로그인“ชามนี้ของโปรดอาพุฒินี่คะ ทานเยอะ ๆ นะคะ เดี๋ยวพลอยตักให้”
สาวน้อยพูดอย่างร่าเริงและออดอ้อน ก่อนจะใช้ช้อนกลางในชามต้มยำกุ้ง ตักใส่จานข้าวให้กับเขา
“อื้ม! ขอบใจจ๊ะ พลอยนี่น่ารักจริง ๆ เลยนะ”
ชายหนุ่มเอ่ยชม ขณะใช้สายตาจดจ้องใบหน้าสะสวยและเรือนร่างที่มีผิวพรรณขาวเนียนของเธออย่างลืมตัว
“อืมมม ถ้าพลอยน่ารัก…อาพุฒิก็รักสิคะ พลอยอนุญาตค่ะ”
พลอยนิลพูดพลางหันมาสบตากับอาเขยอย่างมีเลศนัย แล้วก็ยิ้มขำ ๆ ออกมา เมื่อเห็นสีหน้าตกใจและซีดเผือดของพุฒิชาต ที่กำลังมองเธอตาค้างอยู่
“เอ่อออ…พะ พะ พลอยว่า…อะไรนะ!?!”
“ฮิ ๆ ๆ พลอยพูดเล่นน่ะค่ะ อาพุฒิก็…ทำเป็นจริงจังไปได้ ดูสิ หน้าหล่อ ๆ ซีดเชียว”
เธอยิ้มร่า ทำตาเยิ้มใส่
“อ่ะ อ่อ…อืม”
อีกฝ่ายได้แต่อึกอัก ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ขณะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ความจริงแล้ว เขาน่าจะเริ่มชินกับคำพูด และท่าทางแบบนี้ของพลอยนิลได้แล้วหละ เพราะเด็กสาวมักจะชอบปั่นหัวยั่วยวนใส่ ให้อารมณ์ของเขาคุกรุ่นอยู่บ่อยครั้ง
“ทานต่อสิคะอาพุฒิ เดี๋ยวอิ่มแล้ว พลอยมีเรื่องรบกวนให้อาช่วยหน่อยหนะค่ะ”
สาวน้อยพูดต่อ
“พลอยมีอะไรให้อาช่วยเหรอ?”
เขาวางช้อนลงในจาน พลางหันหน้ากลับไปยกแก้วน้ำขึ้นดื่มอีกครั้ง จนหมดแก้ว เพื่อบรรเทาความรู้สึกร้อนเร่าในกายแกร่ง ที่กำลังจะอดกลั้นมันไว้ไม่ไหวอยู่แล้ว
“พอดี…พลอยอยากให้อาพุฒิช่วยติวเข้ามหา'ลัยให้หน่อยหนะค่ะ พลอยอยากสอบเข้าที่เดียวกับที่อาพุฒิเคยเรียนค่ะ”
พลอยนิลทำเสียงอ่อนเสียงหวานใส่ พลางซบศีรษะลงที่หัวไหล่ของพุฒิชาตอย่างออดอ้อน ยิ่งทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้องเข้าไปอีก
“เอ่อ…ได้สิ! อาไม่ยักรู้นะ ว่าพลอยก็ชอบพวกต้นไม้เหมือนกัน”
“ชอบสิคะ พลอยเข้าไปเดินเล่นที่สวนต้นไม้ของอาพุฒิบ่อยจะตายไป มีแต่ต้นไม้ดอกไม้สวย ๆ ทั้งนั้นเลย สดชื่นมาก”
“ดีจังที่พลอยชอบ แต่ภัทรน่ะสิ ชอบบอกว่าอาบ้าต้นไม้เกินไปน่ะ”
“บ้าต้นไม้ ก็ยังดีกว่าบ้าผู้หญิงอื่น จริงมั้ยคะ?”
เธอถามพลางสบตาอ่อยให้เขา จนอีกฝ่ายถึงกับร้อนผ่าวไปทั้งกายแกร่ง
“อ่ะ อืม...อื้ม! ใช่สิจ๊ะ อาก็คิดงั้นแหละ”
เขาตอบพลางกลืนน้ำลายลงคอ
“ถ้างั้น วันนี้อาพุฒิเริ่มติวให้พลอยเป็นวันแรกนะคะ ได้ใช่มั้ยคะ?”
