยามเช้า

    บทที่ 21 เดินเล่นยามเช้าการเสวนายังคงดำเนินต่อไปแบบใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ แน่นอนมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีโดยบรรดาพวกขุนนางที่ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมายแต่แค่อิจฉาจนพยายามสร้างเรื่องด้วยวาทกรรมอะไรในทำนองแบบนั้น แน่นอนเจมส์เข้าใจได้ว่ามันเป็นสังคมแบบป้ายใหญ่กินปลาเล็กถ้าเกิดตนเองทำตัวอ่อนแอก็จะเป็นเป้าหมายให้ถูกเล่นงาน ดังนั้นแล้ว ตนเองก็ขอตอบรับว่าจะสู้กับเต็มที่แน่นอน สู้กับด้วยวิธีของตนเองอะไรในทำนองที่ว่าแบบนั้น แล้วจะคุยไม่ได้สักพักใหญ่ๆ เมื่อมองดูเวลาแล้วก็เห็นว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องกินมื้อค่ำนั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม…ไม่ว่าจะเจมส์หรือซิลฟราเรียต่างก็ได้รับเชิญให้กินมื้อค่ำด้วยกันในห้องอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับสมาชิกราชวงศ์ทุกคน ซึ่งเจ้าตัวเด็กหนุ่มก็ค่อนข้างรู้สึกทึ่งเมื่อเขาได้พบว่าผู้เป็นพระราชานั้นมีภรรยามากถึง 7 คน และมีลูกชายลูกสาวรวมกันมากถึง 13 คนกันเลยทีเดียวเชียวเนื้อหาบทสนทนาระหว่างบนโต๊ะอาหารก็เป็นไปเรื่อยเปื่อยส่วนมากก็คือ ถามเกี่ยวกับโพชั่นแล้วก็มุมมองการพัฒนาแล้วก็คิดค้นโพชั่นใหม่ ซึ่งเจมส์ก็ตอบออกมาตามตรงตามเท่าที่สามารถตอบได้แน่นอนข้อมูล

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 20 เข้าเฝ้าราชวงศ์

    บทที่ 20 เข้าเฝ้าราชวงศ์ระหว่างการนั่งรอแน่นอนด้วยเหตุผลบางอย่างก็เริ่มเห็นว่าผู้คนเริ่มมารวมตัวกันเยอะขึ้น เจมส์ก็พยายามทำใจตัวเองให้สงบเข้าไว้ด้วยการจ้องหน้ามองตาสบตาซิลฟราเรียผู้เป็นคนรักจนในที่สุดเจ้าตัวเธอคนโดนจ้องก็บอกว่าพอก่อนอย่าจ้องกันเยอะแบบนั้นมันเขิน!? แล้วมันก็กลายเป็นแบบนั้นไป…ทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นเบาบางความตึงเครียดลงจนหลังจากที่รอไม่นานเท่าไหร่นักก็ได้ยินเสียงของล้อรถม้าวิ่งมาตามถนนพร้อมกับเสียงฝีเท้าของอาชาหลาย 10 คู่ที่วิ่งเข้ามาเหมือนกับเสียงกรอบที่กระทบกัน พอลุกขึ้นแล้วมองไปตามทิศทางเสียงนั้นเจมส์ก็ถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นขบวนม้าสวมเกราะสีเงินพราวประกายระยิบระยับที่สะท้อนกับแสงไฟถนน ซึ่งไม่เพียงแค่นักรบหรืออัศวินที่ขี่อยู่บนหลังม้าศึกเหล่านั้นที่สวมชุดเกราะแต่ม้าพวกนั้นเองก็สวมชุดเกราะด้วยเช่นกัน โดยอัศวินทั้งหลายได้ถือธงที่เป็นธงเฉลิมเกียรติตามที่ได้รับฟังคำพูดของคุณปีแอร์ รถมา 2 คันได้ทำการวนเข้าจอดโดยคันด้านหลังนั้นได้ถูกเชิญให้ท่านคลอฟอร์ด และคุณปีแอร์ส่วนเจมส์กับซิลฟราเรียได้ถูกเชิญให้ขึ้นนั่งบนรถม้าที่มีตราราชวงศ์ประดับติดเอาไว้อยู่ แน่นอนว่าเจ้าตั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status