Share

บทที่ 4 แผนการสำเร็จ

last update Tanggal publikasi: 2026-06-02 19:41:14

บทที่ 4

แผนการสำเร็จ

“ข้าไม่แต่ง !!”

เสียงของฉู่ซินซินดังขึ้นมา นางวิ่งเข้ามาในโถงใหญ่น้ำตาคลอเหมือนถูกใครรังแก เหิงหยางเองก็วิ่งตามมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก ไป๋อวี้เจินหันไปมองฉู่ซินซินที่กำลังร้องไห้ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายเด็กสาวไม่ประสา ดวงตาเรียวเล็ก จมูกโด่งเป็นสันเล็กน้อย ใบหน้ากลมอิ่ม แม้ไม่ใช่ยอดหญิงงาม แต่ก็ให้ความรู้สึกชวนให้รัก เอื้อเอ็นดู

“เจ้าพูดเหลวไหลอะไร นี่เป็นเรื่องที่พวกข้ากำลังพูดคุยกัน ให้เจ้าเข้ามาสอดได้หรือ” ไท่ฮูหยินกล่าวตำหนิฉู่ซินซินหลานสาว

สิ่งที่ไป๋อวี้เจินพูดมานั้นก็มีเหตุผล ตระกูลฉู่ตอนนี้ตกต่ำจนแทบไม่เหลืออะไร สิ่งที่ไป๋อวี้เจินพูดมานั้นใช่ว่าจะเป็นข้อเสนอที่ย่ำแย่เสียเมื่อไหร่ ให้แต่งเป็นภรรยารองของเหิงหยาง ก็ยังดีกว่าแต่งให้ผู้อื่นมากนัก ในแผ่นดินนี้จะหาบุรุษที่รักจริงแบบนี้ได้เสียที่ไหน

“ข้าไม่อยากเป็นอนุเจ้าค่ะ ท่านย่า ฮึกก ข้าไม่อยากเป็น”

ฉู่ซินซินคุกเข่าน้ำตาไหลพรากอย่างน่าสงสาร ไป๋อวี้เจินไม่รู้จะปฏิบัติตนอย่างไรดี แต่นางเอกก็เป็นเช่นนี้ รักศักดิ์ศรีของตนเอง แต่ทว่า… เมื่อไป๋อวี้เจินครุ่นคิดดูอีกที นี่เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดนัก หากนางเอกไม่ยินยอมที่จะเป็นอนุ ไฉนตอนที่ล้างมลทินให้คนตระกูลฉู่ได้แล้ว นางถึงได้ยอมแต่งเข้ามา หรือว่า… ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในนิยายมันไม่ใช่เหตุบังเอิญ

“ซินเอ๋อร์ ข้าไม่ได้คิดจะดูหมิ่นเหยียดหยามเจ้า”

“ฮึกก… ข้าไม่อยากเป็นอนุของท่าน ข้าอยากใส่ชุดแต่งงานไหว้ฟ้าดิน ไม่ใช่เข้าประตูหลังจวนรอท่านอยู่เรือนหลัง” ฉู่ซินซิน กล่าวพลางร่ำไห้หูตาแดงก่ำ ผู้คนในที่นี้ต่างพากันเวทนา มีเพียงไป๋อวี้เจินเท่านั้นที่ก้มหน้ามองด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก จะต้องให้นางเห็นใจพวกเขาเขียนจดหมายหย่าแล้วปลงผมบวชชีเข้าวัดหรอกหรือ

“คุณหนูฉู่ เรื่องการแต่งงาน ข้าสามารถจัดให้เจ้าได้ แม้จะไม่อาจเอิกเกริกวุ่นวาย แต่เมื่อเจ้าเดินเข้าประตูหลัง ก็เพียงเพิ่มชุดคลุมสีแดง งานมงคลแม้ไม่ใหญ่โต แต่ข้าสามารถจัดให้เจ้าได้ไหว้ฟ้าดินกับท่านพี่ได้ หากแม้ว่าเจ้าอยากจะผูกผม พิธีนี้ข้าก็ไม่ติดขัด”

