แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: บุปผาร่วงโรย
ผู้ช่วยเห็นฉัน เสียงเขาสั่นเป็นอย่างมาก แต่กู้เจ๋อเฟิงไม่เห็นความผิดปกติของเขา พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “อนุมัติทั้งหมด นายเซ็นให้ฉันเลย”

“อย่าดีกว่า เจ๋อเฟิง” ฉันรับเอกสารจากมือเขา “นายเซ็นเองดีกว่า”

เขาชะงักเล็กน้อย แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก หยิบปากกาขึ้นมาเซ็นทีละหน้า โดยไม่ได้ดูแม้แต่น้อย

จนกระทั่งเขาเปิดผ่านหน้าเอกสารการหย่า ฉันถึงกับโล่งอก

ผู้ช่วยเอาเอกสารออกไป เขากดฉันลงบนเตียงอย่างทนไม่ไหว พรมจูบทั่วลำคอของฉัน

ทว่าฉันดันเขาออก จัดคอเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ เอ่ยเสียงเบาว่า “คืนนี้ฉันเหนื่อยนิดหน่อย ไว้คราวหน้าแล้วกัน”

ในดวงตากู้เจ๋อเฟิงฉายแววหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ว่าอะไร

แต่หลังจากฉันออกไปไม่นาน เขาก็ขับรถออกไปอีกครั้ง

หลังผ่านไปสามสิบนาที มีข้อความของกู้เจียวเจียวเด้งขึ้นมาในมือถือตรงเวลาเป๊ะ

[สวี่เยี่ยนเยว่ เธอนี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ แค่สามียังรั้งไว้ไม่ได้]

[แต่เขาก็ไม่เห็นเธอเป็นภรรยาเหมือนกัน ไม่งั้นจะเรียกฉันว่าเมียตลอดเวลาเหรอ?]

ฉันปิดช่องแชทอย่างเฉยเมย แล้วจองตั๋วเครื่องบินไปประเทศ A ในอีกเจ็ดวัน

ประเทศ A คือบ้านของฉัน

จริงๆ ถ้าพูดถึงเรื่องชาติตระกูล ฉันไม่ได้ด้อยกว่ากู้เจ๋อเฟิงเลย ตอนแต่งงานกับเขา พ่อแม่ฉันคัดค้านสุดชีวิต

เพราะเขาเป็นเจ้าพ่อ สร้างศัตรูไว้มากมาย พ่อแม่กังวลว่าฉันแต่งกับเขาแล้วจะเป็นอันตราย

แต่ตอนนั้นยังอายุน้อย ฉันคุกเข่าอ้อนวอนตรงหน้าพ่อแม่

“ให้ฉันเดิมพันดูสักครั้ง กู้เจ๋อเฟิงรักฉันจริงๆ เขาไม่มีทางปล่อยให้ฉันแพ้แน่นอน!”

พ่อแม่มองฉันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ต่อมานอกจากพวกเขาจะอายัดบัตรทั้งหมดของฉันแล้ว สามปีมานี้ยังไม่เคยโทรมาแม้แต่สายเดียว

ฉันเสียใจและทุกข์ทรมานกับเรื่องนี้มานานมาก มองดูข่าวคราวที่เงียบหายทุกวันคริสต์มาส ฉันร้องไห้อย่างเจ็บปวดเสมอ

ตอนนั้นกู้เจ๋อเฟิงกอดฉันเอาไว้แน่น แล้วพูดอย่างอ่อนโยน “ไม่เป็นไร มีฉันที่รักเธอก็พอแล้ว”

แต่คนที่พูดประโยคนี้กลับหักหลังฉัน และการเดิมพันนี้ ฉันก็พ่ายแพ้เช่นกัน

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันควรกลับบ้านเหมือนกัน

ฉันแคปรูปตั๋วเครื่องบินส่งให้พ่อแม่พร้อมกับร่างกายที่สั่นเทา แล้วส่งข้อความด้วยเสียงสะอื้น “พ่อแม่ กู้เจ๋อเฟิงไม่ต้องการฉันแล้ว พ่อแม่ยังต้องการฉันอยู่ไหม?”

ในใจฉันไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะพ่อแม่ผิดหวังในตัวฉันเป็นอย่างมากมาตั้งนานแล้ว

แต่คิดไม่ถึงว่าส่งข้อความไปไม่ถึงหนึ่งนาที แม่ก็ตอบกลับมาแล้ว

“กลับมาเถอะ แม่กับพ่อคิดถึงลูกมาก”

ความรู้สึกที่สะกดกลั้นมานานพังทลายลงอีกครั้ง ฉันกอดมือถือร้องไห้สะอึกสะอื้น

คืนนั้นฉันร้องไห้อยู่นาน ทำให้วันต่อมาตาบวมเหมือนไข่ไก่ เสียงก็แหบเป็นอย่างมาก

กู้เจ๋อเฟิงเห็นฉันแล้วชะงักเล็กน้อย “เธอเป็นอะไร?”

ฉันส่ายหน้าไปมา “ไม่มีอะไรหรอก”

เขาก็ไม่ได้ถามต่อ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาต้องเรียกลูกน้องมาซักถามว่าฉันร้องไห้เพราะอะไร

แต่ตอนนี้เขาขึ้นรถอย่างเย็นชา คงโกรธที่ฉันปฏิเสธเขาเมื่อคืน

เรานั่งเงียบๆ อยู่ที่เบาะหลัง ราวกับคนแปลกหน้าสองคน มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้า

จู่ๆ มือถือเขาดังขึ้น ฉันเห็นชื่อที่บันทึกไว้ [น้องสาว]

เขาขยับไปใกล้หน้าต่างรถ แถมยังพูดเสียงเบา “มีอะไร?”

คุยกันแค่ไม่กี่ประโยค เขารีบตบไหล่คนขับรถ “กลับรถ ไปโรงพยาบาล!”

คนขับรถชะงักเล็กน้อย มองมาที่ฉันทันที “แล้วนายหญิงล่ะครับ? ข้างนอกอากาศหนาวมาก นายหญิง......”

กู้เจ๋อเฟิงหมดความอดทนแล้ว

“แกไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นอะไรทั้งนั้น!”

พอพูดจบ เขาหันมามองฉันอีกครั้ง “เยี่ยนเยว่ ที่ตระกูลเกิดเรื่องใหญ่ ฉันต้องกลับไป”

“เธอนั่งแท็กซี่ไปซื้อของขวัญเองนะ นี่บัตรไม่จำกัดวงเงิน เธอใช้จ่ายได้ตามสบาย”

พอพูดจบ เขาเปิดประตูรถ แล้วบอกให้ฉันลงไป

ฉันหัวเราะ ลงจากรถอย่างว่าง่าย มองรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

คนขับรถพูดถูก ข้างนอกอากาศหนาวมาก ฉันยังไม่ทันหยิบเสื้อโค้ตก็โดนไล่ลงจากรถแล้ว

ห้างสรรพสินค้าอยู่ห่างจากตรงนี้สามกิโลเมตร แต่หิมะท่วมน่องฉันแล้ว

อากาศแบบนี้เรียกแท็กซี่ไม่ได้เลย ฉันทำได้แค่ค่อยๆ เดินไปที่ห้างสรรพสินค้า แต่น่าเสียดายที่อีกแค่ไม่กี่สิบเมตร ตัวฉันดันล้มลงบนพื้นหิมะซะก่อน

ท่ามกลางสติอันเลือนราง ฉันเห็นผู้ชายสวมเสื้อโค้ตสีดำวิ่งเข้ามาหาฉัน “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม...”

พอได้สติอีกครั้ง เขานั่งอยู่ข้างเตียงฉัน “เธอฟื้นสักที”

“ฉันตกใจแทบตาย หมอบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว เธอกับลูกในท้องไม่รอดแน่”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 14

    ตอนฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เสิ่นเจ๋อจือฟุบอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยดวงตาสองข้างปิดสนิท ที่คางมีไรหนวดเต็มไปหมด ไม่เหมือนดาราดังเลยสักนิดรู้สึกถึงการจับจ้องของฉัน เสิ่นเจ๋อจือลืมตาขึ้นมา“เป็นความผิดฉันเอง ฉันไม่น่าทิ้งเธอไว้หน้าประตูโรงพยาบาลคนเดียว ฉันผิดเอง....”ฉันหัวเราะแล้วขยี้ผมเขา “เลิกร้องได้แล้ว ลูกได้ยินจนรำคาญแล้วเนี่ย”แม้ฉันปลอบเสิ่นเจ๋อจือ แต่จริงๆ ฉันรู้สึกหวาดกลัวมากเหมือนกันถึงขั้นที่สะดุ้งตื่นเพราะความฝัน ในฝันมีแต่ภาพที่กู้เจียวเจียวถือมีดแทงใส่ฉันฉันรู้ว่าเธอไม่มีทางปล่อยฉันไปง่ายๆ ดังนั้นฉันไม่คิดจะเจรจากับเธอ ที่รับปากเธอก็เพราะต้องการเอามือถือมาส่งข้อความเท่านั้นเพราะฉันรู้ว่าเสิ่นเจ๋อจือต้องดักฟังมือถือฉันอยู่แน่ๆ เขาต้องได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ฉันเลยลองเสี่ยงดู โชคดีที่สุดท้ายฉันก็ชนะส่วนกู้เจ๋อเฟิงจะมาหรือไม่ ฉันไม่สนใจสักนิด แต่เขาตอบตกลงอย่างรวดเร็ว มันเหนือความคาดหมายของฉันจริงๆ“ถ้าเขาได้ยินที่เธอพูด จิตใจคงแตกสลาย”เสิ่นเจ๋อจือนั่งอยู่ด้านข้าง ปอกแอปเปิลให้ฉันพลางเอ่ยขึ้น“ห๊ะ? ทำไมล่ะ?”“ตอนฉันไปถึงที่นั่น เห็นเขากระโดดลงมาจากรถคันหนึ่งพอดี เหมือนจะ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 13

    ฉันโดนมัดแน่นอยู่บนเตียงกู้เจียวเจียวถือมีดแหลมคมหนึ่งเล่ม ขยับปลายมีดไปมาอย่างแผ่วเบาบนหน้าท้องเปลือยเปล่าของฉัน“กู้เจียวเจียว เธอจะทำอะไร! ปล่อยฉันนะ!”กู้เจียวเจียวหัวเราะ “พี่สาว ถ้าขยับอีกนิดเดียว ฉันจะเอามีด...”“แทงเข้าไป!”ฉันหยุดดิ้นทันทีพอเห็นปฏิกิริยาของฉัน ความเคียดแค้นในดวงตาของกู้เจียวเจียวมากขึ้นกว่าเดิม“เธอเห็นมันเป็นสมบัติล้ำค่าสินะ...ทำไมเธอยังไม่ตาย...ทำไมเธอยังมีลูกได้อีก...ทำไมตอนนี้ชีวิตเธอถึงมีความสุขขนาดนี้!”วันนั้นฉันเพิ่งรู้ว่าหลังจากกู้เจียวเจียวแท้ง ยังไม่ทันหายดีก็โดนกู้เจ๋อเฟิงจับขังคุกใต้ดินแผลของกู้เจียวเจียวติดเชื้ออย่างรุนแรง สุดท้ายเธอไม่สามารถมีลูกได้อีกถึงเป็นเช่นนี้ กู้เจ๋อเฟิงก็ไม่เหลียวแลเธอเลยช่วงเวลานั้น เขาจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ฉันจากโลกนี้ไป เอาแต่ดื่มเหล้าทั้งวันทั้งคืนบางครั้งดื่มเยอะจนกลับไปทุบตีกู้เจียวเจียวที่คุกใต้ดิน ทำร้ายจนเกือบตายทุกครั้งในความคิดของเขา กู้เจียวเจียวคือต้นเหตุของทุกอย่าง“ในช่วงเวลานั้น ฉันเจ็บปวดมาก อยากตายมาก ฉันขอให้พี่ทำให้ฉันจากไปอย่างสงบ แต่เธอรู้ไหมว่าเขาพูดยังไง?” กู้เจียวเจียวตาแดงก

