Se connecterบทที่ 7 หนทางรับมือ
สรุปคือ มันก็ไม่มีอะไรมากไปกล่าวคำชมที่ได้รับพร้อมกับโดนตบไหล่รัวๆ จนแทบจะทรุดเลย เจมส์พี่โดนตบไหล่ทั้งที่ความสามารถด้านร่างกายต่ำในแง่บริบทหนึ่งทางด้านอาชีพก็แทบจะทรุดไปอยู่บนพื้นแล้วตอนนี้ แต่ก็โชคดีที่ได้คุณเรมิสที่เหมือนว่าเธอจะเป็นถึงรองหัวหน้ากิลด์นักผจญภัย! ช่วยหยุดคุณแจ็คที่เป็นหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยเอาไว้ได้! ส่วนพี่เพนน่าทำได้แค่เพียงยืนยิ้มแห้งเพราะเธอรู้ว่าตัวเองไม่สามารถหยุดหัวหน้าตัวเองได้แน่นอน โดยที่ผู้ใหญ่เริ่มนั่งลงที่หน้าโต๊ะทำงานแล้วเริ่มคุยกันนั้น คนเป็นเด็กหนุ่มที่ได้รับรู้กันโดยทั่วคืออายุแค่ 12 ปีก็นั่งลงเงียบๆ แล้วก็ได้น้ำผลไม้มาแก้วนึง เจมส์ก็ตอบรับด้วยความยินดีเพราะแน่นอนว่านับตั้งแต่มาเกิดใหม่ต่างโลกหรือมาฟื้นคืนชีวิตต่างโลกนี้เขาก็คิดไว้แล้วแหละว่าเครื่องดื่มอร่อยๆ อย่างพวกน้ำอัดลมคงไม่มีให้กินตัวเองก็ควรจะชินพวกน้ำผลไม้เข้าไว้ ซึ่งมันก็น้ำผลไม้เพรียวๆ เลยแหละ น้ำแอปเปิ้ลเพียวๆ ของจริง… “บริษัทฟาร์มาฮิลล์อีกแล้วงั้นเรอะ? ไอ้พวกบ้านี่…”ชายฉกรรจ์ลูบหัวเกลี้ยงเกลาอย่างหัวเสียเป็นที่สุดเมื่อนึกถึงเจ้าพวกนั้นที่ก่อเรื่องบ่อยมาก “กิลด์มาสรอบนี้พวกเรามีหลักฐานก็จริง แต่มันก็ตื้นเขินมาก…”เธอผู้เป็นหัวหน้าแผนกสนับสนุนก็ได้พูดตามตรงว่าหลักฐานมันแค่สอยระดับล่างได้เฉยๆ “…อย่างมาก มันก็หาว่านักปรุงยาคนนั้นทำคนเดียว”ในกรณีที่บ้าบอคอแตกที่สุดพวกนั้นก็ไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้นและแค่ทำแบบนั้นเฉยๆ “นั่นแหละที่ข้าปวดหัว ไอ้บริษัทบ้าเนี่ยมันดันมีขุนนางจากเมืองหลวงหนุนหลังไง”แจ็คก็เลยบ่นออกมาโดยไม่พอใจเพราะเจ้าพวกนี้มีขุนนางที่เมืองหลวงรุ่นหลังอยู่ “…นักปรุงยาที่ทำงานให้บริษัทนั่น เป็นพวกที่ได้รับอนุญาตจากเมืองหลวงหมดเลย”ซิลฟราเรียได้พูดขึ้นมาตามตรงว่าพวกนั้นมีใบอนุญาตของเมืองหลวง “ท่านซิลฟราเรียจะบอกว่ากิลด์นักปรุงยาศูนย์ใหญ่…?”เพนน่าถามขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนกในทันทีทันใดเลยทีเดียวเชียว “ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นแน่นอน พวกเจ้าดูตรงนี้นะ” ไฮเอลฟ์สาวผู้เป็นหัวหน้ากิลด์นักปรุงยาก็ได้พูดขึ้นมากว่าจะหยิบขวดปลอมที่เป็นหลักฐานซึ่งอยู่ในผ้าห่อแล้วก็หันด้านก้นขวดให้ทุกคนได้ดู มันเป็นสิ่งที่ใครหลายคนมักจะไม่ได้สังเกตแต่ขวดยาทุกขวด นักปรุงยาทุกคนต้องออกผลิตภัณฑ์ที่มีตรารับรองจากองค์กรที่รับรองความสามารถของตนเอง ถ้าหากเป็นสังกัดกิลด์นักปรุงยารอยสลักบนขวดแก้วจะเป็นรูป 'หม้อปรุงยากับสองฝ่ามือวางเหนือหม้อ’ แต่จากที่เห็นที่ก้นขวดทุกคนคงเห็นแล้วว่าสัญลักษณ์นั้น เป็นรูป 'โรงงานกับขวดยา’ ตราสลักพวกนี้ทำให้ยืนยันได้ว่านักปรุงยาได้รับการสนับสนุนจากสหภาพนักปรุงยา ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรฝ่ายตรงข้าม… ของสมาคมนักปรุงยาหรือกิลด์นักปรุงยานั่นเอง ประกอบกับหลักฐานที่เธอเอาให้ดูอย่างที่บอกไปตั้งแต่ปีนี้มาจนถึงกลางปีเนี่ยรวมไปจนถึงย้อนหลังเป็นปีที่แล้ว ยกเว้นวันนี้เพราะมีน้องใหม่ไฟแรง เธอไม่ได้ตรวจสอบฝีมือหรือไม่มีใครมาสมัครเข้าร่วมกิลด์เธอเลยแม้แต่คนเดียว! ถึงจะน่าเจ็บใจแต่มันเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ! และเป็นหลักฐานสำคัญว่าพวกนั้นพานักปรุงยาของสหภาพนักปรุงยาเข้ามาโดยไม่ผ่านการทดสอบฝีมือมาตรฐานจากกิลด์นักปรุงยาด้วยซ้ำ หลายคนในที่แห่งนี้มีความสงสารนิดหน่อยที่ไม่มีคนมาสมัครกิลด์นักปรุงยาเลยตั้งแต่ปีที่แล้ว… “…คุณซิลฟราเรีย ผมมีสมาชิกใหม่คนแรกในรอบหลายปีเลยเหรอ?”ถึงจุดนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมาจากใจจริงว่าตัวเองเป็นสมาชิกใหม่คนแรกในรอบปีเลยเหรอเนี่ย “เป็นความจริง…น้องเจมส์เข้ามาแล้วออกไม่ได้นะขอบอก”ซิลฟราเรียรีบตอบคำถามออกมาเลยว่าเป็นประจักษ์ชัดว่าเจ้าตัวเป็นสมาชิกใหม่คนแรกในรอบหลายปีซึ่งไม่สามารถออกได้แล้วล่ะ “ผะ-ผมก็ไม่ออกหรอก แค่ตกใจเฉยๆ เอง…”เขาก็เลยตอบออกมาตามตรงว่าตัวเองก็ไม่คิดออกหรอกแต่แค่ถามเพราะตกใจเฉยๆ ว่าตัวเองถึงจะเป็นสมาชิกใหม่ในรอบหลายปีเลย “แจ็ค…คงต้องรายงานท่านดยุกแล้วล่ะ” เรมิสที่ยืนเงียบแล้วพิจารณาอยู่นานก็ได้หันไปกล่าวกับสามีของตัวเองว่าบางทีแล้วคงจำเป็นที่จะต้องแจ้งแก่ท่านผู้นั้นให้ได้รับรู้แล้วล่ะเพราะถ้าไม่แจ้งแล้วล่ะก็ผมไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จแน่นอนเพราะเรื่องนี้มันใหญ่เป็นระดับองค์กรของประเทศเลย “ข้าเองก็อยากรายงานอยู่หรอก แต่หลักฐานเบาบางมาก…”แจ็คก็ได้บอกออกมาตามตัวว่าตัวเองก็อยากทำแบบนั้นอยู่แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดคือหลักฐานที่มีมันซัดได้แค่พวกน้ำตื้น “อย่างน้อย ฉันว่ารายงานให้รู้เอาไว้ก่อนดีกว่าเพื่อท่านจะเคลื่อนไหวลับๆ ด้วยตัวเอง”ซิลฟราเรียแสดงความเห็นตามตรงว่ารายงานไปก่อนอย่างน้อยที่สุดให้ท่านรับรู้ไว้เผื่อเคลื่อนไหวเอง “เอ่อ ท่านดยุกเป็นท่านไหนเหรอครับ?”พอถึงจุดนี้แล้วนั้น เจมส์อดไม่ได้ที่จะยกมือถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่าท่านที่พูดถึงอยู่เป็นท่านไหนกันเหรอ “““เจ้าหนู / หนุ่มน้อย / เจมส์น้อย ไม่รู้จักท่านดยุกหรือ?”””ฝ่ายกิลด์นักผจญภัยทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมาเป็นเสียงเดียวกันเลยทีเดียวเชียวแม้แต่หัวหน้าของเขาเองก็ด้วย “ผะ-ผมพึ่งเคยออกป่าครั้งแรกวันนี้เลยนี่นา…”ด้วยท่าทางเขินอายเจ้าตัวเด็กหนุ่มก็ได้ตอบออกมาแบบนั้นว่านั่นแหละเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่รู้ล่ะ “งั้นเดี๋ยวพี่อธิบายให้ฟังเองนะเจมส์” เพนน่าได้พูดขึ้นเป็นอาสาที่จะอธิบายอะไรหลายๆอย่างให้เด็กหนุ่มคนนี้ที่เหมือนจะยังขาดความรู้ทั่วไปที่จำเป็นอยู่ไม่มากก็น้อยพอสมควร สำหรับ ‘ท่านดยุก’ ที่ทุกคนกำลังพูดถึงอยู่นั้น ท่านเป็นผู้ปกครองดินแดน ‘แอสเตรีย’ ทั้งหมดเอาไว้อยู่ โดยเมืองพาร์มเบลแห่งนี้เองก็เป็นหนึ่งในเมืองที่อยู่บนดินแดนท่าน เหมือนกันอีก 16 เมืองใหญ่รวมไปจนถึงเมืองรอง ตระกูลขุนนางที่ปกครองดินแดนทั้งหมดนี้เป็นตระกูลดยุก โดยภรรยาของท่านดยุกคนปัจจุบันนั้นเป็นคนหนุ่มที่เพิ่งขึ้นรับตำแหน่งแทนผู้นำตระกูลคนก่อนได้ประมาณ 4 ปีก่อน แล้วท่านภรรยานั้นหรือท่านดัซเซส เดิมทีมีฐานะเป็นน้องสาวของพระราชา หรือพูดอย่างเป็นทางการว่าเป็นหนึ่งในพระขนิษฐาขององค์ราชาองค์ปัจจุบันนั่นเอง และเทียบศักดิ์อีกเล็กน้อยก็เป็นอดีตเจ้าหญิงที่ออกจากราชวงศ์มาแต่งงานขุนนางหนุ่ม