홈 / รักโบราณ / ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน / บทที่ 5 จัดเตรียมงานแต่ง

공유

บทที่ 5 จัดเตรียมงานแต่ง

last update 게시일: 2026-06-02 19:41:21

บทที่ 5

จัดเตรียมงานแต่ง

“ท่านพี่ วันนี้ข้าจะออกไปนอกจวนหน่อยนะเจ้าคะ”

ไป๋อวี้เจินแจ้งแก่สามีตามปกติ หากนางจะออกไปไหนมาไหน แต่นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่ไป๋อวี้เจินจะออกไปนอกจวน เหิงหยางหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ ส่วนใหญ่ไป๋อวี้เจินมักจะออกไปวัดเพื่อทำบุญในวันสำคัญเท่านั้น

“ไปไหนหรือ”

“ข้าตั้งใจจะไปดูเครื่องเรือนใหม่ ๆ กับผ้าไหมดี ๆ สักหลายพับ จะได้เตรียมรับน้องสาวอย่างไรเจ้าคะ ไท่ฮูหยินตกลงแล้ว อีกไม่นานก็คงจะได้มีวันมงคล” ไป๋อวี้เจินกล่าวด้วยท่าทางกระตือรือล้น นางเองก็อยากรู้นักว่าหลังจากที่อีกฝ่ายเข้าจวนมาแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง

“เรื่องนี้ยังไม่แจ้งผู้ใหญ่ในจวนเลย เจ้าไม่กลัวหรืออย่างไร”

“เรื่องนี้ให้ท่านพี่เป็นคนบอกเถอะเจ้าค่ะ ข้ากลัวโดนท่านแม่ตำหนิ”

“เจ้านี่นะ”

“ท่านพี่เพียงพูดถึงเรื่องคุณธรรม การรักษาสัญญาก็พอเจ้าค่ะ ท่านเป็นคนมีคุณธรรม เป็นที่ชื่นชมของคนหมู่มาก แม้ว่าตระกูลฉู่จะต้องโทษ ก็ไม่มีใครคิดตำหนิท่านอย่างแน่นอน”

ไป๋อวี้เจินกล่าวพลางยิ้มแย้ม สตรีที่กำลังจัดการเรื่องรับอนุให้สามี ไฉนต้องอารมณ์ดีถึงเพียงนี้

“เจ้าอารมณ์ดีเหลือเกินนะ”

“ก็เห็นท่านพี่มีความสุข แล้วข้าจะไม่ยินดีได้อย่างไรเจ้าคะ”

ไป๋อวี้เจินออกจากจวนไปพร้อมกับอาเหมย สิ่งที่นางทำก็คือการเดินเข้าร้านเครื่องประดับก่อนจะซื้อชุดเครื่องประดับหลายชุดด้วยการลงบัญชีของสามี ผ้าไหมหลายพับก็ถูกเลือกสรรอย่างดี คุณหนูฉู่มีรูปร่างหน้าตาน่ารักสดใส นางย่อมไม่เหมาะกับเสื้อผ้าสีเข้มเท่าไหร่นัก

“ฮูหยินเหตุใดต้องซื้อของให้อนุมากมายขนาดนี้ด้วยเจ้าคะ ฐานะนางต่ำต้อยขนาดนั้นใช่เรื่องที่ท่านต้องมานั่งใส่ใจด้วยหรือ”

อาเหมยกล่าวกับไป๋อวี้เจินด้วยความไม่เข้าใจ ตั้งแต่แต่งเข้ามาตระกูลเหิง ฮูหยินแทบไม่ใช้เงินอะไรมากมาย แต่นี่เพียงแค่อนุเข้าจวนมาคนเดียวกลับซื้อของขวัญเตรียมให้มากมาย เท่ากับเงินรายได้ทั้งปีของฮูหยินด้วยซ้ำ

“เจ้าอย่าได้พูดจาล่วงเกินคุณหนูฉู่เด็ดขาด หากท่านพี่ทราบข้าก็ปกป้องเจ้าไม่ได้หรอกนะ” ไป๋อวี้เจินเอ่ยอย่างตำหนิ