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 12

    ได้เจอกู้เจ๋อเฟิงอีกครั้ง ใจฉันก็ยังเต้นผิดจังหวะอยู่ดีแต่ฉันสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว เพราะตั้งแต่เสิ่นเจ๋อจือโพสต์ภาพนั้น ยังไงวันนี้ก็ต้องมาถึงอยู่แล้ว“นายจำคนผิดแล้วล่ะ” ฉันหันหน้ากลับมา พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“สวี่เยี่ยนเยว่ เธออย่าแกล้งโง่! ฉันรู้ว่าคือเธอ! เธอยังไม่ตายจริงด้วย!”กู้เจ๋อเฟิงวิ่งมาด้านหน้าฉันเหมือนคนบ้า จับแขนฉันแล้วเขย่าอย่างแรงเขาแรงเยอะมาก เหมือนอยากบีบฉันให้เละในตอนนี้เลยฉันขมวดคิ้ว ทันใดนั้นมีมือใหญ่ข้างหนึ่งผลักเขาจนล้มลงบนพื้นเสิ่นเจ๋อจือดึงฉันมาด้านหลัง “ไอ้ขี้เมาที่ไหนเนี่ย กล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน”กู้เจ๋อเฟิงล้มลงบนพื้น มองมือของฉันกับเสิ่นเจ๋อจือที่ประสานกันแน่นด้วยความตกตะลึง“ไม่...เป็นไปไม่ได้! สวี่เยี่ยนเยว่คบกับคนอื่นได้ยังไง!”“พวกนายกำลังแสดงละคร! ใช่ไหม?! แสดงละครเพื่อบีบให้ฉันไป?!”พูดตามตรงว่าฉันไม่เคยเห็นกู้เจ๋อเฟิงเสียสติขนาดนี้ความรังเกียจในแววตาฉันมากกว่าเดิม “ฉันไม่รู้ว่าสวี่เยี่ยนเยว่ที่นายพูดถึงคือใคร แต่กรุณาให้เกียรติกันด้วย ถ้าแตะต้องฉันอีก ฉันจะแจ้งตำรวจ”ทว่ากู้เจ๋อเฟิงยังไม่เชื่อ เพราะใบหน้าและเสียงของฉั

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 11

    (มุมมองนางเอก)ตอนกลับมาถึงประเทศ A พ่อแม่เห็นสภาพอิดโรยของฉันแล้วโมโหมากหลังจากได้ยินเรื่องที่ฉันเจอมา พวกเขาโมโหจนแทบจะนั่งเครื่องบินไปคิดบัญชีกับกู้เจ๋อเฟิงในวันนั้นเลยฉันห้ามพวกเขา พ่อแม่พูดกับฉันด้วยความโมโห“อย่าบอกนะว่าลูกยังรักเขาอยู่?”ฉันส่ายหน้าไปมา น้ำเสียงหนักแน่น“ฉันแค่ไม่อยากเห็นเขาอีก”เรื่องวุ่นวายในงานแต่งถูกพูดถึงอย่างรวดเร็ว หลังจากได้เห็นฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไรหรอกฉันไม่อยากได้ยินทุกอย่างที่เกี่ยวกับกู้เจ๋อเฟิงอีกแล้วจนกระทั่งวันหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าฉันจะได้รับข้อความเสียงจากกู้เจียวเจียวเสียงเธอแสบแก้วหู พูดจามั่วไปหมด เหมือนบ้าไปแล้ว เธอกำลังระบายความรู้สึกกับ “คนตาย” อย่างฉัน“เพราะอะไร...เธอตายไปแล้วแท้ๆ เขายังไม่ยอมปล่อยลูกของฉัน...นี่คือลูกเพียงคนเดียวของเขาเลยนะ!”“เขาบอกว่าไม่เชื่อ แถมยังบอกว่าถ้าเจอเธอแล้ว เขาจะหั่นฉันเป็นหมื่นชิ้นเพื่อเป็นการไถ่โทษ เธอดูสิ ทำไมเขาถึงโหดร้ายขนาดนี้?”“ถึงเขาไม่รักฉัน แต่ฉันก็เป็นน้องสาวที่ใช้ชีวิตกับเขามาสิบกว่าปีเลยนะ เขาไม่มีเยื่อใยให้คนในครอบครัวเลยเหรอ....เป็นความผิดของเธอ! ถ้าเธอไม่โผล่มา เราคงมีความ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 10

