Share

บทที่ 2 วางแผน

last update Tanggal publikasi: 2026-06-01 01:12:54

บทที่ 2

วางแผน

“ฮูหยินเจ้าคะ ท่านเผาหนังสือเล่มนั้นทำไมเจ้าคะ” อาเหมยสาวใช้ของไป๋อวี้เจินกล่าวถามด้วยความแปลกใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฮูหยินเอาแต่อ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ห่างมือ

ไป๋อวี้เจินนั่งมองไฟสีแดงที่กำลังแผดเผาหนังสือแปลกประหลาดเล่มนั้น นางอ่านจนจำได้ขึ้นใจแล้ว ความทุกข์ ความสุขอันเป็นเพียงภาพลวงตา บัดนี้นางกระจ่างแจ้งแก่ใจแล้วว่านางเป็นเพียงสตรีที่ถูกยัดเยียดเข้ามา เหิงหยางดีต่อนางขนาดนี้ก็นับว่าเขาเมตตานางมากแล้ว

“อาเหมย เจ้าไปเอาหนังสือรายการสินเดิมมาให้ข้าที”

“ฮูหยินต้องการทำไมหรือเจ้าคะ”

“ข้าต้องรายงานสาวใช้อย่างเจ้าทุกเรื่องเลยหรือ”

“ไม่ใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะรีบไปเอามาให้เจ้าค่ะ” อาเหมยกล่าวก่อนจะออกไปนำรายการทรัพย์สินของไป๋อวี้เจินจากพ่อบ้านมาให้

ไป๋อวี้เจินมองสาวใช้อย่างอาเหมย อีกฝ่ายไม่ใช่สาวใช้แต่เดิมของนาง เป็นเพียงสาวใช้ที่ตระกูลไป๋ในเมืองหลวงเป็นคนมอบให้นาง เพราะเสี่ยวซูของนางไม่เหมาะจะติดตามรับใช้ นางจึงถูกปลดปล่อยหนังสือค้าทาส ก่อนให้นางกลับบ้านเกิดที่เมืองชิงเหอ และความจริงใจของอาเหมยมันเทียบไม่ได้เลยกับเสี่ยวซูที่เติบโตมาพร้อมกับนาง

“เจ้าออกไปซื้อเป็ดย่างมาให้ข้าที ข้าอยากกินเป็ดย่าง นี่เงิน” ไป๋อวี้เจินกล่าวเพื่อจะไล่อาเหมยให้ไม่ต้องยุ่งกับนางสักพัก

รายการสินเดิมของไป๋อวี้เจินมีไม่เยอะเท่าไหร่นัก อย่างมากรวมแล้วก็คงไม่เกินหนึ่งพันตำลึง อีกทั้งตำลึงนี้มันเพียงเศษเงินของตระกูลไป๋ หากเป็นครอบครัวตระกูลขุนนาง เจ้าสาวที่มีสินสอดเพียงเท่านี้คงถูกรังเกียจอย่างมาก แต่ตระกูลเหิงคงไม่มีทางเลือกเท่าไหร่นัก จึงได้ยอมรับนางโดยง่ายถึงเพียงนี้

ไป๋อวี้เจินถอนหายใจ ที่ที่เคยคิดว่าจะเป็นเรือนพักไปชั่วชีวิต แท้จริงกลับไม่ใช่สถานที่ของนางเลยสักนิด เรื่องในวันหน้ายังไม่มาถึง แต่สิ่งที่ไป๋อวี้เจินไม่ปรารถนาที่สุดก็คือนางไม่อยากเป็นเช่นเดียวกับมารดา นางไม่อยากร้ายกาจ ไม่อยากทุกข์ระทมกับบุรุษที่ไม่ได้รัก ไป๋อวี้เจินเคยมีความฝันที่อยากจะหนีไปให้ห่างไกลจากทุกคน ใช้ชีวิตในแบบที่นางสามารถเลือกเองได้

เงินทองพวกนี้เห็นทีคงต้องเปลี่ยนเป็นเงินไซซีให้หมด เพียงแต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำทุกอย่างภายในครั้งเดียว และอีกอย่างไป๋อวี้เจินก็ยังอยากจะมีลูกสักคน นางอยากเลี้ยงพวกเขาให้เติบโต ไม่ให้เป็นเหมือนในหนังสือนั้น วิธีเดียวที่ทำได้คือนางจะต้องรอให้ฉู่ซินซินแต่งเข้ามาในจวนตระกูลเหิงเสียก่อน

