แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: บุปผาร่วงโรย
ฉันอึ้งครู่หนึ่ง จากนั้นเบิกตาโตทันที “ลูกเหรอ?!”

เขาดันตกใจยิ่งกว่าฉัน “อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้ว่าตั้งท้องได้สามเดือนแล้ว”

ฉันไม่รู้

ตอนนั้นฉันอธิบายความรู้สึกของฉันไม่ได้เลย รู้สึกว่าสวรรค์เล่นตลกกับฉัน

ฉันเดินออกไปข้างนอกอย่างเหม่อลอย จู่ๆ ฉันชะงักปลายเท้า เพราะเห็นกู้เจ๋อเฟิงกำลังประคองกู้เจียวเจียวเดินมาทางฉัน

ฉันรีบไปหลบตรงมุมทางเดิน เพราะกลัวพวกเขาเห็น

“พี่กู้ จะเอายังไงกับเด็กคนนี้?” เสียงกู้เจียวเจียวฟังดูขุ่นเคืองใจมาก

กู้เจ๋อเฟิงไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่ประคองเธอเดินไปที่ห้องพักผู้ป่วย

จู่ๆ กู้เจียวเจียวหยุดเดิน พูดด้วยเสียงสะอื้น “พี่ไม่ต้องการเขาใช่ไหม? งั้นฉันกำจัดเขาทิ้งก็ได้!”

เธอพูดจบแล้วหันหลังวิ่งออกไป กู้เจ๋อเฟิงรั้งเธอไว้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังกอดเธอไว้แน่น

“ฉันต้องการ”

“ฉันต้องการเด็กคนนี้”

เขาพูดเสียงเบา

“แต่เขามาผิดเวลา เธอต้องแอบคลอดเขาออกมา ฉันจะรับปากเธอหนึ่งอย่างเพื่อเป็นการชดเชย อะไรก็ได้”

กู้เจียวเจียวน้ำตาคลอเบ้า “งั้นก็ได้ ฉันต้องการให้พี่แต่งกับฉัน ถึงเป็นแค่งานแต่งเล็กๆ ฉันก็จะแต่งกับพี่”

กู้เจ๋อเฟิงเงียบครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้า “โอเค ฉันรับปากเธอ อีกเจ็ดวันฉันจะจัดงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกให้เธอ ห้ามพูดเรื่องนี้เด็ดขาด เข้าใจไหม?”

ทั้งสองคนเดินคล้องแขนไปทางห้องพักผู้ป่วย เหลือเพียงฉันที่เอามือปิดปากแน่นอยู่ตรงมุมทางเดิน ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมา

ฉันกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วยพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทา พบว่าผู้ชายที่ช่วยฉันยังไม่ได้กลับ

ฉันเพิ่งนึกได้ว่าควรขอบคุณเขา จึงเอาบัตรไม่จำกัดวงเงินของกู้เจ๋อเฟิงให้เขาเป็นการขอบคุณ

ทว่าเขาดันบัตรกลับมา “ฉันไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ขอบใจมาก”

เขาพูดจบแล้วเดินออกไป พอเดินไปถึงหน้าประตูห้องพักผู้ป่วย จู่ๆ เขาหันมายัดนามบัตรใส่มือฉัน แล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ฉันก้มมองด้วยความสงสัย บนนามบัตรมีตัวอักษรเรียบง่ายเพียงสามตัว [เสิ่นเจ๋อจือ]

ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกคุ้นชื่อนี้เล็กน้อย แต่ฉันไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะตอนนี้ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่า

ตอนแรกฉันจะออกจากโรงพยาบาลทันที แต่หมอบังคับให้อยู่ต่อ จึงจำใจอยู่ต่ออีกสองสามวัน

ระหว่างนั้นเพื่อนส่งข้อความมาถามไถ่เยอะมาก พวกเขายังรวมกลุ่มกันมาเยี่ยมฉันด้วย พ่อแม่ก็ร้อนใจจนแทบจะบินมาหา

ยกเว้นสามีของฉัน ช่องแชทมีคำพูดเย็นชาเพียงประโยคเดียว

[ฉันมาทำงานต่างจังหวัด มีเรื่องอะไรบอกผู้ช่วยหลิวได้เลย]

