Masuk“เรียกชื่อไม่ถนัดเรียกที่รักก็ได้ไม่ติด”
เป็นมะปรางที่ชะงักค้างไป ริมฝีปากชมพูระเรื่อเผยอออกเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ชีวี ประธานชมรมหนุ่มฮอตมหาวิทยาลัย ตัวหลักชมรมดนตรีนักร้องนำสุดเท่ของสาว ๆ แล้วอีกอย่างเวลาเขามองเธอยังเห็นเป็นเพียงผู้หญิงตามตื๊อผู้ชายนั่นก็คือเพื่อนของเขา ด่ากันทางสายตาตลอด มาวันนี้เขามาหยอดมุกให้เธอเรียกว่าที่รักเนี่ยนะ
มะปรางเงยหน้ามองท้องฟ้าผ่านกระจกหน้ารถ ถึงจะมืดและดึกมากแล้วแต่ว่ายังโปร่งดี ไม่มีเมฆหมอก มีดาวให้เห็นดวงเล็กระยิบระยับ ฟ้าจะผ่าลงมากลางรถคันนี้โดยที่ฝนไม่มีท่าทีจะตกไหมนะ
“มองอะไร” คนขับถามขึ้นเมื่อเห็นเธอเงียบ สายตามองสูงลอดกระจกหน้ารถไป คิดอะไรอีกแล้ว
“เปล่า เมื่อกี้จะถือว่าไม่ได้ยิน” ชีวินหัวเราะในลำคอทั้งยิ้มขำ
มะปรางถึงกับยกแขนกอดตัวเองห่อไหล่ เขาผีเข้าใช่ไหม ถ้ารู้แบบนี้เธอจะไม่มาด้วยตั้งแต่แรก
“สรุปที่อยู่”
“ธารบอกว่าวีรู้” มะปรางได้ยินที่ธารบอกคอนโดมิเนียมเธอเป็นทางผ่านคอนโดมิเนียมชีวี
“เราอยากได้ยินจากปากเธอ”
พอดีกับรถโล่ง ชีวีหันมามองคนนั่งข้าง ๆ เธอยังหันหน้ามาหาเขาทำให้ทั้งคู่ได้สบตากันเพียงครู่เดียว คนขับหันหน้ากลับไปทิศทางเดิม เห็นแบบนั้นมะปรางถึงได้รีบบอกที่อยู่ของเธอ
“คอนโดฯ เอ็ม ในซอย...”
“โอเค”
มะปรางพูดยังไม่ทันจบประโยคดีชีวีขานรับง่าย ๆ ตัดจบเอง หญิงสาวถึงได้นึกคิดบ่นในใจเขารู้อยู่แล้วยังจะมาถามกัน แล้วใบหน้าเขายังนิ่งเรียบ คนอะไรหน้าอย่างตึงไม่รู้ใครดึงไว้
จากนั้นทั้งคู่ไม่มีใครพูดอะไรต่อ เขาทำเพียงขับรถไปส่งเงียบ ๆ มะปรางเองมองไปข้างนอกบ้างข้างหน้าบ้าง ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าบริเวณลานจอดคอนโดมิเนียมเอ็ม คนที่ติดรถเขามาด้วยรีบหันไปบอกขอบคุณทันที
“ขอบคุณนะ”
มะปรางพูดพร้อมปลดสายคาดเบลต์ออกจากตัว ชีวีโน้มตัวแนบหน้าบนแขนสองข้างที่วางบนพวงมาลัยรถอีกทีทั้งหันมามองเธอ หญิงสาวมองตามพลันทำตัวไม่ถูก เขาจ้องอะไรกันนัก แล้วยังมามองด้วยท่าทางแบบนี้อีก ดวงตากลมโตเหลือบมองเวลาที่หน้าจอรถ ดึกมากแล้วเขาคงง่วง
“แค่ขอบคุณ ?”
