หน้าหลัก / รักโบราณ / ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน / บทที่ 3 สู่ขอฉู่ซินซินมาเป็นอนุภรรยา

แชร์

บทที่ 3 สู่ขอฉู่ซินซินมาเป็นอนุภรรยา

ผู้เขียน: จ้าวหราน/yumyummii
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-01 01:13:02

บทที่ 3

สู่ขอฉู่ซินซินมาเป็นอนุภรรยา

รุ่งขึ้นในอีกวัน ไป๋อวี้เจินแต่งกายด้วยอาภรณ์เรียบง่าย นางไม่ได้สวมใส่เครื่องประดับราคาแพง แต่ก็ไม่ได้ใช้ของธรรมดาจนเกินไปนัก ทั้งยังสวมใส่ชุดสีอ่อนให้ดูยังเยาว์วัย สดใส และเป็นมิตร ในนิยายเล่มนั้นบรรยายว่านางมีรูปลักษณ์งดงาม ยามที่เหิงหยางพาไป๋อวี้เจินไปเหยียบย่างที่ใด มักมีสายตาของบุรุษเมียงมองอยู่เสมอ แต่กลับฉู่ซินซิน นางมีรูปร่างเล็ก หน้าตาน่ารักสดใสชวนมอง และด้วยนิสัยร่าเริง เฉลียวฉลาด นางจึงเป็นสตรีที่ไม่ทำให้เหิงหยางรู้สึกเบื่อเลยแม้แต่วันเดียว ไป๋อวี้เจินไม่อยากต่อสู้แย่งชิงบุรุษเหมือนกับที่แม่ของนางทำมาตลอด สู้ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางชนะ ไม่รู้จะสู้ให้เจ็บปวดไปทำไม ในนิยายนั้นที่นางร้ายกาจขนาดนั้น ก็เพราะว่านางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน นางไม่รู้เลยว่าเหิงหยางนั้นรักฉู่ซินซิน อีกทั้งตามฉบับนิยายนั้นเหิงหยาง ทั้งรักทั้งเอาใจใส่ และรู้สึกผิดกับ ฉู่ซินซินอย่างมากที่นางต้องกลายมาเป็นเพียงภรรยารอง ทำให้หลงลืมความรู้สึกของไป๋อวี้เจินไป แต่ก็ไม่รู้เขาหลงลืม หรือมันไม่เคยอยู่ในความสนใจของเขากันแน่

รถม้าเคลื่อนตัวไปตามทางนอกเมือง ถนนนอกเมืองค่อนข้างขลุกขลักอย่างลำบากอยู่ไม่น้อย ไป๋อวี้เจินรีบเปิดม่านรถม้าก่อนจะมองออกไปไกล

“เปิดม่านทำไม” เหิงหยางถามด้วยความสงสัย ไป๋อวี้เจินตั้งแต่ขึ้นรถม้ามาก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขาแม้แต่ครึ่งคำ นางเพียงทำหน้าทำตาเหม่อลอย เมื่อครู่รถม้าขลุกขลักจนนางเกือบจะร่วงหล่นออกจากเก้าอี้ ดีที่ว่าเขาจับตัวของนางทัน ไม่เช่นนั้นคงได้ร่วงไปนั่งบนพื้นรถม้าอย่างแน่นอน

“ข้าไม่อยากเวียนศีรษะ ตอนเข้าเมืองหลวงต้องเดินทางอย่างเร่งรีบ ตอนนั้นข้าทั้งอาเจียน ทั้งปวดศีรษะไปหมด” ไป๋อวี้เจินกล่าว เหิงหยางครุ่นคิดถึงเรื่องในอดีตก็จดจำได้ดี ท่านแม่ของเขาพูดคุยกับแม่สื่อ พยายามหาคุณหนูตระกูลใหญ่หลายคน แต่กลับไม่มีสตรีนางใดเพียงสักคนที่ไร้พันธะ และอยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสม ยกเว้นเพียงตระกูลไป๋ที่มีหลานสาววัยพร้อมออกเรือนหนึ่งคน นั่นก็คือไป๋อวี้เจิน เมื่อคิดได้เช่นนั้นเหิงหยางก็รู้สึกสงสารคนตรงหน้าอยู่บ้าง บางทีอาจจะไม่ใช่เพียงแค่เขาที่ไม่เต็มใจแต่ง บางทีนางก็อาจจะไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับเขาเช่นกัน แต่การแต่งงานก็ไม่ใช่ความรัก มันคือหน้าที่อย่างหนึ่ง ไป๋อวี้เจินก็นับว่าเป็นสตรีที่ดีคนหนึ่ง