อาเหมยเป็นคนฉลาด แต่ไม่ค่อยเฉลียวสักเท่าไหร่ แต่ที่นางพูดเช่นนี้ก็เพราะในร้านผ้าต่างมีฮูหยินตระกูลผู้ดีหลายคนที่มองมาทางนาง ไป๋อวี้เจินเลือกเข้าร้านผ้าที่ดีที่สุดในเมืองหลวง แต่กลับซื้อผ้าราคาไม่แพงในร้านนี้ ที่นางทำก็ตั้งใจให้คนสงสัยนางเท่านั้น ไม่ว่าใครที่มาที่นี่ หากไม่ร่ำรวยจริง ๆ ก็คงจะมีงานพิธีอะไรที่จะเกิดขึ้น แต่ไม่คิดว่าอาเหมยจะพูดออกมา ไป๋อวี้เจินจึงได้เจตนาเอ่ยชื่อคุณหนูฉู่ออกมา

ในเวลาสองปีไป๋อวี้เจินแน่ใจว่าเรื่องราวของคนทั้งคู่ยังไม่ถูกลืมเลือนไปจากผู้คนในเมืองหลวงแน่นอน หากฉู่ซินซินจะได้แต่งเข้ามา มันต้องไม่ง่ายขนาดนั้น ในนิยายตอนนั้นที่ฉู่ซินซินแต่งเข้ามานั้นมีแต่ถ้อยคำสรรเสริญ แต่ครั้งนี้มันจะไม่เหมือนในนิยายเล่มนั้นแน่นอน

ไป๋อวี้เจินเดินในตลาดก่อนที่จะหันไปสั่งให้อาเหมยไปซื้อเป็ดย่างที่นางชอบทาน ก่อนที่ไป๋อวี้เจินจะฉวยโอกาสที่อาเหมยไม่อยู่ข้างกาย นางตรงเข้าไปยังโรงรับจำนำก่อนจะใช้ตั๋วเงินแลกเงิน ไซซีจำนวนหนึ่ง เงินไซซีเนื้อทองบริสุทธิ์ มูลค่าราคาสูงลิบ แต่กลับมีก้อนขนาดเล็ก ไป๋อวี้เจินตั้งใจจะใช้เงินไซซีนี้ในการหลบหนีในอนาคต

วันเวลาผ่านไปกำหนดการแต่งฉู่ซินซินเข้ามาเป็นอีกสองเดือนข้างหน้า ไป๋อวี้เจินถูกเรียกไปตำหนิอยู่ครั้งหนึ่งที่ทำอะไรไม่บอกผู้ใหญ่ นางเพียงอ้างเหตุผลว่าต้องการให้ท่านพี่มีความสุข และเพราะนางร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถมีลูกให้ท่านพี่ได้ ทุกอย่างจึงได้ราบรื่น แต่คิดไปคิดมา แม่สามีผู้นี้ก็ไม่ค่อยพอใจนางสักเท่าไหร่ ฉู่ซินซินในสายตาของยายเฒ่าคงจะดีกว่านางมาก อีกอย่างเรื่องของคนตระกูลฉู่ก็ไม่อยู่ในความสนใจของผู้คนแล้ว ขนาดเรื่องที่นางออกไปซื้อข้าวของเตรียมต้อนรับอนุ ยังไม่ได้รับความสนใจจากผู้คนในเมือง ไป๋อวี้เจินจึงไม่ได้คิดจะไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับฉู่ซินซินอีก นางเพียงจัดการเรื่องเรือนพักให้กับอีกฝ่ายอย่างดี ดีเสียยิ่งกว่าเรือนพักของนางด้วยซ้ำ เครื่องเรือนอะไรก็ล้วนเป็นของดีทั้งสิ้น ไป๋อวี้เจินไม่ได้อยากมีปัญหากับฉู่ซินซินนัก ด้วยสติปัญญาความสามารถเกรงว่าอีกฝ่ายจะเหนือกว่ามากนัก คงไม่เหมาะจะต่อสู้กันตรง ๆ

“อ๊ะ” เสียงร้องตกใจของไป๋อวี้เจินดังขึ้น

นางเสถอยหลังอย่างไม่ระวังจนไปสะดุดกับไม้ที่ขวางอยู่หลังเท้าจนเสียหลักจวนจะล้มลง

เหิงหยางที่เพิ่งกลับมาถึงก็พลันตกใจรีบเข้ามาช่วยประคอง ไป๋อวี้เจินยิ้มให้กับสามีของตนเองอย่างขอบคุณ ใบหน้าของนางมีเหงื่อผุดพราย พวงแก้มแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่านางอยู่ที่มาสักพัก อากาศร้อนเช่นนี้นางยังมาอยู่ในพื้นที่ที่กำลังก่อสร้างอีกทำไม