ในนิยายเล่มนั้นระบุไว้ว่าเหิงหยางวางยาห้ามครรภ์กับนางมาโดยตลอด ตอนที่นางสามารถตั้งครรภ์ได้ก็เพระเขาต้องการให้นางตั้งครรภ์ เพื่อที่ฉู่ซินซินแต่งเข้ามาจะได้ไม่ต้องทานยาห้ามครรภ์ ด้วย เพราะตามธรรมเนียมที่อนุไม่อาจท้องก่อนภรรยาเอกได้

ไป๋อวี้เจินไม่ใช่คนโง่เขลา หากฉู่ซินซินแต่งเข้ามาในตอนที่ตระกูลฉู่ได้ล้างมลทินสำเร็จ ฐานะของนางย่อมต้องสูงอย่างมากจนกลบภรรยาเอกอย่างไป๋อวี้เจินอย่างที่เกิดขึ้นในนิยาย พระเอกอย่างเหิงหยางเมื่อยังไม่ได้ครอบครองฉู่ซินซิน เขาย่อมต้องทำเพื่อตระกูลฉู่จนแทบขาดใจ แต่หากนางแต่งเข้ามาในตอนที่ฐานะยังตกต่ำ หากว่าเหิงหยางได้ครอบครองนาง เขาอาจจะหมดความปรารถนาในการช่วยล้างมลทินตระกูลฉู่ก็เป็นได้ บุรุษก็เป็นเช่นนี้ทั้งนั้น…

ไป๋อวี้เจินไม่ได้เร่งร้อนที่จะลงมือ นางยังคงใช้ชีวิตปกติในชีวิตประจำวัน ด้วยการกินนอนอย่างปกติ ดื่มด่ำกับชีวิตภรรยาขุนนางที่วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร แถมเหิงฮูหยินก็ไม่ได้ชอบอะไรนางมากมาย ทั้งยังหวนแหนอำนาจดูแลจวน ไป๋อวี้เจินเองก็ไม่ได้คิดอยากจะแย่งงานเหิงฮูหยินมาทำ เพราะอย่างไรแล้วลูกสะใภ้ตระกูลเหิงก็ไม่ได้มีนางเพียงคนเดียว นางจึงมักจะเอาแต่ทำตัวขี้เกียจอยู่เสมอ

“เหตุใดเจ้าไม่รั้งรอข้าแล้วเล่า” เหิงหยางกลับมาถึงจวนก็เป็นช่วงเวลาพลบค่ำแล้ว เดิมทีเขาไม่ได้คิดอยากจะมาหาไป๋อวี้เจินสักเท่าไหร่นัก แต่ก็จนใจเพราะไม่ได้พบหน้านางมาเกือบเดือน หน้าที่ของสามีอย่างไรก็ไม่ควรจะให้ขาดตกบกพร่อง แต่ก่อนกลับเขาก็ส่งคนมาแจ้งแล้ว แต่เมื่อมาถึงเรือนของนางกลับเห็นนางดับเทียนนอนเสียแล้ว

“ทะ ท่านพี่มาแล้วหรือเจ้าคะ” เสียงงัวเงียกล่าว ไป๋อวี้เจินในชุดนอนสีขาว เรือนร่างของนางสมกับเป็นสตรีงาม ทรวงอกอวบอิ่มโผล่พ้นล้นเสื้อผ้าออกมา ช่วงเอวกิ่วขอดรับกับสะโพกพายชวนมอง แม้ว่าใจของเหิงหยางจะอยู่ที่ฉู่ซินซิน แต่เขาก็ยอมรับว่ารูปร่างหน้าตาของไป๋อวี้เจิน ชวนให้รู้สึกหลงใหลมากจริง ๆ

“เหตุใดนอนแล้วเล่า”

“ข้าเพียงแต่รู้สึกโกรธท่านพี่นิดหน่อยเจ้าค่ะ” ไป๋อวี้เจินกล่าว ความจริงนางไม่ได้โกรธอะไรเขา เพียงแต่อยากจะสร้างเรื่องราวเล็กน้อยให้เขาทราบถึงความรู้สึกของนาง เพื่อทำให้นางดูเป็นคนซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก

“โกรธอะไรข้าหรือ” เหิงหยางดึงไป๋อวี้เจินมากอดปลอบ สตรีก็เป็นเช่นนี้ ไม่ได้พบหน้ากัน ไม่ได้คุยกันหลายวัน นางก็คงจะรู้สึกโกรธ น้อยใจบ้าง แต่ไป๋อวี้เจินไม่ใช่สตรีไร้เหตุผล นางเรียบง่าย ไม่สร้างปัญหา ความวุ่นวายให้กับเหิงหยางเลยแม้แต่น้อย ลึกลงไปในใจเขาจึงรู้สึกเอ็นดูนางอยู่บ้าง

“หากท่านพี่มีสตรีในใจอยู่แล้ว เหตุใดไม่ยอมบอกข้าดี ๆ เล่าเจ้าคะ จะให้นางไปลำบากอยู่ด้านนอกทำไมกัน” ไป๋อวี้เจินกล่าว

ตัวของเหิงหยางแข็งค้างชั่วขณะ ใบหน้าที่เคยประดับรอยยิ้มก็เลือนหายไป แววตาของเขาดูมีร่องรอยแห่งความโกรธ ไป๋อวี้เจินก้มศีรษะลงเล็กน้อยคล้ายรู้สึกผิด

“ข้ารู้ว่าเรื่องนี้ท่านถือสาอย่างมาก และข้าก็ไม่ควรสอดมือไปยุ่งเรื่องของท่าน เดิมทีหลังจากที่ข้าทราบ ใจของข้าก็รู้สึกหึงหวงท่าน และไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เมื่อได้รู้ความจริงเกี่ยวกับความรักของพวกท่าน ความลำบากที่ท่าน และนางได้รับ ข้ากลับกลายเป็นคนที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกท่าน ท่านพี่ ข้ากลับเห็นใจพวกท่าน ท่านแต่งนางเข้ามาเถิด ข้าไม่มีทางขัดขวางพวกท่าน หรือทำร้ายพวกท่านอย่างแน่นอน” ไป๋อวี้เจินกล่าวยืดยาวอย่างร้อนรน นางแสร้งทำท่าเกรงกลัวว่าเขาจะเข้าใจเจตนาของนางผิดไป ท่าทางของไป๋อวี้เจินทำให้เหิงหยางแปลกประหลาดใจยิ่งนัก

“เจ้ารู้ได้อย่างไร ใครบอกเจ้าเรื่องนี้” เหิงหยางกล่าวท่าทางของเขาดูกระวนกระวานใจ จิตใจของเขาจดจ่อไปที่หญิงรับใช้ปากมากของไป๋อวี้เจิน เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าสตรีตรงหน้ากำลังยกยิ้มมุมปาก นางมองเขาก็รู้ว่าความคิดของเขาเป็นอย่างไร หากว่าเหิงหยางเอาความโกรธไปลงที่อาเหมย บางทีนี่อาจเป็นการจัดการอาเหมยได้ อย่างน้อยหากเป็นหญิงรับใช้เป็นคนตระกูลเหิงก็นับว่าดีกว่าหญิงรับใช้จากตระกูลไป๋นัก

“ท่านพี่อย่าได้โกรธเลย ข้าไม่ได้คิดร้ายต่อท่าน และคุณหนูฉู่เลยแม้แต่น้อย หลายวันมานี้ข้าพยายามทำความเข้าใจเรื่องราวของพวกท่าน และข้าเองก็รู้ว่าข้ามาทีหลัง ข้าไม่อยากให้ท่านเทียวไปเทียวมาเช่นนี้ หากผู้อื่นทราบ ชื่อเสียงคุณหนูฉู่จะเป็นอย่างไร” ไป๋อวี้เจินกล่าว

เหิงหยางรู้สึกร้อนผ่าวไปด้วยความโกรธ นางคิดจะเอาชื่อเสียงของฉู่ซินซินมาบีบบังคับเขาหรืออย่างไร หากให้ฉู่ซินซินแต่งเข้ามาตอนนี้ที่ตระกูลฉู่ยังไม่พ้นมลทิน ฐานะของฉู่ซินซินจะต้อยต่ำนัก แต่เมื่อพิจารณาดี ๆ ไป๋อวี้เจินก็ไม่ได้มีนิสัยร้ายกาจ ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไร ปฏิบัติต่อนางอย่างไร นางไม่เคยกระด้างกระเดื่องต่อเขาเลยสักครั้ง มีเพียงรอยยิ้มที่ตอบรับเขาเสมอ

“ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้าเจตนาดี”

“ท่านพี่ ข้าแต่งงานผูกผมกับท่านนับว่าเป็นวาสนา เพียงแต่ข้ายังไม่ตั้งครรภ์ เกรงว่าอีกไม่นานท่านแม่ก็ต้องเร่งรัดเรื่องรับอนุของท่านพี่ ทำให้ข้าคิดไม่ตกกับเรื่องนี้มาโดยตลอด ข้าเติบโตมากับการที่ท่านพ่อมีภรรยามาก ชีวิตวุ่นวาย ข้าไม่อยากอยู่ในสภาพเช่นนั้น ไม่สู้สนับสนุนท่าน อย่างน้อยหากข้าไม่ดื้อรั้น ท่านก็คงยังเมตตาข้าอยู่บ้าง อีกอย่างคุณหนูฉู่ผู้นั้นเป็นผู้มีความรู้กว้างขวาง ทั้งยังเกิดในตระกูลใหญ่ นางย่อมให้ความช่วยเหลือท่านได้มาก มากกว่าข้าที่ไร้ประโยชน์” ไป๋อวี้เจินกล่าวอย่างนอบน้อม น้ำตาของนางคลอนวย ท่าทางของนางดูน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง คำพูดของนางทำให้เหิงหยางอดรู้สึกคันยุบยิบไม่ได้ อย่างไรนางก็เป็นภรรยาของเขา

“ซินเอ๋อร์นางคงไม่ยอม”

“ท่านพี่ หากจะให้ข้าหย่าเพื่อให้พวกท่านได้สมรักกัน ข้าก็คิดว่าข้านั้นไม่อาจทำไม่ได้จริง ๆ เพราะข้าไม่มีบ้านเดิมให้กลับ ตระกูลไป๋คงไม่เอาหลานสาวอย่างข้า ท่านพ่อคงไม่ต้อนรับข้า อีกอย่างคุณหนูฉู่ในตอนนี้ไม่มีทางเลือกมากนัก อย่างน้อยแต่งเป็นภรรยารองของท่านนับว่าดีที่สุดแล้ว เหตุใดนางถึงจะไม่ยอมเล่า นางรังเกียจข้าหรือ ตะ แต่ข้าไม่คิดจะรังแกนางแน่นอน”

“นางเคยหมั้นหมายเป็นภรรยาเอกข้า แต่กลับเป็นได้แค่ภรรยารอง” เหิงหยางกล่าวด้วยหัวใจอันบอบช้ำเมื่อนึกถึงวันวาน

“ท่านพี่ย่อมมีความลำบากใจ แม้ว่าผู้คนจะไม่อยากยุ่งกับตระกูลขุนนางต้องโทษ แต่ท่านสามารถใช้ข้อแก้ตัวว่าท่านเป็นคนรักษาสัจจะสัญญา แม้ไม่อาจมอบฐานะภรรยาเอกได้ ก็ยังสามารถมอบฐานะภรรยารองได้ ข้าจะจัดการแต่งให้กับพวกท่านดีหรือไม่ อาจจะไม่ได้ใหญ่โต แต่แค่เฉพาะภายในเรือน”

“เจ้าไม่เข้าใจ”

“แต่นางก็อายุวัยออกเรือนแล้วไม่ใช่หรือท่านพี่ หากปล่อยเวลาล่วงเลยไปจะทำอย่างไร” ไป๋อวี้เจินกล่าวกระแทกความรู้สึกของเหิงหยาง เขาพยายามรวบรวมหลักฐานเพื่อล้างมลทินให้ตระกูลฉู่ แต่มันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด หากปล่อยวันเวลาต่อไปจะทำอย่างไร อีกอย่างนั้นแม้ว่าฉู่ซินซินจะสามารถหวนคืนสู่ตำแหน่งคุณหนูตระกูลขุนนางได้ แล้วอย่างไร เขาสามารถหย่าขาดกับภรรยาที่ไร้ความผิดอย่างไป๋อวี้เจินได้หรือ

“ข้าจะคิดดูก่อน”

“ให้ข้าช่วยพูดไหมเจ้าคะ อย่างน้อยนางอาจจะได้เห็นความจริงใจของข้า”

“เจ้าแน่ใจหรือ”