รถม้าแล่นมาเรื่อย ๆ จนหยุดอยู่หน้าจวนที่มีรั้วเตี๋ยจนเห็นเรือนไม้ขนาดใหญ่ด้านใน สตรีหลายคนพร้อมกับสาวใช้บางส่วนสวมใส่ผ้าไหมราคาถูก เนื้อตัวไร้เครื่องประดับประดาประดับ

เหิงหยางหันมองไป๋อวี้เจินด้วยความรู้สึกแปลกใจ ที่นางไม่แต่งกายให้หรูหราคงเพราะเหตุผลนี้ ไม่คิดเลยว่าไป๋อวี้เจินจะเป็นคนมีความคิดเช่นนี้

“คุณชายเหิง” สาวใช้คนหนึ่งกล่าวทักทายอีกฝ่ายปกติ เมื่อเห็นเหิงหยางลงจากรถม้า ก่อนจะเห็นสตรีที่อยู่ข้างกายของคุณชายเหิง นางก็รู้สึกตกใจไม่น้อย ที่เห็นสตรีสวมชุดสีฟ้าอ่อน แม้ไม่ได้มีความหรูหรา แต่นางเคยเป็นสาวใช้จวนขุนนางย่อมมองออกว่าเป็นผ้าไหมเนื้อดีราคาแพง สตรีผู้นี้มีใบหน้าอิ่มเอิบหน้าตางดงาม คงเป็นภรรยาของคุณชายเหิง …ว่าแต่นางมาที่นี่ทำไมกัน

“ข้ามาพบไท่ฮูหยิน”

“เชิญด้านในเจ้าค่ะ”

เหิงหยางเดินนำไป๋อวี้เจินเข้าไปด้านใน เรือนด้านในสงบร่มรื่น แม้จะไม่ได้หรูหราอย่างจวนขุนนาง แต่ที่นี่นับว่าไม่เลวเลย ทำให้เห็นว่าเหิงหยางใส่ใจคนตระกูลฉู่โดยไม่หวาดกลัวราชโองการต้องโทษเลยแม้แต่น้อย

ไป๋อวี้เจินมองสายลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านข้างเรือนก็รู้สึกถึงไอเย็นที่เต็มไปด้วยความสดชื่น ในใจจึงรู้สึกริษยาฉู่ซินซินยิ่งนัก เมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่ฐานะปกติ ที่นี่ก็กลายเป็นรังรักในยามพักร้อนของพวกเขา ฉากสุดท้ายในตอนจบนั้นพวกเขาสองคนสามีภรรยาพาลูกทั้งสองของพวกเขามาเที่ยวที่นี่ พลางเล่าเรื่องราวความรักของพวกเขาอย่างหวานชื่น ไม่มีบทของลูกแฝดทั้งสองคนของ ไป๋อวี้เจินเลย นี่แหละคือสิ่งที่นางหวาดกลัวมากที่สุด หากเลือกได้ให้นางเป็นฝ่ายจากไปพร้อมกับลูกของนางเสียดีกว่า

เมื่อเหิงหยางเดินมาถึงห้องโถงที่สาวใช้พามาก็มีเสียงสตรีสูงวัยเอ่ยทักขึ้นมา

“เจ้าพาใครมาด้วยหรืออาเหิง” สตรีสูงวัยที่แม้จะไม่ได้สวมใส่ผ้าไหมราคาแพง หรือเครื่องประดับล้ำค่า แต่ด้วยอากัปกริยาท่าทางกลับดูสง่างามตามประสาสตรีชนชั้นสูงที่ได้รับการฝึกอบรมมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย

ยิ่งพอได้มองเห็นด้วยตาตนเอง ในใจก็อดนึกดูถูกตนเองไม่ได้ แม้ว่านางจะพยายามฝึกฝนอย่างไร ก็เทียบกับคนที่ฝึกฝนจนเป็นกริยาปกติไม่ได้ ตั้งแต่เข้าเมืองหลวงมานั้น เหิงหยางไม่ค่อยพานางออกงานเลี้ยงเท่าไหร่ แถมเหิงฮูหยินก็ไม่สนใจนาง อีกทั้งเขาไม่ชื่นชอบงานรื่นเริง หรือกริยาของนางเทียบกับสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวงไม่ได้

“ภรรยาของข้าขอรับ ไป๋อวี้เจิน” เหิงหยางกล่าว ไป๋อวี้เจินที่ยืนด้านหลังยิ้มให้กับอีกฝ่ายอย่างสุภาพ

“อวี้เจินคารวะไท่ฮูหยินเจ้าค่ะ” น้ำเสียงสุภาพของไป๋อวี้เจินกล่าวอย่างนอบน้อม

เหล่าสตรีที่เข้ามานั่งในห้องโถงต่างมองด้วยความแปลกใจ ทั่วทั้งเมืองหลวงมีใครบ้างที่คิดจะคารวะคนตระกูลฉู่อย่างพวกเขา เกรงว่าภรรยาคนนี้ของเหิงหยางคงเป็นสตรีโง่เขลาไม่ได้ความเสียมากกว่า

“งดงาม อ่อนโยน เป็นวาสนาของเจ้าแล้วอาเหิง” อีกฝ่ายกล่าวชื่นชม แม้จะรู้สึกบาดใจอยู่บ้างที่พื้นที่ข้างกายตรงนั้นควรจะเป็นของหลานสาวของนาง เหิงหยางเป็นบุรุษที่ดี เขาเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ที่ความประพฤติดี การศึกษาดี สุภาพ ทั้งยังไม่ใช่คนเหลวไหล นายท่านฉู่เจี้ยนอวี่กล่าวเสมอว่าเหิงหยางเป็นบุรุษที่ดี เป็นวาสนาดอกท้อที่ยอดเยี่ยมสำหรับฉู่ซินซิน ช่าง น่าเสียดายยิ่งนัก

“แล้วพวกเจ้าพากันมาที่นี่ทำไมเล่า” ฉู่ฮูหยินผู้เป็นมารดาของฉู่ซินซินถามด้วยความสงสัย นางมองไป๋อวี้เจินด้วยความเคืองขุ่นใจอยู่บ้าง แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรผิด แต่การเห็นอีกฝ่ายมายืนอยู่ด้วยกันเช่นนี้ นางรู้สึกไม่ชอบใจเลยจริง ๆ

“ข้ามีเรื่องอยากพูดคุยกับพวกท่านเจ้าค่ะ ท่านพี่ ท่านออกไปพบคุณหนูฉู่เถอะ เดี๋ยวถ้าอย่างไรข้าจะให้สาวใช้ไปตามท่านเอง” ไป๋อวี้เจินกล่าว

เหิงหยางขมวดคิ้ว นางจะเป็นคนพูดกับผู้ใหญ่เองงั้นหรือ

ไป๋อวี้เจินยิ้มตอบ หากเหิงหยางมีความจริงใจจริงต้อง โน้มน้าวบอกกล่าวกับคุณหนูฉู่เอง และอีกฝ่ายต้องเป็นคนมาพูดกับผู้ใหญ่ แต่การทำเช่นนั้นยิ่งเป็นการยั่วโทสะคนตระกูลฉู่ ทั้งยังเหยียดหยามฉู่ซินซินที่รักศักดิ์ศรีของตนเองอย่างแน่นอน นางไม่มีทางทำให้พวกเขาร้าวฉาน มีเพียงแต่จะทำให้พวกเขาสมหวังกันได้โดยเร็ว

“เจ้านั่งลงเถอะ มีอะไรล่ะ” ไท่ฮูหยินที่เห็นเหิงหยางเดิน ออกไป ก็กล่าวอย่างสุภาพ การที่ครั้งนี้ไป๋อวี้เจินมาด้วยตนเอง ก็คงมีเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวข้องกับหลานสาวของพวกเขาอย่างแน่นอน

“ข้าต้องการให้คุณหนูฉู่แต่งมาเป็นภรรยารองของท่านพี่เจ้าค่ะ”