“อ๋อได้สิ! งั้น…เรารีบกินข้าวให้เสร็จดีกว่า แล้วเดี๋ยว…ขึ้นไปติวกันที่ห้องทำงานของอากัน
อามีหนังสือให้พลอยอ่านเยอะเลย”
เขาตอบเธอเสียงเรียบ เหงื่อซึมไปทั่วหน้าผาก
“เย้!!! อาพุฒิทั้งหล่อทั้งใจดีที่สุดเลย ขอบคุณนะคะ”
"อื้อ...โอส์ อา...อื้อ ซี๊ด...อ๊า อื้อ!!!"คุณอาจอมหื่นร้องเสียงหลงออกมาในที่สุด สองมือกอดร่างเปลือยของหลานคนสวย ที่นอนหงายแผ่หราอยู่บนตัวเขาไว้แน่นเขารีบขมิบก้น แล้วรูดดึงท่อนเนื้อบวมเต่งออกมาจากร่องน้ำล้นของเธออย่างทันท่วงที แล้วรีบคว้ามันขึ้นมา กระตุกข้อมือชักรูดยอดหัวเห็ดแดงเถือกระรัวเร็วจนสายน้ำแห่งความเสียว ทะลักพุ่งปรี๊ดออกมากระจัดกระจายเปียกโชกไปทั่ว เนินนางและสองแก้มก้นขาวเนียนของพิมดาวเริงฤทธิ์สะดุ้งกล้ามท้องอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ความรู้สึกซ่านไหวจะค่อย ๆ คลายลง หลงเหลือไว้แต่เสียงลมหายใจที่หอบเหนื่อยของสองอาหลาน ซึ่งกำลังนอนกกกอดนัวเนียต่อกัน ด้วยความเสร็จสมอารมณ์หมายพิมดาวกลับเข้าบ้านมาพร้อมกับเริงฤทธิ์ ในเวลาเกือบสามทุ่ม และได้เจอกับพิมลที่กำลังนั่งรออยู่ตรงโซฟาห้องรับแขก ทั้งสองพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด"อ้าว! คุณแม่ ยังไม่นอนเหรอคะ?"ลูกสาวรีบเข้าไปนั่งข้าง ๆ แม่ แล้วส่งยิ้มแอ๊บแบ้วใส่"ก็รอพิมกับอาฤทธิ์อยู่น่ะสิ ทำไมกลับมาดึกกันจัง""อ๋อ...พอดี หลังสัมนาเสร็จ ที่โรงแรมเขาจัดเลี้ยงต่อน่ะครับ ผมเลยอยู่ต่อ ต้องขอโทษพี่มลด้วยนะครับที่พาหลานออกไปเถลไถล"ชายหนุ่มรีบพู
"โห! ใหญ่จัง ทั้งใหญ่ทั้งยาวเลยค่ะ คุณอาขา อู้ส์"ทันทีที่เห็นแก่นกายบ้องโตของอาหนุ่ม พิมดาวก็อ้าปากหวอถลึงตาโตขึ้นมา เพราะความอลังการของเขามันทำให้เธอรู้สึกเสียววูบที่ช่องท้องขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก"เป็นไงจ๊ะ พิมจ๋า ของอาถูกใจพิมหรือเปล่า อืม"อาหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะใช้มือทั้งสองตะปบลงที่แก้มก้นสองกลีบด้านบน ของหลานสาว แล้วค่อย ๆ ฉีกก้อนเนื้อทั้งสองให้แยกออกจากกัน จนเห็นเข้าไปถึงรูร่องข้างในจากข้างหลังชายหนุ่มจึงรีบใช้ปลายลิ้นแลบเลียลงไปอีกครั้ง แม้มันจะยังฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำคาวสวาทอยู่ก็ตาม"อุ๊ย! ซี๊ด...อื้อ....