เขาไม่อยู่บ้านจริงๆ เขาอยู่ที่เกาะเล็กๆ แห่งหนึ่ง กำลังเตรียมงานแต่งของเขากับกู้เจียวเจียวอยู่ที่นั่น

ต้องยอมรับว่าเขาฉลาดมาก จงใจจัดงานที่เกาะเล็กๆ

ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเขา ก็ไม่มีใครไปที่เกาะได้ แน่นอนว่ารวมถึงฉันด้วย

อีกทั้งเราสองคนยังใจตรงกัน กำหนดวันแต่งงานในอีกเจ็ดวัน

อาจเป็นเพราะเลขเจ็ดเป็นเลขนำโชคของเขา เมื่อก่อนเขาใส่จี้เลขเจ็ดไว้ที่คอตลอด นั่นคือสิ่งที่แม่ผู้ล่วงลับของเขาทิ้งไว้ให้ มีคำว่า LUCKY สลักอยู่ด้านหลัง

วันแต่งงานเขาเอาสร้อยเส้นนี้ให้ฉัน “ถ้าเทียบกับความสงบสุขปลอดภัยของฉัน ฉันอยากให้มันคุ้มครองเธอมากกว่า”

บนโลกนี้ไม่มีคำรักใดงดงามกว่านี้อีกแล้ว

พอคิดถึงตรงนี้ ฉันน้ำตาคลอเบ้า จับสร้อยที่คอโดยไม่รู้ตัว

แต่วินาทีที่ก้มมอง ฉันถึงกับแข็งทื่อไปทั้งตัว

เพราะคำว่า LUCKY ที่สลักไว้ด้านหลังหายไปแล้ว

สร้อยเส้นนี้โดนสับเปลี่ยน

ฉันคาดเดาไว้ในใจ รีบเอามือถือออกมาเลื่อนดูประวัติการสนทนา สุดท้ายสายตาหยุดลงที่ภาพบนเตียงภาพหนึ่ง

บนร่างกายที่ขาวเนียนและเปลือยเปล่าของกู้เจียวเจียว มีสร้อยคอสีทองเหลืองโบราณห้อยอยู่ ด้านหลังสลักคำว่า LUCKY

มิน่าล่ะ...ฉันลูบท้องตัวเอง พูดกับลูกในท้อง “มิน่าล่ะ เราถึงไม่โชคดีอีกเลย”

ตอนแรกฉันยังลังเลอยู่ว่าจะเก็บเด็กคนนี้ไว้ดีไหม แต่ตอนนี้ฉันได้คำตอบแล้ว

ไม่ใช่แค่ลูกของกู้เจียวเจียว ลูกของฉันก็มาผิดเวลาเหมือนกัน เพราะพ่อของเขาไม่มีทางรักเขาแล้ว

หลังจากคิดได้แล้ว ฉันเคาะประตูห้องทำงานหมอ

“สวัสดีค่ะ ฉันต้องการนัดคิวผ่าตัดทำแท้ง”

ฉันคิดว่าบนโลกนี้ไม่มีของขวัญแสดงความยินดีที่ดีไปกว่านี้แล้วล่ะ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 14

    ตอนฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เสิ่นเจ๋อจือฟุบอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยดวงตาสองข้างปิดสนิท ที่คางมีไรหนวดเต็มไปหมด ไม่เหมือนดาราดังเลยสักนิดรู้สึกถึงการจับจ้องของฉัน เสิ่นเจ๋อจือลืมตาขึ้นมา“เป็นความผิดฉันเอง ฉันไม่น่าทิ้งเธอไว้หน้าประตูโรงพยาบาลคนเดียว ฉันผิดเอง....”ฉันหัวเราะแล้วขยี้ผมเขา “เลิกร้องได้แล้ว ลูกได้ยินจนรำคาญแล้วเนี่ย”แม้ฉันปลอบเสิ่นเจ๋อจือ แต่จริงๆ ฉันรู้สึกหวาดกลัวมากเหมือนกันถึงขั้นที่สะดุ้งตื่นเพราะความฝัน ในฝันมีแต่ภาพที่กู้เจียวเจียวถือมีดแทงใส่ฉันฉันรู้ว่าเธอไม่มีทางปล่อยฉันไปง่ายๆ ดังนั้นฉันไม่คิดจะเจรจากับเธอ ที่รับปากเธอก็เพราะต้องการเอามือถือมาส่งข้อความเท่านั้นเพราะฉันรู้ว่าเสิ่นเจ๋อจือต้องดักฟังมือถือฉันอยู่แน่ๆ เขาต้องได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ฉันเลยลองเสี่ยงดู โชคดีที่สุดท้ายฉันก็ชนะส่วนกู้เจ๋อเฟิงจะมาหรือไม่ ฉันไม่สนใจสักนิด แต่เขาตอบตกลงอย่างรวดเร็ว มันเหนือความคาดหมายของฉันจริงๆ“ถ้าเขาได้ยินที่เธอพูด จิตใจคงแตกสลาย”เสิ่นเจ๋อจือนั่งอยู่ด้านข้าง ปอกแอปเปิลให้ฉันพลางเอ่ยขึ้น“ห๊ะ? ทำไมล่ะ?”“ตอนฉันไปถึงที่นั่น เห็นเขากระโดดลงมาจากรถคันหนึ่งพอดี เหมือนจะ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 13

    ฉันโดนมัดแน่นอยู่บนเตียงกู้เจียวเจียวถือมีดแหลมคมหนึ่งเล่ม ขยับปลายมีดไปมาอย่างแผ่วเบาบนหน้าท้องเปลือยเปล่าของฉัน“กู้เจียวเจียว เธอจะทำอะไร! ปล่อยฉันนะ!”กู้เจียวเจียวหัวเราะ “พี่สาว ถ้าขยับอีกนิดเดียว ฉันจะเอามีด...”“แทงเข้าไป!”ฉันหยุดดิ้นทันทีพอเห็นปฏิกิริยาของฉัน ความเคียดแค้นในดวงตาของกู้เจียวเจียวมากขึ้นกว่าเดิม“เธอเห็นมันเป็นสมบัติล้ำค่าสินะ...ทำไมเธอยังไม่ตาย...ทำไมเธอยังมีลูกได้อีก...ทำไมตอนนี้ชีวิตเธอถึงมีความสุขขนาดนี้!”วันนั้นฉันเพิ่งรู้ว่าหลังจากกู้เจียวเจียวแท้ง ยังไม่ทันหายดีก็โดนกู้เจ๋อเฟิงจับขังคุกใต้ดินแผลของกู้เจียวเจียวติดเชื้ออย่างรุนแรง สุดท้ายเธอไม่สามารถมีลูกได้อีกถึงเป็นเช่นนี้ กู้เจ๋อเฟิงก็ไม่เหลียวแลเธอเลยช่วงเวลานั้น เขาจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ฉันจากโลกนี้ไป เอาแต่ดื่มเหล้าทั้งวันทั้งคืนบางครั้งดื่มเยอะจนกลับไปทุบตีกู้เจียวเจียวที่คุกใต้ดิน ทำร้ายจนเกือบตายทุกครั้งในความคิดของเขา กู้เจียวเจียวคือต้นเหตุของทุกอย่าง“ในช่วงเวลานั้น ฉันเจ็บปวดมาก อยากตายมาก ฉันขอให้พี่ทำให้ฉันจากไปอย่างสงบ แต่เธอรู้ไหมว่าเขาพูดยังไง?” กู้เจียวเจียวตาแดงก