“เหลวไหล บุตรสาวที่ดีของข้าเหตุใดต้องกลายเป็นภรรยารองของผู้อื่นด้วย” ฉู่ฮูหยินผู้เป็นมารดาของฉู่ซินซินตบที่เท้าแขนเก้าอี้เสียงดังด้วยความโกรธ นางผุดลุกยืนขึ้นตั้งใจจะเดินตรงเข้ามาต่อว่าไป๋อวี้เจิน แต่ฮูหยินบ้านสอง และบ้านสามต่างรีบเข้ามาจับแขนของอีกฝ่ายเพื่อห้ามปราม ไป๋อวี้เจินยังคงสงบนิ่ง

“ข้าขออภัยหากทำให้ฮูหยินทุกท่านโกรธ เจตนาของข้าไม่ได้จะดูถูกคุณหนูฉู่ ฐานะเดิมของนางเป็นเช่นไร ข้าย่อมรู้แจ้งแก่ใจดี เพียงแต่ว่าทุกวันคืน ท่านพี่จมอยู่กับความรู้สึกผิด ความคิดถึง จนข้าอดสงสัยไม่ได้ ข้าจึงสืบเสาะจนรู้ว่าท่านพี่มีใจรักกับคุณหนูฉู่ ตัวข้าเองก็รู้สึกผิดไม่แตกต่างกัน ที่มาวันนี้จึงตั้งใจมาพูดเรื่องนี้เจ้าค่ะ” ไป๋อวี้เจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า นางเงยหน้ามองที่ ไท่ฮูหยินอย่างรู้สึกผิด

“ฮูหยินน้อย แม้ว่าฐานะตระกูลฉู่ในตอนนี้จะตกต่ำ แต่จะให้ตัดสินใจส่งหลานสาวของพวกเราไปเป็นอนุของผู้อื่นนั้น ทำใจได้ยากยิ่งนัก” ไท่ฮูหยินกล่าว หากฉู่ซินซินแต่งเป็นอนุภรรยาของผู้อื่นยังพอเข้าใจได้บ้าง แต่นี่แต่งเป็นอนุภรรยาของอดีตคู่หมั้น เกรงว่าคนทั่วทั้งเมืองคงได้หัวเราะเยาะเป็นแน่

“ไท่ฮูหยิน ข้าพูดตามตรง คุณหนูฉู่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกับข้า นางล่วงเลยการแต่งงานมานานหลายปี แล้วจะต้องรออีกกี่ปีกว่าจะพบบุรุษที่เหมาะสม ท่านพี่เหิงมีใจรักคุณหนูฉู่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ข้าเองก็เพิ่งเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้ไม่นาน และคิดใคร่ครวญทบทวนเรื่องนี้ดีแล้ว คิดอยากสนับสนุนความรักของคนทั้งสอง หวังเพียงแต่พวกท่านจะเมตตา” ไป๋อวี้เจินกล่าว น้ำเสียงของนางมีร่องรอยความเสียใจอยู่บ้าง ทำให้สตรีในห้องนี้ต่างนั่งฟังกันด้วยความรู้สึกหลากหลาย พวกนางทุกคนย่อมเข้าใจความรู้สึก ปัญหาเช่นนี้ ใช่ว่าพวกนางไม่เคยประสบพบปัญหาเช่นนี้มาก่อน

“แล้วเจ้าไม่รังเกียจหรืออย่างไร จะให้มีภรรยาอีกคนที่สามีรักมากกว่าเจ้า”

“ตลอดเวลาสองปี แม้ว่าข้ากับท่านพี่จะไม่ได้รักกันอย่างลึกซึ้งเช่นเดียวกับความรู้สึกที่ท่านพี่มีให้แก่คุณหนูฉู่ แต่ท่านพี่ก็ดูแลให้เกียรติข้าเป็นอย่างดี ข้าไม่ใช่คุณหนูตระกูลใหญ่ที่เพียบพร้อม หากในจวนมีคุณหนูฉู่ที่สามารถจัดการงานเรือน ดูแลท่านพี่ได้ เช่นนั้นมีอะไรที่ข้าไม่เต็มใจเจ้าคะ” ไป๋อวี้เจินกล่าวอย่างสุภาพ