ไป๋อวี้เจินกล่าวอย่างใจกว้าง เหล่าสตรีในห้องโถงต่างมองมาทางไป๋อวี้เจินด้วยความตระหนกตกใจ จัดพิธีแต่งงานให้อนุยังพอทำเนาเข้าใจได้อยู่บ้าง แต่ผูกผมเป็นพิธีที่มีไว้สำหรับภรรยาเอกเท่านั้น เหตุใดอีกฝ่ายถึงได้พูดเช่นนี้ หรือเพราะนางเป็นเพียงหญิงบ้านนอกผู้โง่เขลากัน

“เจ้าพูดอะไรของเจ้า” ฉู่ซินซินหันมามองไป๋อวี้เจินด้วยความตกใจ คำพูดเช่นนี้คนตระกูลฉู่ไม่มีทางปฏิเสธอย่างแน่นอน แต่นางยังไม่พร้อมสำหรับการแต่งงาน ฉู่ซินซินจึงหันมามองเหิงหยาง

“ไม่ใช่ว่าท่านบอกว่ากำลังจะล้างมลทินให้ครอบครัวของข้าหรอกหรือ เหตุใดถึงได้เร่งร้อนจะแต่งงานเล่า”

“ซินเอ๋อร์ ข้าเพียงมีใจรักเจ้า อยากดูแลเจ้า” เหิงหยาง กล่าวด้วยความรู้สึกเป็นห่วง

ไป๋อวี้เจินที่เติบโตมาท่ามกลางเล่ห์มารยาของสตรี นางจึงได้เข้าใจในทันทีว่าฉู่ซินซินไม่ได้ใสซื่ออย่างที่เห็น ไม่ว่าจะแต่งงานตอนไหน ฉู่ซินซินก็จะเป็นเพียงอนุเท่านั้น แต่ที่นางไม่ยินยอมแต่งก็คงรอให้เหิงหยางช่วยตระกูลของนาง โดยใช้ความรัก ชีวิตวัยสาวมาบีบบังคับเขา มิน่าเล่า… เหิงหยางจึงเป็นคนที่ตรากตรำทำงานหนักยิ่งนัก

“คุณหนูฉู่ ท่านพี่มีใจรักท่านอย่างแท้จริง ข้าเองก็เข้าใจเรื่องราวของพวกท่าน ตัวข้าไม่อาจทำอะไรได้มากกว่านี้ เพียงแค่เห็นใจพวกท่าน และอยากให้ท่านพี่มีความสุขเท่านั้น ข้าหาได้มีเจตนาร้ายใด ๆ กับเจ้า” ไป๋อวี้เจินกล่าวพลางยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร แต่ภายในใจกลับสบถด่าเต็มไปหมด เหตุใดนางถึงได้ใสซื่อคิดว่าคนอื่นจะแสนดีไปตามตัวอักษรในนิยายพวกนั้น

ไป๋อวี้เจินทราบดีว่าตัวนางเองเป็นเช่นไร คนอย่างนางน่ะหรือจะทำร้ายลูกของฉู่ซินซินได้ลง หากคิดจะทำร้ายจริง ลงมือกับแม่ไม่ดีกว่าหรือ ต่อให้เหิงหยางรู้เรื่องแล้วอย่างไร เขาจะตัดใจหย่าภรรยาเอก ปล่อยให้ลูกของเขาต้องกำพร้าเช่นนั้นหรือ เรื่องพวกนั้นในนิยายมันเหลวไหลทั้งสิ้น ยิ่งคิดก็ทำให้นางได้รู้ว่าคนเราไม่ได้มีเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้น หากจะคิดอะไรนางจะต้องทำให้รอบคอบมากกว่านี้