ซึ่งทั้งสองท่านเป็นตำนานเมืองระดับตำนานประเทศเรื่องความรักระหว่างกันที่ไม่ใช่การคลุมถุงชน หรือก็คือทั้งสองคนรักกัน… ก่อนที่จะมีการหมั้นหมาย แต่วางเรื่องพวกนั้นเอาไว้ก่อนเพราะสามารถหาซื้ออ่านได้ตามร้านหนังสือเป็นมหากาพย์นิยายเลยล่ะทั้งหมดทั้งมวล ท่านดยุกแอสเตรียทำงานอยู่ในกระทรวงยุติธรรม ปัจจุบัน ท่านอดีตดยุก หรือดยุกกับดัซเซสคนก่อนที่เกษียณอายุได้พำนักอยู่ที่ดินแดนของท่าน หรือที่เมืองหลวงของตระกูลแอสเตรีย และรับหน้าที่ดูแลดินแดนแทนลูกชายที่ขึ้นเป็นเจ้ากระทรวงยุติธรรมแทน โดยท่านดยุกในที่นี้ทุกคนหมายถึงท่านอดีตเพราะท่านคนปัจจุบันอยู่ที่เมืองหลวงของประเทศ ทางเดียวที่จะร้องเรียนแล้วมีประโยชน์มากที่สุดคือต้องแจ้งแก่ท่านผู้นั้น… “สะ-สุดยอดเลย…เอ่อ ถ้าผมเข้าใจได้ไม่ผิด นักผจญภัยส่วนใหญ่ซื้อโพชั่นข้างนอกเพราะว่า…”หลังจากได้ฟังอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นก่อนจะนึกขึ้นถึงบางอย่างได้ “…ราคาจะถูกกว่าสินะครับ?”แล้วก็ได้ถามออกมาแบบนั้นว่าสาเหตุที่ทำให้นักผจญภัยซื้อโพชั่นจากข้างนอกแบบเสี่ยงๆ เป็นเพราะว่าข้างนอกจะราคาถูกกว่าที่ขายในกิลด์ใช่หรือเปล่า? “เป็นไปตามนั้น กิลด์นักผจญภัยจะซื้อโพชั่นจากกิลด์ปรุงยา และกิลด์นักปรุงยาจะเปิดเควส”ซิลฟราเรียตอบรับออกมาพร้อมพยักหน้าโดยอธิบายเป็นขั้นตอนการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างสองฝ่าย “ให้นักปรุงยาที่อยู่ในสังกัดรับเควสนั้น รับผลิตได้จำนวนขั้นต่ำก็ส่งให้กิลด์นักผจญภัย” และเธอก็ได้บอกออกมาในทันทีว่านั่นแหละเป็นต้นกำเนิดของเควสที่มีให้นักปรุงยาทั้งหลายทำเพื่อสะสมประสบการณ์และเลื่อนลำดับชั้นความสามารถที่รับรองความน่าเชื่อถือนั่นแหละคือทั้งหมด ด้วยปริมาณที่น้อยแน่นอนว่านั่นทำให้มูลค่ามันสูงขึ้นอะไรแบบที่ว่านั้น “ถ้าเกิดว่าปรุงยาได้มากขึ้นต้นทุนต่อครั้งจะต่ำลงหรือเปล่าครับ? คุณซิลฟราเรีย”ในจังหวะนี้เอง เจมส์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้นมาแบบนั้นโดยหวังว่าเธอจะเข้าใจว่าเขากำลังจะสื่อถึงอะไร “…เข้าใจล่ะ ปรุงยาออกมาให้มากขึ้นแล้วทำให้ราคาสั่งซื้อต่ำลงสินะ?”ซิลฟราเรียเข้าใจได้ในทันทีเพราะมันเหมือนกับที่เขายื่นข้อเสนอให้กับตัวเธอว่ายิ่งสั่งซื้อมากยิ่งผลิตมากราคาต้นทุนต่ำลง “ครับ แบบวันนี้ ผมใช้วัตถุดิบเท่ากับทำยา 50 ขวด แต่ได้มา 200 ขวด…”เขาตอบรับทั้งรอยยิ้มเลยก่อนจะอธิบายให้ทุกคนได้ฟังว่าเขาใช้วัตถุดิบเท่ากับผลิต 50 ขวดแต่ผลิตได้ 200 ขวด “…เท่ากับใช้ต้นทุนสำหรับผลิต 50 ขวด แต่สามารถผลิตเกินจากปกติไป 150 ขวด” เท่ากับความเป็นจริงแล้วเขามีความสามารถที่จะใช้วัตถุดิบเล็กน้อยสามารถผลิตได้เกินเยอะโดยที่ยังคงประสิทธิภาพได้เหมือนเดิมโดยไม่มีการลดประสิทธิภาพหรือคุณภาพลงเลยแม้แต่น้อยนิดในทางกลับกันประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอีกต่างหากนั่นเอง นั่นคือสิ่งที่ต้องการจะสื่อ “เดี๋ยวนะเจ้าหนู มันไม่เกินเยอะไปหน่อยเรอะ?”