เหล่าสตรีที่ได้ฟังก็ต่างพยักหน้า พวกเขาล้วนทราบถึงที่มาของภรรยาเหิงหยางทั้งนั้น แม้ว่าตระกูลเหิงจะแต่งมาอย่างเร่งรีบ ก็ไม่ใช่ว่าคนตระกูลเหิงจะพอใจในตัวสะใภ้ผู้นี้มากนัก แต่ที่พวกเขารีบแต่งงานก็เพราะกลัวว่าเหิงหยางจะรับฉู่ซินซินเข้าจวนโดยพลการ

“พวกเราไม่มีสินสอด ไม่พร้อมสำหรับการแต่งงาน”

“ไท่ฮูหยินโปรดวางใจ เรื่องนี้ข้าจะให้ท่านพี่เป็นคนจัดการให้”

“เหตุใดเจ้าจึงเป็นคนเช่นนี้กัน ข้าไม่เคยเห็นภรรยาเอกที่ไหนทำแบบเจ้ามาก่อน” ฉู่ฮูหยินผู้เป็นมารตาของฉู่ซินซินถามด้วยความแปลกใจ ไป๋อวี้เจินคลี่ยิ้มอย่างสุภาพให้อีกฝ่าย

“เดิมทีท่านแม่เคยเปรยเรื่องรับภรรยามาให้ท่านพี่เจ้าค่ะ ข้าจึงได้คิดว่านี่อาจจะเหมาะสม”

“ข้าไม่แต่ง!!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   ตอนพิเศษ คืนเข้าหออันเร้าร้อน

    ตอนพิเศษคืนเข้าหออันเร้าร้อนห้องนอนกว้างขวางที่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยผ้าแพรสีแดงงดงามสำหรับใช้เป็นห้องหอควรจะมีบรรยากาศหวานซึ้งเพื่อรอต้อนรับคู่แต่งงาน แต่บัดนี้นั้นทั่วทั้งห้องกลับปกคลุมไปด้วยความเงียบ หลังจากที่ฟางฮวาส่งบุตรชาย และบุตรสาวให้กับบิดาและมารดาของสามีห้องหอแห่งนี้ก็ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยความเงียบที่ยังโรยตัวอยู่รอบกายสั่งให้ฟางฮวารู้สึกอึดอัดจนทนต่อไปไม่ไหว นางรู้ดีว่าสามีนั้นมีท่าทีเช่นนี้ด้วยเหตุใด ฟางฮวาที่ตอนนี้ที่กลายเป็นหลี่ฮูหยินมองแผ่นหลังแข็งแกร่งกำยำด้วยความรู้สึกขบขันระคนเอ็นดู ของสามีที่ตัวก็ใหญ่โตถึงเพียงนี้เหตุใดจึงใจน้อยนัก“ท่านพี่ ท่านกังวลสิ่งใดกันเจ้าคะ” นางเอ่ยถามสามีด้วยน้ำเสียงแว่วหวาน ฟางฮวาเดินมาซ้อนอยู่ด้านหลังของผู้ที่พึ่งร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกันมาหมาด ๆ อย่างออดอ้อนแต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ หลี่เจี้ยนหย่งยังทำตัวไม่ไหวติ่ง คงมีเพียงเสียงหายใจฟึดฟัดเท่านั้นที่บ่งบอกว่าบุรุษผู้นี้ยังมีความรู้สึกนึกคิดอยู่บ้าง“ท่านพี่เจ้าคะ หากเป็นเรื่องของผู้นั้น ฟางเอ๋อร์สาบานต่อท่านว่าข้ามิคิดกลับไป ต่อให้วันข้างหน้าท่านจะเปลี่ยนใจไปจากข้า ข้าก็จะมิมีทาง

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 37 ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน จบ