“ข้าไม่เชื่อคำพูดของเจ้า คนอย่างเจ้าจะมาดีกับคนที่อยู่ในใจพี่เหิงอย่างข้าได้อย่างไร”

“เสี่ยวซิน ทำไมเจ้าพูดแบบนี้” ไท่ฮูหยินกล่าวตำหนิ อย่างตกใจที่ฉู่ซินซินเอาแต่ใจเช่นนี้

ไป๋อวี้เจินแสร้งทำหน้าเศร้า ก่อนจะพยายามยิ้มออกมาอย่างขมขื่น เหิงหยางหรี่ตามองฉู่ซินซินที่แสดงท่าทางเอาแต่ใจ ทั้งยังว่ากล่าวไป๋อวี้เจิน ทั้งที่นางไม่ได้มีเจตนาร้ายเลยจริง ๆ

เหิงหยางคิดแล้วคิดอีก ไป๋อวี้เจินอยู่กับเขามาสองปี นางไม่เคยเข้ามายุ่มย่ามวุ่นวายกับเขาเลยสักนิด หน้าที่ภรรยาตามสมควรก็ปฏิบัติได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง ทั้งที่นางใจกว้างถึงเพียงนี้ แต่ฉู่ซินซินยังพูดเช่นนี้อีก

“ก็เพราะว่าเจ้าอยู่ในใจของท่านพี่อย่างไรเล่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาสองปี ข้าคิดมาตลอดว่ามีบางอย่างที่ทำให้ท่านพี่ไม่มีความสุข ตอนนั้นข้าไม่รู้เรื่องของท่านจึงไม่ได้ใส่ใจ เมื่อรู้แล้วก็แค่อยากทำให้พวกท่านสมหวังกัน ข้าผิดมากหรือ ข้ามีอะไรที่ต้องโกหกพวกท่านด้วย หรือประสงค์ร้ายต่อท่านพี่” ไป๋อวี้เจินกล่าวพลางมองไปทางเหิงหยางด้วยน้ำตาคลอ

ทุกคนในห้องโถงได้ฟังก็ต่างเข้าใจ ที่ผ่านมาเหิงหยางเข้า ออกที่นี่ตลอด แม้ว่าจะมาไม่ได้บ่อยครั้ง แต่ก็นับว่าเป็นบุรุษเพียงคนเดียวที่มาที่นี่ ความสัมพันธ์ของพวกเขาอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่เสมอ ทั้งเหิงหยาง และฉู่ซินซินต่างก็แสดงออกว่ามีใจให้แก่กัน เรื่องนี้ภรรยาเอกยอมรับ และเป็นคนมาพูดคุยด้วยตนเองขนาดนี้แล้ว ยังจะเล่นตัวไม่ตอบรับได้อย่างไร น้ำใจของเหิงหยางมีค่ายิ่งกว่าอะไร ตระกูลฉู่ตกต่ำก็มีเพียงเขาที่ไม่เคยตัดขาดจากตระกูลฉู่ การแต่งงานนี้นับว่าดียิ่งนัก

“แต่ตระกูลฉู่ยังล้างมลทินไม่ได้เลยนะท่านย่า”

“คุณหนูฉู่เรื่องนี้ท่านพี่พยายามอย่างหนัก แต่อาจจะต้องใช้เวลา ที่ข้ามาพบท่านก็เพราะไม่อยากให้วันเวลาล่วงเลยไปมากกว่านี้”

“ฮูหยินน้อย เจ้าไม่ต้องพูดจาให้มากความ เรื่องแต่งงานนี้ข้าตกลง” ไท่ฮูหยินกล่าวตัดบทไม่อยากเสียเวลาให้มากความ การที่ฉู่ซินซินได้แต่งเข้าจวนตระกูลเหิงก็นับว่าดีมากแล้ว เหตุใดนางถึงยังได้ดึงดันเช่นนั้นอีก