อ๊า"เด็กสาวสะดุ้งเฮือก หน้าแดงก่ำ ขนลุกเกรียวอีกระลอกก่อนเธอจะกำดุ้นเนื้อแท่งมโหฬารของคุณอาขึ้นมานวดปั่นอย่างมันมือ แล้วอ้าปากลงไปอมดูดด้วยความอร่อย ราวกับว่ากำลังกินไส้กรอกชีสของโปรดอยู่"โอว์ ซี๊ดดด ดีมากจ๊ะ เด็กดี ผลัดกันกินแบบนี้ เสียวดีมั้ยจ๊ะ อ้าม!"เขาครางสะท้าน แล้วเสยปลายลิ้นขึ้นจิกเลียพูเนื้อและกลีบกายทั้งสองของเธอต่อ อย่างไม่รู้จักอิ่ม กวาดกินทุกซอกทุกมุมจนทั่วด้วยความกระสัน"อ๊อย อ๊าย อื้อ!!!"พิมดาวร้องดังอยู่ในลำคอ ขณะที่ของใหญ่ลำยาวคาคับอยู่ในอุ้งปาก
เริงฤทธิ์ทำเสียงกระเส่าหื่น ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาที่ซอกคอหอมกรุ่นของหลานสาว แล้วใช้จมูกคลอเคลียสูดดมอย่างกระหาย ทำเอาหัวใจของพิมดาววูบวาบเต้นระรัวไปหมด"อื้อ...อย่าสิคะคุณอา เดี๋ยวใครก็มาเห็นเข้าหรอก"สาวน้อยทำเหนียมอายเบา ๆ พอเป็นพิธี ทั้ง ๆ ที่เธอก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกัน"อืม...ก็มันอยากจริง ๆ นี่นา ที่รักของอา"พูดไปก็กอดนัวเนียไป ทั้งปากทั้งจมูกซุกไซ้ไปทั่วแก้มและติ่งหูเธอ"อื้อ...อา...ไม่เอาสิคะ ที่นี่ไม่ส่วนตัวนะคะ อืม... แล้วนี่งานของคุณอาเสร็จแล้วเหรอคะ อ๊ะ...อา"สาววัยใสเอ่ยถามขึ้น แต่เสียงยังคงครางสั่น"งานน่ะเสร็จแล้ว แต่อย่างอื่นน่ะ ยังไม่เสร็จจ๊ะ ทำให้เสร็จซะดีมะ ที่รักของอา...อืม""อ๊อย...อ๊า แล้วนี่ไม่หิวเหรอคะ มาถึงก็หื่นซะ ขนาดนี้น่ะ...อ๊า"ร่างบางเริ่มตัวสั่น ร้องครวญครางอย่างแผ่วเบา เพราะถูกลูบคลำจูบไซ้ไปทุกจุดร่านในตัว"หิวสิจ๊ะ หิวมาก อยากกินพิมจะแย่"เริงฤทธิ์กระซิบกระซาบใส่หูของพิมดาว ด้วยอาการหื่นกระหาย ลมหายใจของเขาร้อนผ่าว รดลงที่ซอกคอของเธอ จนร่างอรชรต้องสยิว มือใหญ่ที่กกกอดตัวเธอไว้ค่อย ๆ เลื่อนไหลขึ้นมา บีบขยำที่เนื้อเต้าอวบอัดเต็มมืออย่างร้อนฉ่า"อ
เขาหายใจหอบ ๆ เหงื่อโทรมกาย ก่อนจะขยับตัวลงไปนั่งที่เตียง"อืม...เอาไว้ก่อนแล้วกันนะครับ พอดีวันนี้ ผมชักเพลีย ๆ แล้ว กลัวจะทำให้พี่ได้ไม่ถึงอารมณ์""อุ๊ย! เธอเก่งอยู่แล้วน่า ไม่ต้องห่วงหรอก นะจ๊ะ แค่ใช้ปากกับลิ้นก็พอ พี่อยาก...อ๊อย"ม่ายสาวยังคงออดอ้อน จนเริงฤทธิ์ต้องยอมใจอ่อน"งั้น...ก็ได้ครับ มามะ มานั่งตรงนี้ เดี๋ยวผมถอดกระโปรงให้"ชายหนุ่มพูดพลาง ใช้มือตบที่เบาะนอนข้างตัวเบา ๆ พิมลยิ้มร่าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะรีบกระโจมเข้าไปหาเขา แล้วกอดรัดจูบไซ้นัวเนียเริงฤทธิ์ไม่หยุดบนโต๊ะอาหารในช่วงเก้าโมงกว่า ๆ ของอีกวันพิมลกับลูกสาวคนสวยของเธอ กำลังนั่งทานข้าวต้มกุ้งที่แม่นมจัดมาเสิร์ฟให้เป็นมื้อเช้ากันอยู่ ด้วยหน้าตาที่สดใสทั้งสองคนแม้ช่วงนี้พิมดาวจะไม่ค่อยพูดคุยอะไรกับแม่เยอะแยะเหมือนอย่างที่เคยเป็น แต่พิมลก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเธอเองก็ยังชวนลูกสาวคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปตามปกติ บวกกับเข้าใจว่าพิมดาว ยังอยู่ในช่วงเครียดเรื่องเรียนต่อจึงไม่ค่อยอยากจะจู้จี้อะไรกับลูกสาวมากมายนัก"อืม...พิมจ๋า แล้วทางมหาลัยส่งข่าวมาบ้าง หรือยังจ๊ะ?"สาวใหญ่ถาม พลางตักข้าวใส่ปากอย่างสุภาพเรียบร้อย"อ๋อ.
ทันทีที่ขึ้นมาถึงชั้นบนของบ้าน และเจอตัวเริงฤทธิ์ ซึ่งเพิ่งจะเผ่นออกมาจากห้องหลานสาวหมาด ๆพิมลก็รีบทักทาย แล้วเดินตรงมาควงแขนเขา"เอ่อ...พอดีกลับมาจากสัมนาก็งีบไป เลยเพิ่งได้ยินเนี่ยแหละครับ พี่มีไรเหรอ?"ชายหนุ่มพยายามตอบเธอแบบนิ่ง ๆ เพื่อไม่ให้สงสัย"ก็พี่มีของมาฝากน่ะสิ พอดีวันนี้ มีลูกค้ามาคุยเรื่องจะเช่าพื้นที่ของโรงแรม เปิดช็อปเสื้อผ้าแบรนด์เนมน่ะพี่ก็เลยได้ยีนส์ตัวใหม่มาฝากเธอ เห็นว่าเหมาะกับเธอดี""อะ...อ๋อ...เหรอครับ แหม...พี่มลนี่น่ารักกับผมตลอดเลย"เริงฤทธิ์ส่งยิ้ม ทำเสียงหวาน"งั้น...พี่ว่าเราไปลองกันดีกว่านะ"ม่ายสาวใหญ่ทำตาเยิ้มใส่ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินไปที่ห้องของชายหนุ่มทำให้พิมดาวที่กำลังแง้มประตูออกมาแอบดูอยู่ ได้แต่แสดงสีหน้าหมั่นไส้คนทั้งสองขึ้นมา ที่ออดอ้อนออเซาะกัน จนออกนอกหน้าแบบไม่กลัวสายตาคนมองและที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เธอเริ่มรู้สึกหึงหวงเริงฤทธิ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเมื่อมาถึงห้องของหนุ่มหล่อ พิมลก็รีบหยิบกางเกงยีนส์ยี่ห้อดัง ออกมาจากถุงกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่ทันทีเธอบอกให้เริงฤทธิ์ยืนเหยียดขาและยืดหลังตรง เพื่อนำกางเกงมาเทียบกับลำตัวของเขาดูแต่แล้วเจ
"อ๊าย...อ๊อย คะ...คุณอา...ขา พะ...พิม สะ...เสียววว อู้ว์!"พิมดาวร้องโหยหวน พลางกระตุกหน้าท้องสะดุ้งเสียว ตลอดเวลาที่ถูกปากและลิ้นร้อนของเริงฤทธิ์ตวัดดูด"อูย...หวานหอมสดใหม่ ถูกใจอาเหลือเกิน หลานจ๋า...โอยยย"สองมือขยำ พลางดูดเลียหัวนมทั้งสองข้างของสาวน้อยสลับกันไปมา จนร่างอรชรดีดดิ้นอย่างทรมาน จนเมื่อดื่มกินเต้านมจนพอหนำใจแล้ว ชายหนุ่มก็จัดการละเลงลิ้น ลากเลียตั้งแต่กลางร่องเต้า ลงมายังหน้าท้องแบนเรียบของเธอ แล้วสูดดมไปทั่ว ก่อนที่ปลายจมูกและริมฝีปากหนาของเขา จะมาหยุดอยู่ที่ขอบกางเกงในตัวจิ๋ว"อาส์...