เสียงทุ้มต่ำพูดผ่านลำคอแผ่วเบา เพราะเขาแนบข้างแก้มกับแขนที่วางบนพวงมาลัย มองมาด้วยสายตาที่บอกไม่ถูกเอามาก ๆ วันนี้วันพระรึเปล่านะ เขาดูแปลก มะปรางได้แต่นึกคิดในใจก่อนจะถามออกไป
“อยากได้อะไร”
คนถามเพียงคิดว่าข้าวสักมื้อ เวลากลุ่มเพื่อนเธอกับกลุ่มเพื่อนเขาเจอกันเธอเลี้ยงได้ หรือไม่ก็กาแฟคาเฟในมหาวิทยาลัยสักแก้ว
“ขอคิดก่อน”
ชีวียังนั่งอยู่ท่าเดิมหันมองหน้ากัน มะปรางเห็นเขาไม่พูดอะไรต่อเธอถึงจะขอตัวก่อน
“โอเค งั้นเรา...”
“เหมือนจะผิดหวังนะ”
คนกำลังจะลงจากรถชะงักไป เขานี่เป็นคนยังไงกันชอบพูดขัดอยู่เรื่อย แล้วที่พูดหมายความว่าอะไร
“เราเหรอ”
“อือ... ที่เป็นเรามาส่งไม่ใช่ธาร”
“นิดหน่อย”
เธอยอมรับเพราะชอบธารนี่ไม่ได้ชอบเขา ชอบคนไหนก็ต้องอยากให้คนนั้นมาส่งอยู่แล้ว
“ชอบมันมากขนาดนั้น”
ชีวียังมองหน้าเธอนิ่งเช่นเดิม เขาเองก็ไม่รู้ ที่ถามเพราะอะไรแค่อยากถาม
“เราต้องตอบไหม”
“ไม่ต้อง ! ไม่ได้อยากรู้”
“อ้าว แล้วใครเป็นคนถาม” อยู่ดี ๆ ก็เหวี่ยงอีกแล้ว วันพระหรือวันโกนหนอ
“แค่พูดลอย ๆ ใครอยากรับอยากตอบก็ช่วยไม่ได้”
“แล้ววีล่ะ”
“เราทำไม”
“ไม่ชอบเรามากขนาดนั้น”
มะปรางอยากรู้จริง ๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอพึ่งได้มานั่งคุยกับเขาจริงจังก็วันนี้ ปกติเจอกันแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่เคยคุยด้วยเลย มีแต่เขาที่พูดเหน็บเธอบ้างบางเวลาเมื่อเจอหน้า
“ใครบอก”
เขาจ้องตรงมาที่เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หญิงสาวนิ่งคิด ต้องมีคนบอกด้วยเหรอ เห็น ๆ กันอยู่ คนไหนชอบไม่ชอบดูจากการแสดงออกเธอพอรู้
“วี”
ริมฝีปากเล็กชมพูระเรื่อที่เผยอน้อย ๆ เวลาเรียกชื่อเขา ชีวีกะพริบตาหนึ่งทีก่อนจะตอบเธอออกไป
“ไม่เคยพูด”
“สายตาวีบอก”
“บอกอะไร”
“บอกว่าไม่ชอบเรา”
“เธออ่านใจเราจากสายตาเหรอ”
มะปรางนิ่งไป เธอไม่ได้อ่านใจเขา เธอแค่บอกว่าสายตาเขาดูไม่ชอบเธอต่างหาก
“แล้วรู้ไหมตอนนี้เรากำลังบอกอะไรเธอผ่านสายตา” คนพูดยังมองมาที่เธอ คนฟังหัวเริ่มคิดตามไม่ทัน
“ไม่รู้”
“ดีแล้วอย่ารู้เลย เข้าไปเถอะ”
ชีวียังนั่งอยู่ท่าเดิมหันมองหน้ากัน ทำท่าทางพยักพเยิดให้เธอเข้าคอนโดมิเนียมไป
“ขอบคุณอีกครั้งที่มาส่ง”
มะปรางพูดแค่นั้นแล้วลงจากรถเดินเข้าไปคอนโดมิเนียม ชีวีถึงผละออกจากพวงมาลัยเอนแผ่นหลังหนาทิ้งศีรษะชิดเบาะ หันมองตามหญิงสาวที่เดินห่างออกไป ในรถเขายังมีกลิ่นน้ำหอมเธอจาง ๆ