“แต่พวกท่านกลับไปก่อน เรื่องหลานสาวข้าจะพูดคุยกับนางอีกที แล้วจะส่งคนไปแจ้งคุณชายเหิงในภายหลัง”

การสนทนาครั้งนี้จึงจบลงอย่างง่ายดาย ไป๋อวี้เจินขึ้นรถม้ากลับกับเหิงหยางด้วยความสุขใจเล็กน้อย อย่างน้อยการได้พบ ฉู่ซินซินในครั้งนี้ก็ทำให้นางแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่สตรีที่ดีงามถึงเพียงนั้น แต่อย่างว่า… ปุถุชนคนทั่วไปใช่ว่าจะดีไปเสียหมด ใครบ้างจะดีพร้อมไปเสียทุกด้านเล่า

“เจ้าคิดเช่นนั้นจริงหรือ” ครั้นมาถึงรถม้าเหิงหยางก็เอ่ยถามอย่างประหลาดใจ

“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”

“เจ้าไม่ได้มีแผนการอะไร แค่เพียงอยากให้ข้ามีความสุขแค่นั้นหรือ”

“แล้วข้าดูเป็นคนเจ้าแผนการหรือเจ้าคะ ข้ารู้ว่าการแต่งงานที่ถูกบังคับ ท่านย่อมไม่ได้รักข้า สิ่งที่ทำก็เพราะว่าอย่างไร วันหน้าก็ต้องมีสตรีเข้ามาในจวน ไม่สู้รับสตรีที่ท่านพึงใจเข้ามา ดูแลนางให้ดี อย่างน้อยความรักที่ท่านมอบให้นาง อาจจะเผื่อแผ่มาถึงข้าบ้าง”

“อืม แล้วมีอะไรที่เจ้าอยากได้จากข้าบ้างหรือไม่” เหิงหยางกล่าวเสียงอ่อนลง ตลอดระยะเวลาสองปี เขาไม่เคยมอบของขวัญให้นางเลยสักชิ้น แม้แต่แป้งหอม ชาดทาหน้าทาปาก หรือเครื่องประดับใด ๆ ก็ตาม ไป๋อวี้เจินหันมายิ้มให้กับเหิงหยางอย่างอ่อนหวาน พลางส่ายหน้า

“สิ่งที่ข้าอยากได้คลายเหงามีเพียงแค่เด็กสักคนเท่านั้น น่าเสียดายสองปีแล้ว พวกเขาก็ยังไม่มา” ไป๋อวี้เจินกล่าวอย่างเรียบง่าย และเต็มไปด้วยความรู้สึกเศร้า นางหันออกไปนอกหน้าต่าง

เหิงหยางฟังยิ่งรู้สึกผิด การตั้งครรภ์ของนางถูกเขาควบคุมมาตลอด เพราะใจของเขายังปรารถนาให้ลูกของเขามีมารดาเป็น ฉู่ซินซินเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงการมีลูกเป็นเรื่องสำคัญของสตรี ไป๋อวี้เจินไม่ได้อาลัยอะไรเขามากมายนัก ของขวัญที่นางไม่ได้ นางก็ไม่เคยร้องขอ นางเพียงอยากได้ลูกไว้คลายเหงาเท่านั้น ยิ่งคิดเหิงหยางก็ยิ่งรู้สึกผิดกับไป๋อวี้เจินนัก

ค่ำคืนนั้นเหิงหยางจึงใช้เวลาอยู่กับไป๋อวี้เจินทั้งคืน…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   ตอนพิเศษ คืนเข้าหออันเร้าร้อน