“ทำอะไรไม่ระวัง แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่เล่า”

“ข้าเพียงเป็นห่วงว่างานจะไม่เรียบร้อยเจ้าค่ะ ท่านพี่”

“อากาศร้อนถึงเพียงนี้ ไฉนต้องวุ่นวายด้วย ข้ารับใช้ก็มีอยู่ทั่วจวน” เหิงหยางกล่าวด้วยความเป็นห่วง

ไป๋อวี้เจินนางเป็นสตรีที่บริสุทธิ์เหลือเกิน จิตใจของนางใสซื่อเต็มไปด้วยความดีงาม ทั้งที่นางดีถึงเพียงนี้เขากลับมอบยาห้ามครรภ์ให้แก่นาง แต่ระยะหลังมานี้เหิงหยางก็ไม่ได้มอบยาพวกนั้นให้นางแล้ว ทั้งยังค้างคืนกับนางด้วยความพยายามอย่างมาก เพื่อให้นางตั้งครรภ์ หากว่าเขาแต่งฉู่ซินซินเข้ามาแล้ว นางจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างเงียบเหงา อย่างไรนางก็เป็นภรรยาเอกของเขา ยิ่งคิดสายตาที่มองมาทางไป๋อวี้เจินก็ยิ่งอ่อนลง

“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ท่านพี่”

ไป๋อวี้เจินอาบน้ำอยู่ในอ่างใบใหญ่ด้วยความเหนื่อยล้ามานานนับเดือน ยามกลางวันนางต้องปั้นหน้าเป็นภรรยาที่แสนดี เตรียมทุกอย่างเพื่ออนุแสนรักของสามี งานแต่งที่ดูจะยิ่งใหญ่กว่างานแต่งของตนเองด้วยซ้ำ ยามกลางคืนก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่นักว่า เหิงหยางปรารถนาบ้ากามมาแต่แห่งหนใด ถึงได้เคี่ยวกรำนางทุกคืน ทั้งที่เขาไม่เคยทำมากมายขนาดนี้

สิ่งที่นางทำคนภายนอกต่างก็คิดว่านางโง่เขลา แสนดีผิดที่ผิดทาง แต่การที่นางทำเช่นนี้ย่อมสร้างความไม่พอใจให้ผู้ใหญ่ในตระกูลเหิงนัก สตรีที่เป็นเพียงอนุ แต่กลับตีตนเสมอภรรยาเอกตั้งแต่ยังไม่เข้าจวน เหิงหยางเป็นคนฉลาด แต่เขากลับไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าเครื่องเรือน ข้าวของ หรือแม้แต่การจัดสวน ไป๋อวี้เจินเจตนาทำให้ดีกว่าเรือนพักอาศัยของตน เพื่อให้เกิดความแตกต่าง วันหน้านางจะสนับสนุนให้ฉู่ซินซินออกงานเคียงข้างสามี อย่างน้อยในวันที่นางจากไป ต่อให้ตระกูลฉู่ล้างมลทินให้ตนเองสำเร็จ ก็จะไม่มีวันที่ ฉู่ซินซินจะพ้นมลทินในเรื่องนี้อย่างแน่นอน

ในระหว่างที่ไป๋อวี้เจินกำลังแช่น้ำอยู่นั้นก็มีชายผู้หนึ่งย่างกายเข้ามา

“ข้าอาบน้ำด้วยได้หรือไม่” เหิงหยางกล่าวเสียงทุ้ม เขาเปลือยกายล้อนจ้อนเปลือยเปล่า ปีนเข้ามาในถังน้ำ

ไป๋อวี้เจินหน้าแดงก่ำมองแท่งหยกของเขากำลังชี้หน้านางอย่างท้าทาย เดิมทียามร่วมรักก็ต้องดับเทียนแล้วทั้งสิ้น นางเคยสัมผัส แต่กลับไม่เคยเห็น คิดไม่ถึงว่าจะต้องมาเห็นชัดเจนอะไรขนาดนี้ด้วย อีกอย่างเขาโตถึงเพียงนี้แล้วไฉนยังมาทำอะไรไม่อายฟ้าดินเช่นนี้อีก