ชอบไหมไม่รู้ แต่แม่งโคตรกวนใจ เห็นหน้าเธอทีไรเป็นหงุดหงิด ชอบยิ้มระรื่นเวลาเจอไอ้ธาร สร้างสถานการณ์เก่งบังเอิญบ่อยยิ่งกว่านัดกันไว้
เข้าใจว่าชอบ แต่มันต้องชอบขนาดนั้นเลยเหรอ เขาเองก็ไม่รู้เพราะไม่เคยชอบใครจริงจัง สาวที่เขาคุยด้วยถามว่าชอบไหม ก็ไม่ถึงกับชอบ แค่ถูกใจคุยได้ปกติ
แต่กับมะปราง เธอสวยมากเขายอมรับ ไม่งั้นคงไม่ได้เป็นดาวมหาวิทยาลัยคู่กับธาร
ตอนพิเศษ 6“อ๊ะ อา... วี... วีคะ”“ปราง ปรางครับ อา”สองเสียงดังขานครางพร้อมกัน ชีวีเม้มปากแน่น สะโพกแข็งแรงเกร็งกระตุก หน้าท้องขึ้นลอนมัดกล้ามเด่นชัด เขาปล่อยน้ำรักทุกหยาดหยดในตัวเธอจนมันเอ่อล้นไหลเยิ้มระหว่างซอกขาสวยมะปรางเหมือนจะล้มทั้งยืน ขาอ่อนไปหมด ความเสียวยังไม่จางหายตัวเธอยังกระตุกเกร็งแต่ไม่ถี่ชีวีถอนตัวออกมะปรางยังกระตุกอีก ส่วนของเขามันร้อนผ่าวจากการเสียดสีทั้งเร็วและแรง พอเห็นเธอเหมือนจะล้มถึงได้ช้อนอุ้มขึ้นมา“เดี๋ยวอาบน้ำให้ครับเมีย จุ๊บ !”พูดพร้อมจูบปากเล็กหนึ่งที ชีวีอาบน้ำทำความสะอาดพร้อมสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ อุ้มพาไปนอนที่เตียง หันมาเก็บเสื้อผ้าที่เขาถอดทิ้งใส่ตะกร้าเดินไปหาคนนอนนิ่ง“ปรางนอนพัก เดี๋ยวเขาไปดูลูกอาบน้ำทานข้าวเสร็จจะพาสามแทนมาหาครับ ฟอด~”ชีวีบอกเมียรักเร็ว ๆ มือลูบกลุ่มผมนุ่มแผ่วเบาก้มหน้าหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่ มะปรางหมดแรงจนต้องให้นอนพักสักหน่อย หญิงสาวได้แต่ปรือตามองสามี เธอขอนอนสักชั่วโมงน่าจะดีขึ้น ถึงได้พยักหน้ารับให้เขาง่าย ๆชีวีทำได้เรื่องดูแลลูก ๆ อาบน้ำป้อนข้าวทั้งสามแทนได้สบาย เพราะทำบ่อย ให้แค่พี่เลี้ยงเตรียมของไว้ให้ก็จบชายหนุ่มออกจาก
ตอนพิเศษ 5ก่อนจะเลื่อนมือถอยลงมาถึงกางเกงที่เธอสวม ถอดเข็มขัดออกพร้อมปลดหัวกางเกง ก้านนิ้วเรียวยาวสอดลอดผ่านแพนตีตัวบาง กรีดลงกุหลาบงามที่มีน้ำหวานฉ่ำเยิ้ม“อ๊ะ วี อื้อ !” พอมะปรางรับรู้ถึงท้องนิ้วที่สัมผัสบดขยี้ความเป็นเธอ เสียงครางหวานร้องออกมาทันที ชีวีปล่อยปากจากดูดยอดถัน เงยหน้าดูดปากเล็กต่อ มะปรางหวานไปหมดทั้งตัว เขาอยากค่อย ๆ ชิมมากกว่านี้แต่ต้องทำเวลาชีวีบดนิ้วเข้ากับจุดอ่อนไหวให้เธอเสร็จด้วยมือเขารอบหนึ่ง มือเล็กจับไหล่สามีไว้เพื่อพยุงตัว อีกมือค้ำตัวเองไว้กับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าชีวีเร่งจังหวะนิ้วใส่มะปรางแทบกลั้นเสียงร้องไม่อยู่กลัวลูกได้ยิน