ในจังหวะนี้เองคนเป็นหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยอดไม่ได้ที่จะท้องขึ้นมาด้วยความตกตะลึงอยู่ไม่น้อยว่ามันไม่เยอะไปหน่อยอย่างนั้นเหรอ “เจ้าหนูแจ็คเอ้ย ให้เราพูดตามตรงเลยนะ…” ไฮเอลฟ์สาวได้พูดขึ้นมาพร้อมกับเกาหัวเล็กน้อยก่อนจะบอกออกมาตามตัวว่าการควบคุมพลังของเจ้าหนุ่มคนนี้แหละเก่งมากอาจพูดได้ว่าสมแล้วกับที่เพนน่าเขียนจดหมายแนะนำมาให้เธอว่าถูกฝึกโดยพ่อมดผู้เก่งกาจที่อาศัยอยู่ในป่าเวทมนตร์ที่ไม่ใช่อยู่ในทวีปนี้ แล้วไม่รู้ด้วยอยู่ในทวีปไหน แต่ที่แน่นอนก็คือ ข้อมูลของเด็กคนนี้ไม่ได้โกหกเลย ด้วยเทคนิคที่ยอดเยี่ยมทำให้วัตถุดิบที่ใช้ประหยัดลงไปได้เยอะมาก อย่างเช่นว่าสำหรับน้ำยาโพชั่นฟื้นฟูพื้นฐานครั้ง 1,700 ขวดที่เอามาส่งในวันนี้ใช้เวลาทำแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น คนที่ทำก็คนเดียวคือ เจ้าหนุ่มคนนี้นี่แหละ คนเป็นหัวหน้ากิลด์นักผจญภัย และรองหัวหน้ากิลด์ผู้เป็นภรรยาลงไปจนถึงหัวหน้าแผนกฝ่ายสนับสนุนนักผจญภัยทั้ง 3 คนถึงกับตกตะลึงเลยทีเดียวเชียวโดยเฉพาะเธอคนสุดท้ายที่ไม่ได้คาดคิดว่าเจ้าตัวเด็กหนุ่มจะมีความสามารถมากขนาดนี้ แต่พอมาคิดดูแล้วเขาไม่ได้ปิดบังเลยนี่นา ปัญหาใหญ่ที่สุดคือ อาจจะเพราะว่าอยู่กับอาจารย์สองคนมานาน และเท่าที่เธอรู้เพราะเขาเล่าให้ฟังดูเหมือนว่าจะอยู่ในป่ากันแค่สองคนแล้วไม่เคยเข้าเมืองเลย เลยไม่มีสามัญสำนึกแบบคนธรรมดาคนปกติเลยแม้แต่น้อยนิด และนั่นแหละทำให้เป็นปัญหาใหญ่มาก ใหญ่อย่างแท้จริงเลย… แม้อีกฝ่ายยังเป็นเพียงเด็กอายุ 12 ปี แต่ต้องยอมรับเลยว่ามันเป็นแผนที่เกือบจะเข้าท่าเลยเพราะถ้าเกิดราคาขายถูกลงย่อมเป็นที่แน่นอนว่าผู้คนจะหันมาซื้อจากภายในกิลด์นักผจญภัยมากขึ้น โอกาสที่จะได้รับยาปลอมหรือโพชั่นปลอมแล้วไปพลาดพลั้งตายก็จะต่ำลงด้วย ในขณะเดียวกันธุรกิจพวกมัน… ก็จะอยู่ได้ยากขึ้นด้วยเช่นกัน คนเป็นหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามกับหัวหน้ากิลด์นักปรุงยาว่าเจ้าตัวเด็กหนุ่มคนนี้มีฝีมือการปรุงยาในระดับไหน? ซิลฟราเรียแสยะยิ้มอย่างภาคภูมิใจนำเสนอพร้อมกับวางมือบนไหล่ของผู้ใต้บังคับบัญชาคนใหม่ของตัวเอง “โพชั่นฟื้นฟูรักษาพื้นฐานทั้ง 1,700 ขวด คุณภาพระดับสูงฤทธิ์ผลดีจนเทียบยาระดับกลางได้!”จะตรวจเธอได้พูดขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจขณะที่ดันหลังเจ้าตัวเด็กหนุ่มผู้เป็นลูกมือคนใหม่ “นั่นมันค่อนข้างไม่รู้จะสรรหาพูดคำอะไรออกมาดีเลย…”แจ็คที่ได้ยินแบบนั้นเข้าไปแล้วก็อดไม่ได้ที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมาดีเลยทีเดียวเชียว เพราะคนปกติทำได้อย่างมากวันละ 10-20 ขวด “แต่ถ้าพวกเราเริ่มทำแบบนั้น คิดว่าพวกนั้นไม่น่าอยู่เฉยนะคะ” เรมิสเก็บความเห็นด้วยกับสามีไว้ในใจก่อนเธอจะพูดขึ้นมาตามตรงว่าถ้าดำเนินตามแผนนั้นเธอเชื่อว่าพวกมันจะไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอน และคนที่จะตกอยู่ในอันตรายมากที่สุดคือตัวของเด็กหนุ่มกิลด์นักปรุงยาเองก็น่าจะโดนเพ่งเล็งอยู่ไม่นอนแล้วก็คงจะโดนหาเรื่องเป็นที่สุดเลยทีเดียวเชียวนั่นแหละ “อื้ม พักอยู่อาศัยแต่ในกิลด์นักปรุงยาผมก็ไม่มีปัญหานะ”เขาได้บอกออกมาตามตรงว่าถ้าไม่ต้องไปไหนเป็นพิเศษเขาก็อยู่แต่ในกิลด์ก็ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้นแหละ “ท่านซิลฟราเรียจะสร้างโรงงานนรกใช้แรงงานเด็กเหรอคะ?”