“ท่านพี่ เรือนของท่านไม่มีน้ำอุ่นให้อาบหรือ”

“มี แต่อาบกับเจ้าคงจะอุ่นกว่า”

“ท่านพี่ ท่านไม่คิดจะพักผ่อนหรือเจ้าคะ อย่างน้อยอีกไม่นานท่านก็จะเป็นเจ้าบ่าวแล้ว” ไป๋อวี้เจินกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย นางไร้ซึ่งท่าทีหึงหวง จนหลายครั้งเหิงหยางก็รู้สึกโกรธที่นางทำเหมือนไม่มีใจให้เขาเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังสนับสนุนเขา ดูดีใจเกินหน้าเกินตาเขาอีก

“แล้วยังไงล่ะ หื้ม เจ้าดีใจนักหรือที่จะปันสามีให้ผู้อื่น” เหิงหยางกล่าวพร้อมดึงไป๋อวี้เจินมากอด พลางใช้สองมือหนาบีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มด้วยความรู้สึกพึงพอใจ

ไป๋อวี้เจินไม่ใช่หญิงสาวร่างบางผอมจนสัมผัสได้แต่โครงกระดูก นางมีน้ำมีนวล อวบอิ่มแต่ไม่มากเกินไปจนอ้วน ความงามทางเพศของนางนับว่าล้ำเลิศยิ่งนัก

“ดีใจสิเจ้าคะ ท่านพี่มีความสุข วันหน้าในจวนนี้ข้าก็จะมีน้องสาว ไม่ต้องเหงาแล้ว”

“ปกติมีแต่เขาตีกันทั้งนั้น” เหิงหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางมองอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมตามการเคลื่อนไหวของน้ำ

“ข้าไม่ชอบความวุ่นวาย แต่ละวันมีข้าวให้กินครบทุกมื้อ มีเสื้อผ้าดีให้สวมใส่ มีข้ารับใช้ล้อมหน้าล้อมหลัง งานการก็ไม่ต้องทำ มีท่านพี่คอยเลี้ยงดู ชีวิตข้ายังต้องการอะไรอีกเจ้าคะ” ไป๋อวี้เจินกล่าวอย่างขบขัน

นางยกจับรังไหมอ่อนนุ่มมาถูทำความสะอาดแขนของอีกฝ่ายที่พาดโอบเอวของนาง เหิงหยางจับเส้นผมอันยาวหนาของนางพาดกับขอบอ่าง ก่อนจะจุมพิตไหล่กลมมน เขาไม่เคยคิดเลยว่านางจะเป็นสตรีที่ปรารถนาอะไรน้อยนัก ที่ผ่านมาเขาจมอยู่กับอคติโดยไม่สนใจเลยว่าเนื้อแท้นางเป็นคนเช่นไร

“วันหน้าข้าอาจจะหลงใหลซินเอ๋อร์มากกว่าเจ้า”

“หึ… ท่านพี่ล้อข้าเล่นแล้ว ไม่ใช่ว่าท่านรักหลงนางอยู่แล้วหรอกหรือ” ไป๋อวี้เจินขบขัน เสียงของหวานกังวานดูไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่

เหิงหยางคร้านจะพูด เมื่อทรวงอกของนางที่โผล่พ้นน้ำช่างงดงามเหลือทน เขาโอบล้อมร่างเล็กของนางมานั่งทาบทับบนหน้าตักของตน ท่อนเนื้ออวบใหญ่ถูไถใจกลางกายสาว ใบหน้าหล่อเหลาฝังจมไปกับเนื้อนุ่มนิ่มก้อนกลมทั้งสอง กลิ่นหอมหวานนวลแตะจมูก ยอดอกที่งดงามดั่งเม็ดอัญมณีสีแดงเย้ายวนชวนให้ลิ้มลองรสชาติ ไป๋อวี้เจินส่งเสียงครางแผ่วเบา ใบหน้างามเงยหน้าขึ้นสูดลมหายใจหนัก ๆ ทรวงอกทั้งสองข้างถูกเขาหยอกเย้า เรียวลิ้นหนาสากไล้เลียวนรอบก่อนจะดูดจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าเกลียด