    ตอนพิเศษคืนเข้าหออันเร้าร้อนห้องนอนกว้างขวางที่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยผ้าแพรสีแดงงดงามสำหรับใช้เป็นห้องหอควรจะมีบรรยากาศหวานซึ้งเพื่อรอต้อนรับคู่แต่งงาน แต่บัดนี้นั้นทั่วทั้งห้องกลับปกคลุมไปด้วยความเงียบ หลังจากที่ฟางฮวาส่งบุตรชาย และบุตรสาวให้กับบิดาและมารดาของสามีห้องหอแห่งนี้ก็ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยความเงียบที่ยังโรยตัวอยู่รอบกายสั่งให้ฟางฮวารู้สึกอึดอัดจนทนต่อไปไม่ไหว นางรู้ดีว่าสามีนั้นมีท่าทีเช่นนี้ด้วยเหตุใด ฟางฮวาที่ตอนนี้ที่กลายเป็นหลี่ฮูหยินมองแผ่นหลังแข็งแกร่งกำยำด้วยความรู้สึกขบขันระคนเอ็นดู ของสามีที่ตัวก็ใหญ่โตถึงเพียงนี้เหตุใดจึงใจน้อยนัก“ท่านพี่ ท่านกังวลสิ่งใดกันเจ้าคะ” นางเอ่ยถามสามีด้วยน้ำเสียงแว่วหวาน ฟางฮวาเดินมาซ้อนอยู่ด้านหลังของผู้ที่พึ่งร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกันมาหมาด ๆ อย่างออดอ้อนแต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ หลี่เจี้ยนหย่งยังทำตัวไม่ไหวติ่ง คงมีเพียงเสียงหายใจฟึดฟัดเท่านั้นที่บ่งบอกว่าบุรุษผู้นี้ยังมีความรู้สึกนึกคิดอยู่บ้าง“ท่านพี่เจ้าคะ หากเป็นเรื่องของผู้นั้น ฟางเอ๋อร์สาบานต่อท่านว่าข้ามิคิดกลับไป ต่อให้วันข้างหน้าท่านจะเปลี่ยนใจไปจากข้า ข้าก็จะมิมีทาง

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 37 ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน จบ

    บทที่ 37ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน จบ“นายหญิง ท่านจะไม่ให้ข้าติดตามไปเมืองหลวงด้วยหรือเจ้าคะ” เสี่ยวซูกล่าวน้ำเสียงเศร้า เหตุเพราะนางไม่ได้ติดตามไปเมืองหลวง เพราะการคงอยู่ของนางอาจจะเป็นการเปิดเผยตัวตนของนายหญิง แต่นางดูแลรับใช้นายหญิงมานานแล้ว นางไม่อยากพรากจากนายหญิงของนางไปไหนเลย“หลันเอ๋อนางตั้งครรภ์แล้ว เจ้าก็ต้องเลี้ยงหลานสิ อีกอย่างร้านเมี่ยนเซียงต้องมีช่วยกันดูแล พวกเจ้าอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน ทำงานมีกิจการร่วมกัน วันหน้าค่อยไปเยี่ยมข้าที่เมืองหลวงก็ยังไม่สาย” ฟางฮวากล่าวกับเสี่ยวซูตอนนี้เสี่ยวซาน และหลันเอ๋อใช้ชีวิตร่วมกันจนกระทั่งนางตั้งครรภ์แล้ว หมี่เจี่ยวนางกำลังจะเป็นพี่สาว อีกทั้งกิจการร้านขนมทุกอย่างนางก็ถ่ายทอดให้พวกเขาไปจนหมดแล้ว วันหน้าพวกเขาเป็นเจ้าของกิจการ มีเรือนพักอาศัย เป็นเจ้านายไม่ต้องรับใช้ใครแล้ว เช่นนี้นางก็สุขใจยิ่งนัก“แต่ข้าอยู่กับนายหญิงมาตั้งนาน”“คนเราย่อมมีวันจากลา แต่เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีก เจ้าต้องเป็นท่านป้า เป็นเถ้าแก่เนี้ยแล้ว ต่อไปก็ตั้งใจขยันทำมาหากินเล่า จะได้เลี้ยงหลาน เผื่อวันหน้าเจอบุรุษที่ถูกใจก็เลี้ยงดูเอาไว้สักคน”“นายหญิงท่านพูด