“แน่ใจเจ้าค่ะท่านพี่ ขอเพียงวันหน้าท่านเมตตาข้า อย่าทำกับข้าเหมือนที่ท่านพ่อของข้าทำกับท่านแม่ของข้าก็พอ” ไป๋อวี้เจินกล่าว แววตาของนางสะท้อนออกจากความรู้สึกแท้จริง มันมีทั้งความจริง และคำโกหก แต่เหิงหยางนั้น เขากลับเชื่ออย่างสนิทใจ ก่อนแต่งงานเขาก็สืบเรื่องราวของไป๋อวี้เจินมาแล้ว นางไม่ถนัดการเรียนเท่าไหร่นัก แต่ความชอบของนางคือการอ่านหนังสือ ชีวิตของนางยากลำบาก แม้เป็นบุตรสาวภรรยาเอก แต่ชีวิตกลับเทียบกับบุตรสาวอนุไม่ได้ บิดาของนางรักหลงอนุกับบุตรสาวที่เกิดจากอนุมากกว่า คำพูดของนางในตอนนี้เลยดูมีน้ำหนักชวนให้น่าเชื่อถือยิ่งนัก

“ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่มีจุดประสงค์ร้าย พรุ่งนี้จะพาเจ้าไปพบนาง”

“เจ้าค่ะท่านพี่” ไป๋อวี้เจินกล่าว ลึกในใจของนางย่อมเจ็บปวดนัก ภรรยาเอกจะต้องไปพบอนุภรรยานอกจวน เพื่อขอร้องให้นางแต่งเข้ามาภายในจวนเช่นนั้นหรือ แต่เอาเถอะ ทุกอย่างมันไม่ใช่ของนาง พระเอกย่อมต้องคู่กับนางเอก นางร้ายอย่างนางย่อมไร้ประโยชน์

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   ตอนพิเศษ คืนเข้าหออันเร้าร้อน

    ตอนพิเศษคืนเข้าหออันเร้าร้อนห้องนอนกว้างขวางที่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยผ้าแพรสีแดงงดงามสำหรับใช้เป็นห้องหอควรจะมีบรรยากาศหวานซึ้งเพื่อรอต้อนรับคู่แต่งงาน แต่บัดนี้นั้นทั่วทั้งห้องกลับปกคลุมไปด้วยความเงียบ หลังจากที่ฟางฮวาส่งบุตรชาย และบุตรสาวให้กับบิดาและมารดาของสามีห้องหอแห่งนี้ก็ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยความเงียบที่ยังโรยตัวอยู่รอบกายสั่งให้ฟางฮวารู้สึกอึดอัดจนทนต่อไปไม่ไหว นางรู้ดีว่าสามีนั้นมีท่าทีเช่นนี้ด้วยเหตุใด ฟางฮวาที่ตอนนี้ที่กลายเป็นหลี่ฮูหยินมองแผ่นหลังแข็งแกร่งกำยำด้วยความรู้สึกขบขันระคนเอ็นดู ของสามีที่ตัวก็ใหญ่โตถึงเพียงนี้เหตุใดจึงใจน้อยนัก“ท่านพี่ ท่านกังวลสิ่งใดกันเจ้าคะ” นางเอ่ยถามสามีด้วยน้ำเสียงแว่วหวาน ฟางฮวาเดินมาซ้อนอยู่ด้านหลังของผู้ที่พึ่งร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกันมาหมาด ๆ อย่างออดอ้อนแต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ หลี่เจี้ยนหย่งยังทำตัวไม่ไหวติ่ง คงมีเพียงเสียงหายใจฟึดฟัดเท่านั้นที่บ่งบอกว่าบุรุษผู้นี้ยังมีความรู้สึกนึกคิดอยู่บ้าง“ท่านพี่เจ้าคะ หากเป็นเรื่องของผู้นั้น ฟางเอ๋อร์สาบานต่อท่านว่าข้ามิคิดกลับไป ต่อให้วันข้างหน้าท่านจะเปลี่ยนใจไปจากข้า ข้าก็จะมิมีทาง

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 37 ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน จบ