ถึงแม้ห้องจะเก็บเสียงแต่เธอยังกระดากอาย ส่วนคนปรนเปรอเหมือนจะชอบใจ ยิ่งเธอกลั้นเสียงเขายิ่งแกล้งกัน เร่งมือบดบี้ขยี้ใส่จนเธอต้องส่ายหัว ความเสียวจากจุดนั้นวิ่งผ่านมาถึงมวลหน้าท้อง ความวาบหวามเล่นงานเธอจนต้องร้องครางออกมาอยากอดกลั้นไม่ได้“อ๊า วี ปรางเสร็จแล้วหยุดมือก่อน อื้อ วี วีคะ” ทั้งที่ตัวเธอกระตุกดิ้นเร่า ๆ เขายังไม่หยุดมือบดบี้ขยี้ตรงนั้น มะปรางเกร็งตัวกระตุกจนเหนื่อยเขาถึงได้หยุดน้ำหวานไหลทะลักเต็มมือหนา ชีวีมองภาพตรงหน้าด้
ตอนพิเศษ 4ส่วนเฮียยบาร์นั่นก็ชื่อเขาอยู่แล้วใคร ๆ ก็เรียก เด็ก ๆ เลยเรียกตามเพราะได้ยินคนเรียกบ่อยชีวิน เรียกลุงวินปกติ เพราะชีวินเป็นพี่ชายพ่อวีของพวกเขา ถึงออกก่อนเพียงห้านาทีเป็นพี่เป็นลุงไปส่วนอาธารของเด็ก ๆ ก็เพราะเรียกอาเตยคนสวยอยู่บ่อยครั้ง เห็นธารอยู่กับยอดเตยตลอดเด็กก็เรียกเหมือนกันไปเลย อาธาร อาเตยส่วนพิทย์ เด็ก ๆ เรียกลุงพิทย์เหมือนกันกับกรณียอดเตยและธาร เพราะเรียกป้าดีที่อยู่กับลุงพิทย์บ่อย ๆ เลยติดเรียกแบบนั้นเด็ก ๆ พากันนั่งเล่นกันอยู่โซฟา ชีวีก็นั่งพูดคุยกับเพื่อนทั้งเรื่องงานและเรื่องอื่น“แม่ปราง ! / แม่ปราง ! / แม่ปราง !” จู่ ๆ เด็ก ๆ กลับร้องเสียงดังลั่นห้องเหมือนดีใจอะไรสักอย่าง ไอ้เจ้าตัวเล็กลูกยอดตองสะดุ้งโหยงดีไม่ร้องไห้ พ่อสามแทนมองตามเขากลับฉีกยิ้มออกมา เพื่อนที่นั่งคุยกันอยู่ดูท่าไม่ได้ดีใจแค่ลูกหรอกที่มะปรางมาหญิงสาวทักทายทุกคนหันไปยิ้มให้สามีนิด ก่อนจะเดินไปหาเด็ก ๆ นั่งลงที่โซฟาอุ้มเด็กตัวอ้วนลูกยอดตองมานั่งตัก ทั้งถามพ่อเด็กว่าน้องกินนมเก่งไหม ทั้งสามแทนก็วุ่นวายวิ่งวนอยู่รอบตัวแม่เขาอยู่นั่น บางทีนึกคิดได้ก็ปีนโซฟาหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่มะปรางใบหน้าติด
ตอนพิเศษ 3“ว้ายวี ! อุ้มทำไมเนี่ย” คนรับปากกันย่อตัวอุ้มเธอขึ้นทันที“อุ้มไปนอนอย่าเดินเลย เดี๋ยวเด็ก ๆ ดื้อ” พูดพร้อมเดินไปที่เตียงวางเมียรักลงแผ่วเบา“ไม่มีใครดื้อเลยตอนนี้ นอกจากพ่อของพวกเขา” ชีวีได้ยินแบบนั้นนั่งลงข้างมะปรางพร้อมกับจับมือสองข้างเธอกุมไว้ ก่อนจะพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น“พ่อเหรอ ปรางให้วีเป็นพ่อเหรอ”“วีตั้งสติค่ะ วีทำเองเปล่าล่ะ ?”