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 36 ความขัดแย้งในตระกูลเหิง

    บทที่ 36ความขัดแย้งในตระกูลเหิงณ ตระกูลเหิงในเมืองหลวงเวลาผ่านไปเนิ่นนานหลังจากที่ไป๋อวี้เจินตายจากไป เหิงหยางที่เคยคิดว่านางหนีหายไปตามที่ฉู่ซินซินบอก ตอนนี้เขาก็ไม่เชื่อเช่นนั้นอีกแล้ว ฉู่ซินซินที่เคยน่ารักอ่อนหวาน กลับแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเช่นเดิมนางเอาแต่พูดถึงตระกูลของตนเอง ทั้งที่ความผิดนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะจัดการได้ ท้ายที่สุดความรักที่เคยมีให้กับฉู่ซินซินก็เบาบางลงไป มันกลายเป็นความเบื่อหน่าย“เจ้าคิดเรื่องคุณหนูตระกูลมู่หรือยัง แม่คิดว่านางนั้นเหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก” เหิงฮูหยินกล่าวกับบุตรชายตอนที่ไป๋อวี้เจินตายไปก็ต้องไว้อาลัยให้นางนานถึงหนึ่งปี ฉู่ซินซินเป็นเพียงอนุ จะให้ยกมาเป็นภรรยาเอกก็คงไม่เหมาะ ข่าวลือเรื่องที่ไป๋อวี้เจินตายนางก็มีส่วนเกี่ยวข้องไม่น้อย ตระกูลไป๋ไม่มีทางยกนางมาเป็นภรรยาเอก“แล้วแต่ท่านแม่ขอรับ” เหิงหยางตอบกับมารดาเขาไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้อีกต่อไป เรือนหลังของเขาจำเป็นต้องมีสตรีที่เหมาะสมมาเป็นภรรยา เวลาผ่านมานานถึงสามปี มันนานมากพอแล้วจริง ๆ เขาจำเป็นต้องเติบโตในหน้าที่การงาน คุณหนูมู่หลิงเยว่เป็นสตรีที่เหมาะสม นางมีรูปโฉมงดงาม เฉลียวฉล

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 35 ง้อ

    บทที่ 35ง้อ“ฮือออ ท่านแม่เจ็บ ท่านแม่ร้อง” คุณหนูหลี่ฟางชิงตัวน้อยในตอนนี้ที่เติบโตจนอายุขวบกว่าแล้ว กำลังร้องไห้อยู่หน้าเรือนของมารดาอย่างน่าสงสาร“คุณหนูไม่ต้องร้องนะเจ้าคะ ท่านแม่ของคุณหนูกำลังจะมีน้อง มันอาจจะเจ็บบ้าง แต่ไม่มากหรอกเจ้าค่ะ” ต้าหนิวกล่าวปลอบคุณหนูน้อย เมื่อเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมารดา ทำให้คุณหนูน้อยต้องตระหนก ครั้นจะพากลับเรือน คุณหนูก็ไม่ยอมกลับ“ไม่ต้องกลัวไปหรอกลูก” เสียงของใครบางคนดังขึ้น เด็กน้อยหันมาตามเสียงก่อนจะพบชายแปลกหน้า หน้าตามีหนวดเครารุงรัง หน้าตาน่ากลัวยิ่ง สองเท้าเล็ก ๆ รีบหนีไปทางด้านหลังของต้าหนิว“บิดาของเจ้าเอง”“ทะ ท่านแม่ทัพ” ต้าหนิวที่พอจะจดจำท่านแม่ทัพได้ อีกฝ่ายสวมชุดเกราะเต็มตัว ใบหน้าดำคล้ำ ทั้งยังมีแต่หนวดเคราเต็มไปหมด เนื้อตัวมีกลิ่นเหม็นจนนางต้องนิ่วหน้า“นางเข้าไปนานหรือยัง”“สองชั่วยามแล้วเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นข้าไปอาบน้ำก่อน” หลี่เจี้ยนหย่งกล่าวเขาเห็นสีหน้าต้าหนิวก็พอจะเข้าใจความลำบากของนาง ชุดเกราะพวกนี้ไม่ได้ถอดง่าย อยู่ในสนามรบที่ต้องต่อสู้ ระมัดระวังตัวตลอดเวลา คิดดูแล้วเขาก็ไม่ได้อาบน้ำมานานร่วมเดือนแล้ว“เดี๋ยวพ่อมาหาเจ้า