เหิงหยางสอดท่อนเนื้อแข็งเข้าไปในร่างของหญิงงามก่อนจะจับเอวกิ่วขอด บรรเลงจังหวะรัก เสียงครางหวานกับทุ้มสอดประสานเป็นท่วงทำนองรัก น้ำในอ่างกระทบกระแทกขอบอ่างจนนอกกระชอกเลอะเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นห้อง ไป๋อวี้เจินชื่นชอบรสรักที่เหิงหยางปรนเปรอนาง แม้ชั่วระยะนี้เขาจะมาหานางถี่เกินไปจนน่ารำคาญมากก็ตาม

ทั้งคู่พากันสุขสมไปรอบหนึ่งแล้ว เหิงหยางกลับรู้สึกว่ายังไม่พอใจ จนไป๋อวี้เจินจะต้องร้องขอความเมตตาจากเขา นางตั้งใจจะอาบน้ำคลายเมื่อย แต่ก็ยังถูกทำให้เมื่อยเช่นเดิม สุดท้ายทั้งคู่จึงพากันกลับไปนอนบนเตียงจนหลับไป

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   ตอนพิเศษ คืนเข้าหออันเร้าร้อน

    ตอนพิเศษคืนเข้าหออันเร้าร้อนห้องนอนกว้างขวางที่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยผ้าแพรสีแดงงดงามสำหรับใช้เป็นห้องหอควรจะมีบรรยากาศหวานซึ้งเพื่อรอต้อนรับคู่แต่งงาน แต่บัดนี้นั้นทั่วทั้งห้องกลับปกคลุมไปด้วยความเงียบ หลังจากที่ฟางฮวาส่งบุตรชาย และบุตรสาวให้กับบิดาและมารดาของสามีห้องหอแห่งนี้ก็ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยความเงียบที่ยังโรยตัวอยู่รอบกายสั่งให้ฟางฮวารู้สึกอึดอัดจนทนต่อไปไม่ไหว นางรู้ดีว่าสามีนั้นมีท่าทีเช่นนี้ด้วยเหตุใด ฟางฮวาที่ตอนนี้ที่กลายเป็นหลี่ฮูหยินมองแผ่นหลังแข็งแกร่งกำยำด้วยความรู้สึกขบขันระคนเอ็นดู ของสามีที่ตัวก็ใหญ่โตถึงเพียงนี้เหตุใดจึงใจน้อยนัก“ท่านพี่ ท่านกังวลสิ่งใดกันเจ้าคะ” นางเอ่ยถามสามีด้วยน้ำเสียงแว่วหวาน ฟางฮวาเดินมาซ้อนอยู่ด้านหลังของผู้ที่พึ่งร่วมพิธีกราบไหว้ฟ้าดินร่วมกันมาหมาด ๆ อย่างออดอ้อนแต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ หลี่เจี้ยนหย่งยังทำตัวไม่ไหวติ่ง คงมีเพียงเสียงหายใจฟึดฟัดเท่านั้นที่บ่งบอกว่าบุรุษผู้นี้ยังมีความรู้สึกนึกคิดอยู่บ้าง“ท่านพี่เจ้าคะ หากเป็นเรื่องของผู้นั้น ฟางเอ๋อร์สาบานต่อท่านว่าข้ามิคิดกลับไป ต่อให้วันข้างหน้าท่านจะเปลี่ยนใจไปจากข้า ข้าก็จะมิมีทาง

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 37 ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน จบ