เพนน่าถึงกับหันไปประท้วงถามเธอคนนั้นด้วยน้ำเสียงกับสีหน้าที่เหมือนจะมีปัญหาหนักมากเลยทีเดียวเชียว “บ้าเหรอ! เจมส์! จ้างนักผจญภัยมาคุ้มกันก็พอ!”ซิลฟราเรียรีบประท้วงปฏิเสธในทันทีว่าพวกตัวเองจะจัดการด้วยวิธีแบบนั้นว่าจะจ้างนักผจญภัยที่ไว้ใจได้แล้วมีความสามารถมาคุ้มกัน “จะ-จ้างนักผจญภัยเลยเหรอ? หมายถึงเวลาออกไปเก็บสมุนไพรสินะ?”เจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นแล้วก็มีความตกใจอยู่ไม่น้อยก่อนจะใจเย็นอย่างรวดเร็วและถามออกมาแบบนั้น “ตามนั้นเลยจ้ะน้องเจมส์ คงต้องหานักผจญภัยระดับเงินที่ไว้ใจได้…” เพนน่าได้พูดขึ้นมาตามตรงว่าแค่ต้องหานักผจญภัยระดับเงินที่ไว้ใจได้ซึ่งนั่นค่อนข้างเป็นปัญหานิดหน่อย เพราะนักผจญภัยระดับเงินสามารถลงดันเจี้ยนได้แล้ว และรายได้หลักสำหรับนักผจญภัยระดับเงินก็คือ การหาเงินจากดันเจี้ยนด้วยการนำวัตถุดิบมาขายที่กิลด์นักผจญภัยนั่นเอง มีน้อยที่จะยินดีรับเควสคุ้มกันทุกคนอย่างน้อยค่าตอบแทนต้องสูงหรือได้ให้สิทธิพิเศษบางอย่างที่น่าดึงดูดใจ แต่ยังไงก็ยากอยู่ดีเพราะว่านักผจญภัยหาเงินแบบวันต่อวันมีส่วนน้อยที่จะหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำใหญ่ระดับที่อาจทำให้ไม่จำเป็นต้องทำงานไปอีกหลายวัน ส่วนมากคนที่มาท้าทาย… มักจะต้องการหาเงินเอาไว้ใช้ยามที่เกษียณจากการเป็นนักผจญภัย แค่อายุประมาณ 30 ขึ้นไปโอกาสที่จะเกษียณก็เพิ่มมาคืนแล้วเพราะว่ายิ่งอายุมากร่างกายยิ่งสึกกร่อนเร็วแม้ว่าระดับเลเวลจะสูงค่าสเตตัสจะสูงแต่ส่วนมากประสาทสัมผัสมันจะทื่อลงตามอายุเหมือนกัน นักผจญภัยระดับเงินที่อยู่ในความรุนแรงของเธอตอนนี้ก็มี ‘ยูมิส’ แค่คนเดียวนอกเหนือจากนั้นจะขึ้นไปอยู่ในระดับทองหมดแล้ว จะให้นักผจญภัยระดับทองที่เป็นกำลังสำคัญในการบุกเบิกแล้วก็สำรวจดันเจี้ยนมาทำงานคุ้มกันบุคคลโดยเฉพาะมันก็ดูจะกระไรอยู่แม้ว่าจะเหมาะสมก็เถอะนะ “เงื่อนไขพิเศษสินะครับ…เอาเป็นส่วนลดพิเศษโพชั่นโดยตรงจากผมล่ะ?”พอนึกถึงเงื่อนไขพิเศษเจมส์เลยลองเสนอขึ้นมาในทำนองที่ว่านั้นว่าถ้าให้เป็นส่วนลดพิเศษจากตัวเขาโดยตรงล่ะ “อื้ม…นักผจญภัยระดับเงินส่วนใหญ่ใช้โพชั่นระดับกลางนะน้องเจมส์”เพนน่าได้บอกออกมาตามตรงว่าถ้าไม่ใช้ระดับนั้นมันจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่เพราะคู่ต่อสู้มันเป็นรุ่นกลางเหมือนกัน “…ของน้องค่อนข้างเป็นระดับกลางที่มีฤทธิ์เหมือนระดับสูง ลดพิเศษก็น่าจะแพงอยู่ดี” แต่ยังไงก็ตามด้วยประสิทธิภาพของน้ำยาระดับกลางของน้องเขามันค่อนข้างมีประสิทธิภาพระดับเท่ากับของระดับสูงทั่วไปต่อให้ลดพิเศษยังไงราคามันก็แพงอยู่ดี จะลดให้เหลือเท่ากับราคาระดับทั่วไปมันก็ได้อยู่แต่มันจะมีปัญหาว่าจะโดนร้านยาที่เป็นมิตรมานานเพ่งเล็งเอาด้วย “เอ่อ ปกติระดับกลางคุณภาพทั่วไปขายอยู่เท่าไหร่ครับ?”ด้วยความที่นายหัวนั้นไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับราคาตลาดเลยสักนิด เขาเลยถามด้วยความสงสัยว่าปกติราคาอยู่เท่าไหร่กัน “ระดับพื้นฐานคุณภาพทั่วไปขวด 50 เยล ระดับกลางทั่วไป 500 เยลเป็นเริ่มต้น…”ซิลฟราเรียเป็นคนตอบคำถามนั้นโดยเธอได้เริ่มจากระดับพื้นฐานขึ้นมาก่อนจากนั้นก็ขึ้นไประดับกลาง “…ส่วนระดับสูงคุณภาพทั่วไปราคาอยู่ที่ 1,500 