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 34 โกธรเคือง

    บทที่ 34โกธรเคือง“ฮือออ แงงง” เสียงร้องไห้โยเยของหลี่ฟางชิงที่ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงบิดามารดาทะเลาะกัน เด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำที่ต้องประสบพบกับความตกใจมาแล้วหลายครั้งตื่นมาร้องสะอึกสะอื้นจนตัวโยน หลี่เจี้ยนหย่งมองหน้าภรรยาด้วยความเคืองขุ่นใจ แต่เขาก็ตรงมาหาบุตรสาวตัวน้อยที่ยกมือรอให้บิดามาอุ้ม“ไม่ร้องนะเด็กดีของพ่อ” หลี่เจี้ยนหย่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนฟางฮวามองภาพตรงหน้าคล้ายจะได้สติ นางพูดแรงไปใช่หรือไม่ หากหลี่เจี้ยนหย่งไม่รักลูกของนางจริง เขาจะเดือดดาลขนาดนั้นได้อย่างไร นางพูดไปเมื่อครู่ก็เท่ากับเป็นการดูหมิ่นเจตนาของเขาใช่หรือไม่ ฟางฮวารู้สึกปวดหนึบในใจหลี่เจี้ยนหย่งนั่งปลอบประโลมบุตรสาวจนกระทั่งนางหลับไปอีกครั้ง ทั้งสองสามีภรรยาจ้องมองหน้ากัน ฟางฮวารู้ความผิดของตัวเองดี“ท่านพี่ ข้าขออภัยที่พูดจาไม่ดีกับท่าน” ฟางฮวากล่าวแต่หลี่เจี้ยนหย่งยังคงโกรธเคือง เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น“ข้าขอโทษ ข้าเพียงแค่เครียดเรื่องลูกมากไปก็เท่านั้น”“แล้วเจ้าเครียดเป็นคนเดียวหรือ ข้าเลี้ยงนาง นางเรียกข้าว่าท่านพ่อ เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนอย่างไร เจ้าหลอกลวงข้า ข้าก็ไม่โกรธ ทั้งยังยอมรับอย่างเต็มใ

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 33 เพราะนางไม่ใช่ลูกท่านหรือ