    บทที่ 37ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน จบ“นายหญิง ท่านจะไม่ให้ข้าติดตามไปเมืองหลวงด้วยหรือเจ้าคะ” เสี่ยวซูกล่าวน้ำเสียงเศร้า เหตุเพราะนางไม่ได้ติดตามไปเมืองหลวง เพราะการคงอยู่ของนางอาจจะเป็นการเปิดเผยตัวตนของนายหญิง แต่นางดูแลรับใช้นายหญิงมานานแล้ว นางไม่อยากพรากจากนายหญิงของนางไปไหนเลย“หลันเอ๋อนางตั้งครรภ์แล้ว เจ้าก็ต้องเลี้ยงหลานสิ อีกอย่างร้านเมี่ยนเซียงต้องมีช่วยกันดูแล พวกเจ้าอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน ทำงานมีกิจการร่วมกัน วันหน้าค่อยไปเยี่ยมข้าที่เมืองหลวงก็ยังไม่สาย” ฟางฮวากล่าวกับเสี่ยวซูตอนนี้เสี่ยวซาน และหลันเอ๋อใช้ชีวิตร่วมกันจนกระทั่งนางตั้งครรภ์แล้ว หมี่เจี่ยวนางกำลังจะเป็นพี่สาว อีกทั้งกิจการร้านขนมทุกอย่างนางก็ถ่ายทอดให้พวกเขาไปจนหมดแล้ว วันหน้าพวกเขาเป็นเจ้าของกิจการ มีเรือนพักอาศัย เป็นเจ้านายไม่ต้องรับใช้ใครแล้ว เช่นนี้นางก็สุขใจยิ่งนัก“แต่ข้าอยู่กับนายหญิงมาตั้งนาน”“คนเราย่อมมีวันจากลา แต่เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีก เจ้าต้องเป็นท่านป้า เป็นเถ้าแก่เนี้ยแล้ว ต่อไปก็ตั้งใจขยันทำมาหากินเล่า จะได้เลี้ยงหลาน เผื่อวันหน้าเจอบุรุษที่ถูกใจก็เลี้ยงดูเอาไว้สักคน”“นายหญิงท่านพูด

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 36 ความขัดแย้งในตระกูลเหิง

    บทที่ 36ความขัดแย้งในตระกูลเหิงณ ตระกูลเหิงในเมืองหลวงเวลาผ่านไปเนิ่นนานหลังจากที่ไป๋อวี้เจินตายจากไป เหิงหยางที่เคยคิดว่านางหนีหายไปตามที่ฉู่ซินซินบอก ตอนนี้เขาก็ไม่เชื่อเช่นนั้นอีกแล้ว ฉู่ซินซินที่เคยน่ารักอ่อนหวาน กลับแปรเปลี่ยนไปไม่เหมือนเช่นเดิมนางเอาแต่พูดถึงตระกูลของตนเอง ทั้งที่ความผิดนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะจัดการได้ ท้ายที่สุดความรักที่เคยมีให้กับฉู่ซินซินก็เบาบางลงไป มันกลายเป็นความเบื่อหน่าย“เจ้าคิดเรื่องคุณหนูตระกูลมู่หรือยัง แม่คิดว่านางนั้นเหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก” เหิงฮูหยินกล่าวกับบุตรชายตอนที่ไป๋อวี้เจินตายไปก็ต้องไว้อาลัยให้นางนานถึงหนึ่งปี ฉู่ซินซินเป็นเพียงอนุ จะให้ยกมาเป็นภรรยาเอกก็คงไม่เหมาะ ข่าวลือเรื่องที่ไป๋อวี้เจินตายนางก็มีส่วนเกี่ยวข้องไม่น้อย ตระกูลไป๋ไม่มีทางยกนางมาเป็นภรรยาเอก“แล้วแต่ท่านแม่ขอรับ” เหิงหยางตอบกับมารดาเขาไม่อาจปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้อีกต่อไป เรือนหลังของเขาจำเป็นต้องมีสตรีที่เหมาะสมมาเป็นภรรยา เวลาผ่านมานานถึงสามปี มันนานมากพอแล้วจริง ๆ เขาจำเป็นต้องเติบโตในหน้าที่การงาน คุณหนูมู่หลิงเยว่เป็นสตรีที่เหมาะสม นางมีรูปโฉมงดงาม เฉลียวฉล