เยลขึ้นไป” ก่อนจะปิดท้ายว่าระดับสูงที่มีคุณภาพในระดับทั่วไปนั้นราคาจะเฉลี่ยอยู่ในระดับนั้นในช่วงเริ่มต้นเลยทีเดียวเชียวแหละนะ ซึ่งทุกคนต่างก็พยักหน้าให้กับเรื่องที่ว่านั้นเป็นการยืนยันว่านั่นแหละคือราคาที่แท้จริงของน้ำยาโพชั่นที่มีวางขายกันอยู่ในระดับพื้นฐานทั่วไปตามร้านค้าที่หาได้ “ระ-ราคาทั่วไปกับระดับกลางต่างกันมาก…!?” เจ้าตัวเด็กหนุ่มถึงกับตกใจหนักมากที่ราคามันแกว่งขนาดนั้น เขารู้สึกไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมยูมิสถึงจ่ายค่าน้ำยาโพชั่นระดับกลางตั้ง 1,200 เยล! พอเห็นสีหน้าตื่นตลอดของเด็กหนุ่มแล้ว หลายคนอดไม่ได้ที่จะจ้องมองด้วยรอยยิ้มเอ็นดูหนักมากแต่ก็ต้องยอมรับจากใจจริงว่าราคามันก็ประมาณนั้นแหละ เรื่องหานักผจญภัยคุ้มกันคงต้องเอาไว้ทีหลัง แต่แน่นอนว่าแผนที่เสนอมาเกี่ยวกับเรื่องปรุงยามากขึ้นเพื่อให้ราคาสั่งซื้อตกลงเป็นอะไรน่าสนใจ ส่วนตัวของหัวหน้ากิลด์นักปรุงยาสาวเธอก็เห็นด้วยกับแผนการนี้แบบไม่ขัดข้องเพราะแน่นอนพันธกิจหลักคือ เพื่อให้มีคนรอดชีวิตกลับมามากขึ้น จริงอยู่การทำมาค้าขายให้มีกำไรก็เป็นสิ่งที่ควรทำอยู่หรอก แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้าไม่มีคนรอดมาเป็นลูกค้ามันก็ไม่มีประโยชน์ใช่หรือเปล่าล่ะ? และในครั้งนี้นี่แหละ ลำพังแค่โพชั่นรักษาพื้นฐานของเด็กหนุ่มที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับโพชั่นฟื้นฟูรักษาระดับกลางทั่วไป ย่อมต้องดึงดูดผู้คนได้ดี โดยเมื่อทุกฝ่ายตอบตกลงกันแล้วนั้น ด้วยเหตุผลบางอย่างคนเป็นหัวหน้ากิลด์นักผจญภัย และรองหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยก็ได้พูดคุยเพื่อทำการสั่งซื้อจำนวนมากสำหรับวันมะรืน และก็วันต่อๆ ไปกันเลยทีเดียวเชียว ซิลฟราเรียที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจหรอกที่มีงานทำ แต่ใจคอจะไม่ให้หายใจกันหน่อยเหรอ!?บทที่ 25 กลับสู่บ้านเรา [-จบบริบูรณ์-]หลังจากนั้น แน่นอนว่าเจมส์ก็ได้เข้าเรียนรู้พื้นฐานขั้นต่ำในฐานะหัวหน้าตระกูลขุนนางซึ่งมันมาเป็นหนังสือกฎระเบียบขุนนางที่ควรพึงต้องรู้เลยเพราะตัวเขาเป็นขุนนางระดับกลางหน้าใหม่ตามปกติก็อยากจะให้เข้าสถาบันหลวงหรือโรงเรียนหลวงอยู่หรอกแต่ด้วยความสามารถ…ถ้าต้องเข้าเรียนคงเสียเปล่าในการพัฒนาฝีมือเป็นแน่แท้เลย ในชั่วขณะนั้นเข้าได้มีขุนนางมากมายเข้ามาแวะทักทายที่พระราชวังหลวงสำหรับคฤหาสน์ต้องใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะสำเร็จซึ่งให้อยู่รอคงไม่ใช่อะไรที่เหมาะสมสักเท่าไหร่นัก ในขณะเดียวกันนั้น เอกสารแจ้งไปยังคณะบริหารของเมืองพาร์มเบลก็ได้รับยืนยันแล้วไปถึงโดยสัตว์อสูรสื่อสารทางไกล แน่นอนว่าชาวเมืองก็ได้รับรู้ข่าวดีนี้แล้วด้วยในวันที่ผู้ปกครองเมืองมาถึงคงจะมีพิธีต้อนรับอย่างแน่นอน และด้วยเหตุผลบางอย่างคนเป็นกษัตริย์อดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมว่าเด็กหนุ่มค่อนข้างได้รับความนิยมสูงพอสมควรเลยนี่นาโดยเฉพาะกับกิลด์ต่างๆ ในท้องถิ่นรวมไปจนถึงธุรกิจที่ขึ้นตรงกับกิลด์อีกด้วย ตัวของเจมส์ที่ถูกให้เรียนรู้เรื่องนี้โดยตรงจากผู้เป็นกษัตริย์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งว่าตัวเอ