อ๊อยยย"หลานสาวครางเสียงเครือ สะดุ้งเฮือกที่หน้าท้องเธอทั้งเสียวและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกคุณอาหนุ่มเริ่มจับสองขาเธอให้ชูขึ้น แล้วดันจนชี้ไปด้านบนขนาบกับตัวเธอพลางจดจ้องสายตาหื่นลงที่สองพูเนื้อสาวที่โผลแลบออกมา จากซอกขาหนีบซึ่งเป้ากางเกงชั้นในตัวบางของเธอ กำลังเปียกฉ่ำไปด้วยน้ำไซรัปรสหวาน จนเห็นได้ชัดเจนเริงฤทธิ์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนชิด แล้วสูดลมหายใจดอมดมพลางหลับตาเคลิ้ม ก่อนจะใช้นิ้วมือเกี่ยวขอบกางเกงในของพิมดาวออก เพื่อให้กลีบสวาทของเธอโผล่ยื่นออกมา"โอว์...น่าเลียจริง ๆ ชมพูเนียนไ
ส่วนมือขวาก็ยังคงบีบคลึงที่เนื้อนมอวบอัดไม่หยุด พร้อม ๆ กับมือซ้ายที่กำลังลูบเลื่อนลงไปยังใต้ขอบเอวกางเกงขาสั้นแล้วล้วงลึกลงไปยังกลางหว่างขากระชับ พลางจับร่องรักโหนกนูนอูมอิ่มบดคลึง“อ๊ะ! อ๊อย...ง่ะ งื้อ...สะ สะ เสียวจังเลยค่ะ อาพุฒิขา...อ่าห์ห์ห์”เด็กสาวร้องครางสีหน้าซาบซ่านแดงระเรื่อ เธอสวมกอดอ
เธอขยับตัวขึ้นไปนั่งคร่อมที่ตักของชายหนุ่มแบบหันหน้าเข้าหาและสบตากับเขา ก่อนจะยกสองแขนโอบไว้ที่ต้นคอของพุฒิชาต พร้อมส่งแววตาเชื้อเชิญ“อาพุฒิขา...พลอยต้องการอาพุฒิค่ะ ต้องการมานานแล้ว...อ่าห์”เจ้าหล่อนบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงร่านร้อน ก่อนจะก้มลงไปจูบที่ปลายจมูกโด่งของเขาเบา ๆ ทำเอาอุณหภูมิในร่างกายขอ
พลอยนิลยิ้มร่าแววตาเป็นประกาย ขณะควงแขนซบไหล่ของอาเขยอย่างสนิทสนม ราวกับกำลังอ้อนแฟนหนุ่มของตัวเองอยู่ ยังไงยังงั้นหนะ จากนั้น ทั้งสองก็ทานอาหารด้วยกันจนเสร็จ พลอยนิลจึงอาสาเก็บโต๊ะอาหารพร้อมกับล้างจานชามเพื่อปล่อยให้พุฒิชาตขึ้นไปเตรียมหนังสือ และตำราเรียนต่าง ๆ ที่จะติวข้อสอบให้เธอบนห้องทำงานของเ
เก้าโมงเช้าของวันเสาร์...พุฒิชาตลืมตาลุกขึ้นจากเตียงนอน อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดลำลอง เดินออกจากห้องนอนมายังชั้นล่างของบ้าน โดยไม่เจอณภัทรผู้เป็นภรรยาตั้งแต่ตื่นนอนแล้วและเขาหวังว่า จะเห็นเธอกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมมื้อเช้าให้เขาอยู่ในครัวเหมือนเช่นทุกวัน แต่เธอกลับไม่อยู่บ้านเสียแต่เช้าซะยังงั้นม