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 35 ง้อ

    บทที่ 35ง้อ“ฮือออ ท่านแม่เจ็บ ท่านแม่ร้อง” คุณหนูหลี่ฟางชิงตัวน้อยในตอนนี้ที่เติบโตจนอายุขวบกว่าแล้ว กำลังร้องไห้อยู่หน้าเรือนของมารดาอย่างน่าสงสาร“คุณหนูไม่ต้องร้องนะเจ้าคะ ท่านแม่ของคุณหนูกำลังจะมีน้อง มันอาจจะเจ็บบ้าง แต่ไม่มากหรอกเจ้าค่ะ” ต้าหนิวกล่าวปลอบคุณหนูน้อย เมื่อเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมารดา ทำให้คุณหนูน้อยต้องตระหนก ครั้นจะพากลับเรือน คุณหนูก็ไม่ยอมกลับ“ไม่ต้องกลัวไปหรอกลูก” เสียงของใครบางคนดังขึ้น เด็กน้อยหันมาตามเสียงก่อนจะพบชายแปลกหน้า หน้าตามีหนวดเครารุงรัง หน้าตาน่ากลัวยิ่ง สองเท้าเล็ก ๆ รีบหนีไปทางด้านหลังของต้าหนิว“บิดาของเจ้าเอง”“ทะ ท่านแม่ทัพ” ต้าหนิวที่พอจะจดจำท่านแม่ทัพได้ อีกฝ่ายสวมชุดเกราะเต็มตัว ใบหน้าดำคล้ำ ทั้งยังมีแต่หนวดเคราเต็มไปหมด เนื้อตัวมีกลิ่นเหม็นจนนางต้องนิ่วหน้า“นางเข้าไปนานหรือยัง”“สองชั่วยามแล้วเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นข้าไปอาบน้ำก่อน” หลี่เจี้ยนหย่งกล่าวเขาเห็นสีหน้าต้าหนิวก็พอจะเข้าใจความลำบากของนาง ชุดเกราะพวกนี้ไม่ได้ถอดง่าย อยู่ในสนามรบที่ต้องต่อสู้ ระมัดระวังตัวตลอดเวลา คิดดูแล้วเขาก็ไม่ได้อาบน้ำมานานร่วมเดือนแล้ว“เดี๋ยวพ่อมาหาเจ้า

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 34 โกธรเคือง

    บทที่ 34โกธรเคือง“ฮือออ แงงง” เสียงร้องไห้โยเยของหลี่ฟางชิงที่ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงบิดามารดาทะเลาะกัน เด็กน้อยตัวอ้วนจ้ำม่ำที่ต้องประสบพบกับความตกใจมาแล้วหลายครั้งตื่นมาร้องสะอึกสะอื้นจนตัวโยน หลี่เจี้ยนหย่งมองหน้าภรรยาด้วยความเคืองขุ่นใจ แต่เขาก็ตรงมาหาบุตรสาวตัวน้อยที่ยกมือรอให้บิดามาอุ้ม“ไม่ร้องนะเด็กดีของพ่อ” หลี่เจี้ยนหย่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนฟางฮวามองภาพตรงหน้าคล้ายจะได้สติ นางพูดแรงไปใช่หรือไม่ หากหลี่เจี้ยนหย่งไม่รักลูกของนางจริง เขาจะเดือดดาลขนาดนั้นได้อย่างไร นางพูดไปเมื่อครู่ก็เท่ากับเป็นการดูหมิ่นเจตนาของเขาใช่หรือไม่ ฟางฮวารู้สึกปวดหนึบในใจหลี่เจี้ยนหย่งนั่งปลอบประโลมบุตรสาวจนกระทั่งนางหลับไปอีกครั้ง ทั้งสองสามีภรรยาจ้องมองหน้ากัน ฟางฮวารู้ความผิดของตัวเองดี“ท่านพี่ ข้าขออภัยที่พูดจาไม่ดีกับท่าน” ฟางฮวากล่าวแต่หลี่เจี้ยนหย่งยังคงโกรธเคือง เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น“ข้าขอโทษ ข้าเพียงแค่เครียดเรื่องลูกมากไปก็เท่านั้น”“แล้วเจ้าเครียดเป็นคนเดียวหรือ ข้าเลี้ยงนาง นางเรียกข้าว่าท่านพ่อ เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนอย่างไร เจ้าหลอกลวงข้า ข้าก็ไม่โกรธ ทั้งยังยอมรับอย่างเต็มใ

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 33 เพราะนางไม่ใช่ลูกท่านหรือ