บทที่ 24 งานเลี้ยงฉลอง!หลังจากนั้นไม่นานเท่าไหร่นัก ซิลฟราเรียที่มีสีหน้าสดชื่นกับยูเนียร์ที่มีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีสีหน้าผ่อนคลาย เธอได้เดินเข้าไปหาผู้เป็นบิดามารดาเพื่อกระซิบอะไรบางอย่างเล็กน้อยหรือสีหน้าที่เขินอายว่าเหมือนจะตกลงอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างลงตัวมากแล้วอะไรในทำนองที่ว่านั้นเลยทีเดียวเชียวแหละผู้เป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบันลงไปจนถึงผู้เป็นราชินี และรวมไปจนถึงผู้เป็นมารดาแท้ๆ ที่เป็นภรรยาลำดับที่ 3 ต่างค่อนข้างแปลกใจแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยินดีกับลูกสาวคนนี้ที่ในที่สุดแล้วก็ได้มีโอกาสหมั้นหมายกับตัวของเอิร์ลหนุ่มคนนี้ที่แน่นอนว่าอายุน้อยกว่า และในขณะเดียวกันเจ้าตัวอดีตดยุกแอสเตรียพร้อมกับลูกชายของเจ้าตัวก็นึกขึ้นได้ว่าเมืองพาร์มเบลนั้นยังขาดตำแหน่งเจ้าผู้ปกครองนครอยู่พอดีส่วนผู้ที่ทำหน้าที่บริหารในปัจจุบันเป็นคนของตัวเองอยู่แล้ว ให้เด็กหนุ่มได้มีฐานะเป็นผู้ปกครองแล้วก็ฝากงานด้านบริหารดินแดนไว้กับเจ้าหญิงยูเนียร์คงจะดีไม่น้อยเลย โดยทุกฝ่ายตกลงกันอย่างรวดเร็วขุนนางชั้นสูงที่ในตอนแรกเหมือนจะไม่พอใจอยู่บ้างในตอนแรกเพราะได้รู้ถึงพื้นเพแล้วก็ตัวอาจารย์ของเด็กหนุ่มก็รับรู้ได
บทที่ 23 ใครคืออาจารย์?การปรากฏตัวของอดีตราชาแล้วก็ราชินีที่เกษียณด้วยการสละราชบัลลังก์ไปก่อนนั้นทำเอาเกิดความปั่นป่วนไม่น้อยเพราะเป็นที่รู้กันว่าพระองค์ท่านทั้งสองพลานามัยไม่ได้แข็งแรงสมบูรณ์เนื่องด้วยโรคไข้หวัดประจำฤดูกาลมาถึงท่านทั้งสองก็ได้รับเชื้อด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะรักษาหายโดยปาฏิหาริย์แต่ร่างกายก็ไม่น่าที่จะกลับมาแข็งแรงเร็วขนาดนี้ ผู้เป็นอดีตราชาชี้ไปทางเจ้าตัวเด็กหนุ่มที่ทำมาเจ้าตัวเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเจ้าตัวได้พูดในทำนองว่าโพชั่นชนิดใหม่ที่ว่าฟื้นฟูให้ร่างกายหายเหนื่อยล้าแล้วก็ทำให้สดชื่นนั่นน่ะทำให้ร่างกายตัวเองฟื้นกลับมาเหมือนครั้งอย่างหนุ่มเลย!แน่นอนเพราะเป็นแบบนั้นแล้วก็ได้เกิดความโกลาหลขึ้นอย่างใหญ่หลวง คนเป็นราชาองค์ปัจจุบันซึ่งเป็นลูกชายรีบสั่งการให้ไปยังอีกห้องนึงโดยขอให้ขุนนางทั้งหมดไปรออยู่ที่ห้องโถงจัดเลี้ยงได้เลยเพื่อการเฉลิมฉลองแด่เอิร์ลตระกูลใหม่นี้ เพราะเดี๋ยวคุยเสร็จต้องเอาท่านเอิร์ลคนนี้ไปแห่รอบเมืองด้วยอย่างไรก็ตามอดีตราชาแล้วก็ราชินีที่ถูกพามาด้วยนั้นยังอีกห้องหนึ่งคณะแพทย์หลวงที่ประกอบไปด้วยแพทย์หลายศาสตร์ก็ได้ทำการตรวจสุขภาพท่านในทันทีแล้วก็ต้
บทที่ 22 พิธีมอบรางวัลเวลานั้นได้ดำเนินต่อไปในช่วงเวลาสายของวันใหม่ ณ ท้องพระโรงใหญ่ที่กล่าวได้ว่าเป็นห้องโถงบัลลังก์ซึ่งด้านในสุดนั้นมีพระที่นั่งยกสูงจากพื้นปกติอยู่ในคำกล่าวนี้หมายถึงว่ามีพื้นสูงยกเป็นขั้นบันได 3 ขั้นซึ่งมีพระที่นั่งซึ่งเป็นบัลลังก์ขององค์กษัตริย์แล้วก็ราชินีตั้งตะหง่านอยู่และบนบัลลังก์สูงในเวลานี้นั้นผู้เป็นกษัตริย์แล้วก็ราชินีนั่งอยู่เคียงข้างกันโดยมีสนมนั่งอยู่ทางด้านหลังแล้วก็พระราชบุตรแล้วก็พระราชธิดาทุกพระองค์ ไม่สิ ยกเว้นเจ้าหญิงลำดับที่ 5 ที่เหลือทุกพระองค์นั้นอยู่ครบ โดยเมื่อมองออกไปนั้นสองฝั่งของพรมสีแดงที่ได้ปูจากด้านหน้าของบัลลังก์สูงมันถูกปูยาวไปจนถึงประตูทางเข้าด้วยสองฝั่งของผมแดงได้มีเหล่าผู้ทรงเกียรติขุนนางทั้งน้อยกลางแล้วก็ใหญ่ของราชอาณาจักรพาราเวลล์ไม่อยู่อย่างพร้อมเพียงพร้อมหน้าพร้อมตากัน ในเวลานั้นเอง นอกเหนือจากขุนนางแล้วก็ยังมีกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์ศูนย์ใหญ่ทั้งหลายมาร่วมด้วยเช่นกันไม่ต่างอะไรกับผู้บัญชาการอัศวิน ผู้นำภาคีจอมเวทย์ และคณะแพทย์หลวงรวมไปจนถึงคณะผู้บริหารของประธานองคมนตรีทั้งหมดต่างสวมเครื่องแบบพิธีการหรือเครื่องแบบที่เป็
บทที่ 21 เดินเล่นยามเช้าการเสวนายังคงดำเนินต่อไปแบบใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ แน่นอนมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีโดยบรรดาพวกขุนนางที่ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมายแต่แค่อิจฉาจนพยายามสร้างเรื่องด้วยวาทกรรมอะไรในทำนองแบบนั้น แน่นอนเจมส์เข้าใจได้ว่ามันเป็นสังคมแบบป้ายใหญ่กินปลาเล็กถ้าเกิดตนเองทำตัวอ่อนแอก็จะเป็นเป้าหมายให้ถูกเล่นงาน ดังนั้นแล้ว ตนเองก็ขอตอบรับว่าจะสู้กับเต็มที่แน่นอน สู้กับด้วยวิธีของตนเองอะไรในทำนองที่ว่าแบบนั้น แล้วจะคุยไม่ได้สักพักใหญ่ๆ เมื่อมองดูเวลาแล้วก็เห็นว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องกินมื้อค่ำนั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม…ไม่ว่าจะเจมส์หรือซิลฟราเรียต่างก็ได้รับเชิญให้กินมื้อค่ำด้วยกันในห้องอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับสมาชิกราชวงศ์ทุกคน ซึ่งเจ้าตัวเด็กหนุ่มก็ค่อนข้างรู้สึกทึ่งเมื่อเขาได้พบว่าผู้เป็นพระราชานั้นมีภรรยามากถึง 7 คน และมีลูกชายลูกสาวรวมกันมากถึง 13 คนกันเลยทีเดียวเชียวเนื้อหาบทสนทนาระหว่างบนโต๊ะอาหารก็เป็นไปเรื่อยเปื่อยส่วนมากก็คือ ถามเกี่ยวกับโพชั่นแล้วก็มุมมองการพัฒนาแล้วก็คิดค้นโพชั่นใหม่ ซึ่งเจมส์ก็ตอบออกมาตามตรงตามเท่าที่สามารถตอบได้แน่นอนข้อมูล
บทที่ 20 เข้าเฝ้าราชวงศ์ระหว่างการนั่งรอแน่นอนด้วยเหตุผลบางอย่างก็เริ่มเห็นว่าผู้คนเริ่มมารวมตัวกันเยอะขึ้น เจมส์ก็พยายามทำใจตัวเองให้สงบเข้าไว้ด้วยการจ้องหน้ามองตาสบตาซิลฟราเรียผู้เป็นคนรักจนในที่สุดเจ้าตัวเธอคนโดนจ้องก็บอกว่าพอก่อนอย่าจ้องกันเยอะแบบนั้นมันเขิน!? แล้วมันก็กลายเป็นแบบนั้นไป…ทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นเบาบางความตึงเครียดลงจนหลังจากที่รอไม่นานเท่าไหร่นักก็ได้ยินเสียงของล้อรถม้าวิ่งมาตามถนนพร้อมกับเสียงฝีเท้าของอาชาหลาย 10 คู่ที่วิ่งเข้ามาเหมือนกับเสียงกรอบที่กระทบกัน พอลุกขึ้นแล้วมองไปตามทิศทางเสียงนั้นเจมส์ก็ถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นขบวนม้าสวมเกราะสีเงินพราวประกายระยิบระยับที่สะท้อนกับแสงไฟถนน ซึ่งไม่เพียงแค่นักรบหรืออัศวินที่ขี่อยู่บนหลังม้าศึกเหล่านั้นที่สวมชุดเกราะแต่ม้าพวกนั้นเองก็สวมชุดเกราะด้วยเช่นกัน โดยอัศวินทั้งหลายได้ถือธงที่เป็นธงเฉลิมเกียรติตามที่ได้รับฟังคำพูดของคุณปีแอร์ รถมา 2 คันได้ทำการวนเข้าจอดโดยคันด้านหลังนั้นได้ถูกเชิญให้ท่านคลอฟอร์ด และคุณปีแอร์ส่วนเจมส์กับซิลฟราเรียได้ถูกเชิญให้ขึ้นนั่งบนรถม้าที่มีตราราชวงศ์ประดับติดเอาไว้อยู่ แน่นอนว่าเจ้าตั