    บทที่ 37ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน จบ“นายหญิง ท่านจะไม่ให้ข้าติดตามไปเมืองหลวงด้วยหรือเจ้าคะ” เสี่ยวซูกล่าวน้ำเสียงเศร้า เหตุเพราะนางไม่ได้ติดตามไปเมืองหลวง เพราะการคงอยู่ของนางอาจจะเป็นการเปิดเผยตัวตนของนายหญิง แต่นางดูแลรับใช้นายหญิงมานานแล้ว นางไม่อยากพรากจากนายหญิงของนางไปไหนเลย“หลันเอ๋อนางตั้งครรภ์แล้ว เจ้าก็ต้องเลี้ยงหลานสิ อีกอย่างร้านเมี่ยนเซียงต้องมีช่วยกันดูแล พวกเจ้าอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน ทำงานมีกิจการร่วมกัน วันหน้าค่อยไปเยี่ยมข้าที่เมืองหลวงก็ยังไม่สาย” ฟางฮวากล่าวกับเสี่ยวซูตอนนี้เสี่ยวซาน และหลันเอ๋อใช้ชีวิตร่วมกันจนกระทั่งนางตั้งครรภ์แล้ว หมี่เจี่ยวนางกำลังจะเป็นพี่สาว อีกทั้งกิจการร้านขนมทุกอย่างนางก็ถ่ายทอดให้พวกเขาไปจนหมดแล้ว วันหน้าพวกเขาเป็นเจ้าของกิจการ มีเรือนพักอาศัย เป็นเจ้านายไม่ต้องรับใช้ใครแล้ว เช่นนี้นางก็สุขใจยิ่งนัก“แต่ข้าอยู่กับนายหญิงมาตั้งนาน”“คนเราย่อมมีวันจากลา แต่เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีก เจ้าต้องเป็นท่านป้า เป็นเถ้าแก่เนี้ยแล้ว ต่อไปก็ตั้งใจขยันทำมาหากินเล่า จะได้เลี้ยงหลาน เผื่อวันหน้าเจอบุรุษที่ถูกใจก็เลี้ยงดูเอาไว้สักคน”“นายหญิงท่านพูด

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 36 ความขัดแย้งในตระกูลเหิง

    บทที่ 36ความขัดแย้งในตระกูลเหิงณ ตระกูลเหิงในเมืองหลวงเวลาผ่านไปเนิ่นนานหลังจากที่ไป๋อวี้เจินตายจากไป เหิงหยางที่เคยคิดว่านางหนีหายไปตามที่ฉู่ซินซินบอก ตอนนี้เขาก็ไม่เชื่อเช่นนั้นอีกแล้ว ฉู่ซินซินที่เคยน่ารักอ่อนหวาน กลับแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเช่นเดิมนางเอาแต่พูดถึงตระกูลของตนเอง ทั้งที่ความผิดนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะจัดการได้ ท้ายที่สุดความรักที่เคยมีให้กับฉู่ซินซินก็เบาบางลงไป มันกลายเป็นความเบื่อหน่าย“เจ้าคิดเรื่องคุณหนูตระกูลมู่หรือยัง แม่คิดว่านางนั้นเหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก” เหิงฮูหยินกล่าวกับบุตรชายตอนที่ไป๋อวี้เจินตายไปก็ต้องไว้อาลัยให้นางนานถึงหนึ่งปี ฉู่ซินซินเป็นเพียงอนุ จะให้ยกมาเป็นภรรยาเอกก็คงไม่เหมาะ ข่าวลือเรื่องที่ไป๋อวี้เจินตายนางก็มีส่วนเกี่ยวข้องไม่น้อย ตระกูลไป๋ไม่มีทางยกนางมาเป็นภรรยาเอก“แล้วแต่ท่านแม่ขอรับ” เหิงหยางตอบกับมารดาเขาไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้อีกต่อไป เรือนหลังของเขาจำเป็นต้องมีสตรีที่เหมาะสมมาเป็นภรรยา เวลาผ่านมานานถึงสามปี มันนานมากพอแล้วจริง ๆ เขาจำเป็นต้องเติบโตในหน้าที่การงาน คุณหนูมู่หลิงเยว่เป็นสตรีที่เหมาะสม นางมีรูปโฉมงดงาม เฉลียวฉล