“ทำเองสิ ตั้งใจมากด้วย จังหวะไหนซอยเท่าไรนับไว้หมดให้เล่าไหม”“คนบ้านี่ หยุดพูดสิ”“ก่อนนอนขอหอมลูกกับแม่หน่อยสิ” ชีวียื่นหน้ากดจมูกลงริมฝีปาก แกล้งจุ๊บแก้ม ก้มลงต่ำจุ๊บหน้าอกอวบอิ่มลงไปถึงหน้าท้อง ถ้าไม่ห้ามคงลงไปต่ำกว่านี้แน่ “วี อย่าแกล้ง จั๊กจี้” มะปรางใช้สองมือจับกรอบหน้าสามีไว้ที่เขาทำท่าจะพุ่งเข้าหาตัวเธออยู่ตลอดเวลา “ขอบคุณนะ วีรักปรางมากรู้ใช่ไหม” ชีวีนิ่งแล้วเขามองสบตาภรรยาสุดที่รัก พร้อมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง“แล้ววีรู้ไหมว่าปรางก็รักวีมาก” มะปรางยังยิ้มหวานให้เขาอีก มันไม่น่าปล่อยไปเลยคืนนี้เขาอยากรักเธอ“รู้ครับเมีย จุ๊บ”พูดจบจุ๊บปากเล็กเร็ว ๆ หนึ่งที จัดท่าทางให้ทั้งเขาและเธอนอนลงพร้อมกัน ชีวีให้มะปรางนอนหนุนแขนหั
ตอนพิเศษ 2“สงสารปราง” ธารพูดแซวเพื่อนทั้งยิ้มขำ“หยุดเลิกเล่นมุกของขลัง สงสารบรรดาเมีย ๆ สักที” ยอดตองขอดักไว้เลยมันไม่ได้ผลเอามาก ๆ ดูจากผลงานพวกเขาแล้ว“ก็มันจริง มึงไม่คิดงั้น” ธารยังหันมาหายอดตองถามเพื่อน ใครได้กลุ่มพวกเขาไปเป็นคู่ชีวิต ไอ้ดีมันก็ดีมาก เรื่องไม่ดีมันก็เยอะ เช่นติดเมียจนเขารำคาญ“ก็คิด” ยอดตองตอบสั้น ๆ คนยืนแถวนั้นต่างหลุดขำ“รอบนี้คงไม่ใช่กลุ่มเราต้องพก ไอ้วีมากกว่า มันทั้งหลงทั้งติดปรางขนาดนี้ ปรางพกอะไรบอกมาเลยดีกว่า” เฮียบาร์พูดขึ้นบ้าง มีพิทย์ยืนข้างพยักหน้าเห็นด้วย“ไอ้นี่ ปรางไม่พกอะไรทั้งนั้นแหละ มีแค่ใจก็พอกูยอมหลง” เป็นชีวีพูดขึ้นบ้าง ทั้งหันหน้ามองหญิงสาวที่แก้มสองข้างแดงปลั่ง ที่หัวใจทั้งสองคนตรงกันในวันนี้ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสียงหัวเราะชอบใจของทุกคน และยิ้มยินดีให้กับทั้งคู่บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขจนล้นอกผ่านมาไม่ถึงสามเดือนดี งานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่เชียงใหม่ พื้นที่จัดงานเป็นร้านอาหารไม่ใหญ่มากแต่บรรจุแขกได้หลายร้อยคน มีเวทีตัวเตี้ยจัดผ้าสีขาวทั้งงาน สลับกับสีเขียวอ่อนสบายตา ทั้งต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น ด้านหน้าเวทียังมีเก้าอี้สำหรับให้แขกนั่งอยู่เต็มไป
ตอนพิเศษ 1ผ่านมาหลายเดือนหลังจากชีวีพามะปรางไปร่วมงานแต่งของเพื่อนเขาที่จัดขึ้นอย่างสวยงามท่ามกลางสวนกุหลาบ ธีมจัดงานว่าสวยแล้วยังสู้เจ้าสาวไม่ได้ ตอนเรียนเธออยู่คณะเดียวกันกับมะปรางพอรู้จักบ้าง แต่พอทั้งสองสาวได้ว่าที่สามีกลุ่มเพื่อนเดียวกัน ถึงทำให้สนิทกันมากขึ้นเสร็จจากงานแต่งเพื่อนชีวี ทั้งคู่บินกลับบ้านมะปรางทันทีซึ่งอยู่เชียงใหม่ กว่าจะทำธุระเรียบร้อยกินเวลาไปหลายวัน หญิงสาวมาดูการขนย้ายสำนักงานซึ่งจะไปเปิดสาขาใหม่ที่แถว ๆ บริษัทชีวีที่ก่อตั้งกับกลุ่มเพื่อนชีวีเปิดบริษัทกับเพื่อนและมีงานทั้งธุรกิจที่บ้าน ทุกอย่างดูลงตัวขึ้นมากเขามีผู้ช่วยแต่ยังทำงานหนัก พบปะผู้คนและเจอกับกลุ่มเพื่อนบ่อยเช่นเดิมมะปรางหลังเรียนจบหันมาดูแลธุรกิจที่บ้านซึ่งเป็นสาขาใหม่ ทางพ่อของเธอเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว ทั้งพนักงานที่เทรนอบรมมาอย่างดีและมีผู้จัดการคอยช่วยเหลือ แต่สุดท้ายมะปรางต้องเริ่มใหม่อยู่ดี ศึกษาเองเทรนพนักงานเอง เพื่อให้เข้ามือและรู้ใจกัน เวลาทำงานเธอจริงจังเสมอ ชีวีเห็นมาตลอดถ้าได้ทำงานมะปรางจะนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งวันทั้งคืน จนตอนนี้เรื่องที่เราคุยกันไว้ถึงการแต่งงานยังไม่คืบหน้าไปไหนเพ
ชีวีนั่งนึกคิด เขากับชีวินมีแต่คนบอกทั้งสองคนเป็นแฝดที่เหมือนกันมาก แต่ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวพวกเขาว่าไม่เหมือนกันเลย ต่างกันมากเหมือนลูกคนละแม่คิดอะไรเสร็จถึงได้ลุกขึ้นจากเตียงนอนไปอาบน้ำแต่งตัว ออกมาพร้อมชุดไปเรียนง่าย ๆ กางเกงยีนขายาว เสื้อยืดสีดำทับด้วยช็อปวิศวะสีแดงด้านนอก ลำคอแกร่งมีสร้อยห้อ
ชีวีรีบเงยหน้าขึ้นมองบนเวที ถึงได้สบตากับผู้เข้าประกวดหมายเลขไหนไม่รู้ สายตากดต่ำมองป้ายชื่อ ‘มะปราง’ เจ้าของชื่อขมวดคิ้ว เธอพยายามดึงกุหลาบออกจากมือเขา แต่เหมือนคนยื่นมาจะจับไว้แน่น ทั้งสองคนมองหน้ากันนิ่งมะปรางมองหน้าชายหนุ่ม ทั้งตาทั้งปากของเขาไม่มีอะไรยิ้มเลยสักอย่าง หน้าบอกบุญไม่รับเอามาก ๆ
@ปีหนึ่งเสียงเพลงเสียงผู้คนพูดคุยกันดังไปทั่วบริเวณห้องโถงใหญ่ชั้นบนสุดตึกสูงของมหาวิทยาลัย นักศึกษาทั้งชายหญิงต่างเข้าร่วมกิจกรรมการประกวดทูตความดีหรือประกวดดาวเดือนส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาปีหนึ่งน้องใหม่ที่เข้าร่วม หน้างานมีโต๊ะยาวสำหรับให้ลงทะเบียนเพื่อเก็บคะแนนกิจกรรม รวมทั้งเลือกซื้อดอกกุหลาบสีแ
ชีวีไม่ได้ลงจากรถด้วยซ้ำทำเพียงมองมาทางนี้ แต่เรียวขาสวยเหมือนอยากหยุดหมุนตัวเดินกลับถอยหลังไปให้พ้นหน้าเขา อยู่ใกล้แล้วเธออึดอัด แต่ธารกลับเดินตรงไปหาเจ้าของรถยืนคุยกันผ่านกระจกที่ลดลง“วีมาพอดี ไปส่งปรางให้หน่อยได้ไหม คอนโดฯ ปรางอยู่ก่อนถึงคอนโดฯ มึงนี่”ธารบอกเพื่อนไปแบบนั้นเพราะคอนโดมิเนียมชีวี