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 12

    ได้เจอกู้เจ๋อเฟิงอีกครั้ง ใจฉันก็ยังเต้นผิดจังหวะอยู่ดีแต่ฉันสงบสติอารมณ์อย่างรวดเร็ว เพราะตั้งแต่เสิ่นเจ๋อจือโพสต์ภาพนั้น ยังไงวันนี้ก็ต้องมาถึงอยู่แล้ว“นายจำคนผิดแล้วล่ะ” ฉันหันหน้ากลับมา พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“สวี่เยี่ยนเยว่ เธออย่าแกล้งโง่! ฉันรู้ว่าคือเธอ! เธอยังไม่ตายจริงด้วย!”กู้เจ๋อเฟิงวิ่งมาด้านหน้าฉันเหมือนคนบ้า จับแขนฉันแล้วเขย่าอย่างแรงเขาแรงเยอะมาก เหมือนอยากบีบฉันให้เละในตอนนี้เลยฉันขมวดคิ้ว ทันใดนั้นมีมือใหญ่ข้างหนึ่งผลักเขาจนล้มลงบนพื้นเสิ่นเจ๋อจือดึงฉันมาด้านหลัง “ไอ้ขี้เมาที่ไหนเนี่ย กล้าดียังไงมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน”กู้เจ๋อเฟิงล้มลงบนพื้น มองมือของฉันกับเสิ่นเจ๋อจือที่ประสานกันแน่นด้วยความตกตะลึง“ไม่...เป็นไปไม่ได้! สวี่เยี่ยนเยว่คบกับคนอื่นได้ยังไง!”“พวกนายกำลังแสดงละคร! ใช่ไหม?! แสดงละครเพื่อบีบให้ฉันไป?!”พูดตามตรงว่าฉันไม่เคยเห็นกู้เจ๋อเฟิงเสียสติขนาดนี้ความรังเกียจในแววตาฉันมากกว่าเดิม “ฉันไม่รู้ว่าสวี่เยี่ยนเยว่ที่นายพูดถึงคือใคร แต่กรุณาให้เกียรติกันด้วย ถ้าแตะต้องฉันอีก ฉันจะแจ้งตำรวจ”ทว่ากู้เจ๋อเฟิงยังไม่เชื่อ เพราะใบหน้าและเสียงของฉั

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 11

    (มุมมองนางเอก)ตอนกลับมาถึงประเทศ A พ่อแม่เห็นสภาพอิดโรยของฉันแล้วโมโหมากหลังจากได้ยินเรื่องที่ฉันเจอมา พวกเขาโมโหจนแทบจะนั่งเครื่องบินไปคิดบัญชีกับกู้เจ๋อเฟิงในวันนั้นเลยฉันห้ามพวกเขา พ่อแม่พูดกับฉันด้วยความโมโห“อย่าบอกนะว่าลูกยังรักเขาอยู่?”ฉันส่ายหน้าไปมา น้ำเสียงหนักแน่น“ฉันแค่ไม่อยากเห็นเขาอีก”เรื่องวุ่นวายในงานแต่งถูกพูดถึงอย่างรวดเร็ว หลังจากได้เห็นฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไรหรอกฉันไม่อยากได้ยินทุกอย่างที่เกี่ยวกับกู้เจ๋อเฟิงอีกแล้วจนกระทั่งวันหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าฉันจะได้รับข้อความเสียงจากกู้เจียวเจียวเสียงเธอแสบแก้วหู พูดจามั่วไปหมด เหมือนบ้าไปแล้ว เธอกำลังระบายความรู้สึกกับ “คนตาย” อย่างฉัน“เพราะอะไร...เธอตายไปแล้วแท้ๆ เขายังไม่ยอมปล่อยลูกของฉัน...นี่คือลูกเพียงคนเดียวของเขาเลยนะ!”“เขาบอกว่าไม่เชื่อ แถมยังบอกว่าถ้าเจอเธอแล้ว เขาจะหั่นฉันเป็นหมื่นชิ้นเพื่อเป็นการไถ่โทษ เธอดูสิ ทำไมเขาถึงโหดร้ายขนาดนี้?”“ถึงเขาไม่รักฉัน แต่ฉันก็เป็นน้องสาวที่ใช้ชีวิตกับเขามาสิบกว่าปีเลยนะ เขาไม่มีเยื่อใยให้คนในครอบครัวเลยเหรอ....เป็นความผิดของเธอ! ถ้าเธอไม่โผล่มา เราคงมีความ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 10