    บทที่ 37ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน จบ“นายหญิง ท่านจะไม่ให้ข้าติดตามไปเมืองหลวงด้วยหรือเจ้าคะ” เสี่ยวซูกล่าวน้ำเสียงเศร้า เหตุเพราะนางไม่ได้ติดตามไปเมืองหลวง เพราะการคงอยู่ของนางอาจจะเป็นการเปิดเผยตัวตนของนายหญิง แต่นางดูแลรับใช้นายหญิงมานานแล้ว นางไม่อยากพรากจากนายหญิงของนางไปไหนเลย“หลันเอ๋อนางตั้งครรภ์แล้ว เจ้าก็ต้องเลี้ยงหลานสิ อีกอย่างร้านเมี่ยนเซียงต้องมีช่วยกันดูแล พวกเจ้าอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน ทำงานมีกิจการร่วมกัน วันหน้าค่อยไปเยี่ยมข้าที่เมืองหลวงก็ยังไม่สาย” ฟางฮวากล่าวกับเสี่ยวซูตอนนี้เสี่ยวซาน และหลันเอ๋อใช้ชีวิตร่วมกันจนกระทั่งนางตั้งครรภ์แล้ว หมี่เจี่ยวนางกำลังจะเป็นพี่สาว อีกทั้งกิจการร้านขนมทุกอย่างนางก็ถ่ายทอดให้พวกเขาไปจนหมดแล้ว วันหน้าพวกเขาเป็นเจ้าของกิจการ มีเรือนพักอาศัย เป็นเจ้านายไม่ต้องรับใช้ใครแล้ว เช่นนี้นางก็สุขใจยิ่งนัก“แต่ข้าอยู่กับนายหญิงมาตั้งนาน”“คนเราย่อมมีวันจากลา แต่เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีก เจ้าต้องเป็นท่านป้า เป็นเถ้าแก่เนี้ยแล้ว ต่อไปก็ตั้งใจขยันทำมาหากินเล่า จะได้เลี้ยงหลาน เผื่อวันหน้าเจอบุรุษที่ถูกใจก็เลี้ยงดูเอาไว้สักคน”“นายหญิงท่านพูด

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 36 ความขัดแย้งในตระกูลเหิง

    บทที่ 36ความขัดแย้งในตระกูลเหิงณ ตระกูลเหิงในเมืองหลวงเวลาผ่านไปเนิ่นนานหลังจากที่ไป๋อวี้เจินตายจากไป เหิงหยางที่เคยคิดว่านางหนีหายไปตามที่ฉู่ซินซินบอก ตอนนี้เขาก็ไม่เชื่อเช่นนั้นอีกแล้ว ฉู่ซินซินที่เคยน่ารักอ่อนหวาน กลับแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเช่นเดิมนางเอาแต่พูดถึงตระกูลของตนเอง ทั้งที่ความผิดนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะจัดการได้ ท้ายที่สุดความรักที่เคยมีให้กับฉู่ซินซินก็เบาบางลงไป มันกลายเป็นความเบื่อหน่าย“เจ้าคิดเรื่องคุณหนูตระกูลมู่หรือยัง แม่คิดว่านางนั้นเหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก” เหิงฮูหยินกล่าวกับบุตรชายตอนที่ไป๋อวี้เจินตายไปก็ต้องไว้อาลัยให้นางนานถึงหนึ่งปี ฉู่ซินซินเป็นเพียงอนุ จะให้ยกมาเป็นภรรยาเอกก็คงไม่เหมาะ ข่าวลือเรื่องที่ไป๋อวี้เจินตายนางก็มีส่วนเกี่ยวข้องไม่น้อย ตระกูลไป๋ไม่มีทางยกนางมาเป็นภรรยาเอก“แล้วแต่ท่านแม่ขอรับ” เหิงหยางตอบกับมารดาเขาไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้อีกต่อไป เรือนหลังของเขาจำเป็นต้องมีสตรีที่เหมาะสมมาเป็นภรรยา เวลาผ่านมานานถึงสามปี มันนานมากพอแล้วจริง ๆ เขาจำเป็นต้องเติบโตในหน้าที่การงาน คุณหนูมู่หลิงเยว่เป็นสตรีที่เหมาะสม นางมีรูปโฉมงดงาม เฉลียวฉล