    (มุมมองบุคคลที่สาม)กู้เจ๋อเฟิงหันมามอง ดวงตาสองข้างแดงก่ำ “เธอหมายความว่ายังไง?”“ฉันยังพูดไม่ชัดเจนเหรอ? สวี่เยี่ยนเยว่ตายแล้ว...ฉันฆ่าเธอเอง”“เธอว่าอะไรนะ!” กู้เจ๋อเฟิงพุ่งเข้าไปบีบคอเธอ“ฉันบอกว่าฉันฆ่าเธอเอง! เอามีดแทงท้องเธอ! แล้วก็โยนทิ้งท่อระบายน้ำ! ฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของหญิงสาวดังขึ้นในห้องพักผู้ป่วยที่เงียบสงัด ตอนนี้กู้เจียวเจียวเหมือนคนบ้าอย่างไรอย่างนั้น“กู้เจ๋อเฟิง ตอนนี้พี่ยังอยากปล่อยให้ลูกฉันตายอยู่ไหม?”กู้เจียวเจียวมองเขาอย่างได้ใจกู้เจ๋อเฟิงหน้าซีดเผือดเขาปล่อยมือทันที แววตาของกู้เจียวเจียวดูได้ใจยิ่งกว่าเดิมกู้เจ๋อเฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แววตาหม่นหมอง เขากวักมือเรียกหมอ“ถ้าลูกในท้องเธอรอดออกมาได้ ฉันจะฆ่าพวกนาย”เสียงหัวเราะของกู้เจียวเจียวเงียบลงทันที“พี่ว่าอะไรนะ?! ฉันบอกแล้วว่าเขาคือลูกเพียงคนเดียวของพี่! พี่คิดว่าฉันโกหกเหรอ? สวี่เยี่ยนเยว่ตายแล้วจริงๆ!”เธอตะโกนสุดเสียง แต่กู้เจ๋อเฟิงไม่สนใจเธอแม้แต่น้อยเขาเอามือค้ำกำแพง เดินโซซัดโซเซออกไปเสียงตะโกนแทบขาดใจของกู้เจียวเจียวดังขึ้นด้านหลังวินาทีที่เสียงกรีดร้องหยุดลง กู้เจ๋อ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 9

    (มุมมองบุคคลที่สาม)พวกบอดี้การ์ดมองหน้ากัน แล้วพูดติดๆ ขัดๆ “ไม่ทราบครับ...เมื่อกี้ยังอยู่ในนี้อยู่เลย...”“ไม่ทราบ?” กู้เจ๋อเฟิงแสยะยิ้ม “ไม่ทราบเชี่ยอะไรล่ะ!”สีหน้าเขาน่ากลัวมาก เอาปืนออกมาจ่อที่หน้าผากพวกเขาทันที“ถ้าไม่พาเธอมาอยู่ตรงหน้าฉันภายในหนึ่งชั่วโมง ชีวิตไร้ค่าของพวกแกก็ไม่จำเป็นแล้วเหมือนกัน!”หลังจากบอดี้การ์ดออกไปด้วยความร้อนรน กู้เจ๋อเฟิงพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง สายตามองไปที่เอกสารการหย่าที่อยู่ในมืออีกครั้งเขาหลับตาลงด้วยความเสียใจเขาควรคิดได้นานแล้ว สวี่เยี่ยนเยว่สามารถแก้แค้นในงานแต่งได้ เธอไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองโดนขังอยู่ในคุกหรอกขณะนั้นผู้ช่วยค่อยๆ เดินมาหาเขา แล้วถอนหายใจยาว“มีบางเรื่องที่นายท่านอาจยังไม่รู้ จริงๆ คนในตระกูลไม่ได้มองเธอเป็นนายหญิงด้วยซ้ำ”“ไม่ได้มองเป็นนายหญิงเหรอ? หมายความว่ายังไง?” กู้เจ๋อเฟิงขมวดคิ้ว“นายท่านลืมไปแล้วเหรอครับ? คุณเป็นคนพูดประโยคนี้เอง บอกว่านายหญิงของตระกูลคือคุณกู้”“คุณลงโทษนายหญิงต่อหน้าลูกน้องทุกคนด้วย เพราะเรื่องนี้ ทำให้ทุกคนลือกันว่าคุณจะไล่นายหญิงออกจากบ้าน ดังนั้นทุกคนจึงมองข้ามนายหญิง”กู้เจ๋อเฟิงอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status