    บทที่ 33เพราะนางไม่ใช่ลูกท่านหรือหลี่เจี้ยนหย่งหยิบกระบี่ที่ซ่อนไว้ในจวนก่อนจะเดินตรงไปยังจวนตระกูลฉิน กล้าดียิ่งนักที่กล้าทำร้ายคนของเขา กล้าจับตัวลูกของเขาไป เดิมทียังคิดจะต่อลมหายใจให้คนตระกูลฉินอยู่บ้าง แต่เห็นทีความตายเท่านั้นที่เหมาะสมสำหรับพวกมัน“บังอาจ เจ้ากล้าดีอย่างไรมายืนถือกระบี่หน้าจวนตระกูลฉินแห่งนี้” ข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่เป็นยามกล่าว พลางขวางประตูไว้ หลี่เจี้ยนหย่งใช้กระบี่อันแหลมคมฟาดร่างของทั้งคู่จนเกิดร่องรอยโลหิต กระบี่แหลมคม ไม่สร้างแผลที่น่ากลัว แต่กลับบาดลึกจนถึงกระดูก“อ๊ากกกก”ทหารยามทั้งสองล้มลงกับพื้นก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หลี่เจี้ยนหย่งถีบประตูเข้าไปด้านใน เขาตรงไปยังเรือนใหญ่ ข้ารับใช้มากมายต่างเข้ามาขวางเขา แต่กลับถูกหลี่เจี้ยนหย่งจัดการได้โดยง่ายเขาอยู่ในกองทัพมาตั้งแต่เด็ก ฝีมือของทหารยามพวกนี้นับว่าไม่ได้ครึ่งกับที่เขาเจอมาด้วยซ้ำ ต่อให้พวกมันเข้ามารุม แต่หลี่เจี้ยนหย่งก็เร็วกว่ามาก ทั้งยังลงมือโหดเหี้ยมโดยไร้ความปราณี คนในจวนตระกูลหลี่ของเขายังไม่ได้รับความปราณี ทั้งที่มีแต่สตรี พวกมันก็ยังกล้าลงมือ เช่นนั้นแล้วเหตุใดเขาจะต้องปราณีพวกมั

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 5 จัดเตรียมงานแต่ง

    บทที่ 5จัดเตรียมงานแต่ง“ท่านพี่ วันนี้ข้าจะออกไปนอกจวนหน่อยนะเจ้าคะ”ไป๋อวี้เจินแจ้งแก่สามีตามปกติ หากนางจะออกไปไหนมาไหน แต่นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่ไป๋อวี้เจินจะออกไปนอกจวน เหิงหยางหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ ส่วนใหญ่ไป๋อวี้เจินมักจะออกไปวัดเพื่อทำบุญในวันสำคัญเท่านั้น“ไปไหนหรือ”“ข้าตั้งใจจะไปด

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 3 สู่ขอฉู่ซินซินมาเป็นอนุภรรยา

    บทที่ 3สู่ขอฉู่ซินซินมาเป็นอนุภรรยารุ่งขึ้นในอีกวัน ไป๋อวี้เจินแต่งกายด้วยอาภรณ์เรียบง่าย นางไม่ได้สวมใส่เครื่องประดับราคาแพง แต่ก็ไม่ได้ใช้ของธรรมดาจนเกินไปนัก ทั้งยังสวมใส่ชุดสีอ่อนให้ดูยังเยาว์วัย สดใส และเป็นมิตร ในนิยายเล่มนั้นบรรยายว่านางมีรูปลักษณ์งดงาม ยามที่เหิงหยางพาไป๋อวี้เจินไปเหยียบย

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 2 วางแผน

    บทที่ 2วางแผน“ฮูหยินเจ้าคะ ท่านเผาหนังสือเล่มนั้นทำไมเจ้าคะ” อาเหมยสาวใช้ของไป๋อวี้เจินกล่าวถามด้วยความแปลกใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฮูหยินเอาแต่อ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ห่างมือไป๋อวี้เจินนั่งมองไฟสีแดงที่กำลังแผดเผาหนังสือแปลกประหลาดเล่มนั้น นางอ่านจนจำได้ขึ้นใจแล้ว ความทุกข์ ความสุขอันเป็นเพียงภาพลวงตา

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 1 เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้น

    บทที่ 1เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้นปึก!เสียงหนังสือเล่มน้อยร่วงหล่นออกจากมือของไป๋อวี้เจิน ใบหน้างดงามของนางซีดเซียวไร้สีสันในชั่วระยะเวลาฉับพลัน เดิมทีนางคิดว่าหนังสือเล่มนี้ที่ได้จากขอทานน้อยในตรอกทางตะวันตกเป็นเพียงหนังสือนิยายที่ใครบางคนคิดจะเล่นตลกกับนางเท่านั้น แต่ใครจะคิดเมื่อนางได้อ่านมาเร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status