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 35 ง้อ

    บทที่ 35ง้อ“ฮือออ ท่านแม่เจ็บ ท่านแม่ร้อง” คุณหนูหลี่ฟางชิงตัวน้อยในตอนนี้ที่เติบโตจนอายุขวบกว่าแล้ว กำลังร้องไห้อยู่หน้าเรือนของมารดาอย่างน่าสงสาร“คุณหนูไม่ต้องร้องนะเจ้าคะ ท่านแม่ของคุณหนูกำลังจะมีน้อง มันอาจจะเจ็บบ้าง แต่ไม่มากหรอกเจ้าค่ะ” ต้าหนิวกล่าวปลอบคุณหนูน้อย เมื่อเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมารดา ทำให้คุณหนูน้อยต้องตระหนก ครั้นจะพากลับเรือน คุณหนูก็ไม่ยอมกลับ“ไม่ต้องกลัวไปหรอกลูก” เสียงของใครบางคนดังขึ้น เด็กน้อยหันมาตามเสียงก่อนจะพบชายแปลกหน้า หน้าตามีหนวดเครารุงรัง หน้าตาน่ากลัวยิ่ง สองเท้าเล็ก ๆ รีบหนีไปทางด้านหลังของต้าหนิว“บิดาของเจ้าเอง”“ทะ ท่านแม่ทัพ” ต้าหนิวที่พอจะจดจำท่านแม่ทัพได้ อีกฝ่ายสวมชุดเกราะเต็มตัว ใบหน้าดำคล้ำ ทั้งยังมีแต่หนวดเคราเต็มไปหมด เนื้อตัวมีกลิ่นเหม็นจนนางต้องนิ่วหน้า“นางเข้าไปนานหรือยัง”“สองชั่วยามแล้วเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นข้าไปอาบน้ำก่อน” หลี่เจี้ยนหย่งกล่าวเขาเห็นสีหน้าต้าหนิวก็พอจะเข้าใจความลำบากของนาง ชุดเกราะพวกนี้ไม่ได้ถอดง่าย อยู่ในสนามรบที่ต้องต่อสู้ ระมัดระวังตัวตลอดเวลา คิดดูแล้วเขาก็ไม่ได้อาบน้ำมานานร่วมเดือนแล้ว“เดี๋ยวพ่อมาหาเจ้า

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 34 โกธรเคือง

    บทที่ 34โกธรเคือง“ฮือออ แงงง” เสียงร้องไห้โยเยของหลี่ฟางชิงที่ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงบิดามารดาทะเลาะกัน เด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำที่ต้องประสบพบกับความตกใจมาแล้วหลายครั้งตื่นมาร้องสะอึกสะอื้นจนตัวโยน หลี่เจี้ยนหย่งมองหน้าภรรยาด้วยความเคืองขุ่นใจ แต่เขาก็ตรงมาหาบุตรสาวตัวน้อยที่ยกมือรอให้บิดามาอุ้ม“ไม่ร้องนะเด็กดีของพ่อ” หลี่เจี้ยนหย่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนฟางฮวามองภาพตรงหน้าคล้ายจะได้สติ นางพูดแรงไปใช่หรือไม่ หากหลี่เจี้ยนหย่งไม่รักลูกของนางจริง เขาจะเดือดดาลขนาดนั้นได้อย่างไร นางพูดไปเมื่อครู่ก็เท่ากับเป็นการดูหมิ่นเจตนาของเขาใช่หรือไม่ ฟางฮวารู้สึกปวดหนึบในใจหลี่เจี้ยนหย่งนั่งปลอบประโลมบุตรสาวจนกระทั่งนางหลับไปอีกครั้ง ทั้งสองสามีภรรยาจ้องมองหน้ากัน ฟางฮวารู้ความผิดของตัวเองดี“ท่านพี่ ข้าขออภัยที่พูดจาไม่ดีกับท่าน” ฟางฮวากล่าวแต่หลี่เจี้ยนหย่งยังคงโกรธเคือง เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น“ข้าขอโทษ ข้าเพียงแค่เครียดเรื่องลูกมากไปก็เท่านั้น”“แล้วเจ้าเครียดเป็นคนเดียวหรือ ข้าเลี้ยงนาง นางเรียกข้าว่าท่านพ่อ เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนอย่างไร เจ้าหลอกลวงข้า ข้าก็ไม่โกรธ ทั้งยังยอมรับอย่างเต็มใ

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 33 เพราะนางไม่ใช่ลูกท่านหรือ