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 35 ง้อ

    บทที่ 35ง้อ“ฮือออ ท่านแม่เจ็บ ท่านแม่ร้อง” คุณหนูหลี่ฟางชิงตัวน้อยในตอนนี้ที่เติบโตจนอายุขวบกว่าแล้ว กำลังร้องไห้อยู่หน้าเรือนของมารดาอย่างน่าสงสาร“คุณหนูไม่ต้องร้องนะเจ้าคะ ท่านแม่ของคุณหนูกำลังจะมีน้อง มันอาจจะเจ็บบ้าง แต่ไม่มากหรอกเจ้าค่ะ” ต้าหนิวกล่าวปลอบคุณหนูน้อย เมื่อเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมารดา ทำให้คุณหนูน้อยต้องตระหนก ครั้นจะพากลับเรือน คุณหนูก็ไม่ยอมกลับ“ไม่ต้องกลัวไปหรอกลูก” เสียงของใครบางคนดังขึ้น เด็กน้อยหันมาตามเสียงก่อนจะพบชายแปลกหน้า หน้าตามีหนวดเครารุงรัง หน้าตาน่ากลัวยิ่ง สองเท้าเล็ก ๆ รีบหนีไปทางด้านหลังของต้าหนิว“บิดาของเจ้าเอง”“ทะ ท่านแม่ทัพ” ต้าหนิวที่พอจะจดจำท่านแม่ทัพได้ อีกฝ่ายสวมชุดเกราะเต็มตัว ใบหน้าดำคล้ำ ทั้งยังมีแต่หนวดเคราเต็มไปหมด เนื้อตัวมีกลิ่นเหม็นจนนางต้องนิ่วหน้า“นางเข้าไปนานหรือยัง”“สองชั่วยามแล้วเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นข้าไปอาบน้ำก่อน” หลี่เจี้ยนหย่งกล่าวเขาเห็นสีหน้าต้าหนิวก็พอจะเข้าใจความลำบากของนาง ชุดเกราะพวกนี้ไม่ได้ถอดง่าย อยู่ในสนามรบที่ต้องต่อสู้ ระมัดระวังตัวตลอดเวลา คิดดูแล้วเขาก็ไม่ได้อาบน้ำมานานร่วมเดือนแล้ว“เดี๋ยวพ่อมาหาเจ้า

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 34 โกธรเคือง

    บทที่ 34โกธรเคือง“ฮือออ แงงง” เสียงร้องไห้โยเยของหลี่ฟางชิงที่ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงบิดามารดาทะเลาะกัน เด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำที่ต้องประสบพบกับความตกใจมาแล้วหลายครั้งตื่นมาร้องสะอึกสะอื้นจนตัวโยน หลี่เจี้ยนหย่งมองหน้าภรรยาด้วยความเคืองขุ่นใจ แต่เขาก็ตรงมาหาบุตรสาวตัวน้อยที่ยกมือรอให้บิดามาอุ้ม“ไม่ร้องนะเด็กดีของพ่อ” หลี่เจี้ยนหย่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนฟางฮวามองภาพตรงหน้าคล้ายจะได้สติ นางพูดแรงไปใช่หรือไม่ หากหลี่เจี้ยนหย่งไม่รักลูกของนางจริง เขาจะเดือดดาลขนาดนั้นได้อย่างไร นางพูดไปเมื่อครู่ก็เท่ากับเป็นการดูหมิ่นเจตนาของเขาใช่หรือไม่ ฟางฮวารู้สึกปวดหนึบในใจหลี่เจี้ยนหย่งนั่งปลอบประโลมบุตรสาวจนกระทั่งนางหลับไปอีกครั้ง ทั้งสองสามีภรรยาจ้องมองหน้ากัน ฟางฮวารู้ความผิดของตัวเองดี“ท่านพี่ ข้าขออภัยที่พูดจาไม่ดีกับท่าน” ฟางฮวากล่าวแต่หลี่เจี้ยนหย่งยังคงโกรธเคือง เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น“ข้าขอโทษ ข้าเพียงแค่เครียดเรื่องลูกมากไปก็เท่านั้น”“แล้วเจ้าเครียดเป็นคนเดียวหรือ ข้าเลี้ยงนาง นางเรียกข้าว่าท่านพ่อ เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนอย่างไร เจ้าหลอกลวงข้า ข้าก็ไม่โกรธ ทั้งยังยอมรับอย่างเต็มใ

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 33 เพราะนางไม่ใช่ลูกท่านหรือ