    บทที่ 33เพราะนางไม่ใช่ลูกท่านหรือหลี่เจี้ยนหย่งหยิบกระบี่ที่ซ่อนไว้ในจวนก่อนจะเดินตรงไปยังจวนตระกูลฉิน กล้าดียิ่งนักที่กล้าทำร้ายคนของเขา กล้าจับตัวลูกของเขาไป เดิมทียังคิดจะต่อลมหายใจให้คนตระกูลฉินอยู่บ้าง แต่เห็นทีความตายเท่านั้นที่เหมาะสมสำหรับพวกมัน“บังอาจ เจ้ากล้าดีอย่างไรมายืนถือกระบี่หน้าจวนตระกูลฉินแห่งนี้” ข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่เป็นยามกล่าว พลางขวางประตูไว้ หลี่เจี้ยนหย่งใช้กระบี่อันแหลมคมฟาดร่างของทั้งคู่จนเกิดร่องรอยโลหิต กระบี่แหลมคม ไม่สร้างแผลที่น่ากลัว แต่กลับบาดลึกจนถึงกระดูก“อ๊ากกกก”ทหารยามทั้งสองล้มลงกับพื้นก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หลี่เจี้ยนหย่งถีบประตูเข้าไปด้านใน เขาตรงไปยังเรือนใหญ่ ข้ารับใช้มากมายต่างเข้ามาขวางเขา แต่กลับถูกหลี่เจี้ยนหย่งจัดการได้โดยง่ายเขาอยู่ในกองทัพมาตั้งแต่เด็ก ฝีมือของทหารยามพวกนี้นับว่าไม่ได้ครึ่งกับที่เขาเจอมาด้วยซ้ำ ต่อให้พวกมันเข้ามารุม แต่หลี่เจี้ยนหย่งก็เร็วกว่ามาก ทั้งยังลงมือโหดเหี้ยมโดยไร้ความปราณี คนในจวนตระกูลหลี่ของเขายังไม่ได้รับความปราณี ทั้งที่มีแต่สตรี พวกมันก็ยังกล้าลงมือ เช่นนั้นแล้วเหตุใดเขาจะต้องปราณีพวกมั

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 4 แผนการสำเร็จ

    บทที่ 4แผนการสำเร็จ“ข้าไม่แต่ง !!”เสียงของฉู่ซินซินดังขึ้นมา นางวิ่งเข้ามาในโถงใหญ่น้ำตาคลอเหมือนถูกใครรังแก เหิงหยางเองก็วิ่งตามมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก ไป๋อวี้เจินหันไปมองฉู่ซินซินที่กำลังร้องไห้ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายเด็กสาวไม่ประสา ดวงตาเรียวเล็ก จมูกโด่งเป็นสันเล็กน

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 3 สู่ขอฉู่ซินซินมาเป็นอนุภรรยา

    บทที่ 3สู่ขอฉู่ซินซินมาเป็นอนุภรรยารุ่งขึ้นในอีกวัน ไป๋อวี้เจินแต่งกายด้วยอาภรณ์เรียบง่าย นางไม่ได้สวมใส่เครื่องประดับราคาแพง แต่ก็ไม่ได้ใช้ของธรรมดาจนเกินไปนัก ทั้งยังสวมใส่ชุดสีอ่อนให้ดูยังเยาว์วัย สดใส และเป็นมิตร ในนิยายเล่มนั้นบรรยายว่านางมีรูปลักษณ์งดงาม ยามที่เหิงหยางพาไป๋อวี้เจินไปเหยียบย

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 2 วางแผน

    บทที่ 2วางแผน“ฮูหยินเจ้าคะ ท่านเผาหนังสือเล่มนั้นทำไมเจ้าคะ” อาเหมยสาวใช้ของไป๋อวี้เจินกล่าวถามด้วยความแปลกใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฮูหยินเอาแต่อ่านหนังสือเล่มนี้ไม่ห่างมือไป๋อวี้เจินนั่งมองไฟสีแดงที่กำลังแผดเผาหนังสือแปลกประหลาดเล่มนั้น นางอ่านจนจำได้ขึ้นใจแล้ว ความทุกข์ ความสุขอันเป็นเพียงภาพลวงตา

  • ชีวิตใหม่ของไป๋อวี้เจิน   บทที่ 1 เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้น

    บทที่ 1เรื่องราวในหนังสือเล่มนั้นปึก!เสียงหนังสือเล่มน้อยร่วงหล่นออกจากมือของไป๋อวี้เจิน ใบหน้างดงามของนางซีดเซียวไร้สีสันในชั่วระยะเวลาฉับพลัน เดิมทีนางคิดว่าหนังสือเล่มนี้ที่ได้จากขอทานน้อยในตรอกทางตะวันตกเป็นเพียงหนังสือนิยายที่ใครบางคนคิดจะเล่นตลกกับนางเท่านั้น แต่ใครจะคิดเมื่อนางได้อ่านมาเร

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status