    (มุมมองบุคคลที่สาม)กู้เจ๋อเฟิงหันมามอง ดวงตาสองข้างแดงก่ำ “เธอหมายความว่ายังไง?”“ฉันยังพูดไม่ชัดเจนเหรอ? สวี่เยี่ยนเยว่ตายแล้ว...ฉันฆ่าเธอเอง”“เธอว่าอะไรนะ!” กู้เจ๋อเฟิงพุ่งเข้าไปบีบคอเธอ“ฉันบอกว่าฉันฆ่าเธอเอง! เอามีดแทงท้องเธอ! แล้วก็โยนทิ้งท่อระบายน้ำ! ฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของหญิงสาวดังขึ้นในห้องพักผู้ป่วยที่เงียบสงัด ตอนนี้กู้เจียวเจียวเหมือนคนบ้าอย่างไรอย่างนั้น“กู้เจ๋อเฟิง ตอนนี้พี่ยังอยากปล่อยให้ลูกฉันตายอยู่ไหม?”กู้เจียวเจียวมองเขาอย่างได้ใจกู้เจ๋อเฟิงหน้าซีดเผือดเขาปล่อยมือทันที แววตาของกู้เจียวเจียวดูได้ใจยิ่งกว่าเดิมกู้เจ๋อเฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แววตาหม่นหมอง เขากวักมือเรียกหมอ“ถ้าลูกในท้องเธอรอดออกมาได้ ฉันจะฆ่าพวกนาย”เสียงหัวเราะของกู้เจียวเจียวเงียบลงทันที“พี่ว่าอะไรนะ?! ฉันบอกแล้วว่าเขาคือลูกเพียงคนเดียวของพี่! พี่คิดว่าฉันโกหกเหรอ? สวี่เยี่ยนเยว่ตายแล้วจริงๆ!”เธอตะโกนสุดเสียง แต่กู้เจ๋อเฟิงไม่สนใจเธอแม้แต่น้อยเขาเอามือค้ำกำแพง เดินโซซัดโซเซออกไปเสียงตะโกนแทบขาดใจของกู้เจียวเจียวดังขึ้นด้านหลังวินาทีที่เสียงกรีดร้องหยุดลง กู้เจ๋อ

  • ชู้รัก วิวาห์แค้น   บทที่ 9

    (มุมมองบุคคลที่สาม)พวกบอดี้การ์ดมองหน้ากัน แล้วพูดติดๆ ขัดๆ “ไม่ทราบครับ...เมื่อกี้ยังอยู่ในนี้อยู่เลย...”“ไม่ทราบ?” กู้เจ๋อเฟิงแสยะยิ้ม “ไม่ทราบเชี่ยอะไรล่ะ!”สีหน้าเขาน่ากลัวมาก เอาปืนออกมาจ่อที่หน้าผากพวกเขาทันที“ถ้าไม่พาเธอมาอยู่ตรงหน้าฉันภายในหนึ่งชั่วโมง ชีวิตไร้ค่าของพวกแกก็ไม่จำเป็นแล้วเหมือนกัน!”หลังจากบอดี้การ์ดออกไปด้วยความร้อนรน กู้เจ๋อเฟิงพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง สายตามองไปที่เอกสารการหย่าที่อยู่ในมืออีกครั้งเขาหลับตาลงด้วยความเสียใจเขาควรคิดได้นานแล้ว สวี่เยี่ยนเยว่สามารถแก้แค้นในงานแต่งได้ เธอไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองโดนขังอยู่ในคุกหรอกขณะนั้นผู้ช่วยค่อยๆ เดินมาหาเขา แล้วถอนหายใจยาว“มีบางเรื่องที่นายท่านอาจยังไม่รู้ จริงๆ คนในตระกูลไม่ได้มองเธอเป็นนายหญิงด้วยซ้ำ”“ไม่ได้มองเป็นนายหญิงเหรอ? หมายความว่ายังไง?” กู้เจ๋อเฟิงขมวดคิ้ว“นายท่านลืมไปแล้วเหรอครับ? คุณเป็นคนพูดประโยคนี้เอง บอกว่านายหญิงของตระกูลคือคุณกู้”“คุณลงโทษนายหญิงต่อหน้าลูกน้องทุกคนด้วย เพราะเรื่องนี้ ทำให้ทุกคนลือกันว่าคุณจะไล่นายหญิงออกจากบ้าน ดังนั้นทุกคนจึงมองข้ามนายหญิง”กู้เจ๋อเฟิงอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status