    บทที่ 33เพราะนางไม่ใช่ลูกท่านหรือหลี่เจี้ยนหย่งหยิบกระบี่ที่ซ่อนไว้ในจวนก่อนจะเดินตรงไปยังจวนตระกูลฉิน กล้าดียิ่งนักที่กล้าทำร้ายคนของเขา กล้าจับตัวลูกของเขาไป เดิมทียังคิดจะต่อลมหายใจให้คนตระกูลฉินอยู่บ้าง แต่เห็นทีความตายเท่านั้นที่เหมาะสมสำหรับพวกมัน“บังอาจ เจ้ากล้าดีอย่างไรมายืนถือกระบี่หน้าจวนตระกูลฉินแห่งนี้” ข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่เป็นยามกล่าว พลางขวางประตูไว้ หลี่เจี้ยนหย่งใช้กระบี่อันแหลมคมฟาดร่างของทั้งคู่จนเกิดร่องรอยโลหิต กระบี่แหลมคม ไม่สร้างแผลที่น่ากลัว แต่กลับบาดลึกจนถึงกระดูก“อ๊ากกกก”ทหารยามทั้งสองล้มลงกับพื้นก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หลี่เจี้ยนหย่งถีบประตูเข้าไปด้านใน เขาตรงไปยังเรือนใหญ่ ข้ารับใช้มากมายต่างเข้ามาขวางเขา แต่กลับถูกหลี่เจี้ยนหย่งจัดการได้โดยง่ายเขาอยู่ในกองทัพมาตั้งแต่เด็ก ฝีมือของทหารยามพวกนี้นับว่าไม่ได้ครึ่งกับที่เขาเจอมาด้วยซ้ำ ต่อให้พวกมันเข้ามารุม แต่หลี่เจี้ยนหย่งก็เร็วกว่ามาก ทั้งยังลงมือโหดเหี้ยมโดยไร้ความปราณี คนในจวนตระกูลหลี่ของเขายังไม่ได้รับความปราณี ทั้งที่มีแต่สตรี พวกมันก็ยังกล้าลงมือ เช่นนั้นแล้วเหตุใดเขาจะต้องปราณีพวกมั

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 5 จัดเตรียมงานแต่ง

    บทที่ 5จัดเตรียมงานแต่ง“ท่านพี่ วันนี้ข้าจะออกไปนอกจวนหน่อยนะเจ้าคะ”ไป๋อวี้เจินแจ้งแก่สามีตามปกติ หากนางจะออกไปไหนมาไหน แต่นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่ไป๋อวี้เจินจะออกไปนอกจวน เหิงหยางหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ ส่วนใหญ่ไป๋อวี้เจินมักจะออกไปวัดเพื่อทำบุญในวันสำคัญเท่านั้น“ไปไหนหรือ”“ข้าตั้งใจจะไปด

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 4 แผนการสำเร็จ

    บทที่ 4แผนการสำเร็จ“ข้าไม่แต่ง !!”เสียงของฉู่ซินซินดังขึ้นมา นางวิ่งเข้ามาในโถงใหญ่น้ำตาคลอเหมือนถูกใครรังแก เหิงหยางเองก็วิ่งตามมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก ไป๋อวี้เจินหันไปมองฉู่ซินซินที่กำลังร้องไห้ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายเด็กสาวไม่ประสา ดวงตาเรียวเล็ก จมูกโด่งเป็นสันเล็กน

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 3 สู่ขอฉู่ซินซินมาเป็นอนุภรรยา

    บทที่ 3สู่ขอฉู่ซินซินมาเป็นอนุภรรยารุ่งขึ้นในอีกวัน ไป๋อวี้เจินแต่งกายด้วยอาภรณ์เรียบง่าย นางไม่ได้สวมใส่เครื่องประดับราคาแพง แต่ก็ไม่ได้ใช้ของธรรมดาจนเกินไปนัก ทั้งยังสวมใส่ชุดสีอ่อนให้ดูยังเยาว์วัย สดใส และเป็นมิตร ในนิยายเล่มนั้นบรรยายว่านางมีรูปลักษณ์งดงาม ยามที่เหิงหยางพาไป๋อวี้เจินไปเหยียบย

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 1 เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้น

    บทที่ 1เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้นปึก!เสียงหนังสือเล่มน้อยร่วงหล่นออกจากมือของไป๋อวี้เจิน ใบหน้างดงามของนางซีดเซียวไร้สีสันในชั่วระยะเวลาฉับพลัน เดิมทีนางคิดว่าหนังสือเล่มนี้ที่ได้จากขอทานน้อยในตรอกทางตะวันตกเป็นเพียงหนังสือนิยายที่ใครบางคนคิดจะเล่นตลกกับนางเท่านั้น แต่ใครจะคิดเมื่อนางได้อ่านมาเร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status