    บทที่ 33เพราะนางไม่ใช่ลูกท่านหรือหลี่เจี้ยนหย่งหยิบกระบี่ที่ซ่อนไว้ในจวนก่อนจะเดินตรงไปยังจวนตระกูลฉิน กล้าดียิ่งนักที่กล้าทำร้ายคนของเขา กล้าจับตัวลูกของเขาไป เดิมทียังคิดจะต่อลมหายใจให้คนตระกูลฉินอยู่บ้าง แต่เห็นทีความตายเท่านั้นที่เหมาะสมสำหรับพวกมัน“บังอาจ เจ้ากล้าดีอย่างไรมายืนถือกระบี่หน้าจวนตระกูลฉินแห่งนี้” ข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่เป็นยามกล่าว พลางขวางประตูไว้ หลี่เจี้ยนหย่งใช้กระบี่อันแหลมคมฟาดร่างของทั้งคู่จนเกิดร่องรอยโลหิต กระบี่แหลมคม ไม่สร้างแผลที่น่ากลัว แต่กลับบาดลึกจนถึงกระดูก“อ๊ากกกก”ทหารยามทั้งสองล้มลงกับพื้นก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หลี่เจี้ยนหย่งถีบประตูเข้าไปด้านใน เขาตรงไปยังเรือนใหญ่ ข้ารับใช้มากมายต่างเข้ามาขวางเขา แต่กลับถูกหลี่เจี้ยนหย่งจัดการได้โดยง่ายเขาอยู่ในกองทัพมาตั้งแต่เด็ก ฝีมือของทหารยามพวกนี้นับว่าไม่ได้ครึ่งกับที่เขาเจอมาด้วยซ้ำ ต่อให้พวกมันเข้ามารุม แต่หลี่เจี้ยนหย่งก็เร็วกว่ามาก ทั้งยังลงมือโหดเหี้ยมโดยไร้ความปราณี คนในจวนตระกูลหลี่ของเขายังไม่ได้รับความปราณี ทั้งที่มีแต่สตรี พวกมันก็ยังกล้าลงมือ เช่นนั้นแล้วเหตุใดเขาจะต้องปราณีพวกมั

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 5 จัดเตรียมงานแต่ง

    บทที่ 5จัดเตรียมงานแต่ง“ท่านพี่ วันนี้ข้าจะออกไปนอกจวนหน่อยนะเจ้าคะ”ไป๋อวี้เจินแจ้งแก่สามีตามปกติ หากนางจะออกไปไหนมาไหน แต่นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่ไป๋อวี้เจินจะออกไปนอกจวน เหิงหยางหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ ส่วนใหญ่ไป๋อวี้เจินมักจะออกไปวัดเพื่อทำบุญในวันสำคัญเท่านั้น“ไปไหนหรือ”“ข้าตั้งใจจะไปด

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 4 แผนการสำเร็จ

    บทที่ 4แผนการสำเร็จ“ข้าไม่แต่ง !!”เสียงของฉู่ซินซินดังขึ้นมา นางวิ่งเข้ามาในโถงใหญ่น้ำตาคลอเหมือนถูกใครรังแก เหิงหยางเองก็วิ่งตามมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก ไป๋อวี้เจินหันไปมองฉู่ซินซินที่กำลังร้องไห้ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายเด็กสาวไม่ประสา ดวงตาเรียวเล็ก จมูกโด่งเป็นสันเล็กน

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 2 วางแผน

    บทที่ 2วางแผน“ฮูหยินเจ้าคะ ท่านเผาหนังสือเล่มนั้นทำไมเจ้าคะ” อาเหมยสาวใช้ของไป๋อวี้เจินกล่าวถามด้วยความแปลกใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฮูหยินเอาแต่อ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ห่างมือไป๋อวี้เจินนั่งมองไฟสีแดงที่กำลังแผดเผาหนังสือแปลกประหลาดเล่มนั้น นางอ่านจนจำได้ขึ้นใจแล้ว ความทุกข์ ความสุขอันเป็นเพียงภาพลวงตา

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 1 เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้น

    บทที่ 1เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้นปึก!เสียงหนังสือเล่มน้อยร่วงหล่นออกจากมือของไป๋อวี้เจิน ใบหน้างดงามของนางซีดเซียวไร้สีสันในชั่วระยะเวลาฉับพลัน เดิมทีนางคิดว่าหนังสือเล่มนี้ที่ได้จากขอทานน้อยในตรอกทางตะวันตกเป็นเพียงหนังสือนิยายที่ใครบางคนคิดจะเล่นตลกกับนางเท่านั้น แต่ใครจะคิดเมื่อนางได้อ่านมาเร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status